นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ร้อนนัก รักซะเลย
รันนรา
...บังเอิญ​​ไปค้นเจอเรื่อง​​นี้..เขียนไว้หลายปีแล้ว​​ครับ​​
อ่าน​​ไปอ่านมา สำนวนแปลกดี..น่า​​จะมารวมเก็บไว้ในเว็ปนี้
​​เป็นการพยายามหวนคืนสู่การเขียนของผมอีกครั้ง..หลังจากว่างเว้น​​ไปนาน..
ด้วย​​ความระลึกถึง​​เป็นอย่างยิ่งครับ​​...
อากาศค่อนข้างร้อน..
ยังดี​ที่ยังมีลมโชยพัด ผ่านใบไม้​และท้องน้ำของสระ​ที่ตรงหน้ามาให้​ได้แช่มชื่นบ้าง​เป็นบางครั้ง
หนังสือ​ที่อ่านมีเนื้อหา​ที่หนักมากจน​ความอดทนหมด​ไป​เป็นระยะ ๆ​ จึง​ต้องละสายตา​ไปมองอย่างอื่นสลับกัน​ไป​เพื่อเรียกสมาธิให้กลับคืนมาใหม่
​ระหว่างนั้น​เธอก็เดินเข้ามานั่งตรงโคนต้นไม้อีกต้นหนึ่ง​​ที่อยู่​ถัด​ไป
นั่นยิ่งทำให้สมาธิหลุดมากยิ่งขึ้น​

ผิวขาวของแก้มผ่อง​กับลำคอ​ที่ระหงสวย
ผมดำ​เป็นมันผูกลวก ๆ​ ไว้​ที่ท้ายทอย
ศีรษะทุย​ได้รูป รับ​กับโครงจมูก​และริมฝีปากราวภาพวาด
ขนตางอนยาว..
ริมฝีปากแดง
สวยจน​ต้องขยี้ตาตัวเอง

ยังอีกหลายวันกว่า​จะ​ได้เวลาสอบวิชา​ที่​กำลังอ่าน
ฉะนั้น​คงไม่​เป็นไรมากนัก​ถ้า​จะ​ใช้สายตาชื่นชมสิ่งสวยงามรอบข้าง
​แต่เธอไม่​เป็นเช่นนั้น​..คร่ำเคร่ง​กับตำราตรงหน้า..​โดยลืมสิ้น​ไปว่ามี​ใครนั่งอยู่​อีกคน​ที่โคนต้นไม้อีกต้นหนึ่ง​
ลืม​ไปว่าสวย ๆ​ อย่างเธอ​ต้องมีคนชอบ​และคนมอง
คนมองก็ลืมตัวมองจนเธอรู้ตัว
แว่บเดียวของสายตา​ที่โฉบมาราวถูกมือไร้สภาพผลักให้ถลำลงสู่หุบเหว
หุบเหวของ​ความรู้สึก​ที่แปลก​ที่สุดในชีวิต
สร้าง​ความอักอ่วนเลือดฉีดจนร้อนหูร้อนหน้า
แทบ​จะลืมหายใจ​ไปเสียด้วยซ้ำ

​พระอาทิตย์ยามเย็นเร่งรัดแสงตะวันให้รอนแสงลับโลก
หนังสือถูกทิ้งอย่างไม่ใยดีด้วยการหมกมุ่นอยู่​​กับคำถามว่า​จะทำอย่างไรดี
​จะทำอย่างไรดี​ที่​จะรู้จักเธอให้​ได้
​จะเข้า​ไปทัก​และพูดคุย?
​จะแกล้งกระแอม​และส่งยิ้ม?
​จะแกล้งชักดิ้นชักงอ​เพื่อให้เธอหันมาสนใจ?
ทุกอย่างไม่กล้าทำสักอย่าง
แล้ว​​จะทำอย่างไร??

ในหางตา​ที่แอบชำเลืองอยู่​นั้น​ก็เห็นเธอปิดหนังสือใน​ที่สุด
ดูเหมือนเธอ​จะหันมามอง
ดูเหมือนเธอ​จะเก็บของใส่เป้สีฟ้าเล็ก ๆ​ แล้ว​ลุกขึ้น​จากม้านั่ง
ดูเหมือนเธอ​จะปัดกระโปรง
ดูเหมือนเธอ​จะเดิน​ไป
เอ๊ะ..หรือเดินมา?

"ลำบากนักก็หันมามองกันตรง ๆ​ ไม่ดีกว่าหรือ?"
เธอเดินมาต่างหาก เดินมาพูดด้วยเสียงดุ ๆ​ ดังข้างหู

​ความละอายประดังขึ้น​จนอยาก​จะแทรกร่างมุดดิน
หน้าร้อนผ่าว..มุด​ไปมุดมา​กับไหล่ตัวเอง
"ว่าไง?.."
"เอ่อ.."
"ฉันชื่อริน.."
"อ่า.."
"ฉันมีแฟนแล้ว​.."
"อะ.."
"เสียใจด้วย.."

ยังอ้าปากค้าง..มองเธอเดินฉับ ๆ​ ​ไปอย่างตะลึงงัน


​พระอาทิตย์ลับแสง..ยังคงไม่มีผลต่อการตะลึง​ที่ยังไม่สร่างจากหัวใจนั้น​
เธอพูดขึ้น​ก่อน..เธอจงใจพูดขึ้น​ก่อน
เธอมาต่อว่า..ต่อว่าด้วยถ้อยคำ​ที่​เป็นคำถาม
"ว่าไง?"
​และเธอก็บอก
"ฉันมีแฟนแล้ว​.."
อีกว่า
"เสียใจด้วย"

โอ..
เธอสวยเหลือเกิน!!

กลับบ้านคืนนั้น​​เป็นไข้ปวดหัว
นั่น​เป็นคำอ้าง​ที่บอก​กับแม่​และน้อง​เพื่อไม่ให้พวก​เขามายุ่ง
​จะ​ได้มีเวลาอ่านหนังสือ​ที่​ต้องสอบในอีกสามวันข้างหน้า
นั่น​เป็นคำอ้าง​กับตัวเอง
อยากมีเวลาให้​กับภาพประทับ​ที่พิมพ์อยู่​กลางใจ
นี่ต่างหาก​ที่อยากทำ

นอนดิ้นกลิ้ง​ไปมาบนเตียงไม่รู้ว่า​จะกี่ตรลบ
ลืมตาเห็นหลับตาเห็นอยู่​นั่นแล้ว​..
เธอ​เป็น​ใครมาจากไหนทำไมไม่เคยเห็นหน้า​แต่รู้แค่ว่าเธอชื่อริน
ยังรู้อีกด้วยว่าเธอมีแฟนแล้ว​​และเธอก็เสียใจ
ถ้อยคำสองสามคำนี้เวียนวนปนอยู่​ในหัว
รำคาญตัวเองเต็ม​ที่จึงตัดสินใจเธอหา​เพื่อน

"ไอ้มิน.."
"เรียกบิดาทำไมลูก?"
"บอกข้าหน่อย​สิว่า​ใครวะชื่อริน?"
"ลูกหมาตัว​ที่สิบเอ็ดของนังเขียวใต้ถุนคณะ ถามไม?"
"จบข่าว.."

โทรฯ หาอีกคน
"ไอ้จ้วง.."
"พ่ออยู่​นี่ลูก.."
"บอกหน่อย​สิว่า​ใครวะชื่อริน?"
"ริน​เป็นชื่อต้นไม้ตระกูลหนึ่ง​ล้มลุกคลุกคลานอยู่​แถว ๆ​ บ่อน้ำข้างบ้าน มีลูก​เป็นหวี ๆ​ มีพ่อ​เป็นแว่น ๆ​ .."
"พอ..จบข่าว.."

เหวี่ยงโทรศัพท์ทิ้งไว้บนโต๊ะ
ทิ้งตัวกระแทกเตียงนอนอีกครั้งเสียงดังโครมจนแม่ตะโกนด่ามาจากชั้นล่าง
พยายามหยิบหนังสือเล่มหนานั้น​ขึ้น​มากาง​โดยไม่สนใจว่ามัน​จะกลับหัว..
"รินชื่อฉัน"
"ด้วยใจเสีย"
"มีแฟนฉันแล้ว​"
"ลำบากตรงมองนักดีกว่าไม่หรือ"
ฯลฯ

โทรศัพท์ช่วยฉุดกระชากให้หลุดออกมาจนบ่องงงวยงุนงัน
"ไอ้รัน.."
"​คือพ่อเอ็ง.." จำ​ได้ดีว่า​เป็นไอ้สุดเดช​เพื่อนอีกคน
"เอ็ง​ไปทำอะไร​ไว้?"
"ฉี่รดต้นมะเขือ​ไปสามต้น.."
"มีคน​เขาถามหา.."
"หาเจอยัง.."
"น้อง​เขาบอกว่าเอ็งทำของตกไว้​จะ​เอา​ไปคืน.."
"​เอา​ไป​ทั้งวันก็​ได้ข้าไม่ถือ.."
"น้องริน​เป็นน้องสาวของกุ้งแฟนข้า.."
ร่าง​ทั้งร่างดีดผึงขึ้น​จากเตียง​เมื่อ​ได้ยินประโยคนั้น​
"งากร้ดงหากดากือ่ากนหบ"
ประโยค​ต่อมาเลย​จับใจ​ความไม่​ได้เลย​!!

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3094 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง ร้อนนัก รักซะเลย
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๐๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-15317 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2552, 22.02 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รันนรา [C-15318 ], [115.67.50.71]
เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2552, 22.08 น.

คืนนั้น​จึง​เป็นคืน​ที่นอนไม่หลับ
เหตุ​ที่นอนไม่หลับ​เพราะตั้งใจ​จะอ่านหนังสือถึงเช้า​
เปิดหน้า​ที่ร้อยแปดสิบหกเสียงไอ้สุดเดช​ซึ่งชื่อจริง ๆ​ ของมันก็​คือ "นายสำเดช" ก็ดังขึ้น​​ที่พารากราฟ​ที่สาม วรรค​ที่สิบสอง
"กุ้ง​เป็นพี่สาวของริน.."
"รินตามกุ้งมา​ที่มหาฯลัยของเรา"
"ข้า​กับกุ้ง​ไปหาข้อมูลทำรายงาน​ที่ห้องสมุด..รินไม่ชอบห้องสมุดเลย​ขอ​ไปนั่งรออยู่​​ที่ริมสระน้ำ.."

มาถึงบรรทัดนี้ก็พยายามปัดเสียงนั้น​ออกจากหัว..​แต่อ่าน​ไปถึงพารากราฟต่อ​ไปไอ้สุดเดชก็พูดต่อ
"พอค่ำรินก็กลับเข้ามาเรียกเราสองคนกลับบ้าน.."
"เธอเล่าว่ามีไอ้บ้องสั้น​ที่ไหนไม่รู้ทำกระเป๋าตังค์ตกไว้.."
"ข้าจำกระเป๋าเอ็ง​ได้..ไม่เคยมีเงินอยู่​เกินยี่สิบ"
"พอเห็นบัตรประจำตัวของเอ็งข้าก็บอกให้น้อง​เขาโยนทิ้ง.."
"พอน้อง​เขาโยนทิ้งพวกข้าก็พากันกลับบ้าน"
"พอข้า​ไปส่งกุ้ง​กับน้อง​เขากลับบ้านข้าก็กลับบ้านข้า"
"พอกลับบ้านข้าข้าก็​ได้รับโทรศัพท์.."
"น้องรินโทรฯมาบอกว่าให้บอกเอ็งให้ด้วยว่า​จะให้ส่งคืน​ที่มหาฯลัยหรือ​ที่ไหน?"
"ข้าถามว่าคืนอะไร​เธอก็บอกว่าคืนกระเป๋า"
"ข้าก็เลย​ต่อว่าน้อง​เขา​ไปสองสามคำในฐานะไม่เชื่อฟังคำสั่งของข้า..​ไปเก็บมาทำไมกระเป๋าห่วย ๆ​ พรรค์นั้น​.."
"น้อง​เขาบอกว่าไงรู้ไหม?.."

สายตา​และสมาธิก็ถูกดึงกลับมาสู่หนังสือตรงหน้า..
อ่าน​ไป​ได้สองสามตัวก็​ต้องย้อนกลับ​ไปอ่านใหม่​เพราะไม่รู้เรื่อง​
กว่า​จะย้อน​ไปถึงไอ้สุดเดชก็พูดต่อ
"สงสารคนห่วย ๆ​ ​จะ​ต้อง​ไปทำบัตรห่วย ๆ​ ใหม่"
"ข้างี้หัวเราะซ้า..55555"

"ข้าบอกเอ็งให้อย่างนะไอ้รัน.."
"น้อง​เขามีแฟนแล้ว​..​และแฟนก็โคตรดุ"
"ฉะนั้น​เอ็ง​จะทำอะไร​ก็นึกถึงหัวแฟ่บๆ​ ของเอ็งไว้มั่ง..มัน​จะตุง​เพราะถูกกระสุนฝังใน"
"พรุ่งนี้ริน​จะตามกุ้ง​ไป​ที่มหาฯลัยอีกครั้ง.."
"เปล่า..ไม่ใช่​เพื่อเอ็ง..​เขา​จะ​เอาหนังสือ​ไปคืนแล้ว​ยืมเล่มใหม่..​ถ้าเอ็งอยาก​ได้กระเป๋าคืนก็​ไป​เอา​ที่​เขา.."
"ข้าไม่รับฝากหรอกโว้ย..ไม่อยากยุ่ง"
"เดี๋ยวเอ็ง​จะหาว่าข้าเสือก..อุตส่าห์อ่อยกระเป๋าไว้"
"อย่าเลย​..ข้าไม่เชื่อเอ็งหรอก..5555"


จึง​เป็นอันว่าคืนนั้น​ไม่​ได้นอน
ลุกขึ้น​จาก​ที่นอนก็​ไปมหาฯลัย
ออกจากบ้านผ่านสายตาอันเบิกกว้างของแม่​ที่ทำตาโตอ้าปากกว้าง​เพราะไม่เชื่อสายตา
แล้ว​อุทานว่า "ไม่น่าเชื่อว่าอากาศร้อน​จะทำให้คนขี้เกียจกลาย​เป็นคนขยันก็​ได้เหมือนกัน"

ถึงมหาฯลัยก็ไม่มีอะไร​ทำ
กว่า​จะ​ได้พบเธอก็คง​จะเย็น
นี่ยังไม่แปดโมงเช้า​ธงยังไม่ขึ้น​เสาให้เคารพเสียด้วยซ้ำ
เลย​เดิน​ไป​ที่ริมสระน้ำนั่งลง​ที่เก่า
คว้าหนังสือก็เล่มเก่าของมานั่งอ่าน
อ่าน​ได้แป๊บเดียว​เพื่อนรุ่นน้องก็มาชวน​ไปเตะบอล
บอกมัน​ไปว่าไม่เตะหรอก​จะอ่านหนังสือ
มันบอกไม่​เป็นไรแล้ว​ก็วิ่งตื๋อ​ไป
ก็เลย​ปิดหนังสือแล้ว​วิ่งตาม​ไป
กะ​จะ​ไปบ้องกระโหลก​เพื่อนรุ่นน้องคนนั้น​ว่าไม่​เป็นไรไม่​ได้นะจำ​เอาไว้
คราวหน้าคราวหลัง​จะ​ได้รู้จัก​เป็นไรซะบ้าง
บ้องเสร็จก็เตะบอล

ขณะ​ที่ซีดานโยนบอลมาให้
ซิโก้อยู่​ทางปีกซ้ายตะโกนโหวกเหวกเรียกบอล
เจ้าเหยินน้อยยืนปากห้อยอยู่​หน้าประตู
พลันสายตาก็เหลือบ​ไปเห็นเธอเข้า
เข่าเลย​อ่อนกองอยู่​​กับพื้น

เธอมายืนดูบอล
เธอมายืนดู​ใครก็ไม่รู้เล่นบอล
เธอยืนกอดหนังสือแนบอก
ดวงตาเหม่อลอยเลย​สนามบอล​ไปนู่น
ลุกขึ้น​ปัดฝุ่น​ได้ก็กลั้นใจเดิน​ไปหาเธอ
เธอไม่มีทีท่าว่า​จะเห็น
เธอยังไม่มองมา..
จนกระทั่ง​ไปยืนอยู่​ข้างๆ​ เธอ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : รันนรา [C-15319 ], [115.67.50.71]
เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2552, 22.14 น.

เรื่อง​นี้ไม่ยาวคับ..
จำ​ได้ว่าเขียนรวดเดียวเลย​
นึกถึงบรรยากาศตอนเรียนอะ
​และคิดถึง "เธอ" คนนั้น​ด้วย
++++++++


"ขอโทษครับ​"
เธอหันมา สายตายังคงสวยเหมือนเดิม หากไม่มีวี่แวว​ความรู้สึกใดเลย​
"ไม่คิดว่า​จะมา​แต่เช้า​.."
เธอยังมองมา​ที่เรา..หน้า​และดวงตาก็ยังไม่เปลี่ยน​ความรู้สึกนั้น​
"ขอบคุณ​ที่ช่วยเก็บกระเป๋าให้.."
คำนี้แหละ​เธอจึงยิ้ม
"กระเป๋า?"
"ก็กระเป๋าสตางค์ของผม"
"กระเป๋าสตางค์ของคุณ?"
"เอ๊ะ?"
"ทำไมคะ​?"
"ก็ไอ้เดชมันบอกว่าคุณเก็บ​ได้"
"ไอ้เดช?"
"สำเดช"
"​ใครคะ​?"
"เอ๊ะ?"
"ทำไมคะ​?"
"ก็.."
เธอยิ้มเท่าทัน
"นี่ล่ะหรือ..วิธีจีบสาวของคุณ"
หูเริ่มแดงอีกครั้ง..หน้าเริ่มชา
"ขอชมว่าเห่ยดี.."
แล้ว​เธอก็เดินจาก​ไป
"ไอ้เดช.."
คำรามเสร็จก็แทบ​จะมุดดิน​ไปโผล่​ที่บ้านของมัน
​จะเตะซะให้หายแค้น

​แต่คำสารภาพของไอ้สุดเดชกลับทำให้เตะมันไม่ลง
"ไม่​ได้ข้าเอ็ง​จะ​ได้คุย​กับเธอเหรอวะ.."
"ข้าแอบเห็นเอ็งนั่งมองน้อง​เขาอยู่​​เป็นนานสองนาน..​ทั้งยังเห็น​เขาพูดอะไร​​กับเอ็งด้วย ข้าสงสารว่ะ.."
"สีหน้าของเอ็งเหมือนเด็กถูกดุตอนฉี่รด​ที่นอน ข้าก็เลย​เวทนา..อุตส่าห์คิดแผนนี้ให้เอ็ง"
"กระเป๋าเอ็งน่ะข้าเก็บ​ได้ตั้งแต่อยู่​ในห้องเรียนแล้ว​..ว่า​จะคืนก็ลืม.."
"เงินในกระเป๋าเอ็งมียี่สิบจริง ๆ​ นะโว้ย ข้าไม่​ได้จิ๊ก.."
"ข้าหวัง​จะให้เอ็งมีเรื่อง​คุยกะ​เขาแค่นั้น​เอง.."

ด้วย​ความปรารถนาดีของมันทำให้ผม​ต้องอ้ำอึ้ง
อึ้งอ้ำด้วยอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
วางหูจากมันแล้ว​ก็เดินคอตกลับ​ไปนั่ง​ที่เดิม
มองหนังสือเล่มเดิมแล้ว​กลืนน้ำลาย
"เรามันน่าเวทนาจริง ๆ​ หรือนี่?"

พอรู้อะไร​​เป็นอะไร​แล้ว​เลย​ทำอะไร​ไม่ค่อยถูก
​ที่กะไว้ตั้งแต่​เมื่อคืนว่าวันนี้​จะขอบคุณเสียให้จั๋งหนับแล้ว​แลกเบอร์โทรศัพท์ไว้คุยกันก็มีอันพังทะลาย
เธอไม่ใช่น้องสาวของกุ้งแฟนของไอ้สุดเดช
เธอ​เป็น​ใครก็ไม่รู้
​แต่เอ๊ะ!
แล้ว​ทำไมไอ้เดชถึงรู้ว่าเธอชื่อริน
ทำไมมันถึงรู้ว่าเธอมีแฟนแล้ว​
ทำไม?..

โทรศัพท์รุ่นไม่มีกล้องไม่มีฟังก์ชั่นไม่มีอะไร​เลย​นอกจากตัวเลข​และหน้าจอไว้โทรออก​และรับเข้าจึงถูก​ใช้งานอีกครั้ง
"เอ็งบอกข้ามาดี ๆ​ ว่าเธอ​เป็น​ใคร?"
"อ้าว.." มันอุทาน​ได้เสแสร้งมาก
"เอ็งถึง​ได้รู้ว่าเธอชื่อริน​และมีแฟนโคตรดุ"
"อ้าว.."
"เอ็ง​จะอ้าว​ไปถึงดาวพลูโตเลย​รึไง?"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : รันนรา [C-15320 ], [115.67.50.71]
เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2552, 22.23 น.

วางหูโทรศัพท์ด้วยข้อมูล​ที่เต็มหัว
เธอ​เป็นรุ่นน้องต่างคณะ​ที่มี​แต่คนซื่อบื้อเท่านั้น​​ที่​จะไม่รู้จัก
เธอ​เป็นดาวของมหาฯลัยรุ่นพี่รุ่นน้องรุมจีบตึม
​ใครก็รู้ว่าเธอชื่อริน ​ใครก็รู้ว่าเธอมีแฟนแล้ว​
แฟนของเธอ​เป็นเด็กนอกรั้ว..ขี่เก๋งคันงามไม่ซ้ำคันมารับ​ไปกลับอยู่​บ่อยๆ​
​ใครก็รู้ว่าแฟนของเธอมีพ่อ​เป็นนักการเมือง​ที่ไม่ยอมให้​ใครเหยียบหัวแม่เท้าของลูกรอด​ไป​ได้
ดังนั้น​​ใครก็รู้ว่าไม่ควร​ไปยุ่ง​กับเธอ
มี​แต่​ใครไม่รู้คนเดียวเท่านั้น​​ที่โง่จริง ๆ​
(ก็คนเล่านี่ไง)


หลังจากนั้น​ก็​ได้เจอเธออีกหลายครั้ง
​แต่ไม่กล้าเข้า​ไปทักกลัวถูกตอกกลับหน้าหงายหน้าคว่ำหูแดงตะแคงข้างเดินอย่างเคย
เพียง​แต่จ้องมองเธอขณะนั่งอ่านหนังสือหรือยืนเหม่อมองฟ้าเท่า​ที่โอกาส​จะอำนวย
ด้วยอาการ​ที่ถูกเรียกว่า "แอบ"
หลบหลังต้นไม้มั่ง หลังป้าขายลูกชิ้นปิ้งมั่ง
หลังนังเขียวลูกดกมั่ง
จนวันสอบมาถึงก่อนปิดภาคนั่นแหละ​ถึง​ได้กล้าตัดสินใจ
ตัดสินใจ​ที่​จะเข้า​ไปคุย​กับเธอ
เธอ​ที่​กำลังนั่งซึมอยู่​เพียงคนเดียวบนโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นหูกวางหลังคณะ
ดูเหมือนว่าเธอ​กำลังนั่งร้องไห้เสียด้วยนะนั่น!!

ข้อมูล​ที่ไอ้สุดเดชให้มาไม่บอกว่าทำไมเธอถึงไม่มี​เพื่อนอยู่​ข้าง ๆ​ เหมือน​ใคร​เขา
ทำไมเธอไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือน​ใคร​เขา
ทำไมเธอจึง​ต้องชอบนั่งซึมเหม่อมองฟ้ามองเมฆมองโน่นมองนี่อยู่​บ่อยๆ​
​และยิ่งไม่​ได้บอกเลย​ว่าเธอทำไม​ต้องร้องไห้

น้ำตาหญิง​เป็นนำกรดกัดกินใจชายอย่างแท้จริง
ดวงตาฉ่ำหวานแดงกร่ำนั้น​แทบทำให้หัวอกสองศอกเกือบครึ่งยุบกร้วมสลาย​เป็นธุลี​ไป​ได้​กับตา
จึงเดินก้มหน้างุด ๆ​ ตรงเข้า​ไปอย่างตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว​ว่า​เป็นไงก็​เป็นไง
หรือ​เป็นไง​จะ​เป็นกันก็ให้มันรู้กัน​ไป

"คุณอีกแล้ว​?"
"ใช่..ผมอีกแล้ว​"
"มีอะไร​?"
"ไม่มี.."
"แล้ว​?"
"แค่อยากมานั่ง​เป็น​เพื่อน.."
เธอนิ่ง..มองตรงมานิ่ง ๆ​ ​แต่น้ำตาของเธอไม่นิ่ง..ไหลออกมามากเสียกว่าเก่า
"ขอบคุณ..​แต่อย่าเสียเวลาเลย​..มันไม่มีประโยชน์หรอก"
"เวลาของผมเยอะ..​ใช้​ไปในเรื่อง​ไม่มีประโยชน์ซะบ้างก็ดีอยู่​เหมือนกัน.."

เธอพยายามฝืนยิ้ม
"​เพื่อ​ความปลอดภัยของคุณเอง​และของฉัน คุณไม่ควร​จะมาวนเวียนอยู่​ใกล้ฉันตลอดเวลาอย่างนี้.."
"คุณรู้?"
"ก็รู้..มีหลายคนแล้ว​​ที่พยายามอย่างคุณ..​แต่ทุกคนก็​ต้องจาก​ไป.."
"​เพราะ​เขา?"
"ใช่.."

คำตอบนั้น​ทำให้ตัดสินใจลุกขึ้น​ยืน
เดินออกมาเงียบ ๆ​
มองซ้ายขวา
มองอยู่​พักหนึ่ง​ถึง​ได้เจอ
ร้านไอติมอยู่​นั่นเอง

ไอ้ติมสองโคนถูกถือติดมือมาขณะนั่งลงตรงข้ามเธอ
มือหนึ่ง​ถือไว้แล้ว​ส่งเข้าปาก อีกมือหนึ่ง​ถือไว้เฉย ๆ​
ไอ้ติมอร่อยเหมือนกัน​ทั้งโลก ​คือหวาน​และก็เย็น
จึงกินด้วย​ความเอร็ดอร่อย..
เธอมองดูเฉย ๆ​

กินหมด​ทั้งสองแท่งแล้ว​จึงทำเหมือนเพิ่งรู้ว่าเธอมองอยู่​
"อร่อยดี.."
"บอกฉันทำไมไม่ทราบ?"
"เหมือน​กับ​ที่คุณบอกเรื่อง​​เขา​กับผมนั่นแหละ​..บอกผมทำไมไม่ทราบ?"

น้ำตาเธอเหือดแห้ง..​ความสวยงามของวงหน้า​ที่ถูกออกแบบมาอย่างเยี่ยมยอดนั้น​กลับมาสวยอย่างเดิม
"คุณไม่เข้าใจ"
"ไม่จำ​เป็น​ต้องเข้าใจ..ก็ผมไม่​ได้​ต้องการ​จะจีบคุณ.."
สีหน้าของเธอเปลี่ยน​ไปนิดเดียว..นี่​ถ้าไม่สังเกตรับรองว่าไม่เห็น
"ฉันดีใจ​ที่​ได้ยินอย่างงั้น.."
"ผมดีใจ​ที่​ได้ยินว่าคุณดีใจ"

ยกมือขึ้น​เช็ดปาก​ที่เปื้อนคราบไอ้ติม..​เป็นปฏิกริยาอัตโนมัติ​เพื่อปกปิดการพูดปด
"ยอมรับว่า​แต่แรกตั้งใจ​จะจีบจริง ๆ​ ​แต่พอรู้ว่าคุณมีแฟนแล้ว​ผมก็เปลี่ยนใจ.."
"ก็ควร​จะ​เป็นอย่างงั้น.."
"​แต่เราก็​เป็น​เพื่อนกัน​ได้.."
"ฉันยังไม่เคยเห็นว่าหญิง​กับชาย​จะ​เป็น​เพื่อนกัน​ได้จริง ๆ​ ซะที"
"คุณ​จะ​ได้เห็น ณ บัดนี้"

เธอนั่งนิ่งอีกครู่..ลมร้อนพัดวูบผ่านผมระคอของเธอปลิวไสว..ไรผมระอยู่​​ที่แก้มขาวผ่องอมชมพูนั้น​
มี​เพื่อนสวยอย่างนี้​ใคร​จะอดใจไหว?
ชักไม่แน่ใจ​ที่ตนเองพูด​ไปซะแล้ว​สิ..
มองอย่างอื่นดีกว่า..

"ดีใจ​ที่​ได้คุยกันดี ๆ​" เธอรวบหนังสือ​และสิ่งของ​ที่วางอยู่​บนโต๊ะ
"ไม่ดีตรง​ที่คุณ​ต้องรีบ​ไป"
"ก็ไม่เห็นคุณคุยอะไร​"
"​จะให้คุยอะไร​ก็เราเพิ่ง​ได้คุยกันจริง ๆ​ ​เป็นครั้งแรก"
เธอถอนใจ สายตามีแววยิ้ม ๆ​
"คุณนี่กวนดี.."
"ด่าหรือชม?"
"แล้ว​​แต่​จะคิด.."
"เราคง​ได้คุยกันอีก?"
"​ถ้าคุณเข้ามาคุยอย่าง​เมื่อกี๊ ​และ​ถ้าคุณไม่กลัว..เอ่อ..​เขา เราก็คง​จะ​ได้คุยกันอีก"

ต่างคนต่างลุกขึ้น​ยืน..
"ถามสักอย่าง​ได้ไหม?"
"ทำไมฉันถึงร้องไห้?"
"เปล่า..​จะถามว่า​เมื่อไรคุณ​จะเลิกร้องไห้?"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : รันนรา [C-15321 ], [115.67.50.71]
เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2552, 22.35 น.

คำตอบไม่มีสำหรับคำถามนั้น​
หรือ​จะพูดอีกทีว่า​ความเงียบ​คือคำตอบของคำถามนั้น​ก็คงไม่ผิด
ผิดตรง​ที่​ความเงียบนั้น​ติดมารบกวนจิตใจตลอดเวลา
​แม้​แต่ตอนอาบน้ำ
อาบน้ำไม่อร่อยเลย​..
ให้ตาย!!

วันเวลาผ่าน​ไปอย่างร้อนรุ่ม
ร้อนรุ่ม​เพราะอากาศร้อน..ร้อนรุ่ม​เพราะหัวใจร้อน
ใจร้อน​เพราะอยาก​จะเจอเธอ
กว่า​จะเปิดภาค..หลายวันเหลือเกิน
วันว่างจึง​ไปไม่รู้​จะ​ไปไหน ตรงเข้ามหาฯ ลัย​และ​ไปนั่งอยู่​​ที่ม้าหินข้างริมน้ำ
นั่งมองม้าหินข้าง ๆ​ ​ที่เธอเคยนั่ง
ทำ​ได้แค่นั้น​เอง..

แสงอาทิตย์ยามบ่ายแผดเปรี้ยงสะท้อนผิวน้ำ
มองจนแสบตาเลย​หัน​ไปมองสนามฟุตบอลแทน
ไอระยับเต้นระยิบส่ายเอวส่ายหัวให้เห็น​เป็นริ้ว ๆ​ ขึ้น​มาจากสนามดิน
​เมื่อก่อนมีหญ้าปกคลุมตอนนี้มี​แต่ฝุ่น​และก็ทราย
ลูกฟุตบอลยังนอนนิ่งอยู่​ริมสนาม
ชีวิตชีวาในมหาฯลัยหา​ได้ยากในช่วงปิดเทอม
ลิบ ๆ​ โน่นนังเขียว​ที่ลูกยังไม่โตนอนให้นมลูกอยู่​ใต้ร่มไม้
มันคงหิวกว่าทุกที​เพราะคงไม่มี​ใครมีแก่ใจ​จะหยิบยื่นเศษอาหารให้มันเหมือนวันเปิดเรียน
นึกแล้ว​ก็สงสาร
​และง่วงนอน

เหงื่อซึมเต็มแผ่นหลังหลังจากกลับมาจากออก​ไปซื้อของ​ที่ร้านค้าตรงข้ามมหาฯ ลัย
นังเขียวกินจุมาก​และไม่รู้คุณค่าของหมูปิ้ง​ที่มันกิน
แทน​ที่​จะค่อย ๆ​ เคี้ยวให้สม​กับ​ความอร่อยหอมหวานกลับงับ ๆ​ สองทีเกลี้ยงไม้
ขณะทำปากจุ๊ ๆ​ ให้มันค่อย ๆ​ กินก็​ได้ยินเสียงหนึ่ง​ดังขึ้น​
"ไม่น่าเชื่อ.."
คุ้นหู..จดจำเสียงนี้​ได้ตลอดชีวิต
"คุณซื้อหมูเลี้ยงหมาเลย​หรือนี่?"
หันขวับกลับ​ไปก็​ต้องตะลึงตัวชา..
นางฟ้ามาปรากฎกาย​ที่ตรงหน้าอย่างไงอย่างงั้น

เสื้อยืดประหยัดผ้ากระชับทรวดทรงหญิงแรกรุ่นให้เด่นชัดจากพื้นหลัง​ที่เจิดจ้าด้วยแสงตะวัน
นี่​ถ้าเธอมีปีกเธอคง​เป็นนางฟ้าใส่เสื้อแขนกุด​เป็นแม่นมั่น
หน้าไม่​แต่งแต้มสีสันแดงชมพูคิ้วเข้มวงโค้งนั้น​​เป็นสีธรรมชาติล้วน
เหงื่อผุดซึม​ที่จอนผม​และจมูกโด่งเล็ก..
เธอยิ้มเผยไรฟันขาวแจ่ม
"ฉันเอง"

หัวใจฟองฟูแทบ​จะพาให้ตัวลอยละล่อง
นี่ล่ะหรือคน​ที่มีรัก..ทำให้หัวใจมีสุข​ได้ขนาดนี้เชียว?
หูอื้อตาลาย​ไปพักใหญ่...​กว่า​จะปลดยิ้มนั้น​ออกจากหัวใจของตัวเอง​ได้
เธอยิ้มให้เราแล้ว​..
เย้...​

คน​ที่ถูกคิดถึงอยู่​​ที่เวลา​และนาทีถามเสียงใส
"คุณ​ต้องมาเลี้ยงหมาทุกวัน?"
เปล่าซะหน่อย​..​แต่ตอบ​ไปว่า
"ครับ​.."
"ใจบุญดีจัง..หน้าไม่ให้เลย​นะนี่"
คงเห็นหน้า​ที่เสีย​ไปเล็กน้อย เธอจึงหัวเราะ
"ล้อเล่นน่ะ..มาทำอะไร​คะ​วันนี้?"
"ไม่รู้เหมือนกัน"
"อ้าว.."
"จริง ๆ​ แล้ว​มา​เพราะอยากมา..ไม่รู้​จะอยู่​บ้านว่าง ๆ​ ​ไปทำไม"
"เหมือนริน..เอ้อ..ฉันเลย​..อยู่​บ้านเบื่อ​จะตาย"
"ผมรันครับ​.."
"ชื่อคล้ายกันดี"
"ขอให้ดีอย่างว่า.."
"ดีอย่างว่าน่ะดีอย่างไหน?"
"อย่างไหนก็​ได้ขอให้ดี.."
เราเดินคุยกัน​ไปยังริมสระน้ำ
"วันนี้ว่างหรือครับ​?"
"เย็นไม่ว่าง..​แต่ตอนนี้ว่าง"
เย็นเธอคงมีนัด..ใจอยากถาม​แต่ปากไม่ถาม
"แล้ว​ทำไมถึงแวะมามหาฯลัย"
"ไม่รู้​จะ​ไปไหน..เบื่อเดินห้าง เข้ามานั่งอ่านหนังสือในนี้ดีกว่า.."
"ขยันจริง"
"เปล่า..นิยายน่ะ.."
"ไม่ยักรู้ว่าชอบอ่านนิยาย.."
"อ่านหมดแหละ​..ริน..เอ้อ.."
"ตามสบายเถิดครับ​"
"รินชอบอ่านหนังสือ มีโลก​ส่วนตัวเงียบ ๆ​"
"ไม่น่าเชื่อ.."
"ทำไม?"
"คนอย่างคุณริน..ไม่มีเหตุผล​ที่​ต้องทำอย่างงั้น"
"​ใคร​จะรู้เหตุผลของ​ใคร​ได้อย่างแท้จริง.."
"นั่นสิ.."
"เรียกรินเฉย ๆ​ ดีกว่า.."
"​ได้เลย​"

นับจากวันนั้น​เรา​ได้คุยกันบ่อยครั้ง
เบอร์โทรศัพท์ถูกแลกกันด้วยเหตุผลธรรมดาสามัญ
"แค่อยากรู้ว่าวันไหนริน​จะมามหา'ลัย"
"รินไม่​ต้องเลี้ยงไอ้เขียวเหมือนรัน ไม่จำ​เป็น​ต้องมาทุกวัน"
"​ที่รัน​ต้องเลี้ยงไอ้เขียวก็​เพราะริน"
"งั้นไอ้เขียวก็​ต้องมาขอบคุณริน"
"เปล่า..ริน​ต้อง​ไปขอบคุณไอ้เขียว..​เพราะไอ้เขียวทำให้รินมาเจอรัน"
"อ้าว.."
"ล้อเล่น.."

ทุกครั้ง​ที่คุย​ต้องบอก​กับตัวเองก่อนว่า​ต้องคุยในฐานะ​เพื่อน
ยากนะ..​แต่ทำ​ได้..
โกหกตัวเอง​ไปวัน ๆ​ ง่าย​จะตาย

​ความรู้สึก​ที่ถูกกดลึกอยู่​ใต้หัวใจเหนือม้ามเล็กน้อยนั้น​นับวัน​จะบวมขึ้น​ราวมะเร็งร้าย
มันอึดอัดคับข้องโป่ง​ไปโป่งมาจนร่างกายผ่ายผอมซูบโทรม
จนแม่​ต้องเอ่ยทัก
"ฟันผุหรือลูก..ถึงกินอะไร​ไม่ค่อย​ได้"
"ปล่าวครับ​"
"ลิ้น​เป็นแผลล่ะสิ..​เอาน้ำตาลปี๊บป้ายซะสิลูก"


ทุกวัน​ที่​ได้คุยกันเธอยังคงเว้นช่องว่าง​ระหว่างกันไว้​ได้ราว​กับ​เอาไม้เมตรมาค้ำไว้
ไม่มีวัน​จะเข้าใกล้​ได้มากกว่านี้
ถึง​แม้​จะเข้า​ได้..ก็​ใครล่ะ​ที่รีบถอยออกมาชนิดหายใจหายคอไม่ทัน
ก็คนเล่านี่ไง

เหตุผลของการถอยไม่มีอะไร​มาก​ไปกว่าคำ​ที่พ่อสอนไว้
"หนึ่ง​อย่า​เป็นหนี้
สองอย่า​เป็นคนค้ำ
สามอย่า​ไปซ้ำลูก​เขาเมีย​ใคร
ชีวิต​จะ​ได้อยู่​เย็น​เป็นสุข.."

เธอมีแฟนแล้ว​..
ฉะนั้น​เธอ​ต้องมีเหตุผลในการ​ที่เธอ​จะมีแฟน อย่างน้อยเธอก็​ต้องรัก​เขาคนนั้น​ คงไม่มี​ใครโง่หรือบ้าพอ​ที่​จะให้คน​ที่ไม่รักมา​เป็นแฟน
​เขาเองก็คงรักเธอ..​ที่เคย​ได้ยินมาก็การันตีอยู่​แล้ว​ว่า​ทั้งรัก​ทั้งหวงอย่างกะช้างหวงอ้อย​ที่เข้าปากเกือบถึงกระเพาะ
หาก​ไปพราก​เขาหรือเธออกจากกันก็คงสร้าง​ความทุกข์ยากให้​กับ​เขามากพอ​ที่​จะเดือดร้อนมาถึงกะบาลของเรา​ได้
อันนั้น​ไม่สำคัญเท่า​กับว่าเรา​ต้องให้เกียรติ​ความรู้สึกของ​ทั้งสอง​ที่​เขาร่วมกันปั้นร่วมกันสร้างมา
อยู่​ ๆ​ ​จะ​ไปทำลาย​ได้อย่างไร
สุภาพ​พระบุหรุด​เขาไม่ทำกัน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : รันนรา [C-15322 ], [115.67.50.71]
เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2552, 22.50 น.

แหะ..ไหงถึงยาวนักหว่า??
ครึ่งเรื่อง​แล้ว​รึยังเนี่ย..
อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคับบบบ
++++++++++++

ทุกวันนี้เลย​อยู่​บ้านไม่ค่อย​ได้..
อยู่​​ได้ไงก็ร้อนตับ​จะแตกม้าม​จะสุก
ไม่​ไปมหาฯลัยก็​ต้อง​ไปเดินเล่น​กับ​เพื่อน​เพื่อให้มีเรื่อง​อื่น ๆ​ เข้ามาในหัวซะบ้าง
ไม่​ได้ปล่อยให้มี​แต่เรื่อง​ของเธอ
​ที่ไหน​ได้..ไอ้จ้วงตอกเสียหน้าหงาย

"เอ็ง​กำลังถูก​แต่งตั้งให้​เป็นกิ๊กเธอเข้าให้แล้ว​ไม่รู้ตัวหรือไง..ไอ้โง่เอ๊ย"
ประโยคนี้ทำ​เอาหัวใจตกวูบแทบล้ม​ทั้งยืน

"ระวังเถอะเอ็ง..​จะตายไม่รู้ตัว..กิ๊กเก่าของเธอไม่รู้​ไปโดนอีท่าไหนถึง​กับ​ต้องย้ายมหาฯลัย พ่อรังควานซะอยู่​ไม่​ได้"


"กิ๊ก!!"
​เป็นคำ​ที่ฟังแล้ว​ไม่ขึ้น​หู เคยบอกตัวเองไว้เสียด้วยซ้ำว่าชาตินี้อย่า​ได้หวังว่า​จะยอม​ไป​เป็นกิ๊ก​ใคร
​ที่ไหน​ได้กลับกลาย​เป็น​ไปแล้ว​อย่างไม่รู้ตัว..
ไม่รู้ตัวเลย​จริง ๆ​

กิ๊ก..​เป็นสัตว์ประเสริฐชนิดหนึ่ง​
​ที่หน้าด้านหน้าทนเหนือสัตว์ยี่ห้ออื่น
รับ​ได้ทุกสภาวะไม่ว่า​ใคร​จะมาไม้ไหน
เล่น​ได้ทุกบทบาท​ไม่ว่า​จะบทเลิฟซีนหรือบทคนรับ​ใช้
​เป็นสัตว์​ที่มีต่อม​ความรู้สึกตื้นไม่รับรู้​และแยกแยะไม่​ได้ว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม
​เป็นสัตว์​ที่มีต่อมศีลธรรมตันไม่รับรู้​และแยกแยะว่าอันไหนควรอันไหนไม่ควร
​ใคร​เป็นกิ๊ก​ต้องกลั้นใจตายสถานเดียว
​จะหลายสถานก็​ได้​ถ้าตาย​ได้หลายครั้ง

นั่น​คือบทสรุปของกิ๊ก..
ของคน​ที่​กำลังตกอยู่​ในฐานะกิ๊ก
น่าคลั่งใจให้ตาย​ไปนักต่อนัก

กลับบ้านด้วยอาการซึมกะทือ​ทั้ง​ที่ไม่เคยเห็นนกถึดทือ
คืนนั้น​ถึง​กับจับไข้เนื้อตัวร้อนรุ่มครั่นเนื้อตัวจน​ต้องกินยา
อย่าหาว่าเว่อเลย​​แต่​เป็นอย่างนั้น​จริง ๆ​
​ที่​เป็นอย่างนั้น​จริง ๆ​ ​เพราะบอกตัวเองว่า​ต้องตัดใจจริง ๆ​
ตัดให้​ได้จริง ๆ​
ไม่รกไม่รักมันแล้ว​..
พอกันที!!

ซึม​ได้​ที่​เพราะฤทธิยา​และฤทธิไข้
กดโทรศัพท์​ไปหาเธอ​เพื่อ​จะบอกถึงการตัดสินใจ​ที่ยิ่งใหญ่​ที่สุดในชีวิต
​จะไม่ยอม​เป็นกิ๊ก..อีกต่อ​ไป

เธอไม่รับสาย..จำ​เป็น​ต้องโทรใหม่
ยังคงไม่รับสาย..งั้นก่อนนอนค่อยโทรอีกครั้ง
ก่อนนอนโทรอีกครั้ง..
สัญญานดังจนสายเกือบหลุดเธอถึง​ได้รับ
เ​ที่ยงคืนครึ่งแล้ว​น่ะนี่
"รันเหรอคะ​.."
เสียงปนสะอื้น
"ริน​เป็นไร?"
"...​." มี​แต่เสียงร่ำไห้
เสียงนี้​เป็นยางลบมะหัดสะจอรอหันการันย์ยอ​สามารถลบสิ่ง​ที่ตั้งใจไว้นั้น​​ได้จนหมดสิ้น
"มีอะไร​ให้ผมช่วย​ได้บ้างไหม?"
เธอตอบมาด้วยเสียง​ที่เกือบ​จะเหมือนปล่อยโฮ
มีเรื่อง​ร้ายแรงเกิดขึ้น​แล้ว​??..

เสียงพูดทางโทรศัพท์จับใจ​ความไม่ค่อย​ได้
การพูด​ไปร้องไห้​ไปคง​เป็นเรื่อง​ถนัดของ​ใครหลายคน
​แต่สำหรับรินแล้ว​คงไม่ถนัดเท่าไร
​ต้องถามย้ำหลายครั้งหลายหนว่า​เป็นอะไร​
เธอถึง​ได้บอกออกมา

"มีปัญหากันนิดหน่อย​.."
"แล้ว​ทำไม​ต้องร้องไห้ขนาดนี้?"
"ก็.."
"ไม่อยากเล่าก็​ได้.."
"เปล่า..แค่ไม่อยากให้รู้"
"งั้นหรือ?"
ชักน้อยใจ
"​เขาเข้าใจรินผิด.."
"ไม่​ต้องเล่าหรอก.."
"รินมี​เขาคนเดียว..ไม่เคยมี​ใคร"
คำพูดนี้เจ็บลึกดีเหลือเกิน
"​เขาคาดคั้น​จะให้ยอมรับให้​ได้..​ทั้ง​ที่รินไม่เคยคิดอะไร​​กับ​ใคร​ทั้งนั้น​.."
ยัง​จะย้ำอีก
"​เขาขอเลิก​กับรินแล้ว​.."
แปลก​ที่คำนี้กลับไม่ทำให้รู้สึกดีขึ้น​
"​เขา​เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง​ที่ทะเลาะกัน..​แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ​"
"ไม่เหมือนยังไง"
"รันอย่ารู้เลย​"
แง่ง...​

ขณะคุยนั้น​นอนอยู่​บน​ที่นอน..
ปลายเท้า​เป็นหน้าต่างบานเล็กติดมุ้งลวด
ผ้าม่านสีตะหมุ่ยสั่นไหวรับแรงลม
เมฆบังดวงจันทร์อยู่​ครึ่งลูก..ดูแล้ว​คล้ายภาพวาด
ภาพวาดของเด็กป.1
สม​กับบรรยากาศ​ที่ไม่โรแมนติก​เอาซะเลย​

กระนั้น​ก็ตาม เธอยังแพลมออกมานิดหน่อย​
​เป็นเรื่อง​น้ำเน่าสนิทดำปิ๊ดปี๋
"​เขาบอกเรื่อง​นี้​จะถึงคุณพ่อ"
"คุณพ่อริน​เป็นหนี้คุณพ่อของ​เขา"
"​เขา​เป็นคนช่วยผลัดผ่อนมาให้ตลอด"
"รินไม่อยากให้คุณพ่อเดือดร้อน.."
"ริน​จะทำอย่างไรดี?"

วางหู​ไปด้วยหัวใจหน่วงหนัก
มันหนัก​ไป​ทั้งตัว​และ​ทั้งหัว
ดูเหมือนไข้​จะกลับ..
มึน​และหมดแรง

เดิน​ไปเดินมาในห้องท่ามกลาง​ความมืด​และแสงจันทร์กระป๋องลูกนั้น​
เดินจน​ต้องถามตัวเองว่า​จะเดินทำไม
จึง​ต้องทิ้งตัวลงนอน
นอนเบา ๆ​ ​เพราะกลัวแม่ด่า
เจ็บปวดหัวใจเกินกว่า​จะโดน​ใครด่าอีกแล้ว​

"รินไม่เคยรัก​เขา..ไม่เคยคิด​จะรักคน ๆ​ นี้เลย​จริงๆ​"
"รินรู้จัก​เขา​เพราะคุณพ่อ.."
"นับ​แต่นั้น​รินก็ไม่เคยมี​ความสุขอีกเลย​.."

​ถ้า​เป็นเรื่อง​จริงก็น่าสงสาร
​แต่เธอ​จะมาโกหก​เพื่ออะไร​
การเปิดเผยเหตุผล​ที่แท้จริงออกมา..อย่างน้อยก็​ต้องมีวัตถุประสงค์
เธอประสงค์อะไร​​ที่เล่าเรื่อง​นี้ให้ฟัง
ไม่เลย​..เธอไม่เคย​ต้องการอะไร​เลย​
​แม้​แต่​ความรัก​ที่​พร้อม​จะยื่นให้ตลอดเวลา

"ขอบคุณมากนะ..รัน​เป็น​เพื่อน​ที่ดี​ที่สุดของริน.."

เคยคุยกันครั้งหนึ่ง​วันไหนจำไม่​ได้
ว่า"รัน"แปลว่าวิ่งแล้ว​ "ริน" แปลว่าอะไร​
เธอตอบว่า​จะแปลว่าอะไร​นอกจากรินน้ำ
"น่า​จะแปลว่าหายใจรวยรินมากกว่า"
"ฟังเหมือนใกล้ตาย"
"งั้นแปลว่ารินเหล้า..ดูมีชีวิตชีวาขึ้น​หน่อย​..เวลาเมางี้หนุก​จะตาย.."
"หรือไม่ก็แปลว่าน้ำตารินรดหัวเข่า"
"ทำไมแปลยังงั้น เศร้า​ไปมั๊ง"
"​ความเศร้าไม่มีมากไม่มีน้อย..​ถ้าเศร้าก็ถือว่าเศร้า..เศร้าแล้ว​​จะให้หัวเราะ​ได้ยังไง?"
"เปลี่ยนเรื่อง​ดีกว่า.."

มาถึงตอนนี้ถึง​ได้รู้ว่า​ความหมายของเธอแปลว่าอะไร​
เธอเศร้ามาตลอด..เหม่อทุกครั้ง​ที่ควบคุมตัวเองไม่​ได้
​ความสวยของเธอถูกจำกัดไว้เพียงแค่คำว่า
"รินกลัวพ่อเดือดร้อน"
​ใครล่ะ​จะไม่เศร้า

บางครั้ง​เมื่อ​ได้นั่งทานข้าวด้วยกัน..
เธอกินน้อยจนผิดสังเกต
มุกแม่เลย​ถูกนำมา​ใช้
"ฟันผุ?"
"เปล่า?"
"งั้นลิ้น​เป็นแผล ​ต้อง​เอาน้ำตาลปี๊บมาป้าย"
เธอทำหน้าแปลกใจ
"หายแน่เหรอ?"
"ไม่รุ..​แต่อร่อยดี"
เธอยิ้ม
"มีอะไร​ไม่บอกกันบ้าง..ผมอาจช่วย​ได้"
"อะไร​?"
"​ที่ทำให้รินกินไม่​ได้นอนไม่หลับอยู่​อย่างนี้.."
"โอย..​ใครบอกว่าไม่หลับ..หัวถึงหมอนก็หลับปุ๋ย"
"แสดงว่าไม่ยอมบอก?"
"มีอะไร​หลายๆ​ อย่าง​ที่บางครั้ง บอกเล่าออกมาแล้ว​ไร้ประโยชน์"
"ทำไม?"
"ไม่มี​ใคร​จะช่วย​ได้ ​จะพูดออกมาทำให้เสียเวลา"
"ยอมเสียเวลาในเรื่อง​พวกนี้ซะบ้าง บางครั้งอาจ​จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น​.."
"จริงเหรอ?"
"ลองดูสิ.."
"เรียกเก็บตังค์เถอะ ริน​ต้อง​ไปแล้ว​"
​เป็นซะงั้น

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : รันนรา [C-15323 ], [115.67.50.71]
เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2552, 23.03 น.

​พระอาทิตย์โชว์ยิ้มให้เห็น​จะ ๆ​ คาตา
เวลา​ที่ผ่านมา​ทั้งคืนทำให้พบคำตอบของตัวเอง
​จะช่วยอะไร​เธอ​ได้นอกเสียจากช่วยให้เธอสมหวัง
คำพูดสุดท้ายของเธอยังคงอยู่​
"ริน​จะยอมให้​เขาเลิก​กับรินไม่​ได้.."
สิ่ง​ที่ทำ​ได้ก็​คือช่วยเธอ
​จะช่วยอย่างไรค่อยว่ากัน

​ใครเคยตกอยู่​ในสภาพเช่นนี้บ้าง
รักหมดหัวใจ..​แต่​ต้องปล่อยเธอ​ไปตามทาง
ดาว​จะโคจรบรรจบฟ้า..ดินไม่ควร​ไปกั้นขวาง
ชีวิตถูกกำหนดเส้นทาง..จากอะไร​บางอย่าง​ที่กำหนดไว้แล้ว​
อะไร​บางอย่าง​ที่กำหนดให้เรา​ต้องเดินบนทาง​ที่ขนานกัน
ขอถาม
อะไร​ฟะ?

เรา​ได้พบกันในเย็นวันนั้น​
เธอตาบวม..คนสวยตาบวมก็ยังสวย
ร้านไอติมซเวนเซ่น​เป็น​ที่รองรับเรื่อง​ราวของเรา
คำถามแรก​ที่ยิงตรงประเด็น..
"แน่ใจหรือในสิ่ง​ที่รินทำ"
เธอตักไอ้ติมสีชมพูค้างไว้
แล้ว​หย่อนลง​ไปในถ้วยอีกครั้ง
ย้ำด้วยการจ้ำ ๆ​ ช้อนลง​ไปในก้อนไอ้ติมจนเละเทะ
น่ากินตรงไหนนั่น?

"แล้ว​​จะให้ทำอย่างไร?"
"​เมื่อไม่รักก็ไม่รัก..ทำไม​ต้องรับผิดชอบในสิ่ง​ที่ตัวเองไม่​ได้ทำผิด"
"​จะอธิบายให้​ใครเข้าใจ​ได้ใน​ความจำ​เป็น"
"นี่มันยุคไหนแล้ว​..เรื่อง​พวกนี้ก็​เป็นมี​แต่ในนิยาย"
"มีนิยายเรื่อง​ไหน​ที่​ใครทนเห็นครอบครัวล้มละลาย​ได้​ไปต่อหน้าต่อตา.."
"แสดงว่าตัดสินใจแล้ว​?"
"ใช่.."

การกินไอ้ติม​ที่รสชาติเดียวกัน​ทั้งโลกในครั้งนี้จึงไม่อร่อยเท่า​ที่ควร

สาวน้อยเชียร์ไอ้ติม​แต่งตัวน่าเอ็นดูเข้ามาทักทายเราสองคนด้วยคำถามเหมือน​กับทุกครั้งว่า
"ไอศครีมอร่อยไหมคะ​?" ทำให้การสนทนาของเราสะดุด​ความเงียบลงเล็กน้อย
​เมื่อตอบกลับ​ไปว่าอร่อย(ก็​ได้)แล้ว​เราก็เงียบกันต่อ
สิ่ง​ที่อยู่​ในหัวใจของเรา​ทั้งสองหนักอึ้งเกินกว่า​จะทยอย​เอาออกมาง่าย ๆ​
ไม่รู้หรอกว่าเธอคิดอย่างไร ​แต่รู้ว่าตัวเองคิดอย่างไร
เฉือนเนื้อทิ้งกัน​ไปสด ๆ​ คง​จะเจ็บปวดน้อยกว่า

"วันนี้ลองคุย​กับ​เขาใหม่หรือยัง?"
ใน​ที่สุดก็​ต้องทำลาย​ความเงียบขึ้น​เอง
"ยังค่ะ​"
"ทำไมครับ​?"
"​เขาไม่รับสาย"
"คงยังไม่หายโกรธ"
เธอพยักหน้า หลบสายตา​ไป​ที่ถ้วยไอ้ติม​ที่เละเทะถ้วยนั้น​ต่อ​ไป
"​จะบอกผมไม่​ได้เหรอว่า..​เขาเข้าใจผิดเรื่อง​อะไร​ ถึง​ได้โกรธขนาดนี้?"
"ก็หึงหวง"
"​ไปทำอะไร​ให้​เขาหึงหวง?"
"มีเอสเอ็มเอสเข้ามา​ที่เครื่อง"
"จาก​ใคร?"
"​เพื่อนเก่า"
"​เพื่อน?"
เธอมองหน้า..แววตาระริกเหมือน​จะตัดสินใจ
"ก็​ได้..บอกรันก็​ได้..​เขา​เป็นแฟนเก่าของริน"
"ว่าแล้ว​.."

อุทาน​ได้แค่นั้น​ก็​ต้องเงียบ​ไป
​ระหว่างนั้น​ก็สงสัยว่าตัวเอง​เป็นตัวอะไร​กันแน่ในละครน้ำหอมเรื่อง​นี้
เธอมี​ทั้งแฟนเก่า​และแฟนใหม่
ไอ้เรามันก็แค่ "กิ๊ก" ของเธอเท่านั้น​จริง ๆ​ รึนี่??
ไอ้ติมไม่อร่อยเลย​จริง ๆ​

"​เขาส่งข้อ​ความมาว่าอะไร​?"
"ยังรัก​และรอเสมอ"
"​เป็นผมเห็นข้อ​ความนี้ในมือถือแฟนก็คงโกรธเหมือนกัน"
"​แต่รินไม่​ได้มีอะไร​​กับ​เขาแล้ว​จริง ๆ​"
"​ใคร​จะเชื่อ"
"​แม้​แต่รันก็ไม่เชื่อหรือ?"
คำถามนี้เธอถามเหมือน​จะจริงจังจน​ต้องมองตาของเธอ
แหะ..แค่ดูเหมือนเท่านั้น​
"ถึง​แม้ผม​จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีประโยชน์อะไร​ไม่ใช่หรือ?"
สีหน้าของเธอเปลี่ยน​ไปวูบหนึ่ง​..
เธอคงคิด​ได้ว่าคน​ที่ไม่เกี่ยวข้องก็​คือคน​ที่นั่งอยู่​ตรงหน้าเธอนี่แหละ​
"รินเชื่อว่า​เขารักรินไหมครับ​?"
"แฟนเก่า?"
"ไม่ใช่..คน​ที่​กำลังมีปัญหาอยู่​นี่แหละ​"
"ไม่รู้.."
"อ้าว"
"​เขาดูเหมือนว่ารัก รักมาก..​แต่​เมื่อ​เขาโกรธ..บางครั้งดูเหมือน​เขา​จะเกลียดรินเสียด้วยซ้ำ"
"​แต่รินไม่​ได้รัก​เขา?"
"รินพยายามเต็ม​ที่แล้ว​.."
"แล้ว​แฟนเก่า?"
เธออึ้ง..
"เรื่อง​มันจบ​ไปแล้ว​..เราคุยกันจนเข้าใจ.."
"รินรัก​เขาไหม?"
เธอพยักหน้า..
"แล้ว​ผมล่ะ..รินรักผมไหม?"

คำถามสุดท้ายไม่​ได้พูดออก​ไป
มันดังก้องตุง​ไปตุงมาอยู่​ในหัวใจ
อยากรู้เหลือเกินว่าเธอรู้สึกต่อเราอย่างไร
แค่​เพื่อนคนหนึ่ง​จริง ๆ​ ?

"รันไม่เคยมีแฟนบ้างเหรอ?"
อยู่​ ๆ​ เธอก็ยิงคำถามนี้มาจนหลบไม่ทัน
"โอย..เยอะแยะ" ​ต้องยกมือป้ายปาก​เพื่อปกปิดอาการโกหกเหมือนเช่นทุกครั้ง
"ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่​?"
"อือม์"..
"ไม่เห็นแนะนำให้รู้จักบ้างเลย​..เธอไม่ว่า​เอาเหรอ​ที่มาคุย​กับรินบ่อย ๆ​"
"คนนี้​เขาแฟร์มากครับ​..เราเข้าใจกันดี"
"น่าอิจฉาจริง ๆ​"

การโกหกหลอกลวง​เป็นเรื่อง​​ที่ทุกศาสนาห้ามไว้
​แต่​จะทำอย่างไรใน​เมื่อสถานการณ์มันบังคับถึงขนาดนี้
ถึง​แม้​จะผิดศีลจนตกนรกก็​ต้องจำยอม
​เพื่อหวังให้เธอสบายใจในการ​ที่​จะทำอะไร​ตาม​ที่ตั้งใจ
การโกหก​เพื่อให้ทุกอย่างมันดีขึ้น​อย่างนี้..
ขอขุม​ที่สี่แล้ว​กันนะครับ​
ทั่นพญายม

การ​ที่​จะช่วยเธอนั้น​คง​ต้องมีคำแนะนำ​ที่ดีให้เธอ
คำแนะนำ​ที่ดี​ที่นอนคิดมา​ทั้งคืนยังไม่​ได้ถูกพูดออกมา
บางทีอารมณ์มันก็ไม่ให้..ผู้หญิงคน​ที่อยู่​ตรงหน้าเธอไม่​ได้รักเราเลย​
​ทั้ง​ที่เรารักเธอมากมาย​..มากมาย​เกินกว่า​จะบรรยาย
ก็มันเศร้าน่ะ..เศร้าขนาดนี้แล้ว​​ใคร​จะมีแก่ใจแนะนำอะไร​ออกมา​ได้
ขอทำใจสักพัก

"วันนี้รันดูโทรม ๆ​"
ขอบคุณ​ที่สังเกต
"นอนน้อยก็ยังงี้แหละ​ครับ​"
"​เพราะริน?"
"เปล่า.." รีบปฏิเสธ "ลองอ่านนิยายมั่งน่ะ..อ่านแล้ว​ก็วางไม่ลง..เพลินดี"
เธอพยักหน้ารับทราบ..
รับทราบการโกหกอีกครั้ง
วันนี้โกหก​เป็นครั้ง​ที่เท่าไรแล้ว​นี่
​เอา​ไปซื้อหวยคงถูก
"แล้ว​รินคิดว่า​จะทำอย่างไรต่อ​ไป?"
"รินยังไม่รู้เลย​..คง​จะคุยกันอีกครั้ง..ขอร้อง​เขา"
"คิดว่า​จะสำเร็จไหม?"
"ไม่แน่ใจ..​แต่ริน​จะพยายาม.."
"​เพื่อคุณพ่อ?"
"ใช่"
คำตอบนี้ทำให้เกือบ​จะแค่นหัวร่อออกมา
มนุษย์กตัญญูอย่างนี้ยังมีอยู่​ในโลกอีกหรือ?
นี่​ถ้าคุณพ่อของเธอขอให้เธอขายตัวเธอคงทำ?
"เพี๊ยะ.."
"รันตบหน้าตัวเองทำไม?"
"แมลงน่ะ..มันมาเกาะ​ที่แก้ม"
จริง ๆ​ แล้ว​ตบตัวเอง​เพื่อลงโทษใน​ความคิดอุบาท​ว์นั้น​ต่างหาก

"อย่างนี้ดีไหม?" แล้ว​ใน​ที่สุดวิธี​ที่ควร​จะ​ได้ผลก็ถูกพูดออกมา
"รินโทร​ไปหาแฟนเก่า..อธิบายให้​เขาเข้าใจ..แล้ว​ขอให้​เขาเคลียร์​กับแฟนปัจจุบันของรินให้รู้เรื่อง​"
"​เอาอย่างนั้น​เลย​หรือ?"
"ก็น่า​จะ​เป็นวิธีการเดียว​ที่​จะทำให้​เขาเชื่อว่าริน​กับแฟนเก่าไม่มีอะไร​แล้ว​จริง ๆ​"
"รินเกรงใจ​เขา.."
"​ถ้าหมายถึงแฟนเก่าล่ะก้อไม่ควร​ต้องเกรงใจ ​เขาเองต่างหาก​ที่​เป็นต้นเหตุของเรื่อง​นี้ อยู่​ ๆ​ ก็ส่งข้อ​ความนั้น​มา"
รินนิ่งเงียบ..คง​จะตัดสินใจ
"​ถ้ารินไม่กล้าให้ผมคุยแทนให้ก็​ได้..ผมเชื่อว่าแฟนเก่าของริน​จะมีเหตุผลพอ"
"​เอาอย่างนั้น​เลย​หรือ?"
เธออุทานออกมาอีกครั้งด้วยสีหน้าน่าสงสาร

แฟนเก่าของรินชื่อพัฒน์
รับสายด้วยเสียงงงงวย
"ผมไม่รู้ว่า​จะทำให้มีปัญหาถึงขนาดนั้น​" ​เมื่อรู้เรื่อง​​เขาก็พูดประโยคนี้ออกมา
"ผมเข้าใจ" โทรศัพท์ของรินอยู่​ในมือผม
มันแนบอยู่​​ที่แก้ม..กลิ่นหอมยังโชยเข้าจมูก
อย่างน้อยก็​ได้รู้สึกว่า​แก้มเราแก้มเธอมาชนกันแล้ว​ล่ะนะ
โชคดี​ที่สุดแล้ว​นะนี่???

พัฒน์ขอเบอร์แฟนของริน​ไป
​เขายินดี​ที่​จะช่วยเธอ
ยังมีผู้ชายอย่างน้อยอีกหนึ่ง​คน​ที่ทำ​เพื่อเธอ
หรือผู้ชายทุกคน​พร้อม​ที่​จะทำ​เพื่อเธอ?
มี​แต่เธอเท่านั้น​​ที่ไม่ยอมทำ​เพื่อ​ใคร
นอกจากคุณพ่อของเธอคนเดียว??
ชักไม่แน่ใจ!!

พักเดียว..โทรศัพท์ของรินก็ดังขึ้น​
เธอมอง​ที่หน้าจอ..ตกอกตกใจ
"​เขาโทรมา"
"ก็รับสิครับ​..คุณพัฒน์คงโทร​ไปคุยให้แล้ว​"
"​เขา​จะว่าอย่างไรล่ะนี่?"
"​จะรู้​ได้อย่างไร​ถ้าไม่รับโทรศัพท์?"
รินรับสาย..
สีหน้าของเธอเปลี่ยน​ไปมาจนยาก​จะเดาถูก

หลังวางหู..เธอทำตาแดง..
"​เขาโกรธหนักขึ้น​.."
"อ้าว.."
"​เขาขอให้รินนัดพัฒน์มาให้เจอ​กับ​เขา..ตกลงกันให้รู้เรื่อง​"
"ก็ดีไม่ใช่หรือ?"
"รินกลัว.."
"กลัวอะไร​?"
"​เขาไม่เหมือนคนอื่น เวลาโมโห​เขาก็เหมือนคนบ้าคนหนึ่ง​"
"​เขาคงไม่ถึง​กับทำร้าย​ใครหรอกมั๊ง"
"รินกลัว.."
"งั้นผม​ไป​เป็น​เพื่อน"
"​จะยิ่ง​ไปกันใหญ่หรือเปล่า?"
"งั้นผม​จะดูอยู่​ห่าง ๆ​ ว่า​แต่ว่าคุณพัฒน์​จะยอม​ไปหรือ?"
"รินไม่รู้.."

พัฒน์ไม่ยอม​ไป
​เขาขี้ขลาดเกิน​ไป..
​เขารักรินน้อยเกิน​ไป..

"งั้นผม​เป็นพัฒน์ให้เอง.."
เธอทำตาลุก
"​เขาไม่เคยเห็นกันมาก่อนไม่ใช่หรือ?"
"ใช่.."
"งั้นโทรนัด​เขา​ได้เลย​.."
"รัน.."
"ไม่​เป็นไรหรอก..ผมเล่นละครเก่งมานานแล้ว​.."
เธอมองหน้าผมนิ่ง ขบริมฝีปาก
"ขอบคุณนะคะ​.."
​เป็นเสียง​ที่แหบพร่า..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : รันนรา [C-15324 ], [115.67.50.71]
เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2552, 23.13 น.

ใกล้จบแล้ว​คร๊าบบบบบบบบ
++++++

คง​จะโกหก​ถ้าหาก​จะบอกว่าไม่รู้สึกกลัว​ที่​จะ​ต้องเผชิญหน้า​กับแฟนของริน
กิติศัพท์เกี่ยว​กับการ​เป็นอันธพาลของ​เขา​เป็น​ที่รับรู้กันทั่ว​ไป
ไอ้จ้วงถึง​กับอาสา​จะ​ไป​เป็น​เพื่อนกระซิบบอกเสียงลั่นทุ่งว่าข้า​จะยืมปืนพ่อ​ไปด้วย
ไอ้สุดเดช​ที่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนชื่อ​เป็นนายส่งเดชก็มีน้ำใจไม่แพ้กันบอกว่า​จะชวนชาวมอฯไซค์รับจ้างยกโขยง​ไปคุมเชิงให้
ยังมีอีกหลายไอ้​ที่พยายามห้าม​พร้อมด่าว่าเอ็งโง่หรือบ้ากันวะนี่
​และยังมีอีกหลายไอ้​ที่ไม่ออก​ความเห็นอะไร​นอกจากบอกว่าเรื่อง​ศาลาตั้งศพพวกมัน​จะช่วยจัดการจองให้เอง
ไอ้พวกนี้มัน​เป็น​เพื่อนประสาไรว๊า!!


รินเองก็ใช่ว่า​จะสบายใจ
เธอ​เป็นห่วงจนสร้าง​ความสุขเล็ก ๆ​ ให้เกิดขึ้น​​ได้บ้าง
ขอแค่เธอมีน้ำใจ​ที่​จะ​เป็นห่วง ก็ถือว่า​ความรัก​ที่มี​ได้รับการตอบสนองแล้ว​
​ความรักทำให้ผู้คนโง่งมจริง ๆ​
อันนี้ขอยืนยัน

วันนัดมาถึง
เรานัดกันไว้ตอนหนึ่ง​ทุ่ม..นัดกัน​ที่ห้องคาราโอเกะใต้ถุนโรงแรมแห่งหนึ่ง​แถว(-:
(มีเซ็นเซอร์ด้วยแฮะ)
อยาก​จะรู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไม​ต้องนัด​ที่นั่น..​แต่ตอนนั้น​ประสาทเบลอ​ไปหน่อย​เลย​ไม่ทันถาม
รินเพิ่ง​จะมาบอกว่า​เป็นโรงแรมของคุณพ่อของ​เขานั่นเอง

เราสามคนนั่งเผชิญหน้า อีกสามสี่คน​ที่คง​เป็นสมุนของตัวโกง​ซึ่งเรา​จะเห็น​ได้ตามละครทุกช่อง ยืนกอดอกบ้างกอดคอบ้างอยู่​ด้านหลัง
แฟนของริน..​ที่ถูกเรียกว่า "​เขา" มาตลอด..หน้าตาตี๋พอ​ใช้
​จะว่าไม่หล่อก็ไม่เชิง..พอดู​ได้..พอ​ใช้​ไปซื้อไอ้ติม​ได้
​แต่​แต่งตัวดี..เสื้อเรียบกริบ..ยี่ห้อไรไม่ทันสังเกต
อุปกรณ์​แต่งตัวครบครัน ​ทั้งมือถือสองเครื่อง สร้อยคอเส้นเบ้อเริ่ม นาฬิกาเรือนงาม แหวนเพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน
หันมามองดูตัวเอง..ก็สมควรให้​เขา​ใช้สายตาเหยียดหยามอย่างนั้น​มองอยู่​
ไม่มีอะไร​เล้ย..แค่เชิร์ต​กับยีนส์ ​และรองเท้าแตะเปิดส้น
โทรศัพท์ถูกเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง
อาย​เขา..​ถ้า​จะ​เอาออกมาวางโชว์บนโต๊ะกระจกใสตรงหน้า

ไม่มีคำทักทายจาก​ใคร ไม่มี​ใครพูดอะไร​ออกมา
รินเองก็นั่งเม้มริมฝีปาก สีหน้าไม่ค่อยมีสีเลือดเหมือนปกติ
นานเท่านาน..เธอในฐานะคนกลางก็พูดขึ้น​
"นี่ไงคะ​..พัฒน์ คน​ที่คุณอยากพบ"
​เขา​ที่ยังไม่รู้ชื่อ..มองหน้าคนนั่งตรงข้ามด้วยสายตายาก​จะเข้าใจ
มันเต็ม​ไปด้วยลับลมคมใน..ยิ่งยิ้ม​ที่ตรงริมฝีปาก ยิ่งทำให้ใจหาย
หมอนี่เหมาะ​จะเล่น​เป็นตัวโกงจริง ๆ​
"คุณน่ะหรือ..แฟนเก่าของริน"
ใจ​ที่เต้นตึกตัก ถูกผ่อนคลายด้วยการเอนหลังพิงพนัก อยาก​จะยกขาขึ้น​ไขว่ห้างซะด้วยซ้ำ ​แต่มันยกไม่ขึ้น​
"ผมเอง.."
"ดี.."

ลูกน้องคนหนึ่ง​ของ​เขาถูกพยักหน้าเรียก..
"​จะดื่มอะไร​กันดี?"
รินส่ายหน้า..
"แล้ว​คุณล่ะ?"
"ไม่ดีกว่าครับ​.."
"อ๋าย..​ต้องดื่มกันนิดหน่อย​ล่ะ..งั้น​ไป​เอาเบียร์มาสองแก้ว ​เอาโค้กให้คุณผู้หญิงแก้วหนึ่ง​.."
​เป็นการพูดลักษณะฝืดฝืนให้เกิด​ความ​เป็นกันเอง...​​ที่จับ​ได้​เพราะสีหน้า​กับการพูดจา​ไปกันคนละเรื่อง​เลย​

เครื่องดื่มมาเสิร์ฟเร็วราว​กับถูกเตรียมไว้นานแล้ว​ เราต่างจิบกัน​ไปคนละนิด ​ส่วน​เขาล่อเสียครึ่งแก้ว
เบียร์เปลี่ยนสีหน้าของ​เขาให้แดงขึ้น​อย่างรวดเร็ว
​ส่วน​จะเปลี่ยนนิสัยให้เลวร้ายอย่างไร ยังไม่รู้

ลูกน้องสามสี่คนของ​เขาถูกให้ออก​ไปนอกห้อง
ใน​ที่สุดเรื่อง​สำคัญก็​จะเริ่มต้นขึ้น​แล้ว​
หัวใจเต้นตึกตักแทบทะลุออกมานอกอก
ภาวนาอยู่​ว่าให้มันจบ ๆ​ ​ไปเสียที

"วันก่อนคุณโทรฯหาผม?"
​เขาเริ่มต้น..เสียงเครียดกว่า​เมื่อครู่นี้อย่างเห็น​ได้ชัด
"ครับ​"
"คุณบอกว่าคุณไม่มีเจตนา​จะทำให้ผม​กับรินทะเลาะกัน?"
"ครับ​"
"แล้ว​คุณส่งข้อ​ความปัญญาอ่อนนั้น​มาทำไม?"

คำถามนี้ทำให้​ต้องเอนหลังพิงเบาะ..​ทั้ง​ที่เตรียมคำตอบไว้แล้ว​ยังอดไม่​ได้​ที่​จะตะกุกตะกัก
"ก็..ผม​ต้องขอโทษด้วย..ผมแค่คิดถึงรินมากเท่านั้น​"
"คิดถึงเหรอ?.." ​เขาแค่นเสียง..
"​และคุณรออะไร​ไม่ทราบ คุณ​จะรอให้รินเลิก​กับผมให้​ได้​เพื่อคุณ​จะ​ไปอยู่​ด้วยกันใช่ไหม?.."
"มันก็แค่คำ ๆ​ หนึ่ง​..​เพื่อ​จะบอกให้รินรู้ว่าผมยังรักรินอยู่​เสมอ"
"คุณแอบบอกกันมากี่ครั้งแล้ว​?"
"แค่ครั้งเดียว.."
"ใช่ค่ะ​..เราไม่เคยติดต่อกันอีกเลย​.." รินช่วยสนับสนุน
​แต่หมอนั่นกลับทำหน้าน่ากลัว คำรามเสียงต่ำ
"ไม่เชื่อ...​"

บรรยากาศการสนทนาราวอยู่​ในห้องคับแคบสุดแสนอึดอัด
แอร์เย็นฉ่ำไม่​ได้ช่วยทำให้เหงื่อ​ที่ออกเต็มแผ่นหลังเหือดแห้ง​ไป​ได้
สถานการณ์ของคน​ที่ตกอยู่​ในสถานะคน​ที่ลักลอบจีบแฟนคนอื่นแล้ว​ถูกจับ​ได้​เป็นอย่างไรนั้น​ก็สุด​จะบรรยาย
รู้​แต่ว่าเกร็ง​ไป​ทั้งตัว..​และลุ้นว่า​จะเกิดอะไร​ขึ้น​ต่อ​ไป

"เสียแรง​ที่ผมรักคุณมาก..ทุ่มเทให้ทุกอย่าง.."
​เขาหัน​ไปทางริน
"คุณไม่น่าทำผมขนาดนี้"
"รินทำอะไร​? รินไม่​ได้ทำอะไร​เลย​สักอย่าง.." เธอพยายามเถียง
"นี่หรือเรียกว่าไม่​ได้ทำ..คุณแอบติดต่อ​กับแฟนเก่าของคุณมากี่ครั้งกี่หน..ถ่านไฟเก่าคงลุกโชนซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่าล่ะสิท่า"
รินโกรธจนน่าซีด
"คุณอย่าหยาบคาย​กับฉันต่อหน้าคนอื่น.."
"จี้ใจดำน่ะสิ.." ​เขาก็สวนทันที

เรื่อง​​จะ​ไปกันใหญ่
"คุณเรียกผมมา​เพื่ออะไร​กันแน่?"
จึงจำ​เป็น​ต้องขัดออก​ไปด้วยคำถามนี้
​เขาหันขวับมาทางผม..ดวงตาน่ากลัวยิ่งขึ้น​
สีหน้าขึ้งเครียด..​แต่แล้ว​อยู่​ ๆ​ ก็ผ่อนคลายขึ้น​มาเฉย ๆ​
แล้ว​หัวเราะเสียงดังออกมา
"ปล๊าว..แค่อยากเห็นหน้า"
"แล้ว​ยังไง?"
"ไม่ยังไงหรอก..ฉันแค่​จะแสดงให้นายเห็นเท่านั้น​ว่า..ถึงอย่างไรรินก็​ต้อง​เป็นของฉัน.."
"แสดงยังไง?"
​เขายิ้มด้วยสีหน้ากวน(-:​ที่สุดเท่า​ที่เคยเห็นมา
(ระบบกรองคำหยาบทำงาน​ได้ดีจริงนะ)
​เขายังไม่ตอบ..ยกเบียร์ขึ้น​ดื่มจนเกลี้ยงฉาด
จึงจำ​เป็น​ต้องยกดื่มบ้าง..เรื่อง​เบียร์ไม่เคย​เป็นรอง​ใครอยู่​แล้ว​
"กินเก่งเหมือนกันนี่.."
ยิ้มให้​กับคำชม​ที่ไม่จริงใจนั้น​..
"ผมอยากให้คุณฟังผมให้ดี.."
​เขาเลิกคิ้ว..สีหน้ายียวนไม่คลาย
"ว่ามา.."
"รินรักคุณ..คุณรู้หรือเปล่า?"
"แน่นอนอยู่​แล้ว​.."
"ผมถามใหม่..คุณรู้หรือเปล่าว่ารินรักคุณหรือไม่?"
คำถามนี้ทำให้​เขาเปลี่ยนสีหน้า
"นายหมาย​ความว่าไง?"
รู้สึกผิด​ที่ถามคำถามนั้น​​ไป..จึงจำ​เป็น​ต้องหัวเราะกลบเกลื่อน
ลืม​ไป..เรามา​เพื่อให้​เขา​และเธอคืนดีกันนี่นา
"เธอรักคุณมาก..คุณรู้หรือเปล่า?"
"แน่นอนอยู่​แล้ว​..คนอย่างฉันมี​แต่คนรัก​ทั้งนั้น​.."
ลมจากเบียร์ตีขึ้น​จนเรอดังเอิ้กซ์
"นายไม่เชื่อ?"
กลืนเรอ​ที่เหลือนั้น​ลงกระเพาะ ส่ายหน้า
"ทำไม​จะไม่เชื่อ ก็รินบอกผมเองว่าเธอรักคุณ ผมจึงปล่อยให้เธอมาคบ​กับคุณนี่ไง"
​เขาหัวเราะ
"จริงหรือ?"
"จริงสิ"
"นายก็รักเธอมากไม่ใช่หรือ แล้ว​ทำไมถึงยอม?"
"​เพราะรักมากไง..จึง​ต้องยอมทุกอย่าง ​แม้ว่าสิ่งนั้น​​จะ​คือการ​ที่ไม่มีเธออีกแล้ว​ในชีวิต.."
"พูดเหมือนยี่เก"
"นี่​คือเรื่อง​จริง.." เบียร์แก้วนั้น​ทำให้คอนโทรลคำพูดไม่ค่อย​ได้
"ผมรักริน..รักมากตั้งแต่แรกเห็น.." คง​เป็นคำพูด​ที่ฝังอยู่​ในหัวใจนานแล้ว​ มันจึงพรั่งพรูออกมาอย่างสุดกลั้น
มอง​ไปทางรินให้เธอ​ได้รับรู้
"รักจนยอม​ได้ทุกอย่าง..​แม้​แต่ชีวิตก็ยอมให้​ได้"
​เขาหัวเราะ..แล้ว​ตะโกนเรียกลูกน้องให้เสิร์ฟเบียร์แก้ว​ที่สองให้คนสองคน
มันถูกยกขึ้น​ดื่ม..เกลี้ยงหาย​ไปในเวลาอึดใจเดียว
แล้ว​​เขาก็หัน​ไปทางริน
"คุณล่ะ..รัก​เขามากเหมือนกันล่ะสิ?"
รินอึกอัก..มองมาด้วยสีหน้า​ที่สุด​จะบรรยาย
นี่​จะมาทำลายเรื่อง​ของเธอหรือ​จะมาช่วยเธอกันแน่?

"เธอไม่รักผมหรอก.."
​เขานิ่งฟัง..หน้าแดงกร่ำเพิ่มขึ้น​
"เธอรักคุณมากกว่า..การพบกันครั้งนี้ก็น่า​จะพิสูจน์​ได้แล้ว​ว่าเธอแคร์​ใคร"
​เขาหัวเราะเสียงดัง..คำพูดนี้​เขาคงชอบใจ..​ความขมปร่าเกิดขึ้น​​ที่โคนลิ้น..เบียร์ยี่ห้ออะไร​นี่?
​แต่ยังพูดต่อ​ไป
"ผมมาวันนี้​เพื่อยืนยันคำนี้..ว่ารินรักคุณ..อย่างไรก็ไม่แปรเปลี่ยน..ฉะนั้น​..คุณเลิกระแวงเธอ​ได้แล้ว​"
เสียงหัวเราะ​เขาดังยิ่งขึ้น​..
ในขณะ​ที่โลก​ทั้งโลกโคลงเคลง..
"เอ๊ะ!"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : รันนรา [C-15325 ], [115.67.50.71]
เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2552, 23.19 น.

สิ่ง​ที่เกิดขึ้น​​ต่อมา​เป็น​ความรู้สึก​ที่เลื่อนลอยคล้ายจริงคล้ายฝัน
รินถลาเข้ามาประคอง..เขย่าให้สติสะตังคืนมา..​แต่แทบไม่​ได้ผล
ร่างกายเบาโหวงโคลงเคลง..เรี่ยวแรงเหือดแห้ง​ไปหมดสิ้น..
​เขายื่นหน้าเข้ามากระซิบ..
"ฉัน​จะบอกอะไร​ให้นายรู้..รินไม่​ได้รักฉัน..​เขารักเงินของพ่อฉัน..​เขายอมคบ​กับฉันก็​เพราะเงินอย่างเดียว.."
"ไม่จริง.." พูดคำนั้น​ออก​ไปแล้ว​..​แต่ทำ​ได้แค่ปากขมุบขมิบ..
"​เพราะฉะนั้น​วันนี้..นาย​จะ​ได้เห็นทุกอย่าง..เห็นว่าถึงอย่างไรเธอก็​ต้อง​เป็นของฉัน.."
รวบรวมพละ​กำลัง​ที่มี..​แต่ไร้ผล
"หลังจากนั้น​ฉัน​จะคืนเธอให้​กับนาย..​เป็นรางวัล​ที่นายรวมหัวกันหลอกลวงฉัน.."
เสียงหัวเราะของ​เขาดังขึ้น​อย่างสะใจ
ท่ามกลาง​ความเลอะเลือนของสติสัมปชัญญะ​ที่ควบคุมแทบไม่​ได้

รินน้ำตานองหน้า..
ด้วยสายตา​ที่ริบหรี่นั้น​ยังพอมองออก..
เธอช่วยตัวเองด้วยการพยายาม​จะวิ่งหนี..
เธอตะโกนขอ​ความช่วยเหลือ
เปล่าประโยชน์..มันย่างสามขุมเข้าหาเธอ
​จะหนี​ไปไหน​ได้ในห้อง​ที่คับแคบ​และถูกล๊อคประตูจากด้านนอกไว้อย่างนั้น​...​
เธอถูกเหวี่ยงลงบนโซฟายาวนุ่ม
"​ถ้าเธอแจ้ง​ความ..บ้านของเธอ​จะไม่เหลือให้ซุกหัวนอน...​พ่อของเธอ​จะติดตะราง!!"
"อย่าทำฉัน.."
เธอพูด​ได้เพียงเท่านี้..

ไม่เคยคิดเคยฝันว่าเรื่อง​​จะเลวร้าย​ได้ถึงเพียงนี้
เบียร์สองแก้วนั้น​มีตัวยา​ที่ทำให้เรี่ยวแรงสูญสิ้น..สติเลอะเลือน
​ความเลวของคน..​สามารถ​เป็น​ไป​ได้ในระดับ​ที่สุด​จะคาดเดา
มัน​ต้องการ​จะข่มขืนแฟนสาว..ต่อหน้าคน​ที่มันคิดว่า​เป็นแฟนเก่าของเธอ
​ซึ่งนอนไร้เรี่ยวแรงอยู่​อย่างนี้
ทำ​ได้​แต่เพียงเบิ่งตา..รับรู้​การปฏิบัติกามโฉดของมัน!!

รินร้องไห้จนตัวสั่นสะท้าน
สาวน้อยร่างงาม​กำลังถูกปู้ยี่ปู้ยำจากอสูรร่างยักษ์
มันฉีกเสื้อของเธอ..ดวงตาลุกวาวด้วยโรคจิตกำเริบ..
โผเผลุกขึ้น​..มันเหวี่ยงแขนมาทีเดียวก็ถลาล้มไม่​เป็นท่า
พยายามอีกหลายครั้ง..​แต่ทำไม่​ได้
"เอ็งดูซะ..ว่าคน​ที่เอ็งรัก..​จะมีลีลาถึงพริกถึงขิงแค่ไหน..ฮ่าฮ่าฮ่า.."

ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง​และเสียงหัวเราะอันกักขฬะนั้น​
ภาพ​ที่เห็นตรงหน้ากดดันให้น้ำตาไหลอย่างไม่รู้ตัว
ดูทีหรือ..คน​ที่เรารัก..​กำลังถูกทำลายต่อหน้า..เราไม่มีปัญญา​จะช่วยเธอเลย​หรือ..
ยอมไม่​ได้..อย่างไรก็ยอมไม่​ได้!!

ลมหายใจแทบขาดห้วง..ขณะรวบรวม​กำลัง​เป็นครั้งสุดท้าย
ถีบโครม​ไป​ที่ร่าง​ที่คร่อมกดเธอไว้นั้น​อย่างสุดแรง
ผล​เป็นอย่างไรไม่รู้ ​เพราะร่าง​ทั้งร่างถลาตามแรงถีบนั้น​​ไปด้วย
เรากลิ้ง​ไปด้วยกัน ​ทั้งมือ​ทั้งเท้าซัดใส่มันเต็ม​ที่
มันสวนเปรี้ยงเดียวหน้าสะบัด..เจ็บ​ไปถึงขั้วหัวใจ
มัน​ใช้มือกดคอ..ชักปืนมาจ่ออยู่​​ที่หัว..
"เอ็งอยากตายมากใช่ไหม.."
ยิ้มให้​กับคำถามนั้น​ของมัน..
"ยิงสิวะ.."
มัน​จะ​ได้ยินหรือเปล่าไม่รู้..ลิ้น​และคอชาด้าน
หวังเพียงให้เสียงปืนนัดนั้น​เรียกคนมาช่วยเธอ
หรืออย่างน้อยการฆ่าคนตายคง​จะทำให้มันหมดอารมณ์​ที่​จะข่มขืน​ใคร
ชีวิตนี้พลี​เพื่อเธอ​ได้อยู่​แล้ว​

ก่อนปืน​จะลั่น..รินกระโดดล็อคคอจากด้านหลังของมัน ทิ้ง​ทั้งตัวจนมันหลุดจากร่าง​ที่มันจ่อปืนไว้
มันโกรธยิ่งขึ้น​..สะบัดจนร่างของเธอถลา​ไปกระแทกผนัง
มันกระโจนตาม..เงื้อปืนในมือแล้ว​ตบเปรี้ยง..
เธอกองอยู่​​กับพื้น..เงยหน้า​ที่มีเลือดกลบปากมองมัน สายตาวิงวอน..
"ฉันยอมแล้ว​..อย่าฆ่า​เขาเลย​..ฉันยอมทุกอย่าง.."
มันยืนหายใจหอบแรง
เธอถอดเสื้อ​ที่แหว่งวิ่นออกจากร่างกาย
"ฉันรัก​เขา..ฉันรัก​เขา..ฉันยอมแล้ว​..อย่าทำ​เขาเลย​"

มันแหกปากหัวเราะ..
กระโดดเข้าหาเธออย่างหื่นกระหาย
เธอหยุดดิ้นรน..มีเพียงสายตา​ที่ส่งมา​พร้อมหยาดน้ำตา
"รินรักรัน.."
ริมฝีปากนั้น​ขยับ​เป็นคำพูด​ที่พุ่งตรงสู่หัวใจ..
หัวใจของผู้ชาย​ที่นอนสิ้นเรี่ยวแรงอยู่​​กับ​ที่..

แล้ว​โลกก็แกว่งอีกครั้ง ​เมื่อประตูห้องถูกเปิดโครม..ผู้คนนับสิบกรูเข้ามา
หนึ่ง​ในนั้น​มีไอ้ส่งเดช​เพื่อนรัก
"ทันหรือเปล่าวะ..ไอ้รัน"
ตอบมัน​ได้เพียงรอยยิ้ม..
ยิ้มสีแดงสด​ที่ทะลักออกมาจากปาก
"ข้าฟังทางโทรศัพท์​ที่เองเปิดทิ้งไว้ เห็นท่าไม่ดีก็เลย​แจ้งตำรวจมานี่แหละ​.."
​ได้ยินเพียงเท่านั้น​ทุกอย่างก็ดับวูบ..
​แต่ยังคงมีประโยคหนึ่ง​​ที่ก้องอยู่​ในใจ
"รินรักรัน"

...​...​.

เปิดเทอมนานแล้ว​..
นี่ก็ใกล้​จะปิดเทอมอีกที
ขณะ​ที่เขียนเล่าอยู่​นี่..ก็ร้อนตับ​จะแตกม้าม​จะหลุดเสียให้​ได้
​เมื่อตะกี้รินก็โทรฯ มา
เย็นนี้ว่า​จะ​ไปดูหนังกันสักเรื่อง​
เรื่อง​อะไร​นะ?..ผีเฮี้ยน​กำลังสองอะไร​นั่น
​จะสนุกหรือเปล่าไม่รู้แหละ​..ขอแค่​ได้นั่งเคียงข้างเธอ
เธอ​ที่ไม่ชอบดูหนังผี..ดูทีไร​ต้องปิดตาซุกหน้าลงบนบ่าเราทุกทีเวลาผีเล่นจ๊ะ​เอ๋
เราเลย​ชอบดูหนังผีด้วยประการฉะนี้..

"รินรู้ตัวว่ารักรันตั้งแต่​เมื่อไร.."
ขณะนอนรักษาตัวอยู่​​ที่บ้าน..หมอล้างท้อง​ไปสองสามรอบ
คำถามนี้เกิดขึ้น​ขณะเธอมานั่งอยู่​ข้าง ๆ​
"ไม่รู้ตัวเหมือนกัน..อาจ​จะ​เป็นวัน​ที่รันรับ​จะ​เป็นพัฒน์ให้นั่นละมั้ง.."
"ทำไม?"
"​ถ้ารันไม่รักริน..รันคงไม่เสี่ยงขนาดนั้น​.."
"แน่ใจขนาดนั้น​เชียวหรือ?.."
เธอพยักหน้า ดวงตาหวานฉ่ำหลบวูบวาบ​ไปมา
"​แม้​แต่พัฒน์​ที่รินเคยแน่ใจว่า​เขารักรินมาก..​เขายังไม่ยอม​จะช่วยรินเลย​..แล้ว​รัน​เป็น​ใคร..รู้จักกันแค่ไม่กี่เดือน รันเสียสละให้ริน​ได้ขนาดนั้น​.."
มือ​ที่ว่างอยู่​ถูกยกขึ้น​มอง..
มันว่างเกิน​ไปเลย​​ต้องหาอะไร​มาจับ
​เป็นมือนิ่มอุ่นของเธอ
"แสดงว่ารินก็รู้มานานแล้ว​ว่ารันรักริน.."
"อือม์.."
"ไม่บอกให้รู้บ้างเลย​..รันเกือบฆ่าตัวตาย​ไปหลายครั้งแล้ว​..รู้ไหม?.."
"ก็รินบอกรัก​ใครไม่​ได้นี่นาตอนนั้น​.."
"ตอนนี้บอก​ได้แล้ว​สิ.."
เธอพยายามดึงมือ..เลย​ถูกมาวางไว้ตรงอกเสียเลย​
"บอกให้ฟังอีกที​ได้ไหม..บอกให้หัวใจดวงนี้​ได้ยินอีกที...​"
เธอส่ายหน้า..เม้มปาก..แก้มแดง​เป็นริ้ว..
"ยัง!.." ​เป็นเสียงขู่..
"​จะบอกหรือไม่บอก?!" ​ต้องขู่ซ้ำ
"รินรักรันค่ะ​.."
ชื่นใจ​ที่สุดเลย​...​

ริน​และพ่อยอมถอนแจ้ง​ความแลกเปลี่ยน​กับการยกหนี้ก้อนโตนั้น​ให้​โดยไม่มีข้อ​แม้
ถึงกระนั้น​มัน(ไอ้ตัววิปริตนั่น) ก็ถูกดำเนินคดีในข้อหาพกปืนใน​ที่สาธารณะอยู่​ดี
ริน​และครอบครัว​เป็นอิสระจากพันธการนั้น​​ไป​ได้ด้วย​ความโชคดี
​ซึ่ง​ถ้าไอ้ส่งเดชมาช้า​ไปหน่อย​เดียวเธอคง​ต้องแลกด้วย​ความสาวของเธอ​ไปแล้ว​
พ่อของไอ้หมอนั่น​ต้องการรักษาหน้าของตัวเองมากกว่า​ต้องการก้อนหนี้ก้อนนั้น​
นักการเมืองมัก​จะมีหน้าให้รักษาเสมอ
​จะเรียกว่าหน้าหนาหรือหน้าบางดีนะ?
พวกเราว่าไง?
+++++
++++
+++
++
+


++++++++++++++++จบคับ+++++++++++++++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : รันนรา [C-15326 ], [115.67.50.71]
เมื่อวันที่ : 10 ก.พ. 2552, 23.22 น.

ขอบคุณนะครับ​สำหรับการตามอ่าน
​เป็นมิตรภาพผ่านอักษร​ที่ทรงคุณค่า
อันทำให้ผม​ต้องกลับมาตั้งหลัก​ที่​จะเขียนอีกครั้ง
หลังจาก​ที่จำ​เป็น​ต้องห่างหาย..ว่างเว้น​ไปทำอะไร​บางอย่าง​ที่สำคัญ
​เมื่อสำเร็จแล้ว​..ก็กลับมาทำในสิ่ง​ที่ตัวเองรัก​ที่​จะทำ​ได้..
​และแอบหวังว่า..ผม​จะกลับมาเขียนเรื่อง​ใหม่​ได้ในเร็ววันนี้
​เป็น​กำลังใจให้ผมด้วยนะครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๑ : ดอกช็อคโกแล็ต [C-15329 ], [222.123.139.46]
เมื่อวันที่ : 11 ก.พ. 2552, 15.12 น.

ชอบจังงงงงงงงงง

​จะ​เป็นกำไลจัง ..เอ้ย...​​กำลังใจ ให้นะค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๒ : Rotjana Geneva [C-15453 ], [83.189.173.152]
เมื่อวันที่ : 03 มี.ค. 2552, 04.00 น.

พี่รจเข้ามา​เป็นกำไรจัง เอ๊ย ​กำลังใจด้วยคนค่ะ​ ยังไม่​ได้อ่าน ​แต่ขอทักทายก่อนด้วย​ความคิดถึง ไม่ว่า​จะห่างหาย​ไปทำอะไร​ ก็ขอให้ประสบ​ความสำเร็จในทุก ๆ​ อย่าง​ที่ทำ ​และมี​ความสุขทุก​เมื่อเชื่อวันนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๓ : Rotjana Geneva [C-15454 ], [83.189.173.152]
เมื่อวันที่ : 03 มี.ค. 2552, 04.26 น.

ว้าว อ่านแล้ว​สุข อบอุ่น อ่านหวาน ประทับใจ ขำ​กับ​ความเซ่อซ่า​แต่น่ารักในลีลาของหนุ่มรันฯ ...​.

ฝีัมือน้องเราไม่ตกเลย​ค่ะ​ สำนวนต่าง ๆ​ เรียกรอยยิ้ม​และเสียงหัวเราะ​ได้เสมอ

ขอบคุณ​ที่ผูกเรื่อง​สนุก ๆ​ มาให้อ่านนะคะ​ ศาลานกน้อยรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลย​ค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๔ : Raident [C-15734 ], [58.10.102.95]
เมื่อวันที่ : 22 เม.ย. 2552, 09.18 น.

หวัดดีครับ​ หาย​ไปไหนซะนานครับ​
นึกว่าจาไม่​ได้อ่านนิยายคุณรันอีกซะแล้ว​
​เมื่อวานกลับ​ไปอ่านเรื่อง​ "ฟ้า" ในรวมเรื่อง​สั้นนกน้อยมาน่ะ
เลย​ลองเข้ามาดู ม่ายนึกว่าจาคลอดเรื่อง​ใหม่มาซะแล้ว​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น