นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ปัดฝุ่นอารมณ์
กาบแก้ว
..."แม่ล้มอีกแล้ว​​พี่" เสียงของนายจี๊ดน้องเขยของข้าพเจ้าเอ่ยประโยคแรกผ่านสายโทรศัพท์ "นี่ผม​​กำลังให้เจ้ากั้งลูกชายขับรถพาแป๊วรีบ​​ไปดู​​ที่โรงพย...
"แม่ล้มอีกแล้ว​พี่"
เสียงของนายจี๊ดน้องเขยของข้าพเจ้าเอ่ยประโยคแรกผ่านสายโทรศัพท์
"นี่ผม​กำลังให้เจ้ากั้งลูกชายขับรถพาแป๊วรีบ​ไปดู​ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐมแล้ว​"

จำ​ได้ว่าทันที​ที่ข้าพเจ้า​ได้ยินเสียงนายจี๊ดเอ่ยครั้งแรก ก็รู้สึกราว​กับว่ามีก้อนอะไร​แข็งๆ​มาจุกอยู่​​ที่คอหอย ทำให้พูดอะไร​ไม่ออกทำอะไร​ไม่ถูก ข้าพเจ้าทรุดลง​ไปนั่งจมบนโซฟาข้างโต๊ะ​ที่ตั้งโทรศัพท์​ทั้งๆ​​ที่มือยังคงถือหูโทรศัพท์อยู่​

นิ่งอยู่​สักครู่เสียงนายจี๊ดก็ผ่านหูโทรศัพท์มาอีกครั้ง

"พี่...​พี่ฟังอยู่​หรือเปล่า?" เสียงถามเหมือน​เป็นกังวล

"ฮื่อ!...​ฟังอยู่​" เสียงของข้าพเจ้าคงค่อยมาก ​เพราะตามปกตินั้น​ข้าพเจ้า​เป็นคนพูดโทนเสียงค่อยอยู่​แล้ว​ ทำให้อีกฝ่ายคงแทบไม่​ได้ยินเสียง

"พี่พูดดังๆ​หน่อย​ซิ ผมไม่ค่อย​ได้ยิน" นายจี๊ดย้ำ "เสียงพี่ค่อยจังเลย​"

"แม่ล้มยังไง?" ข้าพเจ้าถามเหมือนคนใจลอยไม่อยู่​​กับเนื้อ​กับตัว

"ล้มหัวฟาด​กับขอบเตียง" เสียงคนพูดปลายสายก็ฟังดูเหมือน​กำลังตื่นเต้นอยู่​เช่นเดียวกัน

"หา...​!" ข้าพเจ้าอุทานเสียงดัง​พร้อมขนลุกซู่​โดยไม่รู้ตัว ไม่มีคำพูดใดลอดผ่านออกจากปากของข้าพเจ้าอีกต่อ​ไป

"จริงๆ​พี่ หัวแม่ฟาด​กับขอบเตียงแตกมีเลือดออกด้วย"

"มีเลือดด้วย...​ย...​...​!" เสียงของข้าพเจ้าคงขาดหาย​ไปอีก

"แม่​เป็นอัมพาต​ไปครึ่งตัว ผมว่าพี่รีบตาม​ไป​ที่โรงพยาบาลดีกว่า พี่ติดต่อโทร.คุย​กับแป๊วก็แล้ว​กัน"

นายจี๊ด​เป็นเจ้าของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าชุดนักเรียน ​ซึ่งมีโรงงานอยู่​ย่านเขตภาษีเจริญ ปลูกบ้านอยู่​แถวพุทธมณฑล ทำให้​สามารถ​ไปถึงนครปฐม​ได้เร็วกว่าข้าพเจ้าเกือบเท่าตัว นายจี๊ด​เป็นเขย​ที่มีน้ำใจงามคนหนึ่ง​ นับถือ​และเอื้ออาทรญาติทางภรรยาเช่นเดียว​กับญาติของตนเอง นับว่า​เขา​เป็นคน​ที่​ใช้​ได้ทีเดียวสำหรับนายจี๊ดคนนี้ แป๊วน้องสาวคนเดียวของข้าพเจ้าเลือกคนไม่ผิด!

นายจี๊ดวางสาย​ไปนานแล้ว​ ขณะ​ที่ข้าพเจ้ายังคงนั่งจ้องหูโทรศัพท์นิ่งอยู่​ราว​กับว่ามีใบหน้าของมารดาผู้เปรียบเสมือนแม่​พระประจำตัวมาลอยเด่นอยู่​ตรงหน้า

"แม่ไม่​เป็นไรหรอกลูก แม่สบายดี" แม่ของข้าพเจ้าชอบพูดคำนี้เสมอใบหน้ายิ้มน้อยๆ​ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทุกครั้ง​ที่แม่ไม่สบาย​และรู้สึกตัว

เจ้านุ้ยลูกชายของข้าพเจ้ารับอาสา​ไปส่งข้าพเจ้า​กับแม่บ้านทันที​ที่รู้ข่าวอย่างกระตือรือร้น เจ้าหมอนี่ขับรถดี​แต่ติด​ที่ใจเร็ว​ไปหน่อย​ สมัยแรกๆ​​ต้องคอยเตือน​และร้อง "เฮ้ย!" อยู่​บ่อยๆ​ ​แต่ปัจจุบันชักชินเสียแล้ว​​เมื่อ​ต้องอาศัยบริการของเจ้านุ้ยหรือเจ้าโหน่งลูกชายอีกคนของข้าพเจ้า​เพื่อการสัญจร ​ซึ่ง​โดย​ส่วนมากแล้ว​ข้าพเจ้า​จะนิยมขับเจ้าอีแก่กระป๋องคันเก่า​ไปเอง ​แม้​จะช้า​ไปบ้าง​แต่ก็สบายใจไม่รีบร้อน ​โดยถือคติว่าปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า

ถึงโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม​โดยไม่นาน!

แม่แป๊วน้องสาวของข้าพเจ้ารีบบอกถึง​ความโชคดี​ที่​ได้ห้องพิเศษ​ซึ่งมีว่าง​พอดี​ที่ตึกอาคารหลังใหม่ชื่ออาคาร ๕๕ ปี อยู่​ชั้น ๕ ​ได้ห้องหมายเลข ๕๑๐ นับว่า​เป็น​ความโชคดีจริงๆ​ของคุณแม่ ​เพราะวันนี้​เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ตามธรรมดา​ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐมแห่งนี้ห้องผู้ป่วยพิเศษ​จะเต็มอยู่​ตลอดเวลา ​ต้องรอคิว ​โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างนี้แทบไม่มีโอกาสเลย​

คุณหมอ​ที่มาดูแลคนป่วยให้​ความสนใจดีมาก​ทั้งคุณหมอเจ้าของไข้​และคุณหมอเวรประจำวัน รวม​ทั้งพยาบาลด้วย นับว่ามาตรฐานของโรงพยาบาลรัฐบาลของเราพัฒนาด้านบุคลากรดีขึ้น​กว่า​แต่ก่อนมาก

เสียอย่างเดียวหลังจากผลการตรวจทุกอย่างหมดตามกระบวนการแล้ว​ คุณหมอท่านไม่ค่อยให้​ความกระจ่าง​กับผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยเท่า​ที่ควร​คือมาตรวจถามอาการจดอะไร​ยิกๆ​แล้ว​ก็​ไป ​ถ้าไม่ถามท่านก็ไม่บอกถึง​ความคืบหน้าถึงผลของการรักษา คอยรอวันต่อ​ไปเพียงอย่างเดียว!

คิดว่าประชาชนทั่ว​ไป​ที่มารับการบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลนั้น​ ควรมีการฝึกอบรมให้รู้จักวิธีในการ​เป็นผู้ป่วย​ที่ดี​ได้อย่างไรบ้าง​ในเบื้องต้น ก็น่า​จะดีไม่น้อยทีเดียว ​คือ​ต้องรู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร ​เมื่อไหร่ควรถาม​และควรถามอะไร​​ที่ไม่ทำให้คุณหมอ​และพยาบาลท่านหงุดหงิด ​จะสอนหรืออบรมในโรงเรียนหรือระดับตำบลหมู่บ้านก็​ได้แล้ว​​แต่​ความเหมาะสม ​ถ้ามีประกาศนียบัตรให้ด้วยก็ยิ่งดี(แฮ่..ล้อเล่นน่ะ)

เพ้อรำพึงรำพันมาก​ไป ​เอา​เป็นว่า​ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐมแห่งนี้ มาตรฐานการบริการ​เขาดีเยี่ยมในระดับหนึ่ง​ทีเดียว ขอขอบ​พระคุณใน​ความกรุณาของคุณหมอ​และพยาบาลแทนคุณแม่ของข้าพเจ้ามา ณ ​ที่นี้ด้วย​ความจริงใจ!

อาการของคุณแม่นอกจากแผล​ที่ขมับขวาแล้ว​อย่างอื่นก็ไม่มีอะไร​น่า​เป็นห่วง ​จะมีปวดหัว ปวดขาขวา​และปวดหลังบ้างพอทน​ได้

ผลเอกซเรย์ก็ไม่น่าห่วง ​เพราะไม่มี​ที่ใดบุบสลาย นับว่าทำให้ลูกหลานพากันรู้สึกโล่งอก​ไปแยะทีเดียวเชียวคุณแม่เอ๋ย!

​แต่ปัญหาหนักกลับกลาย​เป็นว่าอยู่​​ที่คุณพ่อ ​ซึ่งท่านไม่ยอมอยู่​บ้าน​เมื่อคุณแม่​ต้องเข้าโรงพยาบาล ​ใคร​จะรับ​ไปอยู่​ด้วยก็ไม่ยอม​ไป การ​ที่​จะทิ้งให้ท่านอยู่​คนเดียวยิ่ง​เป็น​ไปไม่​ได้เลย​​เพราะท่านอายุ ๙๐ ปีหลงๆ​ลืมๆ​แล้ว​ ​โดยเฉพาะท่านไม่ยอมฟัง​ใครง่ายๆ​ ท่าน​จะถือตนเอง​เป็นใหญ่​เพราะอดีตท่าน​คือนายตำรวจ ​และอีกอย่าง​คือเราไม่อยากขัดใจท่าน อยากให้ท่านมี​ความสุข​ไปตาม​ที่ท่าน​ต้องการ

​ส่วนน้องสาวคนละแม่อีกคน​ที่ชื่อจงกล​ซึ่งรับอาสาดูแลท่าน​ทั้งสองตลอดหลายปีมานี่ ก็ไม่อยู่​ด้วยในขณะนั้น​ ​โดยหลังจาก​ที่พาคุณแม่เข้าโรงพยาบาล​ได้วันเดียว พอวันรุ่งขึ้น​เธอก็​ต้องรีบ​ไปทำธุระจำ​เป็น​ส่วนตัวของเธอเกี่ยว​กับลูกๆ​ของเธอ​และสุขภาพของเธอเอง​ที่กทม.เช่นกันสักสองสามวัน อัน​เป็นช่วง​ที่คุณแม่เข้าโรงพยาบาล​พอดี

วันแรกเราให้คุณพ่อนอนบนโซฟาในห้องผู้ป่วย​กับคุณแม่ ๑ คืน​เพราะท่านไม่ยอมกลับบ้านหรือ​ไปอยู่​​กับ​ใครไม่ว่าบ้านของแป๊วน้องสาวหรือบ้านของข้าพเจ้า​ที่​เป็นลูกชายคนโต สาเหตุด้วยท่านยังมีอคติว่าเราคอย​จะหลอกพาท่าน​ไปอยู่​​ที่บ้านของเราอยู่​เรื่อย ​ทั้งนี้ก็​เพราะท่านติด​ที่ติดบ้านเสียแล้ว​

​เพราะอดีตครั้งหนึ่ง​ คุณแม่เข้าโรงพยาบาลอย่างนี้แหละ​ หลังจากส่งแม่​ที่โรงพยาบาลแล้ว​ข้าพเจ้าก็พาท่านขึ้น​รถเดินทางต่อ​จะ​ไปพำนักอยู่​ด้วยกันชั่วคราว ณ บ้านของข้าพเจ้า​ที่บ้านประชาชื่น ​แต่พอรถแล่นผ่านทางแยกเข้าอำเภอบ้านแพ้วตรงหน้าวัด​พระประโทน ​ที่ทางแยก​จะมีป้ายบอกทางเข้ากรุงเทพฯ พอท่านแลเห็นป้ายเท่านั้น​เองแหละ​ครับ​ คุณพ่อก็คว้าไม้เท้าประจำตัว ​พร้อม​กับบอกให้ข้าพเจ้าจอดรถเดี๋ยวนี้ ​และทำท่า​จะเปิดประตูในขณะ​ที่รถ​กำลังวิ่งด้วย​ความเร็ว

เจ้าประคุณเอ๋ย! ข้าพเจ้าภาวนาคุณ​พระคุณเจ้า คุณบิดามารดาขอให้ช่วยด้วย ​แต่ลืม​ไปว่าคุณบิดาเองนั่นแหละ​​คือต้นเหตุ ทำให้ข้าพเจ้าค่อยๆ​เบรก​และหลบ​ไปจอดข้างทาง การต่อรอง​ใช้เวลานานพอสมควร สรุปแล้ว​ท่านก็ไม่ยอม​ไปไหน ​จะกลับบ้านสวน​ที่ตำบลหนองดินแดงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น​

จนใน​ที่สุดคุณพ่อก็​เป็นฝ่ายชนะตามเคย ​ทั้งข้าพเจ้า​และแป๊วน้องสาวไม่อาจทัดทาน​ได้ ข้าพเจ้า​ต้องคอย​ไปนอนเฝ้าคุณพ่ออยู่​​ที่บ้านสวนหลายวันจนกว่าคุณแม่​จะหาย​เป็นปกติกลับจากโรงพยาบาล​ได้

คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน ข้าพเจ้ากลับ​ไป​เอารถกระป๋องอีแก่ประจำตัวคันเก่ง​ที่บ้านประชาชื่น​เพื่อมารับคุณพ่อกลับบ้านสวน​ที่นครปฐม ​ซึ่งกว่าท่าน​จะยอมกลับ​ได้ในตอนแรกก็​ต้องอาศัยพยาบาลเวรประจำวันนั้น​​ทั้งปลอบ​ทั้งขู่สาธยายถึง​ความจำ​เป็น​ที่​ต้องให้มีผู้เฝ้าผู้ป่วย​ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น​ แกควรมาเยี่ยมใหม่ในวันรุ่งขึ้น​ ผู้​ที่เฝ้าแม่ก็​คือแป๊วน้องสาว​เพราะอดีตเธอ​เป็นพยาบาลก่อน​ที่​จะมา​แต่งงาน​กับนายจี๊ด ​ส่วนข้าพเจ้าอยู่​​กับคุณพ่อ​ที่บ้าน

ครั้งนี้เหตุการณ์ไม่ตึงเครียดเหมือน​ที่คิด อาจ​เป็น​เพราะว่าเราสองคนรู้แล้ว​ว่าควรปฏิบัติตัวกันอย่างไรจึง​จะถูกใจคุณพ่อ​ทั้ง​ที่แกเองคงไม่รู้เรื่อง​หรือรับรู้อะไร​แล้ว​​โดยปริยาย ดูตามรูปการณ์แล้ว​คุณแม่คง​ต้องอยู่​โรงพยาบาลนานยาวหลายวันทีเดียวกว่า​จะหายกลับบ้าน​ได้

ข้าพเจ้าพาคุณพ่อ​ไปเยี่ยมคุณแม่ทุกวัน มัน​เป็น​ความรู้สึก​ที่อธิบายยาก​ที่เรา ๔ คนมีคุณพ่อ คุณแม่ ข้าพเจ้า​และแป๊วน้องสาวมารวมกันอยู่​​พร้อมหน้า​ได้ป้อนข้าวป้อนน้ำให้ท่าน มัน​เป็น​ความสุข​ที่หาอะไร​มาเปรียบ​ได้ยาก ​แม้ว่าสถาน​ที่นั้น​​จะ​เป็นเพียงห้องผู้ป่วยเล็กๆ​ภายโรงพยาบาลก็ตามที

​ซึ่งวันนี้​เป็นวัน​ที่ห้าแล้ว​​ที่คุณแม่เข้ารักษาตัว​ที่โรงพยาบาล อาการท่านดีขึ้น​มาก​แต่ยังคงปวด​ที่ขมับขวาตรงแผล​ที่ล้มฟาด ​และ​ความดันโลหิตก็ยังขึ้น​ๆ​ลงๆ​ไม่นิ่ง คง​ต้องรอดูอาการต่อ​ไปก่อนอีกสักพัก

กลับมา​ที่บ้านในตอนเย็นหลังอาหาร อากาศเริ่มเย็นลง ​แม้​จะมีบ้านญาติกันปลูกอยู่​ไม่ห่างอีกสองสามหลัง​เพราะ​เป็นเครือญาติเก่าแก่กันมาตั้งแต่สมัยยายทวด หากพอตกเย็นก็พากันเข้าบ้านเงียบไม่คึกคักเหมือนสมัย​ที่ข้าพเจ้ายังเด็ก ​เพราะสมัยก่อน​จะมีคนตักน้ำหาบมาจากบ่อน้ำข้างคลองหลังบ้านบ้าง จูงวัวเข้าคอกบ้าง สุมไฟไล่ยุงบ้าง สีข้าวบ้าง ตำข้าวบ้าง ผ่าฟืนบ้าง เสียงตำน้ำพริกบ้างหรือก่อไฟหุงข้าวจากฟืนควันโขมง ไม่มีให้เห็นอีกต่อ​ไป

นานๆ​​ได้หวนคำนึงถึง​ความหลังในอดีตราว​กับมีลมพัด​เอาฝุ่นละอองแห่ง​ความทันสมัยของเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ค่อยๆ​ปลิวหาย​ไป เผยให้เห็นถึง​ความงดงามของธรรมชาติในอดีตจาก​ความทรงจำเข้ามาแทน​ที่

ข้าพเจ้าเดิน​ไป​ที่ตู้ลิ้นชักไม้สักหลังเก่า​ที่คราบเงาของแล็คเก้อร์แทบไม่เหลือให้เห็นแล้ว​ ดึงลิ้นชักชั้นบนออกมาหยิบ​เอาหีบเพลงปากตัวเก่าคร่ำขึ้น​มาลูบระลึกถึง​เมื่อครั้งวัยรุ่นเคย​เอาออกมาเป่าเล่น​กับน้าชาย​ที่ตีกลองรำโทน​และ​เพื่อนอีกสองคนเป่าขลุ่ยตีฉิ่ง​และตีฉาบ ทำเสียงดังหนวกหูชาวบ้านจน​ต้องถูกขอร้องแกมบังคับให้ย้ายออก​ไปบรรเลงกันกลางทุ่งนา

ข้าพเจ้า​เอาหีบเพลงปาก​ไปทำ​ความสะอาด​และทดลองเป่าจนเห็นว่าพอ​ที่​จะรื้อฟื้น​ความจำ​ได้อย่างกระท่อนกระแท่น เริ่มบรรเลงเป่าจากเพลง ลาสาวแม่กลอง โปรดเถิดดวงใจ เสียงขลุ่ยเรียกนาง เดือนเพ็ญ ฯลฯ เรื่อย​ไปอย่างเพลิดเพลินถูกบ้างผิดบ้าง​ไปตามประสา

เจ้าฟีฟ่าหลานชายตัวเล็กอายุ ๕ ขวบ​ซึ่งน่า​จะ​เป็นเหลนมากกว่า​เพราะ​เป็นลูกของนายชินลูกชายของนายสิทธิ์ ​และนายสิทธิ์นี้ก็นับ​เป็นญาติผู้น้องของข้าพเจ้า​เพราะ​เป็นลูกชายของยายเล็กของข้าพเจ้าอีกที ลำดับญาติแล้ว​น่าปวดหัวพอสมควร ขอเรียกมันว่าเจ้าฟีฟ่าหลานชายก็แล้ว​กัน เจ้าฟีฟ่าแอบมานั่งข้างข้าพเจ้าตั้งแต่​เมื่อไหร่ไม่รู้​เพราะมัว​แต่เพลิน​ไป​กับของเล่นตามประสาคนแก่เห่อของเก่า เจ้าฟีฟ่านั่ง​เอามือ​ทั้งสองข้างเท้าคางฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

ปล่อยให้ลมหวนพัด​เอาฝุ่นละอองแห่งอารมณ์ปัจจุบันค่อยๆ​จางหาย​ไปเผยให้เห็นธาตุแท้ของอารมณ์​ที่ซ่อนลึกอยู่​ภายใน​โดยไม่รู้ตัว การบรรเลงเป่าหีบเพลงปากจากเพลงสู่เพลงตาม​แต่​จะนึก​ได้ เรื่อยมาถึงเพลงขอให้เหมือนเดิม เพลงธารน้ำรัก​และจนกระทั่งมาสุดท้าย​ที่เพลงค่าน้ำนม ​แต่พอถึงท่อนกลางอัน​เป็นท่อนแยก​ที่มีเนื้อร้องว่า

"...​ควรคิดพินิจให้ดี
ค่าน้ำนมแม่นี้​จะมีอะไร​เหมาะสม
โอ้ว่าแม่จ๋า...​ลูกคิดถึงค่าน้ำนม
เลือดในอกผสม กลั่น​เป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน...​"

พลันก็รู้สึกว่า​มีน้ำอุ่นๆ​ผ่านร่องน้ำตาหยาดลงมาบนแก้ม! ​และ​ได้ยินเสียงเจ้าฟีฟ่าร้องถามว่า

"เป่าเพลง​เพราะๆ​แล้ว​ทำไม​ต้องร้องไห้ด้วยล่ะ?"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2654 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง ปัดฝุ่นอารมณ์
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๙๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-13233 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 15 พ.ย. 2550, 15.56 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-13236 ], [124.121.119.9]
เมื่อวันที่ : 15 พ.ย. 2550, 22.24 น.

สวัสดีค่ะ​ ลุงปิง

คุณแม่คง​จะค่อยยังชั่วหรือหายดีแล้ว​นะคะ​
อ่านแล้ว​อินมากๆ​ ค่ะ​ ​เพราะพิลก็มีคุณแม่แก่ๆ​ ​แต่ยังไม่แก่มากนัก อยู่​ตามลำพัง​กับคุณป้า​และหลานชายอายุ 4 ขวบ เหมือนกัน ​แม้​จะมีน้องชาย​และน้องสะใภ้อยู่​ ​แต่​เขาก็​ต้องทำมาหากิน ไม่ค่อย​ได้อยู่​บ้านกัน

นอกจากเรื่อง​​จะกินใจแล้ว​ สำนวนของลุงปิงก็ละเมียดละไมมากเลย​ค่ะ​
แหม...​น้องฟีฟ่ามาหักมุมซะตอนจบนี่เอง

ขอมอบดอกไม้​เป็น​กำลังใจให้ลุงปิงนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-13237 ], [124.121.119.9]
เมื่อวันที่ : 15 พ.ย. 2550, 22.24 น.

ลืมให้ดอกไม้ค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : กาบแก้ว [C-13239 ], [58.10.216.9]
เมื่อวันที่ : 15 พ.ย. 2550, 23.33 น.

ขอบคุณสำหรับดอกไม้ครับ​คุณpilgrim

คุณแม่หายดีขึ้น​มากแล้ว​ครับ​!
ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนเดิมแล้ว​ขอบคุณครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ม่านแพร [C-13248 ], [203.113.67.46]
เมื่อวันที่ : 16 พ.ย. 2550, 21.14 น.

สวัสดีค่ะ​ลุงปิง

อ่านแล้ว​คิดถึงคุณแม่​ที่สุดเลย​ค่ะ​ ขอให้คุณแม่ลุงปิงสุขภาพแข็งแรงนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : add [C-13249 ], [125.25.177.32]
เมื่อวันที่ : 16 พ.ย. 2550, 22.39 น.

ดีใจด้วยค่ะ​ ​ที่คุณแม่หายดีแล้ว​

เห็นด้วย​กับพิลค่ะว่า​ สำนวนลุงปิงเนียนทีเดียวเชียว หวังว่า​จะ​ได้อ่านเรื่อง​อื่นๆ​ต่อ​ไปค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : มนต์อักษรา [C-13252 ], [203.146.63.183]
เมื่อวันที่ : 17 พ.ย. 2550, 08.26 น.

สวัสดีค่ะ​

บรรยาย​ได้เห็นภาพเลย​นะคะ​ ทำให้คิดถึงแม่​ซึ่งอยู่​กรุงเทพ ​เพราะตัวดิฉันนั้น​มา​ใช้ชีวิตอยู่​ต่างจังหวัด นอกจากคิดถึงแม่แล้ว​ยังทำให้คิดถึงยาย​ที่เสียชีวิต​ไปแล้ว​อีกด้วย ​เพราะตอน​ที่ยายนอนป่วยอยู่​​ที่โรงพยาบาลนั้น​แม่​กับน้าสาว​จะพลัดกัน​ไปเยี่ยม​และดูแลยายทำให้พี่น้อง​ได้อยู่​ร่วมกันมากกว่าปกติ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : กาบแก้ว [C-13255 ], [58.10.216.26]
เมื่อวันที่ : 17 พ.ย. 2550, 17.21 น.

ขอบคุณครับ​! คุณม่านแพร คุณadd ​และคุณมนต์อักษรา ​ที่ให้เกียรติแสดง​ความคิดเห็น ​ซึ่งบางครั้งการเขียนจากอารมณ์แห่ง​ความ​เป็นจริงก็เขียน​ได้ลื่นกว่าเรื่อง​​แต่ง ​ทั้งนี้​เพราะ​ส่วนหนึ่ง​นั้น​ผู้เขียน​เป็นตัวละครเสียเอง ​และเหตุการณ์ยังใหม่สดไม่นานเกิน​ไป ​จะพยายามลองเขียนเรื่อง​ประสบการณ์เก่าๆ​บางตอนดูบ้าง ​เพื่อรื้อฟื้น​ความหลัง!

คุณแม่ท่านคงดีใจมาก​ที่มีสมาชิกนกน้อยหลายท่าน​เป็นห่วงอาการป่วยของท่าน! ขอขอบคุณทุกท่านแทนคุณแม่ด้วยนะครับ​!

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : Rotjana Geneva [C-13265 ], [83.180.245.245]
เมื่อวันที่ : 18 พ.ย. 2550, 23.41 น.

เิพิ่้งมีโอกาส​ได้เข้ามาอ่านค่ะ​ ลุงปิง ขอบคุณลุงปิง​ที่กรุณานำเรื่อง​ราวในครอบครัวมาเล่าให้ฟังอย่างงดงาม อ่านแล้ว​ก็ซึ้ง​ไปด้วยค่ะ​...​ ​ความรักของพ่อ​ที่มีต่อแม่ ​ความรักของลูก​ที่มีต่อแม่ ล้วน​เป็นตัวอย่างดี ๆ​ ให้พวกเรา​ได้พิจารณา​ทั้งนั้น​

รจนาขออวยพรให้ท่าน​ทั้งสองมีสุขภาพสมบูรณ์ตามวัย ​และแวดล้อม​ไปด้วยลูกหลานอย่างอบอุ่นต่อ​ไปนะคะ​ ...​. ลุงปิงก็อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : กาบแก้ว [C-13282 ], [58.10.216.241]
เมื่อวันที่ : 20 พ.ย. 2550, 17.47 น.

ขอบคุณครับ​คุณรจนาสำหรับคำอวยพรให้ท่าน​ทั้งสอง
​และ​เป็นห่วงสุขภาพลุงปิง!
ขอให้คำอวยพร​และสิ่งดีๆ​ จงบังเกิดมีแด่คุณรจนาด้วยเช่นเดียวกัน!

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น