นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓
หนึ่งตะวัน สามจันทรา #2
xkoxikI
...เมฆฝนทะมึนเริ่มก่อตัว ​และคืบคลานมาจากทางด้านทิศใต้ อากาศขมุกขมัวในเวลาใกล้ค่ำ เริ่มเย็นลงอย่างรวดเร็ว สายลมเย็นเฉียบเริ่มโชยพัดอย่างช้า ๆ​...

ตอน : :แรกพบพาน

เมฆฝนทะมึนเริ่มก่อตัว ​และคืบคลานมาจากทางด้านทิศใต้ อากาศขมุกขมัวในเวลาใกล้ค่ำ เริ่มเย็นลงอย่างรวดเร็ว สายลมเย็นเฉียบเริ่มโชยพัดอย่างช้า ๆ​ ผู้คนในตลาดน้อยแห่งนี้เริ่มลงมือเก็บของ​ที่นำมาขาย ​ความหวัง​ที่​จะ​ได้กำไรในวันนี้ ชักชวนกันหลบหนี​ไปตั้งแต่เมฆตั้งเค้า หลายคนเริ่มด่าทอฝนฟ้า ​และเทพเจ้าเบื้องบน หารู้ไม่ว่าฝน​จะตกฟ้า​จะร้องไม่​ได้ขึ้น​อยู่​​กับผู้ใด เพียง​แต่ด่าทอ​เพื่อ​ที่​จะไม่​ต้องนึกถึง​ความโชคร้าย ​และคาดหวังว่าเทพเจ้าโชคลาภ​จะมาเยือนในวันพรุ่งนี้
​ความโกลาหลเริ่มกลับเข้าสู่​ความสงบทีละน้อย มีเพียงสุนัขเถื่อนไร้เจ้าของ​ที่ยังวิ่งวนเวียนหา​ที่หลบฝน​ที่​กำลัง​จะตกในไม่ช้า มันหลุบหางวิ่ง​ไปหลบ​ที่ข้างแผงขายผักกลับตื่นตกใจ ผงะวิ่งกลับออกมา มันคงไม่คิดว่า​ที่ซอกข้างแผง ยังมีผู้คน คนกลับ​เป็นขอทาน ขอทาน​เป็นขอทานหนุ่มน้อยอายุสิบเจ็ดสิบแปดหน้าตามอมแมมผู้หนึ่ง​
​เป็นขอทานย่อมไม่มีบ้านให้กลับ ทุก​ที่​ที่อาศัยหลับนอนย่อม​สามารถ​เป็นบ้าน ใน​ที่สุดขอทานมีบ้านมากกว่าคนสามัญ สรุปแล้ว​ผู้ใดร่ำรวยหรือยากจน นี่​เป็นมุมมอง​ที่​ทั้งแคบ​ทั้งสั้น ​แต่​เป็นมุมมอง​ที่แปลกประหลาด กล่าวถึงบ้านผู้คนมักหมายถึง​ที่พักอาศัยมีรั้วรอบขอบชิด ​เป็น​ที่หลบฝน ​เป็น​ที่หลับนอน​แม้กระทั่งประกอบกิจอื่น บางคนหมายถึง​ที่รวมของญาติมิตรลูกหลาน ​เป็น​ที่พบปะสังสรรค์ คนโง่เขลาบางคนยังถือบ้าน​เป็นเครื่องประดับ คนฉลาดกลับถือบ้าน​เป็นเครื่องมือ ยังมีบางคนแปลกประหลาดถึงกลับถือว่าบ้าน​เป็นภาระ มันมีบ้านใหญ่โตกลับหลบหนีออกมา​เป็นคนเร่ร่อน
ขอทานย่อมไม่มีบ้าน ​ที่มันยังนั่งอยู่​​ที่ตลาด ไม่​เป็นเรื่อง​น่าประหลาด ​ที่ประหลาด​คือผู้คนต่างพากันหลบหนีพายุฝน มันกลับนั่งนิ่ง แหงนหน้ามองฟ้า อยู่​อย่างนั้น​​เป็นเวลานาน ข้างหน้า​แม้มีกระบอกไม้ไผ่ว่างเปล่า ​ที่​เป็นเครื่องมือทำอาชีพเพียงหนึ่ง​เดียวตั้งอยู่​ ถูกลมพัดกลิ้ง​ไปมาก็ไม่​ได้ทำให้มันหันกลับมาสนใจ
จนกระทั่งกระบอกไม้ไผ่กระบอกนั้น​ กลับมาตั้งอยู่​ข้างหน้า ​พร้อม​กับเสียงโลหะกระทบก้นกระบอกดังกุกกัก จึงทำให้มันค่อย ๆ​ เบนสายตาจากบนฟ้าลงมามอง​ได้
​ที่เบื้องหน้ากลับยืนไว้ด้วยคนผู้หนึ่ง​ ​เป็นเด็กหนุ่มอายุอานามคงไม่ห่างจากขอทานเท่าใด ​ที่แตกต่างกลับ​เป็น​ทั้งหมด​ที่​เป็นมัน มันยืนอยู่​ตรงนั้น​แค่สองก้าว ​แต่เหมือนมันยืนอยู่​อีกฟากฝั่งถนน การ​แต่งกายด้วยผ้า​ที่ตัดเย็บอย่างประณีตดูก็รู้ว่า​ต้อง​เป็นช่างฝีมือดี สวมรองเท้าหนังสัตว์​ที่ผ่านการฟอกจนนิ่มแล้ว​ค่อยตัดเย็บ ผมดำสนิท​ที่ยาวเลย​บ่าแล้ว​มัดด้วยแพรสีเขียวอ่อนไว้อย่างหลวมพัดพลิ้วอยู่​ในสายลม ​ที่ข้อมือยังมีผ้าผูกหินสีเขียวแดงจากภูเขาโกจาเว ​ที่​เป็นแหล่งหินรัตนชาติ เพียงแห่งเดียวในดินแดนยารา ​ที่ดึงดูดใจ​คือดวงตาสุกใส ​ที่จ้องมองมา ​ทั้งมีแววจริงใจ ​ทั้งอยากรู้อยากเห็น ยามนั้น​มันยิ้มแล้ว​ บางคนยิ้ม​ที่ปาก บางคนยิ้ม​ที่จมูก ยังมีบางคนยิ้ม​ที่หู ​แต่เวลามันยิ้มมันยิ้ม​ที่ตาก่อน แล้ว​ค่อย ๆ​ ยิ้ม​ที่จมูก สุดท้ายค่อยขมวดรวม​ที่ริมฝีปาก ทุกขั้นตอนล้วนเหมาะเจาะ​เป็นธรรมชาติ
ใน​ที่สุดขอทานน้อยค่อยดึงสติกลับมา กล่าวว่า “พี่ท่านนี้ ค่อยมียิ้ม​ที่​เป็นผู้คนอยู่​บ้าง”
หนุ่มน้อยนั้น​ก็นึกไม่ถึงว่าขอทาน​จะเอ่ยเช่นนี้ ทำให้งุนงง​ไปชั่วครู่ค่อยถามขึ้น​ว่า
“​เมื่อครู่ท่าน​กำลังทำอันใด ข้าพเจ้ายืนดูอยู่​หลายอึดใจ นึกว่าท่านเสียสติ​ไปแล้ว​เสียอีก”
ขอทานน้อยหัวเราะค่อย ๆ​ ตอบว่า “ข้าพเจ้า​กำลังพนัน” “ท่านพนัน​กับผู้ใด” “ข้าพเจ้าพนัน​กับตัวเอง” หนุ่มน้อยนั้น​​ได้​แต่กระพริบตาปริบ ๆ​ หรือนอกจากมัน​เป็นขอทานแล้ว​มันเสียสติจริงๆ​ ​แต่ก็ยังอดถามต่อไม่​ได้ว่า
“​ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเห็น​แต่คนศรีษะบู้บี้(เสียสติ) ​ที่พนัน​กับตัวเอง ว่า​แต่ท่านพนันอันใด” ขอทานน้อยหัวเราะอย่างไม่ถือสากล่าวว่า “​กำลังพนันว่าฝนเม็ดแรก​จะตกถูกตาข้างซ้ายหรือข้างขวา” หนุ่มน้อยนั้น​งัน​ไปชั่วครู่ค่อยเปล่งเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจ อยู่​ชั่วครู่ค่อยนั่งยอง ๆ​ ลงตรงหน้าขอทานน้อย บัดนี้มันแน่ใจแล้ว​ว่าขอทานน้อยนี้เสียสติแล้ว​จริง ๆ​
“น่าสนุก ๆ​ จริง ๆ​ ​ถ้าอย่างนั้น​​เป็นเช่นนี้” ว่าพลางล่วงลง​ไปในย่ามเล็ก ๆ​ ข้างกระเป๋าใน​ที่ล้วงออกมา​เป็นทองคำแท่งเล็ก ๆ​ สองแท่ง​และวางไว้ในกระบอกไม้ใผ่ “การพนันคนเดียว​จะสนุกอันใด ข้าพเจ้าขอพนัน​กับท่าน ว่าฝนเม็ดแรก​ต้องตกถูกตัวข้าพเจ้าก่อนตกถูกตัวท่าน”
ถึงคราวขอทานน้อยอ้าปากค้างแล้ว​ ​พร้อม​กับบ่นพึมพำ “ไม่ทราบวันนี้เกิดอาเพศอันใด ฝนนี้กลับพาคนเสียสติผู้หนึ่ง​มาด้วย” “ท่านว่ากระไร” “ข้าพเจ้า​กำลังบอกว่าเทพเจ้าโชคลาภ​กำลังมาเยือน อยู่​ๆ​ ก็ส่งทองเหลืองอร่ามมาให้สองแท่ง กลับ​ไปบ้าน​ต้องตั้งประรำพิธีเซ่นไหว้สามวันสามคืน” หนุ่มน้อยนั้น​กลับไม่ถือสา กล่าวว่า “ท่านอย่า​ได้มั่นใจ​ไป ไม่มีการพนันใด​ที่​จะชนะ​ได้แน่นอน”
ในทันใดลม​ที่พัดแรงอยู่​หวีดหวือ กลับหยุดชะงัก​ไป ฝน​ที่ตั้งเค้าตั้งแต่หัวค่ำใน​ที่สุดก็เทลงมามืดฟ้ามัวดิน หนุ่มน้อย​ทั้งสองยังไม่ทันลุกขึ้น​ก็แทบเปียกปอนแล้ว​ “ตามข้าพเจ้ามาทางด้านนี้ “ ขอทานน้อยตะโกนบอกแข่ง​กับสายฝน พลางวิ่ง​ไปทางท้ายตลาด ในมือไม่ลืมถือกระบอกไม้ไผ่นั้น​มาด้วย ไม่นานก็วิ่งมาถึงเพิงไม้ไผ่แห่งหนึ่ง​ ​แต่คน​ทั้งสองก็เปียกปอนเรียบร้อย​แล้ว​ หลังจากนั่งลงเรียบร้อย​ ขอทานนั้น​ก็ถือ​ถ้าเก่า ๆ​ ​แต่ถูกซักสะอาดสะอ้าน ยังมีกลิ่นหอมของแสงแดดอยู่​ อ่อน ๆ​ แสดงว่าผ้าเพิ่งถูกซัก​และพับไว้
“ยินดีต้อนรับสู่บ้านของข้าพเจ้า ​และท่านก็ควรเช็ดตัวให้แห้งก่อน คน​ส่วนใหญ่​ที่เปียกฝนแรกของปีอย่างวันนี้ มัก​จะไม่สบาย “ หนุ่มน้อยนั้น​รับผ้ามาแล้ว​เช็ดหน้าตา​และตัวอย่างเร็วไวหู​ได้ยินขอทานน้อยทำอะไร​กุกกัก อยู่​มุมเพิง กล่าวต่อว่า “หลังจากเช็ดตัวแล้ว​ท่านก็ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ควรใส่ชุด​ที่เปียกยิ่ง​จะทำให้ไม่สบายหนักขึ้น​ นี่​เป็นชุดประจำปีของข้าพเจ้า​ที่ซักสะอาดแล้ว​” ว่าพลางยื่นเสื้อผ้าแห้งสะอาดมาให้ชุดหนึ่ง​
หนุ่มน้อยนั้น​ไม่กล่าวว่ากระไรรับชุดมาถือไว้ชั่วครู่ค่อยถามขึ้น​ว่า “ชุดประจำปีหมาย​ความว่าอย่างไร” ขอทานน้อยตอบว่า “ชุดประจำปีก็​คือชุด​ที่ใส่ปีละครั้ง นอกจากนี้ยังมีชุดประจำเดือน ชุดตามอารมณ์ ชุดนอนชุดนั่ง ​และชุดสิ้นคิด” หนุ่มน้อยนั่งตาเบิกโพลงฟังขอทานน้อยสาธยายชุด​ที่ใส่ต่าง ๆ​ ​ที่มากมาย​​และแปลกประหลาด “นอกจากนี้ยังมีชุดอยู่​บ้าน ชุดทำงาน ชุดล่าสัตว์ ชุดทำอาหาร ต่อให้ข้าพเจ้าเล่าจนถึงเช้า​ยังกลัวว่ากล่าวไม่หมด” หนุ่มน้อยนั้น​เริ่มทนไม่​ได้พูดขึ้น​ว่า “​แต่เท่า​ที่ข้าพเจ้ามองเห็นนอกจากในมือข้าพเจ้าแล้ว​ ก็มี​แต่ชุด​ที่อยู่​บนตัวท่านเท่านั้น​” ขอทานน้อยยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย กล่าวว่า “​เป็นคนไม่กลัวมีสมบัติมาก ​แต่กลับกลัวคนรู้ ข้าพเจ้ามีบ้านเท่านี้ท่าน​จะให้ข้าพเจ้าเก็บชุดตั้งมากมาย​ไว้​ที่ใด ​เมื่อ​ใคร่ครวญดีแล้ว​ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจ เก็บไว้แค่สองชุด​ที่ท่านเห็น” “แล้ว​ชุดอื่น ๆ​ ของท่านอยู่​​ที่ใด” “ข้าพเจ้าฝากผู้อื่นไว้ก่อน​เมื่อ​ต้องการค่อยเรียก​ใช้” ว่าพลางหันมาสบตากันต่างก็เห็นแวว​ความในใจของอีกฝ่าย แล้ว​สองหนุ่มน้อย​ที่เพิ่งรู้จักกันต่างก็หัวเราะขึ้น​​พร้อมกัน ​ที่แท้ขอทานน้อยมีชุดเพียง สองสามชุด ​เมื่อเก่าขาดจน​ใช้การไม่​ได้ค่อยหาขอทานเสื้อผ้าเก่าผู้อื่นมาทดแทน หลังจาก​ที่หนุ่มน้อย​ทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้า​และตากไว้​ที่ข้างเพิงเรียบร้อย​แล้ว​ หนุ่มน้อยค่อยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าชนะแล้ว​” ขอทานนิ่งงัน​ไป ค่อยนึกถึงเรื่อง​การพนันขึ้น​​ได้ “ท่านอาศัยอะไร​จึงคิดว่าท่านชนะข้าพเจ้า” “เรื่อง​นี้มีเหตุผลง่ายมาก ​เนื่อง​เพราะข้าพเจ้ารู้ว่าฝนเม็ดแรกตกถูกตัวข้าพเจ้าก่อนตกถูกท่าน” ขอทานน้อยพบเจอผู้คนมามากมาย​กลับไม่เคยพบผู้ใด​ที่อาศัย​ความดื้อด้านยก​เป็นเหตุผลเช่นนี้มาก่อน ถึงกลับแทบหาคำมาคัดค้านไม่ออก “หากข้าพเจ้าบอกท่านว่าฝนเม็ดแรกตกถูกตัวข้าพเจ้าก่อนท่าน ข้าพเจ้าคง​เป็นคนไร้เหตุผลเช่นท่าน เรื่อง​นี้ถือว่าท่านชนะเถอะ” ว่าพลางหัน​ไปหยิบทองคำแท่งสองแท่ง​ที่ยังอยู่​ในกระบอกไม้ใผ่คืนให้แก่หนุ่มน้อยนั้น​ ​แต่หนุ่มน้อยนั้น​ยังไม่รับทันใด กลับกล่าวว่า “ใน​เมื่อข้าพเจ้าชนะท่าน ทองคำย่อมยัง​เป็นของข้าพเจ้า ​แต่เค้าพนันของท่าน​คืออะไร​” ขอทานน้อยนิ่งงัน​ไป ​เนื่องจากในเพิงน้อยนี้ ต่อให้มีอีกสิบเพิงยี่สิบเพิงก็ยังไม่เท่าทองคำ​แม้ครึ่งแท่ง อย่าว่า​แต่มันมีแค่เพิงเดียว ขอทานน้อยแบมือสองข้างยกไหล่น้อย พลางกล่าวว่า “ท่านล้วน​สามารถเลือกสรรสินค้าใน​ที่นี้ อย่าว่า​แต่​ที่นี้ล้วนแล้ว​​แต่​เป็นของมีราคาค่างวด ท่านดู” พลางยกกระบอกไม้ใผ่​ที่​ใช้ขอทานนั้น​ขึ้น​มา “กระบอกนี้​เป็นข้าพเจ้าสร้างขึ้น​อย่างพิถีพิถัน มีราคาค่างวดอย่างน้อยสามพันเหรียญเงิน” ฝ่าย​ที่อ้าปากค้างกลับ​เป็นหนุ่มน้อยนั้น​ “สามพันเหรียญเงิน ข้าพเจ้า​แม้ไม่ใช่ผู้ชำนาญการ ยังดูออกว่ากระบอกเช่นนี้ หนึ่ง​เหรียญข้าพเจ้ายัง​สามารถซื้อหา​ได้เจ็ดอันแปดอัน ท่านกลับบอกว่าราคาสามพันเหรียญ” “ย่อม​เป็นสามพันเหรียญ ท่านลองนึกดูไม่ใช่​เพราะมัน ข้าพเจ้าขอทานอย่างน้อยมีรายรับวันละห้าเหรียญสิบเหรียญ ข้าพเจ้า​ใช้มานานเท่าใดแล้ว​คิด​เป็นเงินเท่าใดแล้ว​” ใน​ที่สุดหนุ่มน้อยก็รู้แล้ว​ว่า​ได้พบตัวดื้อด้านอีกตัวแล้ว​ พลางถอนใจกล่าวว่า “ข้าพเจ้ามิกล้ารับกระบอกขอทานราคาสามพันเหรียญของท่านแล้ว​ ​แต่วันนี้ฝนคงไม่หยุดง่าย ๆ​ ข้าพเจ้าคงเบียดเบียน​ที่นอนของท่าน​เป็น​ที่แน่นอนแล้ว​” “ไม่ใช่เรื่อง​ลำบากอันใดอย่างน้อยเพิงนี้หลับนอน​ได้สองคน อย่าว่า​แต่วันนี้อากาศหนาวเย็นนอนคนเดียวกลับหนาว​ไปบ้าง ​แต่ท้อง​ทั้งสองท้องคงว่างเปล่าแล้ว​” กล่าวจบปรากฎเสียงท้องร้องสนั่น​พร้อมกันสองเสียง ​เป็นอีกครั้ง​ที่​ทั้งสองสบตากันแล้ว​หัวเราะขึ้น​​พร้อมกัน “ข้าพเจ้ากลับ​ได้กำไรอยู่​บ้าง ข้าพเจ้าอดอาหารจนคุ้นเคยย่อมไม่ทรมานเท่าใด ​แต่ท่านคง​เป็นประสบการณ์​ที่ยากพ้นผ่าน” “​แม้ข้าพเจ้า​จะไม่เคยอดอาหารข้ามคืนมาก่อน มีบ้างแค่​ต้องทนรอ ​แต่ครั้งนี้ก็คาดว่าคงไม่เลวร้ายเท่าใด ​เพราะอย่างน้อยข้าพเจ้าไม่เคยเบิกบาน ​และ​ได้หัวเราะมากเท่าวันนี้มาก่อน หักลบแล้ว​นับว่ายัง​ได้กำไร” “หากท่านกลัวกำไร​ที่มีอยู่​น้อยนิดโบยบิน​ไป ​ต้องรีบนอน ยิ่งหลับเร็ว ท่านยิ่งไม่หิว ​เมื่อไม่หิวก็​จะไม่ทรมาน” ว่าพลางล้มตัวลงนอน​เป็นตัวอย่าง ไม่นานก็​ได้ยิน​แต่เสียงหายใจเบา ๆ​ สม่ำเสมอ หนุ่มน้อยนั้น​ล้มตัวลงนอนบ้าง ชั่วครู่ค่อยถามขึ้น​ว่า “ท่านมีชื่อหรือไม่” ขอทานน้อยตอบเสียงสดใสมาว่า “​แม้​แต่ผีสางยังมีชื่อ ข้าพเจ้า​เป็นคนย่อมมีชื่อ ข้าพเจ้าเรียกว่า ‘คีกาปอ’ ท่านล่ะมีชื่อหรือไม่” หนุ่มน้อยนั้น​หัวเราะเบา ๆ​ ตอบว่า “ผู้​ที่หน้าตาหล่อเหลาเช่นข้าพเจ้าไม่มีชื่อ​ได้หรือ เรียกข้าพเจ้าว่า ‘นาสาติ’ “ “ยินดี​ที่​ได้รู้จักนาสาติ ช่างหล่อเหลาแทบแย่แล้ว​ “ ประโยคสุดท้าย ฟังอู้อี้​เนื่องจากซุกหน้าลง​ไปในกองผ้าแล้ว​ นาสาติถามว่า “ท่านว่ากระไรนะ” ​แต่ไม่มีเสียงตอบจากคีกาปอ แล้ว​
ฝนข้างนอกยังตกพรำ ๆ​ คาดว่าคงตกจนรุ่งเช้า​ ใน​ที่สุด นาสาติก็ผลอยหลับ​ไป

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3330 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง หนึ่งตะวัน สามจันทรา --Series
ชื่อตอน :แรกพบพาน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง xkoxikI
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๒๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-17809 ], [110.49.193.95]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ต.ค. ๒๕๕๓, ๐๖.๕๕ น.

มาปรบมือให้​​กำลังใจผู้เขียนครับ​​

เขียนแปลกดี ! ​​ถ้าไม่​​ใช้เครื่องหมายคำพูดก็ย่อม​​ได้ เพียงจัดวรรคตอน​​และเรียบเรียงประโยคต่าง ๆ​​ ให้ดีกว่านี้อีกหน่อย​​ก็สื่อ​​ความหมาย​​ได้แล้ว​​นะน้องท่าน ฮา ฮา

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ทิดอินทร์ [C-17816 ], [124.120.3.61]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ต.ค. ๒๕๕๓, ๐๑.๒๔ น.

มาให้​​กำลังใจอีกคนครับ​​ คุณ "ปานปราณ"(ขออนุญาติถอดชื่อภาษาอังกฤษมา​​เป็นภาษาไทยตามอักษรบนคีบอร์ด ​​เพราะชื่ออ่านยากเหลือเกิน)อาจ​​จะมีปัญหาเหมือนผมในตอนแรก เรื่อง​​​​ความยังไม่คุ้นเคย​​กับเครื่องไม้เครื่องมือของ​​ที่นี่นะครับ​​ ​​เป็น​​กำลังใจให้​​และลองปรับดูตาม​​ที่พี่นามฯ แนะนำก็แล้ว​​กันนะครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น