นิตยสารรายสะดวก  Poem  ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๐
ชิงสัมผัส - กร่อนสัมผัส
ครูไท

ตอน : บทกลอน -เสียงดนตรีและจังหวะ

 วันนี้เอากลอนของลุงมะเฟืองที่เขียนไว้ในหน้าบทกวีดิจิตอล มาให้ดูเป็นตัวอย่าง สังเกตที่ทำตัวหนาไว้

ขอร่วมก๊วน ชวนนั่ง ฟังเรื่องผี
เห็นตานี แลบลิ้น กินขนม
ลุงเชยนั่ง เหว่ว้า นัยตากลม
ป้าหมูก้ม มองท้ายคัด สัมผัสกลอน

และอีกบทของ "กาบแก้ว"ที่ว่า

คืนข้างแรมไร้เดือนไร้เพื่อนคิด
ไร้คู่ชิดสนิทแนบแอบอกพี่
ไร้เงินตราไร้คนรักที่ภักดี
ไร้ราชินีเคียงนั่งบัลลังก์ไพร

จะเห็นว่า ท้ายวรรคสองของบทแรก "ขนม" เป็นเสียงจัตวา ส่วนอีกบท คำว่า "พี่" เป็นเสียงโท (แต่รูปสระเป็นเอก) แต่คำท้ายของวรรคที่สาม ล้วนแล้วแต่เป็นเสียงสามัญ คือ "กลม" และ "ภักดี"

นับว่าเป็นบังคับเรื่องเสียงเพียงวรรณยุกต์สองจุดของคำประพันธ์ประเภทกลอน คือมีกฏเพียงว่า ที่ท้ายของวรรคที่สอง จะต้อง"ไม่เป็น"เสียงสามัญ และคำท้ายวรรคที่สาม จะ"ต้องเป็น"เสียงสามัญ ที่ผิดกับคำประพันธ์ประเภทโคลงที่มีบังคับเอกโทอยู่หลายแห่ง ทำให้กลอน นับเป็นคำประพันธ์ที่เขียนได้ง่าย เป็นคำประพันธ์ประเภทแรก ๆ ที่มักฝีกเขียนกัน และแพร่หลายไปอย่างกว้างขวางกว่าคำประพันธ์ประเภทอื่น

บางครู ถึงกับยึดเป็นกฏตายตัวว่า คำท้ายวรรคสอง จะต้องเป็นเสียงจัตวาเท่านั้น ! ส่วนคำท้ายวรรคที่สามต้องเป็นเสียงสามัญเท่านั้น ! เพราะยึดผังบังคับของท่านสุนทรภู่เป็นหลัก

แต่ในที่นี้ ผู้เขียนขอเดินสายกลาง คือ คำท้ายวรรคที่สอง ต้อง ไม่เป็น เสียงสามัญ ส่วนจะเป็นเสียงอะไรที่เหลือก็ใช้ได้ทั้งสิ้น แต่ที่ยังคงยึดไว้เป็นหลัก คือ คำท้ายวรรคที่สาม ต้อง เป็นเสียงสามัญ ถ้าถามถึงเหตุผล ก็อยากยกตัวอย่างจากกลอนบทแรกของลุงมะเฟือง หากแก้คำแล้ว จะได้ดังนี้

ขอร่วมก๊วน ชวนนั่ง ฟังเรื่องผี
เห็นตานี แลบลิ้น กินขนม (เสียงจัตวา)
ลุงเชยนั่ง เหว่ว้า ท่าจะล้ม (ลองแก้ให้เป็นเสียงตรี แล้วลองอ่านดู)
ป้าหมูก้ม ดูท้ายคัด สัมผัสกลอน

อีกตัวอย่าง แก้เป็นดังนี้

คืนข้างแรม ไร้เดือน ไร้เพื่อนคิด
ไร้คู่ชิด สนิทแนบ แอบอกพี่ (เสียงโท)
ไร้เงินตรา แพ้พ่าย แหนงหน่ายหนี (แก้ให้เป็นเสียงจัตวาลองอ่านดู)
ไร้ราชินี เคียงนั่ง บัลลังก์ไพร

จะเห็นได้ว่า กลอนบทแรกถึงจะอ่านไม่ลื่นเหมือนเดิม แต่ยังพออ่านได้ ไม่ถึงกับเสียหาย แต่ในบทหลัง รู้สึก "ทะแม่ง" ขึ้นมาทันที ยิ่งถ้าใครขับเสภาเป็น จะขับเสภากลอนบทที่สองที่แก้ไขแล้วนี้ไม่ได้เลย

ถามว่าเป็นเพราะเหตุใด ก็พอตอบได้ว่า เพราะคำท้ายวรรคสองในบทแรก ยังเป็นเสียงสูงกว่าคำท้ายวรรคที่สาม ในขณะที่ในบทที่สองที่เราแก้ไขใหม่ รู้สึก "ทะแม่ง" มากกว่า เพราะคำท้ายของวรรคสามที่เป็นเสียงจัตวา เสียงสูงกว่าคำท้ายวรรคที่สอง ที่เป็นเสียงโท

จากที่ได้ยกตัวอย่างมา จึงพอจะสรุปเป็นสมมุติฐานได้ว่า การบังคับเสียงวรรณยุกต์ของกลอน คือ คำท้ายของวรรคที่สอง จะต้องมีเสียงสูงกว่า คำท้ายวรรคที่สามเสมอ

แต่ที่ครูส่วนใหญ่บังคับให้คำท้ายวรรคสาม ต้องเป็นเสียงสามัญเสมอ ก็เพราะ เสียงสามัญเป็นเสียงต่ำที่สุดที่มีอยู่ เมื่อบังคับไม่ให้คำท้ายวรรคสองเป็นเสียงสามัญแล้ว จึงต้องสำทับไปว่า คำท้ายของวรรคที่สาม ต้องเป็นเสียงสามัญ เพื่อไม่ให้เสียงไปสูงกว่าท้ายวรรคก่อน

และยิ่งเห็นเจตนาของครูบางคน ที่บังคับให้คำท้ายวรรคสองให้เป็นเสียงจัตวา เพื่อให้เป็นเสียงสูงสุด และให้ท้ายวรรคสาม เป็นเสียงสามัญ เพื่อให้ได้เสียงต่ำสุด จะยิ่งทำให้กลอนไพเราะยิ่งขึ้น

ใครถนัดแบบครูคนใด ก็เชิญเลือก "ขึ้น" ครูเอาตามใจครับ

ที่มาและที่ไปของบังคับเสียงวรรณยุกต์ในกลอน เข้าใจว่าเกิดขึ้นจากการนำบทกลอนไปขับร้องเป็นทำนองเสนาะ ไม่ว่า ขับเสภา หรือเพลงหุ่นกระบอก หรือทำนองอื่น ๆ

มีคนเคยถามผู้เขียนว่า เหตุใด ผังสัมผัสกลอน จึงเป็นดังที่ร่ำเรียนกันอยู่ในปัจจุบัน เช่น ทำไมคำท้ายของวรรคต้น จึงต้องนำไปสัมผัสกับคำที่สามหรือที่ห้าของวรรคที่สอง ฯลฯ

ครั้งแรกที่เจอคำถามนี้ ผู้เขียนก็งงไปเหมือนกัน จะตอบว่าเป็นเพราะ "โบราณ" สอนมา ก็ออกจะเป็นคำตอบที่มักง่ายเกินไป จนกระทั่งผู้เขียนได้สังเกตผู้ที่เรียนดนตรี เห็นเขาสอนให้ตบเท้าให้เข้าจังหวะ และสอนว่า จังหวะยกเท้า เรียกว่า จังหวะยก เป็นจังหวะเสียงเบา หรือ ลหุ ตรงข้ามกับตอนตบเท้าลง อันเป็นจังหวะลง อันเป็นจังหวะหนัก หรือเสียง ครุ

ก็เลยลองอ่านกลอนไปพลาง ตบเท้าเป็นจังหวะเหมือนตอนร้องเพลง ก็จึงถึงบางอ้อ (เพิ่งมาถึงเอาตอนอายุปาเข้าไปสี่สิบกว่า) ที่แท้ ผังสัมผัสของกลอนแปด ก็มีที่มาที่ไปจากจังหวะหนักจังหวะเบานี่เอง กล่าวคือ ทุกคำที่ส่งหรือรับสัมผัส ล้วนแล้วแต่เป็นจังหวะหนัก หรือจังหวะลง หรือครุทั้งสิ้น

นับว่าเป็นความรับรู้ที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อย ถึงขั้นที่สมควรจะแก้ผ้าวิ่งไปพลาง ร้องไปพลางว่า ยูเรก้า ยูเรก้า นั่นเทียว

อะไรจะยิ่งใหญ่ปานนั้น จะขอแกล้งอุบไว้ให้ท่านทั้งหลายน้ำลายหกเล่นก่อน คราวหน้าจึงจะมาเฉลย แต่อยากให้ท่านทั้งหลายลองไปคิดเป็นการบ้านฝึกสมองดู ได้คำตอบอย่างไร ก็เอามาตอบเอาไว้ในช่องเขียนความเห็นไปพลางก่อน ดูซิว่า จะมีใครตอบถูกบ้าง

มีรางวัลเป็นคำชมครับ ไม่มีทองแจกหรอก เพราะตั้งแต่ทองขึ้นราคามาเป็นบาทละเกินหมื่นนี่ มีเท่าไรขนไปฝากเฮียถ่อง แห่งสำนำไถ่สูญ เสียหมดแล้ว แฮ่ ๆ.
 
F a c t   C a r d
Article ID S-2042 Article's Rate 58 votes
ชื่อเรื่อง ชิงสัมผัส - กร่อนสัมผัส --Series
ชื่อตอน บทกลอน -เสียงดนตรีและจังหวะ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ครูไท
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๑๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงมะเฟือง [C-10992 ], [203.146.63.185]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๐, ๐๗.๑๗ น.

เห็นกลอนตัวอย่างแปะไว้ตอนต้นบท​​ความ ผมอ่าน​​ไปคอย่น​​ไป ​​เอาแล้ว​​มั้ยละแฮ่ ๆ​​

ตอนแรกเข้าใจว่าผมคง​​จะรับสัมผัสตรงตัวหนาผิด คิดว่าคำ "ขนม" แม่กม ​​กับ "กลม" แม่กมเหมือนกัน​​แต่กลม​​เป็นคำกล้ำ อาจ​​จะผิดฉันทลักษณ์(มั้ง) จึงถูกครูนำมาขึ้น​​เขียง

​​ต้องสารภาพไว้ตรงนี้เลย​​ขอรับ ว่าลุงมะเฟือง​​เป็นผู้ไม่รู้จริงเรื่อง​​ฉันทลักษณ์เลย​​ เวลาเขียนกลอนก็​​ต้องอ่านออกเสียงไล่​​ไปทีละบรรทัด ฟังทำนองของคำว่า เสียงเค้า​​จะ​​ไปกัน​​ได้ไหม?

เวลา​​จะหาสัมผัสก็มัก​​จะเอ่ยคำแม่เดียวกันในใจ (ขนม ขม สม ถม ผม อาศรม ไทยอาหม.. ​​ไปโน่นเลย​​) แล้ว​​ก็เลือกดูว่า คำไหน​​ที่พอ​​จะหยิบมารับสัมผัส ​​และยัง​​ได้​​ความหมายสัมพันธ์​​กับบรรทัดก่อนหน้า

บ่อย ๆ​​ ​​ไปครับ​​​​ที่คำรับสัมผัส ลากผมออกทะเล​​ไปซะไกล ​​ต้องค่อย ๆ​​ พายกลับเข้าคลองในบรรทัดถัดมา

นี่​​คือปัญหาหนักใจเลย​​ครับ​​ครู ​​เพราะผมไม่​​สามารถสื่อ​​ความตาม​​ที่ตั้งใจไว้​​แต่แรก​​ได้ หลายครั้งมาก​​ที่เขียนกลอน​​ได้สองสามบรรทัด แล้ว​​ก็​​ต้องลบทิ้ง เลิกเขียนต่อ ​​เพราะ​​ไปไม่​​ได้

สำหรับคลีนิกฯตอนนี้ ครูสอนให้ผมทราบเคล็ดสำคัญอย่างน้อย สองข้อ ข้อแรก​​คือคำท้ายบรรทัดสอง​​จะ​​ต้องเสียงสูง(​​ถ้าเสียงจัตวา​​ได้​​จะดีกว่า) ท้ายบรรทัดสาม​​จะ​​ต้องเสียงต่ำ(​​ถ้า​​เป็นเสียงสามัญ​​จะดีกว่า) อัน​​เป็นข้อสังเกตของครู​​ที่ผมไม่เคยอ่านพบมาก่อน ผม​​จะจดจำไว้หากินตลอด​​ไปครับ​​

ข้อสอง​​คือ คำรับสัมผัส​​จะ​​เป็นคำครุ หรือจังหวะลงเสมอ ผมลองออกเสียงกลอนของมหากวีสุนทรภู่ ​​และสังเกตตามคำครู ก็เห็นจริงตามนั้น​​ครับ​​ ​​แต่ก็ไม่แน่ใจว่า​​ที่เห็นจริงนั้น​​​​จะถูกหรือเปล่า จึงขออนุญาตถามว่า

ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง
มีคันโยงผูกสายไว้ปลายเสา...​​..

ตัวหนา​​ที่ผมทำไว้ ​​คือจังหวะลงตรงตาม​​ที่ครูสอนหรือเปล่าครับ​​ (​​คือผมไม่แม่นเกี่ยว​​กับ ครุ ลหุ เลย​​ไม่มั่นใจ) ​​ถ้าผมเข้าใจถูกก็​​จะ​​ได้ร้อง ยูเรก้า ๆ​​ แล้ว​​ก็วิ่งแก้ผ้าตามหลังครูด้วย​​ความดีใจ​​ไปอีกคน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ยังวัน [C-10993 ], [125.26.78.187]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๐, ๐๘.๓๗ น.

อืม ​​ความรู้ใหม่จริง ๆ​​ ครับ​​

เขียนกลอนมาตั้งหลายปี ยังไม่รู้ว่ากลอนมีเรื่อง​​ ครุ ​​และ ลหุ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คิดว่ามี​​แต่ในการ​​แต่งฉันท์อย่างเดียว

คิดแบบเดียว​​กับคุณลุงเปี๊ยกเหมือนกัน รอให้ครูไทมาเฉลยดีกว่า ท่า​​จะ​​ได้มี​​เพื่อนแก้ผ้าวิ่งกันสองคน กลาย​​เป็นเว็บชีเปลือยประมาณว่า
...​​...​​...​​
หนวดถึงเข่า เคราถึงนม ผมถึงตีน ...​​.

ดูสักครั้งท่า​​จะสนุกดี (ท่านสุภาพสตรี​​ที่ประสงค์​​จะเข้าร่วมขบวนด้วย ขอแนะนำว่าวิ่งกันคนละทาง​​จะดีกว่าครับ​​ ​​เอาแบบจำง่าย ๆ​​ "หญิงทางซ้าย ชายทางขวา" ​​เพื่อกัน​​ความสับสน เดี๋ยว​​จะยุ่งกันใหญ่)

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ป้าหมู [C-10994 ], [151.196.247.155]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๐, ๐๘.๕๕ น.

ป้าหมูสงสัยอยู่​​ 2ข้อ
​​คือในกรณี ​​ที่มีคนลงท้ายว่า"เร็ว"
​​จะ​​เอาอะไร​​มารับ...​​.​​ได้บ้าง?

​​กับบางคนลงท้ายวรรแรกว่า"แข็ง"
​​จะ​​เอาอะไร​​มารับ...​​.​​ได้บ้าง?


ตอนนี้ป้าหมู ยังตึงอก ไม่ว่า​​จะทางซ้ายหรือขวา คงไม่เลือก​​จะวิ่ง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ดาวเคียงเดือน [C-10996 ], [203.113.17.155]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๐, ๐๙.๔๖ น.

อุ๊ย! งานนี้ไม่ขอชีเปลือยค่า ..​​แต่​​จะขอนั่งเชียร์ คอยรอ​​และคอยชม ...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : กาบแก้ว [C-10997 ], [124.121.59.62]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๒.๔๓ น.

ชีเปลือย​​ที่ชื่อลุงปิงวิ่งนำมาแล้ว​​สองรอบครับ​​คุณยังวัน !
ในห้องน้ำนะครับ​​ ! อิ อิ..!

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : add [C-11000 ], [203.188.57.61]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๐, ๒๒.๔๙ น.

ว้าย เห็น​​ใครโป๊วิ่งผ่าน​​ไป เอ ทำไมถึงเรียกชีเปลือยนะ ชีเปลือยนี่ผู้ชายไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่เรียกตาเถรเปลือยล่ะหือ อะเหอๆ​​

ขอคารวะคุณครูไท ​​และลุงปิงค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : อรทัย [C-11889 ], [124.157.220.128]
เมื่อวันที่ : ๑๖ ก.ค. ๒๕๕๐, ๑๐.๓๓ น.

วรรคสดับ สัมผัสหลัง ห่างสามัญ
​​ส่วนวรรครับ​​ สัมผัส​​เพราะ เสนาะหู
เว้นสามัญ ​​ถ้าจัตวา พาชื่นชู
วรรครองส่ง ลงท้ายหรู คู่สามัญ

ชิงสัมผัน สัมผัสก่อน ก่อนถึง​​ที่
สัมผัสนี้ สิ้นไพเราะ เสนาะฝัน
สัมผันตรง ครูไท ใฝ่รำพัน
​​จะสร้างสรรค์ ขวัญกวี นิรันดร

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น