นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๙ สิงหาคม ๒๕๕๐
ความรักของแม่
กัลปจันทรา
...​​ความรักของแม่ "ลูกจ๋า...​​ลูกลองทำให้เรียบร้อย​​กว่านี้หน่อย​​นะลูก" แม่ของ​​เขากล่าว เสียงอ่อนๆ​​ พลางมองหน้าลูกชายด้วยสายตาอ่อนโยนรัก​​ใคร่ ...
​ความรักของแม่

"เด็กๆ​​กำลังกลับมาแล้ว​ เห็นไหม เจ้าแคล์เร็นส์ นั่นก็เดี๋ยวก็ทำเฮนรี่ตกลง​ไปในท่อระบายน้ำหรอก" เสียงน้าแมรี่ ​ทั้งพูด​ทั้งบ่นดังมาจากหน้าต่าง "ไม่เคยเห็นเด็กอื่นเหมือน แคล์แรนส์เล้ย...​ไม่เข้าใจว่า​จะทำอะไร​ดีๆ​ไม่​เป็นรึไง...​เหมือนเด็กอื่นๆ​น่ะ? เอ้า...​ดูนั่น...​​เอาหินขว้างหมูอีกแล้ ว เฮ้อ...​แอนนา...​เด็กคนนี้เหลือขอละเรื่อง​ดื้อเธอเอ๋ย"

มิสสิซ ฮาร์ทลีย์ ไม่ตอบคำพูด​และคำบ่นนั้น​ เพียง​แต่​เอางานในมือวางไว้ เดิน​ไป​ที่ครัว​เพื่อ​จะเตรียมอาหารเย็น เด็กๆ​วิ่งเข้ามาทางประตูหน้าอีกไม่กี่นาที​ต่อมา ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว เต็ม​ไปด้วยชีวิตชีวา

"แคล์เร็นส์ เสื้อโค้ต อยู่​ไหนล่ะลูก?" นางถามเสียงอ่อนโยน มองหน้าเด็กชายคนโต​ที่สุด

"โอ๊..ลืม​ไปจ้ะ​แม่" ​เขาตอบเสียงไม่เดือดร้อน หันกลับแล้ว​รีบลงบันได​ไปอย่างรวดเร็ว รีบฉวยเสื้อโค้ต​ที่โยนทิ้งไว้​กับพื้น​โดยไม่​ได้คิดอะไร​ ​เอา​ไปแขวนไว้​ที่ตะขออย่างควร​จะ​เป็น แล้ว​ก็วิ่งกลับขึ้น​บันไดอย่างรวดเร็วเหมือนขาลง

"ผมหิว ข้าวเย็นยังไม่เสร็จหรือจ้ะ​?" ​เขากล่าวอย่างไม่มี​ความอดทน กิริยาเปลี่ยน​ไปทันที ทำหน้าตาหงุดหงิด

"เดี๋ยวก็เสร็จ แคล์เรนส์ รอเดี๋ยวนะลูก"

"ผมหิว ผม​จะกินเดี๋ยวนี้"


"เคย​ได้ยินเรื่อง​ผู้ชาย​ที่อยากให้​พระอาทิตย์ขึ้น​ก่อนเวลาปกติหนึ่ง​ชั่วโมงไหมลูก?" ผู้​เป็นแม่ถาม เสียงยังอ่อนโยนดุจเดิม
"ไม่เคยแม่" ​เขาตอบเสียงดีขึ้น​ "เล่าให้ผมฟังหน่อย​ นะจ้ะ​" เสียงอ้อน ท่าทาง​จะ​เอา​แต่ใจตัว ไม่มี​ความไม่อดทนไม่มีให้เห็น​แม้​แต่​แม้​แต่ร่องรอย

"นานมาแล้ว​ มีชายคนหนึ่ง​​ต้องเดินทาง​ไปทำธุรกิจต่างเมือง ​เขาสั่งให้รถม้ามารับ​เขาตอน​พระอาทิตย์ขึ้น​ ​เขา​แต่งตัวเตรียมสัมภาระเรียบร้อย​ก่อน​พระอาทิตย์ขึ้น​หนึ่ง​ชั่วโมง ​และใน​ระหว่างชั่วโมง​ที่รอ ​เขาก็เดิน​ไปมาบ่นงึมงำด่าว่า​พระอาทิตย์ว่าไม่รู้จักขึ้น​เสียที "ฉัน​พร้อมแล้ว​ ฉัน​ต้องการ​ไปเดี๋ยวนี้" ​เขาว่า "ไม่รู้จักขึ้น​สักที​พระอาทิตย์ ไม่รู้หรือว่าฉัน​พร้อมแล้ว​?"

"ลูกว่า​เขา​เป็นคนโง่ไหมจ้ะ​ แคล์เร็นส์?"

ลูกชายหัวเราะ ​และบอกแม่ว่า ชายคนนั้น​ช่างเขลาเสียจริง​ที่​ไปบังคับให้​พระอาทิตย์ขึ้น​
"ลูกว่า​เขาเขลามากกว่าลูก​ที่ไม่อดทนรออาหารเย็น บ่นพึมพำอย่าง​เมื่อกี้หรือเปล่า?"

แคล์เร็นส์หัวเราะอีก บอกแม่ว่า​เขาไม่ทราบ ​และตอนนั้น​เอง คนครัวนามว่า "ฮานน่าห์" ก็เดินเข้ามา ผลักโต๊​ที่มีล้อเลื่อน บนโต๊มีอาหารเย็นของเด็กๆ​​พร้อมแล้ว​ แคล์เร็นส์ลุกขึ้น​ กระโดดอย่างรีบร้อนเข้า​ไปลากเก้าอี้ตัวหนึ่ง​ด้วยเสียงดัง​ไป​ที่โต๊ะอาหารทันที

"ลูกจ๋า...​ลูกลองทำให้เรียบร้อย​กว่านี้หน่อย​นะลูก" แม่ของ​เขากล่าว เสียงอ่อนๆ​ พลางมองหน้าลูกชายด้วยสายตาอ่อนโยนรัก​ใคร่

แคล์เร็นส์หยุดชะงัก ค่อยๆ​ดึงเก้าอี้ออกมาอย่างนุ่มนวล ปราศจากเสียงอย่างตอนแรก
"โอ...​ดีจังเลย​ลูก"

​และนั่น​คือวิธี​ที่แม่ของแคล์เร็นส์แก้ไขนิสัยไม่​เป็นระเบียบ ใจร้อน ชอบทุ่มเถียง ​และขาด​ความอดทนของเด็กชาย ทำให้อารมณ์เร็วร้อนของ​เขาดีขึ้น​ แก้ไข​ความไม่สุภาพ ไม่คำนึงนึกถึง​ความทุกข์สุขของ​ใคร ไม่เกรงใจ​ใคร แม่ของเด็กชาย​ต้องแก้ไข ​ต้องเตือนทุกวี่ทุกวัน ทุกเย็น ​เขาบ่นเรื่อง​อาหารไม่เสร็จ นาง​ต้องเตือนด้วยคำพูด ด้วยสายตา เหมือนๆ​กันทุกวัน ​แต่นางก็ทำต่อ​ไปด้วย​ความรัก ไม่เคยแสดงให้รู้ว่า นางเบื่อหรือเหนื่อย น้อยครั้ง​ที่นาง​จะให้​เขาเห็นว่านาง​กำลังเหนื่อย​และอาจ​จะสิ้น​ความอดทน ไม่ว่านาง​จะกลุ้มใจใน​ความประพฤติของลูกชายคนนี้มากอย่างไร นางก็เก็บ​ความกลุ้มใจ​และ​ความห่วงใยไว้ใน​ที่ลึกๆ​ของดวงใจของคน​เป็นแม่ ไม่ให้​ใครล่วงรู้ ไม่เศร้าให้​ใครเห็น นอกจากสามีผู้​เป็นพ่อของเด็ก

อีกวัน​ต่อมา นางรู้สึกไม่สบาย ปวดศีรษะมากๆ​ตลอดตอนเช้า​ นาง​ได้ยินเสียงเด็กๆ​บนทางเข้าบ้าน​เมื่อพวก​เขากลับบ้านตอนมื้อกลางวัน นางพยายามลุกขึ้น​​เพื่อ​ไปเตรียมอาหาร​และดูแลลูกๆ​ "อย่าลุกเลย​ เดี๋ยวน้าดูเด็กๆ​ให้เองจ้ะ​" น้าแมรีบอก

มิสสิซฮาร์ทลีย์ ไม่เคยให้​ใครทำสิ่ง​ที่นางพอ​จะทำ​ได้ ​เพราะตระหนักว่า ลูกชายนามแคล์เร็นส์นั้น​ไม่ค่อยมี​ใครจัดการนิสัย​และอารมณ์หงุดหงิดของ​เขา​ได้ ​แต่วันนี้อาการปวดศีรษะรุนแรงเกินกว่า​ที่​จะทำอะไร​​ได้ นอกจากนอนพัก ​ต้องปล่อยให้น้าแมรีช่วย นาง​ได้ยินเสียงโครมคราม เสียงเถียงกันตั้งแต่นาทีแรก​ที่เด็กๆ​ก้าวเข้ามาในบ้าน ใน​ที่สุด เสียง​ที่ดังชัดเจนอย่างโกรธจัดของเจ้าแคล์เร็นส์ก็​ได้ยินติดๆ​กันหลายๆ​ประโยค ทำให้นาง​ต้องโผเผเดินมา​ที่ห้องอาหาร ​ซึ่ง​กำลังวุ่นวายกันอย่างหนัก น้าแมรีไม่เหลืออาการใจเย็นอยู่​เลย​ ​กำลังดุเด็กๆ​อย่างอารมณ์เสีย ​ส่วนแคล์เร็นส์นั้น​ พ่อตัวดี​กำลังยืนอยู่​​ที่โต๊ะอาหารจ้องหน้าน้าแมรี่อยู่​อย่าง​จะกินเลือดกินเนื้อ ไม่ยอมถอย​แม้​แต่ก้าวเดียว โกรธจัด ​เพราะน้าแมรีมายุ่ง​กับ​เขา มาบ่นว่าเรื่อง​กิริยาท่าทาง​และ​ความ​ต้องการของ​เขา ​แต่​เมื่อ​เขาหันมาเห็นแม่ สีหน้า​และท่าทางเปลี่ยน​ไปทันที ทำหน้างงงวยแทน​ที่สีหน้าโกรธขึ้ง​ที่มีก่อนหน้านี้

"แคล์เร็นส์...​มา​กับแม่ ​ไป​ที่ห้องแม่หน่อย​ลูก" นางบอกเสียงเศร้า เสียงนั้น​ทำให้​เขารู้สึกผิดทันที รู้สึกผิดว่าไม่รู้จักบังคับตัวเอง

"มีอะไร​หรือลูกชายของแม่?" มิสสิซฮาร์ทลีย์ถามทันที​เมื่ออยู่​กันตามลำพัง กุมมือของเด็กชายไว้​ทั้งสองข้าง จ้องหน้าสบตา​กับ​เขา

"ผมขอให้น้าแมรีช่วย น้าไม่ยอมทำ"

"ทำไม่ไม่ช่วยล่ะลูก?"

"น้า​จะช่วยเฮนรี่ก่อนจ้ะ​"

"คิดว่าน้าแมรี่มีเหตุผล​ที่ควรช่วยเฮนรี่ก่อนจ้ะ​ ลูกรู้ไหมว่าทำไม?"

"บอกว่า​เพราะเฮนรี่เล็ก​ที่สุด" ​เขาทำหน้ามุ่ย ตอบเสียงห้วน ไม่สบอารมณ์​ที่ไม่​ได้อย่าง​ต้องการ
"ลูกไม่เห็นว่า​เป็นเหตุผล​ที่ดีหรือลูก?"

"ผมมีสิทธิ​ได้รับการช่วยเหลือเท่า​กับเฮนรี่นี่จ้ะ​"

"​เอาละ...​เราลองดูนะลูกว่าลูกมีสิทธิเท่าเฮนรี่ในเรื่อง​นี้หรือเปล่า ลูก​กับ มารีแอน ​และเฮนรี กลับมาบ้าน​พร้อมกัน หิวเหมือนๆ​กัน มารีแอน นั้น​..​เป็นพี่คนโต มีอายุมาก​ที่สุด ควร​จะ​ต้องดูแลน้องๆ​​ที่อายุน้อยกว่า ลูกนั้น​อายุแก่กว่าเฮนรี่ ดังนั้น​ควรดูน้องบ้างเหมือนกัน แม่ว่านั่นแหละ​​คือเหตุผลของน้าแมรี ​ที่ช่วยเฮนรี่ก่อน น้าแมรี่ช่วย มารีแอน ไหมจ้ะ​?"

"ไม่ครับ​"

"แล้ว​ มารีแอน ต่อว่า หรือโกรธ ไหมลูก?"

"ไม่ครับ​แม่"

"ไม่มี​ใครต่อว่า หรือบ่นคร่ำครวญ นอกจากลูกชายของแม่คนนี้คนเดียว ทำไม​เป็นอย่างนั้น​ล่ะลูก? แม่บอกลูก​ได้อย่าง​ที่เคยบอกนั่นแหละ​ ​เพราะลูกชอบปล่อยให้​ความเห็นแก่ตัวครอบงำ ปล่อยให้มันชนะลูก ​ถ้าปล่อยให้มันชนะ ก็​จะกลาย​เป็นคนไม่พอใจอะไร​​ทั้งนั้น​ละลูก ​ถ้าสมมุตินะลูก...​ สมมุติว่าลูกช่วยเฮนรี​เพราะรักน้อง แทน​ที่​จะบ่นว่าน้าแมรี่​ที่ไม่ช่วยลูกก่อน ลูกอาจ​จะรู้สึกดีมากๆ​​ที่ช่วยน้อง ​ถ้าลูกพูด​กับน้าแมรี่ว่า "ไม่​ต้องหรอกครับ​ ช่วยน้องเฮนรี่ก่อนเถอะครับ​" แม่ว่า น้องเฮนรี่​จะ​ต้องตอบว่า
"ไม่​เป็นไรครับ​ ช่วยพี่แคล์เร็นส์ก่อน หนูรอ​ได้" เห็นไหมลูก เหตุการณ์​จะเปลี่ยน​ไปเลย​ ลูก​จะ​ได้รับ​ความชื่นใจแทน​ที่​จะหงุดหงิด ​และน้าแมรีก็​จะมี​ความสุข ด้วย​ความดีใจ​ที่เห็นพี่น้องสองคนรักกัน ​และต่างก็คิดถึง​ความสุขของกัน​และกัน"

เสียงอ่อนโยนปนเศร้าของแม่ทำให้แคล์เร็นส์รู้สึกตัว ​และเด็กชายก็​กำลังต่อสู้​ความรู้สึกของตน พยายามทำ​ความเข้าใจ​ที่แม่อธิบายให้ฟังอย่างอ่อนโยน ​และแล้ว​แม่ของ​เขาพูดต่อว่า "แม่ไม่สบายมากๆ​ตั้งแต่เช้า​เลย​ลูก ​ต้องนอนพัก แม่เคยดูแลลูกทุกครั้งตอนลูกกลับจากโรงเรียน ​และก็พยายามให้ลูกทุกคนมี​ความสุข​โดยเฉพาะลูกนะแคล์เร็นส์ แม่พยายาม​เอาใจลูกมาตลอด วันนี้แม่ไม่ไหวจริงๆ​เลย​​ต้องให้น้าแมรีทำให้ ตอนนี้แม่รู้แล้ว​ ว่าแม่คิดผิด​ที่ไม่ลุกขึ้น​มาทำเอง ​เพราะแม่คงป้องกันการปะทุระเบิดอารมณ์ของลูก​ได้ ตอนนี้แม่ปวดหัวมากขึ้น​สักสิบเท่า ​และหัวใจของแม่ก็เจ็บเหลือเกินลูกเอ๋ย...​"

แคล์เรนส์ร้องไห้ทันที โผเข้าซบหน้า​กับคอแม่ ร้องไห้อย่างขมขื่น รู้สึกผิดจริงๆ​

"ผมสัญญาจ้ะ​แม่ว่าผม...​​จะ...​​จะพยายามทำดี" ​เขาสะอื้น กล่าวเสียงตะกุกตะกัก "ผมก็พยายามนะแม่บางครั้งน่ะ ​แต่ไม่รู้​เป็นไงมันยากจัง"


"ลูกก็​ต้องพยายามตลอดเวลาละลูก ​เอาละ...​​ไปกินข้าวนะลูก หรือ​จะให้แม่​ไปด้วย?"

"ไม่​ต้อง แม่จ๋า" ​เขาตอบ มองแม่ด้วยสายตาเต็ม​ไปด้วยรัก​ใคร่ ​ความอาทร "แม่ไม่สบาย แม่ไม่​ต้อง​ไป พักนะจ้ะ​ ผม​จะ​เป็นเด็กดีจ้ะ​"
แคล์เร็นส์จูบแก้มแม่อีกครั้งก่อนออก​ไป​ที่ห้องอาหาร

"มาแล้ว​เรอะ เด็กซน" น้าแมรีทักเสียงเข้ม

คำ​ที่อยาก​จะสวนออกมารออยู่​​ที่ริมฝีปาก ​แต่แคล์เร็นส์ก็กลืนมันลงคออย่างยากลำบาก ​และนั่งลงใน​ที่นั่งของ​เขา น้าแมรี่นั้น​ยังไม่หายหงุดหงิด เลย​ต่อว่ากระแทกกระทั้น​กับเด็กชายตลอดเวลาอาหาร แคล์เร็นส์บังคับตนเองไม่โต้ตอบ​เพราะยังเห็นใบหน้าของแม่อัน​เป็น​ที่รัก ​ที่มีน้ำตานองหน้า ​และตระหนักว่านาง​กำลังไม่สบาย ​ความคิดนี้​และ​ความอาทรต่อแม่เท่านั้น​​ที่ทำให้เด็กชายไม่ปล่อยให้อารมณ์ของตนระเบิดขึ้น​มาอีกครั้ง

​เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว​ แคล์เร็นส์กลับมาหาแม่ของ​เขา ​เอาศีรษะวางบนหมอนใบเดียว​กับแม่ บอกแม่ว่า

"ลูกรักแม่นะจ้ะ​" บอกเสียงอ่อนโยน "​แต่เกลียดน้าแมรีจังเลย​"

"โอ...​แคล์เร็นส์ ลูกพูดอย่างนั้น​ไม่​ได้ น้าแมรีน่ะทำอะไร​ต่ออะไร​ให้ลูก​กับพี่​กับน้องเยอะแยะ ลูก​ต้องไม่เกลียด​ใครนะลูก"

"น้าแมรีไม่ทำอะไร​ให้ผมสักอย่าง" ​เขากล่าวอย่างดื้อดึง "เรียกผมว่า "เด็กซน" ​และก็พูดยั่วให้ผมโกรธ​ทั้งๆ​​ที่ผมอยาก​เป็นเด็กดี"

"ลูก​ต้องคิดนะลูกว่าทำไมน้าแมรีเรียกลูกว่า "เด็กซน" ลูกรู้ตัวดีนี่นะว่า บางครั้งก็​เป็นเด็กซนจริงๆ​อย่างว่านั่นแหละ​ ​และก็ทำซนแกล้งน้าแมรีด้วย...​จริงๆ​"

"​แต่ก็ว่า​เมื่อผมออก​ไปกินข้าวนี่เองนะจ้ะ​ ตอนนั้น​ลูกก็เสียใจแล้ว​ ​และอยาก​เป็นเด็กดี"
"น้าแมรีคงไม่รู้นั่นแหละ​ลูกว่าลูกเสียใจแล้ว​ ตอน​ที่ลูกถูกเรียกว่า "เด็กซน" ลูกตอบว่าอย่างไร?"

"ผมอยาก​จะเถียงว่า "น้านั่นแหละ​โง่" ​แต่ผมไม่​ได้พูดนะแม่ ผมพยายามบังคับลิ้นไม่ให้พูดสิ่งไม่ดี ​แต่มันก็อยากพูด"

"ทำไมลูกถึงไม่อยากพูดคำไม่ดีล่ะจ้ะ​?"

"​เพราะว่ามัน​เป็นสิ่งผิดนี่จ้ะ​ ​และแม่ก็คงเสียใจด้วย ​และผมก็รักแม่" เด็กชายผู้สำนึกผิดจูบแม่อีกครั้ง น้ำตาไหลพราก ​และแม่ของ​เขาก็มีน้ำตาซึมเช่นกัน

มิสสิซฮาร์ลีย์พูดเรื่อง​นี้​กับสามี พ่อของลูก นางกล่าวว่า "สัญญาณ​ที่แกอยากพยายามทำดีนะคะ​ แรง​และจริงใจ แกมีหัวใจ​ที่อ่อนโยน​แต่ฉันกลัวเหลือเกิน กลัวอารมณ์​ที่รุนแรง​และฉุนเฉียว​จะชนะเหมือนหญ้าวัชพืช​จะเกาะกินเติบโตอย่างรวดเร็ว ​ถ้าเราไม่ป้องกันตั้งแต่ยังเด็ก"

"จริงละแอนนา น่ากลัวเรื่อง​อารมณ์จริงๆ​ ​แต่การกระทำอย่าง​ที่เธอ​กำลังทำอยู่​นี้ดี​ที่สุด ​ความรัก ​ความอ่อนโยนนั้น​ พี่ว่าดี​ที่สุดสำหรับเด็กอย่างนี้ เจ้านี่​จะเติบโต​และ​ต้องผจญอีกมาก​ทั้ง​ความดี​ความเลว ​เมื่อโตขึ้น​ เด็ก​จะมี​ความทรงจำ ​ที่​จะพอเหนี่ยวรั้งให้คิด​ได้บ้าง อย่างวันนี้ อย่างน้อยแกก็คงรู้สึกว่า​แม่เหนี่ยวรั้งไม่ให้ตกนรกด้วยสายใยแห่ง​ความรัก ​ความดี​ที่ปลูกฝังไว้ อย่างน้อยก็​จะเหลืออยู่​ให้แก​ได้คิด ​ส่วนมาก​ที่มนุษย์ยอมปล่อยให้​ความชั่วครอบงำ พิสูจน์​ได้ว่าตอนเด็กไม่มี​ความรัก​โดยเฉพาะ​ความรักของแม่เหนี่ยวรั้งไว้ สำหรับแคล์เร็นส์นั้น​ พี่เชื่อว่า ​ถ้าแกมีแม่คนละอย่าง​จะโตออกมา​เป็นคนละคน พี่ตอนเด็กนั้น​ ก็เหมือนลูกแคลฺ์เร็นส์ตอนนี้แหละ​ ​ถ้าไม่​ได้แม่ของพี่​ที่​ใช้​ความรัก​ความอ่อนโยน​และอดทนอย่างหา​ที่เปรียบไม่​ได้ ค่อยๆ​ทำให้พี่ดีขึ้น​ ชี้ให้เห็น​ความผิด​ความถูก ชี้ให้ดูว่าควร​จะระงับอารมณ์อย่างไร ​เมื่อพี่มีอาการอยู่​ไม่สุข หงุดหงิด แม่ก็มีหนังสือ มีวิธีทำให้พี่​ได้คิด พี่จำแม่​และรักแม่ตลอดมาด้วย​ความกตัญญูรู้คุณ ​ถ้าไม่​ได้แม่ พี่​เป็นคนละคนแน่นอน พี่ยังรู้สึกสัมผัสของแก้มแม่​ที่แนบแก้มพี่​ได้เลย​ ​จะทำอะไร​ก็คิด​แต่เรื่อง​​ความรักของแม่ คิดทำดีให้​ได้ กลัวเหลือเกินว่าแม่​จะเสียใจ ถึงตอนนี้ท่านจาก​ไปแล้ว​ก็เถอะ ...​พ่อนั้น​ก็เมตตา ​และพี่รู้ว่ารักพี่ ​แต่ท่าน​ได้​แต่​เอามือวางบนหัว...​​และพี่ก็ไม่เคยหวังให้พ่อทำ​ได้มากกว่านี้นะ ​ที่ท่านทำนั้น​​เป็นการแสดง​ความรักตามแบบของท่าน ​แต่แม่นั้น​ รอยจูบ​ที่อ่อนโยน รอยสัมผัส รอยโอบกอดทำให้พี่รู้ว่าท่านรัก ทำให้พี่รู้ว่า​ต้องทำดีให้แม่ชื่นใจ​และมี​ความสุข พี่นั้น​ระลึกถึง​ความอ่อนโยน อ่อนหวานอยู่​เสมอ ไม่มีอะไร​​ที่​จะดีกว่าอิทธิพลของแม่​เมื่อตอนเราเด็กๆ​อีกแล้ว​พี่เชื่ออย่างไม่มีข้อสงสัยเลย​"

เรื่อง​ของ
T.S. Arthur (1809-1885), นักเขียนอเมริกัน

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2432 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง ความรักของแม่
ผู้แต่ง กัลปจันทรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๙ สิงหาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องแปล
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๙๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-12172 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 09 ส.ค. 2550, 03.21 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-12200 ], [125.24.100.166]
เมื่อวันที่ : 11 ส.ค. 2550, 18.05 น.

ทุ่มเถียงนะคะ​ ไม่ใช่ ทุ่งเถียงค่ะ​

​เป็นตัวอย่างของคน​ที่​เป็นแม่​ต้องอดทน ​และพยายาม​ที่​จะสั่งสอนลูกให้​เป็นคนดี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : jasminek [C-12205 ], [65.73.217.14]
เมื่อวันที่ : 12 ส.ค. 2550, 05.46 น.

สวัสดีค่ะ​

ดีใจ​ที่​ได้เห็นโน้ตของคุณอีก ไม่​ได้ข่าวเลย​นะคะ​ตั้งแต่เรื่อง​นายอาคิมจบ หวังว่าคุณ​และคน​ที่คุณรักคงสบายดีนะคะ​

ขอบคุณค่ะ​แก้แล้ว​ ​เป็น "ทุ่มเถียง" กราบขอบคุณค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : aboy999 [C-14238 ], [124.120.151.55]
เมื่อวันที่ : 20 มิ.ย. 2551, 03.15 น.

เรื่อง​นี้ซึ้งจับใจเลย​คราบบบบ...​.

​จะติดตามต่อปายยยย!...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น