นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๖
เตือนภัย..เรื่องไข้หวัดมรณะ(SARS)
อิซารุ
...สวัสดีค่ะ​​...​​ลุงเปี๊ยก​​และ​​เพื่อนๆ​​ทุกคน วันนี้มีคนไข้ชาวฮ่องกงติดเชื้อทางเดินหายใจ สงสัยว่าอาจ​​เป็นโรคหวัดมรณะมา​​ที่โรงพยาบาล...
สวัสดีค่ะ​...​ลุงเปี๊ยก​และ​เพื่อนๆ​ทุกคน

วันนี้มีคนไข้ชาวฮ่องกงติดเชื้อทางเดินหายใจ สงสัยว่าอาจ​เป็นโรคหวัดมรณะมา​ที่โรงพยาบาล ​ที่วอร์ดของอิซารุเกือบ​ได้รับดูแลคนไข้รายนี้แหล่ะ.. ​แต่​ต่อมาทางหน่วยโรคติดเชื้อคงตัดสินใจย้ายผู้ป่วย​ไปอยู่​วอร์ดปิด​ที่จัดไว้เฉพาะแทน ​เพื่อกันการแพร่ระบาดของโรค ...​​และนี่​คือจุดเริ่มต้นล่ะ ​เพราะว่ามีมาหนึ่ง​เคสแล้ว​ เคสต่อ​ไป​ต้องตามมาอีกแน่ ​เพราะคนไข้ย่อมมีคนใกล้ชิดในบ้าน ​ซึ่งมีโอกาสเสี่ยง​ที่​จะติดเชื้อมาด้วยสูง

เฮ้อ..ตอนนี้​กำลังเตรียมตัวเตรียมใจ​และเตรียมแผนมารับสถานการณ์แล้ว​ล่ะ บวก​กับข่าว​ที่ออกมาว่า นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก ​ที่​ไปศึกษาดูงานโรคนี้​ที่ฮานอย ​ซึ่งเกิดป่วย​ระหว่างเดินทาง​จะกลับประเทศ จน​ต้องแวะเข้ารับการรักษาตัว​ที่ รพ.บำราศนราดูร ขณะนี้เสียชีวิตแล้ว​ จึงยิ่งทำให้ใจแป้วลงกว่าเดิม

จึงเข้ามาแจ้งเตือนๆ​​เพื่อนๆ​​ที่รักทุกคน ให้ระมัดระวังป้องกันโรคนี้กันหน่อย​ด้วย​ความ​เป็นห่วง

ข้อ​ความข้างล่างนี้ ​เอามาจากหนังสือเวียนของ อจ.หมอหัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ​ที่โรงพยาบาล ​ซึ่งส่ง​เป็นแผ่นปลิวแจ้งสถานการณ์โรคหวัดมรณะแจ้งเจ้าหน้า​ที่ในโรงพยาบาลให้รับทราบ จึง​เอาบาง​ส่วนมาเขียนให้อ่านกัน (มีบาง​ส่วนสรุป​เอามาจาก​ที่ฟังข่าวในทีวีวันนี้ด้วย)

​กับช่วงนี้ขอให้ทุกๆ​คน ติดตามข่าวจากในทีวี หนังสือพิมพ์ หรือ ในเวบ​ที่เกี่ยวข้อง ​เพื่อ​จะ​ได้รัยทราบสถานการณ์เร็วขึ้น​


...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..



โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ไข้หวัดมรณะ)
​(Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS)​
---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​--

ขณะนี้องค์การอนามัยโลก ​ได้ประกาศพื้น​ที่ระบาดของโรคนี้ ​คือ ฮ่องกง เวียตนาม จีน สิงคโปร์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเชื้ออะไร​​เป็นสาเหตุของโรคนี้ ยังไม่มียารักษา​ที่แน่นอน ​และยังไม่มีชี้ชัดเจน ว่าโรคนี้แพร่ทางไหน​ได้บ้างกันแน่ (นอกจากสงสัยว่าน่า​จะ​เป็นทางเดินหายใจ)

​และ​ที่สำคัญ โรคนี้ติดต่อง่ายมาก ​โดยฉพาะคน​ที่อยู่​ใกล้ชิดคนไข้ ทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง​ที่ปอด จนเสียชีวิต​ได้ง่าย

ดังนั้น​.. ขอเตือนทุกคนว่าอย่าประมาท ​และพยายามหลีกเลี่ยงแหล่งชุมชน​ที่คนแออัด​และถ่ายเทอากาศไม่สะดวก​ ​ที่มีนักท่องเ​ที่ยว หรือคนต่างประเทศ เช่น ในโรงภาพยนต์ ไนท์คลับ ร้านอาหาร​ที่​เป็นห้องแอร์ ฯลฯ

​และก็มีแนวทางป้องกันโรคมาให้ดังนี้

1. .ในช่วงนี้ไม่ควรเดินทาง​ไปประเทศ ฮ่องกง เวียตนาม จีน สิงคโปร์ ​โดยเด็ดขาด

2. ผู้​ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศ ฮ่องกง เวียตนาม จีน สิงคโปร์

...​...​- ผู้ใหญ่...​ ควรหยุดงานอย่างน้อย 7-14 วัน ​เพื่อสังเกตอาการ หากไม่​สามารถหยุดงาน​ได้ ​และ​ต้อง​ไปทำงาน หากมีอาการไข้ ให้หยุดงานทันที​และรีบ​ไปพบแพทย์
...​...​.- เด็ก.. ควรให้อยู่​​กับบ้าน 7-14 วัน ​เพื่อสังเกตอาการ ไม่ควรให้เด็ก​ไปเรียนพิเศษ ว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมใดใดร่วม​กับเด็กคนอื่น จนกว่า​จะแน่ใจว่าไม่มีอาการป่วย

3. ผู้​ที่เดินทางกลับจากประเทศ ฮ่องกง เวียตนาม จีน สิงคโปร์ ในช่วง 10-14 วัน​ที่ผ่านมา ​ถ้ามีอาการป่วย​เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ หรือหายใจลำบาก ให้รีบ​ไปพบแพทย์​เพื่อรับการตรวจรักษา​ที่เหมาะสม

4. ผู้ป่วย​ที่มีอาการไอทุกราย ​ต้องสวมผ้าปิดปาก ปิดจมูก (mask) ​และล้างมือบ่อยๆ​ ​เพื่อป้องกัน การแพร่กระจายของโรคทางเดินหายใจ

5. ผู้สัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ป่วย ​ต้องล้างมือเสมอ ​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย

6. ห้าม​ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดตัว ร่วม​กับผู้ป่วย หรือ ผู้​ที่มีภาวะเสี่ยงดังกล่าว

7. ผู้สัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ป่วย​ที่มีประวัติไข้ ไอ หอบบ หลังจากเดินทางกลับมาจาก ฮ่องกง เวียตนาม จีน สิงคโปร์ ​ต้องใส่ mask (ผ้าปิดปาก) ด้วย

เฮ้อ...​ ​และ​จะบอกว่า คน​ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อนี้​ที่สุด ​คือ หมอ พยาบาล ​และเจ้าหน้า​ที่ในโรงพยาบาล​ที่ใกล้ชิดผู้ป่วย ​เพราะในต่างประเทศ​ที่​กำลัง​เป็นแหล่งแพร่ระบาดนั้น​ 30-50 % ​จะทำงานในโรงพยาบาล ​ทั้งนี้​เพราะรับเชื้อมาจากคนไข้นั่นเอง

สรุปอีกนิด.. ช่วงนี้อย่าพาเด็กเล็กๆ​​ไปเยี่ยม​ใคร​ที่โรงพยาบาลน่ะดี​ที่สุด ​เพราะเด็กภูมิต้านทานต่ำ อาจติดเชื้อ​ได้ ​ที่เตือนน่ะ ​เพราะเห็นเยอะมากเลย​ ชอบอุ้มเด็กเล็กๆ​​ไปเยี่ยมญาติในโรงพยาบาล

ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า ปลอดภัยจากโรคร้ายชนิดนี้นะคะ​
ด้วย​ความห่วงใยยิ่ง...​


อิซารุ
1 เม.ย. 2546

 

F a c t   C a r d
Article ID A-055 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง เตือนภัย..เรื่องไข้หวัดมรณะ(SARS)
ผู้แต่ง อิซารุ
ตีพิมพ์เมื่อ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ สัพเพเหระ
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๔๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : isaru [C-134 ], [203.170.234.3]
เมื่อวันที่ : 31 มี.ค. 2546, 19.29 น.


อันนี้​คือข่าวล่าสุด (31 มี.ค.46) จากเวบของ truehits.net

โรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน​และรุนแรง (Severe Acute Respiratory Syndrome - SARS) คร่าชีวิตผู้ติดโรค​ไปแล้ว​กว่า 54 คน ใน 11 ประเทศ ยังไม่มีวิธีการ​ที่หยุดยั้ง​โดยการรักษา ดีสุดแค่การป้องกันไม่ให้กระจาย ​และสวมหน้ากาก ในสิงคโปร์ มีการสั่งห้ามบุคคล​ที่ติดเชื้อออกนอกบ้านกว่า 1,514 คน ฮ่องกง​และจีนเจอหนักสุด ถึงขั้นปิดมหาวิทยาลัย ยกเลิกคอนเสิร์ต ฯลฯ คนไทย​ที่​จะเดินทาง​ไปยังประเทศ​ทั้ง 11 ประเทศ​โดยเครื่องบินควร​ต้องระมัดระวังมาก


​เอาประกาศของกระทรวงสาธาณสุขมาให้ค่ะ​

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..



ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง​ การเกิดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง

ฉบับ​​ที่ 3/2546


...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.


ตาม​ที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) เกิดขึ้น​ในหลายประเทศแล้ว​นั้น​ จากรายงานองค์การอนามัยโลกตั้งแต่ วัน​ที่ 1 พฤศจิกายน 2545 ถึงวัน​ที่
29 มีนาคม 2546 มีผู้ป่วย​ที่สงสัยว่าอาจป่วย​เป็นโรคนี้ ใน 13 ประเทศ รวมจำนวน 1,550 ราย เสียชีวิต 54 ราย สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการระบาดของโรคนี้ ​แต่​เนื่องจากการระบาดของโรคอยู่​ในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยจึง​ต้องป้องกันไม่ให้ประชาชน​ได้รับอันตรายจากโรคนี้ ​และป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขจึงขอประกาศให้ประชาชนปฏิบัติดังนี้

1.ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งต่อการเดินทาง​ไปยังประเทศ​ที่​เป็นพื้น​ที่​ที่​เป็นเขตระบาดของโรค จนกว่าสถานการณ์ระบาดของโรคนี้​จะยุติลง สำหรับพื้น​ที่​ที่​เป็นเขตระบาดของโรค ​ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ​และเวียดนาม

2.ในกรณี​ที่จำ​เป็น​ต้องเดินทาง​ไปในพื้น​ที่​ที่​เป็นเขตระบาดของโรค ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิด​กับผู้​ที่มีอาการไอหรือจาม หลีกเลี่ยงสถาน​ที่​ที่มีประชาชนแออัด ​พร้อม​ทั้งปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้น​ที่นั้น​ๆ​ อย่างเคร่งครัด ​ซึ่งข้อแนะนำของทางการ​แต่ละพื้น​ที่อาจมีการปรับเปลี่ยน​เป็นระยะๆ​ ขึ้น​อยู่​​กับสถานการณ์ของโรค ​และ​ถ้าอยู่​ในพื้น​ที่เสี่ยงสมควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

3.​เมื่อเดินทางกลับมาจากพื้น​ที่​ที่​เป็นเขตแพร่ระบาดของโรค ​ถ้ามีอาการของไข้หวัด เช่น มีไข้ 38-40 0c ไอ ปวด​เมื่อยตามตัว เจ็บคอ ภายใน 14 วัน หลังจากเดินทางกลับ ให้รีบปรึกษาแพทย์ ​และ​เพื่อ​เป็นการป้องกัน​ที่เข้มงวด ​เมื่อกลับมาแล้ว​​ต้องระมัดระวังตนเองไม่ให้คลุกคลีใกล้ชิด​กับบุคคลในครอบครัวภายใน 14 วัน จนแน่ใจว่าไม่​เป็นโรคนี้ ​และควรพักงานจนกว่า​จะหายป่วย

4.กรณี​ที่กระทรวงสาธารณสุขเห็นว่า ผู้​โดยสารเข้าประเทศรายใดรายหนึ่ง​หรือเ​ที่ยวบินใดเ​ที่ยวบินหนึ่ง​ (รวม​ทั้งการเดินทาง​โดยทางรถยนต์​และเรือ) อาจติดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง กระทรวงสาธารณสุข​จะกักตัวไว้ดูแลอาการอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ​เป็นรายบุคคลหรือ​ทั้งกลุ่ม​ที่เดินทางมา​พร้อมกัน

5.สร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ​เพื่อป้องกันเชื้อโรคไม่ให้​เขาสู่ร่างกาย​ได้ง่าย ดังต่อ​ไปนี้

5.1 ดื่มน้ำสะอาด รับประทานผัก​และผลไม้เพิ่มมากขึ้น​ ​และรับประทานอาหาร​ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ​ที่ถูกสุขลักษณะ ​และหมั่นล้างมือบ่อย ๆ​

5.2 นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

5.3 อย่าหักโหมการทำงานจนเหน็ดเหนื่อย​เมื่อยล้า

5.4 ทำจิตใจให้ร่าเริง เบิกบาน ออก​กำลังกายอย่างสม่ำเสมอ



สำหรับประชาชน​ที่มีข้อสงสัยโปรดสอบถาม​ได้​ที่หมายเลข​ที่ 0 2590 3194, 0 2590 3192, 0 2590 3167

​และ Web site ของกระทรวงสาธารณสุข www.moph.go.th





ประกาศ ณ วัน​ที่ 31 มีนาคม 2546

(ลงชื่อ) สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
(นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข



​ที่มา : http://www-ddc.moph.go.th/main.php?filename=announcement_2546_3

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : isaru [C-135 ], [203.170.234.3]
เมื่อวันที่ : 31 มี.ค. 2546, 19.31 น.



เพิ่มเติมอีกนิดค่ะ​ ​เพื่อนๆ​​สามารถติดตามข่าวคราว​ความเคลื่อนไหว เกี่ยว​กับโรคนี้​ได้​ที่ เวบของ กรมควบคุมโรค นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : isaru [C-136 ], [203.170.234.3]
เมื่อวันที่ : 31 มี.ค. 2546, 19.54 น.


มีเพิ่มเติมมาอีก 1 ลิ้งค์นะคะ​ เผื่อว่า​ใครสนใจ​จะคลิ๊กเข้า​ไปอ่านดู ​ที่นี่

​เป็นกระทู้หนึ่ง​ในพันทิพค่ะ​ มีรูป​และบท​ความ​ที่ Up to date น่าสนใจมากเลย​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นกกระจาบ [C-139 ], [203.151.17.243]
เมื่อวันที่ : 01 เม.ย. 2546, 02.40 น.

ขอบคุณ​ที่ให้ข้อมูลฮับ ตาม​ไปอ่าน​ที่พันทิพฯมาแล้ว​ ฟังดูน่ากลัวจริงๆ​ ​เพื่อนนกน้อย อย่า​ได้ประมาทนะครับ​

เพิ่งทราบว่าอิซารุ​เป็นพยาบาล มีโอกาสติดเชื้อ​ได้ง่ายกว่าคนอาชีพอีน ขอให้อิซารุ​และทุกคนโชคดี ปลอดภัยจากโรคระบาด​ทั้งปวงนะครับ​

​เป็นห่วงป้าตาเหมือนกันอ่ะ ป้าเธอ​เป็นพยาบาลเหมือนกัน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : isaru [C-140 ], [203.170.234.3]
เมื่อวันที่ : 01 เม.ย. 2546, 03.12 น.


​เอาข้อมูลมาเพิ่มเติมให้ค่ะ​
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..


คำถาม คำตอบ เรื่อง​โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง

(Severe Acute Respiratory Syndrome -- SARS)

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.

ถาม : สถานการณ์โรคปัจจุบัน​เป็นอย่างไร?
ตอบ : ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก ณ วัน​ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2546 มีรายงานโรคดังกล่าวจาก ประเทศดังต่อ​ไปนี้

1. จีน
2. เวียดนาม กรุงฮานอย
3. สิงคโปร์
4. ฮ่องกง
5. ไต้หวัน
6. แคนนาดา (โตรอนโต้)
7. เยอรมัน (แฟรงเฟริต)
8. สโลเวเนีย
9. อังกฤษ
10. สหรัฐอเมริกา
11. ไทย
12. ฝรั่งเศส
13. อิตาลี
สวิตเซอร์แลนด์
สาธารณรัฐไอร์แลนด์

- ​โดย ประเทศ​ที่ 1- 4 ​เป็นรายงานการติดต่อในกลุ่มบุคคล​ที่ใกล้ชิดผู้ป่วย ​และองค์การอนามัยแจ้ง​เป็นเขต​ที่มีการระบาดของโรค
- ​ส่วน ประเทศ​ที่ 7-15 ​เป็นการรายงานผู้ป่วยนำเข้า​ที่เดินทางมาจากประเทศ​ที่มีการระบาด
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..


ถาม : ในระยะนี้ สมควรหรือไม่ ​ที่​จะเดินทาง​ไปยังประเทศ​ที่มีการระบาดของโรคนี้?
ตอบ : ควรเลื่อนการเดินทางออก​ไปก่อน ยกเว้น​จะมีภาระกิจจำ​เป็นจริงๆ​
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​


ถาม : ในกรณี​ที่ไม่​สามารถเลื่อนการเดินทาง​ได้ควรทำอย่างไร?
ตอบ : ​ถ้าจำ​เป็น​ต้องเดินทาง​ไปจริงๆ​ ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขดังนี้

กระทรวงสาธารณสุข ขอแนะนำประชาชนทั่ว​ไป ไม่ควรตระหนกต่อการเกิดโรคนี้ ​และให้มั่นใจในมาตรการ​ที่ทางกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินมาตรการ​เพื่อป้องกันโรคดังกล่าว ประชาชนทั่ว​ไปแทบ​จะไม่มี​ความเสี่ยงต่อโรคนี้เลย​​แต่ขอแนะนำเพิ่มเติมว่า


ผู้​ที่​จะเดินทาง​ไปประเทศจีน ฮ่องกง กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ​และสิงคโปร์ หากไม่มี​ความจำ​เป็นควรพิจารณางดหรือเลื่อนการเดินทาง​ไปก่อนในระยะนี้ ​ถ้ามี​ความจำ​เป็น​ต้องเดินทาง ควรหลีกเลี่ยงสถาน​ที่มีผู้คนอยู่​หนาแน่นแออัด ​และปฏิบัติตามคำแนะนำ​เพื่อป้องกันโรคของทางราชการในพื้น​ที่ อย่างเคร่งครัด

สำหรับประชาชนเดินทางกลับจากประเทศจีน ฮ่องกง เวียดนาม ​โดยเฉพาะกรุงฮานอย สิงคโปร์ ในช่วงเวลา 2-3 สัปดาห์ นับจากต้นเดือน มีนาคม 2546 ​ที่ผ่านมา ​ถ้ามีอาการไม่สบาย ป่วย​เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ หอบหรือหายใจลำบาก ให้รีบปรึกษาแพทย์​เพื่อรับการตรวจรักษา​ที่เหมาะสม

​เพื่อ​เป็นการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง​และป้องกันการเจ็บป่วย​โดยทั่ว​ไป ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 8-10 ชั่วโมง ต่อวัน ดื่มน้ำมากขึ้น​ กินอาหาร​ที่มีประโยชน์ กินผักสดผลไม่สดเพิ่มเติมจากปกติ รักษาร่างกายให้อบอุ่น ออก​กำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่หักโหมในการทำงานหรือการเดินทางเ​ที่ยวเตร่ ​และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดหรือ​ใช้สิ่งของร่วม​กับผู้ป่วย
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

ถาม : ​เมื่อไร​จะสงสัยว่า​เป็นโรคดังกล่าวแล้ว​?
ตอบ : องค์การอนามัยโลก กำหนดคำนิยามสำหรับผู้ป่วยสงสัยว่า​เป็นโรค โรคนี้ไว้อย่างนี้

มีประวัติต่อ​ไปนี้ 1 ข้อ หรือมากกว่า

ก. ​ได้เดินทาง​ไปในเขตเกิดโรคนี้ภายใน 14 วัน ก่อนเริ่มป่วย
(เมือง​ที่มีผู้ป่วยแล้ว​ ​คือ ฮ่องกง, กวางตุ้ง, ฮานอย, สิงคโปร์, โตรอนโต้, แวนคูเวอร์​และเมือง​ที่ทาง WHO อาจมีประกาศเพิ่มเติม)

ข. มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย​ที่มีผลการวินิจฉัยจากโรงพยาบาลว่าน่า​จะ​เป็น SARS
(การสัมผัสใกล้ชิด หมายถึง การดูแลรักษา การอยู่​อาศัยด้วยกัน หรือสัมผัส​โดยตรง​กับสิ่งคัดหลั่งจากผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย ละอองฝอย การไอหรือจาม) ​และ
มีอาการทางคลินิก ดังนี้

2.1 มีไข้สูงกว่า 38?ซ ​และอาจมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ ​คือ ปวดศรีษะ ​เมื่อยเนื้อ​เมื่อยตัว เบื่ออาหาร หรืออาจมีอาการสับสน ผื่นผิวหนัง ท้องเสีย ร่วมด้วย​ได้ ​และ

2.2 มีอาการของระบบทางเดินหายใจต่อ​ไปนี้ 1 ข้อ หรือมากกว่า ดังต่อ​ไปนี้
ก. ไอ
ข. หายใจเร็ว
ค. หายใจลำบาก

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

ถาม : ในกรณีการเดินทาง​ถ้า​ต้องเปลี่ยนเครื่องในประเทศ​ที่มีผู้ป่วย​จะมีโอกาสติดโรคหรือไม่?
ตอบ : น่า​จะมีน้อยมาก ​เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีการเฝ้าระวังโรค​ทั้งขาเข้า​และขาออก​เป็นอย่างดีอยู่​แล้ว​ ​โดยเฉพาะก่อนขึ้น​เครื่อง​จะมีการตรวจผู้​โดยสาร​โดยสายการบินอีกครั้งหนึ่ง​
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..


ถาม : ไม่เคยเดินทาง​ไปต่างประเทศ​แต่มีอาการไข้หวัด ไอ เจ็บคอ ​จะเกี่ยวข้อง​กับโรค SARS นี้หรือไม่?
ตอบ : หากไม่เคยเดินทาง​ไปต่างประเทศหรือไม่เคยสัมผัส​กับผู้เดินทางมาจากประเทศ​ที่เกิดโรค อาการ​ที่เกิดขึ้น​ไม่เกี่ยวกัน​กับโรค SARS

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

ถาม : ​จะ​ไปพบแพทย์​เพื่อปรึกษาหรือรับการรักษา​ที่ไหน​ได้บ้าง?
ตอบ : ​ถ้ามีประวัติการเดินทาง​ไปยังประเทศ​ที่มีโรคนี้ระบาดอยู่​ ควร​ไปรับบริการ​ที่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่ว​ไป หรือโรงพยาบาลเอกชน​ได้ทุกแห่ง

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..



ถาม : กรณี​ที่เดิน​ไปประเทศ​ที่​กำลังมีการระบาด ​และเดินทางกลับเข้าประเทศไทยการเข้าประเทศ​ต้องทำอย่างไร?

ตอบ : ​ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ ​และประเทศต้นทางให้เดินทาง​ได้​เมื่อมาถึงท่าอากาศยานในประเทศไทย เจ้าหน้า​ที่ประจำด่านควบคุมโรคติดต่อ​ระหว่างประเทศ ​จะแจกแบบสอบถามให้กรอก​พร้อมบัตรเตือนเรื่อง​สุขภาพอย่างละ 1 ใบ ให้กรอกข้อ​ความในแบบสอบถามให้ครบถ้วน ​เพื่อประโยชน์ของตัวเองในอนาคต​และเก็บบัตรเตือนเรื่อง​สุขภาพไว้จนกว่า​จะครบ 14 วัน หากพบว่ามีอาการไม่สบายก่อนครบเวลาดังกล่าว ให้​ไปพบแพทย์​พร้อมบัตรเตือนเรื่อง​สุขภาพ ​และอย่าลืมเล่าประวัติการเดินทางให้แพทย์ฟังด้วย

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

​ที่มา : จากเวบของกรมควบคุมโรค

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : เขาวานให้หนูไปซื้อก๋วยจั๊บ [C-169 ], [210.203.181.192]
เมื่อวันที่ : 03 เม.ย. 2546, 05.31 น.

ขอบคุณมากๆ​เลย​ค่ะ​ คุณ isaru วันนี้ก็เพิ่ง​ไปโรงพยาบาลมา อ๊ะๆ​ๆ​ๆ​ ​แต่ไม่​ได้​เป็นอะไร​นะคะ​ ​พอดีมีธุระเลย​​ต้อง​ไป เห็นคุณหมอ คุณพยาบาล ​และพนักงานปิดปากปิดจมูกกันทุกคนเลย​ น่ากลัวจัง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น