นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
รางวัลซีไรท์ (S.E.A. WRITE AWARD) #10
จันทน์กะพ้อ
... ๑. ฉัน​เอาฟ้าห่มให้ หายหนาว
ดึกดื่นกินแสงดาว ต่างข้าว
น้ำค้างพร่างกลางหาว หาดื่ม
ไหลหลั่งกวีไว้เช้า​ ชั่วฟ้าดินสมัย ๚...

ตอน : อังคาร กัลยาณพงศ์

อังคาร กัลยาณพงศ์ เกิด​เมื่อวันอาทิตย์​ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๙ ​ที่ ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวัยเด็ก​เขาเคย​เป็นอัมพาตเคลื่อนไหวไม่​ได้ ​แต่มีหมอทดลองรักษาด้วยสมุนไพรจนหาย


​เขาศึกษาขั้นประถม ​และมัธยม​ที่โรงเรียนในจังหวัด จากนั้น​เดินทางเข้ากรุงเทพฯมาศึกษาวิชาศิลปะ ​ที่โรงเรียนเพาะช่าง ​และมหาวิทยาลัยศิลปากรในคณะจิตรกรรม-ประติมากรรม ​เป็นศิษย์ของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ​แต่ศึกษาอยู่​ถึงชั้นปี​ที่ ๓ เกิดเบื่อหน่ายจึงออกจากมหาวิทยาลัย ​ต่อมา​ได้ศึกษาศิลปะไทยโบราณ​กับอาจารย์ เฟื้อ หริพิทักษ์ ​โดย​ได้เดินทางรอนแรม​ไปยังเมืองต่างๆ​​เพื่อคัดลอกภาพจิตรกรรม เช่น ศรีสัชชนาลัย สุโขทัย อยุธยา เพชรบุรี ​เป็นต้น ​และ​ได้ทำงานศิลปะ​กับงานประพันธ์เรื่อยมา

ภาพเขียนผลงานบางชิ้น

คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย


​เนื่องจาก​ที่บ้านของ​เขามีหนังสือมากมาย​ ​โดยเฉพาะบทกลอน ​เขา​ต้องอ่านวรรณคดีให้มารดาฟังอยู่​เสมอ จึงทำให้​เขารักวรรณคดี​และหลงใหลในกาพย์กลอน​เป็นชีวิตจิตใจ ​เขากล่าวว่า

"ผมอ่านทุกประเภท ​แม้กระทั่งหนังสือการครัวทำ​กับข้าวก็อ่าน ​เพราะชีวิตผมมันอยู่​​กับการศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น​ การอ่านหนังสือก็​เพื่อหา​ความรู้ สุ จิ ปุ ลิ บางทีเราคิดเองไม่​ได้หมด ​เพราะฉะนั้น​​ต้องเรียน ​ต้องศึกษา" ​และ​เมื่อให้กล่าวถึงชื่อหนังสือ​ที่ชอบอ่าน ก็มีดังต่อ​ไปนี้

ไตรภูมิ​พระร่วง ชอบ​เพราะนับ​เป็นแม่บทของการช่าง​ทั้งปวง ​ทั้งงานปั้น งานหล่อสารพัด ถือว่า​เป็นหลักของแผ่นดินก็ว่า​ได้ แล้ว​ก็ยังมี ปฐมสมโพธิกถา, ลิลิตยวนพ่าย, ลิลิต​พระลอ, ลิลิตตะเลงพ่าย, อิเหนา, ราชาธิราช, นิทราชาคริต, ขุนช้างขุนแผน, สามก๊ก, เงาะป่า, ​พระอภัยมณี นอกจากนี้ก็ยังมีหนังสือ นิราศต่าง ๆ​ ชาดกต่าง ๆ​ ชาดกบางเรื่อง​มีมาก่อนพุทธศาสนาเสียอีก นับ​เป็นมรดกของมนุษยชาติ ​เป็นเรื่อง​​ที่เกี่ยว​กับพุทธศาสนา​โดยตรง มีคติสอนใจ ถือ​เป็นวิธีสอนธรรมะทางหนึ่ง​ ​ที่เปรียบเสมือนเรากินยาสำคัญ​เพื่อบำบัดโรค ​แต่มีการเคลือบน้ำผึ้ง น้ำตาล​เอาไว้ น้ำผึ้งน้ำตาลนี้ ​คือให้มีรมณีย์ของโลกมนุษย์ ​เป็น​ส่วน​ที่​เป็นโลกียะ ​แต่จริง ๆ​ แล้ว​ก็​คือมุ่งสอนธรรมะ ​และอีกประเภทก็​คือหนังสือเกี่ยว​กับพุทธศาสนาต่าง ๆ​ ​ที่เกี่ยวข้องด้วยธรรมของมนุษยชาติ ​ทั้งศาสนา พุทธ, คริสต์, อิสลาม ชอบอ่าน​ทั้งหมดเลย​...​ ​และชอบการวาดรูปด้วย ​เขาเริ่มเรียนรู้การเขียนโคลงกลอน​เมื่ออยู่​ชั้นมัธยมปี​ที่ 4 เริ่มมีผลงานบทกวีตีพิมพ์ในนิตยสาร สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๖ ​และมีผลงานตีพิมพ์รวมเล่มครั้งแรก ​คือ หนังสือกวีนิพนธ์ ​เมื่อพ.ศ.๒๕๐๗ หลังจากนั้น​ชื่อเสียง​และผลงานของท่านก็​เป็น​ที่รู้จักกันอย่างรวดเร็ว ในงานเขียนทุกชิ้น​ใช้ชื่อจริงทุกครั้ง

อังคาร กัลยาณพงศ์ ​ใช้ชีวิตครอบครัว​กับคุณอุ่นเรือน มีบตรชาย ๑ คน ​และบุตรสาว ๒ คน ชื่อ ภูหลวง อ้อมแก้ว ​และวิสาขา


ผลงาน

พ.ศ.๒๕๐๗ กวีนิพนธ์ ของ อังคาร กัลยาณพงศ์
พ.ศ.๒๕๑๒ ลำนำภูกระดึง
พ.ศ.๒๕๑๕ บางบทจากสวนแก้ว
พ.ศ.๒๕๒๑ บางกอกแก้วกำสรวญ หรือ นิราศนครศรีธรรมราช
พ.ศ.๒๕๒๙ ปณิธานกวี
พ.ศ.๒๕๓๐ หยาดน้ำค้าง​คือน้ำตาของเวลา

จากผลงานของท่านทำให้ท่าน​ได้รับรางวัลเกียรติคุณต่างๆ​ดังนี้​คือ



พ.ศ.๒๕๑๕ รางวัลกวีดีเด่น ของมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะ​ประธีป
พ.ศ.๒๕๒๙ รางวัลซีไรต์ จาก ปณิธาณกวี
พ.ศ.๒๕๓๒ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์

ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ​และวรรณศิลป์แห่งชีวิต ณ บ้านอังคาร กัลยาณพงศ์ แสดงผลงาน​ทั้งทางด้านงานประพันธ์ ​และภาพเขียนของ​เขา​ทั้งหมด พิพิธภัณฑ์นี้เปิด​เป็นทางการ​เมื่อ วันวิสาขบูชา ๒๕๔๕

ท่านมีคำกล่าวว่า..

"การวาดรูป​กับการ​แต่งบทกวี​ต้อง​ใช้​ความคิด​กับจินตนาการ อาจ​จะผิดกันในเรื่อง​เทคโนโลยี​กับเทคนิค ​แต่​ใช้จิตใจดวงเดียวกัน ​ทั้งงานเขียนรูป​และเขียนหนังสือก็​ต้องอาศัยมโนคติ บางคน​เขาเรียก อิมเมจิเนชั่น ​ต้องมีจินตนาการ​ความคิด เหมือนคน​ที่สร้างนครวัด ​เขา​ต้องมีภาพมาก่อนว่าทำอย่างไรจึง​จะมีปราสาทขึ้น​มา ​ถ้าเรามีมโนภาพกว้างใหญ่ไพศาล เราก็​สามารถสร้างสรรค์อะไร​​ที่ใหญ่โตขึ้น​มา ​ถ้ามีมโนภาพคับแคบก็สร้างสรรค์อะไร​อยู่​ในกะลาเท่านั้น​"

"คนอื่น​เขาอาจ​จะ​ไปทำขนมครก ​ไปรับเหมาทางด่วน ​ไปทำอะไร​ก็​ได้ ​แต่กวี​ต้อง​เป็นกวีอยู่​ทุกลมหายใจ ​คือ​โดยหลักจริง ๆ​ แล้ว​ผมยังเขียนบทกวีอยู่​เรื่อย ๆ​ ​จะชำระของ​ที่ดูไม่ค่อยเรียบร้อย​ให้เรียบร้อย​ ให้หมดจดขึ้น​ มีถ้อยคำ​ที่ลงตัว ​คือพูดง่าย ๆ​ ว่า ​ถ้าเราตาย​ไปแล้ว​ เราก็หมดโอกาส​ที่​จะเปิดฝาโลงขึ้น​มาชำระโคลงของเราให้เรียบร้อย​ คน​ที่เขียนกวี ​ถ้าบทกวีชิ้นใดไม่สมบูรณ์ ก็เหมือนเรา​ไปปรโลกแล้ว​ยังมีห่วงอยู่​"

"​โดยหลักการ การเขียนกาพย์กลอน​ต้องโปร่งใส ​ต้อง​ใช้อิสระเสรี ถึง​จะทำ​ได้ดี ก็เหมือนทะเลเวลามีคลื่นลมมากเรือ​ที่ลอยอยู่​ก็​สามารถจม​ได้ บางครั้งอารมณ์ไม่ดีก็ทำไม่​ได้"

อังคาร กัลยาณพงศ์
อังคาร กัลยาณพงศ์
ข้อมูลบาง​ส่วนจากหนังสือ100 นักประพันธ์ไทย ผศ. ประทีป เหมือนนิล



ตัวอย่างงานประพันธ์

ปณิธานของกวี

๑. ฉัน​เอาฟ้าห่มให้ หายหนาว
ดึกดื่นกินแสงดาว ต่างข้าว
น้ำค้างพร่างกลางหาว หาดื่ม
ไหลหลั่งกวีไว้เช้า​ ชั่วฟ้าดินสมัย ๚

๒. พลีใจ​เป็นป่าช้า อาถรรพณ์
ขวัญลิ่ว​ไปเมืองฝัน ฟากฟ้า
เสาะทิพย์​ที่สวรรค์ มาโลก
โลมแผ่นทรายเส้นหญ้า ​เพื่อหล้าเกษมศานต์ ๚

๓. นิพนธ์กวีไว้​เพื่อกู้ วิญญาณ
กลางคลื่นกระแสกาล เชี่ยวกล้า
ชีวีนี่มินาน เปลืองเปล่า
ใจเปล่งแววทิพย์ท้า ตราบฟ้าดินสลาย ๚

๔. จิตกาธารกรุ่นไหม้ โฉม​ไป ก็ดี
กาพย์ร่ำหอมแรงใจ ​ไป่แล้ว​
จุติ​ที่ภพไหน ภพนั่น
ขวัญท่วมทิพย์รุ้งแก้ว ร่วงน้ำมณีสมัย ๚

๕. ลายสือไหววิเวกให้ หฤหรรษ์
ฝนห่าแก้วจากสวรรค์ ดับร้อน
ใจปลิวลิ่ว​ไปฝัน โลกอื่น
หอมภพนี้สะท้อน ภพหน้ามาหอม ๚

๖. ข้ายอมสละทอดทิ้ง ชีวิต
หวังสิ่งสินนฤมิต ใหม่แพร้ว
วิชากวีจุ่งศักดิ์สิทธฺ์ สูงสุด
ขลังดั่งบุหงาป่าแก้ว ร่วงฟ้ามาหอม ๚

อังคาร กัลยาณพงศ์

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1720 Article's Rate 929 votes
ชื่อเรื่อง รางวัลซีไรท์ (S.E.A. WRITE AWARD) --Series
ชื่อตอน อังคาร กัลยาณพงศ์ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ภาพยนตร์ เพลง บันเทิง
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๐๙๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๙๓๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : จันทน์กะพ้อ [C-8931 ], [125.25.3.11]
เมื่อวันที่ : ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๙, ๒๓.๓๙ น.

วักทะเล

๑. วักทะเลเทใส่จาน รับประทาน​​กับข้าวขาว
เอื้อมเก็บบางดวงดาว ไว้คลุกข้าวซาวเกลือกิน ๚

๒. ดูปูหอยเริงระบำ เต้นรำทำเพลงวังเวงสิ้น
กิ้งก่ากิ้งกือบิน ​​ไปกินตะวัน​​และจันทร์ ๚

๓. คางคกขึ้น​​วอทอง ลอยล่องท่องเ​​ที่ยวสวรรค์
อึ่งอ่าง​​ไปด้วยกัน เทวดานั้น​​หนีเข้ากะลา ๚

๔. ไส้เดือนเ​​ที่ยวเกี้ยวสาว อัปสรหนาวสั่นชั้นฟ้า
ทุกจุลินทรีย์อมิบ้า เชิดหน้า​​ได้ดิบ​​ได้ดี ๚

๕. เทพไท้เบื่อหน่ายวิมาน ทะยานลงดินมากินขี้
ชมอาจมว่ามี รสวิเศษสุด​​ที่กล่าวคำ ๚

๖. ป่าสุมทุมพุ่มไม้ พูด​​ได้ปรัชญาลึกล้ำ
ขี้เลื่อยละเมอทำ คำนวณน้ำหนักแห่งเงา ๚

๗. วิเศษใหญ่​​ใคร่เสวยฟ้า อยู่​​หล้าเหลวเลวโง่เขลา
โลภโกรธหลงมอมเมา งั่ง​​เอาเถิดประเสริฐเอย ๚

อังคาร กัลยาณพงศ์

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ติ๊ก บุรีรัมย์ [C-8932 ], [203.151.140.121]
เมื่อวันที่ : ๑๘ ส.ค. ๒๕๔๙, ๑๓.๕๑ น.

ชอบมากค่ะ​​ ​​จะติดตามตลอด​​ไป

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-9001 ], [212.152.15.179]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ส.ค. ๒๕๔๙, ๒๒.๔๔ น.

บทกวีไพเราะมากเลย​​ค่ะ​​ ฝีมือชั้นครูอย่างนี้ ​​แม้คำง่าย ๆ​​ ก็มี​​ความหมายลึกซึ้ง​​ได้

ขอบคุณพี่จันทน์กะพ้อค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น