นิตยสารรายสะดวก  Poem  ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๐
ชิงสัมผัส - กร่อนสัมผัส
ครูไท

ตอน : ย่อก่อนแต่ง

 "มองจอคอมพิวเตอร์ นิ้วจิ้มคีย์บอร์ด มือจับเม้าส์คลิก ท่องไปในอินเตอร์เน็ต เปิดเว็บอันหลากหลาย เหมือนหลงเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่ง มีทั้งดีทั้งร้าย เผลอใจลอยละล่องในโลกใบนั้น แต่เมื่อปิดเครื่อง ก็กลับมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ที่ยังวุ่นวายเหมือนเดิม"

คือโจทย์ที่ให้ไว้แต่คราวก่อน เสียเวลากับเจ้าคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าแก่บุโรทั่ง กว่ามันจะยอมให้มาพิมพ์เรื่องนี้ต่อ เล่นเอาหมดอารมณ์ไปหลายส่วน เพราะพิมพ์ไปหลายครั้ง มันก็ขึ้นจอฟ้า ที่พิมพ์มาหายจ้อยไปเสียทุกครั้ง (บ่น)

เท่าที่ดูหลายคนเขียนกลอน ก็เห็นเก่ง ๆ กันทั้งนั้น แต่ที่ดูเด่น เรียกว่า อมความ อย่างที่คุณลุงเปี๊ยกเธอใช้ ได้หมด หรือมากที่สุดคงจะเป็นของคุณ add ดังนี้

ปลายนิ้วจิ้มตาจ้องมองจอเหลี่ยม
ข้อมูลเยี่ยมคลิกค้นได้เหมือนในฝัน
ท่องเว็บมั่วมีชั่วช้าสารพัน
ปิดเครื่องพลันพลิกตื่นคืนโลกจริง

ขอปรบมือให้ มีครบทั้งสัมผัสนอก สัมผัสใน แถม "อมความ" อันเป็นสาระสำคัญได้ครบถ้วน (เอ้า นักเรียนคนอื่น ๆ ดูไว้) ส่วนที่ดูแล้วจะมีปัญหามากกว่าเพื่อน ดูเหมือนจะเป็นสำนวนของคุณลุงเปี๊ยก ที่เขียนไว้ว่า

คลิกเม้าส์ล่องในเวิร์ดไวด์เว็บ
เพลินเก็บสารพันชวนหรรษา (ตรงนี้เริ่มโซเซ เมาสัมผัส)
รัวแป้นพิมพ์คำจำนรรจา (ตรงนี้ถูกกลอนพาออกนอกอ่าวไทยแล้ว)
เพลินอุราไฟดับกลับโลกเดิมฯ

ทำไมอีตาครูไทนี่มันเรื่องมากจัง ให้การบ้านทียาวย้วย แถมให้เขียนออกมาเป็นกลอนแค่บทเดียวสี่บาท ขาดไม่ได้เกินไม่ได้อีกต่างหาก

จากข้อความหนึ่งย่อหน้าที่ให้ ถ้าแต่งเป็นกลอนจริง ๆ ได้หนึ่งบทนี่ ผมเห็นว่าไม่ยากจริง ๆ ไม่ใช่แกล้งยกตัวเอง พิสูจน์ได้จากสำนวนกลอนของหลาย ๆ คนที่เขียนมา ถามว่า ทำไม?

ต้องตอบว่า เพราะการเขียนกลอน เป็นการย่อความชนิดหนึ่ง เพียงแต่มีข้อบังคับเรื่องสัมผัสเท่านั้น คนที่รู้จักการอ่านแบบจิ๊กโก๋ปากซอย คือ อ่านหาเรื่อง หรือ อ่านเอาเรื่อง จะได้เปรียบ เพราะสามารถดึงเอาคีย์เวิร์ด หรือความอันเป็นส่วนสำคัญ ของเนื้อหาที่จะต้องเขียนออกมาใส่ไว้ในกลอนได้ครบถ้วน จากตัวอย่างข้างบน ลองเอามาสรุปแล้วเขียนเป็นท่อน ๆ คงจะได้ประมาณนี้

มือคลิกเม้าส์ตามองจอคอมฯท่องไปในอินเตอร์เน็ต
เหมือนพบโลกใหม่ที่หลากหลาย
มีทั้งความดีและเลวร้ายชวนให้เราหลงใหล
แต่เมื่อปิดเครื่อง ก็กลับสู่ความวุ่นวายในโลกแห่งความจริง

ยังครับ ยังไม่ต้องไปหาสัมผัสจากการเขียนสรุปความแบบนี้ เอาเนื้อหาล้วน ๆ

พอเขียนได้อย่างนี้แล้ว นักกลอนบอกว่าเสร็จไปแล้ว 80เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก 20 แค่ใช้เทคนิคเท่านั้น
จะขอลองแต่งแบบสด ๆ หน้าจอดังนี้

คลิกเม้าส์มองจอต่อเน็ต
ทั้งเจ็ดย่านน้ำเที่ยวได้
โลกหลอนให้หลีกอีกใบ
ปิดไฟโลกแปรแท้จริง

เอ ชักเข้าเค้า แต่ตอนนี้ยังเป็นกลอนหก และ "อมความ" ไม่ครบ ได้ผังและคำคร่าว ๆ แล้ว เสร็จไปอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เหลืออีกสิบ ง่ายเลยละทีนี้ แต่งแต้มเข้าไปสิ ลองดู

มือคลิกเม้าส์ ตามองจอ แล้วต่อเน็ต
ครบทั้งเจ็ด ย่านน้ำ ย่ำเที่ยวได้
มีแหล่งหลอน ให้หลีก โลกอีกใบ
พอปิดไฟ โลกกลับแปร สู่แท้จริง.

เห็นไหม แต่งกันสด ๆ นี่แหละ

จากที่อธิบายมา พอสรุปได้ว่า เมื่อจะแต่งกลอนเรื่องอะไร ถ้าเกรงว่าจะถูกกลอนพาออกทะเลอย่างสำนวนของลุงเปี๊ยก (แฮ่ะ ๆ ขออภัยที่เอ่ยนาม) ให้เขียนไว้อย่างที่ทำให้ดูเสียก่อน แล้วค่อยหาคำ อย่าได้วู่วาม มาถึงก็ลงมือเขียนไปด้วย หาคำไปด้วย โดยไม่มีแบบพิมพ์เขียวเป็นอันขาด เพราะมีสิทธิจะต้องลงไปลอยคอในทะเลไม่ยาก

อ้อ จากหลาย ๆสำนวนที่ส่งกันมา มีสำนวนของคุณยังวันอยากจะยกมาให้ศึกษาดังนี้

พรมนิ้วพิมพ์ สัมผัสคล่อง ตาจ้องจอ
คลิกเม้าส์ต่อ อินเตอร์เน็ต ให้เสร็จสรรพ.....

โปรดสังเกตตัวหนาคำท้ายวรรคแรก ที่ว่า "ตาจ้องจอ" คำว่า "จอ" อันเป็นเสียงสามัญ พอใช้ให้อยู่ท้ายวรรคแรก จะเห็นได้ว่า กลอนบทนั้นขาดแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้าทันที แม้จะไม่เป็นกฏเหล็กบังคับ แต่ก็เป็นข้อพึงปฏิบัติที่นักกลอนส่วนใหญ่ใช้กันโดยถ้วนหน้าว่า

"คำท้ายของวรรคต้น ให้หลีกเลี่ยงเสียงสามัญ"

อย่างวรรคต้นของคุณยังวัน ถ้าเอามาแก้เป็นดังนี้ แล้วลองอ่านดู

พรมนิ้วพิมพ์ สัมผัสไป ใจจดจ่อ (เสียงเอก)
คลิกเม้าส์ต่อ อินเตอร์เน็ต ให้เสร็จสรรพ.....

จะเห็นได้ชัดว่า เมื่อแก้แล้ว จะให้ความรู้สึก "พุ่ง" ไปข้างหน้ามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

จึงขอฝากไว้ให้เป็นอีกข้อหนึ่งที่พึงปฏิบัติครับ

ก่อนจากกันวันนี้ เหมือนเดิมครับ การบ้าน แต่งวดนี้อยากให้ประชันฝีมือกันสักสองบท เมื่อให้เขียนได้ตั้งสองบท (อย่าลืมสัมผัสระหว่างบทนะครับ) แน่นอนว่าเนื้อหาคงจะต้องมากไปด้วย เอ...เอาเรื่องอะไรดีล่ะ

เอางี้แล้วกันนะครับ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันมาฆะบูชาแล้ว ก็อยากให้ลองเขียนกลอนเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาวันนี้มาสักสองบท จะเป็นเรื่องที่มาของวันนี้ หรือข้อคิดทางพุทธศาสนาของวันนี้ก็ได้ทั้งสิ้นครับ กติกาก็เหมือนเดิม คือจะสรรหาสำนวนที่คิดว่าเพราะที่สุดและแย่ที่สุดขึ้นมาเป็นตัวอย่างศึกษา ลองดูนะครับ ขอให้โชคดี
 
F a c t   C a r d
Article ID S-2051 Article's Rate 58 votes
ชื่อเรื่อง ชิงสัมผัส - กร่อนสัมผัส --Series
ชื่อตอน ย่อก่อนแต่ง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ครูไท
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๕๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : สารภีดง [C-11036 ], [222.123.84.46]
เมื่อวันที่ : ๐๑ มี.ค. ๒๕๕๐, ๒๑.๓๔ น.

พุทธองค์ทรงเมตตาต่อชาวโลก
พาพ้นโศกด้วยสัจ​​จะละโลภหลง
เพ็ญเดือนสาม​​พร้อมกันพันกว่าองค์
​​คือ​​พระสงฆ์ทรงชี้นำทางดำเนิน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ครูไท [C-11037 ], [203.113.15.246]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๕๐, ๐๗.๑๙ น.

อ้าว คุณสารภีดงครับ​​ โจทย์ให้เขียนสองบทครับ​​ อย่าเพิ่งรีบจบครับ​​

ตอบคุณ add (จากตอนก่อน)

​​เมื่อวานมาพิมพ์แบบรีบด่วน ก็เลย​​ไม่​​ได้ตอบเรื่อง​​ สระลดรูป​​ที่คุณ add มาทบทวนตำราภาษาไทยให้ฟัง

ข้อเสวนาเรื่อง​​นี้ เคยเจอ​​กับตัวเองประจำ คำว่า "แข็ง" ​​คือ สระแอะ - ง หรือคำว่าเร็ว มาจาก สระ เอะ - ว เรียกว่า​​เป็นปัญหาคลาสสิคของวงการกลอนเลย​​ก็ว่า​​ได้

​​ที่แนะนำมาคงแยกพิจารณากันถึงรากเหง้าของ​​แต่ละคำ ว่าสะกดมาอย่างไร

​​แต่ใน​​ความคิดของผม การ​​แต่งกลอน ​​เป็นเรื่อง​​ของสุนทรีย์​​ที่สัมผัสด้วยหู ​​และด้วยใจ ​​คือฟังเสียงของถ้อยคำ​​ที่​​เอามาเรียงร้อย​​เป็นบทกลอน หาใช่ด้วยสมอง​​แต่อย่างใดไม่

​​เมื่อมี​​ความเชื่อดังนี้ จึงยึด​​เอา "ผล" ของการสัมผัสคล้องจองแห่งเสียงของคำต่าง ๆ​​ มากกว่ายึดหลักเหตุผลของ​​ที่มาแห่งคำนั้น​​ ๆ​​

คำว่า "แข็ง" ​​และ "เร็ว" หรือคำอื่นใด ​​จะมี​​ที่มาอย่างไรไม่อยู่​​ในข่าย​​ที่ควรสนใจของนักกลอน ​​ที่ควรสนใจ​​คือ "ผล" ในบั้นปลาย​​เมื่อเราอ่าน หรือขับ บทกลอนนั้น​​ออกมาแล้ว​​ ​​จะให้เสียงอย่างไร ​​จะสัมผัส​​กับคำอื่น ๆ​​ ​​ที่นำมาเรียงร้อยหรือไม่

ดัง​​จะเห็น​​ได้ว่า "โบราณ" ก็ยังยึดหลักนี้อยู่​​ เช่น สระ ไอ, ใอ ยังสัมผัส​​กับ อั-ย ​​ได้ ​​โดยยึด​​เอาผลสำเร็จของคำ​​เป็น​​ที่ตั้ง หา​​ได้ยึด​​เอารูป หรือมาตราสะกดตามตำราจนเคร่งครัดเกิน​​ไปไม่

ใน​​ความเห็นของผม (​​ที่ทุกคนมีสิทธิ​​ที่​​จะไม่เชื่อ) เห็นว่า ​​เมื่อเราออกเสียงคำว่า "แข็ง" ​​กับคำว่า "แป๋ง" ไม่น่า​​จะมี​​ใครเห็นว่าสองคำนี้ "ฟัง"แล้ว​​ไม่สัมผัสหรือคล้องจองกัน ​​ทั้ง​​ที่​​ทั้งสองคำ มี​​ที่มา ​​และสะกดต่างมาตรากัน

​​เมื่อ แข็ง ​​กับ แป๋ง สัมผัสกัน​​ได้ ทำไม ​​จะสัมผัส​​กับคำอื่น​​ที่สะกดด้วยแม่ แอ-ง เช่น แรง,แทง,แพลง ไม่​​ได้เล่า?

เหมือนอย่าง​​ที่มีคนมาทักท้วงเรื่อง​​เสียงตรีไว้​​ที่ประตูเข้าบ้านว่า ทำไม​​ใช้​​กับท้ายวรรคสอง​​ได้ ผมก็​​ได้แจกแจง​​ที่มา​​ที่​​ไปให้ฟังแล้ว​​

ตำราภาษาไทย​​ส่วนใหญ่ ถูก​​แต่งขึ้น​​จากบรรดา "ปราชญ์" ทางภาษาในสมัยก่อน ​​ซึ่งมัก​​จะยึดติด​​กับ "ครู" ชนิด "ครูผิดไม่​​ได้" หรือ "ครูข้า​​ใครอย่าแตะ" ศิษย์บางคนก็ยึดคำครูแบบถือ​​เป็นคัมภีร์

"ข้อพึงสังวรณ์" อันมีเหตุผลประกอบคำสอนอีกยาวเหยียด จึงถูกศิษย์ผู้จงรักภักดีแปรเปลี่ยน​​เป็น "กฏ" อันเข้มงวด​​ที่​​จะล่วงละเมิดมิ​​ได้ ​​และ​​เมื่อบรรดาศิษย์เหล่านี้ เติบใหญ่กล้าแกร่งจน​​ได้​​เป็น "ครู" ก็ถ่ายทอด "กฎ" เหล่านั้น​​​​ต่อมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

เราถูกสอนให้ "เชื่อ" ​​แต่ไม่เคยถูกสอนให้คิดก่อนเชื่อ นี่ไม่นับ​​เป็นปัญหาของวงการกลอน​​แต่อย่างเดียว ​​แต่​​เป็นปัญหาของสังคมไทย​​ทั้งสงคมเลย​​ทีเดียว

ซีเรียสครับ​​ เครียดเลย​​ (ฮา)

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : สารภีดง [C-11038 ], [222.123.84.97]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๕๐, ๐๘.๓๐ น.

อ้าวงั้นเหรอค่ะ​​ครูไทยต่อๆ​​ค่ะ​​

พุทธองค์ทรงเมตตาต่อชาวโลก
พาพ้นโศกด้วยสัจ​​จะละโลภหลง
เพ็ญเดือนสาม​​พร้อมกันพันกว่าองค์
​​คือ​​พระสงฆ์ทรงชี้นำทางดำเนิน

เราชาวพุทธบริสุทธิ์ดุจไฟแจ้ง
ประทีปแห่งดวงธรรมนำเหาะเหิน
ทำบุญกันเถิดหนาพาเพลินเพลิน
ไม่ขาดเกินทางสายกลางอย่าง​​พอดี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : กาบแก้ว [C-11047 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๕๐, ๒๓.๒๐ น.

วันนี้กลับมาทำการบ้านทัน​​พอดี
ขออภัย​​ที่คราว​​ที่แล้ว​​มาช้า​​ไปหน่อย​​ครับ​​

วันมาฆะบูชามาบรรจบ
ขอน้อมนบพุทธองค์​​พระทรงศรี
ทรงเผยแพร่แนวทางสร้าง​​ความดี
มวลหมู่สงฆ์สามัคคีมา​​พร้อมกัน

พันสองร้อยห้าสิบรูปจุดธูปเทียน
ล้วนพากเพียรจนสำเร็จอรหันต์
เพ็ญเดือนสามมาฆะฤกษ์วันสำคัญ
ชาวพุทธพลันสำรวมร่วมทำบุญฯ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : Rotjana Geneva [C-11050 ], [83.180.107.36]
เมื่อวันที่ : ๐๓ มี.ค. ๒๕๕๐, ๐๐.๒๑ น.

ชอบ​​ที่ครูไทวิเคราะห์​​และอธิบายการบ้านค่ะ​​ อ่านแล้ว​​เพลิดเพลิน ​​ได้​​ความรู้ ​​ได้คิด ​​และ​​ได้พิจารณาตาม​​ไปด้วย...​​...​​นับ​​เป็นโชคดีของพวกเราชาวนกน้อย​​ที่​​ได้คนมีฝีมืออย่างครูไทมาร่วมศาลาฯด้วย

อ้าว...​​รจนาไม่​​ได้มาส่งการบ้านหรอกค่ะ​​ ​​แต่มาแอบมาดูการบ้านคนอื่น ​​และศึกษาการบ้านเองในใจ ตามแนวทาง​​ที่ครูไทบอกไว้...​​...​​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ลุงมะเฟือง [C-11054 ], [203.146.63.184]
เมื่อวันที่ : ๐๓ มี.ค. ๒๕๕๐, ๐๗.๐๘ น.

แฮ่ ๆ​​ การบ้านคราวก่อน ​​ได้รับเกียรติยกมา​​เป็นตัวอย่าง(​​ที่ไม่ควร​​เอาเยี่ยงอย่าง ฮาๆ​​) ขอบคุณขอรับ การบ้านคราวนี้ยังไม่เข็ดครับ​​ ขอส่งอีกสองบทตามโจทย์ ดังนี้
---​​---​​---​​

สิบห้าค่ำเดือนสามตำราว่า
วันมาฆะบูชาตำราสอน
"มาฆะ"แปล ว่าเดือนสาม ถึงยามจร
ร่วมรับพร บูชา​​พระ วันเพ็ญจันทร์

พุทธกาล..อรหันต์ดารดาษ
จาตุรงคสันนิบาต มิคาดฝัน
พันสองร้อยห้าสิบองค์มาตรงกัน
ณ วันนั้น​​ เริ่มวางฐาน งานแผ่ธรรมฯ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : ดาวเคียงเดือน [C-11057 ], [203.146.63.185]
เมื่อวันที่ : ๐๓ มี.ค. ๒๕๕๐, ๑๕.๔๔ น.

แอบมาอ่านเหมือนกัน ​​แต่ไม่​​ได้ส่งการบ้าน แฮ่ๆ​​ แอบมองนักเรียนรุ่นใหญ่ส่งการบ้านกัน อิอิ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : ดาวเคียงเดือน [C-11058 ], [203.146.63.185]
เมื่อวันที่ : ๐๓ มี.ค. ๒๕๕๐, ๑๗.๔๒ น.

สิบห้าค่ำ เดือนสาม ตามบรรจบ
พุทธองค์ ทรงพบ อรหันต์
ทรงประกาศ โอวาท เผยแผ่ธรรม์
แก่นสำคัญ ดับทุกข์ ​​ได้สุขใจ

พึงละชั่ว มัวเมา หลงยึดติด
พัฒนาจิต พิสุทธิ์ ผุดผ่องใส
กุศลงาม ข้ามเขต กิเลสไกล
​​คือหัวใจ นักปราชญ์ ฉลาดจริง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : ยังวัน [C-11059 ], [203.113.15.246]
เมื่อวันที่ : ๐๓ มี.ค. ๒๕๕๐, ๒๑.๕๘ น.

ขอบคุณมากครับ​​ครูไท ​​ที่ยกกลอนของกระผม​​เป็นตัวอย่างประกอบศึกษา
เพิ่งสังเกตเหมือนกันครับ​​ เสียงสามัญในวรรคแรก ทำให้กลอนไม่เดินหน้าจริงเสียด้วย
ขอบคุณมากครับ​​ ต่อ​​ไป​​จะจำใส่ใจไว้เลย​​ครับ​​

วันนี้ขอส่งการบ้าน​​เพื่อมไม่ให้น้อยหน้า​​เพื่อนร่วมชั้นครับ​​ ดีนะ​​ที่ป้าหมู​​กับคุณแอ๊ดยังไม่เข้ามาส่ง ไม่งั้นตัดเกรดที ยังวันติด F แน่

จันทร์วันเพ็ญ เด่นนภา มาฆะฤกษ์
มงคลเบิก จาตุรงค์ องค์สี่ถ้วน
มหัศจรรย์ บรรจบ ครบกระบวน
อรหันต์ หลากล้วน เร่งด่วนมา

พุทธองค์ ทรงแสดง ​​พระโอวาท
ปาติโมกข์ ประกาศ ศาสนา
​​เป็นแก่นแท้ หลักธรรม นำชีวา
สืบทอดมา สองพันปี ดีแท้เอย.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : ป้าหมู-รจนา [C-11060 ], [151.196.238.91]
เมื่อวันที่ : ๐๔ มี.ค. ๒๕๕๐, ๐๒.๓๖ น.

ในฐานะ​​เป็นผู้ตั้งคำถาม "เร็ว+แข็ง"
​​ต้องขอขอบคุณ ​​ที่กรุณาอธิบายให้ทราบ
ถาม​​เพื่อ​​ต้องการทราบ มิใช่การมีเจตนาลบหลู่ ​​แต่อย่างใด
​​เพราะแรกหัดเขียนกลอน ก็เขียนแบบผูกข้อ​​ความตามใจ
เช่นเดียว​​กับ อีกหลายๆ​​ท่าน ขอบคุณค่ะ​​

ไหนๆ​​ก็เข้ามาแล้ว​​ ก็ส่งการบ้านซะเลย​​ 2 บทตามกติกา

"มาฆะ​​คือ"ชื่อเดือนสามตามบอกบ่ง
วัน​​พระสงฆ์มาร่วมรวมวิถี
สองพันห้าร้อยองค์ตรง​​พอดี
​​และ​​โดย​​ที่มิ​​ได้นัดหมายกัน

จึง​​เป็น​​ที่กำหนดจดจำไว้
ชาวพุทธไทยน้อมจิตคิดสังสันท์
พึงเว้นว่างกิจกรรมประจำวัน
ระลึกมั่นศีลธรรมจริยา

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น