นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
รางวัลซีไรท์ (S.E.A. WRITE AWARD) #26
จันทน์กะพ้อ
...ข้าตามหาบทกวี ใบหน้าหมองเศร้า ของบิดามารดา ผู้​ที่บุตรชาย ​ได้กลาย​เป็นธงชาติ ไม่มีหญิงสาวในบทกวี ​เป็นหนังสือรวมกวีนิพนธ์แบบไร...

ตอน : ซะการีย์ยา อมตยา

ข้าตามหาบทกวี

ใบหน้าหมองเศร้า
ของบิดามารดา
ผู้​ที่บุตรชาย
​ได้กลาย​เป็นธงชาติ

ไม่มีหญิงสาวในบทกวี ​เป็นหนังสือรวมกวีนิพนธ์แบบไร้ฉันทลักษณ์ (free verse) รวม 36 บท หากนับรวมบทเกริ่นด้วยก็​จะ​เป็น 37 บท บทเกริ่น​ที่กล่าวถึงนี้ประกอบด้วยข้อ​ความ​ที่บอกเจตนารมณ์ของผู้​แต่งไว้ดังนี้...​.

ฉัน​กำลัง เดินทางในบทกวี

บทกวี​กำลังเดินทางในฉัน

เราต่างมุ่ง หน้าสู่ปลายทางเดียวกัน

"เนื้อหา ​ได้นำเสนอ​​ความคิดในมุมมองต่างๆ​ เช่น ปรัชญา ศาสนา ​ความจริงของชีวิต สิ่งสำคัญ​คือการนำเสนอ​เรื่อง​ราวของบ้านเกิด​ที่​ต้องเผชิญปัญหา​ความไม่สงบ​และการก่อการร้าย กวี​ได้ผสานข้อคิด​และจินตนาการเข้า​ไปทำให้ผู้อ่านนั้น​​ได้ข้อคิดในหลากหลายด้าน​ที่แฝงอยู่​ในงานของ​เขา

กวีนิพนธ์ชุด “ไม่มีหญิงสาวในบทกวี” สะท้อนถึง​ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคไต้ ​เนื่องด้วยกวีนั้น​​เป็นชาวจังหวัดนราธิวาส ด้วยภูมิหลัง​และจิตประหวัดของกวีจึงมีร่องรอยของ​ความไม่สงบ ​ความหม่นเศร้า ​และการเรียกร้องหาสันติภาพ ​แต่งานเขียนของกวีก็ยังมี​ความน่าสนใจ​และน่าติดตามอยู่​มาก​เนื่องด้วยกวีผสานภูมิหลัง​กับจินตนาการ ​และ​ความคิดแปลกใหม่ จึง​สามารถนำเสนอ​ผลงานออกมา​ได้​เป็นอย่างดี"
(อาทิตยา โสภา ไม่มีหญิงสาวในบทกวี : มาตุภูมิร้อนดุจเปลวเพลิง)




คณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือ ซีไรต์ ประจำปี 2553 ​ได้ประกาศผลการตัดสินอย่าง​เป็นทางการ ​โดยให้กวีนิพนธ์​ที่​ได้รับรางวัลซีไรต์​คือ กวีนิพนธ์​ที่ชื่อว่า "ไม่มีหญิงสาวในบทกวี" ผลงานของ ซะการีย์ยา อมตยา นักเขียนมุสลิมแห่งริม​เขาบูโดจังหวัดนราธิวาส

สำหรับ ทัศนะของคณะกรรมการตัดสิน​ที่ให้ไว้ต่อบทกวีของ ซะการีย์ยา อมตยา ​คือ...​ผลงานเล่มนี้ ​เป็นกวีนิพนธ์​ที่นำเสนอ​ภาพ​และแนวคิด ​เพื่อการดำรง​และดำเนินชีวิตอย่างสันติสุข ​ที่ผสมผสานวรรณศิลป์ ปรัชญา ​และศิลปะเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ประกอบด้วยเนื้อหาหลากหลายมิติ ตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคล​ไปจนถึงระดับสังคม ​โดยไม่ผูก​กับยุคสมัย ไม่มีพรมแดน ข้ามมิติเวลา ​และมิติพื้น​ที่ มี​ความลุ่มลึก กระตุ้นให้เกิดจินตนาการ​และขบคิด​และคิดต่อ

“ไม่มีหญิงสาวในบทกวี” เล่มนี้ถือ​เป็นเล่มแรก​ที่คว้ารางวัลซีไรต์ ในกวีแบบไร้ฉันทลักษณ์

ซะการีย์ยา อมตยา เกิดวัน​ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 ​ที่ อ.บาเจาะ จ. นราธิวาส เติบโตริมเทือก​เขาบูโด ​เป็นลูกคนกลางของครอบครัว เรียนชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนบ้านกะลุแป ชั้นมัธยมต้น​ที่โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ ชั้นมัธยมปลาย​ที่โรงเรียน อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ ​และวิทยาลัย ดารุล อูลูม นัดวะตุล อุลามาอ์ สาขาอิสลามศาสตร์ ภาษา​และวรรณคดีอาหรับ​เป็นเวลา 5 ปีเต็ม ​โดย​ต่อมา​เมื่อกลับคืนสู่แผ่นดินเกิดก็เลือกเข้าเรียนต่อสาขาศาสนาเปรียบเทียบ มหาวิทยาลัยมหิดล

ช่วงเวลา​ที่ศึกษาในประเทศอินเดีย บรรยากาศ​และวัฒนธรรมของวิทยาลัย​ได้มี​ส่วนช่วยส่งเสริมให้มี​ความสนใจในบทกวี วรรณกรรมต่างประเทศ ​และปรัชญา ​ต่อมา​เมื่อศึกษาถึงชั้นปี​ที่ 3 ​ได้ลงเรียนวรรณคดีอาหรับ​ทั้งยุคคลาสสิค ยุคกลาง ​และงานร่วมสมัย เช่น งานกวีนิพนธ์ไร้ฉันทลักษณ์ ​ที่​ได้เริ่มศึกษา​และดื่มด่ำลึกซึ้งมากขึ้น​

จากอินเดียสู่ไทย บทกวี​ที่ภายหลัง​ได้รับการนิยามว่าไร้ฉันทลักษณ์ ​ได้เริ่มทวีจำนวนมากขึ้น​ กอปร​กับปณิธาน​ที่อยาก​เป็น “สะพาน” เชื่อมวัฒนธรรม​ที่แตกต่างด้วยภาษา ทำให้มีงานแปลออกมาหนึ่ง​เล่ม ในชื่อ “ด้วยจิตวิญญาณอันเปี่ยมสุข” ​แต่ไม่​ได้เผยแพร่ในวงกว้าง ​และ​ต่อมามีผลงานของตัวเองทยอยเผยแพร่สู่โลกอินเตอร์เน็ต​ที่เปิดกว้างรวม​ทั้ง เว็บบล็อคต่างๆ​ กระทั่งก่อตั้งเว็บไซต์ www.thaipoetsociety.com ​เพื่อ​เป็นสาธารณรัฐกวีนิพนธ์หรือชุมชนทางเลือกแก่ผู้ชมชอบบทกวี

ตั้งแต่พ.ศ. 2547 ผลงานแปล​และบทกวีของซะการีย์ยา​ได้ปรากฎตามหน้าหนังสือพิมพ์ วารสาร ในนาม เช ปุถุชน จนเริ่ม​เป็น​ที่รู้จัก วันหนึ่ง​เกิดแรงบันดาลใจอยาก “รวมเล่ม” จึงกลายมา​เป็นบทกวีไร้ฉันทลักษณ์ “ไม่มีหญิงสาวในบทกวี” รวมบทกวีเล่มแรกในรอบกว่าสิบปี​ที่สร้างสรรค์งานมา

ปัจจุบันยังคงหา​ความรู้ด้านวรรณกรรม เขียน​และแปลบทกวีอย่างสม่ำเสมอ ​พร้อม​ไป​กับขับเคลื่อนงานกวีนิพนธ์ในมิติอ่านออกเสียง ​ทั้ง​ได้พยายามบ่มเพาะนิยาย​ที่เกี่ยว​กับบ้านเกิด





คณะกรรมการคัดเลือก กวีนิพนธ์รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2553 ประกอบด้วย โกศล อนุสิม ประธานกรรมการคัดเลือก ​และกรรมการอีก 6 ท่าน ​ได้แก่ อ.วรรณา นาวิกมูล, อ.พวงแก้ว ลภิรัตนกุล, ผศ.ดร.ญาดา อารัมภีร, วชิระ ทองเข้ม (สุภาพ พิมพ์ชน), ดร.อารียา หุตินทะ ​และดร.ปรมินท์ จารุวร

อดุล จันทรศักดิ์ ประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า "รวมบทกวี 'ไม่มีหญิงสาวในบทกวี' มีแนวคิด​เพื่อการดำรง​และดำเนินชีวิตอย่างสันติสุข ไม่มีพรมแดน ถึง​แม้ว่า​จะ​เป็นบทกวีไร้ฉันลักษณ์ ​แต่ไม่ถึง​กับ​เป็นมิติใหม่หรือปรากฏการณ์ใหม่ของบทกวี ​แต่ผู้ประพันธ์เลือกคำ​ได้อย่างมีพลัง มี​ความ​เป็นสากล ​สามารถสร้างจังหวะคำใน​ความไร้ฉันทลักษณ์นั้น​​ได้ ถ้อยคำมีพลังในทางกวีในทางวรรณศิลป์สูง ​เป็นงาน​ที่ไร้มิติ หมาย​ความว่าคุณ​จะคิดว่ามัน​เป็น​ที่นั่นก็​ได้ ​ที่นี่ก็​ได้ มัน​เป็นปรัชญา กวีนิพนธ์ไม่​ได้หมาย​ความว่า​เป็นฉันทลักษณ์อย่างเดียว คุณค่าของกวีนิพนธ์ไม่​ได้อยู่​​ที่ฉันทลักษณ์เท่านั้น​ คำ​ที่ผู้ประพันธ์สร้าง​โดยไม่​ต้องอาศัยฉันทลักษณ์นั่นแหละ​​คือ​ความช่ำชอง ​คือ​ความเจนจัดในการ​ใช้ภาษา ​ซึ่งคณะกรรมการลงคะแนนลับกัน ​โดย​ทั้ง 7 เสียงมีมติ​เป็นเอกฉันท์"

ด้าน รศ.สุรภีพรรณ ฉัตราภรณ์ มองว่า บทกวีชุดนี้มีเนื้อหาทางปรัชญา มีปริศนา ให้ตี​ความ​ได้หลากหลายมุมมาก ครอบคลุมโลกตะวันออก​และตะวันตก สอดคล้อง​กับรูปแบบการประพันธ์ กระทบใจ ทำให้คิดต่อ หักมุมตอนจบ หักมุม​ไปหักมุมมา ​และมี​ความซับซ้อนใน​ความคิด


ขณะ​ที่ รศ.ดร.สรณัฐ ไตลังคะ​ เผยว่า "ทางคณะกรรมการสรุปว่างานชิ้นนี้มี​ความดีเด่นในทางเนื้อหา รูปแบบ ปรากฏการณ์ ไม่เคยมีมาก่อนในบทกวี งานเขียนชิ้นนี้มีการ​ใช้รูปแบบบทกวีอิสระ​ได้อย่างมีพลัง มีปรัชญา เข้าใจโลก ขณะเดียวกันก็มีพลังมากในเชิงกระตุ้นผู้อ่านทาง​ความคิด มีพลังทาง​ความคิดอย่างสูง ตระหนักถึงการดำรงอยู่​ของมนุษยชาติ เหมาะ​กับงานในยุคโลกาภิวัตน์ มี​ความเข้าใจผู้อื่น เข้าใจใน​ความแตกต่าง มี​ความเข้าใจในมวลมนุษยชาติ อันนี้​คือจุดสำคัญ​ที่คณะกรรมการเห็นว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง"

คณะกรรมการ​ได้พิจารณาคัดเลือกจากผลงาน​ที่ส่งเข้าประกวด​ทั้งหมด 74 เล่ม ​แต่มีหนังสือไม่เข้าหลักเกณฑ์จำนวน 3 เล่ม จึงมีกวีนิพนธ์​ที่ผ่านเข้าพิจารณาคัดเลือกจำนวน 71 เล่ม

​โดยผลการพิจารณาคัดเลือกปรากฏว่าคณะกรรมการมีมติ​เป็นเอกฉันท์ให้ เสนอกวีนิพนธ์รวม 6 เล่ม ดังมีรายชื่อต่อ​ไปนี้ ให้คณะกรรมการตัดสินพิจารณาในวาระต่อ​ไป


1.ฉันอยากร้อง เพลงสักเพลง ของ ศิริวร แก้วกาญจน์ (สำนักพิมพ์ผจญภัย)

กวีนิพนธ์เล่มนี้นำผู้อ่าน​ไปสัมผัสชีวิตของผู้คน​ที่ดำรงอยู่​ท่ามกลางควันปืน ​และไฟสงคราม ​ความตาย​ที่ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา สถาน​ที่ ​และเวลา ​ซึ่ง​สามารถเกิดขึ้น​​ได้​กับทุกคนนั้น​ ​เป็นสิ่ง​ที่ผู้​แต่ง​กำลังตั้งคำถามว่า​ใคร​จะ​เป็นผู้รับผิดชอบ ​ระหว่าง ​พระเจ้า โชคชะตา ​และมนุษย์ ผู้​แต่งเล่าถึง​ความสูญเสีย​ที่เกิดขึ้น​​กับผู้คน​โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดน ภาคใต้ด้วยถ้อยคำ​ที่กระชับ ชัดเจน ​แต่เปี่ยมด้วยพลังกระทบใจ นอกจากการเล่าเรื่อง​​โดยเน้นรายละเอียดของชีวิตคนในพื้น​ที่​จะ​เป็นกลวิธีสำคัญ ​ที่ดึงผู้อ่านเข้า​ไป​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของอารมณ์แห่ง​ความสูญเสีย​ที่เกิดขึ้น​แล้ว​ การขัด​ความ​และการตั้งคำถามยังช่วยให้สารเข้มข้น​และแฝงนัยเย้ยหยันอย่างบาด ลึกอีกด้วย


2.เดินตามรอย ของ วันเนาว์ ยูเด็น (แพรวสำนักพิมพ์)

​แต่งขึ้น​​เพื่อเฉลิม​พระเกียรติ​พระบาท​สมเด็จ​พระเจ้าอยู่​หัว ในโอกาสทรงเจริญ​พระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ด้วยเห็นว่า​พระองค์ทรงมี​พระราชจริยวัตรอันงดงาม ​และกระแส​พระราชดำรัส​ที่​พระราชทานแก่พสกนิกรในโอกาสต่างๆ​ ล้วนเปี่ยมด้วยคติธรรม​ซึ่ง​ได้แนวทางมาจากโคลงโลกนิติ ผู้เขียนจึงเลือกโคลงโลกนิติ 80 บท ​เพื่อให้เหมาะแก่วโรกาสอัน​เป็นมหามงคลนี้ นอกจาก​ความ​สามารถในการคุมคำคุม​ความ​ได้อย่างครบถ้วนแล้ว​ ผู้ประพันธ์ยัง​ได้แสดงฝีมือนักกลอนชั้นครู แหลมคมด้วยการเลือก​ใช้คำ​ที่เข้าใจง่าย ถึง​พร้อมด้วยวรรณศิลป์ ไพเราะสละสลวย น่าประทับใจ​และน่าจดจำ ​เป็นวรรณกรรม​ที่มี​ความคิดสร้างสรรค์​ได้อย่างหมดจดงดงาม


3.ใน​ความไหวนิ่งงัน ของ นายทิวา

​เป็นกวีนิพนธ์การเมือง​ที่สะท้อนวิกฤตการณ์​ความขัดแย้งของผู้คนในสังคมไทย ​โดยชี้ให้เห็นว่าวิกฤติของสังคมไทยปัจจุบันมีมูลเหตุมาจากการ​ที่นักการเมือง (​โดยเฉพาะบางคน) มุ่งผลประโยชน์ตนมากกว่าผลประโยชน์ชาติ พาให้ผู้คนในสังคมไทยแตกแยกทาง​ความคิดจนเกิดแบ่งฝักแบ่งฝ่าย วิกฤตการณ์เช่นนี้ฉายให้เห็นถึง​ความไม่เข้าใจแก่นแท้ของประชาธิปไตยของคนไทย ​ทั้งยังฉายให้เห็นถึงการขาดจิตสำนึกของนักการเมือง​ที่ทำให้คนไทยตก​เป็น เหยื่อของการเมือง เรื่อง​​ส่วนตน ​และทำให้สังคมไทยกลาย​เป็นสังคมแห่ง​ความเกลียดชัง เข่นฆ่าทำร้ายกันเอง​โดยขาดสติ ​พร้อมเสนอว่าท้าย​ที่สุด การมองวิกฤตินี้ด้วยปัญญา​จะทำให้เห็นว่าวิกฤติครั้งนี้ ​จะไม่มีชัยชนะ ​และไม่มี​ใครชนะ


4.เมืองในแสงแดด ของ โกสินทร์ ขาวงาม (สำนักพิมพ์คำสมัย)

สะท้อนภาพชีวิตประจำวัน​ที่ประทับอยู่​ในใจของผู้​แต่งผ่านบทร้อยกรอง​ที่ ละเมียดละไมในอารมณ์ คล้ายผู้​แต่ง​กำลังวาดภาพด้วยภาษา แตะแต้มรายละเอียดให้ผู้อ่านสัมผัสรับรู้ รูป รส กลิ่น เสียง ​ที่ผู้​แต่งรู้สึก ​โดยภาพ​ที่ผู้​แต่งวาดไว้สะท้อนถึงพื้นหลังของชีวิต​และสังคม​ที่รองรับ ​แม้​เป็นเพียงภาพของคนเล็กๆ​ เช่น ช่างเขียนป้าย อดีตแชมป์มวย หญิงเลี้ยงวัว ช่างเครื่องเสียง ​พระชรา ​และพ่อค้าร้านของชำ หรือเพียงภาพของสถาน​ที่ธรรมดา ล้วนบอกเล่าชีวิตร่วมสมัยของคนสามัญ​ที่​เป็นอยู่​จริง ​แม้​จะ​เป็นชีวิต​ที่ลำบากยากเข็ญ ผู้​แต่งก็ยังมองเห็นแง่มุมของ​ความงาม​และอารมณ์ละเมียดละไม​ที่กล่อมเกลาจิตใจ ให้มีแรง​กำลัง​ที่​จะดำรงอยู่​


5.ไม่มีหญิงสาวในบทกวี ของ ซะการีย์ยา อมตยา (สำนักพิมพ์หนึ่ง​)

​เป็นกวีนิพนธ์แบบไร้ฉันทลักษณ์ (free verse) ​ที่มี​ความสั้น-ยาวแตกต่างกันตั้งแต่ 11 บรรทัดจบในครึ่งหน้าจนถึงร้อยกว่าบรรทัดหลายหน้าจบ รวม 36 บท ​โดยสื่อประสบการณ์​และทัศนะอันหลากหลายของผู้​แต่ง ตั้งแต่การสำรวจตนเอง ทัศนะต่อบทบาท​ ธรรมชาติ หน้า​ที่ของกวี​และกวีนิพนธ์ ​ไปจนถึงทัศนะต่อมนุษย์ ชีวิต ปรากฏการณ์​และสถานการณ์ร่วมสมัยในสังคม​ทั้งในระดับบุคคล​และก้าว​ไปถึงระดับ มนุษยชาติ​โดยเชิญชวนให้ผู้อ่านร่วมคิด​ไป​กับ​เขา ​แต่ท้าย​ที่สุดแล้ว​สิ่ง​ที่ผู้อ่าน​และผู้​แต่งมองเห็นหรือค้นพบอาจไม่ใช่สิ่ง หรือคำตอบเดียวกัน


6.รูปฉายลายชีพ ของ โชคชัย บัณทิต' (สำนักพิมพ์มิ่งมิตร)

รวมบทกวีนิพนธ์ 56 บท ​ระหว่างช่วงปลายปี 2541 จนถึงต้นปี 2553 กวีนิพนธ์​แต่ละบท​แม้​จะ​แต่งขึ้น​ต่างกรรมต่างวาระ ​แต่​ได้ผ่านการคัดสรร​และจัดลำดับภายในกรอบของโครงเรื่อง​ 'รูปเล่าเรื่อง​' ​โดย 'รูป' ใน​ที่นี้มี​ทั้งภาพวาด ภาพถ่าย ภาพในจินตนาการ ภาพ​ที่​ได้พบเห็น ภาพใน​ความทรงจำ ฯลฯ ​ซึ่งสะท้อนถึง 'เรื่อง​' อัน​ได้แก่ชีวิตหลากหลายแง่มุม​ที่หลายคนอาจ​จะมองข้ามออกมาอย่างชัดเจน ไม่ว่า​จะ​เป็นหญิงบ้า หมอดู คนใบ้หวย เด็กขายของ ขโมย หรือ​พระ ​โดย 'ชีวิต' เหล่านี้มี​ทั้ง​ที่เจาะจงเฉพาะชีวิต​ใครคนใดคนหนึ่ง​​และชีวิตของผู้คน​ที่มารวม กันใน​ที่นั้น​ๆ​ ด้วยเหตุผลต่างๆ​ กันในกวีนิพนธ์​แต่ละบท



กรุงเทพธุรกินออนไลน์

ผู้จัดการออนไลน์

กระปุก

ซะการีย์ยา อมตยา

Thaipoem

OK.nation

ตัวอย่างบทกวีของซะการีย์ยา อมตยา

ผลิบานจากคาบสมุทรมลายู


เธออาจ ถามฉันว่า บุหงาของฉันหาย​ไปไหน
มาตุภูมิของฉันอยู่​แห่งหนใด
ฉันมี​ความภักดีต่อราชอาณาจักรแห่งนี้หรือไม่
ฉัน​จะมีชีวิตเยี่ยงไรในประเทศ​ที่ถูกวิสามัญฆาตกรรม
ฉัน​จะยืนเคียงข้างฝ่ายใดในสถานการณ์​ที่เปลี่ยนแปลง ​ไป

นี่​คือเรื่อง​ราว​ที่ฉัน​ได้พบเห็น
ฉันมาจากคาบสมุทรมลายู
ดินแดนแห่ง​ความรัก สันติภาพ​และแรงบันดาลใจ
ตาของฉัน​เป็นช่างไม้ ​ส่วนยายเย็บปักถักร้อย
ฉันเติบโตในหมู่บ้านเล็กเล็กริมตีน​เขาบูโด
ในท่ามกลางนิทานพื้นบ้าน​และเรื่อง​เล่าจากอัลกุรอาน
ทุกวันฉันพูด ร้องไห้ ​และหัวเราะ
ด้วยภาษาแม่ของฉัน
บทสนทนายามเช้า​​ที่ร้านน้ำชา
ราวสำนักข่าวอิสระประจำท้องถิ่น
ถ่ายทอดเรื่อง​ราวจาก​ที่ห่างไกล
ในสรรพสำเนียงของเรา

ฉันมาจากคาบสมุทรมลายู
ดินแดนแห่ง​ความรัก สันติภาพ​และแรงบันดาลใจ
เสียงปืนในภาษาของฉัน​และเธอแตกต่างกัน
​เมื่อเสียงปืนแตกโป้งโป้งหนังสือพิมพ์ลงข่าวปังปัง
นกดุเหว่า บรรพบุรุษของฉันเรียกบุหรงตูโว
คำว่า เลือด น้ำตา ผู้ปกครอง ​และการกดขี่
​เมื่อเปล่งออกมาจากปากของฉันด้วยภาษาของเธอ
​ความหมาย​และการตี​ความจึงกัดกร่อน​ความจริง
ฉันไม่​ได้ร่วมสร้างถ้อยคำเหล่านี้
กระนั้น​ฉันยังคงฝัน​ที่​จะถักทอ​ความในใจ
​และจินตนาการของฉันด้วยภาษาของเธอ
​แม้​ที่สุดภาษาของเธอ
​เป็น​ได้เพียงภาษา​ที่สองของฉันก็ตาม

ฉันมาจากคาบสมุทรมลายู
ดินแดนแห่ง​ความรัก สันติภาพ​และแรงบันดาลใจ
บางทีเธออาจสงสัยในตัวฉัน
​แต่ศาสนาของฉันสอนให้มองโลกในทางดี
ให้เชื่อฟังผู้ปกครองอันเปี่ยมธรรม
ให้ต่อสู้​กับ​ความอยุติธรรม
​และให้กล่าว​ความจริงเบื้องหน้าผู้ปกครอง​ที่อธรรม
ไม่​ต้องกลัวว่าฉัน​จะก่อการกบฏ แบ่งแยกดินแดน
ไม่​ต้องกลัวว่าฉัน​จะขัดขืนยื้อแย่งอำนาจรัฐ
เพียงเธอยื่นมือ​ที่ปราศจากเขม่าดินปืน
ฉัน​จะหอบดอกไม้จรุงกลิ่นหอมยื่นให้
​แต่หากมือนั้น​เปื้อนเลือด​ที่แห้งกรังของผู้คนไซร้
ฉัน​จะโบกธวัชแห่งเมล็ดข้าว
ร่วมต่อต้าน​กับผืนแผ่นดิน
​แม้​ที่สุด​ความปราชัย​จะ​เป็นทางเลือกสุดท้าย


“ ซะการีย์ยา อมตยา ”

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3457 Article's Rate 929 votes
ชื่อเรื่อง รางวัลซีไรท์ (S.E.A. WRITE AWARD) --Series
ชื่อตอน ซะการีย์ยา อมตยา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ภาพยนตร์ เพลง บันเทิง
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๕๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๙๓๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น