นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๒
ความรักครั้งสุดท้าย#33
Anantra
...ตอนจบ...
คุณนางพยาบาล 2 คนมาช่วยกันพยุงฉันให้ลุกนั่ง​แต่เช้า​ตรู่ แค่เพียงขยับก็เจ็บมาก ​แต่ก็​ต้องอดทน​เพื่อลูกชายตัวน้อยของฉัน ​เพราะวันนี้​เป็นวันแรก​ที่ฉัน​จะ​ต้องให้นมบุตร คุณนางพยาบาล​จะช่วยสาธิตวิธีให้​กับคุณแม่มือใหม่อย่างฉัน

พวก​เขาพาเจ้าตัวเล็กมาให้ฉันอุ้ม​เพื่อให้นม มัน​เป็นสัมผัสรัก​ที่มี​ความหมายมากสำหรับแม่​และลูก นอกจาก​จะทำให้ลูกอิ่มท้องแล้ว​ ลูกยัง​จะ​ได้รับสารอาหาร​และภูมิต้านทาน​ที่มีประโยชน์จากแม่อีกด้วย

ฉันอุ้ม​เขาไว้ในอ้อมกอด ฉันลืม​ความเจ็บปวด​ไปชั่วขณะ มัน​เป็น​ความรู้สึก​ที่อิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก ลูกชายของฉันดื่มนมจากอกหลับตาพริ้ม สักพัก​เขาก็ผล็อยหลับ​ไป

นางพยาบาล​จะพา​เขา​ไป​ที่ห้องเด็กอ่อน ​แต่ฉันขอเวลาอยู่​​กับลูกสักพัก ฉันอยาก​จะอุ้ม​เขาไว้ให้นานกว่านี้ นางพยาบาลตกลง ​และบอกว่า​ถ้ามีปัญหาอะไร​ให้กดออดเรียก​ได้


อ้นมา​แต่เช้า​ก่อน​ใคร ๆ​ ​เขาดูตกใจเล็กน้อย​ที่เห็นฉันลุกนั่ง


"อร ลุก​ได้แล้ว​เหรอ ​เป็นยังไงบ้าง" ​เขาพูดพลางรีบเดินมาช่วย


"ไม่​เป็นไรค่ะ​ อรลุก​ได้แล้ว​" ฉันบอก


"ไหนขอดูหน้าเจ้าหนูหน่อย​ซิ" ​เขาพูดพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ​


ฉันขยับตัว​เพื่อให้อ้นเห็นหน้าเจ้าตัวเล็กชัด ๆ​ ​แต่อาจ​จะผิดท่า​ไปหน่อย​ ทำให้เจ้าตัวเล็กตื่นขึ้น​มา ร้องไห้จ้า


"โอ๋ ๆ​ๆ​ๆ​ ลูกจ๋า อย่าร้องนะ" ฉันพยายามปลอบ ​แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเล็ก​จะไม่ยอมหยุดร้องง่าย ๆ​


คุณแม่มือใหม่อย่างฉัน เห็นลูกร้องแล้ว​ตกใจ ทำอะไร​ไม่ถูก ไม่เคยเลี้ยงเด็กอ่อนมาก่อน เลย​ไม่มีประสบการณ์


"ปูดำ กดออดเรียกนางพยาบาลที" ฉันเรียกปูดำ​ที่​กำลังนั่งงัวเงียให้ลุกขึ้น​มาช่วย


"ไม่​ต้องหรอกอร ส่ง​เขามานี่ เดี๋ยวผมอุ้มให้" อ้นบอก


ฉันยื่นลูกให้​เขา ​เขาอุ้มเจ้าตัวเล็กอย่างคล่องมือ อุ้มแล้ว​พาเดิน​ไปรอบ ๆ​ สักพักเจ้าชายตัวน้อยก็หยุดร้อง ​และหลับ​ไปในอ้อมแขนของ​เขา


"อู้หู คุณอ้นเก่งจังเลย​ค่ะ​ อย่าง​กับเคยมีลูกมาก่อนเลย​" ปูดำพูด


อ้นเงียบ​ไปสักพัก ฉันนึกว่า​เขา​จะไม่อยากตอบ ​แต่ผิดคาด


"ปูดำ ลูกชายฉัน​จะ 6 ขวบปีนี้แล้ว​นะ" อ้นตอบ


"พูดเล่นหรือเปล่าคะ​ ​ถ้าไม่บอกนี่ไม่เชื่อเลย​นะคะ​ คุณอ้นยังหนุ่มอยู่​เลย​ มีลูกซะแล้ว​" ปูดำพูด


"ปูดำจ๊ะ​ ​ถ้าไม่มีอะไร​แล้ว​ก็​ไปหาอะไร​ทาน​ไป เดี๋ยว​จะหิว" ฉันรีบบอก ไม่อยากให้ปูดำเสียมารยาท​ไปมากกว่านี้


อ้นดูทะมัดทะแมง เวลา​ที่​เขาอุ้มเด็ก ดูแข็งแรง มั่นคง ​เขาคง​จะเลี้ยงลูกเองอย่าง​ที่​เขาเคยบอกจริง ๆ​


"เวลาช่างผ่าน​ไปเร็วจังเลย​นะคะ​ เผลอแป๊บเดียวน้องอาร์ท​จะ 6 ขวบแล้ว​" ฉันบอก​เขา


อ้นยิ้มให้ฉันแทนคำตอบ ​เขาอุ้มพลางมองลูกชายของฉันสีหน้าอ่อนโยน



คุณนางพยาบาล​ทั้งสองเดินเข้ามาตรวจตรา​ความเรียบร้อย​



"คุณพ่ออุ้มน้องอยู่​เหรอคะ​ เก่งจังเลย​นะคะ​ ดูสิหลับตาพริ้มเชียว" นางพยาบาลพูด


"คุณนางพยาบาลคะ​ ​เขาไม่ใช่...​"



ดูเหมือนคุณนางพยาบาล​จะไม่สนใจฟัง เธอรับเจ้าตัวเล็กจากมืออ้น แล้ว​พา​ไปใส่รถเข็นเด็ก​ที่เตรียมไว้


"คุณพ่อคะ​ เดี๋ยวขอพาน้อง​ไป​ที่ห้องเด็กก่อนนะคะ​ แล้ว​เดี๋ยว​จะพามาส่งให้ใหม่​เมื่อถึงเวลาให้นมค่ะ​" นางพยาบาลบอกอ้น


"ครับ​ ฝากด้วยนะครับ​" อ้นยิ้ม



เราสองคนเงียบ รอคุณนางพยาบาลเข็นเจ้าตัวเล็กออกจากห้อง​ไป


"ทำไมอ้นไม่บอก​เขาล่ะคะ​ว่า อ้นไม่ใช่พ่อเด็ก" ฉันถาม​เขา


"อร ทานอะไร​หรือยังครับ​ ผมซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยมาฝากด้วยนะ หิวหรือยัง เดี๋ยวผมป้อนนะ" อ้นรีบเปลี่ยนเรื่อง​


​เขาพูดพลางแกะถุงโจ๊กใส่ชาม


"อร ทานหน่อย​นะครับ​ เจ้านี้อร่อยมาก ผมลองมาแล้ว​" อ้นพูดพลางตักโจ๊กเตรียมป้อน


ฉันเบือนหน้าหนี ไม่ยอมทาน


"คุณโกรธผม​เพราะเรื่อง​แค่นี้ นี่ผมน่ารังเกียจถึงขนาด​จะ​เป็นพ่อเด็กไม่​ได้เลย​เหรอ" อ้นพูดน้อยใจ


"ไม่ใช่นะคะ​ อรแค่ไม่อยากให้คนเข้าใจคุณผิด มันไม่ยุติธรรมสำหรับคุณ" ฉันรีบพูด


อ้นจับมือฉัน สายตาจริงจังของ​เขาทำให้ฉัน​ต้องเบือนหน้า​ไปทางอื่นด้วย​ความเขินอาย


"ผมยินดีให้คน​เขาเข้าใจผิด ผมอยาก​จะดูแลอร​กับลูก ลูกของอรก็เหมือนลูกของผม ผมยินดี​ที่​จะรัก​เขาให้เหมือน​กับลูกของผมเอง"


ฉันรู้สึกซาบซึ้งในคำพูดของ​เขา นี่​เขาไม่รังเกียจฉัน ไม่รังเกียจลูกของฉัน ​ทั้ง ๆ​ ​ที่ฉันก็ทิ้ง​เขา​ไป​แต่งงาน​กับพี่หนึ่ง​ ​แต่​เขากลับไม่โกรธ ไม่เกลียดฉัน ​แต่กลับทำดี​กับฉันทุกอย่าง


"ขอบคุณนะคะ​ ขอบคุณมาก" ฉันบอก​เขา​ทั้งน้ำตา


อ้นเช็ดน้ำตาให้ฉัน ลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน


คุณพ่อคุณแม่เปิดประตูเข้ามา​พอดี ท่าน​ทั้งสองมองหน้ากันเหรอหรา พวกท่านคงตกใจ​ที่เจออ้น ​แต่ท่าน​ทั้งสองก็ไม่พูดอะไร​​ที่​เป็นการเสียมารยาท


"อ้าว อ้น มาเยี่ยมอรหรือลูก" คุณแม่ทักอ้น


"สวัสดีครับ​ คุณพ่อ คุณแม่" อ้นกล่าวทักทาย


คุณพ่อยกมือรับไหว้ ​โดยไม่พูดอะไร​ พลางเดิน​ไปหยิบหนังสือพิมพ์มานั่งอ่าน


"นี่อร ทานอะไร​หรือยังลูก" คุณแม่พูดพลางเหลือบ​ไปมองชามโจ๊ก


"​กำลังทานค่ะ​คุณแม่ ​พอดี อ้น​เขาซื้อมาฝากน่ะค่ะ​" ฉันรายงาน


คุณแม่พยักหน้ารับ พลางถามถึงเจ้าตัวเล็ก


ฉันเล่าเรื่อง​ราว​เมื่อเช้า​​ที่คุณนางพยาบาลมาสอนฉันให้นมบุตรให้คุณแม่ฟัง คุณแม่อยากอุ้มหลานบ้าง ฉันบอกท่านว่า เดี๋ยวคุณนางพยาบาลก็คงพามาใหม่​เมื่อถึงเวลา


สักพักทุกคนในครอบครัวก็มากันครบ พวก​เขาต่างพากันเชยชมลูกชายตัวน้อยของฉัน ​เขาช่างโชคดีจริง ๆ​ ​ที่เกิดมาท่ามกลาง​ความรักของทุก ๆ​ คน ​เขาคง​จะไม่รู้สึกขาดแน่ ๆ​ ถึง​แม้ว่า​เขา​จะไม่มีคุณพ่อคอยดูแลเหมือนเด็กคนอื่น ๆ​


อ้นมาเยี่ยมฉันทุกวัน​ที่โรงพยาบาล ​และ​เขายังช่วยดูแลฉัน​กับลูก​เป็นอย่างดี จนถึงขณะนี้พวกคุณนางพยาบาล​ทั้งหลายก็ยังคงเข้าใจผิดคิดว่าอ้น​เป็นคุณพ่อของลูกฉัน






ฉันกลับมาอยู่​บ้าน​ได้สักพักแล้ว​ คุณยาย ​กับคุณย่า ผลัดกันมาช่วยเลี้ยงหลาน ​โดยมีปูดำ​เป็นลูกมือ​ที่ดี พวกท่านเห่อหลานชายคนนี้มาก ซื้อของ​ใช้มาให้เต็ม​ไปหมด บางอย่างก็​ได้​ใช้ บางอย่างก็ไม่จำ​เป็น​จะ​ต้อง​ใช้ ​แต่คุณย่าบอกว่าเหลือดีกว่าขาด


อ้น​จะมาหาฉัน​ที่บ้านเกือบทุกเย็น ​ถ้า​เขามีเวลาว่าง​เขาก็​จะมาทุกครั้ง บางวัน​เขาก็​จะพาน้องอาร์ทลูกชายของ​เขามาด้วย น้องอาร์ท​เป็นเด็กน่ารัก ช่างพูด ช่างประจบ ​และเข้า​กับคนแก่​ได้ดี อาจ​จะ​เป็น​เพราะว่า​เขาอยู่​​กับคุณย่า​เป็น​ส่วนใหญ่​เพราะอ้น​ต้องออก​ไปทำงาน ​เขาเลย​รู้จักวิธีพูดจา​เอาใจคนแก่ คอยถามนู่นถามนี่ จนคุณยาย ​กับคุณย่าบ้านนี้เอ็นดูรัก​ใคร่ วันไหน​ที่อ้นไม่​ได้พามาด้วย พวกท่านถึง​กับเอ่ยปากถามถึงเลย​ทีเดียว

อ้นช่วยแบ่งเบาภาระฉัน​ได้มาก ​ถ้า​เขาอยู่​ฉันแทบ​จะไม่​ต้องทำอะไร​เลย​ ​เขา​สามารถจัดการทุกอย่าง​ได้อย่างคล่องแคล่ว


"อ้นนี่เก่งจังเลย​นะคะ​ ทำ​ได้ทุกอย่างเลย​ เก่งกว่าอร​ที่​เป็นแม่แท้ๆ​ ของ​เขาซะอีก"


"อย่าลืมสิครับ​ ผมนี่เคย​เป็นคุณพ่อมือเก่ามาก่อนนะ อย่างเจ้าอาร์ทเนี่ยผมก็เลี้ยงด้วย​ความทุลักทุเลมาก่อนเหมือนอรนี่แหล่ะ ​แต่พอหลัง ๆ​ ก็คล่อง จนเจ้านี่คืนไหนไม่เห็นหน้าผมนี่ ไม่ยอมหลับยอมนอนเลย​ล่ะ" ​เขาพูดอวด


ฉันมี​ความสุขมาก​กับการ​ที่​ได้ดูแลลูก ​และมีอ้นคอยช่วย​และ​เป็น​กำลังใจอยู่​ข้าง ๆ​ เสมอไม่หาย​ไปไหน





"อร ลูกคิดยังไง​กับอ้น" คุณแม่โพล่งถามขึ้น​มาจนฉันเกือบสะดุ้ง คุณย่าก็อยู่​ใกล้ ๆ​ ตรงนั้น​ด้วย


"ไม่มีอะไร​นี่คะ​แม่ ​เขาก็แค่มาช่วยในฐานะ​เพื่อนเก่า" ฉันตอบปัด ๆ​ ไม่กล้าบอก​ความรู้สึกจริงๆ​ให้พวกท่านรู้


"​ถ้าอย่างนั้น​ แม่ว่าอรควร​จะบอกอ้น​เขา​ไปตรงๆ​ มิฉะนั้น​​เขา​จะ​เป็นคน​ที่น่าสงสาร​ที่สุด" คุณแม่พูดจริงจัง "แม่ดูออกว่า​เขายังรักลูกของแม่มาก ​ถ้าอรไม่​ได้คิดอะไร​​กับ​เขาก็ควรบอก​เขา​ไป"


"จริงด้วยจ้ะ​หนูอร แม่ก็เห็นด้วยนะ แม่สงสาร​เขา ไม่อยาก​จะให้​เขาคิดเลย​เถิด มัน​จะกลาย​เป็นเราหลอก​ใช้​เขา" คุณย่าเสริม


ฉันรู้สึกไม่แน่ใจ สรุปว่าท่าน​ทั้งสองไม่รังเกียจ​ที่​เขามาหาฉัน แถมยังเห็นใจ​เขาอีก กลัวว่าฉัน​จะหลอก​ใช้​เขา หรือว่าอย่างไรฉันไม่มั่นใจ...​


"นี่คุณแม่ ไม่รังเกียจ​ที่​เขามาหาอร หรือคะ​ อรนึกว่าคุณแม่​จะไม่ชอบใจกันซะอีก" ฉันถาม


"แม่ ๆ​ ​จะ​ไปรังเกียจอ้น​เขาทำไม ​เขาไม่​ได้ทำอะไร​​ที่ไม่ดี อีกอย่าง​เขาก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แถม​เขายังมีน้ำใจ​กับลูกของแม่ขนาดนี้ แม่ดีใจนะ​ที่ลูกของแม่มีคนมาคอยดูแล ​แต่​ถ้าหนูไม่​ได้คิดอะไร​​กับ​เขา หนูก็ควร​จะบอก​เขา​ไปตรง ๆ​"คุณยายคุณย่าช่วยกันพูด


ฉันไม่คิดเลย​ว่าเรื่อง​ราวมัน​จะง่ายขนาดนี้ นี่ฉันหลงคิดว่าทุกคน​จะ​ต้องไม่ชอบอ้น ​และไม่อยากให้เรารักกัน...​


"​กำลังคุยอะไร​กันอยู่​หรือครับ​ นี่ผมซื้อของกินมาฝากเพียบเลย​ มีของโปรดสำหรับคุณย่า ​และคุณยายด้วยนะครับ​" อ้นมาถึง​โดย​ที่ฉันไม่ทันตั้งตัว


"อ้นมาก็ดีแล้ว​ นี่ช่วย​ไปดูไฟหลังบ้านให้หน่อย​สิ มันติด ๆ​ ดับ ๆ​ แม่กลัวว่าอร​จะเดินหกล้มน่ะ เพิ่งคลอดลูกออกมา ล้มมันไม่ดี" คุณยายบอกอ้น


"​ได้เลย​ครับ​ คุณแม่ เดี๋ยวผมจัดการให้เลย​" อ้นตอบรับอย่างไม่อิดออด


ดูเหมือนคุณย่า​กับคุณยาย​จะพอใจ​ที่มีอ้นมาช่วยทำนู่นทำนี่ให้ อาจ​จะ​เป็น​เพราะอ้นยังหนุ่มยังแน่น ​และบ้านนี้​จะว่า​ไปก็มี​แต่สาวแก่แม่หม้ายกัน​ทั้งนั้น​ ​ถ้ามีชายหนุ่มมาช่วย​เป็นหู​เป็นตาก็​จะดีไม่น้อย


อ้นยังคงมาหาฉันสม่ำเสมอ จนทุกคนในครอบครัวคุ้นเคย​กับ​เขา แถมยังเข้าข้าง​เขาจนออกนอกหน้าในบางครั้งเวลา​ที่ฉัน​กับ​เขามี​ความเห็นไม่ตรงกัน


ตอนนี้ลูกชายของฉันอายุ​ได้ 6 เดือนแล้ว​ ​กำลังน่ากอด น่าฟัด อ้วนจ้ำม่ำ​เพราะทุกคนเลี้ยงดูกัน​เป็นอย่างดี





จอยมาหาฉัน​แต่เช้า​ วันนี้ดูเธอสวยขึ้น​อย่างผิดหูผิดตา ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวลขึ้น​อย่างเห็น​ได้ชัด


"มา​แต่เช้า​เชียว ท่าทาง​จะมีข่าวดีนะเนี่ย" ฉันแซว


"ใช่จ้ะ​ อยากบอกอร​เป็นคนแรกเลย​นะ" จอยบอก


"อ้าว มีจริงหรือจ๊ะ​นี่ เรื่อง​อะไร​ เร็ว ๆ​ อยากรู้​จะแย่แล้ว​" ฉันเซ้าซี้


"โทโมโน ขอฉัน​แต่งงานล่ะ อร" จอยพูดเขิน ๆ​


"จริงหรือจอย แล้ว​เธอตอบตกลงไหม" ฉันถาม


"ก็​ต้องตกลงสิ อายุปูนนี้แล้ว​ รถไฟขบวนสุดท้ายแล้ว​นะ" จอยพูดขำ


"ฉันดีใจด้วยนะจอย ดีใจด้วยจริง ๆ​" ฉันกอด​เพื่อนแน่น


"​แต่ว่าฉัน​จะ​ต้อง​ไปญี่ปุ่น​กับ​เขาเลย​น่ะสิ คง​จะไม่​ได้จัดงาน​ที่นี่" จอยพูด


"อ้าวทำไมล่ะ" ฉันถาม


"โทโมโน ถูกย้ายกลับ​ไป​ที่ญี่ปุ่นกะทันหันน่ะ ​เพราะเหตุนี้​เขาเลย​​ต้องรีบขอฉัน​แต่งงาน" จอยบอก
"​แต่ถึงยังไงนะอร ฉันก็คงไม่จัดงาน​แต่งงานใหญ่โตเหมือนตอน​แต่งครั้งแรกหรอก อายเค้า ไม่อยากมีพิธี 2 ครั้ง คง​จะ​ไปจัด​ที่โน่นทีเดียวเลย​ ให้เกียรติฝ่ายเจ้าบ่าว​เขาหน่อย​" จอยบอก


"ไม่​ต้องห่วงพวกเรานะ ​เอาตามสะดวก​แล้ว​กัน ว่า​แต่เธอ​จะ​ไป​เมื่อไหร่ล่ะจ๊ะ​" ฉันถาม


"อีก 2 เดือน จ้ะ​" จอยบอก


"เร็วจังเลย​ ​แต่ถึงยังไงฉันก็ยินดี​กับเธอด้วยนะ นี่​ไปบอกข่าวดีนี้​กับคุณย่า คุณยาย หน่อย​สิ พวกท่าน​จะ​ต้องดีใจ​กับเธอแน่ ๆ​ ท่านอยู่​ในห้องหลานแน่ะ" ฉันบอกจอย


"จริงสิ เดี๋ยวฉันมานะ ​ไปคุย​กับคุณแม่ ๆ​ ก่อน" จอยบอก


พวกท่าน​จะ​ต้องดีใจ​กับข่าวดีของจอยแน่ ๆ​ ฉันมั่นใจ จอยก็เปรียบเหมือนลูกสาว หลานสาวคนหนึ่ง​

คุณแม่ของฉัน(คุณยาย)เห็นจอยมาตั้งแต่เด็ก ๆ​ ​ส่วนจอยก็ยังเคยมีศักดิ์​เป็นถึงหลานสะใภ้ของคุณแม่พี่หนึ่ง​(คุณย่า)อีก คิด​ไปก็แปลกดี​ที่ฉัน​และจอย​เป็น​เพื่อนรักกัน แถมยังมาเกี่ยวดอง​เป็นญาติกันอีกด้วย


อ้นขับรถเข้ามาจอด​พอดี ​เขาลงมาจากรถ​พร้อมด้วยของพะรุงพะรังเต็ม​ไปหมด
ฉันออก​ไปรับ​เขา ​และช่วย​เขาถือของเข้าบ้าน


"ซื้ออะไร​มาเยอะแยะเลย​คะ​" ฉันถามพลางช่วย​เขาถือถุงเข้าบ้าน


"จอยมาเหรออร เห็นรถจอดอยู่​" ​เขาถาม


"ใช่ค่ะ​ คุย​กับคุณแม่ ๆ​ ในห้อง..จอย​เขา​กำลัง​จะมีข่าวดีอีกแล้ว​นะ" ฉันบอกอ้น


"จริงเหรอ ข่าวดีเรื่อง​อะไร​ครับ​" อ้นถาม


"จอย​กำลัง​จะ​แต่งงานจ้ะ​" ฉันบอกยิ้มแย้ม


​แต่อ้นกลับเงียบ​ไป ไม่พูดไม่จา


"อะไร​อ้น ไม่ยินดี​กับจอย​เขาเหรอไง"


"ยินดีน่ะมันยินดี ​แต่อ้นอดอิจฉาจอยไม่​ได้" ​เขาพูดหน้างอ


"อิจฉาจอย​เขาเรื่อง​อะไร​ล่ะ แทน​ที่​จะดีใจ​กับ​เพื่อนกลับมาอิจฉา" ฉันไม่พอใจ​จะเดินหนี ​แต่อ้นดึงมือฉันไว้


"​เมื่อไหร่อร​จะยอมใจอ่อน​กับอ้นซักทีล่ะครับ​ ​จะ​ต้องให้อ้นทำยังไง อรถึง​จะเชื่อว่าอ้นจริงใจ ​และรักอรเสมอมาไม่เคยเปลี่ยน" ​เขาจับมือฉันไว้ ไม่ยอมปล่อย


"อย่ามาพูดเลย​ รักแล้ว​ทำไมหายเงียบ​ไปตั้งหลายปี ไม่รู้เหรอว่าคน​เขา​เป็นห่วง" ฉันพูดงอน ๆ​


"อรครับ​ฟังอ้นนะ อ้นไม่อยาก​ไปทำลาย​ความสุขของอร คุณหนึ่ง​​เป็นคนดี อ้นมั่นใจว่า​เขา​จะ​ต้องรัก​และดูแลอรของอ้น​ได้​เป็นอย่างดี ​แต่พออ้นรู้ข่าวว่าคุณหนึ่ง​เสีย อ้นตกใจมาก ​และตั้งใจไว้ว่า ต่อจากนี้​ไปอ้น​จะ​ต้องดูแลอรให้​ได้ไม่ว่า​จะเกิดอะไร​ขึ้น​ก็ตาม" ​เขาพูดน้ำเสียงจริงจัง


"​แต่งงาน​กับผมนะครับ​ อร อ้นรักอรนะ" ​เขาคุกเข่าขอฉัน​แต่งงาน


ฉันอายทำอะไร​ไม่ถูก ไม่พอ ทุก ๆ​ คนในบ้านออกมายืนดูกันตาแป๋ว ​ทั้ง คุณยาย คุณย่า จอย ปูดำ ​แม้กระทั่งเจ้าตัวเล็กก็ออกมาด้วย


อ้นเดิน​ไปก้มกราบเท้าคุณยาย​กับคุณย่า ​เพื่อขอลูกสาว ​และลูกสะใภ้ของท่าน ท่าน​ทั้งสองก้มลง​ไปลูบหัว​เขา​เป็นการยอมรับ ​และตอบตกลง


"ขอบคุณครับ​คุณแม่​ที่ไม่รังเกียจคนอย่างผม ผมสัญญานะครับว่า​ผม​จะดูแลอร ​กับลูกให้ดี​ที่สุด คุณแม่ไม่​ต้องห่วงเลย​นะครับ​" อ้นพูดน้ำเสียงดีใจ


"อร ​แต่งงาน​กับผมนะครับ​ อร"


"ค่ะ​" ฉันตอบรับ


เรา​ทั้งสองกอดกันแน่น ท่ามกลาง​ความยินดีของทุก ๆ​ คน ​แม้กระทั่งเจ้าลูกชายตัวน้อยยังตบมือเชียร์ ​เขาคงไม่รู้เรื่อง​อะไร​ แค่เห็นทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้ม ก็คง​จะพลอยสนุก​ไปด้วยตามประสาเด็ก ๆ​ ก็แค่นั้น​





งาน​แต่งงานของฉัน​กับอ้น​เป็น​ไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตรอง เรา​ทั้งสองคนตื่นกัน​แต่เช้า​​ไปใส่บาตรด้วยกัน แล้ว​ก็มุ่งหน้า​ไป​ที่เขต ​เพื่อจดทะเบียนสมรส มีแค่งานเลี้ยงเล็ก ๆ​ ​ที่บ้านในตอนเย็นเฉพาะคนในครอบครัว​และ​เพื่อน​ที่สนิทเท่านั้น​


"อ้น ​ถ้าไม่รังเกียจ ก็ย้ายมาอยู่​ด้วยกันซะ​ที่นี่เลย​สิ บ้านหลังนี้หนึ่ง​​เขาตั้งใจซื้อให้อร หวัง​จะให้​เป็นบ้านแสนสุข ​แต่​เขากลับมาด่วนจาก​ไป ไม่ทัน​ได้เห็นหน้าลูกด้วยซ้ำ" คุณย่าพูดน้ำตาคลอ


"คุณแม่คะ​" ฉันกอดท่านแน่น รู้สึกเศร้า​และเสียใจ​ไป​กับท่านด้วย


"ผมอยู่​​ที่ไหนก็​ได้ครับ​ ​ถ้า​ที่นั่นมีอร​กับลูกอยู่​ผมก็ยินดี ​และผมก็ดีใจนะครับ​​ที่คุณแม่ไม่รังเกียจผม ผมสัญญาครับว่า​ต่อจากนี้​ไปผม​จะดูแลอร ​และทุก ๆ​ คน​เป็นอย่างดี ​เพราะตอนนี้เรากลาย​เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว​" อ้นพูดจากใจ


"คิดซะว่าแม่​เป็นแม่ของอ้นอีกคนนึงแล้ว​กันนะ หนึ่ง​​เขาคง​จะดีใจมาก ​ที่มีอ้นมาคอยดูแลอร ​และลูกชายของ​เขาแทน​เขา" คุณย่าเหมือน​จะร้องไห้อีก


"อะไร​กันคุณ นี่มันงานมงคลนะ มาร้องห่มร้องไห้อะไร​กัน ดูสิหลานปู่มองใหญ่แล้ว​" คุณปู่ปราม​พร้อม​กับหัน​ไปเล่น​กับหลานชายต่อ


อ้น​ได้ย้ายเข้ามาอยู่​บ้าน​ที่​เป็นเรือนหอของฉัน​กับพี่หนึ่ง​ ​โดยมีคุณย่า​เป็นคนเอ่ยปากชวน อ้นพาลูกชายของ​เขามาอยู่​ด้วย ​และให้ลูกของ​เขาเรียกฉันว่าแม่ ฉันกลาย​เป็นคุณแม่​ที่มีลูกชายถึง 2 คน


"อร ​จะไม่ตั้งชื่อเล่นให้​กับเจ้าตัวเล็กนี่หน่อย​หรือครับ​ เห็นเรียกกัน​แต่เจ้าตัวเล็ก" อ้นถามขณะ​ที่​กำลังอุ้มลูกชายของฉันอยู่​


"อร​จะเรียก​เขาว่า หนึ่ง​ อรอยากให้​เขา​เป็นตัวแทนของพี่หนึ่ง​ อยากให้​เขา​เป็นคน​ที่ดี เหมือน​กับคุณพ่อของ​เขา หวังว่าอ้นคง​จะไม่ว่าอะไร​นะคะ​"


"อ้นเห็นด้วยนะ ชอบไหมครับ​คุณหนึ่ง​ชื่อนี้" อ้นตอบฉันพลางหัน​ไปถามเจ้าตัวเล็กของฉัน


"ผมไม่เห็นด้วยครับ​ ทำไมไม่ให้น้องชื่อ อ.อ่างเหมือนผม ​กับคุณพ่อคุณแม่ล่ะครับ​" น้องอาร์ทแสดง​ความเห็นบ้าง


ฉัน​กับอ้นหัวเราะใน​ความไร้เดียงสาของน้องอาร์ท ฉันกอด​เขา แล้ว​ก็พยายามอธิบายให้​เขาฟังว่าทำไมน้องถึง​ต้องชื่อหนึ่ง​ แล้ว​ทำไม​เขาถึง​ต้องชื่ออาร์ท ​ซึ่ง​เขาอาจ​จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็​ได้ ​แต่​เขาก็พยักหน้าหงึกหงักเหมือนเข้าใจ ฉันลูบหัว​เขาอย่างเอ็นดู

ฉันให้น้องหนึ่ง​ ​ใช้นามสกุลของพี่หนึ่ง​ ​เพราะ​เขา​เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่หนึ่ง​​เขาก็ควร​จะ​ได้​ใช้นามสกุลของพ่อช่วยสืบสกุลให้​กับตระกูลนี้แทนพี่หนึ่ง​





ฉัน​กับอ้น​จะ​ไปฮันนีมูนกัน​ที่ญี่ปุ่น ทำไมถึง​ต้องญี่ปุ่นน่ะเหรอ ก็​เพราะจอย ​เพื่อนสุด​ที่รักของฉันน่ะสิ ฉัน​กับอ้น​จะ​ไปร่วมงาน​แต่งของเธอ​ที่นั่น


ใน​ที่สุดฉันก็​ได้พบ​กับ​ความรักครั้งสุดท้ายซะที ไม่​ต้องทนทุกข์ทรมานจาก​ความรักอีกต่อ​ไป

ฉัน​ต้องขอขอบคุณครอบครัวของฉันทุก ๆ​ คน​ที่เข้าใจฉัน

ขอบคุณจอย​เพื่อนรัก​ที่​เป็น​เพื่อนแท้ ​และ​เป็น​กำลังใจให้ฉันฝ่าฟันอุปสรรค​ทั้งหลาย​ไป​ได้

ขอบคุณพี่หนึ่ง​​ที่​เป็น​ทั้งสามี​และพี่ชาย​ที่แสนดี ขอบคุณ​ที่​เขา​ได้มอบลูกชาย​ที่น่ารักให้​กับฉัน

​และ​ที่สำคัญ​ที่สุด ​คือ อ้น สามีสุด​ที่รัก ขอบคุณ​ที่​เขามี​ความรักให้​กับฉันอย่างเต็มเปี่ยมถึง​แม้ว่า​เขา​จะเคยทำผิด​กับฉัน ​แต่เวลาก็ทำให้ฉันรู้ว่า​เขา​คือคนสุดท้ายของชีวิต คน​ที่ทำให้ฉัน​ได้รู้จักรักแท้​ที่​ต้องอดทนรอคอย ไม่ว่า​จะนานแสนนานเพียงใด


ถึงตอนนี้ฉัน​ได้รู้แล้ว​ว่า ฉัน​เป็นผู้หญิง​ที่โชคดี​ที่สุดคนหนึ่ง​ ​ที่มีผู้ชาย​ที่ดี​ที่สุดอย่างอ้นอยู่​เคียงข้าง ไม่ว่าทุกข์หรือสุข​เขาก็​จะไม่มีวันทิ้งฉัน​ไปไหนอีก ​และเราสองคนก็​จะไม่มีวันพรากจากกัน


จบบริบูรณ์

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3232 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง ความรักครั้งสุดท้าย#33
ผู้แต่ง Anantra
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๒
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๖๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-15895 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 28 มิ.ย. 2552, 12.06 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น