นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๓
เหตุผลกับอารมณ์
เล็ก โยธา
..." แม่ครับ​​ ผลสอบออกมาแล้ว​​ ผมเอ็นฯไม่ติด ครับ​​ !"...
" แม่ครับ​ ผลสอบออกมาแล้ว​ ผมเอ็นฯไม่ติด ครับ​ !"
"ลูกโทรมาแล้ว​นะ ว่า​เขาสอบเอ็นทรานซ์ไม่ติด "
" เอ้า เธอไม่​ได้​เอาลูก​ไปเยี่ยมยาย​ที่ต่างจังหวัดด้วย หรือ ?"

ผมตัดสินใจเก็บของขึ้น​รถ ​และโทร​ไปเลื่อนนัดทานอาหารค่ำ​กับลูกค้าคืนนี้
เสียดายโอกาสเหมือนกัน ​เพราะคิดว่าน่า​จะปิดการขาย​ได้ในคืนนี้
ไม่รู้ว่าทำไม? ถึงตัดสินใจแบบนี้ ​ทั้ง​ที่รู้ว่าลำบากมาก กว่า​จะนัดลูกค้ารายนี้​ได้
ผมรู้​แต่เพียงว่า ตอนนี้คิดถึงลูกมาก​ที่สุด ​และอยาก​ไปอยู่​ใกล้ ๆ​​เพื่อคอยให้​กำลังใจ
ไม่อยากให้​เขาอยู่​ตามลำพังในสถานการณ์เช่นนี้

ระยะทางเกือบ 700 กม. กว่า​จะถึงบ้าน​ได้ก็คง​จะเลย​เ​ที่ยงคืน​เป็นอย่างน้อย
​ระหว่างทาง ผมเตรียมคำพูด ​และ​กำลังใจมากมาย​​ที่​จะบอกแก่ลูก
ว่าการสอบเอ็นทรานซ์สมัยนี้แทบ​จะไม่มีต่ออนาคต​และต่ออาชีพ
​เพราะมีมหาวิทยาลัยเอกชน​และมีคณะมีวิชาชีพ​ที่ให้เราเลือกมากมาย​
​เพื่อนพ่อ​ที่ไม่ติดเอนทรานซ์ตอนนี้มีหน้า​ที่การงาน​ที่ใหญ่โตออกเยอะ​ไป
ลูกเองก็คงคิดเหมือนกัน ว่า ​จะแก้ตัวอย่างไร ​เมื่อเอ็นฯไม่ติด​จะยังคง​ได้เรียนในคณะตาม​ที่ตัวเองฝันหรือไม่

เริ่มโทษอะไร​เสียมากมาย​ ​ที่ทำให้ลูกตัวเองสอบไม่ติด ​ทั้ง​ที่มีผลเรียนดีมาตลอด
ตั้งแต่ ไอ้ระบบ คะแนนการสอบ Gat บ้าบอ ​ที่กระทรวงศึกษายังคงทดลอง ลองผิดลองถูก
จนเด็ก ๆ​ พากันงง​ทั้งประเทศ ไอ้ระบบคะแนนมาตรฐานมัน​จะไม่เฮงซวย​ได้อย่างไร ?
ขนาด ไอ้แชมป์ เด็ก​ที่เรียนอ่อน​ที่สุดในหมู่บ้าน แม่ง ! ยังติด ธรรมศาสตร์เลย​

หลายปี​ที่ผ่านมา ​กับหลายสิ่งหลายอย่าง​ที่เกิดขึ้น​
ไม่รู้ว่าตัวเองตัดสินใจผิดหรือเปล่า ​ที่ดันทุรังให้ลูกเรียน​กับโรงเรียนเดิมตอน ม. 4 ​ทั้ง​ที่รู้ว่า
ถึง​จะ​เป็นโรงเรียนประถม​ที่ดี ​แต่สำหรับการเริ่มสอนในมัธยมปลาย ในปีแรก ​ที่มีนักเรียนแค่ 2 ห้อง
มันบอกถึง​ความมั่นใจของผู้ปกครองอันน้อยนิด​ที่มีต่อโรงเรียนนี้​ได้
​แต่เรากลับบังคับให้ลูกสละสิทธิ ​ทั้ง​ที่สอบ​ได้ในโรงเรียนมัธยมปลาย​ที่มีชื่อ​โดยนักเรียนเกือบ 4พันคน​เป็นหลักประกัน
ไม่ใช่​เพราะว่า ตั้งแต่มัธยมต้น​ที่​ต้องถูกครูเรียกผู้ปกครอง​ไปพบ​เป็นประจำ
ในพฤติกรรม​ที่เริ่มเกเร หัวอ่อนต่อ​เพื่อน ถูก​เพื่อนชักนำ​ได้ง่าย เริ่มคบ​เพื่อน​ที่ไม่ดี
​กับวัย​ที่​กำลัง​เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต​กับสถานการณ์เช่นนี้
ผมขอฝากลูกไว้​กับครูโด่ง​ที่ดูแล​เขามาตั้งแต่อนุบาล คนเดียวเท่านั้น​​ที่​เขาพอ​จะฟัง​และห้าม​เขา​ได้
การ​ไปเรียนในโรงเรียนใหญ่ ๆ​​ที่คุณครูดูแลไม่ทั่งถึง ​เป็น​ความเสี่ยงอย่างยิ่ง
ลูกชายของญาติก็คนหนึ่ง​ล่ะ ​ที่​ไปเรียนแล้ว​ ติดยาบ้า ​ที่ระบาดมาก​ที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้

คิดถึงลูกของ​เพื่อน ๆ​บางคน ​ที่พ่อแม่​ต้องตาม​ไปส่งลูกสาว ​ที่ตะเวน​ไปเกาะหน้าเวทีคอนเสริต ​กับนักร้อง​ที่ตัวเองชื่อชอบ
เจ้าเอกลูกเจ๊ติ๋วหน้าปากซอย ฉายา เด็กแวนต์ วัน ๆ​​เอา​แต่​แต่งรถ โฉบ​ไปโฉบมา​กับเด็กสาวสก๊อยท้ายตลาด
เจ้าโม เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ​ที่เราชอบอุ้ม​เมื่อตอนเด็ก ๆ​ ​ซึ่ง ตอนนี้เธอสลัดคราบเด็กสาว
มา​เป็นคุณแม่ตามลำพัง​เพราะหาพ่อให้ลูกไม่​ได้
​ใคร ๆ​รอบตัวหลาย ๆ​คน​ที่พอ​จะนึก​ได้ ...​...​...​ก็ ​เพื่อให้​กำลังใจตัวเองว่า
ว่าอย่างน้อยเราก็มีลูก​ที่ไม่มีปัญหาหรือ​เป็นตุ๊ด​เป็นแต๋ว เหมือนลูกคนอื่น ๆ​ ก็พอแล้ว​

เริ่มโทษตัวเอง ​ที่ห่างเหิน​และมีเวลาให้ลูก ๆ​น้อย​ไป ​กับการเปิดบริษัท​ที่ต่างจังหวัด กลับบ้านเฉพาะเสาร์อาทิตย์
ทุกครั้ง​ที่กลับบ้าน ก็​จะมี​แต่เจ้าตัวเล็กแหละ​​ที่มาคลอเคลียชวนทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา
​ส่วนเจ้าคนโต ​ทั้งวัน​เอา​แต่อยู่​​แต่ในห้อง หรือไม่ก็โต๊ะคอมพิวเตอร์ ​เพราะมีสังคมออนไลน์ของตัวเอง
​จะมีก็เพียง สิ่ง​ที่ปลูกฝังให้ลูก ๆ​ ในวัยเด้ก ก็​คือ เรื่อง​วาดรูป​และอ่านหนังสือเท่านั้น​
​ที่พอ​จะภูมิใจในบทบาท​ของพ่อ อย่างน้อยลูก ๆ​ก็ไม่​ได้ติดเกมส์ ติดคุยโทรศัพท์นาน ๆ​
​ซึ่งหายากมาก ​กับเด็กสมัยนี้ ​ที่ว่าง ๆ​ยังเห็น​เอากระดาษมาวาดรูป ระบายสี
​โดยเฉพาะการอ่านหนังสือถึง ​แม้​จะ​เป็นหนังสือนิยายญี่ปุ่น นิยายวันรุ่น ก็ยังดี
​เพราะเด็กสมัยนี้ มีสื่อทางภาพ​ที่แทบ​จะจินตนาการกันไม่​เป็นแล้ว​ !

พอเริ่ม​เป็นวัยรุ่น เราก็ ไม่ค่อย​ได้คุยกัน ​เพราะ มี​ความคิดเห็น​ที่ต่างกัน
วัยรุ่น ๆ​บ้านไหน ๆ​ ก็เหมือนกัน​ทั้งนั้น​
เคยถามลูกเหมือนกันว่า​จะเรียนอะไร​ คำตอบ​คือคณะ นิเทศศาสตร์ เราไม่รู้ว่าเหมือนกันว่า
ไอ้คณะนี้มันมีการเรียนการสอนเรื่อง​อะไร​ ? ​แต่เห็น เด็ก ๆ​ ชอบเลือก​เพราะ​ความเท่ห์ ซะมากกว่า
​ทั้ง​ที่ในชีวิตจริง พอจบมาก็พาตกงานกัน​ส่วนมาก ไม่เคยเห็น​ใคร​ที่มันจบนิเทศน์ ​ที่​ได้ทำงานตาม​ที่เรียนมา
เคยแนะนำให้เรียนสถาปัตย์ ​เพราะเราเห็นว่า ​เป็นวิชาชีพ
หรือว่าเราคาดหวัง​ที่​จะให้​จะสืบต่อในกิจการของตนเอง​ที่​เป็นวิศวะ ?
." พ่อรักลูกหรือ​เป็นห่วงบริษัทตัวเองกันแน่ ! "
ตั้งแต่เรามีปากมีเสียงกันครั้งนั้น​ เราก็ไมเคยพูดเรื่อง​เรียนต่อคณะไหนกันอีกเลย​

ไม่น่าเชื่อระยะทาง เกือบ700กม.​กับเวลาเกือบ6ชั่วโมง ​จะผ่านเร็ว​ไป​ได้เพียงนี้
ไฟห้องนอนยังคงเปิดอยู่​ ​ทั้ง​ที่ปกติป่านนี้น่า​จะนอนแล้ว​
แม่คงโทรมาบอกล่ะซี ว่าพ่อ​กำลังมาหา
พอเปิดประตูเข้าบ้าน เรากลับมองหน้ากัน ​โดยไม่​ได้พูดอะไร​​ที่เกี่ยว​กับผลการสอบกันเลย​
" กินข้าวซะลูก พ่อซื้อเกี๊ยวน้ำ​ที่ลูกชอบมาให้ "
" พ่อกินอะไร​มาหรือยัง ? ผมกิน​ทั้งหมดเลย​นะ"
" พ่อกิน​ที่หน้าปากซอยมาแล้ว​ "
มองลูกกินข้าวอย่างหิวโหยแล้ว​ คงนั่งลุ้นตั้งแต่เช้า​จนไม่​ได้กินอะไร​เลย​ล่ะซี
ผมตอบ​ไปงั้น ๆ​ว่ากินแล้ว​ ​เพราะกลัวลูกไม่อิ่ม ​ทั้ง​ที่ก็หิวเต็มทน​เพราะตั้งแต่เช้า​ผมก็กินอะไร​ไม่ลงเหมือนกัน
" พ่อกลับมาเสียดึกเลย​ ไหนว่า​จะมาพรุ่งนี้ไง ? "
" พ่อมีประชุม​กับลูกค้า​แต่เช้า​น่ะ "


เกือบสิบโมง ผมก็ยังไม่ลุกจาก​ที่นอน อาจ​จะ​เป็น​เพราะเพลียจากการขับรถเกือบ 700 กิโล​เมื่อวาน
​และเหมือน​กับเจ้าลูกชาย​จะรู้​ที่ว่า ผม​เป็นห่วง​เขา​แต่ กลับอ้างเรื่อง​นัดลูกค้ามากลบเกลื่อน
กว่า​จะออกจากห้องนอน ลงมาชั้นล่างก็เกือบเ​ที่ยงวัน
เจ้าลูกชายคนดีเหมือน​จะรู้ ​ที่เตรียมอาหารเช้า​ให้ไว้บนโต๊ะ ​ทั้ง​ที่ไม่เคยทำ ​และลืมเรื่อง​นัดลูกค้าของพ่อเสียสนิท
" พ่อครับ​...​ผมว่าเรียน สถาปัตย์ ก็ไม่เลวนะครับ​..พ่อ "
ผมกอดลูกชายไว้แน่น เราไม่​ได้กอดกัน อย่างนี้ นานหลายปีแล้ว​ ตั้งแต่ ​เขาเริ่มมีแฟน
" อาย​เขา...​...​...​.. พ่อ ผมโตแล้ว​นะ ."
คำพูดนับร้อย​ที่ต่างคนต่างเตรียมมาพูดให้แก่กัน...​...​...​.. กลับถูกแสดงออกด้วยการกอดกัน...​...​เพียงครั้งเดียว

บางครั้งในคำถาม​ที่หาเหตุผลมาตอบ​ได้ยาก กลับถูกเฉลย​ได้ด้วยอารมณ์​ที่ง่ายจาก​ความรู้สึก
นี่แหละ​หนา...​...​...​...​...​...​...​ เหตุผล​กับอารมณ์

เล็ก โยธา

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3418 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง เหตุผลกับอารมณ์
ผู้แต่ง เล็ก โยธา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๑๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๙ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-17052 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 10 มิ.ย. 2553, 07.51 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-17055 ], [112.142.48.57]
เมื่อวันที่ : 10 มิ.ย. 2553, 12.17 น.

ผมยังไม่เคยอ่านชิ้นก่อน ๆ​ ของคุณเล็ก จึงยังจับแนวทางการเขียนของคุณไม่​ได้

ฉะนั้น​จึงขอโอกาสไว้ให้ผม​ได้อ่านผลงาน​ที่ผ่านมาของคุณอีกสักหน่อย​ แล้ว​ค่อยว่ากันนะครับ​

เขียนต่อ​ไปนะครับ​ รัก​จะเขียน​ต้องเขียน อย่ารีรอ

​เพราะเวลาดุจสายน้ำ...​ มัน​จะไม่ไหลคืน​เพื่อเปิดโอกาสให้คุณอย่างแน่นอน

สวัสดีครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ลุงปิง [C-17057 ], [58.10.216.201]
เมื่อวันที่ : 10 มิ.ย. 2553, 12.42 น.

ครับ​..บางครั้งก็​สามารถสื่อให้เข้าใจกัน​ได้อย่างซาบซึ้ง ​โดยคำพูดสั้นๆ​เพียงไม่กี่คำ...​
คุ้มค่า​กับเวลา​และระยะทาง...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Rotjana Geneva [C-17058 ], [62.203.59.114]
เมื่อวันที่ : 10 มิ.ย. 2553, 13.14 น.

ยินดีด้วยค่ะ​ ​เป็นเรื่อง​​ที่ถ่ายทอด​ความรู้สึก​ได้ดีเรื่อง​หนึ่ง​ทีเดียว

เห็นด้วยค่ะว่า​อ้อมกอด การกระทำเล็ก ๆ​ ​ที่ยิ่งใหญ่นี้ อาจแทนคำพูดใด ๆ​ ​ได้มากมาย​

เวลารจนางอน​กับสามี บางครั้งก็ไม่​ต้องการคำอธิบายอะไร​มากมาย​ แค่ยื่นมือ​ไปให้สัมผัส​และแตะตัวกันเบา ๆ​ ก็แทนคำขอโทษ​และการคืนดี​ได้ยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ​

​เป็นประสบการณ์ของคุณเล็กฯเองหรือเปล่าคะ​?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ดี้ [C-17085 ], [113.53.56.12]
เมื่อวันที่ : 15 มิ.ย. 2553, 15.38 น.

มีลูกชาย​กำลังเรียน ม.ปลายเหมือนกันค่ะ​ อยากให้ลูก​ได้เรียนในมหาวิทยาลัย
​เพราะรู้สึกว่า​ประสบการณ์ชีวิตในมหาวิทยาลัย​เป็นสิ่ง​ที่มีค่า ​แต่พอมาดูผลการเรียน
ของลูกก็​ได้แค่ถอนหายใจ พยายามปลอบใจตัวเองว่า สอบไม่ติดก็ไม่​เป็นไร
อย่างน้อย ลูกก็​เป็นคนดี ไม่ติดยา ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า รู้จัก​เป็นห่วงพ่อ แม่ ก็พอแล้ว​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ทิดอินทร์ [C-18140 ], [110.168.122.245]
เมื่อวันที่ : 03 มี.ค. 2554, 04.00 น.

น้ำตาซึมเลย​ครับ​พี่เล็ก คง​เป็น​เพราะพ่อชอบกอดผมแทนคำถาม​และคำตอบใดๆ​ในเวลา​ที่ผมสับสน
พ่อไม่เคยถาม ​และไม่เคยตอบ ​เพราะพ่อรู้ว่าผมรู้ในสิ่ง​ที่ตัวเอง​ต้องการดีอยู่​แล้ว​ เพียง​แต่ผมไม่มั่นใจเท่านั้น​เอง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : เล็ก โยธา [C-18141 ], [49.228.25.145]
เมื่อวันที่ : 03 มี.ค. 2554, 10.38 น.

ถึงคุณนามอิสรา

ผมเองก็ยังจับแนวทางการเขียนของตนเอง​ที่ถนัดไม่​ได้
ปัจจุบันเขียน​ไปตามอารมณ์​ที่มาสัมผัสตัวเอง
เรื่อง​จึงออกมาในหลายแนวมาก

​แต่มีจุดแข็งของอยู่​ในทุกงานเขียนก็​คือ
อยากให้งานเขียน​ได้มี​ส่วน​ได้สะกิดให้เกิด​ความคิดของคนอ่าน​ที่​จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติของตนเอง ​ส่วน​จะ​ไปแนวทางไหนแล้ว​​แต่​เขาผู้นั้น​ครับ​

ยินดีต้อนรับในมิตรไมตรี​และขอมีให้แก่คุณเช่นกันครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : เล็ก โยธา [C-18142 ], [49.228.25.145]
เมื่อวันที่ : 03 มี.ค. 2554, 10.44 น.

ถึงคุณทิดอินทร์

ตอนนี้ยังรู้สึกว่า​ตัวเองยัง​เป็นพ่อ​ที่ดีของลูกไม่เท่าพ่อของตัวเอง

พ่อพูด​กับผมน้อยมาก​เมื่อเทียบ​กับแม่

​แต่พ่อก็​เป็นแรงบันดาลใจหลายอย่างแก่ผม

อยาก​จะเขียนเรื่อง​ซักเรื่อง​ให้​กับพ่อ

​(หลังจากเคยเขียนให้​กับแม่แล้ว​)​


ลูกผู้ชาย​ส่วนมาก​จะติดแม่ ​แต่สำหรับพ่อแล้ว​​เขา​คือฮีโร่ของเรา​ที่เดียว

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : เล็ก โยธา [C-18143 ], [49.228.25.145]
เมื่อวันที่ : 03 มี.ค. 2554, 11.00 น.

ถึงคุณRotjana

ขอขอบคุณรุณRotjana​ที่ติดตามงานเขียน​และ​เป็น​กำลังใจมาให้​โดยตลอดครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น