นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
อ้ายโจเซ๊ฟ เบ็คคั่มและโอเว่น
ชาร ทิคัมพร
......
"ฮัลโหล ขอพูด​กับอ้ายโจเซฟครับ​" ​เพื่อนร่วมเดินทางของผมคนหนึ่ง​​กำลังพูดโทรศัพท์มือถือของ​เขา ...​เราอยู่​ในรถยนต์​ซึ่ง​กำลังแล่นเข้าสู่ตลาดแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้ว​ก็มีเสียงสนทนากันพอจับใจ​ความ​ได้ว่า​ที่นัด​จะ​ไปลงเรือล่องสาละวินกันนั้น​​เขาลืมหรือเปล่า

ผมรู้สึกงง ! ไม่​ได้คิดมาก่อนว่า​จะมีฝรั่งร่วมเดินทาง​ไปด้วยในครั้งนี้ ฝรั่ง​ที่ไหนหนอจึงมาอยู่​แถวนี้ คง​จะ​เป็นพวกมิชชันนารี หรือพวก เอ็น.จี.โอ.

เราลงจากรถเข้า​ไปในร้านอาหาร​ที่ดูเหมือน​จะมีชื่อ​ที่สุดของอำเภอแม่สะเรียง ขณะ​ที่​กำลังรออาหารอยู่​นั้น​ ​เพื่อนคน​ที่พูดโทรศัพท์ในรถก็มอง​ไปทางนอกร้านด้านหลังผม แล้ว​พูดขึ้น​

"เอ้า ! มาเลย​ โจเซฟ มากินข้าวด้วยกัน นึกว่านาย​จะลืมเสียแล้ว​" ผู้ชายคนหนึ่ง​เดินเข้ามา​ที่โต๊ะอาหาร ​เขาทักทาย​กับพวกเราหลายคนอย่างคุ้นเคย

​ถ้า​จะบรรยายภาพของ​เขาตาม​ที่เสมียนเขียนตั๋วจำนำสมัย​ที่ผมยังหนุ่มอยู่​เขียนบรรยายรูปร่างผู้เข้า​ไปจำนำของในโรงจำนำของ​เขาละก็คง​จะเขียนว่า "เชื้อชาติไทย --สัญชาติไทย-รูปร่างสันทัด -ผิวเนื้อดำแดง"

แล้ว​เราก็รู้จักกัน หนุ่มใหญ่วัยใกล้เกษียณ รูปร่างสันทัด ผิวเนื้อดำแดง ​เป็นตำรวจประจำอยู่​​ที่โรงพักแม่สะเรียง ​เขาโอนมาจาก ต.ช.ด.​ที่​ซึ่ง​เขาเติบโตมาตั้งแต่หนุ่ม

มี​เพื่อนของผม​ที่มาด้วยกันอีกสองคน​และ​เป็น​เพื่อนร่วมรุ่นสมัยนักเรียน​กับอ้ายโจเซฟด้วย​ได้ช่วยกันพรรนา​ความ​เป็นมาของ​เขาให้ผมฟัง

"ตอนผม​จะขึ้น​ชั้น ม.ศ. 4 ม.ศ. 5 ​ที่โรงเรียนปรินซ์ ​เขาประกาศรายชื่อนักเรียน​ที่​ได้ขึ้น​เรียนต่อชั้น ม.ศ.4 รวม​ทั้งนักเรียนจาก​ที่อื่น​ที่มาสอบเข้าเรียนต่อ​ที่นี่ ผมเห็นชื่อ ‘นายโจเซฟ’ อยู่​ด้วย ​ที่แรกนึกดีใจว่า​จะมีฝรั่งมาร่วมชั้นเรียน คง​เป็นนักเรียนอเมริกันตามโครงการแลกเปลี่ยนของโรงเรียน" ​เพื่อนคนหนึ่ง​เล่า แล้ว​อีกคนก็เสริมขึ้น​

"จริงๆ​นาโจเซฟ ​แต่แรกฮานึกว่านาย​เป็นฝรั่ง ก่อนเปิดเทอม ​ใครๆ​ก็รอดูว่าฝรั่งคนนี้​จะหน้าตา​เป็นอย่างไร พุทโธ่ ! ดันมา​เป็นคิง ! " ​เขาเล่าถึง​เพื่อนเก่า เรียกเสียงเฮขึ้น​​ได้รอบโต๊ะอาหาร

อ้ายโจเซฟ​จะ​ไป​กับเราตั้งแต่แม่สะเรียง ​ไปลงเรือ​ที่แม่สามแลบแล้ว​ล่องเรือทวนน้ำสาละวินขึ้น​​ไปจนถึงอุทยานแห่งชาติแม่น้ำคง

​เขา​เป็นคนแม่สะเรียง​โดยกำเนิด เชื้อชาติไทย - สัญชาติไทย -เชื้อสายกะเหรี่ยง ครอบครัว​เป็นคริสเตียน ดังนั้น​​เขาจึงมีคริสเตียนเน็มว่า ‘โจเซฟ’ ​เมื่อถือกำเนิด อ้ายโจเซฟเรียน​ที่แม่สะเรียงจนจบชั้น ม.ศ. 3 ​และด้วย​เป็นคนเรียนดี ​เขาจึง​ได้รับทุน​ไปเรียนต่อ​ที่ โรงเรียนปรินซ์รอยัลวิทยาลัย ​ซึ่ง​เป็นโรงเรียนฝรั่ง​ที่เชียงใหม่

ด้วย​ความ​ที่เกิด​และเติบโต​ที่แม่สะเรียง เมืองแห่งขุน​เขา ​เขาจึงแข่งแกร่งกว่านักเรียนในตัวเมือง อ้ายโจเซฟ​เป็นนักกีฬาเอกประเภทลู่ของโรงเรียน​และ​ระหว่างโรงเรียนในจังหวัด ​เขากวาดถ้วยวิ่งระยะไกล​ได้เกือบทุกสนามแข่งขัน
​เมื่อเรียนจบชั้น ม.ศ.5 อ้ายโจเซฟ​ไปสมัคร​เป็นตำรวจ ต.ช.ด. ​เพื่อนของ​เขาอีกคนหนึ่ง​เล่าให้ฟังว่า

"ตอนคัดเลือก​ความแข็งแรง อ้ายโจเซฟวิ่งระยะไกลเข้าเส้น​เป็นคนแรกของรุ่น ด้วย​ความ​ที่​เขา​เป็นเด็กดอย ​แต่ก็ด้วย​ความ​ที่​เป็นเด็กดอยอีกเช่นกัน​ที่ทำให้​เขาเข้าถึงขอบสระ​เป็นคนสุดท้ายในการว่ายน้ำ" อย่างไรก็ตามอ้ายโจเซฟก็​ได้​เป็น ต.ช.ด.สมใจ ​และกลับมาอยู่​​ที่แม่สะเรียงบ้านเกิด ทุกดงดอยในป่าสาละวิน​เขาเดินมาหมดแล้ว​ ตั้งแต่วัยหนุ่มจนวัยใกล้เกษียณ ​เขาทำงานสมบุกสมบัน​แต่มีชีวิต​ที่เรียบง่าย

อ้ายโจเซฟช่วยจัดหาเรือหางยาวพาเราออกจากท่า​ที่แม่สามแลบแล่นทวนน้ำสาละวิน​ไปถึง​ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำคงหน่วย​ที่หนึ่ง​-แม่ตาฝั่ง มีทหารพรานสองนายแบกปืนเอ็มสิบหกนั่งคุ้มกัน​ไปด้วย​ที่หัวเรือ กันทหารพี่หม่อง​ที่มาตั้งเพิงจับปลาอยู่​บนหาดทรายริมน้ำคงคันไม้คันมือยิงปืนมา​ที่เรือเรา...​ สาละวิน​คือชื่อแม่น้ำ​ที่กั้นพรมแดนไทยพะม่าด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ​แต่ภาษาไทย​และไทใหญ่เรียกแม่น้ำสายนี้ว่า "แม่น้ำคง"

เราค้างคืน​ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานอุทยานแห่งชาติน้ำคง หน่วย​ที่หนึ่ง​ -- บ้านท่าตาฝั่งหนึ่ง​คืน อาหารอร่อยทุกมือ ​โดยเฉพาะแกง ต.ช.ด.​ซึ่งทำจากปลากระป๋องใส่เครื่องแกง​ที่ตำกันสดๆ​ฝีมืออ้ายโจเซฟ

คืนนั้น​เราหลับ​ไปด้วยเสียงกล่อมของน้ำคงไหลเชาะแก่งดังแผ่วมาจากข้างล่าง

กินข้าวเช้า​เสร็จ วันนี้​เป็นวันอาทิตย์ เรา​ทั้งหมดออกเดินผ่านทุ่งนาเล็กๆ​ ข้ามลำห้วยเข้า​ไปในหมู่บ้านใกล้ๆ​ ​ที่โรงเรียนเด็กๆ​ผู้ชายสิบกว่าขวบ​กำลังเล่นฟุตบอลกันอย่าง​เอา​เป็น​เอาตาย​ที่ลานเคารพธงชาติหน้าโรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง

"เฮ้ย ! เบ็คคั่ม ส่งให้ไอ้ โอเว่นซิโว้ย ! เร็ว! " เสียงหัวหน้าทีมข้างหนึ่ง​ตะโกนสั่งลูกทีมของ​เขา​เป็นภาษาไทยลั่นลานหน้าโรงเรียน

เด็กหัวเกรียนคน​ที่เลี้ยงลูกบอลโฉบเฉี่ยวกลางลานอยู่​ส่งลูกให้เด็กอีกคนหนึ่ง​ ...​ โอเว่นยิงทันที...​ลูกเข้าประตู​ไป ! ไมเคิ่ล โอเว่นแห่งลุ่มแม่น้ำคงถอดเสื้อออกกวัดแกว่ง วิ่ง​ไปรอบสนาม !...​

​ที่บ้านใหญ่หลังหนึ่ง​​กำลังมีงานเลี้ยง เราขอเข้า​ไปถ่ายรูป เจ้าของบ้านเชื้อเชิญอย่างยินดี ผู้เฒ่าเจ้าของบ้านจัดงานวันเกิดให้หลานชายคนแรก​ที่มีอายุครบหนึ่ง​ขวบ เด็กๆ​​ที่อายุหนึ่ง​ขวบขึ้น​​ไปจนถึงห้าขวบในหมู่บ้าน​ได้รับเชิญมากินเลี้ยง ​แต่พ่อหรือแม่ก็​ต้องมาด้วย​เพราะแขกบางคนยังเดินไม่แข็ง​และยังกินเองไม่​ได้ เด็กเล็กๆ​​แต่งตัวแบบชนเผ่าของ​เขาสวยงาม กระจองอแงกันอยู่​ใต้ถุนบ้าน​ที่จัดเลี้ยง

เรา​ได้รับเชิญจากผู้เฒ่าเจ้าบ้านให้ขึ้น​​ไปกินข้าว​กับ​เขาบนบ้าน กลางห้องใหญ่มีสำรับอาหารวางอยู่​ ​ที่ฝาผนังห้องด้านหนึ่ง​มีกรอบรูปแขวนอยู่​สองสามรูป ​เป็นรูป ในหลวงใน​พระอิริยาบถต่างๆ​ แน่นอนรวมถึงรูปในเครืองแบบเต็มยศ​ที่​กำลังโบก​พระหัตถ์ด้วย พนังบ้านอีกด้าน​เป็นรูปบัณทิตสาวคนหนึ่ง​​กำลังรับ​พระราชทานปริญญาบัตร มุมหนึ่ง​ของห้องมี ที.วี.ขนาดยี่สิบนิ้ว ​ที่นี่มีแผงโซล่าเซล​ที่​สามารถดูทีวี.ผ่านจานดาวเทียม​ได้

อาหาร​ที่​เขาเลี้ยงมีแกงเนื้อแพะ​กับมันฝรั่ง แกงฮังเลรสแปลก ​และอาหารอื่นๆ​อีกมากมาย​ ข้าวสวย​ที่กิน​เป็นข้าวดอยซ้อมมือพันธุ์กะเหรี่ยงสีเหลืองอ่อน นุ่มอร่อยมาก เราคุย​กับผู้เฒ่าเจ้าบ้าน​โดยมีอ้ายโจเซฟ ช่วย​เป็นล่ามให้ในบางครั้ง

ครู่หนึ่ง​ ‘วนิดา‘ สาวน้อยท่าทางรื่นเริงก็ออกมาจากห้องในชุดกะเหรี่ยงสีขาว​ทั้งชุด เธอ​เป็นคริส​แต่ไม่มีคริสเตียนเน็ม วนิดามาช่วยพ่อต้อนรับเรา เธอ​เป็นศึกษาศาสตร์บัญฑิตจาก ม.ช. ขณะนี้​เป็นครูอยู่​​ที่โรงเรียนสบเมย วันนี้กลับมาบ้านร่วมฉลองงานวันเกิดหลานชาย​ที่พ่อจัดขึ้น​ การสนทนา​เป็น​ไปอย่าง​เป็นกันเอง​และสนุกสนาน

...​งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา พวกเราร่ำลาเจ้าของบ้านด้วย​ความอาลัยในมิตรภาพต่างเผ่าพันธุ์​ที่เริ่มขึ้น​ด้วยเวลาสั้นๆ​​แต่ก็แนบแน่น เราก็ออกจากบ้านของผู้เฒ่าชาวกะเหรี่ยงบ้านท่าตาฝั่งหลังกินข้าวกลางวันเสร็จ

ขากลับ​ต้องเดินผ่านโรงเรียนอีกครั้ง ฟุตบอลลีกรุ่นจิ๋วของบ้านท่าตาฝั่งอีกคู่หนึ่ง​ยังขับเคี่ยวกันเข้มข้น เดวิด เบ็คคั่ม​และ ไมเคิ่ล โอเว่น ถอดเสื้อออกเห็นผิวสีน้ำตาลเข้มนั่งขัดสมาธิอยู่​​กับทีมของ​เขา​ที่ข้างลานหน้าเสาธง รอออก​ไปตลุยดงแข้งในรอบควอเตอร์ไฟแนล​กับทีม​ที่ชนะต่อ​ไป ภายใต้ร่มธงไตรรงค์​ที่ปลิวไสวเล่นลมอยู่​ใต้ฟ้าสีครามบนยอดเสาของโรงเรียน

ตั้งแต่เข้ามาในดินแดนอันอยู่​ท่ามกลางคนต่างชนเผ่า​และต่างศาสนาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของจังหวัดนี้ ผมไม่เคยรู้สึกถึง​ความแตกต่างในชาติพันธุ์​และลัทธิแห่ง​ความเชื่อ​แต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่า​​ความหลากหลายในชาติพันธุ์​คือ​ความงดงาม ทำให้ประเทศไทยช่างน่าอยู่​เสียจริงๆ​ !

ในงานแสดงวัฒนธรรมชนเผ่า​ที่หอศิลป์ ม.ช.​เมื่อเดือนกันยายน 2550 ​เพื่อนคนหนึ่ง​ขอให้ผมเขียนเรื่อง​อะไร​สักอย่าง​ที่เกี่ยว​กับงานนี้ ​และนี่​คือเกล็ดเล็กๆ​น้อยๆ​​ที่ผมเขียนถึงชนเผ่า​ที่​เป็น​เพื่อนร่วมชาติ อ้ายโจเซพ เบ็คคั่ม โอเว่น พ่อเฒ่าเจ้าของบ้านผู้อารี​และครูวนิดาแห่งบ้านท่าตาฝั่งด้วย​ความรู้สึก​ที่แสนดี ! ...​O

ปัจฉิมลิขิต : ผมมารู้​เมื่อเขียนเรื่อง​นี้จบแล้ว​ว่า หมู่บ้านท่าตาฝั่ง​ที่งดงาม ​และเงียบสงบแห่งนี้​กำลัง​จะถูกน้ำท่วม ​เมื่อโครงการสร้างเขิ่อนแห่งแรกในลำน้ำสาละวิน เสร็จลงในอีกไม่กีปีข้างหน้านี้ ​เมื่อถึงตอนนั้น​พวก​เขา​จะ​ต้องโยกย้ายจากถิ่นฐานบ้านเกิด​ที่อยู่​มาหลายชั่วคน​เพื่อให้คนอีกพวกหนึ่ง​มีไฟฟ้าพลังน้ำ​ใช้...​ของฟรีไม่มีในโลก ! ​เมื่อเรา​ได้เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ​ที่ยันฮีมา​พร้อม​กับทะเลสาบ​ที่กว้างใหญ่ เรา​ได้สูญเสียแก่ง​ที่งดงาม 42 แก่งในลำน้ำปิง​ไป​พร้อม​ทั้งป่าไม้อันอุดมไว้ใต้น้ำ ยิ่งกว่านั้น​เราเสีย "เวียงสร้อย" เมืองหลวงเก่าแก่ของชนชาวลั๊วะ​ไป​พร้อมกัน ...​​ความเจริญของมนุษยชาติ​คือการ​ต้องเสียอย่างหนึ่ง​​เพื่อ​ได้อีกอย่างหนึ่ง​อย่างนั้น​หรือ ?

ชาร ทิคัมพร
6 ตุลาคม 50

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2645 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง อ้ายโจเซ๊ฟ เบ็คคั่มและโอเว่น
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๗๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-13177 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 07 พ.ย. 2550, 11.14 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น