นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๘
เรื่องของมิน..สาวข้างบ้านคนนั้น (สาวข้างบ้านภาค ๒) #1
รันนรา
...ในยาม​​ที่ผมมีเพียงดวงจันทร์​​เป็น​​เพื่อน ​​และมีแสงกระพริบของดวงดาวชวนคุย ผมคิดถึงมินชะมัด...

ตอน : หนึ่ง

ในยาม​ที่ผมมีเพียงดวงจันทร์​เป็น​เพื่อน ​และมีแสงกระพริบของดวงดาวชวนคุย
ผมคิดถึงมินชะมัด
นับตั้งแต่น้องแมนจาก​ไป ผม​กับมินคุยกันน้อยมาก..อาจ​จะ​เป็น​เพราะเราพยายาม​จะลืมเรื่อง​เศร้าของการสูญเสียนั้น​​ไปจากหัวใจให้เร็ว​ที่สุดก็​เป็น​ได้

มินซึมเศร้า..นับวันเวลา​ที่เธอ​จะ​ได้บิน​ไปเรียนต่อต่างประเทศอย่างจรดจ่อ
​ส่วนผม..สังคมใหม่ในมหาวิทยาลัย ทำให้ผมพอ​จะทำ​ความรู้สึกให้หายโศกเศร้า​ได้เร็วกว่า
​แม้เรา​จะไม่ค่อย​ได้เจอกัน..​แต่ผมก็ยังมี​ความรู้สึกดี ๆ​ ให้​กับมินเช่นเดิม
เราโทรฯคุยกันบ้าง แชตกันบ้าง
ส่งอีเมล์ถึงกันบ้าง ​แม้ผมอยาก​จะเจอเธอ..​แต่เธอก็ปฏิเสธผมเสียทุกครั้ง
"มินเห็นหน้ารันทีไร ​ต้องคิดถึงน้องแมนทุกครั้ง..ขอโทษนะคะ​..ขอเวลามินหน่อย​"
นั่น​เป็นเหตุผลของเธอ
​ที่ผมจำ​ต้องยอมรับ
******

คืนนั้น​ เรา​ได้มีโอกาสออนไลน์ตรงกัน
​ซึ่งหลัง ๆ​ นี่​เป็นเรื่อง​ยาก ​เพราะผมไม่ค่อยมีเวลา ​ส่วนเธอ คุณพ่อก็ควบคุมการ​ใช้คอมพ์ฯ อย่างเข้มงวด
ผมทักเธอทันที​ที่เห็นเธอล๊อคออนเข้ามา
"เย้..มินมาแล้ว​"
เธอยังไม่ตอบทันที จนผม​ต้องsendข้อ​ความ​ไปอีกครั้ง
"ไม่ว่างเหรอ?"
เธอกดสัญลักษณ์โทรศัพท์มาให้
"​ได้..งั้นเรารอนะ"
****

พักใหญ่​ที่เดียว ​ที่เธอ​จะส่งข้อ​ความมา
"รัน..มิน​จะ​ไปเดือนหน้าแล้ว​นะ"
ผมใจหาย
"ทำไมเร็วจัง?"
"เร็วอะไร​ล่ะ..เกือบสามเดือนแล้ว​​ที่มินอยู่​เฉย ๆ​ เบื่อ​จะตาย"
"​ใครโทรฯ มาบอก?"
"ญาติของคุณพ่อ​ที่อเมริกา ​เขาหา​ที่เรียนภาษาให้มิน​ได้แล้ว​"
"ดีใจด้วย.."
"ช่าย..มินก็ดีใจ.."

ผมเว้นวรรค์​ไปพักหนึ่ง​ ประโยคสุดท้ายของมินทำให้ผมนึกน้อยใจขึ้น​มานิด ๆ​
"มินใจร้าย"
"อ้าว..ไหงงั้น?"
"มินไม่รู้สึกอะไร​เลย​..​ที่เรา​จะไม่​ได้เจอกันตั้งนาน"
"มินเรียนจบก็กลับ"
"กี่ปี?"
"มะรู้.."
"ไม่ต่ำกว่าสี่ปี"
"คงงั้น"
"นานนะนั่น"
"แป๊บเดียวแหละ​"
"รู้ไหมเราน้อยใจ"
"ไม​ต้องน้อยใจ?"
"เหมือนมินไม่เข้าใจว่าเรารู้สึก​กับมินอย่างไร?"
"แล้ว​รู้สึกอะไร​?"

​เป็นคำถาม​ที่ผม​ต้องชะงักนิ้ว..
นี่มินแกล้งถามหรือเธอไม่รู้จริง ๆ​ ?

*********
"ไมเงียบ​ไป?" มินถามมา
ผมยังไม่ตอบ..รู้สึกสับสน​เป็น​กำลัง
"มินถามอย่างนั้น​..มินหมาย​ความว่าอะไร​?"
มินเงียบ​ไปบ้าง...​แล้ว​ก็ส่งข้อ​ความกลับมา
"มินแค่ไม่แน่ใจ..อยาก​ได้ยินอีกสักครั้ง"
อาการน้อยใจของผมหาย​เป็นปลิดทิ้ง
"​จะให้บอกตรงนี้..แล้ว​มิน​จะ​ได้ยินหรือ?"
"อีกแระ..​จะให้​ไปเจออีกแระ"
"5555.." ผมส่งอมยิ้มหลิ่วตาให้เธอ
"ก็มินไม่ออกมาเจอซักทีนี่นา.."
"ก็อย่าง​ที่บอก..มินคิดถึงน้องแมน.."
"จ้า..เข้าใจ..​แต่มิน​จะรู้ไหมว่า ​ถ้าน้องแมนรู้ว่ามินไม่ยอมเจอเรา​เพราะ​เขา..​เขาคงเสียใจน่าดู"
"งั้นเหรอ"
"ใช่..​เขา​เป็นม้าส่งข่าว​ที่ดีมาก ๆ​ คนหนึ่ง​ตอน​เขาอยู่​ เราว่าหาก​เขาอยู่​ถึงตอนนี้​เขาคงอยากให้เราสองคนเจอกัน.."
มินเงียบ..
ผมรอคำตอบจากเธอ
แล้ว​เธอก็พิมพ์มา
"อย่าพูดถึง​เขาเลย​..มินไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว​"
"เราขอโทษ"
"​เอางี้แล้ว​กัน..วันอาทิตย์นี้คุณพ่อไม่อยู่​.."
ผมยิ้มแก้มแทบปริ พิมพ์ตอบ​ไปจนนิ้วพันกัน
"เย้...​พร้ากดมทผมืกก"
"ไรล่ะนั่น?"
"ภาษาของคนดีใจไงล่ะ?"
"บ้า"
"เย้...​."
++++++++++

จำ​ได้ว่าผม​กับมินคุยกันวันศุกร์
อีกสองวันถัดมาจึง​เป็นวันอาทิตย์
​เป็นสองวัน​ที่นานมากใน​ความรู้สึกของผม
​แต่พอถึงเวลาเข้าจริง ๆ​ ผมกลับมีปัญหา

เช้า​วันนั้น​..​เพื่อนคนหนึ่ง​โทรฯ หาผม
​เขา​คือยัยกุ๋งกิ๋ง
ยับกุ๋งกิ๋ง​เป็นผู้ชาย
ผู้ชาย​ที่หน้าสวยราวผู้หญิง
ท่าเดินก็เหมือนผู้หญิง พูดจาก็เหมือนผู้หญิง
​และนิสัยก็ผู้ยิ้งผู้หญิง

"รัน..ชั้นมีเรื่อง​อยากให้นายช่วยหน่อย​"
"ไร?"
"เรื่อง​รายงานไงยะ"
"ยังไม่เสร็จอีกเหรอ? วันจันทร์นี้​ต้องส่งแล้ว​นะ"
"โอ๋ย..ชั้น​จะบ้าตาย​กับมันซะให้​ได้วันล่ะร้อยครั้ง ขอบอก...​ยากเสียกว่าชั้น​จะ​ไปเสริมนมซะอีก.."
ผมชินซะแล้ว​​กับคำพูดอย่างนี้ของ​เขา
"แล้ว​​จะให้เราช่วยยังไง?"
"ช่วย​เอาของนายให้ชั้นลอกหน่อย​สิ"
"เฮ่ย.."
"น่า..รับรองชั้นไม่ลอกเป๊ะ ๆ​ หรอก เรื่อง​นี้ชั้นฝึกมาตั้งแต่ชั้นประถมแล้ว​.."
"​จะดีเหรอ?"
"ดี​ที่สุดเลย​ล่ะ.."
"​เอาแค่ข้อมูล​ไปไม่ดีกว่าเหรอ?"
"เวลาไม่เหลือแล้ว​..​จะให้ชั้นมามัวหาข้อมูลอยู่​​ได้ไง..ตกลงตามนี้นะ..เดี๋ยวชั้น​จะ​ไปหา​ที่บ้าน"
"วันนี้ชั้นมีนัด.."
"อ้าว..เหรอ..​ที่ไหน?..กี่โมง"
ผมบอก​เขา​ไปตามจริง
"งั้นชั้น​ไปหานาย​ที่นั่นก็​ได้..แต๊งกิ้วนะ บาย..แล้ว​เจอกัน"
แล้ว​มันก็วางหู
ผม​ได้​แต่มองโทรศัพท์อย่างงงงง
+++++

ในทันที​ที่ผมก้าวเข้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง​​ที่ผมนัด​กับมินไว้
ยัยกุ๋งกิ๋งหรือชื่อจริงว่านายชาญวุฒิ ก็แถเข้ามาหาผมชนิด​ที่แทบ​จะกระโดดกอด
"โอ..​เพื่อนรัก...​​พระเจ้าช่างสรรปั้น​แต่งดีเหลือเกิน ชั้นคงทำบุญมาเยอะถึง​ได้มี​เพื่อนแสนดีแถมยังรูปหล่อเหลือเกินอย่างงี้..ไหนละยะ..รายงานของชั้นน่ะ"
ผมยื่นรายงานในมือให้​เขา
"รายงานของเราไม่ใช่ของนาย"
"นั่นแหละ​..ประเดี๋ยวก็​เป็นของชั้นแล้ว​"
ผมส่ายหน้าอย่างระอา ในจังหวะนั้น​ผมก็มองเห็น​ใครคนหนึ่ง​ยืนเงียบ ๆ​ อยู่​ด้านหลังของ​เพื่อนตุ๊ดคนนั้น​
เธอ..เด็กสาวสดใส
ผมสั้น..ตาโต..แก้มขาว..
ปากแดง..
หุ่นแรกรุ่น
จ้องตาเป๋งมายังผม..
ผมตะลึงค้าง
"อ้าว..ลืมแนะนำ..นี่ยัยดาว..น้องสาวชั้นเองแหละ​ มันขอติดมาเดินเล่น​ที่นี่ด้วย..ยัยดาว..นี่​เพื่อนพี่..หวัดดีซะสิยะ..​เป็นเด็ก​เป็นเล็กให้มีสัมมาคาราแวะหน่อย​.."
ดาว..พนมมือไหว้ผม
ผมยังตะลึงค้าง
ยัยกุ๋งกิ๋งกรี๊ดลั้น
"ไอ้รัน..ผีหัวงูเข้าสิงเหรอไง..นี่น้องสาวชั้นนะยะ.."
+++++

ผมดึงสติกลับมา​ได้..อายจนทำหน้าไม่ถูก
"ไม่ยักรู้ว่านายก็มีน้องสาวกะ​เขาด้วย" ผมรับไหว้น้องเมย์ ​พร้อม​กับพูดแก้เขิน
ยัยกุ๋งกิ๋งค้อนปะหลับปะเหลือก..
"ชั้นบอกนายกี่หนแล้ว​ไม่ทราบ..ว่าฉันมีน้องสาวคนหนึ่ง​ ​และก็พี่ชายอีกคนหนึ่ง​
ผมยกมือลูบศีรษะตัวเอง..แหะ..จริงสินะ ​เขาเคยบอกผมแล้ว​..​แต่ผมไม่คิดว่า​จะสวยอย่างนี้นี่นา
นั่นจึงทำให้ผมเสียเวลา​กับสองพี่น้องนั้น​นานกว่า​ที่ตั้งใจไว้
อย่าว่าผมเลย​นะครับ​..ผมก็​เป็นผู้ชายธรรมดา ๆ​ คนหนึ่ง​ ​ที่ชอบมองชอบคุย​กับผู้หญิงสวยเหมือน​กับผู้ชาย​ทั้งโลก
​แต่ผู้ชาย​ทั้งโลกอาจ​จะไม่เหมือนผมก็​ได้..ตรง​ที่ผมมีหัวใจดวงเดียว
แฮ่ม..อย่าหมั่นไส้กันเลย​น่า..ก็ผม​เป็นอย่างนั้น​จริง ๆ​ นี่นา
"เรา​ต้อง​ไปแล้ว​.." ผมตัดบทการชวนคุยของสองพี่น้อง
"จริงสิ..นายมีนัดนี่นา..ไหน ๆ​ นายนัด​ใครไว้?" ยัยกุ๋งกิ๋งทาบอกอุทาน หันซ้ายหันขวา
ผมไม่ยอมบอก
"เราแยกกันตรงนี้นะ..บาย"
"เดี๋ยวสิ.."
ผมหันมาทางน้องเมย์
มองรอยยิ้มแสนสวยนั้น​อีกครั้ง
"พี่​ไปแล้ว​นะครับ​ วันหลังค่อยคุยกัน"
เธอพยักหน้า แล้ว​พนมมือไหว้
"สวัสดีค่ะ​"
ผมรับไหว้แทบไม่ทัน
เด็กสาวคนนี้..นอกจากสวย​และยังมารยาทดีอีกตั่งหาก
เฮ้อ...​ไม่น่ามีแฟนมาก่อนเลย​เรา
ผมเดินจากมา​พร้อม​กับแอบถอนหายใจด้วย​ความเสียดาย
ไม่สนใจเสียงบ่น​เป็นหมีกินผึ้งของนังกุ๋งกิ๋งคนนั้น​ ​ที่พยายาม​จะรั้งผม​เอาไว้ให้​ได้
++++

มินมาช้า​ไปสิบห้านาที เธอขอโทษผมหลายคำ
ผม​ได้ยินบ้างไม่​ได้ยินบ้าง..จ้องมองคน​ที่หัวใจโหยหา​ซึ่งบัดนี้มาอยู่​ตรงหน้าของผมแล้ว​
หาก​จะเปรียบเมย์เหมือนดอกกุหลาบ มินก็น่า​จะเปรียบ​ได้ว่า​เป็นดอกทิวลิป
เธอสวย..เย็น..สูงค่า
ใบหน้าขาวใส ไรผมระหน้าผาก
ผมยาวขมวดมัดไว้ด้านหลัง
ริมฝีปากแดง..ตาฉ่ำ
คิ้วโค้งเรียวราว​กับวาด
ชุดสีฟ้าอ่อนเย็นตานั้น​..ขับเน้น​ความน่ารักของเธอให้ฉายชัดเจนยิ่งขึ้น​
"มองอะไร​นักหนา?"
"มองคนสวย"
"​ถ้าคำแกล้งชมกิน​ได้..ท้องของมินคงไม่ร้องจ๊อก ๆ​ อย่างงี้"
"​ใครบอกว่าแกล้งชม..สวยเรากว่าสวย ไม่สวยเราก็ว่าไม่สวย"
"เจอกันแค่​จะชมว่าสวยแค่นี้น่ะเหรอ?"
"คิดถึงมากด้วย"
ผมเพิ่งเห็นอาการของผู้หญิง​ที่วางสีหน้าไม่ถูกก็คราวนั้น​..มินหน้าแดง หลบตา​ไปมา
แล้ว​อยู่​ ๆ​ ก็หน้าคว่ำ
"มินหิวแล้ว​"
++++++

ร้านสุกี้​เป็น​ที่​ที่เราเลือก
ตอนนี้ยังไม่สิบเอ็ดโมง..ผู้คนยังไม่มากเท่าไร
ผมสั่งเป็ดย่าง..มินสั่งติ่มซำกุ้ง
ผมสั่งลูกชิ้นรักบี้ มินสั่งลูกชิ้นปลา
ผมสั่งอะไร​อีกหลายอย่าง มินสั่งผักมาตั้งหลายอย่าง
ควันจากหม้อสุกี้ตรงหน้า คั่น​ระหว่างเรา​เอาไว้
เธอค่อย ๆ​ ลวกลูกชิ้น ​ส่วนของผมเทลง​ไปทีเดียวหมด
เธอค่อย ๆ​ กินทีละชิ้น ​ส่วนผมกินทีละชิ้นเหมือนกัน ​แต่รวดเดียวห้าชิ้น
"ตกลง​ใครหิวกันแน่?" มินถามยิ้ม ๆ​
ผมจำ​เป็น​ต้องยิ้มตอบ ​เพราะปากเต็ม​ไปด้วยลูกชิ้น ยังตอบไม่​ได้
กระทั่งปากว่าง
"มินไม่เห็นทานอย่างอื่นบ้างเลย​..กิน​แต่ผัก"
"โอย..เท่านี้ก็เริ่มอิ่มแล้ว​"
ผมตาโต
"สี่ห้าคำเนี่ยนะ.."
มินพยักหน้า
ผมมองเธออย่างเต็มตาอีกครั้ง..​แม้เธอ​จะสวยขึ้น​ ​แต่ก็ดูซูบ​ไป
"ผอมลงมากเลย​นะครับ​"
"ไม่จริงหรอก..มินว่ามินอ้วนขึ้น​ด้วยซ้ำ"
ผมอยาก​จะเถียง ​แต่ดูเหมือน​ใคร​จะเคยบอกไว้ว่าเรื่อง​นี้ไม่ควรเถียง​กับผู้หญิง พอ ๆ​ ​กับเรื่อง​อายุ​ซึ่ง​เป็นเรื่อง​​ที่ถูกห้ามขาด
"มิน​จะ​ไป​เมื่อไรนะ?"
"เดือนหน้า"
"แน่นอนแล้ว​เหรอ?"
"ค่ะ​..ทุกอย่าง​พร้อมแล้ว​"
ผมวางตะเกียบ..แปลก​ที่อาหารไม่อร่อยขึ้น​มาเฉย ๆ​
"​ไปเรียนอะไร​ครับ​?"
"ตอนแรก​ต้องเรียนภาษาก่อน..จากนั้น​ค่อยว่ากันอีกที"
"​จะกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างไหม?"
มินยกน้ำขึ้น​จิบ..
"ก็คงไม่บ่อยนัก..เกรงใจคุณพ่อ ค่าเครื่องบินมันแพง"
"ไม่ดีเลย​.."
"อะไร​ไม่ดีคะ​?"
"ทำไมมิน​ต้อง​ไป?"
"มินไม่อยากเสียเวลา​ไปเปล่า ๆ​ ปีหนึ่ง​ ​และอีกอย่าง..อยู่​​ที่โน่น..มินคงลืมเรื่อง​ของน้องแมน​ไป​ได้บ้าง"
"น่าสงสารคุณพ่อ​กับคุณแม่ของมิน..ท่านเสียลูกชาย​ไปแล้ว​..ลูกสาวก็ยัง​จะ​ไปจากท่านอีก"
พูดถึงเรื่อง​นี้..ดูเหมือน​จะทำให้มินชะงัก
"ไม่เห็นท่านว่าอะไร​นี่คะ​"
"ขอโทษ..หากมินไม่อยากพูดเรื่อง​นี้.."
"เปล่าค่ะ​..เพียง​แต่.."
หางเสียง​ที่สั่นพร่านั้น​ทำให้ผมใจหาย..มิน​เป็นอะไร​?
​แต่ผมไม่กล้าถาม..อาจ​เป็นเรื่อง​​ที่เธอไม่อยาก​จะเล่าก็​ได้ ผมจึง​ต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง​
"มิน​จะลืมรันหรือเปล่า?"
เธอยิ้ม..สีหน้ายังไม่คลายจาก​ความหดหู่
"ไม่ลืมหรอก..ว่า​แต่รันเหอะ..อีกไม่นานก็คงลืม​เพื่อนข้างบ้านคนนี้"
ผมส่ายหัวแทบหลุด
"ไม่มีอะไร​​ที่​จะทำให้เราลืมมิน​ไป​ได้.."
"เดี๋ยวมีคนอื่นเข้ามา..รันก็คงไม่พูดคำนี้"
"คนอื่นต่อให้สวยให้ดีอย่างไร ก็ไม่​สามารถ​จะเปลี่ยนใจรัน​ได้"
"ไม่อยาก​จะเชื่อเลย​.."
"พิสูจน์สิครับ​"
"พิสูจน์อย่างไร?"
ก่อนผม​จะพูดอะไร​ออก​ไป ​ใครคนหนึ่ง​ก็ก้าวเข้ามา​ที่โต๊ะของเรา​ทั้งสอง
ผมตกใจ..มินก็ตกใจ
"พี่รัน..มานั่งอยู่​นี่เอง..เมย์ตามหาตั้งนาน"
น้องเมย์..​เป็นน้องเมย์จริง ๆ​ ด้วย!!
ผมยังอ้าปากค้าง..น้องเมย์ทรุดนั่งลงข้างผม
"พี่กุ๋งกิ๋งบอกว่าพี่มีโปรแกรมแปลงเสียงเพลงในโทรศัพท์..เมย์​กำลังหาอยู่​​พอดีเลย​ค่ะ​..พี่รันให้เมย์ยืมนะคะ​.."
ผมพูดไม่ออก..มินมองผม​กับเมย์..แล้ว​ยิ้ม
​เป็นยิ้ม​ที่ทำให้ผม​ต้องรีบบอก​กับน้องเมย์
"ตกลงครับ​ แล้ว​พี่​จะฝากกุ๋งกิ๋ง​ไปให้.."
"เย้..พี่รันใจดีจัง..ขอบคุณนะคะ​.."
แล้ว​เธอก็หัน​ไปทางมิน
"สวัสดีค่ะ​..เมย์รบกวนเท่านี้นะคะ​"
แล้ว​เธอก็ลุกจาก​ไป
ทิ้งให้ผม​กับมินมองหน้ากัน
ใน​ที่สุด มินก็บอกผมว่า
"นี่ล่ะมัง..ข้อพิสูจน์ของรัน"
ผมพยายาม​จะอ้าปากอธิบาย
"คุณพ่อ​กับคุณแม่ของมิน..ก็คง​จะพิสูจน์กันด้วยวิธีนี้..ท่าน​ทั้งสองถึง​ต้องหย่ากันไงคะ​"
ผมยังพูดไม่ออก
"มิน​จะกลับแล้ว​.."
+++++++

ผมเดินทางกลับบ้าน ด้วยอารมณ์​ที่แตกต่างจากขา​ไปลิบลับ
​ความดีใจ​ที่​จะ​ได้เจอหน้าคน​ที่ตัวเองชอบ..หลังจากไม่​ได้เจอกันมา​เป็นแรมเดือน เลือนหาย​ไปจาก​ความรู้สึก
มันถูกแทน​ที่ด้วย​ความขัดอกขัดใจ ไม่เข้าใจ ​และเสียใจ
ผมกดโทรฯ หากุ๋งกิ๋ง..กะว่า​จะต่อว่าให้หนำใจ..​แต่พอ​เขารับสาย ผมก็พูดไม่ออก
คงไม่มี​ใครตั้งใจให้เกิดเรื่อง​เช่นนี้ขึ้น​แน่ ๆ​
ผมวางหูจาก​เขา​ไปเฉย ๆ​ ​แม้​เขา​จะโทรฯ กลับผมก็ไม่รับสาย
ผมถอนหายใจให้​กับ​ความเข้าใจยากของผู้หญิง..​ซึ่งบางครั้ง ยอมให้อารมณ์นำหน้าข้อเท็จจริง​ไป​ได้
​แต่ผมเห็นใจมิน..มิน​ที่เพิ่งสูญเสียน้องชาย..​และ​ต้องเผชิญ​กับการแตกแยกของครอบครัว
นี่คง​เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง​​ที่เธอถึง​ได้ตัดสินใจ​ไปเรียนต่อต่างประเทศ
เธอคงเสียใจ..เธอคงอยาก​จะมี​ใครสักคน..​ที่เธอ​จะฝาก​ความหวัง​และ​ความรู้สึกไว้​ได้
เธอคงเลือกผม..เธอถึง​ได้ยอมออกจากบ้านมาหาผม..หลังจาก​ที่เธอผลัดเปลี่ยนบ่ายเบี่ยงมาตลอด
​แต่แล้ว​..ก็กลับมีผู้หญิงคนหนึ่ง​..จู่โจมเข้ามาแสดง​ความสนิทสนม​กับผมต่อหน้าต่อตาของเธอ
​ใครล่ะ​จะทน​ได้?
ผมเตะขวดชาเขียวไร้ฝาเงินล้าน​ที่กลิ้งอยู่​ใกล้เท้าปลิวหวือเข้าข้างทาง​ไปอย่างหัวเสีย
​และก็อยาก​จะตะโกนอะไร​ออก​ไปสักคำ
"ไอ่ชาเขียวบ้า..หลอกกินเงินกรูอยู่​​ได้.."
แง่ง...​
+++++++++

คืนนั้น​ผมนอนไม่หลับ
​ทั้ง​ที่จริงแล้ว​ผม​เป็นคนนอนง่าย..กินก็ง่าย หัวถึงหมอนปากถึงช้อน​เป็นเสร็จทุกที
​แต่คืนนี้ไม่​เป็นอย่างนั้น​
คน​ที่ผมแคร์​ที่สุด กลับเข้าใจผมผิด ​และไม่ยอมให้ผมอธิบายอะไร​เลย​
ผมมองโทรศัพท์อยู่​เนิ่นนาน ตัดสินใจว่า​จะโทรฯ ดีหรือไม่
อยู่​ ๆ​ ผมก็เกิดกลัวขึ้น​มาเฉย ๆ​ กลัวเธอไม่รับ กลัวเธอรับแล้ว​ไม่ยอมคุย
ยิ่งกลัวเธอ​จะพูดอะไร​​ที่ทำให้​ความหวังของผม​ที่มีต่อเธอพังทะลายลงมากกว่านี้
ผมก็เลย​​ได้​แต่ฟังเพลง ​ได้​แต่นั่งขีด ๆ​ เขียน ๆ​ ปลอบใจตัวเอง​ไปเรื่อย ๆ​

เวลาผ่าน​ไปเนิ่นนานเท่าใดผมก็ไม่รู้
ผมฟุบหมอบอยู่​บนโต๊ะเขียนหนังสือนั่นแหละ​
​กำลังเคลิ้ม​ได้​ที่ อยู่​ ๆ​ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น​
ผมคว้าหูขึ้น​มาอย่างอัตโนมัติ
"โหล"
"...​."
"อา...​โหล.."
"ค่ะ​.."
"คับ"
"นอนแล้ว​เหรอ?"
"คับ"
"งั้นขอโทษนะ..ฝันดีค่ะ​"
"คับ.."
เพียงเท่านั้น​..สายด้านนั้น​ก็วางดังครึ่ก
ผมก็เลย​วางมั่ง..อ้าปากหาวด้วย​ความง่วงอีกครั้ง
ตั้งท่า​จะฟุบหลับต่อ..​แต่แล้ว​ก็นึกขึ้น​​ได้
"เฮ้ย..​เมื่อกี้มินโทรมานี่หว่า?!!"
ผมตาเหลือก..
ให้ตายสิ..อุตส่าห์รอมา​ทั้งคืน พอเธอโทรฯมาเรากลับ​ไปไม่สนใจซะนี่
ไอ่รันเอ๋ย..เอ็งน่า​ไปเกิดใหม่​ได้แล้ว​
เสียชาติเกิดจริง ๆ​ !!
+++++

ผมโทรฯหามินทันที
สายไม่ว่าง
พยายามอีกครั้ง
ยังคงไม่ว่าง
ผมทึ้งผมตัวเอง ตบหน้าตัวเองด้วย​ความแค้นใจ
แล้ว​นี่เธอ​จะรู้สึกอย่างไร?
อุตส่าห์โทรฯ มาหา ​จะด้วย​ความรู้สึกอะไร​ก็ตามเถอะ
​แต่แล้ว​ผมก็ทำเหมือนไม่สนใจเธอ ไม่แคร์​ความรู้สึกของเธอ
เธอคงน้อยใจ..ยกหูโทรศัพท์ออก​ไปแล้ว​
ผม​จะทำอย่างไรดี??
...​...​
คืนนั้น​จึงผ่าน​ไปด้วย​ความทรมาน
เรียก​ได้ว่าผมแทบไม่​ได้นอน กระสับกระส่ายตลอด​ทั้งคืน
เช้า​ขึ้น​มาจึง​เป็นเช้า​​ที่น่าเบื่อ..ผม​แต่งตัวออกจากบ้านเหมือนหุ่นยนต์​ที่ไร้หัวใจ
​ความรัก​กับ​ความเข้าใจผิด มัก​เป็นของคู่กันเสมอ
​แม้ผม​จะรู้​แต่ผมก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น​
มันทรมาน มันทำให้โลก​ทั้งโลกหม่นหมอง มืดมัว
ผมจึงเดินออกจากบ้าน​โดยไม่เห็น​ใครคนหนึ่ง​..​ที่มายืนรอผมอยู่​แล้ว​
กระทั่งเธอเดินมาเคียงข้าง ถึง​ได้รู้ว่าเธอคนนั้น​​เป็น​ใคร
"มิน"
ผมครางชื่อเธอออกมาจากหัวใจ
++++++++

ผมหยุดชะงักยืนนิ่ง
มินส่งยิ้มให้ผม..
เชื่อไหม?..หัวใจ​ที่ห่อเหี่ยวราวดอกไม้ขาดน้ำ​และอาหาร
จู่ ๆ​ ก็​ได้น้ำทิพย์มาชะโลมให้สดชื่อชูช่อขึ้น​ทันตาเห็น
ผมตะลึง​กับ​ความรู้สึกของตัวเอง
จนเสียงสั่นพร่า
"มินจริง ๆ​ รึนี่?"
มินปิดปากหัวเราะ
"ทำหน้าเหมือนเห็นผีเลย​.."
ผมดีใจจนพูดต่อไม่ออก
"มินมารอตั้งนาน..นึกว่ารันออก​ไปแล้ว​ซะอีก"
"​ถ้า​เป็นอย่างนั้น​ เราฆ่าตัวตายแน่ ๆ​ ​เมื่อคืนเราก็พลาดมาทีหนึ่ง​แล้ว​"
"เราเดิน​ไปคุย​ไปกันดีกว่า"
"เราไม่อยากเดิน..เราอยาก​จะหยุดโลกไว้อย่างนี้"
"อย่ามาหวานหน่อย​เลย​"
"จริง ๆ​ นะ"
+++++
หลายท่านคงแปลกใจ ​ที่อยู่​ ๆ​ ทำไมมินถึงมาดักผม​ที่หน้าบ้านตั้งแต่เช้า​
​ทั้ง​ที่​เมื่อวานก็เพิ่งเข้าใจผิดผม​ไป ยิ่ง​เมื่อคืนผมก็ไม่ยอมคุย​กับเธอทางโทรศัพท์ เธอน่า​จะโกรธหรือยังคง​จะน้อยใจอยู่​
เธอบอกผมว่าอย่างนี้ครับ​
"เหลือเวลาอีกไม่นาน ​ที่มิน​จะอยู่​เมืองไทย มิน​จะ​ไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ มิน​จะโกรธ​ไปทำไม?"
ฟังดูแล้ว​ผมน่า​จะดีใจ ​แต่กลับใจหาย
"ไม่​ไปไม่​ได้เหรอ?" ผมถามเสียงอ่อย
เธอส่ายหน้า
"​และ​ที่มินมาวันนี้..ก็อยาก​จะบอกรันว่า..เวลา​ที่เหลืออยู่​ไม่กี่วันนี้..เราควร​จะทำให้มันมีค่าให้มาก​ที่สุด"
ผมชะงักการเดิน..มินหันมาเผชิญหน้า
"มินหมาย​ความว่าอะไร​ครับ​"
"รันชอบมินจริงหรือเปล่า?"
​เป็นคำถาม​ที่ยิงตรงเป้า
ผมเกือบ​จะตอบ​ไปในทันที ​แต่ชะงักไว้
"แล้ว​มินล่ะ?"
เธอไม่ตอบ กลับย้อนถามผมเช่นกัน
"แล้ว​รันคิดว่าไง?"
"ก็คง...​ชอบ"
"แล้ว​รันล่ะ?"
"ชอบสิครับ​..อยาก​จะบอกว่ารักเสียด้วยซ้ำ"
เธอโบกมือ..
"อย่าเพิ่ง​ใช้คำนี้กันเลย​..มินแค่อยาก​จะบอกว่า..ในช่วงเวลา​ที่เหลือนี้..เรามาพิสูจน์อะไร​กันดีกว่า"
"พิสูจน์อะไร​ครับ​?"
"​ความจริงใจไงล่ะ"
++++

มินแยก​ไปทำธุระของเธอแล้ว​ ​ส่วนผมก็เดินทาง​ไปมหาฯลัย
​พร้อม​กับแบกภาระอันหนักอึ้งติดตัว​ไปด้วย
เสียงของมินยัง​ได้ยินอยู่​ในหัว
"​ถ้ารันทำให้มินเชื่อ​ได้ว่า รัน​จะมีมินเพียงคนเดียว มินสัญญาว่า​จะกลับมาหารัน ​แต่​ถ้ารันทำไม่​ได้..มินก็​จะไม่มาให้รันเห็นหน้าอีกเลย​"
ตอนนั้น​ผมขมวดคิ้ว ​กับเวลา​ที่เหลือไม่ถึงเดือน มัน​จะพอหรือ​ที่​จะพิสูจน์เรื่อง​ของหัวใจ
"แค่รันกล้าเข้า​ไปหาพ่อของมิน..ให้ท่าน​ได้รับรู้...​มิน​จะถือว่ารัน​ได้พิสูจน์​ความจริงใจของรันแล้ว​"
ก่อนจากกัน เธอยังย้ำอีกว่า
"เหลือเวลาไม่นาน..มิน​จะรอรันนะ"
+++++
​ที่ผมหนักใจ ไม่ใช่​เพราะว่าผมไม่จริงใจต่อมิน
การเผชิญหน้า​กับผู้ใหญ่ ​เป็นเรื่อง​​ที่ผมคิดไว้เสมอว่าไม่วันใดวันหนึ่ง​ก็​ต้องเกิดขึ้น​
อาจ​จะ​เป็น​เพราะผมเชื่อมั่นในตัวเองในบางอย่าง ทำให้ผมกล้าพอ​ที่​จะพบ​กับ​ใครก็​ได้​เพื่อพิสูจน์ตัวเอง
ในบางอย่างนั้น​ไม่ใช่อะไร​ ก็แค่ผมเชื่อว่าผม​เป็นคนดี หรือเด็กดีคนหนึ่ง​
เหล้าไม่สูบ บุหรี่ไม่กิน อ๊ะ ผิด ๆ​ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ เ​ที่ยวก็ไม่เ​ที่ยว ไม่เคยทำตัวเหลวไหล
เรียนก็อยู่​ลำดับ​ใช้​ได้ เอ็นทรานซ์ก็ติด ฐานะทางครอบครัวถึงไม่รวยก็ไม่จน หน้าตาก็พอดู​ได้
หล่อแพ้น้องฟิล์มหน่อย​เดียว
(กิกิ)
​เพราะผมเชื่อมั่นในตัวเองอย่างนี้..ผมจึงรับปากมิน​ไปอย่างเต็มปากเต็มคำ
++++

​แต่พอมาถึงตอนนี้..สิ่ง​ที่ผมกังวลก็​คือ คุณพ่อของมิน..ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน​เขา
ดุโคตร..​และไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง
ขนาดเรื่อง​โทรศัพท์ ท่านห้ามขาดไม่ให้มินมีมือถือ
มีเรื่อง​อะไร​ก็ให้โทรฯ เข้าบ้าน
มินเคยเล่าให้ฟังว่า ไม่ว่า​ใคร​จะโทรฯ มา ​จะ​ต้องถูกซักละเอียดยิบ
​และ​ถ้ารู้ว่า​เป็นผู้ชาย อาจ​จะ​ต้องเสียเวลา​เป็นชั่วโมงในการอธิบายให้เข้าใจว่าไม่มีอะไร​​กับผู้ชายคนนั้น​จริง ๆ​
มินเคยบอกผมบ่อยครั้ง มินไม่รักพ่อ
พ่อทำร้ายจิตใจแม่..พ่อมีเมียน้อยไม่หยุดไม่หย่อน
แล้ว​พ่อกลับมากลัวว่าลูกสาวคนเดียวของพ่อ ​จะทำตัวเหมือนอีหนูของท่าน
​และนี่ก็​เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง​ ​ที่ทำให้มินตัดสินใจ​จะ​ไปเรียนต่างประเทศ
"มินคงสบายใจขึ้น​​เมื่ออยู่​​ที่นั่น..มิน​จะ​ได้ออกจากกรงของผู้ชาย​ที่เห็นผู้หญิง​เป็นของเล่นซักทีหนึ่ง​"
"มินทำไมว่าพ่ออย่างนั้น​.." ผมตกใจ​ที่มินต่อว่าพ่อของเธอ
"รันมา​เป็นลูกของพ่อสิ..แล้ว​รัน​จะว่าพ่อมากกว่ามินอีก"
+++++
วันนั้น​ผมจึงเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง​
ยิ่งยัยกุ๋งกิ๋งมาบอก​กับผมว่า..วันนี้น้องเมย์​ที่​เป็นน้องสาวของ​เขา​จะมารับซีดีโปรแกรมด้วยตัวเอง
ผมยิ่งเรียนไม่รู้เรื่อง​
"นี่..นายรัน นาย​ไปทำอีท่าไหน น้องสาวของชั้นถึงติดใจนายขนาดนี้.."
ผมทำหน้าเหรอ
"​เมื่อคืนก็ซักชั้น​ทั้งคืน..ถามว่านายมีแฟนยัง เรียนเก่งไหม ชอบอะไร​ ชั้นน่ะอยากตบซักเปรี้ยง"
"แล้ว​นายตอบว่าอะไร​?"
"​จะให้ชั้นตอบว่าไรยะ..ก็ตอบ​ไปตามจริงน่ะสิ"
ผมมองหน้า​เขา..ชักเสียว ๆ​ ในใจ
​ความจริงของ​เขา​กับของผมมัก​จะไม่ค่อยตรงกัน
"​ความจริงอะไร​?"
"ก็นายยังไม่มีแฟน​เป็นตัว​เป็นตนไง"
"เฮ่ย!"
"เอ๊ะ..ยัยมงยัยมินอะไร​นั่นนายก็เพิ่ง​จะจีบไม่ใช่รึ?"
​เขารีบถาม
"เพิ่งจีบอะไร​ล่ะ จีบตั้งนานแล้ว​ ​และก็​เป็นแฟนกันแล้ว​ด้วย"
ยับกุ๋งกิ๋งยกมือขึ้น​ทาบอก
"ตายล่ะชั้น..นี่ชั้น​ไปให้​ความหวังยัยเมย์ผิด ๆ​ ซะแล้ว​สินี่.."
"น้องนายอายุเท่าไร?"
"อ่อนกว่าชั้นสองปี"
"เพิ่งม.5"
"ช่าย"
"สวยน่ารักอย่างงั้นทำไมยังไม่มีแฟน"
"​ใครบอก..ตึมย่ะ..วัน ๆ​ มันหมดเวลา​ไป​กับการสับราง"
"จริงดิ?"
​เขาพยักหน้า "ชั้นก็เพิ่งเห็นมันมาสนใจจริง ๆ​ จัง ๆ​ ก็​กับนายนี่แหละ​"
ผมเกาหัว..ตัดสินใจยื่นแผ่นโปรแกรมนั้น​ให้​เขา
"สิ่ง​ที่นาย​ต้องทำก็​คือ รีบบอก​กับเธอซะ ว่าเรามีแฟนแล้ว​..อย่าทำให้เราสับสนมาก​ไปกว่านี้เลย​.."
​เขารับซีดีไว้ในมือ ถามว่า
"นาย​จะไม่อยู่​รอน้องชั้นเหรอ?"
"ไม่ดีกว่า..แค่นี้เราก็ปวดหัว​จะตายแล้ว​"
"ไม่​ได้นะยะ..นาย​จะมาทำยังงี้ไม่​ได้"
"ไม?"
ผมถามอย่างไม่รอคำตอบ เดินหนีจาก​เขาทันที
​เขาวิ่งตุ้บตั้บตามมา หน้าตามีริ้วรอยยุ่งยากใจ
"นายก็รอเจอหล่อนหน่อย​เหอะ..คิดว่าเห็นแก่ชั้นก็แล้ว​กัน"
ผมส่ายหน้า เร่งสปีดเร็วขึ้น​
​เขาคว้ามือหมับ
"รัน..นายเห็นว่าชั้น​เป็น​เพื่อนของนายไหม?"
ผมขมวดคิ้ว มันเกี่ยวไรกันฟะเนี่ย
"ถามทำไม?"
"​ถ้านายเห็นชั้น​เป็น​เพื่อน นายก็​ต้องช่วยชั้น วันนี้นาย​ต้องอยู่​รอยัยเมย์..ถือว่าชั้นขอก็แล้ว​กัน
"นี่นายบ้า​ไปแล้ว​เหรอ?..เราก็แค่ไม่อยากให้น้องเมย์​เขาคิดอะไร​เลย​เถิด​กับเรา ​เพราะว่าเรามีแฟนอยู่​แล้ว​ แค่นี้นายถึง​กับ​เอาคำว่า​เพื่อนมา​ใช้เลย​เหรอ?"
กุ๋งกิ๋งหน้าเสีย..​เขาอึกอัก
"มีอะไร​มากกว่านั้น​?"
ผมถามเสียงเข้ม
​เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่
"นายรับปากนะ ว่า​จะเชื่อในสิ่ง​ที่ชั้นพูด"
"​ถ้านายไม่โกหก เรารับปากว่า​จะเชื่อ"
"ยัยเมย์มีก้อนเนื้อในสมอง..หมอบอกเวลาของน้องสาวของชั้นเหลือไม่มากแล้ว​.."
ผมตะลึง ไม่เชื่อหู
"นายพูดจริง?"
"จริง.." ​เขามองหน้าผม..ผมไม่เคยเห็น​เขาจริงจัง​กับเรื่อง​ไหนเท่าเรื่อง​นี้มาก่อนเลย​
"การผ่าตัด​เป็นวิธีการสุดท้าย การฉายรังสีทำให้หยุดยั้งการเติบโตมัน​ได้ชั่วคราวเท่านั้น​..หมอบอกว่า ทุกคน​ต้องช่วยกันทำให้ยัยเมย์มี​ความสุข​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้.."
ผมพูดอะไร​ไม่ออก
"​เมื่อคืนชั้นคุย​กับหล่อน​ทั้งคืน..ชั้นบอกด้วยซ้ำว่านายมีผู้หญิงมาชอบเยอะแยะ..​แต่หล่อนก็ไม่สนใจ..หล่อนบอกแค่​ได้คุย​ได้เจอ​กับนายก็มี​ความสุขแล้ว​"
ผมยังยืนนิ่ง
"นะ..ช่วยทำวันเวลา​ที่เหลือน้อยนิดของเมย์ ให้มันมีค่า​ที่สุดสำหรับเธอ..นะ.."
กุ๋งกิ๋งเขย่าแขนของผม​ไปมา
++++

เลิกเรียนวันนั้น​ ผมจึงยังไม่​ได้กลับบ้าน
อย่าหาว่าผมทำตัว​เป็น​พระเอกเลย​นะครับ​ ผมว่า​เป็น​ใคร ๆ​ ก็​ต้องทำอย่างผม
​แม้ว่าผม​จะคบ​กับกุ๋งกิ๋ง​ได้ไม่นาน ​แต่​เขาก็​เป็น​เพื่อน​ที่ดีคนหนึ่ง​ ​ที่ผมควร​จะนึกถึงมิตรภาพของ​เขาไว้บ้าง
อีก​ทั้งการช่วยทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง​ มี​ความสุข​ได้ในเวลา​ที่ชีวิตของเธอเหลืออยู่​ไม่มากแล้ว​ ก็​เป็นเรื่อง​​ที่ควรทำ
ผมสาบาน​ได้ ผมไม่​ได้เห็นแก่ใบหน้า​ที่สวยงามน่ารัก รูปร่าง​ที่สม​ส่วนแรกรุ่น รวม​ทั้งกริยาสดใส​ที่ประทับอยู่​ในใจของผมมาตั้งแต่แรกเห็นเลย​นะนี่
(​จะมี​ใครเชื่อไหมคับ?)
อีก​ทั้งผมยังมี​ความรู้สึกบางอย่าง ​ที่จู่ ๆ​ เกิดขึ้น​หลังจาก​ได้ฟังเรื่อง​ราวของน้องเมย์จบลง
นั่น​คือ​ความรู้สึกสงสาร
​เป็น​ความรู้สึก​ที่เกาะกุมจิตใจ..ยาก​ที่​จะสลัดพ้น​ไป​ได้
​ทั้ง​ที่ผมรู้..รู้ว่า​ความสงสาร ​ความเห็นใจ ​จะ​เป็นบ่อเกิดแห่ง​ความรัก
​แต่ผมก็ห้าม​ความรู้สึกนั้น​ไม่​ได้
...​...​

เมย์มาในชุดนักเรียน..คอซองหูกระต่าย กระโปรงสีน้ำเงินเข้ม
ใบหน้าขาวใสอมชมพู คิ้วเข้มตาคม ริมฝีปากแดง​และเชิดสวย
ผมห้ามใจตัวเองอยู่​พักใหญ่..กว่า​จะปรับ​ความรู้สึกของตัวเอง​ได้ แล้ว​ละสายตาจ้อง​ความงามนั้น​​ได้ใน​ที่สุด
"สวัสดีค่ะ​ พี่รัน"
เธอพนมมือไหว้​พร้อมย่อกายนิด ๆ​
กริยาน่ารักเหลือเกิน
ผมรับไหว้เธอ ยิ้มให้เธอ
ดวงตาของเธอแจ่มใส แทบไม่น่าเชื่อว่าเธอ​จะมีโรคร้ายแฝงอยู่​ในตัว
"​พอดีเมย์เลิกเรียนเร็วค่ะ​ เลย​แวะมาหาพี่กุ๋งกิ๋ง ดีใจจัง​ที่​ได้เจอพี่รันอีกครั้ง"
เธอคงอายเกินกว่า​ที่​จะพูดออกมาว่าจริง ๆ​ แล้ว​เธอตั้งใจ​จะมาหาผม
ผมยื่นแผ่นโปรแกรมให้เธอ
"ในนี้มีโปรแกรมเยอะแยะเลย​ครับ​ ​ทั้งแปลงเสียง ​ทั้งตกแต่งภาพ ​ทั้งเอ็มพีสาม โหลดลงโทรศัพท์​ได้ง่าย ๆ​ "
น้องเมย์พนมมือไหว้อีกครั้ง ผมรับไหว้แทบไม่ทัน
"ยัยเมย์​เป็นประธานชมรมวัฒนธรรมไทย..หล่อนไหว้คนเก่งเหมือน​กับเด็ดดอกไม้ยังงี้แหละ​..นายไม่​ต้องรับไหว้ทุกครั้งหรอก..ชั้น​เมื่อยมือแทน.."
ยัยกุ๋งกิ๋งอธิบายมาด้วยเสียงกึ่งหมั่นไส้
"การไหว้​เป็นสิ่ง​ที่ดีนี่คะ​..​ใครเห็น​ใครก็ชอบ" น้องเมย์พูดเสียงใส
"หรือพี่รันไม่ชอบคะ​?"
ผมส่ายหน้า..
"ชอบสิครับ​.."
เธอยิ้มให้ผมตลอดเวลา..สายตาไม่ยอมเบน​ไปจากผมเลย​สักนิด
จนผมเอง​ที่​ต้องหลบตาเธอ
"หิวกันรึยังคะ​..เมย์หิวแล้ว​ เรา​ไปหาอะไร​อร่อย ๆ​ ทานกันดีกว่า.."
ผมมองหน้ายัยกุ๋งกิ๋ง เห็น​เขาขยิบตาส่งซิก
"ชั้นก็หิวเหมือนกัน..​ไป..รัน ชั้นเลี้ยงเอง ขอบคุณ​ที่นายให้ชั้นลอกรายงานไงล่ะยะ.."
ผมทำท่าปฏิเสธ บอกตรงๆ​ ว่าผมอยากกลับบ้านมากกว่า
ยัยกุ๋งกิ๋งคว้าแขนผมหมับ ดวงตามีแววขอร้อง
"นายก็ว่างไม่ใช่เหรอ..งั้นเรา​ไปหาอะไร​กินกันดีกว่า"
ผมทำ​ได้เพียงแค่พยักหน้า..ยิ้มเจื่อน ๆ​ อย่างยาก​จะปฏิเสธ

​แต่แทน​ที่กุ๋งกิ๋ง​จะนั่งทาน​กับผมจนจบ ​เขากลับขอตัวก่อน​ทั้ง​ที่เพิ่งเดินทาง​ไปถึงร้านอาหารไม่กี่นาที
"ชั้นนึกขึ้น​​ได้ว่าชั้นนัดยัยแอน​เอาไว้..ตายล่ะนี่ ชั้นถูกด่าปี้ป่นแน่..รัน ชั้นฝากยัยเมย์ด้วยนะ..อาหารมื้อนี้เท่าไรพรุ่งนี้ชั้นเคลียร์เอง.."
ผมทำหน้าปุเลี่ยน
"เมย์..แล้ว​รีบกลับบ้านล่ะ..ไว้เจอกัน​ที่บ้าน"
เมย์ยิ้มแฉ่ง
"ค่า...​"
ผม​ได้​แต่แอบกลืนน้ำลาย
...​..
​เมื่ออยู่​กันสองต่อสอง..น่าแปลก..​ที่น้องแมย์ทำให้ผมหายอึดอัด​ได้
เธอคุยเก่ง ผู้หญิง​ที่สวยด้วยคุยเก่งด้วย ​ใคร​เป็นผู้ชายคงรู้ว่ายาก​ที่​จะบังคับใจขนาดไหน
ผมยอมรับ ผมเผลอ​ไปบ้างอยู่​เหมือนกัน
นี่​คือนิสัยของผู้ชาย​ส่วนใหญ่ ผู้หญิงคนไหนไม่รู้ ผมก็อยาก​จะบอกไว้
​แต่ใน​ส่วนลึกของหัวใจ..ผู้ชายคนนั้น​ ย่อม​จะมีผู้หญิง​ที่​เขารักอยู่​เพียงคนเดียว
นี่​คือเรื่อง​จริง อย่างน้อย ก็​เป็นเรื่อง​จริงสำหรับผม
น้องเมย์ดูมี​ความสุข...​เธอคุย​แต่เรื่อง​สนุก ไม่แวะเวียนมาเกี่ยว​กับเรื่อง​ของผม
ดูเหมือนเธอ​จะจงใจ​ที่​จะทำอย่างนั้น​ อย่างน้อย ภาพ​ที่ผม​กับมินนั่งทานสุกี้ด้วยกัน คง​เป็นคำตอบ​ที่ดีให้เธอ​ได้
ก่อนจากกันวันนั้น​ เธอยกมือไหว้ผมอีกครั้ง ​พร้อม​กับกล่าวขอบคุณ
"พี่รันทำให้เมย์มี​ความสุขมาก..ขอบคุณนะคะ​"
ผมไม่ยอมรับ
"เมย์ต่างหาก​ที่ทำให้พี่มี​ความสุข ไม่เห็น​ต้องขอบคุณพี่เลย​"
"เมย์รู้ พี่กุ๋งกิ๋งคงเล่าเรื่อง​ของเมย์ให้พี่รันฟังแล้ว​..วันนี้เมย์ถึง​ได้มีโอกาสทานข้าว​กับพี่..พี่รันไม่​ต้องคิดมากนะคะ​..เมย์รู้ว่าอะไร​ควรไม่ควร..แค่เมย์อยาก​จะ​ใช้เวลา​ที่เหลือตามใจตัวเองให้มาก​ที่สุดเท่านั้น​.."
คำพูดตรง ๆ​ ของเมย์ทำให้ผมนึกคำพูดไม่ทัน
"ก็หวังว่าคงไม่ทำให้พี่รันอึดอัดจนเกิน​ไป..เมย์ขอบคุณอีกครั้งนะคะ​"
...​...​.

เมย์แยกกลับบ้าน​ไปแล้ว​..ผมส่งเธอ​ที่ป้ายรถเมล์
เธอโบกมือหยอย ๆ​ ส่งยิ้มหวานให้ผมอีกครั้ง
ผมยิ้มรับ..มองเธอจนลับสายตา
​เป็นยิ้ม​ที่สวย..กินใจ..ติดใจ..จนผม​ต้องเขกกระโหลกตัวเอง
"อย่าหาเรื่อง​ ไอ้รัน.."
ด่าตัวเองเสร็จ ก็ถามตัวเองว่า​จะ​ไปไหนต่อ?
กลับบ้าน? เดินเล่น? หรือ​จะ​ไปหา​เพื่อน?
เหลือบตามองนาฬิกา(ของชาวบ้าน​เขา..แหะ..ผม​เป็นคนไม่ชอบใส่นาฬิกาคับ) ยังไม่หกโมงเย็นดี
​พอดีแถวนั้น​..มีสวนสาธารณะอยู่​ริมถนน..บรรยากาศร่มรื่นน่านั่งเล่น
ประกอบ​กับเรื่อง​ในหัวใจก็มีมากมาย​..ผมเลย​คิดว่าน่า​จะ​ไปนั่งคิดสะสางสักพักค่อยกลับบ้าน​จะดีกว่า
พอเดิน​ไปถึง..ม้านั่งว่าง ๆ​ สักตัวก็หาไม่​ได้
มีคนมา​ใช้บริการอยู่​เพียบ มี​ทั้งเดินจ๊อกกิ้ง มี​ทั้งวิ่งออก​กำลัง
​แต่​ส่วนใหญ่​จะมีเด็กรุ่นราวคราวเดียว​กับผมมานั่งจีบกันมากกว่า
ผมเดินเกร่เหล่ชาวบ้าน​เขา​ไปเรื่อย..กระทั่ง​ไปเห็นคนกลุ่มหนึ่ง​​กำลังมุงดูอะไร​กันอยู่​
​แม้ฟ้า​จะยังไม่มืด..​แต่ตรงนั้น​ก็ถูกไฟส่องสว่าง
​เมื่อชะเง้อมอง จึงรู้ว่า​เป็นกองถ่ายทำละคร
ผม​ซึ่งสนใจเรื่อง​พวกนี้อยู่​แล้ว​..ก็เลย​ยืนดูเสียเลย​
​ใคร​จะเชื่อล่ะว่า..ณ จุดนั้น​..​จะทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนจากเดิม​ไปจนจำชีวิตเดิมแทบไม่​ได้
ทุกวันนี้​เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น​ ยังแทบไม่เชื่อว่ามัน​เป็นเรื่อง​จริง
คนเรา..บางครั้ง..ก็ถูกขีดเส้นชีวิตไว้จากอะไร​บางอย่าง..​ที่เรามองไม่เห็นไว้แล้ว​
ผมเองก็คงถูกขีดเส้นไว้แล้ว​เช่นกัน..
+++++

มัน​คือการถ่ายทำละครจริง ๆ​
​เป็นฉาก​ที่​พระเอกนางเอกเดินคุยกันในสวนหย่อม
มีการวางรางให้กล้องวิ่งผ่าน​ไปมา ผมมารู้ตอนหลังว่า​เขาเรียกว่าการ "ดอลลี่"
มีการ​ใช้กระเช้า​ยกสูงขึ้น​​ไป ​เพื่อ​จะเก็บภาพมุมบน
ผู้กำ​กับไม่ยักกะเหมือน​ที่ผมเคยคิดไว้ แทน​ที่​จะใส่แว่นตาดำไว้หนวด​และสวมหมวก กลับ​เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง​​ที่น่า​จะมีอายุสามสิบเศษ ๆ​
สวมแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์สีซีด..ในมือถือกระดาษปึกหนึ่ง​
โทรโข่งก็ไม่เห็นมี
สังเกต​ได้ว่าการถ่ายทำคงใกล้​จะเสร็จสิ้นลงแล้ว​..​เขาคงถ่ายกันมานานก่อน​ที่ผม​จะมาถึง
พี่ผู้หญิงคน​ที่​เป็นผู้กำ​กับ พยักหน้าเรียก​ความ​พร้อมของกองถ่าย
ไฟเปิดพรึ่บ ช่างกล้องก้มหน้าลงเล็งเข้า​ไปในรูเล็ก ๆ​ ของกล้อง
มีคนถือแผ่นไม้เขียนรายละเอียดของฉากของซีน ยื่นเข้า​ไป​ที่หน้ากล้องตัวหนึ่ง​
พี่สาวคนนั้น​สั่งเบา ๆ​
"แอคชั่น"
กล้องเคลื่อนผ่าน​พระเอกนางเอก
​ทั้งสองคุยกันเบา ๆ​ มีไมค์หุ้มฟองน้ำยังกะลูกตุ้มซ้อมมือของนักมวย ยื่นอยู่​เหนือศีรษะของ​ทั้งสอง
ไม่เกินห้านาที..มีการสั่งคัท​และแก้ไขใหม่อีกครั้ง
ผมยืนดูจนเพลิน..​โดยไม่รู้ตัวว่ามี​ใครยืนดูผมอยู่​เหมือนกัน
พอกองถ่ายถูกสั่งเลิก..​ใครคนนั้น​ก็เข้ามาหาผม..
​เขา​เป็นผู้ชาย..ไว้หนวดเล็กน้อย..หน้าตาดี ผิวขาว ​แต่งตัวเนี๊ยบ​ไปทุก​ส่วน
"น้อง..สนใจเบื้องหลังกองถ่ายมากเลย​สินะ.."
ผมยิ้ม นึกแปลกใจ ทำไม​เขาถึงเลือกมาถาม​กับผม ก็คนยืนดูมีอยู่​เพียบ
"อยากร่วมงาน​กับพี่ไหมล่ะ?"
"งานอะไร​ครับ​?"
"งานละครไง.."
ผมยังยิ้ม..​กำลังงง​ได้​ที่
"หน้าตาหน่วยก้านอย่างน้อง..พี่ว่าทำดี ๆ​ ดัง​ได้แน่"
ผมแคะ​หูตัวเอง
"ตอนนี้พี่มีละครใหม่​กำลัง​จะเปิดอีกกองหนึ่ง​..​กำลังหาตัวแสดงอยู่​​พอดี..สนใจไหมล่ะ"
ผมหน้าแดง..บอกไม่ถูกว่าแดง​เพราะอะไร​ รู้​แต่ร้อนวูบวาบ​ไป​ทั้งใบหน้า
"ผมยังเรียนอยู่​เลย​ครับ​"
"เรื่อง​นั้น​ไม่ใช่ปัญหา..เราเลือกวันถ่ายทำ​ที่​จะให้ตรง​กับวันธรรมดาน้อย​ที่สุดอยู่​แล้ว​..​เอางี้..นี่นามบัตรพี่..สนใจ​เมื่อไรก็โทรฯ มา​ได้ตลอด.."
ผมยื่นมือออก​ไปรับ..ไม่รู้​จะกล่าวคำว่าอะไร​ดี
"หรือ​จะให้ผู้ปกครองโทรฯมาคุย​กับพี่ก่อนก็​ได้.."
พูดจบ​เขาก็เดินกลับ​ไป​ที่กองถ่าย ผมยังตะลึงนิ่งอยู่​ตรงนั้น​
เห็น​เขาเข้า​ไปคุย​กับผู้กำ​กับหญิงคนนั้น​..พี่เค้าหันมา..มองมา​ที่ผม..แล้ว​พยักหน้า ก่อน​จะพูดอะไร​สองสามคำ
วันนั้น​ผมจึงเดินกลับบ้านด้วยหัวใจ​ที่พองโต
+++++++

ข่าวดีอย่างนี้ผมบอกแม่ของผม​เป็นคนแรก
ท่านทำสีหน้าแปลก ๆ​ ขยี้ตาสองสามรอบ
"อย่างแกนี่น่ะเหรอ..​จะ​ไป​เป็นดารา?"
ผมหน้าคว่ำ
"ให้​กำลังใจดีมากนะแม่นะ.."
"แม่ว่าเค้าคงตาถั่วมากกว่า"
"แง่ง"
แม่หัวเราะ..แล้ว​พูด​เป็นงาน​เป็นการขึ้น​
"แม่ไม่อยากให้ทำนะ..เดี๋ยวการเรียนเสีย"
ผมอ้าปาก​จะเถียง ​แต่แกโบกมือห้าม
"​เอาเถอะ ๆ​ ​จะ​เอาอย่างไรก็ตามใจ โตจนขนาดนี้แล้ว​..​แต่​ต้องรับปากแม่ไว้อย่าง"
"อะไร​ครับ​"
"เรียน​ต้องไม่เสีย..นิสัยก็​ต้องไม่เสียด้วย"
ผมงง
"เกี่ยวอะไร​​กับนิสัยคับ?"
"อ้าว..แม่กลัวแก​จะเหยียบดินไม่​เป็นน่ะสิ ​ได้ดีแล้ว​ลืมตัวเคย​ได้ยินไหม? ​และอีกอย่าง เรื่อง​ยาเสพติดเรื่อง​เ​ที่ยวกลางคืนนี้มีก็ขอห้าม..หากแม่รู้แม่​จะไม่ให้แกทำทันที..โอเค้?.."
ผมถามให้แน่ใจ
"หมาย​ความว่าแม่ไม่ขัดข้อง แม่อนุญาตให้ผมทำงานนี้ใช่ไหมแม่?"
แม่พยักหน้า
"​ถ้าแกแน่ใจว่า​จะทำ​ได้ตาม​ที่แม่ขอ.."
ผมกระโดดเข้าหอมแก้มแม่ดังฟอด "ผม​ต้องทำ​ได้สิครับ​แม่.." แล้ว​กระโจนหวือขึ้น​บันไดกลับเข้าห้อง
​ได้ยินเสียงแว่ว ๆ​ ตามหลังมา
"ทะโมนอย่างเนี้ยเนี่ยนะ ​จะ​ไปเล่นละคร..ฝัน​ไปละมั้งฉัน..ฯลฯ"
++++

คน​ที่สอง​ที่​ได้รับข่าวดี ​จะ​เป็น​ใคร​ถ้าไม่ใช่มิน
ปกติ​ที่มิน​จะโทรฯ มา มิน​จะโทรฯ หาผมตอนสี่ทุ่มถึงสี่ทุ่มกว่า
​แต่ตอนนี้ยังไม่สามทุ่ม..อดใจรอแทบไม่ไหว
คว้านามบัตรของพี่หนวดนั้น​ขึ้น​ดู มีระบุชื่อชายฤทธิ์ ​พร้อมนามสกุล ​และตำแหน่ง ผู้จัดการกองถ่าย
เหนือนามบัตรนั้น​​เป็นบริษัทผลิตละครชื่อคุ้นหู หากเอ่ยนามออก​ไป​เพื่อน ๆ​ ก็คงรู้จัก
ร่ำ ๆ​ ​จะโทรฯ หาพี่หนวดนั้น​เสียแล้ว​ ​เพื่อ​จะบอก​เขาว่าผมตกลง​ที่​จะเล่นละครให้​กับ​เขา ​แต่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น​เสียก่อน
"โหล.."
"รันเหรอ..นี่มินนะ.."
ผมดีใจ..
"มินมีข่าว​จะบอก.."
"รันก็มีเหมือนกัน.."
"งั้นรันบอกก่อน.."
"ไม่อาว..มินบอกก่อนดิ.."
"ก็​ได้.."
...​...​...​...​

มินเงียบ​ไปครู่หนึ่ง​..เหมือน​จะรวบรวมเรื่อง​ราว
"​เมื่อหัวค่ำมินคุยเรื่อง​ของเรา​กับคุณพ่อ.."
ผมนิ่งฟัง..อยากรู้เหมือนกันว่าคำว่า "เรื่อง​ของเรา" นั่นกิน​ความหมายมากมาย​แค่ไหน ​แต่ก็ยังไม่ถาม
"ท่านถามว่าเราคบกันนานแล้ว​หรือยัง"
ผมนับนิ้ว..เกือบสี่เดือนแล้ว​
"มินก็ตอบพ่อ​ไปว่าก็ตั้งแต่เราเจอกันตอน​ที่มิน​ไปอ่านหนังสือบ้านคุณปู่..พ่อก็บอกว่ายังไม่นาน.."
"แล้ว​?"
"ผู้หญิงอย่างมิน..​จะหาผู้ชายให้ดีแค่ไหนก็​ได้..เวลายังเหลืออีกมาก.."
"อ้าว.."
"พ่อบอกว่า..มินไม่ควร​จะจริงจัง​กับ​ความรู้สึกนี้มากนัก.."
"อ้าว.."
"ให้โตกว่านี้แล้ว​ค่อยมาคุย​กับพ่อใหม่อีกครั้ง.."
"อะ.." ผมถึง​กับอุทานไม่ออก
"มินก็เลย​มาคิดว่า..​ที่มินทำอะไร​ออก​ไป..อาจ​จะใจเร็ว​ไปหน่อย​จริงอย่าง​ที่พ่อพูดก็​ได้.."
อาการหัวใจฟู ๆ​ ของผม​ที่มีอยู่​ตั้งแต่ต้น..มันค่อย ๆ​ เ!่ยวราว​กับยางถูกเจาะเสียเฉย ๆ​
"รันคะ​..รันลืมเรื่อง​​ที่เราคุยกัน​เมื่อเช้า​​ได้ไหมคะ​?"
+++++
คำพูดของมิน..ทำให้ผมพูดไม่ออก​ไปครู่ใหญ่
ผมไม่อยากเชื่อ..ว่าผู้หญิงคน​ที่ผมรัก..​จะมีจิตใจ​ที่อ่อนไหวโลเลเช่นนี้
มิน​เป็นเด็กสาว​ที่มี​ความเชื่อมั่นในตนเองอยู่​มาก ​จะพูดหรือคิดอะไร​ ผมเชื่อว่าเธอ​ได้ไตร่ตรองมาหลายรอบแล้ว​
การ​ที่เธอตัดสินใจมาหาผมถึงหน้าบ้านของผมในเช้า​วันนี้ ​เพื่อ​จะบอกวิธีการให้ผมยืนยัน​ความรัก​ที่ผมมีต่อเธอนั้น​ ผมก็เชื่อว่าเธอคงนอนคิดมา​ทั้งคืน
หลังจากเหตุการณ์​ที่น้องเมย์ถือวิสาสะเข้า​ไปหาผมขณะ​ที่ผมทานอาหาร​กับเธออยู่​ อีก​ทั้งการ​ที่ผมทำเหมือนไม่อยาก​จะพูดโทรศัพท์​กับเธอ ทำให้เธอ​ซึ่งอาจ​จะมี​ความรู้สึกเดียวกัน​กับผมก็​ได้เกิดอยากพิสูจน์​ความจริงใจของผมขึ้น​มา
​และวิธีเดียว​ที่เธอคิด​ได้..ก็​คือให้ผมเข้าหาผู้ใหญ่..​เป็นการแสดง​ความบริสุทธิ์ใจของผม​ที่มีต่อเธอ
​ซึ่งผมก็เห็นด้วย..​ถ้าผม​เป็นเธอผมก็คง​จะ​ใช้วิธีนี้
​แต่แล้ว​ภายในวันเดียวกัน อยู่​ ๆ​ เธอก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้น​มา ​โดยอ้างคำพูดของพ่อ พ่อ​ที่เธอแสดงให้ผมเห็นหลายครั้งแล้ว​ว่าเธอไม่เคยศรัทธาใน​ความประพฤติของท่านมาก่อนเลย​
หรือเรื่อง​นี้มีอะไร​มากกว่านี้??

"มินครับ​.."
"คะ​"
"หนึ่ง​เดือนเต็ม ๆ​ ​ที่เรามีบ้านอยู่​ใกล้กัน จากนั้น​อีกสามเดือนเต็ม ๆ​ ​ที่เราสองคนช่วยกันสร้าง​ความผูกพันขึ้น​มา..เราอยากรู้ว่ามินรู้สึก​กับเราอย่างไร มินตอบ​ได้ไหม?"
มินเงียบ..มี​แต่เสียงลมหายใจอ่อน ๆ​ เข้ามาทางโทรศัพท์
"มินยังไม่​ต้องตอบเราหรอก..​แต่​ถ้ามินยังไม่เคย​ได้ยินคำว่า "รัก" จากปากของเรา มินก็​จะ​ได้ยินในวันนี้.."
ผมสูดลมหายใจเข้า​ไปจนเต็มปอด ถามตัวเองให้แน่ใจอีกครั้งว่ารู้สึกตาม​ที่​จะพูดหรือไม่ ​เมื่อแน่ใจ ผมก้พูดออกมาจากห้วใจ
"รันรักมินนะ.."
เธอยังคงเงียบ หากเสียงลมหายใจแรงขึ้น​..เหมือน​จะกลั้นอะไร​สักอย่าง
"จริงอยู่​..เวลา​ที่เราคบหากันนั้น​มันน้อย​ไป หลาย ๆ​ สิ่งหลาย ๆ​ อย่างในอนาคต​ที่​จะเกิดขึ้น​​กับเราเรายังไม่​สามารถ​จะรู้​ได้ว่ามัน​คืออะไร​ เราอาจ​จะคบกันยืดยาวจนเราสองคนเรียนจบ มีงานการทำมั่นคง ​และ​ได้​แต่งงานกัน หรือไม่ก็อาจ​จะเลิกคบกันในวันใดวันหนึ่ง​ข้างหน้า ​จะด้วยเหตุผลอะไร​ก็แล้ว​​แต่..​แต่มิน​จะปฏิเสธคำว่า "รัก" จากเราด้วยวิธีการ​ที่อ้างคำพูดของพ่อขึ้น​มาแค่นี้น่ะหรือ?"
การกลั้นเสียงสะอื้นล้มเหลว..เธอปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาจนผมจับ​ได้
"มินทำไมไม่บอกเราตรง ๆ​ ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​..เราจับสังเกต​ได้ตั้งแต่คำแรก​ที่มินโทรฯ มาแล้ว​ มินทำเสียงร่าเริงจนเกิน​ไป..​ซึ่งมันตรงข้าม​กับสิ่ง​ที่มิน​ต้องการ​จะบอก​กับเราอย่างสิ้นเชิง.."
"บอกเรามาเถอะ..เราขอ​ความจริง..เรา​จะพยายามรับ​ความจริงนั้น​ให้​ได้ ​แม้มัน​จะหมายถึงว่า เรา​จะไม่มีมินอีกตลอด​ไป.."
ปลายสายส่งเสียงเรียกชื่อของผมออกมาอย่างสั่นพร่าหากแผ่วเบา
"รัน.."
++++++++

ผมรอให้เธอร้องไห้..ให้เธอระบาย​ความรู้สึกออกมาด้วยน้ำตา..กระทั่งเธอ​พร้อม​ที่​จะบอกเล่าเรื่อง​ราว​ที่แท้จริงออกมา

พ่อ​กับแม่ของเธอหย่ากันแล้ว​..
แม่แยก​ไปอยู่​ต่างประเทศ​กับญาติของท่าน ​ส่วนพ่อก็พาแม่ใหม่เข้ามาอยู่​​ที่บ้าน
เธอเรียกร้อง​จะ​ไปเรียนต่างประเทศ ​เพื่อหลีกหนีสภาพครอบครัวแตกแยกนี้​ไปให้ไกล​ที่สุด
ตอนแรกพ่อของเธอเห็นด้วย..จัดการเรื่อง​ราวเกี่ยว​กับสถาน​ที่เรียน​และ​ที่พักให้เธอไว้อย่างเรียบร้อย​
​แต่แล้ว​วันนี้..พ่อของเธอก็เกิดเปลี่ยนใจ
เปลี่ยนใจ​เพราะเมียใหม่ของพ่อ..รู้สึกเสียดายเงิน​ที่​จะ​ต้องเสีย​ไป​กับเรื่อง​เรียนของเธอ
พ่อถูกยื่นคำขาด..ให้ระงับการ​ไปเรียนต่อของเธอ​ที่ต่างประเทศ..ไม่งั้น..เกิดเรื่อง​แน่
มินไม่ยอม..เกิดการถกเถียงกันครั้งใหญ่
มินแพ้..มินถูกพ่อตบหน้า..หลังจากมินหลุดปากด่านังผู้หญิงคนนั้น​​ไปคำหนึ่ง​
ตอนนี้..มินออกจากบ้านหลังนั้น​มาแล้ว​..
มินอยู่​​ที่ไหนมินบอกไม่​ได้..มินไม่มี​ที่​ไป..​แต่มินรู้..มิน​ต้อง​ไป
​ไปให้ไกลจากพ่อ​ที่โหดร้าย จากหญิง​ที่ละโมบทุกอย่าง​แม้ไม่ใช่ของตัวคนนั้น​..
"รัน..เรื่อง​ของเราจบลงแค่นี้นะ.."
นั่น​เป็นคำพูดสุดท้ายของเธอ
+++++++++
หูโทรศัพท์หลุดจากมือผมอย่างไม่รู้ตัว
เรื่อง​ราวร้ายแรงเกินกว่า​จะตั้งตัว​ได้
พอหายจากตะลึง ผมคว้าหูโทรฯ กลับ​ไป​ที่บ้านของเธอ
นั่น​เป็นวิธีเดียว​ที่ผมพอ​จะทำ​ได้
เสียงโทรศัพท์ดังตื๊ด..ผมเหลือบมองนาฬิกา มันเพิ่งสามทุ่ม​ไปเล็กน้อย
คงยังไม่มี​ใครรู้ว่ามินหนีออกจากบ้าน​ไปแล้ว​
โทรศัพท์ดังอยู่​นาน..ยังไม่มี​ใครรับสาย
มิน​ไปไหน..คน​ที่บ้านหลังนั้น​​ไปไหน?
หรือ​กำลังออกตามหามิน..หรือเกิดอะไร​ขึ้น​กันแน่?
ในเวลานั้น​ ผมขอสารภาพ ผมทำอะไร​ไม่ถูกจริง ๆ​

ไม่มีคนรับสายจริง ๆ​
ผมโทรฯแล้ว​โทรฯอีก โทรฯจนหมดแรง
ทรุดนั่งอยู่​ตรงหน้าเครื่องโทรศัพท์นั้น​
คำพูดสุดท้ายของมิน บอกให้เรื่อง​ของเราจบลง
นั่นหมาย​ความว่าอะไร​? ทำไม​ต้องจบด้วย
การหนีออกจากบ้าน..​เป็นเรื่อง​​ที่ไม่สมควร ​เป็นเรื่อง​​ที่ไม่ถูก​ต้อง ​และยิ่ง​เป็นผู้หญิง ยิ่ง​เป็นเรื่อง​ร้ายแรง
​แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่ควร​จะเกี่ยวข้อง​กับ​ความรักของเรา
หรือว่า..มินไม่​ได้​ต้องการหนีอย่างเดียว?..มิน​ต้องการ​จะ​ไปให้พ้นมากว่านั้น​
หรือมิน​จะฆ่าตัวตาย??

​แม้​จะมืดแปดด้าน ผมก็บอก​กับตัวเองว่า​ต้องทำอะไร​สักอย่าง
ลุกขึ้น​​แต่งตัวอีกครั้ง..การออก​ไปหามินให้เจอ ​เป็นเรื่อง​​ที่ผม​ต้องทำ ​แม้ว่าไม่รู้​จะ​ไปหามิน​ที่ไหนก็ตาม
ลงมาเจอแม่..เล่าให้ท่านฟังสั้น ๆ​ ท่านตกอกตกใจ​ไปด้วย พยายาม​จะถามอะไร​ผมอีกหลายคำ ​แต่ผมไม่มีเวลา​จะอธิบายอะไร​​ได้มากกว่านั้น​ ​และผมกลัวว่าท่าน​จะห้ามไม่ให้ผมออกจากบ้าน
​แต่ผิดคาด..แม่ของผมทำอะไร​​ที่เกิน​ความคาดหมายเสมอ
ท่านเคยเห็นมิน​และน้องแมนมาก่อน ​และคงพอ​จะรู้เลา ๆ​ ว่าลูกชายคนเดียวของท่านคนนี้เกิดติดอกติดใจชอบพอ​กับสาวข้างบ้านคนนั้น​ กลับอนุญาตให้ผม​ไป​ได้
แถมยังบอกอีกด้วยว่า..
"​ถ้าแม่​เป็นมิน..แม่คง​ไปสถาน​ที่ ๆ​ สำคัญ​ที่สุดของตัวเอง..หรือสถาน​ที่​ที่คน​ที่แม่รัก​ที่สุดอยู่​​ที่นั่น..รันลองคิดดูสิลูก ว่า​ที่ไหน?"
แม่ผมน่ารักเสมอ ​และเข้าใจลูกของท่านเสมอ
ผมกอดแม่..แม่ควักเงินใส่มือให้ผม
"คง​ต้อง​ใช้แทกซี่..​ไป..​ถ้าเจอก็พามา​ที่นี่..เข้าใจไหม?"
ผมมองเงินในมือ..แล้ว​มองหน้าแม่..ตาพร่าจาก​ความตื้นตัน
หอมแก้มแม่อีกครั้ง..
"ผมรักแม่ครับ​.."
+++++++
กว่า​จะเดินออกหน้าปากซอย..ก็เล่น​เอาเหงื่อโทรมหลัง
​ทั้ง​ที่ซอยก็ไม่ลึกเท่าไร อาจ​จะ​เป็น​เพราะผมร้อนใจจนกายร้อน​ไปด้วยก็​ได้
ยังจำ​ได้ดี..​เมื่อเช้า​นี้แท้ ๆ​ ​ที่มินมาดักรอผม..​เพื่อ​จะบอกให้ผมพิสูจน์​ความจริงใจ​ที่มีต่อเธอ
เราพูดกันหลายคำ ​ความงามของดวงตา กริยา​ที่น่ารัก..ยังประทับตรึงใจอยู่​ไม่หาย
แล้ว​นี่อะไร​ ผ่าน​ไปไม่ถึงวัน..สิ่งเหล่านั้น​กลับพลิกตาละปัด
เธอโทรฯมาบอกให้เรื่อง​ของเราจบสิ้นกันแค่นี้
ด้วยเหตุผล​ที่ผมไม่​ได้เกี่ยวข้องอะไร​ด้วยเลย​
ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งคิดยิ่งขัดใจ ​เอาไว้เจอหน้า​เมื่อไร ​จะต่อว่าสักหลายคำ
ต่อว่าให้เธอให้​ความสำคัญต่อ​ความรู้สึกดี ๆ​ ​ที่ผมมีต่อเธอ ​และ​ที่เธอมีต่อผมเสียบ้าง ไม่ควร​จะเห็น​เป็นเรื่อง​ง่าย ๆ​ ​จะทำอะไร​​กับมันก็​ได้อย่างนี้
​ความรัก​ที่เกิดขึ้น​มา​ทั้งที..ใช่ว่า​จะเกิดขึ้น​อย่างง่ายดาย มัน​ต้อง​ใช้พลังงาน​ความรู้สึกขนาดไหนกว่า​จะก่อร่างสร้าง​ความรักนี้ขึ้น​มา​ได้
​กับคนอื่นผมไม่รู้ ​แต่ผมรู้ตัวผมเองว่าผม​เป็นคนรักคนยาก
ตั้งแต่มัธยมต้นมาแล้ว​..​ที่ผมมี​เพื่อนผู้หญิงมากมาย​ ​แต่​จะมีสักคน​ที่ผมนึกรักอย่าง​ที่ผมรักมินอยู่​ในขณะนี้ก็หา​ได้ไม่
ผมเห็นทุกคน​เป็น​เพื่อนเท่าเทียมกัน ​แม้ว่าบางคน ​จะพยายามให้​ความสนิทสนม​กับผมมากกว่านั้น​
​ความรักไม่ใช่ต้นต้อยติ่ง แค่เม็ดถูกน้ำก็ดีดตัวเองดังเป๊ะปล่อยเมล็ดให้กระจาย​ไปตก​ที่ไหนงอก​ที่นั่น​ได้แล้ว​
ต้นรัก​จะเกิด​ทั้งที..​ต้องมีดินมีปุ๋ย มี​ความตั้งใจอย่างยิ่งยวดในการ​ที่​จะปลูกมัน
เสียดาย​ที่ต้นรักของผม..อุตส่าห์ปลูกจนใกล้​จะมีดอก..กลับชะงักงันการเติบโตด้วยปัญหาของผู้ใหญ่ซะนี่
ไม่น่าเลย​..
++++

ผมคิดไม่ออกว่า​จะ​ไปหามิน​ได้​ที่ไหน
พยายามคิดตามคำพูดของแม่ มีสถาน​ที่ไหน​ที่มิน​จะ​ไป ​ที่ไหน​ที่มิน​จะ​ต้อง​ไป​เพื่อสั่งลาหากเธออยาก​จะฆ่าตัวตายจริง ๆ​
ผมไม่รู้เลย​..
หลายเดือน​ที่ผม​กับมินแอบคบกัน..เรา​ได้คุยกันไม่มากนัก น้อยครั้ง​ที่​จะคุยถึงเรื่อง​​ส่วนตัวของกัน​และกัน
การ​ที่พ่อ​กับแม่ของเธอหย่ากันผมก็เพิ่ง​จะมารู้ การ​ที่เธอมีปัญหา​กับคุณพ่อของเธอผมก็เพิ่ง​จะรู้เช่นกัน
ผมพยายามนึกใบหน้าของพ่อของมิน ​ซึ่งผมเห็นครั้งแรกในงานศพน้องแมน
รู้​แต่ว่ามีหนวด..จำไม่​ได้เสียด้วยซ้ำว่าใส่แว่นหรือเปล่า?
ผมถูกมินแนะนำว่า​เป็น​เพื่อนเก่าสมัยเรียนประถม ท่านพยักหน้ารับไหว้เพียงแค่นั้น​
จำ​ได้ว่า​เมื่อผมมองรูปน้องแมนบนตั่งหน้าหีบศพ ผมยังนึกในใจว่าน้องแมนเหมือนพ่อมาก ๆ​
โตขึ้น​คงรูปหล่อเหมือนพ่อ..เสียดาย​ที่​ต้องมาจาก​ไป​ทั้ง​ที่อายุยังน้อยนัก
คิดถึงตรงนี้ผมอดคิดถึงน้องแมนไม่​ได้
แล้ว​อะไร​อย่างหนึ่ง​ก็วาบขึ้น​สมอง!!
จริงสิ..น้องแมน..ทุกคนรักน้องแมน
​โดยเฉพาะมินเธอรักน้องแมนมากกว่า​ที่ทุกคน​จะคิด​ไปถึง เธอร้องไห้มากกว่าพ่อหรือแม่ของเธอเสียด้วยซ้ำ
ศพของน้องแมนถูกเผา​ไปแล้ว​..​แต่เ​ถ้ากระดูกถูกเก็บไว้ในสถูปในวัด​ที่จัดงานศพนั่นเอง
หรือมิน​จะ​ไป​ที่นั่น?
ผมโบกมือเรียกแท๊กซี่ทันที
+++++
ตอนนั้น​เกือบสี่ทุ่มแล้ว​..
วัด​ที่ว่า..อยู่​แถวลาดพร้าว..​แต่เข้าซอยลึกดีเหลือเกิน
พอลงจากรถ..สภาพ​ความมืดของบริเวณวัด เล่น​เอาผมหนาว ๆ​ ร้อน ๆ​
​แต่ด้วย​ความ​เป็นห่วงมิน..ทำให้ผมสลัด​ความกลัวทิ้ง​ไป
ทำยาก..​แต่ก็ทำ​ได้..​ความรักสั่งให้เราทำ​ได้ทุกอย่างอยู่​แล้ว​..
สถูปของน้องแมน..อยู่​หลังเมรุ
ผมเดินผ่านเมรุด้วยอาการสายตาจับอยู่​​ที่เท้าของตัวเอง
ก้มหน้าเดินงุด ๆ​ อย่างรวดเร็ว..พอกะระยะ​ได้​ที่..ก็เหลือบตาขึ้น​มอง
โหย..มืดขนาดนี้..ผมชักไม่เชื่อว่ามิน​จะกล้ามาคนเดียวซะแล้ว​..
ดี​ที่สถูปของน้องแมนอยู่​ไม่ลึกนัก..ผ่านสถูป​และเจดีย์เก่า ๆ​ สองสามอันก็ถึงแล้ว​..
สภาพสถูปยังคงเดิม..จากแสงมัว ๆ​ ของ​พระจันทร์ ผมเห็นรูปเล็ก ๆ​ ของแมน​ซึ่งติดอยู่​ตรงแผ่นหินอ่อนนั้น​​กำลังยิ้มให้ผม
ผมฝืนยิ้มให้​เขา..คิดถึงม้าส่งข่าวคนนี้ขึ้น​มาจับใจ
แล้ว​กวาดมอง​ไปทั่ว ไม่มีวี่แววของมิน..เธอไม่​ได้มา​ที่นี่
หรือเธอมา..แล้ว​เธอก็กลับ​ไปแล้ว​..ผมไม่เจอเธอ
"น้องแมน..พี่มินมา​ที่นี่หรือเปล่า?"
ผมเผลอถามออก​ไปด้วยหัวใจ​ที่กระวนกวาย ​โดยลืม​ไปว่าน้องแมนตอบผมไม่​ได้แล้ว​
ลมพัดวูบมาอย่างไม่ตั้งตัว..เหมือน​จะ​เป็นคำตอบให้​กับผม
​เป็นลม​ที่เย็นแปลก ๆ​ หนาว​ไปถึงหัวใจ
ผมมอง​ที่รูปถ่ายของน้องแมนอีกครั้ง..​กำลัง​จะบอกลา​เขา​เพื่อออก​ไปตามหามิน​ที่อื่น ​แต่แล้ว​ผมก็เห็นอะไร​อย่างหนึ่ง​..
ตัวหนังสือ..สีดำ..เขียนด้วยลายมือ..ใกล้​กับรูปถ่ายรูปนั้น​
"น้องแมน..รอพี่มินด้วยนะ.."
+++++++

ประโยคสั้น ๆ​ ประโยคนั้น​..มันหมาย​ความว่าอะไร​?
ต่อให้คน​ที่โง่ขนาดไหน..ก็​ต้องรู้
มินบอกให้น้องแมนรอ..ก็ย่อมแสดงว่าเธอ​กำลัง​จะ​ไปหา
​ไปหา​ที่ไหน?..ก็​ที่​ที่น้องแมนอยู่​
เมืองผี!!
++++

ผมไม่รู้ว่ามินมา​ที่นี่นานแล้ว​แค่ไหน
สังเกตจากลายมือ​ที่เขียนนั้น​..ก็รู้​ได้แค่เพียงว่า เธอ​เอาก้านธูปเก่า​ที่จุดแล้ว​..เขียนมันขึ้น​มา..
ไม่มีร่องรอยอะไร​มากกว่านั้น​
+++

ผมพยายาม​ใช้สมองอย่างเต็ม​ที่..
มินโทรฯ หาผม..จากไหน?
เธอไม่มีโทรศัพท์มือถือ..คุณพ่อของเธอห้ามขาด..เธอคง​ต้อง​ใช้โทรศัพท์สาธารณะ
เธอโทรฯ หาผมไม่เกินสี่สิบห้านาทีนับจากนี้..ตอนนั้น​เธออยู่​​ที่ไหน?
สี่สิบห้านาที..ผมคิด
ตั้งสี่สิบห้านาที..เกิดอะไร​ขึ้น​​ได้มากมาย​ ​ใคร​จะรู้ว่าเธออยู่​​ที่ไหน?
ผมยกมือกุมขมับ..ให้ตาย..ทำไมเรื่อง​อย่างนี้ถึง​ต้องมาเกิด​กับผมด้วย
หัน​ไปทางสถูปน้องแมน..คิดในใจ..
"ขอลมอีกสักวูบเถอะ..​เพื่อพี่​จะ​ได้ร่องรอยอะไร​ของมินพี่สาวเธอเพิ่มขึ้น​.."
สิ้นคำ..เหมือนโกหก..
หรือไม่น้องแมนก็ช่วยผมจริง ๆ​
ลมพัดมาวูบหนึ่ง​..นำอะไร​บางอย่างมาด้วย
เสียง..​เป็นเสียงเครื่องยนต์
กลิ่น..​เป็นกลิ่น​ที่ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก
กลิ่นของน้ำ..แม่น้ำ..หรือไม่ก็ลำคลอง
แสดงว่าท้ายวัดแห่งนี้..มีแม่น้ำหรือคลองไหลผ่าน..​และเสียงเครื่องยนต์​ที่​ได้ยิน ก็​ต้อง​เป็นเครื่องยนต์จากเรือ..
สังหรณ์วูบขึ้น​จนสะท้าน​ไป​ทั้งตัว..
หรือมิน​จะเลือกน้ำ​เป็น​ที่จบสิ้นชีวิต??
ผมวิ่งตื๋อ​ไปทันที
+++++
หลังวัดแห่งนั้น​..มีต้นไม้ต้นไร่ขึ้น​จนรก
มีสะพานไม้กระดานกว้างไม่กี่ฟุตเดินสวนกันแทบไม่พอทอดให้เห็นฝ่า​ไปใน​ความมืด
มันคง​เป็นสะพานเดิน​ไปท่าน้ำ
สภาพผุพังของมันทำให้ผมเชื่อว่า​ใครก็ไม่กล้าวิ่ง
​แต่ผมวิ่ง..ไม่สนใจว่า​จะตกลง​ไปขาแข้ง​จะหักหัวหู​จะแตกหรือเปล่า
ผมเชื่อลางสังหรณ์ของผมเสมอ..อย่าง​ที่ผมเคยสังหรณ์มาแล้ว​ในเรื่อง​ของน้องแมน
ผมสังหรณ์ว่าน้องแมน​กับผม​จะ​ได้เจอกัน​เป็นครั้งสุดท้าย แล้ว​ก็​เป็นอย่างนั้น​จริง ๆ​
สะพานยวบยาบ..มีบ้าง​ที่ผมสะดุดหัวแทบขมำ..​แต่ไม่มีอะไร​มาห้ามผมไว้​ได้
ไม่กี่นาทีจากนั้น​..ลำคลองก็ปรากฎตรงหน้า..
ริมคลอง​ที่ก่อคอนกรีต​เอาไว้สำหรับกั้นไม่ให้คลื่นกัดเซาะริมฝั่ง มี​ใครคนหนึ่ง​ยืนอยู่​
ผมแค่เห็น​เป็นเงาตะคุ่ม..ดูไม่ออกว่า​เป็นมินหรือเปล่า?
​แต่​จะมี​ใคร?..มายืนชมคลองตอนสี่ทุ่มอย่างนี้?
"มิน.." ผมตะโกนเข้า​ไปทันที
ร่างนั้น​หันขวับมา..จังหวะเดียว​กับ​ที่ผมวิ่ง​ไปถึง..
​เป็นมินจริง ๆ​
+++

"รัน.."
"เราเอง.."
"มาทำไม?.."
"มาดูคนโดดน้ำเล่น"
"รู้​ได้ไงว่ามินอยู่​นี่?"
"รู้ดิ..​ใครบ้าง​จะไม่รู้ว่าหัวใจของตัวเองอยู่​​ที่ไหน"
มินเงียบ..สะอื้นจนไหล่ไหว
"ทำไมมินทำอะไร​โง่ ๆ​ อย่างนี้"
ผมไม่รีรอ​ที่​จะต่อว่าเธอ
เธอส่ายหน้า..แล้ว​ก็​ใช้สองมือปิดหน้า..ทรุดตัวลง..
คุกเข่าร้องไห้อย่างน่าเวทนา
ผมหอบตัวโยน..
"มินเห็นแล้ว​ใช่ไหม..ตอน​ที่น้องแมนจาก​ไป เราเสียใจขนาดไหน?"
เธอไม่ตอบ
"แล้ว​นี่มิน​จะจากเรา​ไปอีกคนหนึ่ง​เหรอ..อยากให้เราร้องไห้อีกใช่ไหม? ทำไมเธอสองพี่น้องถึง​ได้ใจร้ายนัก.."
ผมถามเสียงเครือ
"ทำไม??"
++++++++

มินยังคงร้องไห้..
ผมเอง​ที่กำมือนิ่งอยู่​..ก็​เพื่อเก็บ​ความรู้สึกตัวเองเต็ม​ที่
มินเจ็บช้ำพอแล้ว​..ผมไม่ควร​ไปซ้ำเติมเธออีก
ผมเดิน​ไปทรุดลงตรงข้ามเธอ แตะ​ที่ไหล​ซึ่งสะท้านสะอื้นอยู่​นั้น​
"เรากลับบ้านกันเถอะ.."
"ไม่..มินไม่กลับ.."
"กลับบ้านของเราไงล่ะ..แม่เราก็​เป็นห่วงมินนะ.."
เธอเงยหน้า​ที่แปดเปื้อนน้ำตามองผม
"มินจำฟ้า​ได้ไหม..ฟ้าน้องสาวของเรา...​มิน​ไปนอน​กับฟ้าก็​ได้..​ส่วนเรื่อง​อื่น​เอาไว้ว่ากันทีหลัง.."
ผมลุกขึ้น​ ยื่นมือให้เธอ
"ลุกขึ้น​..เข้มแข็งไว้สิ..อย่างน้อยมินก็มีเราอยู่​นี่คนหนึ่ง​..เรา​จะช่วยกันแก้ปัญหา..ดีไหม?"
มินลังเล..​แต่แล้ว​ก็ยื่นมือให้ผมจับ
​เป็นมือ​ที่เย็นชืด..หากนุ่มนิ่ม​และเต็ม​ไปด้วย​ความรู้สึก
รู้สึกว่า​ ณ บัดนั้น​..มิน​ได้มอบชีวิตของเธอให้อยู่​ในมือของผมแล้ว​..
ผมฉุดเธอขึ้น​มายืน..ลูบผม​ที่ปรกหน้าของเธอ
"ไว้ใจเรานะ.."
มินพยักหน้า..
เราสองคนจูงมือกันออกจาก​ที่นั่น..
+++++

กว่า​จะถึงบ้านของผมก็เกือบ​จะเ​ที่ยงคืน
คุณแม่รออยู่​แล้ว​..ท่านยิ้มรับเรา​ทั้งสอง
เข้า​ไปลูบหน้าลูบหลังมินอย่างห่วงใยอาทร
ยัยฟ้าก็นั่งหน้าเป๋อเหรอรออยู่​ด้วย เคี้ยวขนมตุ้ย ๆ​
​ทั้งสองไม่​ได้ถามอะไร​..​ทั้ง​ที่ผมรู้ว่า​ทั้งคู่มีคำถามมากมาย​​ที่อยาก​จะรู้คำตอบ
อาจ​จะ​เป็น​เพราะสภาพของมิน..ตาแดงก่ำ น้ำตาอาบหน้า ผมเผ้าไม่​เป็นรูปทรง จึงทำให้​ใครก็ถามไม่ออก
กระเป๋าเสื้อผ้าก็ไม่มีติดตัว
แม่บอกฟ้าให้พามิน​ไปอาบน้ำ
​ส่วนท่านเองก็ตรงเข้าครัว​เพื่อทำอาหารให้มิน ท่านคงรู้ว่ามินยังไม่​ได้กินอะไร​มาตลอดเย็น​ที่ผ่านมา
​ส่วนผม..ทรุดนั่งลงบนโซฟาด้วย​ความเหนื่อยอ่อน
​และนึกขอบคุณแม่​และน้องสาวในใจ..​ที่ไม่ถามไถ่อะไร​ในเวลานี้
++++

มินอาบน้ำเสร็จ เดินตามฟ้ามา​ที่โต๊ะอาหาร
เธออยู่​ในชุดนอนของฟ้า รูปร่างของเธอ​ทั้งสองใกล้เคียงกันมาก​แม้​จะมีอายุต่างกันถึงสามสี่ปี
ข้าวต้มหอมกรุ่นรอมินอยู่​แล้ว​..เธอมองหน้าทุกคนด้วยสายตา​ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
​เป็นสายตาแห่ง​ความตื้นตัน
แล้ว​น้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอีกครั้ง..
"อย่าเพิ่งคิดอะไร​มากเลย​ลูก..ทานข้าวรองท้องซะก่อน จากนั้น​ก็ขึ้น​​ไปนอนพักผ่อน​กับฟ้า ​ส่วนปัญหาทางบ้านพรุ่งนี้เราค่อยขบคิดกันว่า​จะ​เอาอย่างไร.." คุณแม่ของผมพูดเสียงปลอบโยน
​แต่ยิ่งทำให้มินน้ำตาไหลมากยิ่งขึ้น​
"อบอุ่นเหลือเกิน..ครอบครัวของรันช่างดีเหลือเกิน.."
มินพึมพำออกมา พนมมือไว้แม่ของผม
"มินกราบขอบ​พระคุณคุณป้ามากค่ะ​..​ที่ไม่รังเกียจเด็กบ้านแตกอย่างมิน..ขอบใจฟ้า..ขอบใจรัน..มินไม่รู้​จะตอบแทนอย่างไร.."
เรา​ทั้งสามถึง​กับนิ่งอึ้ง​กับอาการนั้น​..แม่ของผมตั้งตัว​ได้ก่อน
"ช่างเถอะลูก..​จะมัวมาขอบอกขอบใจอะไร​..ตอนนี้​ต้องทานข้าวก่อน.." แล้ว​หันมาทางผม "รัน..แกเองก็ควร​จะ​ไปอาบน้ำอีกครั้ง หน้ามันแพล่บเชียว..ปล่อยมินอยู่​​กับแม่นี่แหละ​..​ไป๊.."
"ก็ดีเหมือนกันครับ​.." ผมลุกขึ้น​ หันมายิ้มให้มินอีกครั้ง
"บ้านนี้ยินดีต้อนรับทุกคนเสมอ..อย่าคิดมาก​ไปเลย​.."
มินยิ้มรับ​ทั้งน้ำตา
+++++

มินเข้านอน​กับฟ้า​ไปแล้ว​..แม่​กับผมยังนั่งกันอยู่​​ที่ห้องนั่งเล่น..
ผมเล่าเหตุการณ์ให้ท่านฟังอย่างละเอียด ว่าผม​ไปพบมิน​ที่ไหน​และอย่างไร
ท่านบอกว่าดีเหลือเกินแล้ว​..​ที่ผมรีบออก​ไปตามหา ​และโชคดีอย่างเหลือเชื่อ​ที่ผมหามิน​ได้เจออย่างรวดเร็ว
"​ถ้าไม่เจอ..หรือแกไม่เฉลียวคิด..ป่านนี้มินคงโดดน้ำ​ไปแล้ว​.."
ผมอยาก​จะบอกแม่ว่า​เพราะน้องแมนช่วยผมต่างหาก ​แต่มันก็เหลือเชื่อจนเกิน​ไป
"แล้ว​นี่​จะ​เอาอย่างไร..ลูกเต้า​เขามาอยู่​​กับเราอย่างนี้..ไอ้เราก็ผู้ชาย..​เขา​จะไม่คิดมาก​ไปเหรอ.."
แม่บ่นออกมา..ถึงเวลาแล้ว​​ที่ผม​กับแม่​จะ​ต้องขบคิดเรื่อง​นี้
"ป่านนี้พ่อของมินก็คงรู้แล้ว​ว่ามินหาย​ไป..แก​จะไม่โทรฯ ​ไปบอกเค้าหน่อย​เหรอ..หัวอก​เขาหัวอกเรานะลูก..มิกลุ้มใจแย่​ไปแล้ว​เหรอนั่น.."
ผมเห็นด้วย​กับแม่..​แต่ผมไม่แน่ใจว่ามิน​จะ​ต้องการอย่างนั้น​หรือเปล่า
"​ถ้าเราโทรฯ บอก​เขาตอนนี้..ผมว่า​เขา​จะ​ต้องมาหามิน​ที่นี่แน่ ๆ​ ​และ​ถ้า​เป็นอย่างนั้น​จริง..มิน​จะยอมกลับ​ไป​กับพ่อของเธอหรือเปล่าก็ไม่รู้..​และไม่รู้ว่า​เขา​จะคิดอย่างไร ​จะหาว่ามินหนีตามผู้ชายมามิหนัก​ไปอีกหรือ..ผมว่าให้ผ่านคืนนี้​ไปก่อนดีกว่าครับ​..แล้ว​ลองคุย​กับมินดูอีกที ​และอีกอย่าง ปู่​กับย่าของเธอก็อยู่​ข้างบ้านเรานี่เอง..ผมเชื่อว่าพวก​เขาคงยังไม่รู้ว่ามินหนีออกจากบ้าน..พรุ่งนี้มินอาจ​จะ​ไปหาท่านก็​ได้.."
"แกรู้​ได้ไงว่าปู่​กับย่าของมินยังไม่รู้.."
"โธ่แม่ครับ​..​ถ้ารู้ป่านนี้​ทั้งบ้านก็คงเปิดไฟสว่างจ้าแล้ว​..ไม่ออกตามหาก็คงไม่ยอมหลับยอมนอนกันหรอก ​เมื่อกี้ผม​กับมินนั่งแท๊กซี่ผ่านมายังเห็นปิดไฟเงียบกริบ ผมถามมินแล้ว​ว่า​จะนอน​ที่บ้านนั้น​ไหมมินบอกไม่..มินกลัวพ่อของเธอ​จะมาตามแล้ว​ทำร้ายเธออีก.."
แม่​ได้ยินดังนั้น​ก็ถอนใจ
"เฮ้อ..ชั้นคง​ต้องถูกถอนหงอกแน่ ๆ​ เลย​..เรื่อง​ของเด็กสมัยนี้ทำไมมันถึงวุ่นวายขนาดนี้น้อ.."
ผมหัวเราะ​เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เข้า​ไปโอบหัวไหล่ของท่าน
"ผมเสียใจครับ​​ที่ทำให้แม่​ต้องเดือดร้อน..​แต่เชื่อเถอะครับ​ทุกอย่างก็​จะดีขึ้น​เอง แม่ทำดี​ที่สุดแล้ว​..​และแม่รู้ไหม?"
"รู้อะไร​?"
"ผมภูมิใจ​ที่มีแม่​เป็นแม่ของผม..ผมรักแม่ครับ​.."
พูดจบผมก็หอมแก้มแม่ฟอดหนึ่ง​
"ปากหวานจริงนะเรา..มิน่า..สาว ๆ​ ถึง​ได้หนีออกจากบ้านมาอยู่​ด้วยอย่างนี้.."
ผมตาโต..
"เรื่อง​นี้ผมไม่เกี่ยวนะแม่..มิน​เขามีปัญหาเองต่างหาก"
แกทำสายตาเหมือนการ์ฟิล์ด ​คือเปิดเปลือกตาเพียงครึ่ง..
"ให้มันจริงเฮอะ..แล้ว​บอกไว้อย่างนะ..ห้ามไม่ให้มีเรื่อง​เสียหายในบ้านนี้เด็ดขาด..เข้าใจไหม?"
"เรื่อง​อะไร​เสียหายครับ​?"
ตอนนั้น​ผมไม่เข้าใจจริง ๆ​
​แต่​เมื่อมองสายตาแม่อีกครั้ง ผมก็แทบ​จะแหกปากหัวเราะ ดี​ที่ยังกลั้นไว้​ได้ทัน
"แม่ครับ​..แม่ก็อยู่​​ทั้งคน ยัยฟ้าก็ยังอยู่​..​จะให้ผม​ไปทำอะไร​​กับมิน​ได้ล่ะคับ.."
"นี่แสดงว่า​ถ้าแม่​กับฟ้าไม่อยู่​แกก็​จะทำใช่ไหมล่ะ.."
ผมโบกมือ..อะไร​ไม่รู้ทำให้ผมหน้าแดง
"รับรองครับ​แม่..ผม​จะไม่ให้เกิดเรื่อง​เช่นนั้น​ขึ้น​แน่..ผม​จะไม่ยอมให้แม่เสียผู้ใหญ่หรอกครับ​.."
++++++

กว่าผม​จะเอนกายลงนอนบน​ที่นอนของตัวเอง​ได้ ก็เกือบ​จะตีสองเข้า​ไปแล้ว​
​แต่ตาของผมยังค้างแข็ง..ไม่มีวี่แววว่า​จะง่วงสักนิด..คง​เป็น​เพราะ​ความตื่นเต้นในเหตุการณ์ก็​เป็น​ได้
จริงอย่างแม่ว่า..​ถ้าผมตัดสินใจ​ไป​ที่อื่น..แทน​ที่​จะ​ไป​ที่วัดแห่งนั้น​..ป่านนี้ผมคงเสียมิน​ไปแล้ว​
อย่าคิดว่าผมเก่งกาจหรือฉลาดล้ำเลิศอะไร​เลย​ครับ​ มัน​เป็นเรื่อง​ของ​ความบังเอิญ เรียกว่าฟลุ๊ควินาศสันตะโรมากกว่า หรือไม่ก็​เป็นเรื่อง​ของเวรกรรม ​ที่ผม​และมิน​ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว​
ว่า​จะ​ต้องมาพัวพันกันจนยุ่งเหยิงอย่างเวลานี้
ไม่น่าเชื่อว่าจากสาวข้างบ้าน​ที่ผมแอบชอบคนนั้น​ เวลาผ่านมาไม่เท่าไร เธอกลับมานอนอยู่​ร่วมชายคาเดียวกัน​กับผมแล้ว​
เนี่ย..นอนอยู่​ข้าง ๆ​ ห้องเนี่ย..
คิดแล้ว​หัวใจก็เต้นตุ๋ม ๆ​ ต่อม ๆ​ ..ป่านนี้เธอคงนอนคุย​กับฟ้าน้องสาวของผมอยู่​ หรือไม่ก็หลับ​ไปแล้ว​ด้วย​ความอ่อนเพลีย
​เพื่อน ๆ​ ​ที่​เป็นผู้ชายคงรู้สึกเหมือนผมนะครับ​ ​ที่เวลาเราเห็นคน​ที่เรารักร้องไห้..หัวใจของเราราว​กับเหล็กกล้า​ที่ถูกน้ำกรดกันกิน
อ่อนยุ่ยย้วยยะยาบ แทบแตกสลายกลาย​เป็นธุลี​ไป​ได้เลย​
ผมว่าตอนธรรมดามิน​เป็นคนน่ารักอยู่​แล้ว​..​แต่พอ​ได้เห็นเธอร้องไห้ เธอกลับน่ารัก​เป็นทวีคูณ
​ความรัก​ที่ผมมีต่อเธอ..จึงถูกเพิ่ม​เป็นทวีคูณขึ้น​มาอย่างไม่รู้ตัว
ผมรู้ว่าผมรักเธอ..​และรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง..​ที่​สามารถปกป้องเธอไว้​ได้ ​และให้​ความอบอุ่น​กับเธอในเวลา​ที่เธอ​ต้องการ​ได้
​ความคิดนั้น​ทำให้ผมนอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่​คนเดียว
​ส่วนเรื่อง​​จะเกิดอะไร​ขึ้น​ในวันพรุ่งนี้..ผมหลีกเลี่ยงไม่ยอมคิดถึงมัน
บางที..การไม่คิดอะไร​ในสิ่ง​ที่เราไม่รู้​และกำหนดไม่​ได้ ก็​เป็นวิธีการหนึ่ง​​ที่​จะทำให้เราไม่กลุ้มใจมากจนเกิน​ไป​ได้
เวลานี้..ผมคิด​แต่เรื่อง​​ที่ชวนให้สบายใจมากกว่า
มินนอนอยู่​ห้องข้าง ๆ​ นี้เอง..
อิอิ..
+++++

เช้า​ขึ้น​มา..ผมถูกปลุกด้วยเสียงโวยวายจากข้างบ้าน
อย่าง​ที่ผมเล่าไว้ตั้งแต่ตอน​ที่แล้ว​..ห้องของผมอยู่​ติด​กับบ้านปู่ย่าของมิน..มีเพียงรั้วกั้นเท่านั้น​
เสียง​ที่ดังนั้น​​เป็นการต่อว่าต่อขานกัน​และกัน..​และตามด้วยเสียงร้องไห้ของหญิงสูงอายุ
"แก​ต้อง​ไปตามหลานของฉันกลับมาให้​ได้..ฉันเสียหลานคนเล็ก​ไปแล้ว​ แกยัง​จะให้ฉันเสียหลานคนโต​ไปอีกหรอ.."
"ผมไม่รู้​จะตาม​ไป​ที่ไหนแล้ว​..​เมื่อคืนผมก็ตระเวณ​ไปทั่ว..​เพื่อนทุกคนไม่มี​ใครรู้ว่ามิน​ไปไหน?" เสียงนี้น่า​จะ​เป็นคุณพ่อของมิน
"งั้นก็​ไปแจ้งตำรวจ ให้​เขาช่วยออกตามหา"
"​เมื่อคืนผม​ไปแจ้งแล้ว​ครับ​.."
"แล้ว​นี่​จะทำยังไงกัน..แกนะแก..ทำไมถึง​เป็นคนอย่างนี้​ไป​ได้..เห็นแก่​ความสุขของตัวเองจนกระทั่งลืมลูกลืมเต้า..ยัยผู้หญิงคนนั้น​มันดียังไง แกถึงหลงมันตามืดตามัวขนาดนี้..ฉันอยากรู้นัก..หัวใจแกทำด้วยอะไร​..มินสอบไม่​ได้ก็​เพราะ​พอดีเกิดเรื่อง​ของน้องแมน แกเองไม่ใช่หรือ​ที่บอก​จะส่งเธอ​ไปเรียนต่อเมืองนอก..แล้ว​นี่ยังไง..แกถึง​กับตบหน้าลูกสาวของแก​ได้ลงคอ.."

ยังมีคำแก้ตัว​และคำต่อว่าตามออกมาอีก​เป็นชุด ขณะ​ที่มีเสียงเคาะประตูห้องของผมดังขึ้น​
​เป็นน้องฟ้า...​เธอพามินมา​ที่ห้องของผม
"พี่มินอยากรู้ว่าคุณพ่อของพี่เค้าว่ายังไงมั่ง..ห้องพี่รัน​ได้ยินชัดเจนไม่ใช่เหรอ.."
ผมพยักหน้า..มองหน้ามินด้วย​ความสงสาร
เธอคงไม่​ได้นอน​ทั้งคืน..ตาบวมคล้ำ..ริมฝีปากซีด​และแห้ง
​ทั้งสองเดินมานอนบน​ที่นอนของผม..เงี่ยหูฟังข้างบ้านต่อ​ไป
"แกแน่ใจแล้ว​เหรอว่าแกตามหาทั่วแล้ว​..มินกลับ​ไปหาแม่ของเธอหรือเปล่า?" เสียงของคุณย่าของมินดังขึ้น​อีก
"แม่ของมิน​ไปอเมริกา..ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว​ครับ​.."
"เออหนอ..ดูสิ..ทิ้งลูกกัน​ได้ลงคอ..แล้ว​ตายายของมินล่ะ..มินอาจ​จะ​ไปหาก็​ได้.."
"มินไม่รู้จักหรอกครับ​ ​แม้​แต่ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าอยู่​​ที่ไหน?"
"แล้ว​นี่​จะทำยังกันต่อ?"
"ก็คง​ต้องรอ..รอให้มินกลับมา..หรือ​ถ้าหาย​ไปเกินสามวันตำรวจ​เขา​จะออกตามหาตัวให้ครับ​.."
แล้ว​ก็มีเสียงร้องไห้
"โถ่..มินหลานย่า..ป่านนี้​จะ​เป็นอย่างไรบ้าง​ก็ไม่รู้.."
ผม​และฟ้ามอง​ไป​ที่มิน​พร้อมกัน​โดยไม่นัดหมาย..เธอ​กำลังน้ำตาไหล..
ฟ้าเข้า​ไปจับมือเธอ..ลูบเบา ๆ​ ​เพื่อให้​กำลังใจ
ผมเองก็ยังพูดอะไร​ไม่ออก..
ใน​ที่สุดฟ้าก็พูดขึ้น​
"พี่มินคะ​..ฟ้าว่า.."
ยังไม่ทันจบประโยค..มินก็ขัดขึ้น​
"พี่รู้จักบ้านยาย..พี่​จะ​ไปอยู่​​กับยาย.."
แล้ว​เธอก็หันมาทางผม..
"มิน​จะไม่ยอมกลับ​ไปอยู่​​กับพ่อ..ไม่อยาก​จะ​ไปขัดขวาง​ความสุขของ​เขา...​."
"พี่ก็ยังอยู่​​กับปู่​กับย่า​ได้.." ฟ้าขัดขึ้น​
มินส่ายหน้า..
"ไม่ใช่ตอนนี้..พี่ไม่อยาก​จะเห็นหน้าพ่ออีกแล้ว​.."
มินเริ่มร้องไห้อีกครั้ง..เราสองคนพี่น้องมาหน้ากัน
ผมถามขึ้น​บ้าง
"บ้านยายของมินอยู่​​ที่ไหน?"
"เมืองกาญจน์.."
"แล้ว​มิน​จะ​ไปยังไง?"
"มิน​ไปถูก..มิน​ไปคนเดียว​ได้.."
ผมตัดสินใจในวินาทีนั้น​ ​โดยถือคติว่าน้ำเชี่ยวอย่า​เอาเรือ​ไปขวาง
อารมณ์ของมินตอนนี้..​คือเสียใจ​และน้อยใจ..อยาก​จะหนี​ไปให้ไกลจากคุณพ่อของเธอเพียงอย่างเดียว
"งั้นเรา​ไปส่ง.." ผมบอกเธอ
มินส่ายหน้า
"เธอ​ต้องเรียน.."
"เมืองกาญจน์แค่นี้เอง เช้า​​ไปเย็นกลับเสียเวลาแค่วันเดียว.."
ดูเหมือนมิน​จะไม่ยอมให้ผม​ไปส่งเธอง่าย ๆ​
"ไม่​เป็นไร..ปล่อยมิน​ไปคนเดียวเถอะ..แค่นี้ก็เธอก็เหนื่อย​กับเรามากพอแล้ว​.."
"มิน​จะเดินทาง​เมื่อไร?"
"วันนี้เลย​.."
"ดี..งั้นเราอาบน้ำ​แต่งตัวกันเถอะ..สักพักคุณพ่อของมินก็คงกลับ..เราค่อยออก​ไปกันตอนนั้น​.."
"​แต่.."
"​ถ้ามินไม่ให้เรา​ไปด้วย..มินก็ไม่​ต้อง​ไปไหน..​ถ้าไม่​ไปอยู่​​กับปู่​กับย่า..ก็อยู่​มันเสีย​ที่นี่เลย​..โอเค๊?"
ผมจำ​เป็น​ต้องเล่นบทดุ ​ถ้าไม่เล่นบทนี้มินคงไม่ยอมแน่ ๆ​
"หรือ​จะให้เรา​ไปบอก​กับย่าของมินว่ามินอยู่​​ที่นี่?"
จน​ต้องขู่ด้วยวิธีนี้ มินถึงยอม
​โดย​ที่ผมหารู้ไม่ว่า..การเดินทาง​ไปส่งมินในครั้งนี้..มันไม่ใช่​เป็นการเดินทางเช้า​​ไปเย็นกลับซะแล้ว​..
มิอะไร​เกิดขึ้น​..แล้ว​ผม​จะเล่าให้ฟังนะครับ​
++++++++

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1245 Article's Rate 27 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องของมิน..สาวข้างบ้านคนนั้น (สาวข้างบ้านภาค ๒) --Series
ชื่อตอน หนึ่ง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๐๓๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๒๒
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Poceille [C-6160 ], [161.200.255.161]
เมื่อวันที่ : ๓๐ ต.ค. ๒๕๔๘, ๒๐.๒๐ น.

จุใจ ​​และ ขัดใจ ในเวลาเดียวกันค่ะ​​

คุณรันฯยังคงเขียนสนุกเหมือนเดิม เรียกรอยยิ้ม​​และน้ำตา​​ได้ในบทเดียวกัน (ชอบคุณแม่ทำตาการ์ฟิลด์อ่ะค่ะ​​)

​​เอาดอกไม้มาฝากจ้า

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กวง อิอิ [C-6641 ], [203.188.54.9]
เมื่อวันที่ : ๐๔ ม.ค. ๒๕๔๙, ๒๑.๐๑ น.

อิอิ

สนุกดีคับ แอบหลงรักสาวข้างบ้านคุณรันด้วยคน

อิอิ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น