นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๗
มนต์ดารา...3
ลิขิตมา
...3...​​ บริษัทโภไคศวรรย์คอปเปอร์เรชั่น...​​ "น้องคะ​​!...​​ น้องผู้จัดการเชิญแล้ว​​ค่ะ​​" หญิงสาวโสภาในชุดทำงานทะมัดทะแมงสม​​กับตำแหน่งเลขานุการก้าวเข้ามาใก...
3...​

บริษัทโภไคศวรรย์คอปเปอร์เรชั่น...​

"น้องคะ​!...​ น้องผู้จัดการเชิญแล้ว​ค่ะ​"

หญิงสาวโสภาในชุดทำงานทะมัดทะแมงสม​กับตำแหน่งเลขานุการก้าวเข้ามาใกล้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง​ทั้งสาม ​และเอ่ยขึ้น​อย่างใจดี​ซึ่งนักศึกษาดังกล่าว​กำลังนั่งรอท่าอยู่​​ที่ชุดรับแขกใกล้​กับห้อง​ที่มีป้ายติดไว้ว่า...​

"ผู้จัดการทั่ว​ไป"

"ขอบคุณค่ะ​" หนึ่ง​ในสามนั้น​เอ่ยขอบคุณเบา ๆ​ แล้ว​​ทั้งหมดจึงเดินตามเลขาสาวสวยผู้นั้น​​ไปเงียบ ๆ​

เสียงเคาะประตูดังติด ๆ​ กันเบา ๆ​ สามที​พร้อมกันนั้น​เลขานุการคนเดิมก็ผลักมันออกพลางรายงาน​กับผู้​ที่อยู่​ภายในว่า

"มากันแล้ว​ค่ะ​ผู้จัดการ...​"

แล้ว​เสียงหนึ่ง​​ซึ่งฟังดูอาวุโสสักหน่อย​ก็ตอบกลับมา

"ให้พวก​เขาเข้ามา​ได้...​"

หล่อนหันมาพยักหน้า​เป็นเชิงเชื้อเชิญคน​ทั้งสาม​ซึ่งอีกฝ่ายก็ค่อย ๆ​ ทยอยกันเข้า​ไปภายในห้องอย่างเงียบ ๆ​ ​และ​เมื่อมาหยุดยืนอยู่​หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ตรงหน้าชายเจ้าของห้อง​ทั้งสามต่างยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าอย่างรู้กาลเทศะ​เป็นอย่างดี

"นั่งสิหนู...​" ชายกลางคนศีรษะล้านเลี่ยนมีผมอยู่​เพียงกระหย่อมเดียวกลางศีรษะ​แต่ท่าทางน่านับถือเอ่ยเชิญน้ำเสียงอบอุ่น

สามนักศึกษาต่างทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าอย่างว่าง่าย ​และผู้​ที่เปิดฉากถึงสาเหตุ​ที่ทำให้นิสิต​ทั้งสาม​ต้องมาอยู่​ ณ ​ที่แห่งนี้ก็​คือท่านเจ้าของสถาน​ที่นั่นเอง

"เห็นเลขาฉันบอกว่าพวกหนูมาขอให้ทางบริษัทเรา​เป็นสปอนเซอร์ในงานแสดงละครเวทีของมหาวิทยาลัยหรือ?"

"ครับ​...​ เอ่อ...​ นี่ครับ​หนังสือจากท่านอธิการบดีถึงบริษัท" นิสิตหนุ่มเดียวในสามกล่าว​พร้อม​กับยื่นชองสีขาวมีรูปครุฑพ่าห์ในมือตนให้​กับอีกฝ่าย​ซึ่งก็รับ​เอาไว้ ​และเปิดออกอ่านทันทีเช่นกันก่อน​จะเงยหน้าขึ้น​มามองนักศึกษาตรงหน้าอีกครั้ง

"ฮืมม์...​ ก็ดูถูก​ต้องดี ฉันคิดว่าคงไม่น่า​จะมีปัญหาอะไร​​เพราะทางบริษัทเองก็มีนโยบายสนับสนุนเรื่อง​การศึกษาอยู่​แล้ว​"

"หมาย​ความว่า...​ ​จะยอม​เป็นสปอนเซอร์ให้เราหรือคะ​?!"

นิสิตสาว​ซึ่งนั่งอยู่​ข้างซ้ายมือของนักศึกษาหนุ่มร้องถามออกมาด้วย​ความยินดี ​เพราะวันนี้​ทั้งวันพวกตนเดินเข้าเดินออกจากบริษัทหนึ่ง​​ไปยังอีกบริษัทหนึ่ง​​เพื่อขอ​ความร่วมมือเรื่อง​นี้บริษัทแล้ว​บริษัทเล่า​แต่ก็ถูกปฏิเสธแทบทุกครั้ง​ไปจนขาแทบหลุดเสียให้​ได้
ท่านผู้จัดการใจดียิ้มให้อย่างเอ็นดู​พร้อม​กับพยักหน้ารับ ​และเสริมขึ้น​อีกว่า

"​แต่​ต้องทำเรื่อง​เสนอให้ท่านประธานทราบซะก่อนนะ คิดว่าราว ๆ​ อาทิตย์หน้าก็คง​จะรู้เรื่อง​"

นักศึกษาสาวอีกคน​ที่สวมสร้อยคอมีจี้รูปดาวจึงเอ่ยขึ้น​บ้าง

"งั้นพวกเราคงไม่รบกวนเวลาของท่านแล้ว​ล่ะค่ะ​...​"

แล้ว​​ทั้งสามก็กล่าวลาจากมาด้วย​ความรู้สึก​ที่พองคับอก​เพราะไม่​ต้องตระเวนหาสปอนเซอร์ให้​เมื่อยน่องอีกแล้ว​นั่นเอง

"เดี๋ยวฉันขอตัวแป๊บหนึ่ง​นะ...​" หนึ่ง​ในนักศึกษาสาวพูดขึ้น​เสียงแหบพร่าก่อน​จะรีบวิ่งหายเข้า​ไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาห่วงใยของผู้​เป็น​เพื่อน​ทั้งสอง



รอยดาวจ้องมองภาพเด็กสาวผู้มีใบหน้างดงามหมดจดในกระจกเงาตรงหน้าแล้ว​​ได้​แต่ครางออกมาเบา ๆ​ อย่างพยายามสกัดกั้น​ความเจ็บปวด​ที่​กำลังแล่นลิ่วขึ้น​มาในหัวอย่างไร้สาเหตุสุดฤทธิ์​ซึ่งภาพในกระจกเบื้องหน้าก็มีอาการ​ที่ไม่ต่างกันนัก​กับหล่อนขณะนี้ มือน้อยคว้าขอบอ่างล้างหน้า​เอาไว้มั่น ​และบีบมันแน่นจนขอนิ้วขาวซีด​แต่มันยังไม่​ได้ถึงครึ่งหนึ่ง​ของอาการในสมองตอนนี้เลย​​แม้สักกระพี้เดียว อยากร้องเรียก​เพื่อนสาว​ที่รอคอยอยู่​ด้านนอก​แต่ก็ไม่อาจทำ​ได้​เพราะไม่มีเรี่ยวแรง​เอาซะเลย​จึง​ได้​แต่นึกเสียใจ​ที่ไม่ขอให้นำพรมา​กับตนเองด้วย...​!

หลังจากออกมาจากห้องผู้จัดการรอยดาวก็รู้สึกไม่ค่อยดีเหมือน​จะ​เป็นลมหน้ามืดจึงขอตัวมาเข้าห้องน้ำ​เพราะคิดว่า​ถ้า​ได้ล้างหน้าล้างตาสักหน่อย​ก็คง​จะดีขึ้น​ ​แต่มันกลับไม่​เป็นอย่าง​ที่คิดเสียนี่ เด็กสาวทนอยู่​ในสภาพนั้น​พักใหญ่อาการผะอืดผะอมรวม​ทั้งปวดแสบปวดร้อน​ที่หน้าผากจึงค่อย ๆ​ จางหาย​ไป ​และนี่ก็​เป็นอาการ​ซึ่งมักเกิดขึ้น​​กับหล่อน​เป็นประจำในระยะสองสามอาทิตย์นี้ พอบอกเรื่อง​นี้​กับคน​เป็นแม่เก็จแก้วก็พา​ไปหาหมอ​แต่ก็ไม่พบอะไร​​ที่ผิดปกติ รอยดาวจึงทำ​ได้เพียงทนอยู่​ในสภาพนี้เท่านั้น​...​

​เมื่ออาการทุเลาลงแล้ว​หญิงสาวจึงจัดการเช็ดหน้าเช็ดตาให้ดูเรียบร้อย​ก่อน​จะก้าวออกมาจาก​ที่นั่น ​แต่ก่อน​ที่รอยดาว​จะทัน​ได้ออก​ไปพ้นหูก็แว่วเหมือนเสียงคนทะเลาะกัน ​ความอยากรู้อีก​ทั้งเสียงดังกล่าวอยู่​บริเวณทางเข้าหน้าห้องน้ำนี่เองทำให้เด็กสาวสาวเท้าออกมาดูอย่างสงสัย

"ฉันไม่ใช่อย่าง​ที่เธอคิดหรอกนะ!!...​"

เสียงตะคอก​ที่ดังราว​กับฟ้าผ่าของผู้ชายตัวสูงเพรียวในชุดสูทราคาแพงบ่งบอกรสนิยม​ที่มีระดับดังลั่นอย่างไม่อายสายตา​ใครผ่าน​ไปมาทำให้รอยดาวถึง​กับตะลึงงัน​ไปเล็กน้อย​กับภาพตรงหน้า ผู้ชายหน้าตาคมคายติด​จะดุอยู่​สักหน่อย​นั้น​​กำลังส่งเสียงเกรี้ยวกราดใส่หน้าหญิงสาวนางหนึ่ง​อยู่​​ซึ่งตอนนี้เธอคนนั้น​วิ่งหายลับ​ไปแล้ว​จากสายตาของเด็กสาว...​!

รอยดาวรู้สึกตัวว่าโผล่มาอยู่​ใน​ที่ ๆ​ ไม่ควรอยู่​ก็ต่อ​เมื่อสายตาคมกริบของคนตัวโตตรงหน้าตวัดมองสบมา​ที่ดวงตาหล่อน​พอดี หัวใจดวงน้อยของเด็กสาวแล่น​ไปอยู่​​ที่ตาตุ่มแล้ว​เต้นตุบ ๆ​ ต่อม ๆ​ ​ได้​แต่ยืนนิ่งกะพริบตาปริบ ๆ​ อย่างกระดาก ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้น​แดงก่ำ​เพราะรู้ว่าตนเองเข้าค่ายเสียมารยาท​ที่แอบฟัง​ทั้ง​ที่ไม่ควรเรียกว่าแอบฟัง​เพราะ​ทั้งสองเล่นมาคุยเรื่อง​​ส่วนตัวกัน​ที่หน้าห้องน้ำเอง​ซึ่งไม่ใช่​ความผิดของรอยดาวเลย​​แม้​แต่น้อย ​และ​เมื่อรู้สึกตัวเด็กสาวก็รีบผลุนผลันจากมาทันทีราว​กับมีปิศาจไล่หลังมายังไงยังงั้น

"​เป็นอะไร​​ไปดาว?!"

นำพรก้าวเข้ามาหา​เพื่อนสาว​พร้อม​กับเอ่ยถามอย่างห่วงใย​เมื่อรอยดาวเดินมาหาอย่างลุกลี้ลุกลนจนเห็น​ได้ชัด

"นั่นสิ...​ ไม่สบายมากหรือ?" สาริศเอ่ยถามบ้างอย่างไม่เข้าใจ

"ปะ...​ เปล่า! เรารีบกลับกันเถอะ"

ว่าแล้ว​ก็รีบคว้าแขนนำพรให้ก้าวออกมาจากตึกระฟ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนั้น​ทันที​โดยมีสาริศก้าว

ตามรั้งท้าย ​และไม่ยอมหันกลับ​ไปมองทางเบื้องหลัง​แม้เพียงแวบเดียว​เพราะหากรอยดาวหันกลับ​ไปก็​จะพบว่าผู้ชายคนนั้น​มองตามนิสิต​ทั้งสาม​ไปจนกระทั่งลับตาแล้ว​จึงก้าวจาก​ไปบ้างเช่นกัน



"แม่คะ​!!...​ อาหารเช้า​เสร็จแล้ว​ค่ะ​!"

รอยดาวร้องเรียกผู้​เป็นแม่ดังลั่น​ซึ่งมัน​คือกิจวัตรประจำวันของเด็กสาว​ไปเสียแล้ว​ ​เพราะนับ​แต่เก็จแก้วกลับ​ไปทำงาน​ที่สำนักพิมพ์งานบ้านต่าง ๆ​ จึงล้นมือรอยดาวจึง​ต้องเข้ามาช่วยคน​เป็นแม่อีกแรง ​และจากแค่ช่วยก็เลย​กลายมา​เป็นหน้า​ที่ของหล่อน​ไป​โดยปริยาย...​

เก็จแก้วก้าวลงมาจากชั้นบนในชุดทำงานบางพลิ้วสีอ่อนไม่แก่ ​และไม่เด็กจนเกิน​ไป

"ทำไมยังไม่​แต่งตัวอีกล่ะลูก?"

หล่อนถามผู้​เป็นลูกพลางทรุดนั่งลงบนเก้าอี้​ที่โต๊ะกินข้าว​ซึ่งบนนั้น​มีข้าวต้มกุ้งหอมกรุ่นควันฉุยวางรอท่าอยู่​แล้ว​ด้วยฝีมือของรอยดาว คน​เป็นลูกทรุดนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามบ้างพลางเลื่อนแก้วน้ำ​ไปให้ผู้​เป็นแม่แล้ว​ตอบว่า

"วันนี้มีเรียนตอนบ่ายค่ะ​...​ ว่า​แต่แม่เถอะไม่รีบกินเดี๋ยวก็ส่งบท​ความไม่ทันหรอกวันนี้จัดเรียงพิมพ์แล้ว​ไม่ใช่หรือคะ​?"

"ตายย!!...​ กี่โมงแล้ว​ล่ะนี่?!" เก็จแก้วร้องพลางลุกขึ้น​​พร้อมชามข้าวต้มในมือปากก็ร้องเรียกลูกสาวมาว่า

"ดาวกระเป๋าแม่อยู่​ไหนลูก?!...​"

เก็จแก้วกลับมาทำงาน​ที่สำนักพิมพ์เก่าในตำแหน่งพนักงานจัดเก็บเอกสารทั่ว​ไปอยู่​ห้าปีจึงกลับมาทำงานในตำแหน่งหน้า​ที่เดิมก่อน​จะเลื่อนมา​เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการใน​ที่สุด
รอยดาวหัวเราะคิก​กับภาพ​ความวุ่นวายตรงหน้าของคน​เป็นแม่​ซึ่งมัก​จะ​เป็นเช่นนี้แทบทุกวันจนหล่อนคุ้นชินเสียแล้ว​ เด็กสาวชูกระเป๋าเอกสารขนาดเล็กสำหรับผู้หญิงขึ้น​มาให้เก็จแก้วดู

อีกฝ่ายวางชามข้าวต้มลงหลังจากทาน​ไป​ได้ครึ่งชามแบบวิบากแล้ว​ละล่ำละลักพูดขึ้น​ว่า

"แม่​ต้อง​ไปแล้ว​...​" ​พร้อม​กับคว้ากระเป๋าเอกสารของตนมาแล้ว​วิ่ง​ไป​ที่ประตู ​แต่เหมือน​จะนึกอะไร​ขึ้น​มา​ได้หล่อนจึงวิ่งย้อนกลับมาอีกครั้ง​และหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่

"แม่รักลูกจ๊ะ​"

"ดาวก็รักแม่ค่ะ​...​ ​และพ่อด้วย"

คำว่า "พ่อ" ทำให้เก็จแก้วชะงัก​ไปชั่วขณะก่อน​จะยิ้มรับคำพูดนั้น​ของคน​เป็นลูก ​แต่แล้ว​อะไร​บางอย่างเหนือหว่างคิ้วของรอยดาวทำให้คิ้วโก่ง​ที่ตบ​แต่งมาอย่างดีของเก็จแก้วขมวดมุ่นขึ้น​มาทันทีก่อน​จะเอ่ยถามออกมาอย่างกังวล ​เพราะตอนแรกยังไม่ทันสังเกตนั่นเอง

"หน้าผากลูก​ไปโดนอะไร​มารึเปล่าดาว?"

รอยดาวเลิกคิ้วขึ้น​สูงพลางยกมือขึ้น​แตะ ​และลูบคลำบริเวณนั้น​อย่างงง ๆ​

"เปล่านี่คะ​!...​ ​แต่รู้สึกแสบหน่อย​ ๆ​ ดาวอาจ​ไปชนอะไร​เข้า​โดยไม่ทันรู้ตัวก็​ได้มันถึง​ได้เจ็บ ๆ​ มีอะไร​รึคะ​แม่?"

สีหน้า​ที่วิตกจนเกินเหตุของอีกฝ่ายส่งให้รอยดาวเอ่ยถามตาม​ที่คิดทันที

"ปะ...​ เปล่า!...​ ไม่มีอะไร​แม่รู้สึกเหมือนมัน​ไปโดนอะไร​มายังงั้นแหละ​"

รอยดาวยิ้มอย่างล้อเลียนผู้​เป็นแม่​ที่ห่วงมากเกิน​ไป

"รีบ​ไปเถอะค่ะ​สายแล้ว​นะ​จะบอกให้!...​"

แล้ว​เก็จแก้วก็​ต้องร้องว้าย!...​ ขึ้น​มาอีกครั้งรีบตะลีตะลานก้าว​ไป​ที่รถเก่า ๆ​ ของตนทันที​โดยมีเสียงร้องเรียกของรอยดาวตามหลัง​ไปติด ๆ​

"แม่คะ​!!...​ อย่าลืมนะอีกไม่กี่วันก็วันเกิดดาวแล้ว​นะ!"

รอยดาวไม่รู้ว่าคน​เป็นแม่​ได้ยิน​ที่ตนร้องบอกหรือเปล่า​เพราะขณะนั้น​รถคันดังกล่าว​ได้ถอยออก​ไปจาก

รั้วบ้านแล้ว​ ​และขณะนี้ก็มองเห็นเพียงมือ​ที่โบกอยู่​หยอย ๆ​ ของเก็จแก้วเท่านั้น​ก่อน​ที่รถคันเดิมนั้น​​จะถูกขับเคลื่อนจาก​ไป



รอยดาวมาถึงมหาวิทยาลัย​ที่ตนเรียนอยู่​ ​และเข้าเรียนตามปกติ ขณะ​กำลังก้มหน้าก้มตาจดเล็คเชอร์อยู่​นั้น​จู่ ๆ​ เด็กสาวก็รู้สึกเหมือนมี​ใครจ้องมองอยู่​อย่างนั้น​แหละ​​แต่​เมื่อเหลียวมอง​ไปรอบ ๆ​ กายก็ไม่เห็นว่า​เพื่อนคนไหน​จะให้​ความสนใจตนอย่าง​ที่รู้สึกเลย​​เพราะต่างก็สนใจอยู่​​กับการจดเล็คเชอร์ของอาจารย์อย่าง​เอา​เป็น​เอาตาย หล่อนจึงลง​ความเห็นว่าตนคงคิด​ไปเองว่ามี​ใครเฝ้าจับตาดูอยู่​

"​เอาล่ะ!...​ วันนี้พอแค่นี้ อาจารย์หวังว่านักศึกษาคงไม่ลืมงาน​ที่อาจารย์สั่งนะ" ผู้​เป็นอาจารย์กล่าวทิ้งท้ายก่อน​จะก้าวออก​ไปจากห้องหลังจาก​ที่นักศึกษาทำ​ความเคารพแล้ว​
ขณะ​ที่ทุกคนรวม​ทั้งรอยดาว​กำลัง​จะก้าวออก​ไปจากห้องนั้น​บ้างจู่ ๆ​ ​ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนบริเวณเหนือหว่างคิ้ว​ทั้งสองของรอยดาวก็หวนกลับมาอีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดมุ่นยุ่งเหยิง ​และเผลอครางออกมาเสียงแผ่ว​ทั้ง​ที่พยายามอย่างหนัก​ที่​จะไม่ให้เสียงแห่ง​ความเจ็บปวดทรมานเล็ดลอดออกมา ร่างบางทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้งอย่างทนไม่ไหว...​

"เดี๋ยวก่อนริด!...​ ดาว​เป็นอะไร​​ไปก็ไม่รู้ดูสิ...​"

นำพร​ซึ่งมองเห็นอาการของรอยดาวก่อนร้องเรียก​เพื่อนชาย​ซึ่ง​กำลัง​จะก้าวออกจากห้อง​ไปแล้ว​นั้น​อย่างตกใจ​พร้อม​กับปราดเข้า​ไปประคองคน​เป็น​เพื่อนทันที

"ดาว​เป็นไงมั่งปวดหัวอีกแล้ว​หรือ?!"

รอยดาวส่ายหน้าปฏิเสธ​เพราะครั้งนี้ไม่มีอาการปวดศีรษะ ​และผะอืดผะอมอยาก​จะอาเจียนเช่นครั้งก่อน ๆ​ ​จะมีก็​แต่เพียงตรงหว่างคิ้วเท่านั้น​​ที่ร้อนผ่าวแสบ​ไปหมดราว​กับถูกน้ำกรดรดราดอยู่​ขณะนี้

"​ไปห้องพยาบาลกันเถอะ!" สาริศออก​ความเห็นสีหน้ากังวลขึ้น​มานิด ๆ​

​แต่รอยดาวยังปฏิเสธอีก ​และว่า

"มะ...​ ไม่​เป็นไรเดี๋ยวมันก็หาย​ไปเอง ขอฉันพักสักครู่ก็แล้ว​กัน"

เอ่ยน้ำเสียงแหบพร่า ​และมันก็​เป็นจริงดังคำพูดของเด็กสาว​เมื่อเวลาผ่าน​ไป​ได้สักพักอาการเหล่านั้น​ก็หาย​ไป​เป็นปลิดทิ้งเหมือน​กับไม่เคยมีอะไร​เกิดขึ้น​มาก่อนกระนั้น​

"เธอ​เป็นโรคบ้าอะไร​กันแน่ฮึดาว?!" นำพรถามขึ้น​อย่างห่วงใย

"โรคเวรโรคกรรมมั้ง...​" อีกฝ่ายพูดติดตลก​ทั้ง​ที่​เพื่อน​ทั้งสองไม่ตลก​ไปด้วยเลย​

"ยัง​จะมาพูดเล่นอีกเธอมีอาการขึ้น​มา​แต่ละทีฉันงี้ตกใจแทบแย่!"

​เพื่อนสาวกล่าวน้ำเสียงจริงจังจนรอยดาวนึกเสียใจ​ที่ทำให้อีกฝ่าย​เป็นกังวล​ไปด้วย

"โอ๋!...​ ขวัญเอ๊ยขวัญมามาอยู่​​กับเนื้อ​กับตัว...​" สาริศเย้าบ้างพลางทำท่า​จะลูบเนื้อลูบตัวอีกฝ่ายอย่างหยอกล้อมากกว่า​จะจริงจัง

"บ้า!...​ นายนี่ฉันไม่ใช่เด็ก ๆ​ นะยะ" นำพรว่าพลางทุบอั๊ก!...​ เข้าให้​ที่กลางหลังชายหนุ่มจน​เขา​ต้องร้อง

"โอ๊ย!" โอดครวญคล้ายเจ็บปวดเสียเต็มประดา

"สม!" นำพรว่าก่อน​จะหันมาทางรอยดาวอีกครั้งแล้ว​รีบเอ่ยถาม​เพราะอีกฝ่ายลุกขึ้น​ทำท่าว่า​จะ​ไป​ที่ไหนสักแห่ง

"แล้ว​นั่นเธอ​จะ​ไปไหนน่ะดาว?"

"ฉันดีขึ้น​แล้ว​อยาก​จะเข้าห้องน้ำสักหน่อย​น่ะ"

"งั้นก็​ไป​พร้อมกัน...​ ตามมาซิยะนายริด!" ประโยคหลังหันมากล่าว​กับสาริศ​ซึ่ง​ได้​แต่เดินคลำหลังตัวเองตามสองสาวออกมาจากห้องเรียนมุ่งหน้าสู่ห้องน้ำหญิงต้อย ๆ​

"ตายแล้ว​!!...​ นายบ้านี่​จะตามเข้ามาทำไมยะ?!"

นำพรร้องลั่น​เมื่อสาริศทำท่า​จะก้าวตามเข้า​ไปในห้องน้ำด้วยอีกคน ขณะ​ที่ชายหนุ่มกลับทำหน้าใสซื่อ ​และพูดว่า

"อ้าว!...​ ก็ไหนให้ตามมาไง?"

"มะเหงกนี่​จะ​เอามั้ย?!"

สาริศยิ้มแหย ๆ​ ​และว่า

"แหม!...​ ล้อเล่นหน่อย​เดียวเอง เอ่อน่า​จะรออยู่​แถว ๆ​ นี้แหละ​​จะทำอะไร​กันก็รีบ ๆ​ ทำเถอะไม่กวนแล้ว​จ้า!" ว่าแล้ว​ก็รีบหลบฉากออกมาทันทีก่อน​ที่มะเหงกของ​เพื่อนสาว​จะประทับลงบนกลางหลังจริง ๆ​

รอยดาวหัวเราะคิก​กับภาพทะลึ่งทะเล้น​ที่ดูเหมือน​จะชินตาซะแล้ว​​กับคนคู่นี้​เพราะ​แม้นำพร ​และสาริศ​จะทะเลาะกันบ้าง​แต่ก็แค่เรื่อง​ล้อเล่นสนุก ๆ​ เท่านั้น​ไม่ใช่เรื่อง​ใหญ่โตอะไร​นักหนาซ้ำ​ทั้งสองยัง​เป็นคู่รัก​ที่แปลกพิสดาร​เอาการอยู่​เหมือนกันตรง​ที่ชอบกัดกันมากกว่า​จะพูดจาหวานหูแบบคู่รักคู่อื่น​ที่ชอบทำกัน

รอยดาวจัดการล้างหน้าล้างตาจนรู้สึกว่า​​ความสดชื่นกลับคืนมาสู่หล่อนอีกครั้งหนึ่ง​ ทีแรกเด็กสาวยังไม่​ได้เพ่งมอง​ไป​ที่กระจกเงาอย่างจริง ๆ​ จัง ๆ​ ต่อ​เมื่อจัดการเช็ดหยดน้ำ​ที่เกาะพราวอยู่​บนวงหน้างามละไมของตนแล้ว​มองนิ่ง​ไป​ที่กระจกบานนั้น​ก็แทบ​จะร้องกรี๊ดด...​! ออกมาด้วย​ความตกใจดี​ที่หุบปากลง​ได้ทันท่วงที​เพราะเงาสะท้อนในกระจกดังกล่าวมันไม่ใช่เงาสะท้อนของหล่อนอย่าง​ที่ควร​จะ​เป็นหาก​แต่​เป็นภาพใบหน้าของผู้ชายแปลกหน้า​ที่ไหนก็ไม่รู้ปรากฏอยู่​แทน​ซึ่งบนโหนกแก้มข้างซ้ายของ​เขามีรูปดาวห้าแฉกดำเล็ก ๆ​ คล้ายรอยสักอยู่​ด้วย หญิงสาวสะกดใจ​ที่เต้นระทึก​เอาไว้ด้วย​ความหวาดกลัวพลางกะพริบตาเหมือน​กับ​จะให้แน่ใจว่าหล่อนไม่​ได้ตาฝาด​ไปเอง ​และ​เมื่อลืมตาขึ้น​มาอีกครั้งภาพของชายปริศนาคนนั้น​ก็หาย​ไปแล้ว​​จะมีก็​แต่เพียงเงาสะท้อนของหล่อนเท่านั้น​เอง ​แต่ถึงกระนั้น​รอยดาวก็ยังอด​ที่​จะตกตะลึง​กับภาพของตนในกระจกบานเดิมนี้ไม่​ได้ ​เพราะเหนือ หว่างคิ้ว​ทั้งสองของหล่อนนั้น​บัดนี้มีรูปดาวหกแฉกสีขาวสุกสกาวปรากฏอยู่​อย่างเด่นชัด...​!!

"อะ...​ อะไร​กันเนี่ย?!"

รอยดาวเอ่ยตะกุกตะกักพลางยกมือขึ้น​แตะ​ที่บริเวณนั้น​​พร้อม​กับถูไถ​ไปมาเหมือน​จะให้รอยดังกล่าวหาย​ไป​แต่มันกลับไร้ประโยชน์​โดยสิ้นเชิง ​เพราะรูปดาวนั่นยังคงปรากฏอยู่​เช่นนั้น​ไม่ยอมลบ​ไปจากใบหน้าของหล่อนเลย​​แม้​แต่น้อย ​แม้หล่อน​จะล้างมันออกด้วยน้ำสักกี่ครั้งผล​ที่ออกมาก็ยังคง​เป็นเช่นเดิมจนหน้าผากมนแดงเถือกขึ้น​มาทันตาเห็น

เด็กสาวรีบผลุนผลันหันหลัง​จะออกจาก​ที่นั้น​มาก็​พอดีชนเข้า​กับนำพร​ที่​กำลังก้าวออกมาจากห้องน้ำเสียก่อน ใบหน้าซีดเผือดของหล่อนทำให้นำพรรีบเอ่ยถามอย่างตกใจพอกันขณะสอดส่ายสายตา​ไปทั่วอย่างระแวด ระวัง​เพราะ​ความ​ที่หล่อน​เป็นคนกลัวผีนั่นเอง...​!

"มะ...​ มีอะไร​เหรอ?!"

"ปะ...​ เปล่า!...​" รอยดาวตอบขณะมือยังกุมอยู่​บนหน้าผากของตน ​และนั่นยิ่งทำให้​เพื่อนสาวสงสัยพลางขยับเข้า​ไปใกล้อีกฝ่ายทันที​พร้อมด้วยสายตาไม่เชื่อถือ

"เปล่าอะไร​?!...​ ​ต้องมีอะไร​แน่ ๆ​ ไม่งั้นเธอ​จะทำท่าทางแปลก ๆ​ ยังงี้เหรอ?...​ แล้ว​นี่อะไร​หน้าผากเธอ​เป็นอะไร​รึดาว?"

ว่าพลาง​จะขอดูให้​ได้ไม่วาย​ที่รอยดาว​จะขัดขืน​เพราะไม่​ต้องการให้​ใคร​แม้​แต่นำพรเห็นรูปดาวบนใบ

หน้าตน ​แต่สุดท้ายหล่อนก็ถูกนำพรรวบมือ​ทั้งสอง​เอาไว้จน​ได้ รอยดาว​ได้​แต่หลับตานิ่งอย่างหวั่นใจต่อคำถาม​ที่​จะตาม​เมื่อ​เพื่อนสาวเห็นรูปดาวหกแฉกบนหน้าผากของตนแล้ว​
​แต่​ทว่า...​

"ไม่เห็นมีอะไร​นี่...​ อำกันใช่ไหมเนี่ย?!"

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้คิ้วเรียวงามขมวดมุ่นอย่างงุนงงก่อน​จะหันกลับ​ไปยังกระจกเงาอีกครั้งขณะ​ที่หูก็ยังแว่วเสียงบ่นกระปอดกระแปดของนำพรว่าถูกหลอกอยู่​นั่นเอง
ทำไม?...​ ทำไมนำพรถึงพูดว่าไม่มีอะไร​ก็ใน​เมื่อรูปดาวหกแฉกอันนั้น​มันก็ยังอยู่​​ที่เดิมไม่​ได้หาย​ไปไหนเลย​​แม้​แต่น้อย รอยดาวคิดด้วย​ความสับสน ​และว้าวุ่นใจ​กับเหตุการณ์ประหลาด​ที่​กำลังเกิดขึ้น​​กับหล่อนขณะนี้

"ธะ...​ เธอไม่เห็นอะไร​หรือ?!"

"ไม่นี่...​" หันมาตอบ​พร้อม​กับ​ใช้สายตาราว​กับ​จะจับพิรุธคน​เป็น​เพื่อน ​และว่า

"เอ!...​ หรือว่า​จะมีอะไร​?"

"ปะ...​ เปล่า!.. เรารีบ​ไปจาก​ที่นี่กันเถอะ!" แล้ว​สองสาวก็ก้าวออก​ไปจากห้องน้ำแห่งนั้น​ทันที

​แม้ปาก​จะพูดออก​ไปยังงั้น​แต่ในใจของรอยดาวกลับมี​แต่คำถามมากมาย​รวม​ทั้งว่าทำไมหล่อนมองเห็นรูปดาวนั่น ​แต่นำพรกลับมองไม่เห็น เด็กสาวคิดกลับ​ไปกลับมาอย่างกลัดกลุ้ม​แต่ก็ไม่​สามารถหาคำตอบให้​กับตนเอง​ได้...​.

 

F a c t   C a r d
Article ID A-652 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง มนต์ดารา...3
ผู้แต่ง ลิขิตมา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๕๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-2549 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 10 ธ.ค. 2547, 16.33 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น