นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕
น้ำค้างกลางจันทร์ #1
SONG-982
...​ความลับสำคัญ​ที่เธอไม่อาจบอก​ใครๆ​ มันชื่นฉ่ำอยู่​เหมือนน้ำค้างกลางดวงใจ ​แม้ใน​ความ​เป็นจริง​จะแห้งเหือดหาย
​แต่เธอก็ยังเฝ้าติดตามหา แล้ว​วันนี้ วัน​ที่ต้นธารแห่งหยาดน้ำค้างนั้น​...​ หวนคืนมา ​เขา​จะรู้สึก​กับเธอ...​ เหมือนอย่าง​ที่เธอ...​ รู้สึก​กับ​เขาอีกหรือไม่...

ตอน : น้ำค้างกลางจันทร์ บทที่ ๑

แดดเช้า​ทอดทอแสง ​ทั้งประกาย​และไออุ่นล้วนน่า​จะชวนเชิญให้หัวใจชื่นบาน มื้อเช้า​กรุ่นอวลอยู่​บนโต๊ะหินอ่อนขนาดใหญ่ สีเงินของเครื่องเงิน ​และสีทองของลายทอง​ที่ขลิบรอบภาชนะเซรามิคสีขาวข้นขนาดต่างๆ​ นั่น ทำให้อาหารเช้า​มื้อนี้ยิ่งน่า​จะชวนชม​และชวนชิม

​แต่อินทุอรกลับ​กำลังเพลินอยู่​​กับ​ความคิดบางอย่าง ​ระหว่าง​ที่คนโกโก้ร้อน​ไปพลาง จนไม่ทันสังเกตว่าผู้​เป็นบิดาก้าวผ่านเข้ามาจนเกือบ​จะชิด

"ใจลอย​ไปถึงไหนแล้ว​ล่ะลูกอินทุ์"

กระทั่งนายอิศราเอ่ยทักนั่นแล้ว​ เธอจึงรู้สึกตัว

อินทุอรหันกลับ​ไปตามเสียง ทำท่า​จะลุกขึ้น​รับ ​แต่บิดาวางมือลงบนบ่าเธอเสียก่อน ​เป็นเชิงให้ไม่​ต้องมากพิธี

"เรื่อง​งานน่ะค่ะ​ ​กำลัง​จะมีโปรเจคใหม่ เลย​คิดอะไร​​ไปเรื่อย"

เธอไม่คิดว่า​ที่ตอบออก​ไป​จะ​เป็นการโป้ปด ​เพราะโปรเจคใหม่ก็​กำลังมีอยู่​จริงๆ​ แล้ว​ตัวเองก็​กำลังคิดอะไร​​ไปเรื่อยเปื่อยอยู่​จริงๆ​ เช่นกัน

อย่างจันทร์ค้างฟ้านั่นไง สีหมองหม่นมัว ขาวจางอยู่​กลางท้องฟ้าซีดเซียว ​และเดียวดายอย่างไร้คนแลเหลียว ก็อรุณรุ่งของวันใหม่ผ่านเข้ามาแล้ว​ ​ใครเล่า​จะสนใจ จันทร์​จะหลงละเมอคิดว่ายัง​เป็นยามรัตติกาล ​ไปอีกนานแค่ไหนก็เรื่อง​ของจันทร์

กระทั่งเธอยังเหม่อมอง แค่แลผ่านผาดเผิน เห็นสภาพจันทร์เช่นนั้น​แล้ว​ก็แล้ว​​ไป ​จะค้างฟ้าอยู่​อีกนานเพียงใดก็ช่าง...​

"พ่อยืนมองลูกอินทุ์อยู่​พักหนึ่ง​แล้ว​...​ ตอนแรกพ่อตกใจ มองจากตรงประตูนั่น เห็นจากข้างหลังแล้ว​ พ่อนึกว่าคุณแม่ของลูกลงมานั่งคอย ลูกอินทุ์เหมือนคุณแม่ของหนูมากรู้ไหม"

นายอิศราเลื่อนเก้าอี้ตัวข้าง แล้ว​ลงนั่งเคียงบุตรสาว ทอดสายตามองตามอินทุอรออก​ไปสู่ลานกว้าง...​ กว้างอย่างแทบ​จะเรียก​ได้ว่าจดขอบฟ้า...​ บัดนี้แสงอรุณฉาบไล้ให้ลานหญ้าสีเขียวกระจ่าง ยิ่งวาวแสงขึ้น​เหมือนชุ่มด้วยน้ำทอง

"​ที่ดินผืนนี้ บ้านหลังนี้ สมบัติของแม่หนู​ทั้งนั้น​...​ พ่อตั้งใจไว้แล้ว​ว่า​จะยกให้ลูกอินทุ์​ทั้งหมด"

บิดาพูดด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ​ มือ​ที่แตะบ่าอยู่​ตอนแรก เปลี่ยนมา​เป็นลูบศีรษะบุตรสาวเบาๆ​ อินทุอรก็นึกสุขใจคละเคล้าอยู่​​กับ​ความอบอุ่น ​กับอาการ​ที่ผู้​เป็นบิดาส่งผ่านมาดังนั้น​

ยามอยู่​กันเพียงสองคนพ่อลูกเช่นนี้ นายอิศราไม่เคยลืม​ที่​จะถ่ายทอด​ความรู้สึกของตนว่า ยังรัก ยังอาทร ​และ...​ ยังนึกถึงมารดาของอินทุอรอยู่​ไม่เสื่อมคลาย

"คุณแม่คงยังคอยดูแลเราจากข้างบนโน้นนะคะ​ อาจ​จะยังรอคุณพ่อ ​แต่อินทุ์อยากอยู่​​กับคุณพ่อนานๆ​ อินทุ์ไม่หวังอะไร​อื่น นอกจาก​ได้อยู่​ดูแลคุณพ่อของอินทุ์ ดูแลคุณพ่อแทนคุณแม่"

"ป่านนี้แม่ของอินทุ์คงสบาย​ไปแล้ว​ ​จะเหลือก็​แต่เราสองคน ​ที่ยัง​ต้องอยู่​กันต่อ​ไป อินทุ์...​ พ่อถามจริงๆ​ อินทุ์​กำลังมอง​ใครๆ​ อื่นไว้อีกหรือเปล่าลูก"

อยู่​ๆ​ นายอิศราก็เปลี่ยนเรื่อง​ แถมยังเปลี่ยน​เป็นเรื่อง​​ที่ทำให้อินทุอรลำบากใจ​เป็น​ที่สุด ...​ก็​ที่เธอใจลอยอยู่​นี่ ไม่ใช่​เพราะเรื่อง​นี้หรอกหรือ

"ทำไมคุณพ่อถามอินทุ์อย่างนั้น​ล่ะคะ​"

น้ำเสียงของอินทุอรหม่นหมองลงเล็กน้อย ขณะ​ที่ในใจยังพยายามเดาต้นตอของคำถาม

"พ่อไม่ค่อยมั่นใจปริวัฒน์ ​ถ้าลูกอินทุ์อึดอัด หรือคิดว่า​เขายังไม่ใช่คน​ที่​จะ​เป็นคู่ชีวิตกัน​ได้ พ่อก็ว่าน่า​จะถอนหมั้นกัน​ไป"

"อินทุ์กลัวน้าโสภา​จะไม่เห็นด้วยน่ะสิคะ​"

สองคน​ที่สองพ่อลูก​กำลังพูดถึง ฝ่ายหนึ่ง​​คือ ปริวัฒน์ บุตรชายคนโตของครอบครัวผู้มั่งมีตระกูลหนึ่ง​ ​ซึ่งฝ่ายหลัง​ที่อินทุ์อรออกชื่อว่า "น้าโสภา" จัดการให้​ได้หมั้นหมาย​กับเธอ​ได้ใน​ที่สุด

​ส่วน "น้าโสภา" หรือคุณโสภาพรรณ นั้น​​คือภรรยาคนปัจจุบันของนายอิศรา มา​แต่งงานใหม่​กับบิดาของอินทุอร ตั้งแต่เธอเสียมารดา​ไป​ได้ไม่นาน ​และคุณโสภาพรรณผู้นี้เอง ​ที่รับหน้า​ที่ดูแลอินทุอรมาอย่างค่อนข้างบริบูรณ์ในฐานะแม่เลี้ยง ตั้งแต่เธออายุยังไม่เกินสองสามขวบ

"แสดงว่าลูกอินทุ์ไม่ชอบนายปริวัฒน์อะไร​นั่น"

"ท่าทาง​เขาก็เฉยๆ​ ​กับอินทุ์เหมือนกัน"

อินทุอรยังเลี่ยงคำถามแรกของนายอิศรา​ไปเรื่อยๆ​

"​แต่คุณน้า​เขาว่า ดี​พร้อมทุกอย่าง...​"

อินทุอรอยาก​จะพูดออก​ไปนัก หากดี​พร้อมขนาดนั้น​ ทำไมไม่ทาบทามไว้ให้ลูกสาวของตัวเองเสียเล่า ​จะมาเจ้ากี้เจ้าการอะไร​​กับเธออยู่​​ได้

​แต่ก็ไม่​ได้เอ่ยอะไร​ออก​ไป ​เพราะอินทุอรไม่อยากให้ผู้​เป็นบิดา​ต้องลำบากใจ​กับเรื่อง​​ที่ไม่น่า​จะ​เป็นเรื่อง​เช่นนี้

"​ที่จริง พ่อเห็นว่านายปริวัฒน์อะไร​นั่น ก็ทำหน้า​ที่ของ​เขา​ได้ดี เพียง​แต่รู้สึกว่า​มันชืดๆ​ ชาๆ​ กัน​ทั้งสองฝ่าย"

"​เขาคงงานยุ่งมังคะ​ ทายาทเจ้าของธุรกิจใหญ่โตขนาดนั้น​"

สีหน้าของอินทุอรยังเรียบๆ​ นิ่งๆ​ ราว​กับไม่​ได้​กำลังพูดถึงคู่หมั้นคู่หมาย​ที่อาจ​จะ​ต้อง​ได้​ใช้เวลาร่วมกัน​ไปอีกตลอดชีวิต

เธอลืม​ไปแล้ว​ด้วยซ้ำ ว่าบรรยากาศในงานวันหมั้นนั่น​เป็นอย่างไร จำ​ได้รางๆ​เพียงว่ามันช่างมากมาย​​ไปด้วยพิธีรีตอง รวม​ทั้ง​ความรู้สึกวันนั้น​ ​ที่เธอก็จำไม่​ได้เช่นกัน

"หรือ​จะให้คุณน้า​เขา​ไปหาฤกษ์​แต่งงานกันเสียให้เรียบร้อย​ ทางโน้น​เขาก็จัดว่า​เป็นทายาทมหาเศรษฐี ​ใครๆ​ ก็หมายปอง ​ระหว่างรีๆ​ รอๆ​ กันอยู่​นี้ เกิดพลาดพลั้งอะไร​กันขึ้น​มา ลูกอินทุ์ของพ่อ​จะเสียหาย"

อินทุอรอึ้ง​ไปอีกพัก นี่บิดา​กำลัง​จะคาดคั้น​เอาอะไร​​กับเธอ อยาก​จะขับไสให้ออกจากบ้านหลังนี้​ไปมากมาย​ขนาดนั้น​เชียวหรือ

​และนายอิศราคงอ่านสีหน้าของบุตรสาวออก

"พ่อไม่เคยสักนิด​ที่​จะคิดผลักไส อยากให้ลูกอยู่​​กับพ่อ​ไปนานๆ​ การหมั้นอะไร​นั่น พ่อก็ผิดเอง​ที่ไม่​ได้ยับยั้งต้านทานให้เข้มแข็งพอ ​แต่จนถึงวันนี้...​ ​ที่พ่อ​ต้องพูด​ต้องถาม ก็​เพราะอยาก​จะเห็นอะไร​​ที่มันแน่นอนลง​ไป ขอเพียงแค่ลูกอินทุ์บอก ไม่ว่านายปริวัฒน์นั่น​จะใช่หรือไม่ใช่ พ่อ​จะ​ได้จัดการให้มันครบถ้วน"

ทุกถ้อยคำของนายอิศรา ล้วนอ่อนโยนนุ่มนวล ฟังคล้าย​กำลังปลอบประโลมลูกสาวตัวเล็กๆ​ ​ที่เพิ่งร้องไห้จ้าวิ่งเข้ามาหา ​เพราะถูก​ใครบางคนบังคับขัดใจ

"ขอเวลาอินทุ์อีกนิด​ได้ไหมคะ​คุณพ่อ อินทุ์ก็ผิดเอง​ที่ไม่ยอมปฏิเสธ​ไปตั้งแต่ตอนนั้น​ ​ที่จริงปริวัฒน์​เขาก็ไม่​ได้บกพร่องอะไร​ อินทุ์คิดว่าคบหาดูใจกัน​ไป ​ความรู้สึกมันอาจ​จะก้าวหน้าขึ้น​มา​ได้บ้าง"

"ทางโน้นก็คงเหมือนกันใช่ไหม"

คำถามนี้ นายอิศราถามออกมาหลังจากนิ่ง​ไปอึดใจหนึ่ง​ ค่อนข้างแน่ใจแล้ว​ว่า คู่นี้ไม่น่า​จะ​ไปกันตลอดรอดฝั่ง

"ค่ะ​...​"

อินทุอร​ได้​แต่รับคำอยู่​ในลำคอ ขณะ​ที่สายตาชำเลืองเห็นว่า คุณโสภาพรรณ​กำลังเดินลงบันไดมาจากชั้นบน

"คุณน้าลงมาแล้ว​ ว่า​แต่คุณพ่อมีอะไร​หรือเปล่าคะ​ ถึงเรียกให้พวกเราลงมารับประทานมื้อเช้า​กัน​พร้อมหน้า"

"คุณน้าน่ะลูก ​เขาว่ามีเรื่อง​สำคัญ​จะบอกให้ทุกคน​ได้รับรู้​พร้อมๆ​ กัน"




​แม้ว่ารูปร่าง​จะไม่แบบบางอย่างรุ่นสาว ​แต่วันนี้คุณโสภาพรรณก็ยังสวยพริ้ง ​แต่งหน้า​และทำผมอย่าง​ที่​พร้อม​จะออก​ไปงานสังคมใหญ่ๆ​ ​ทั้ง​ที่เพียง​จะแค่ลงมารับประทานอาหารเช้า​

​และถึง​จะลงมาช้ากว่า​ที่กำหนด นายอิศราก็ยังยิ้มให้​ได้ง่ายๆ​

"คุยอะไร​กันอยู่​จ๊ะ​พ่อลูก น้าขอโทษ​ที่ลงมาช้า ก็...​ กะว่า​จะให้มันเสร็จสิ้น​ไปทีเดียว เลย​​จะเลย​​ไปหาคุณแวววิไล​เขาเสียเลย​"

ประโยคหลังๆ​ อินทุอรยังไม่ค่อยเข้าใจ ​แต่ก็ยังนั่งสงบปากคำเหมือน​ที่เคย

"ไหนคุณโสภาว่า​จะปรึกษากันก่อน"

"​จะ​ต้องมานั่งปรึกษาหารือให้ยืดยาดกัน​ไปทำไมอีกล่ะคะ​คุณพี่"

บรรยากาศในโต๊ะอาหารเริ่มระอุร้อนขึ้น​มาทันที​ที่หางเสียงของคุณโสภาพรรณตวัดเข้ากระแทกกระทั้นผู้​เป็นสามี

"ผมแค่ถามถึง​ที่เราคุยกัน​เมื่อวาน ​ที่ว่า​จะปรึกษากันให้แน่นอนเสียก่อน"

ยิ่งนายอิศราทำท่าประนีประนอม คุณโสภาพรรณก็ยิ่งทำตาเขียวใส่

"ทำไมคะ​ เรา​เป็นพ่อ​เป็นแม่ เรื่อง​แบบนี้มี​แต่​จะยิ่งให้เกียรติศักดิ์วงศ์ตระกูลยิ่งก้าวหน้ากว้างขวาง มีหรือคะ​​ใคร​จะปฏิเสธ"

ท้ายๆ​ ถ้อยคำ คุณโสภาพรรณหันมาค้อน​เอา​กับอินทุอรราว​กับเธอ​เป็นต้นเหตุสำคัญของ​ความโมโหโกรธาครั้งนี้

"​เอาละๆ​ ทานมื้อเช้า​เสียก่อน...​ ลูกอินทุ์ทานอะไร​หรือยังล่ะลูก โกโก้แก้วเดียว​จะอยู่​ท้องหรือ"

ต่อหน้าคุณโสภาพรรณ อินทุอรมักสงบปากสงบคำ ​เพราะเคยมานักต่อนัก ​ที่เรื่อง​เล็ก​จะกลาย​เป็นเรื่อง​ใหญ่ เพียง​เพราะเอ่ยสักคำ​ที่ไม่ถูกหูแม่เลี้ยง

ตลอดเวลา​ที่อยู่​ร่วมกันมา จริงอยู่​ว่าภรรยาใหม่ของคุณพ่อ ​จะไม่เคยทำหน้า​ที่เลี้ยงดูเธอให้บกพร่อง ​แต่​ความรัก​ความเอ็นดูนั้น​เล่า อินทุอรแน่ใจว่าไม่เคย​ได้สัมผัส

"​เป็นไงล่ะอินทุ์ ​กับคุณปริวัฒน์น่ะ น้า​จะ​ไปขอฤกษ์​แต่งเสียทีนะ"

นี่นะหรือเรื่อง​​ที่​จะปรึกษา อินทุอรขัดใจขึ้น​มาทันที เลื่อนจานแบ่งออกจากตัว ​และปล่อยขนมปัง​ที่​กำลังคีบกลับวางไว้ตามเดิม ​ทั้งยังอดไม่​ได้​ที่​จะ​ต้องมองสบตา​กับคุณโสภาพรรณตรงๆ​

"ทำไมล่ะ หรือว่า​จะมีปัญหา"

น้ำเสียงของคุณโสภาพรรณไม่​ได้แข็งกร้าวเหมือนอย่าง​ที่คุย​กับนายอิศรา ​แต่แววตา​ที่เชือดเฉือนนั้น​ ทำให้อินทุอรจำ​เป็น​ต้องหลบสายตา

"...​เรา​เป็นลูกผู้หญิง คุณปริวัฒน์​เขาก็ไม่​ได้เสียหายอะไร​ มี​แต่​จะส่งเสริมให้ธุรกิจการงานของคุณพ่อเธอเจริญรุ่งเรือง หากไม่คิดถึงตัวเอง ก็ขอให้คิดถึงหน้าถึงตาคุณพ่อของเธอ​เอาไว้บ้าง"

"​แต่...​ อินทุ์ไม่​ได้เต็มใจตั้งแต่แรก"

ใน​ที่สุด อินทุอรก็​ต้องพึมพำออก​ไป

"ตลกนะคะ​คุณพี่...​"

ราว​กับคุณโสภาพรรณไม่​ได้ยินถ้อยคำของลูกเลี้ยง หล่อนกลับหัน​ไปพูด​กับสามี เหมือน​กับเพิ่งนึกถึงขำขันสักเรื่อง​ขึ้น​มา​ได้

"...​นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว​ ทีตอนนั้น​ละเงียบ อย่าง​กับกลัวดอกพิกุล​จะร่วงออกจากปาก สาวๆ​ สมัยนี้น่ะหรือคะ​ โสภาไม่เชื่อหรอกว่า ​จะไม่กล้าขืนขัดใจพ่อแม่ ​เอา​แต่ใจของตัวเอง"

คำสุดท้ายยังกระแทกเสียงใส่ ให้คน​ที่ถูกกระทบกระเทียบรู้ชัดๆ​ ว่าไม่ควร​จะเพิ่งมาไม่พอใจอะไร​​กับเรื่อง​การหมั้นการ​แต่งงานครั้งนี้

จนถึงตอนนี้ นายอิศราก็ยังไม่ปริปากใดๆ​ อีก ​แม้ลูกสาว​ที่ตนพร่ำบอกเสมอว่ารักมากมาย​ ​จะพยายามสบสายตา ขอ​ความคิดเห็น ขอ​ความช่วยเหลือ ขอให้พูดอะไร​สักอย่างออกมาบ้างก็​ได้ ​แต่​เขาก็ยังนิ่งเงียบ

"อินทุ์...​ อินทุ์อยาก​จะขอเวลา...​"

อินทุอรก็ยังคงพูด​ได้ไม่เต็มคำ

"​จะมาขอเวลาอะไร​อีกล่ะจ๊ะ​ นี่มันก็ค่อนปีเข้า​ไปแล้ว​ หรือว่า​จะรอให้ท้องมันโย้ออกมาเสียก่อน"

คุณโสภาพรรณยังจ้องอินทุอรเขม็ง สายตานั้น​ประเมินค่าลูกเลี้ยงของตนเองต่ำจนแทบ​จะไม่มีราคา

อินทุอรรู้สึกว่า​หน้าชาวูบ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้น​มาทันที...​

"คุณพ่อคะ​...​"

เอ่ยออกมา​ได้แค่นั้น​ ก็รู้สึกเสียง​จะสั่นจนไม่อาจ​จะเอ่ยคำใดๆ​ ​ได้อีก

"คุณว่า​จะ​ไปไหนนะ ​ไปหาคุณแวว...​ อะไร​...​ ​ใคร ผมไม่เห็นเคย​ได้ยินชื่อ"

ใน​ที่สุดนายอิศราก็เอ่ยขึ้น​ อินทุอรไม่แน่ใจว่า คำถามเช่นนั้น​​จะ​เป็นการช่วยปกป้องเธออย่างไร​ได้

"ก็พวกๆ​ กันน่ะค่ะ​ ​เพื่อนของ​เพื่อนอีกที เพิ่ง​ได้คุยกันสองสามครั้ง ​แต่ฐานะเหย้าเรือนก็สืบเถาตระกูลกัน​ได้เก่าแก่ จัดว่า​เป็นผู้ดีมีฐานะ โสภามองไม่พลาดหรอกค่ะ​ คุณแวววิไลคนนี้น่ะ คบหา​ได้"

แล้ว​ก็เหมือนคุณโสภาพรรณ​จะลืมเรื่อง​​ที่​กำลังร้อนๆ​ อยู่​​กับอินทุอร​ได้สนิท กล่าวชักแม่น้ำ​ทั้งร้อยสาย มาอ้างอิงคุณสมบัติของ​เพื่อนใหม่​ที่สามีเพิ่งเคย​ได้ยินชื่อ​เป็นครั้งแรก

"​เขากว้างขวางเรื่อง​หลวงพ่อหลวงนาย ผูกดวงทำนายทายทักนี่รู้หมด ว่า​พระคุณเจ้ารูปไหนมีวิทยาคุณอะไร​บ้าง"

"​พระน่ะหรือ...​ เรื่อง​ทำนายทายทักหาฤกษ์หายาม ​พระพุทธเจ้าท่านห้ามไว้ไม่ใช่หรือ"

พอคุณโสภาพรรณทำท่าว่า​จะกู่ไม่กลับ บิดาของอินทุอรเลย​ยิ่งตั้งคำถามให้ล่วงเลย​ออก​ไปจากบรรยากาศตึงเครียด​เมื่อครู่

"องค์นี้ท่านว่าเชี่ยวชาญ​ทั้งปริยัติปฏิบัติ ข้อไหนอาบัติ เช้า​ขึ้น​มาก็ปลงซะ คุณแวว​เขาว่าท่านยอมอาบัติ ​เพื่อโปรดสัตว์ผู้ตกทุกข์​ได้ยาก"


"​แต่อนาคตนะคุณโสภา ​ที่ทำนายทายทักน่ะ ทายดีก็ดี​ไป ​ถ้าทายว่าร้าย ก็​จะเกิดทุกข์เสียตั้งแต่ตัวทุกข์ยังไม่เกิด"

คราวนี้คุณโสภาพรรณ​ต้องตวัดค้อนให้สามีเสียทีหนึ่ง​ แล้ว​ก็สะบัดหน้ามาทางอินทุอร เหมือนอย่าง​จะนึกขึ้น​มา​ได้ว่าคุยเรื่อง​อะไร​ค้าง​เอาไว้

"เรื่อง​ชีวิตคู่น่ะนะ มันก็​ต้องดูฤกษ์ดูยาม น้าเองก็ผิด​ไปตอนหมั้นนั่น ก็มันฉุกละหุกอย่าง​ที่รู้ๆ​ กันนั่นละ ​แต่เธอรู้ไหมว่า​ถ้าพลาดครั้งนั้น​​ไปแล้ว​ ป่านนี้คุณปริวัฒน์นั่น​ต้องดิ้นไม่หลุดจากผู้หญิงคนนั้น​แน่ๆ​"

เรื่อง​​ที่คุณโสภาพรรณหันมาพูด​กับอินทุอรนี้ ​เป็นข่าวดังเกรียวกราวอยู่​พอสมควรในช่วงหลายเดือน​ที่แล้ว​ ​ที่ว่าทายาทธุรกิจพันล้านทำดาราสาวคนหนึ่ง​ท้อง แล้ว​ทำท่าว่า​จะไม่ยอมรับ อ้างว่าตนซื่อสัตย์อยู่​​กับ​แต่คู่หมั่นสุด​ที่รักคนเดียว

พอ​ได้ฟังเรื่อง​นี้อินทุอรก็​ต้องเบ้หน้า ก็ทำให้คุณโสภาพรรณ​ได้เห็นชัดๆ​ นั่นละ ว่า​เป็น​เพราะผลประโยชน์ร่วมกันหรอก สองครอบครัว​ระหว่างเธอ​กับ​เขาจึงถูกจับมา​เป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน​ได้

​แต่​ที่อินทุอรไม่เคยบอก​ใครนั้น​สำคัญกว่านัก

​ที่ตอบตกลงรับหมั้น...​ ก็​เพราะตอนนั้น​ตนรู้สึกอกหัก ถูกทอดทิ้ง...​

ถูกทอดทิ้ง​ทั้ง​ที่...​ ​ทั้ง​ที่...​

อินทุอรไม่อยาก​จะนึกถึงมันเลย​จริงๆ​

คืนนั้น​...​ คืนนั้น​คืนเดียวเท่านั้น​...​.

​ที่ทำให้เธอ​ต้องมาตกอยู่​ในสถานการณ์​ที่แสน​จะลำบากใจ

หากย้อนเวลากลับ​ไป​ได้ ในคืนนัดบอดครั้งนั้น​...​ แน่นอน...​

เธอ​จะปฏิเสธ




มื้อเช้า​ไม่ชวนให้ชมชิมอีกต่อ​ไป บรรยากาศ​ทั้งโต๊ะอาหารออกแนวเฉยเมยใส่กันมากกว่า​จะเคร่งเครียด ราว​กับทุกคน​กำลังนิ่งอยู่​ใน​ที่มั่นของตัว หาก​ใครสักคนเอ่ยสิ่งไรออกมาก่อน ผู้นั้น​​จะ​ต้อง​เป็นผู้พ่ายแพ้ในสงครามมื้อนี้

"แหม...​ ผมนึกว่า​จะไม่รอกันเสียแล้ว​ ทำไมเงียบกันจังล่ะครับ​คุณแม่"

เจ้าของเสียงเอ่ยทักทายทุกคน​ที่นั่งรออยู่​ก่อน ตั้งแต่โผล่ประตูเข้ามา

"​แต่ผมก็ไม่ใช่คนสุดท้าย...​ ใช่ไหมครับ​คุณพ่อ"

"นั่งสิพันธ์ ลงมาช้า​ไปหน่อย​นะ"

นายอิศราระบายลมหายใจยาว ก่อนเชิญชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเรียบๆ​ ประโยคหลัง​เป็นเชิงตักเตือนมากกว่า​จะตำหนิ

คน​ที่ถูกเชิญ ชื่อพันธกานต์ ​เป็นลูกติดของคุณโสภาพรรณ ​ที่นายอิศรา​ต้องยินดีรับไว้​เป็นบุตรบุญธรรม ​เนื่องจากหลังจาก​ที่​แต่งงาน​กับภรรยาใหม่มา​ได้ร่วมปีแล้ว​ถึงเพิ่งรู้ว่า มีหล่อนมีลูกชายหลบซ่อนไว้อีกคน

​แต่พันธกานต์ก็รู้อยู่​ ขยันขันแข็ง​ทั้งการเรียนการงาน กระทั่งตอนนี้ก็แทบ​จะรับภาระกิจการงานต่างๆ​ สืบทอดจากนายอิศรา​ได้​ทั้งหมด

"​เมื่อคืนดึก​ไปหน่อย​น่ะครับ​ รับลูกค้าญี่ปุ่น กว่า​เขา​จะแย้มๆ​ ว่าซองประมูลงานของเรา​จะ​ได้รับพิจารณา​เป็นพิเศษ ก็เกือบๆ​ ตีสาม"

พันธกานต์เล่าเรื่อยๆ​ มากกว่า​จะ​เป็นการแก้ตัว ​เขาหันมายักคิ้วให้อินทุอรนิดหนึ่ง​ ตอนเรียกหากาแฟร้อนๆ​ เข้มๆ​

"พวกไอ้ยุ่น มัน​จะหลอกกินเลี้ยงเราหรือเปล่า พวกนั้น​มันตรงยังกะไม้บรรทัด ​จะมาลักไก่อะไร​เหมือนอย่างเราๆ​ ​ได้หรือ"

"ไม่มี​ใครดี​ไปหมดหรอกครับ​คุณพ่อ ขึ้น​อยู่​​กับว่าเรา​จะควานหาคนแบบ​ที่เรา​ต้องการ​ได้​ที่ไหนต่างหาก"

"ไม่รู้สิพันธ์ พ่อค่อนข้าง​เป็นห่วง อยากทำอะไร​ๆ​ ให้มันโปร่งใส"

"ก็...​ รับรองว่าโปร่งใสแน่ครับ​คุณพ่อ รับรองว่าถูก​ต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง ไม่มีทาง​ที่​ใคร​จะมากล่าวหาอะไร​เรา​ได้"

สีหน้าของพันธกานต์ยังรื่น ​เขาชินเสียแล้ว​​กับคำทักท้วงของผู้​เป็นบิดาเลี้ยง รู้ดีว่านายอิศราชอบพูดแบบกันไว้ก่อน ​ซึ่งหาก​เขาหาเหตุผลมาอธิบาย​ได้ ก็ไม่เคยขัดข้อง

"อินทุ์​เขา​จะ​แต่งงานแล้ว​นะพันธ์ แม่​จะ​ไปหาฤกษ์เสียให้เสร็จๆ​ ​ไปในวันนี้"

คุณโสภาพรรณแทรกขึ้น​ทันที​ที่​ได้จังหวะ ทำ​เอาอินทุอรแทบสำลักโกโก้จิบสุดท้าย

"คุณแม่ว่าไงนะครับ​! ก็ไหนบอกว่าแค่หมั้นกันไว้ก่อน"

เสียงของพันธกานต์เหมือนตกใจอะไร​สักอย่าง ​แต่​เขาก็รีบปรับสีหน้าให้แนบเนียน​ได้ทันท่วงทีในท้ายประโยค

"พันธ์ก็รู้ว่าคุณปริวัฒน์​เขา​เป็นดาวสังคม ​ใครๆ​ ก็หมายปอง แค่หมั้นแล้ว​ไม่รีบ​แต่ง คนก็เลิกนินทาเรื่อง​ท้องก่อน​แต่ง​ไปเปลาะนึงแล้ว​ไงล่ะ"

คุณโสภาพรรณเว้นระยะนิดหนึ่ง​ ตอนหันมาพยักพเยิดให้สามี

"...​คราวนี้​ถ้าปล่อยให้ช้าออก​ไป แม่กลัวว่า​จะเสร็จนังนางแบบอะไร​นั่น​ไปเสียก่อน"

"ผมว่าไม่น่านะครับ​คุณแม่ ปริวัฒน์​เขาก็ดูเรียบร้อย​ดีตั้งแต่หมั้น​กับน้องอินทุ์"

"เรา​จะ​ไปรู้​ได้เรอะพันธ์ ​เขาไม่​ได้มาประกาศนี่ว่า​จะ​ไปอะไร​กะ​ใครตอนไหน"

คุณโสภาพรรณบรรยายเรื่อย​ไป คล้าย​กับไม่​ได้มีอินทุอรนั่งร่วมอยู่​ด้วย

"แล้ว​น้องอินทุ์...​"

จนพันธกานต์หันมาถามนั่นละ คนถูกถามจึง​ได้เงยขึ้น​มองคนรอบโต๊ะ

"อินทุ์...​. บอกคุณน้าแล้ว​ว่าอยาก​จะขอเวลาสักนิด"

เสียงเบาราวแค่พึมพำอยู่​​กับตัวเองเพียงเท่านั้น​

"แสดงว่ายังไม่​พร้อม...​ พี่ก็ว่ามันเร็ว​ไป"

"​จะมาเร็วเกิน​ไปอะไร​อีกล่ะ"

คุณโสภาพรรณตวัดเสียงแหลมร้อนขึ้น​มาทันที

"ก็อะไร​ๆ​ ​ที่​จะทำลง​ไป​โดย​ที่คนทำยังไม่​พร้อม มันก็เร็วเกิน​ไป​ทั้งนั้น​ จริงไหมครับ​คุณพ่อ"

พันธกานต์​พร้อม​จะขัด​กับมารดาของตนเอง​ได้เสมอ หากมีนายอิศราคอยหนุนหลัง

​และ​เมื่อนายอิศราพยักให้​เป็นอาการเห็นด้วย พายุอารมณ์ลูกใหญ่ก็ตั้งเค้าทะมึนขึ้น​มาทันที

"ผม...​ ผมหมาย​ความว่า เราน่า​จะ​ต้องปรึกษา​กับทางโน้น​เขาก่อน"

นายอิศรา​ต้องรีบอ้อมแอ้ม ​เป็นการตัดลมเสียตั้งแต่ต้นไฟ

คุณโสภาพรรณจึง​ได้​แต่สะบัดหน้า​ไปเสียอีกทาง ด้วย​ความขัดใจเต็ม​ที่

"ว่ายังไงล่ะเธอ ​จะ​ต้องผัด​ต้องผ่อน​ไปกันสักกี่มากน้อย ไอ้​ที่ร่อนๆ​ ออก​ไปกะ​เขาน่ะ ​จะรอวันให้มันพลาดพลั้งมาก่อนหรือยังไง"

พอใส่อารมณ์ต่อ​เนื่อง​กับ​ใครไม่​ได้ คุณโสภาพรรณก็หันมาลง​เอา​กับลูกเลี้ยง

"เรื่อง​​ไปไหนมาไหนนั่น มันก็...​ ยังไม่มีอะไร​คืบหน้าไม่ใช่หรือลูกอินทุ์"

​แต่คำถามนั้น​ค่อนข้างรุนแรง นายอิศราจึงอด​ที่​จะออกปกป้องไม่​ได้

ลมพัดพรู​เอาไอเย็นของยามเช้า​ผ่านเข้ามา ​ทว่าอินทุอรกลับรู้สึกผ่าวร้อน​ไป​ทั้งตัว ด้วยว่าไม่รู้​จะตอบคำถามให้​ใครก่อน อีก​ทั้ง​เมื่อมอง​ไปทางพันธกานต์ ​เขาก็นั่งซ่อนหน้าอยู่​หลังหนังสือพิมพ์เสียแล้ว​

เวลานี้อินทุอรหวัง​จะพึ่งพาพันธกานต์​ที่สุด ​เพราะ​เขาไม่หงอคุณโสภาพรรณ กล้าทักกล้าเถียง ​ถ้าเห็นว่าสิ่ง​ที่มารดาของ​เขาทำลง​ไปมันไม่ถูก​ต้อง

อินทุอรรักพันธกานต์เหมือนพี่ชาย เธอปรึกษา​เขา​ได้ทุกเรื่อง​ จนแทบไม่รู้สึกเลย​ว่า​เขา​เป็นแค่พี่เลี้ยง ​ที่อายุห่างกันสามสี่ปี เรียก​ได้ว่าสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องแท้ๆ​ อย่างคู่ของพันธกานต์​กับพิมพิกาก็ว่า​ได้

รายนั้น​...​ พิมพิกา ลูกคนรองของคุณน้า​ที่เกิด​กับคุณพ่อ แบบ​ที่เรียกว่ามีลูกทัน​ใช้ ​คือนายอิศรา​กับคุณโสภาพรรณ​แต่งงานกันยังไม่ทันข้ามปี พิมพิกาก็รีบออกมาลืมตาดูโลกเสียแล้ว​

พิมพิกา​เป็นลูกคนเล็ก ​และ​ที่รักของทุกคนในบ้าน ​แม้ทุกอย่าง​ที่​เป็นพิมพิกา​จะดูเกินๆ​ ล้นๆ​ ​ไปหมด ​แต่ทุกคนก็รักหล่อน ยอมให้หล่อนในทุกสิ่ง​ที่​ต้องการ

กระทั่งอินทุอรก็ยังรู้สึก ว่าพิมพิกา​เป็นน้องสาวคนเล็ก​ที่เธอ​จะ​ต้องปกป้องดูแล ​และยอมตามใจ

​แต่พันธกานต์​ที่​เป็นคนตรงๆ​ กลับไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักเวลา​ที่พิมพิกาชอบทำอะไร​ตามใจตัวเอง แล้ว​ก็เลย​ไม่ค่อยอยาก​จะคุย​กับน้องสาวแท้ๆ​ ของ​เขาเอง เวลา​จะตักเตือนหรือแนะนำอะไร​หล่อน ​เขาก็​จะมาพูดผ่านอินทุอรเสียมากกว่า

"แน่ะ...​ ถามแล้ว​ยังทำเฉย นี่มันเรื่อง​​ทั้งชีวิตของเรานะอินทุ์ ​ที่น้าเข้ามายุ่งวุ่นวายนี่ก็​เพราะ​เป็นห่วง นี่ละหนา​ที่​เขาว่า ​เอาลูก​เขามาเลี้ยง​เอาเมี่ยง​เขามาอม มันก็​ได้​แต่พะอืดพะอม กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่​อย่างนี้"

คุณโสภาพรรณยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ​เมื่อเห็นว่าอินทุอรยัง​ใช้​ความเงียบ​เป็นการตอบคำถาม

"ก็...​ อินทุ์บอก​ไปแล้ว​ ​จะให้พูดอะไร​อีกล่ะคะ​"

"ก็มันชีวิตเธอ ​ถ้าเธอไม่ยอมฉัน​จะ​ไปกะเกณฑ์อะไร​​ได้"

ลองขึ้น​เธอขึ้น​ฉันอย่างนี้แล้ว​ละก็ ​เป็น​ต้องเกิดเรื่อง​ยืดยาวอีกแน่ๆ​ พันธกานต์ถึง​กับลดหนังสือพิมพ์ลง​เพื่อสังเกตการณ์ ขณะ​ที่นายอิศราก็​ต้องขยับตัวให้คลาย​ความอึดอัด ก่อน​จะเอ่ยถ้อยคำออกมา

"ลูกอินทุ์...​ พ่อว่าให้น้าโสภา​เขา​ไปดูๆ​ ไว้ก่อนก็ไม่เสียหายนะ ไม่ใช่ว่าดูฤกษ์วันนี้แล้ว​​จะ​แต่งพรุ่งนี้เสีย​เมื่อไหร่ จริงไหมล่ะ"

"คุณพี่คะ​ อย่ามาเสียเวลาอธิบายเรื่อง​อะไร​แบบนี้เลย​ค่ะ​ เรื่อง​แค่นี้ต่อให้คนปัญญาไม่สมประกอบ​เขาก็ยังรู้กันทั่ว​ไป"

​แต่คุณโสภาพรรณก็ยังไม่วายกระแทกใส่ลูกเลี้ยงอยู่​ดี

"คุณแม่​ไป​ได้อาจารย์ดี​ที่ไหนมาหรือครับ​...​"

​เป็นพันธกานต์​ที่เอ่ยขัดขึ้น​

"​ถ้าเก่ง ผมอยากฝากให้คุณแม่ช่วยถาม เรื่อง​ลูกค้าญี่ปุ่นคราวนี้​จะสำเร็จใหม่"

"ฮู้ย!...​ เรื่อง​อย่างนั้น​ แม่เชื่อฝีมือพันธ์อยู่​แล้ว​ละจ๊ะ​ ​แต่ก็ไว้​จะถามๆ​ ให้"

แล้ว​พันธกานต์ก็จี้ถูกจุด เสียงแหลมๆ​ ของมารดาเปลี่ยนสำเนียง​ไป​ได้ทันที

"ผมอยาก​จะออกรถใหม่ ยังไงฝากดูด้วยว่าสีอะไร​ เลขอะไร​​จะดีถูกโฉลก"

"เอ...​ เรื่อง​นี้แม่ไม่แน่ใจ ​แต่ไม่​เป็นไร ​จะถามๆ​ คุณแวววิไล​เขาให้"

"​ใครนะครับ​"

"คุณแวววิไลน่ะ ​เพื่อนแม่เอง"

"ผมไม่เห็นเคย​ได้ยิน"

"ก็แหม...​ คุณแวววิไลน่ะนะ...​ เค้า...​"

"อินทุ์อิ่มแล้ว​ค่ะ​ ขอตัวก่อนนะคะ​คุณพ่อ พี่พันธ์...​"

ไม่แทรกก็เหมือนแทรก การ​ที่อินทุอรเอ่ยขึ้น​เสียอย่างนี้ ย่อมทำให้คุณโสภาพรรณ​ต้องแหวขึ้น​มาอีกจน​ได้

"ไม่มีมารยาท ธุระของตัวเอง​ทั้งนั้น​!"

"อินทุ์มีประชุม​แต่เช้า​ค่ะ​ ​ต้องรีบ​ไป" อินทุอรยังพยายามใจเย็น

"แสดงว่าเธอตกลงตามนี้"

คุณโสภาพรรณยังคาดคั้น สุ้มเสียงยังแข็งขันอยู่​ไม่คลาย

"ก็คุณน้าตกลงใจ​ไปแล้ว​...​ แล้ว​ก็คุณพ่อ...​"

ท้ายๆ​ คำ อินทุอรอดสะท้อนในอกไม่​ได้ ​ถ้าคุณพ่อคัดค้านเสียงแข็งกว่านี้ เธอคง​จะกล้ากว่านี้อีกมากนัก ​ที่​จะประกาศว่าเรื่อง​นี้มันเรื่อง​ของเธอ มัน​เป็นชีวิตของเธอ ไม่ใช่เรื่อง​​ที่​ใคร​จะมากะการ​เอาสะดวก​สบายอะไร​​ได้ง่ายๆ​

​แต่นายอิศรากลับเออออ สนับสนุนคุณโสภาพรรณ​ทั้ง​ที่ฤกษ์ยามไม่เคยใช่เรื่อง​สำคัญสักนิดในการทำธุรกิจของคุณพ่อ คิด​ไปอินทุอรก็ยิ่งน้อยใจนัก แล้ว​​ที่พูดจากันก่อน​ที่สองแม่ลูก​จะลงมานี้เล่า...​

​ส่วนพันธกานต์ยังลดหนังสือพิมพ์ค้างอยู่​ ​เขายังจ้องตาตรงๆ​ อยู่​​กับอินทุอร แววตานั้น​คล้ายให้​กำลังใจ คล้าย​กับ​กำลังประกาศสนับสนุน ให้อินทุอรพูดออก​ไปในสิ่ง​ที่หัวใจ​กำลังร่ำร้อง

​แต่อินทุอรกลับหลบตาของพี่เลี้ยง คิดว่าหมดเรื่อง​​ที่​จะพูดจากันแล้ว​ในเช้า​วันนี้ เธอ​จะไม่ตอบคำถามซ้ำ ​และยอมเสียมรรยาทอย่าง​ที่ถูกกล่าวหา ตอน​ที่ก้มศีรษะให้บิดานิดๆ​ ก่อน​จะลุกขึ้น​จาก​ที่

"​จะรีบ​ไปไหนล่ะคะ​พี่อินทุ์ พิมพิ์เพิ่งลงมานะเนี่ย"

ลูกสาวคนเล็กเสียงหวาดหยดนำมาก่อนตัว ปรี่เข้า​ไปกอดประจบนายอิศรา ก่อน​ที่​จะถูกตำหนิเรื่อง​ไม่ตรงเวลา

"คุณแม่ละก้อ ชอบทำให้บรรยากาศเสียเรื่อยเชียว ใช่ไหมคะ​"

"เปล๊า!...​ แม่น่ะเรอะ​จะไม่อยากเห็นครอบครัว​เป็นสุข ครอบครัวของเรานะลูกพิมพิ์ ไม่ใช่​ใคร​ที่ไหน"

​ที่จริงคุณโสภาพรรณ​จะไม่​ต้องตอบคำกระเซ้าของลูกสาวคนเล็กเลย​ก็​ได้ ​แต่หล่อนก็เลือก​ที่​จะเอ่ยออก​ไปดังนั้น​

"พี่อิ่มแล้ว​ละพิมพิ์ ฝากดูแลคุณพ่อให้ด้วย"

อินทุอรยังยืนนิ่งๆ​ อยู่​ จนพิมพิกา​ไป​ทั้งกอด​ทั้งหอมคุณโสภาพรรณเรียบร้อย​แล้ว​นั่นละ ถึง​ได้เอ่ยประโยคนี้ออกมา

"รับรองค่ะ​พี่อินทุ์ ไม่ว่าตอนไหน...​ หรือ​ถ้าถึงตอน​ที่พี่อินทุ์​แต่งงานกะคุณปริวัฒน์​ไปแล้ว​ พิมพิ์ก็​จะดูแลคุณพ่อให้เองค่ะ​"

เสียงใสของพิมพิกายังระริกระรื่นชื่นบาน จนอินทุอรไม่อยาก​จะคิด ว่า​กำลังถูกน้องสาว​ที่เธอรัก ​กำลังผลักไสไล่ส่งขึ้น​มาอีกคน

"ไม่หรอกพิมพิ์ พี่ยังอยากอยู่​ปรนนิบัติคุณพ่อ​ไปอีกนานๆ​ อยากอยู่​​กับพิมพิ์​ไปอีกนานๆ​ ไม่ดีหรือ"

อินทุอร​ต้องพูดด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ​ พยายามไม่สบตา​กับคุณโสภาพรรณอีก​เป็นอันขาด

"แหม...​ พี่อินทุ์...​ ​ถ้าพิมพิ์​เป็นพี่อินทุ์ พิมพิ์​จะรีบ​แต่งๆ​ ​ไปแล้ว​ตั้งแต่แรก"

พิมพิกายังยิ้มเบิกบาน เปิดเผย​ทั้งคำพูดคำจา​และสีหน้าท่าทาง จนเดาไม่ออกว่า ​ที่พูดออกมานั้น​ ​เป็นทีเล่นหรือทีจริง ​โดยเฉพาะตรงคำท้าย​ที่ว่า

"​ถ้าพี่อินทุ์ไม่​เอาคุณปริวัฒน์ ​จะโอนมาให้พิมพิ์ก็​ได้นะคะ​"



***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3385 Article's Rate 16 votes
ชื่อเรื่อง น้ำค้างกลางจันทร์ --Series
ชื่อตอน น้ำค้างกลางจันทร์ บทที่ ๑ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๖๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ทิดอินทร์ [C-18197 ], [110.169.242.192]
เมื่อวันที่ : ๐๔ เม.ย. ๒๕๕๔, ๑๕.๓๒ น.

ตามมาอ่านงานของมืออาชีพครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-18207 ], [101.109.94.210]
เมื่อวันที่ : ๐๘ เม.ย. ๒๕๕๔, ๒๑.๔๕ น.

เพิ่งมีเวลามาอ่านบทแรกวันนี้ ท่าทางเครื่องยนต์​​จะยังไม่ฟิต อีกหน่อย​​พอลูกสูบวิ่งคล่องก็คง​​ได้เรื่อง​​แน่

​​จะติดตามอ่านต่อ​​ไปครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Song982 [C-18208 ], [124.122.218.246]
เมื่อวันที่ : ๐๙ เม.ย. ๒๕๕๔, ๑๙.๕๓ น.

ขอบคุณ​​ทั้งสองท่านครับ​​ ​​ที่จริงงานแนวนี้ เพิ่งหัดเขียนครับ​​ เขียน​​ไปติด​​ไปขัด​​ไปเหมือนกัน

เชิญติชมวิจักษณ์วิจารณ์กัน​​ได้เต็ม​​ที่ขะรับ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น