นิตยสารรายสะดวก  Poem  ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๐
ชิงสัมผัส - กร่อนสัมผัส
ครูไท

ตอน : เฉลยข้อสงสัย

 ตั้งคำถามไว้สองวัน มีคนเข้ามาตอบหลายคน โก๋(แก่)ดีใจจัง แสดงว่าละอ่อนย่านนี้ยังสนใจใคร่รู้เรื่องกาพย์กลอน ไม่ถึงกับเมินเดินหนี ยังพอมีหวังว่าศรีอยุธยาจะไม่แล้งแหล่งกลอนเป็นแม่นมั่น

ก่อนจะไปว่าเรื่องอื่น ขอเฉลยแบบฝึกหัดท้ายบทที่ให้ไว้แต่ครั้งก่อน อันก่อให้เกิดชีเปลือยหลายตนเปลื้องผ้าวิ่งกันโทง ๆ ไปทั้งเว็บ อนึ่ง คำว่า "ชี" คือเพศนักบวชหนึ่ง เช่นเดียวกับนักพรต หรือฤาษี เป็นได้ทั้งหญิงและชายนะครับ ชีเปลือยในเรื่องพระอภัยมณีจึงเป็นชายอย่างที่คุณยังวันเขายกมาว่า "หนวดถึงเข่า เคราถึงนม ผมถึงตีน" นั่นแหละ ส่วนชีที่เป็นเพศหญิง ยังไม่เคยเห็นว่าเปลือยแล้วจะมีสภาพอย่างไร แต่กระผมคิดเอาเองว่า น่าจะดูดีกว่าชีที่เป็นชายเปลือยเป็นแม่นมั่น (ฮา)

เข้าเรื่องกันดีกว่า คำถามที่ว่าคือ เสียงครุในกลอน กับคำที่ลงจังหวะหนัก มีความเกี่ยวพันกันอย่างไร

ที่ศิษยานุศิษย์ตอบมาก็นับว่าถูกต้องทีเดียว นั่นคือ ตรงที่โบราณกำหนดให้เป็นผังสัมผัสนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นจังหวะลง หรือจังหวะหนัก มักจะใช้คำครุตรงนั้น ยิ่งเมื่อลองกลับไปอ่านกลอนในวรรณคดีไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลอนของท่านสุนทรภู่ จะพบว่า ในแทบทุกบทจะส่งและรับสัมผัสด้วยพยางค์ที่ออกเสียงหนัก คือ ครุ แทบทั้งสิ้น ลองดูตัวอย่าง

บัดเดี๋ยวดัง หง่างเหง่ง วังเวงแว่ว
สะดุ้งแล้ว เหลีpวแล ชะแง้หา
เห็นโยคี ขี่รุ้งพุ่ง ออกมา
ประคองพา ขึ้นไป ในบรรพต

จะว่าไปแล้ว แทบจะไม่มีบทไหนในกลอนของท่านบรมครูท่านนี้ที่ส่ง และรับสัมผัสกันด้วยคำที่มีเสียงลหุเลย ให้ยกตัวอย่างก็ยกกันแทบไม่ได้ ขุดคุ้ยตะลุยอ่านพระอภัยมณีกันแทบหมดตู้อาจไม่เจอะเจอเลยก็เป็นได้

นอกจากนั้น บรมครูท่านนี้ ยังถึงกับใช้คำครุเป็นหลัก ลึกถึงขั้นสัมผัสใน หรือสัมผัสประดับนั่นเทียว ดังตัวอย่างที่ยก ดัง-หง่าง , เหง่ง-เวง, แล-แง้ ฯลฯ

ว่ามาถึงตรงนี้ หลายท่านที่แอบหลับในชั่วโมงภาษาไทย คงนึกอยากเขกกระโหลกตัวเองว่า รู้งี้ไม่หลับดีกว่า เพราะคงมีไม่น้อยที่ยังแยกครุ -- ลหุ ไม่ออก ก็เลยขอเขกกระโหลกเด็กดื้อเหล่านั้นอีกโป๊กหนึ่ง ก่อนจะบอกเคล็ดไม่ลับ ให้เอาไปเป็นหลักยึดง่าย ๆ ดังนี้

ครุ คือเสียงหนัก คือคำที่ใช้สระเสียงยาว หรือคำที่มีตัวสะกดทุกคำ ! แถมด้วยคำที่สะกดด้วยสระ อำ,ไอ, ใอ และเอา
(จะเห็นได้ว่า สระ อำ ก็คือ อัม มีตัว ม. สะกด, ไอ หรือ ใอ ก็คือ อั-ย มีตัว ย. สะกดนั่นเอง)

ลหุ คือ คำที่สะกดด้วยสระเสียงสั้น และไม่มีตัวสะกด
เช่น พระ, แมะ, ลุ ฯลฯ

แค่นี้ก็พอเห็นแล้วว่า เหตุใด คำที่ใช้ ส่ง และรับ สัมผัสในกลอน ครูทั้งหลายจึงนิยมใช้คำครุ เพราะจังหวะของคำ เป็นจังหวะหนัก ถ้าขืนเอาคำลหุ ที่เป็นคำเสียงเบาใส่เข้าไป มันก็ขืน หรือฝืนธรรมชาติในการออกเสียงของคำนั้นแน่ ไม่เชื่อลองอ่านกลอนวรรคนี้ดู

จะเขียนกลอน สอนสั่ง ระวังนะ (นะ เป็นลหุ เพราะสะกดด้วยสระ อะ อันเป็นเสียงสั้น)

กับสำนวนที่มีความหมายเดียวกันที่ว่า

จะเขียนกลอน สอนสั่ง ฟังไว้ด้วย (ด้วย เป็นครุ มีตัวสะกด คือ ย.)

ความรู้สึกของการออกเสียงในบทที่สอง จะฟังลื่นกว่า ง่ายกว่า และเพราะกว่า โดยเฉพาะหากต้องนำไปขับทำนองเสนาะ นี่คือเคล็ดไม่ลับที่เพิ่งสังเกตเห็น ดังที่เล่ามาแต่แรก

คำถามว่า แล้วเหตุใดจึงไม่ถือเป็นกฏเหล็กบังคับกันเสียเลย

โบราณคงเห็นว่า หากใช้คำลหุ ส่ง และรับสัมผัส ก็พอใช้ได้ แม้ความไพเราะจะด้อยลงไปบ้างก็ไม่ถึงกับทำให้เสียหายอะไร จึงละไว้ให้เลือกตามอัธยาศัย ในส่วนตัวของกระผมเอง นับแต่สังเกตพบเรื่องจังหวะหนัก-เบาในกลอน ก็ยึดเอาเป็นกฏเหล็กเชียวละ ส่วนคนอื่น ก็เชิญว่ากันตามอัธยาศัยครับ

คราวนี้ จะชวนเสวนากันด้วยคำถามที่มีคนแอบมาตั้งไว้ว่า คำว่า "เร็ว" และ "แข็ง" มีคำใดสัมผัสได้บ้าง

ก่อนอื่น ต้องขอบอกเสียก่อนว่า กระผมหาใช่ผู้รอบรู้ในทางอักษรศาสตร์อย่างถ่องแท้ไม่ ความเห็นที่ให้ไว้ จึงไม่อาจนับเอาเป็นข้อยุติ อาจเป็นความเห็นที่ผิด จึงสมควรจะใช้วิจารณญาณให้ดีในการรับฟังรับชม ประมาณเดียวกับรายการโทรทัศน์ที่มี ตัวอักษร น. และเครื่องหมายบวก และ ลบ อยู่นั่นเชียว

กระผมเอง เห็นว่า คำที่มีเครื่องหมายไม้ไต่คู้ กำกับ เพื่อทำให้อ่านด้วยเสียงสั้นลงเท่านั้น มิได้ก่อให้เกิดสระเสียงใหม่แต่อย่างใด ถึงแม้เสียงที่อ่านออกมาจะสั้นลง ก็ยังคงค่ามาตราสะกดเดิมอยู่ ทั้งนี้ เทียบเคียงกับ การันต์ ที่มีไว้บังคับไม่ให้ออกเสียงพยัญชนะตัวนั้น

ดังนั้น คำว่า "เร็ว" ก็ยังคงถือว่าสะกดด้วยสระ "เอ-ว" เพียงแต่บังคับการอ่านให้สั้นลง ไม่อ่านเป็น "เรว" แต่ให้อ่านสั้นลง เป็น "เร็ว" คล้ายกับคำว่า "กานท์" ที่ถูกการันต์กำกับไม่ให้ออกเสียงตัวท.ทหาร จึงอ่านว่า "กาน"

เมื่อมองจากมุมนี้ คำว่า "เร็ว" จึงสามารถนำไปสัมผัสกับคำว่า เอว, เปลว, เหว ฯลฯ ได้
ด้วยเหตุผลทำนองเดียวกัน คำว่า "แข็ง" ก็สามารถนำไปสัมผัสกับคำว่า แรง, แทง, แฝง ฯลฯ ได้

มีบางคนอาจแย้งว่า มันคล้ายกับ "สระไอ" กับ "สระอาย" ที่เป็นคู่เสียง สั้น-ยาวกัน ไม่อาจสัมผัสกันได้ แต่กระผมก็มักโต้กลับไปว่า สระเอ็ว และ แอ็ง หรือสระอื่นที่มีตัวไม้ไต่คู่กำกับ มันไม่มีอยู่จริง จึงไม่นับเป็นเสียงสระรูปหนึ่ง มิฉะนั้นแล้ว โบราณคงบัญญัติสระรูปนั้นขึ้นมาแล้ว ไม่ต้องรอให้รุ่นหลังมาทุ่มเถียงกันให้เมื่อยตุ้มหรอก

แต่ก็มีครูบางท่าน ยังเข้มงวดขนาดกำหนดเป็นกฏเหล็กว่า คำที่มีไม้ไต่คู้บังคับเสียง นับเป็นสระอีกเสียงหนึ่ง (คือสระเสียงสั้น) จนนักกลอนหลายท่านเข้มงวดขนาดนับเอาคำที่มีไม้ไต่คู้ กับที่ไม่มี ว่าไม่อาจจับมาสัมผัสกันได้ เช่น "เหล็ก" จับสัมผัสกับ "เด็ก" ได้แต่จะเอาไปสัมผัสกับคำว่า เลข เจ๊ก หรือ เค้ก ไม่ได้

ส่วนผู้เขียนกลับเห็นว่า เป็นกฏที่ออกจะแข็งกระด้างไปสักนิด และคำที่ใช้ ก็มีค่อนข้างจำกัด จึงเกิดปัญหาอย่างคำว่า "เร็ว" และ "แข็ง" ที่หากว่าตามกฏเหล็กแล้ว จะหาคำมาสัมผัสไม่ได้เลย ซึ่งดูไปก็เหมือนการต้อนตัวเองเข้ามุมอับอย่างน่าเสียดาย

ตอบมาภายใต้ความรู้อันจำกัดจำเขี่ย (แต่ไม่ค่อยจะเจียมตัว) จะเชื่อหรือแย้ง ก็ไม่ว่ากัน

ก่อนจากกันวันนี้ ขอให้เขียนกลอนเป็นการบ้านส่งคนละหนึ่งบท โดยให้กลอนหนึ่งบทครอบคลุมเนื้อหาต่อไปนี้

"มองจอคอมพิวเตอร์ นิ้วจิ้มคีย์บอร์ด มือจับเม้าส์คลิก ท่องไปในอินเตอร์เน็ต เปิดเว็บอันหลากหลาย เหมือนหลงเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่ง มีทั้งดีทั้งร้าย เผลอใจลอยละล่องในโลกใบนั้น แต่เมื่อปิดเครื่อง ก็กลับมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ที่ยังวุ่นวายเหมือนเดิม"

ลองดูว่า สำนวนของใครจะครอบคลุมเนื้อหาได้ทั้งหมด และไพเราะที่สุด จะยกขึ้นเป็นตัวอย่างเพื่อใช้ศึกษากัน ส่วนสำนวนใครห่วยสุด ก็จะเอาเป็นตัวอย่างเหมือนกัน แต่เป็นตัวอย่างด้านกลับให้ศึกษาว่าทีหลังอย่าทำ ๆ

ใครจะเป็นตัวอย่างด้านตรง หรือตัวอย่างด้านกลับ คงจะได้รู้กันก็งานนี้นี่แหละ ขอให้ทุกท่านโชคดีมีเงินใช้ครับ.
 
F a c t   C a r d
Article ID S-2044 Article's Rate 58 votes
ชื่อเรื่อง ชิงสัมผัส - กร่อนสัมผัส --Series
ชื่อตอน เฉลยข้อสงสัย --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ครูไท
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๑๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงมะเฟือง [C-11004 ], [203.146.63.184]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๐.๔๙ น.

ครูไทใจร้ายวุ้ย...​​ การบ้าน​​ที่ให้เขียนแค่หนึ่ง​​บท​​แต่ให้กิน​​ความว่า

“มองจอคอมพิวเตอร์ นิ้วจิ้มคีย์บอร์ด มือจับเม้าส์คลิก ท่อง​​ไปในอินเตอร์เน็ต เปิดเว็บอันหลากหลาย เหมือนหลงเข้า​​ไปในโลกอีกใบหนึ่ง​​ มี​​ทั้งดี​​ทั้งร้าย เผลอใจลอยละล่องในโลกใบนั้น​​ ​​แต่​​เมื่อปิดเครื่อง ก็กลับมาอยู่​​ในโลกแห่ง​​ความ​​เป็นจริง ​​ที่ยังวุ่นวายเหมือนเดิม”

ภายในสี่บรรทัดเองหรือขอรับ.. โหด...​​ มากกกกกก (เดี๋ยว​​จะลองดูสักตั้ง วุ้ย.. ​​จะเขียน​​ได้เหรอเนี่ยยย)

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-11008 ], [83.181.126.159]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๔.๐๖ น.

อูย...​​รู้สึก​​จะหัวโน...​​ โดนครูไทเขกหัวดังโป้ก...​​แฮ่ม...​​เพิ่งถึง​​ความกระจ่าง​​เมื่อครูไทเฉลยว่า คำ​​ที่ออกเสียงแบบ "ครุ" ​​และ "ลหุ" ​​เป็นอย่างไร...​​เรียนมาแล้ว​​จริง ๆ​​ ​​แต่สงสัยแอบหลับอยู่​​หลังห้อง ก็เลย​​ลืม...​​.

​​ส่วนเรื่อง​​การบ้านกลอนหนึ่ง​​บท ขอตามอ่านจากศิษย์เอกอย่างลุงมะเฟือง ลุงปิง แล้ว​​กันค่ะ​​...​​.. รจนา​​ต้อง​​ไปท่องจำเรื่อง​​ "ครุ" ​​และ "ลหุ" ให้​​ได้เสียก่อน ...​​...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ลุงมะเฟือง [C-11013 ], [203.146.63.187]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๖.๐๐ น.

มึนครับ​​ ลองแงะคำกลอนอยู่​​หลายหน ​​จะเขียนให้อม​​ความ​​ทั้งหมดในสี่บรรทัด ยังทำไม่สำเร็จครับ​​ครู เท่า​​ที่เขียนออกมา​​ได้ ยังขาด​​ความ​​ที่ว่าบนเว็บมี​​ทั้งเรื่อง​​ดี​​และร้าย ​​เอา​​เป็นว่า ส่งการบ้านเท่า​​ที่ทำ​​ได้แค่นี้ก่อนเด้อ..

คลิกเม้าส์ล่องในเวิร์ดไวด์เว็บ
เพลินเก็บสารพันชวนหรรษา
รัวแป้นพิมพ์คำจำนรรจา
เพลินอุราไฟดับกลับโลกเดิมฯ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : สารภีดง [C-11014 ], [124.157.200.219]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๖.๓๕ น.



จับเมาท์คลิกพลิก​​ไปในโลกกว้าง
จอคอมฯต่างออก​​ไปคล้าย​​ความฝัน
เสมือนจริงสนองใจใฝ่สัมพันธ์
ออกเครื่องพลันวุ่นวายในโลกจริง...​​...​​...​​...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ยังวัน [C-11015 ], [125.26.79.213]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๖.๓๙ น.

พรมนิ้วพิมพ์ สัมผัสคล่อง ตาจ้องจอ
คลิกเม้าส์ต่อ อินเตอร์เน็ต ให้เสร็จสรรพ
โลกเสมือน เ​​ที่ยวท่อง​​ไป ไกลลิบลับ
กดปุ่มปิด เครื่องดับ กลับโลกเดิม

แฮ่ะ ๆ​​ โดนเขกกระโหลกเหมือนกันครับ​​ หลบไม่ทัน

​​แต่พอ​​จะ​​แต่งกลอน​​ได้ครับ​​ ไม่รู้​​จะถูกใจครูหรือเปล่าครับ​​ โปรดวิจารณ์ด้วย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ป้าหมู-ลองมั่ง [C-11017 ], [151.196.247.155]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๘.๒๘ น.

แรกคลิกเม้าส์เข้าจอต่อตาม​​ที่
หลายเว็บมีคำตอบมอบคำถาม
เก็บคำถูกคำผิดคิดคล้อยตาม
เซฟข้อ​​ความ​​ทั้งหมดกดปิดจอ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : --oo-- [C-11020 ], [202.28.47.11]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๐, ๐๐.๐๑ น.

โลกไซเบอร์สารพันอันหลากหลาย
ตาจ้อง​​ไปสื่อ​​ความหมายด้วยปลายนิ้ว
คลิกด้านดีคลิกด้านร้ายพาใจปลิว
ใจลอยพลิ้วพลันกลับ​​เมื่อดับ​​ไป

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : add [C-11024 ], [125.25.1.214]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๑.๒๘ น.

สวัสดีค่ะ​​ ขอเขียนกลอนมั่ง แหะๆ​​

ปลายนิ้วจิ้มตาจ้องมองจอเหลี่ยม
ข้อมูลเยี่ยมคลิกค้น​​ได้เหมือนในฝัน
ท่องเว็บมั่วมีชั่วช้าสารพัน
ปิดเครื่องพลันพลิกตื่นคืนโลกจริง

*---​​**---​​**--*

อนึ่ง ขออนุญาตครูไทเพิ่มเติมสิ่ง​​ที่เคยเรียนมา เรื่อง​​คำ​​ที่มีไม้ไต่คู้ดังนี้ค่ะ​​

คำ​​ที่มีไม้ไต่คู้นั้น​​มาจากเสียงสั้นลดรูป เช่น
แข็ง มาจาก แขะ+ง สระอะเปลี่ยนรูป​​เป็น ไม้ไต่คู้

​​ส่วน แรง มาจาก
แร+ง แรงจึงมาจากสระเสียงยาว

เร็ว ก็​​ต้องมาจาก เระ+ว เปลี่ยนรูปสระอะ​​เป็นไม้ไต่คู้ เช่นกัน

​​แต่ เลว มาจาก
เล+ว ​​เป็นสระเสียงยาว

ดังนั้น​​ครูบางคนจึงเข้มงวด​​กับการ​​ใช้คำก็​​เพราะเหตุผลนี้

อีกคำหนึ่ง​​ ​​คือคำว่า ก็ นั้น​​ รูปเดิมของคำว่านี้ ​​คือ
เก้าะ แล้ว​​ลดรูป ​​เป็น ก็ ​​เป็นเสียงสั้น ไม่​​ได้อ่านว่า ก้อ ​​แต่อย่างใด

ขอบคุณค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : สารภีดง [C-11025 ], [222.123.132.162]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๒.๓๑ น.

​​เมื่อวานรีบ​​แต่งเลย​​พลาด​​ไปหน่อย​​มีสัมผัสซ้ำเสียง ​​คือ พันธ์ กะ พลัน

ขอแก้ใหม่ดังนี้ค่ะ​​

จับเมาท์คลิกพลิก​​ไปในโลกกว้าง
จอคอมฯต่างออก​​ไปคล้าย​​ความฝัน
เสมือนจริงสนองใจใฝ่สัมพันธ์
ออกเครื่องหันมาวุ่นวายในโลกจริง...​​...​​...​​..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : กาบแก้ว [C-11046 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๕๐, ๒๒.๒๖ น.

ขอโทษ​​ที่หาย​​ไปทำธุระ​​ส่วนตัวหลายวัน
กลับมารีบทำการบ้านส่งครูทันที

โลก​​ทั้งใบอยู่​​ในจอคอมพิวเตอร์
หลงละเมอคลิกเม้าส์เข้าท่องฝัน
​​ทั้งเว็บดีเว็บร้ายสาระพัน
ปิดเครื่องหันเห็นเราเฝ้าวุ่นวาย

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น