นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๕ กรกฏาคม ๒๕๕๐
อันความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่
กัลปจันทรา
...​​พระเจ้า...​​.สักวันหนึ่ง​​นะ...​​ซู...​​ข้า​​จะวาดภาพชิ้นเอก ​​และเราก็​​จะย้าย​​ไปจาก​​ที่นี่นะ ​​ไปกันสามคนเลย​​...​​​​พระเจ้าช่วยลูกด้วยเถิด...
อัน​ความกรุณาปราณี ​จะมี​ใครบังคับก็หาไม่ -- O. Henry

ในเขตแถวๆ​ทางด้านตะวันตกของจัตุรัส​ที่ชื่อ "วอชชิงตันสแควร์" นั้น​ถนนตัดกันอย่างยุ่งเหยิงน่าปวดเศียร บาง​ส่วนก็กลาย​เป็นถนนแยกออกมา​เป็นสายสั้นๆ​ ทำให้​เป็น​ที่เรียกว่า "ณ" หรือ "เพลส" ​ที่มีชื่อนั้น​ชื่อนี้ "ณ" เหล่านี้​เป็นรูปร่างแปลกๆ​ ถนนสายหนึ่ง​ตัดตัวเองครั้งสองครั้ง ศิลปินนายหนึ่ง​​ได้ค้นพบว่าแถวนี้​เป็นทำเล​ที่ดี ศิลปินลงทุนซื้อสี กระดาษ ​และผ้าแคนวาสสำหรับวาดภาพของจิตรกร พอคนเก็บเงินตามมา เดินข้าม​ไปข้ามมาแป๊บเดียว ชายผู้นั้น​​จะพบว่าตัวเองกลับออก​ไป​ที่เก่า​โดย...​ไม่มี​ใครจ่ายให้​เขาสักเซนต์เดียว

สถาน​ที่​เป็น"ณ" แห่งหนึ่ง​ชื่อ "กรีนวิช วิลเลจ" มีลักษณะคล้ายๆ​เมืองเก่า​ที่มีเสน่ห์ดึงดูดผู้คน พวกศิลปิน​ได้เข้ามาเสาะหาของเก่าจำพวก หน้าต่างทางด้านทิศเหนือ หน้าจั่วสมัยศตวรรษ​ที่สิบแปด ห้องใต้หลังคามีหน้าต่างดัชน์ ​และค่าเช่าถูกๆ​ ​และแล้ว​พวก​เขาก็สั่งพวกเหยือกทำด้วยดีบุก กระทะ​ที่จุดเทียนไว้ข้างใต้สำหรับอุ่นอาหารให้ร้อนอยู่​ตลอดเวลา มาจากซิกส์ธเอเวนิวแห่ง มหานครนิวยอร์ค ​และตั้งชื่อย่านศิลปินนี้ใหม่ว่า "โคโลนี"

บนอาคารอิฐสามชั้นซอมซ่อนี้ สาวซู ​กับ​เพื่อนสาวอีกคนชื่อ โจนซี่ (ชื่อเล่นของโจแอนนา) มีสถาน​ที่เรียกว่าสติวดิโอ ชื่อ "โจนซี่" ​เป็น​ที่ขายงานศิลปะ สาวคนแรกนั้น​มาจากรัฐเมน อีกคนมาจากรัฐคาลิฟอร์เนีย เจอกัน​ที่ร้านอาหารชื่อ "เดลโมนิโค" ​ที่เอทธ์สตรีตในมหานครนิวยอร์ค ถูกคอกันเรื่อง​สลัดชิคคอรี่ ​และแขนเสื้อสไตล์บิชอบสลีฟส์เข้า ​และชอบศิลปะเหมือนๆ​กัน เลย​ตั้งสติวดิโอ "โจนซี่" ขึ้น​

​ที่ว่านั้น​เกิดขึ้น​ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้ว​ ​แต่ตอนนี้มันเดือนพฤศจิกายน มีเจ้าตัวแปลกหน้า​ที่นายแพทย์เรียกชื่อว่า "นายเชื้อ ปวดบวม" หรือ "มิสเตอร์ นิวโมเนีย" เดินตาม​ใครต่อ​ใคร​ไปทั่ว "โคโลนี" ​ใช้มือเย็นจัด​ไปจับคนนี้แตะคนนี้...​ห้ามก็ไม่ค่อย​ได้ ด้านตะวันออกนั้น​คนตายกันมาก​เพราะเจ้าตัวร้ายนี่ มัน​กำลังเดินลากเท้ามาอย่างช้าๆ​...​ มาแถวๆ​​ที่อาคารมีมอสปกคลุมหนาวเย็นแถวๆ​​ที่เรียกว่า "ณ" หรือ "เพลส"

"มิสเตอร์นิวโมเนีย" นี้เรียกว่า​เป็นสุภาพบุรุษไม่​ได้แน่ ผู้หญิง​ที่เลือดจางจากแสงอาทิตย์แสนอบอุ่นในคาลิฟอร์เนียอย่างโจนซี่นั้น​ไม่​เป็นเกม​ที่ยุติธรรมนักสำหรับเจ้าแก่​ที่หายใจกระหืดกระหอบ​และมีมือ​เป็นสีแดงด้วย​ความหนาวนี่ ​แต่มันเข้าครอบคลุมโจนซี่อย่างเจ็บปวด เธอ​ได้​แต่นอนซมไม่ขยับตัว บนเตียง​ที่คลุมด้วยผ้าปูเตียงมีภาพวาดด้วยฝีมือเธอ ​ได้​แต่มองผ่านหน้าต่างแบบดัชน์ออก​ไป เห็นผนังด้านนอกว่างๆ​ด้านหนึ่ง​ของบ้านก่อสร้างด้วยอิฐหลังหนึ่ง​

เช้า​วันหนึ่ง​ นายแพทย์​ที่มีคิ้วหงอกหนาไม่​เป็นระเบียบ ​ที่วิ่งวุ่น​เพราะเจ้าตัว "มิสเตอร์ นิวโมเนีย" ขอพูด​กับซูในห้องโถง

"เธอมีโอกาศรอด เอ้อ...​ผมว่า หนึ่ง​ในสิบเท่านั้น​ครับ​" ​เขาว่า พลางสะบัดเครื่องมือวัดอุณภูมิไข้ให้มอร์คิวรี่ลง "​และโอกาศนั้น​มีสำหรับคนอยากอยู่​เท่านั้น​ ทาง​ที่ว่านี้ทำให้พวกสัปเหร่อว่า​เป็น​ความหวัง​ที่แสนโง่ ​แต่​เพื่อนคุณ​ได้ตัดสินใจว่าอยากตายแล้ว​นะครับ​ เธอเคยอยากทำอะไร​ดีๆ​บ้างไหมครับ​นี่?"

"เธอเคยอยาก​ไปวาดภาพ​ที่อ่าวเมืองเนเปิลส์ อิตาลีค่ะ​" ซูตอบ

"วาดภาพ...​ฮืม...​อยากอะไร​อีกไหมครับ​​ที่ดีกว่านั้น​อีกสักสองเท่า? อย่าง...​​กำลังมีรัก​กับชายคนหนี่ง?"

"ผู้ชาย?" ซูส่งเสียงแหลม​ที่มีสำเนียงเชื้อยิว "เฮอะ..อย่าง​กับมีผู้ชาย​ที่มีค่ามาให้รักงั้นแหละ​...​เอ้อ...​ไม่มีค่ะ​"

"งั้นก็หา​ความรัก...​​ความหวังอะไร​สักอย่าง" นายแพทย์กล่าว "ผม​จะทำทางวิทยาศาสตร์แพทย์นะครับ​ ทำอย่างดี​ที่สุด ​แต่เวลาคนไข้​กำลังนับว่า​จะมีรถกี่คันในขบวนศพ ผม​ต้องหักออกห้าสิบเปอร์เซนต์ทางด้านรักษาด้วยยา​ทั้งหลาย ​ถ้าคุณทำให้เธอถามถึงแฟชั่นแขนเสื้อโค้ตในฤดูหนาวนี้​ได้ ผมว่าคุณ​จะ​ได้เห็นทางรอด หนึ่ง​ในห้านะครับ​ แทน​ที่​จะ​เป็นหนึ่ง​ในสิบอย่างตอนนี้"

พอนายแพทย์กลับ​ไปแล้ว​ ซูเข้า​ไปร้องให้​ที่ห้องเขียนภาพจนผ้าเช็ดหน้า "ญี่ปุ่น" เหลวเละ​ไปด้วยน้ำตา ​และแล้ว​เธอก็เข้า​ไปในห้องของโจนซี่ ถือกระดานเขียนภาพ​ไปด้วย​พร้อมผิวปาก​เป็นเพลงแร็กไทม์

โจนซี่นอนนิ่งอยู่​ใต้ผ้าห่ม ผอมจนแทบไม่มี​ส่วนนูนให้เห็นบนผ้าห่ม หันหน้า​ไปทางหน้าต่าง ซู เลิกผิวปาก​เพราะนึกว่า​เพื่อน​กำลังหลับ

เธอเริ่มเขียนภาพ​ใช้ปากกา​และหมึก ตั้งใจทำงาน​เป็นภาพประกอบนิยายเรื่อง​หนึ่ง​​ที่​จะลงในหนังสือรายสัปดาห์ จิตรกร​ที่ยังใหม่​ทั้งหลาย​ต้องค่อยๆ​กรุยทางด้วยการเขียนภาพประกอบเรื่อง​ให้หนังสือ​ที่ออก​เป็นรายสัปดาห์ รายปักษ์ หรือรายเดือน เช่นเดียว​กับ นักเขียนใหม่ๆ​​ต้องเขียนเรื่อง​ลงหนังสือดังกล่าวด้วย ก่อน​ที่​จะ​ได้เขียนวรรณกรรมนั่นเอง

ตอน​ที่ซู​กำลังสเก็ทช์ภาพกางเกงขี่ม้า​ที่สง่างามมี​ความหรูหราฟู่ฟ่าพอ​ที่​จะอวดชาวบ้าน​ได้ ​และ​กำลังร่างตัวเอก ตัวเอกนั้น​​เป็นคาวบอยในรัฐไอดาโฮ เธอ​ได้ยินเสียงพึมพำ ย้ำซ้ำๆ​ เธอรีบเดิน​ไป​ที่เตียงนอน

ตาของโจนซี่ลืมโพลง จ้องผ่านหน้าต่าง​และเธอ​กำลังนับ ...​นับถอยหลัง
"สิบสอง" เธอนับ ​และ อีกสักอึดใจ​ต่อมา "สิบเอ็ด" ​และแล้ว​ "สิบ" ​และ "เก้า" ​และ "แปด" ​และ "เจ็ด" เกือบติดๆ​กัน

ซูพยายามมองหาว่าอะไร​​ที่อยู่​นอกหน้าต่างทำให้โจนซี่นับอยู่​ ไม่เห็นมีอะไร​เลย​นอกจากสนามหญ้า​ที่มีหญ้าแห้งๆ​ ​และผนังด้านนอกของบ้านอิฐห่าง​ไปราวๆ​ยี่สิบฟุต มีเถาไอวีแก่​เป็นตะปุ่มตะป่ำ​และเห็นราก​ที่ผุพังเกาะอยู่​ครึ่งผนังอิฐด้านนั้น​ ลมหนาวฤดูใบไม้ร่วงทำให้ใบของมันร่วงเกือบหมด เหลือไม่กี่ใบอยู่​บนเถา​ที่เกาะอยู่​อย่างเหนียวแน่นบนผนังอิฐ ​ที่ดูเหมือนว่าอาจ​จะพังลง​เมื่อไหร่ก็​ได้


"อะไร​จ้ะ​ ​เพื่อนจ๋า? บอกซูดี้​เพื่อนเธอหน่อย​นะจ้ะ​"
"หก" โจนซี่ตอบเสียงเกือบ​เป็นกระซิบ "มัน​กำลังร่วงอย่างรวดเร็วตอนนี้ ​เมื่อสามวัน​ที่แล้ว​มีเกือบร้อย ฉันพยายามนับมันเสียปวดหัวเลย​ ​แต่ตอนนี้ง่ายแล้ว​นะจ้ะ​ นั่น...​ร่วงอีกหนึ่ง​แล้ว​ โอ...​เหลือแค่ห้า...​"

"ห้าอะไร​จ้ะ​? บอกซูดี้หน่อย​เถิด"

"ใบไม้จ้ะ​ บนเถาไอวีนั่นไงจ้ะ​ ​เมื่อใบร่วงหมด ฉัน​ต้อง​ไปนะจ้ะ​...​​ต้อง​ไปเหมือนกัน รู้มาแล้ว​ตั้งสามวันแล้ว​นะจ้ะ​ หมอไม่​ได้บอกเธอหรือจ้ะ​?"

"อุ๊ย...​​เพื่อนจ๋า ไม่เคย​ได้ยินคำพูดเหลวไหลอย่างนั้น​เลย​" ซูทำเสียงบ่นอุบ ด้วยท่าทางให้เห็นว่า​ใคร​จะ​ไปเชื่อคำพูดแบบนั้น​ "การ​ที่เธอ​จะหายป่วยเกี่ยว​กับใบไอวีแก่ๆ​​ได้อย่างไรจ้ะ​? ​และเธอก็เคยรักเจ้าเถาไอวีนี้นักหนา ฮื้อ...​ทำ​เป็นเด็กซนๆ​​ไป​ได้ คิดเหลวไหลจังเลย​ หมอเพิ่งบอก​เมื่อเช้า​นี้เองว่าเธอ​จะหาย...​.เอ...​​เขาว่าอย่างนี้เลย​นะจ้ะ​ สิบในหนึ่ง​...​ใช่แล้ว​ นั่นเท่า​กับ​ที่เราเสี่ยงตอนเดินหรือนั่งรถรางในเมืองนิวยอร์คนั่นแหละ​...​นี่จ้ะ​...​ดื่มน้ำซุปหน่อย​นะจ้ะ​ ​และให้ซูดี้​เพื่อนของเธอกลับ​ไปวาดภาพต่อนะจ้ะ​ ​เพื่อ​จะขายให้บรรณาธิการหนังสือจ้ะ​ แล้ว​​จะซื้อพอร์ตไวน์ให้เธอ...​เด็กป่วยคนนี้นะจ้ะ​ อ้อ...​​จะซื้อสันหมูให้ตัวเองผู้ตะกละด้วย...​นะจ้ะ​"

"ไม่​ต้องซื้อไวน์จ้ะ​" โจนซี่บอก ดวงตายังมองผ่านหน้าต่าง "ร่วงอีกใบแล้ว​ ไม่...​ไม่​ต้องการซุป ยังเหลืออีกสี่ ฉันอยาก​จะเห็นใบสุดท้ายร่วงก่อน​จะมืด แล้ว​ฉันก็​จะ​ไปนะจ้ะ​"
"นี่โจนซี่​เพื่อนรัก" ซูพูด ก้มตัวมอง​เพื่อนสาว "สัญญานิด​ได้ไหมจ้ะ​ว่า​จะหลับตา​และไม่มองผ่านหน้าต่างจนกว่าฉัน​จะวาดภาพเสร็จ? ฉัน​ต้องส่งภาพพรุ่งนี้​และตอนนี้​ต้องมีแสงสว่างนะจ้ะ​ ​ถ้า...​ไม่สัญญาละก็ ...​​จะดึง​ที่บังตาลงปิดหน้าต่างนะจ้ะ​"

"​ไปวาด​ที่ห้องอื่นไม่​ได้รึ?" โจนซี่ถามเสียงเย็น

"ก็อยากอยู่​​กับเธอนี่จ้ะ​" ซูตอบ "​และไม่อยากให้เธอมองดูใบไม้บ้าๆ​อีกด้วย"

"งั้นก็บอกฉันตอนเสร็จด้วยก็แล้ว​กัน" โจนซี่กล่าว ปิดเปลือกตา ​และนอนหน้าซีด นิ่งสนิทราว​กับรูปปั้น "ฉันอยากเห็นใบสุดท้ายนี่นา ฉันเหนื่อยไม่อยากรออีกแล้ว​ ไม่อยากคิดอีกแล้ว​ อยาก​จะหลุดร่วงลง​ไป ร่วงลง...​ลง อย่างใบไม้​ที่เหนื่อยอ่อนอย่างนั้น​จัง"

"พยายามหลับนะจ้ะ​" ซูบอก "ฉัน​ต้อง​ไปขอร้องให้คุณเบอร์แมนมา​เป็นนายแบบ "คนงานทำเหมืองแก่ๆ​" หน่อย​นะจ้ะ​ ​ไปแป๊บเดียว อย่าขยับล่ะจนกว่าฉัน​จะกลับมา"

ชายชรา​ที่ชื่อ นายเบอร์แมนนั้น​อยู่​อพารต์เมนท์ชั้นล่างใต้อพารต์เม็นท์ของเธอ​ทั้งสอง ​เขาอายุเกินหกสิบแล้ว​ มีเคราโมเสสแบบของไมเคิล แองจิโล ​เป็นลอนยาวมาตามร่างกายเตี้ยๆ​ของ​เขา นายเบอร์แมนไม่ประสบ​ความสำเร็จทางด้านศิลปะ ​เขาถือพู่กันวาดภาพมาสี่สิบปีแล้ว​ ​แต่​ไป​ได้ไม่ใกล้พอ​ที่​จะจับ​แม้​แต่ชายกระโปรงของเจ้าแม่ศิลปะ​ได้ ​เขาอยู่​ในสถานะ "เกือบ​จะวาดภาพชิ้นเอก" ​แต่ยังไม่​ได้เริ่ม...​สักที อยู่​ตลอดเวลา ตั้งหลายปีแล้ว​​ที่จิตรกรวาดภาพคนนี้ไม่​ได้วาดอะไร​เลย​นอกจาก หยดสีนี้นิดสีนั้น​หน่อย​ทำพวกป้ายโฆษณา ​เขาหาเงิน​ได้บ้าง​โดย​เป็นนายแบบให้พวกจิตรกร หรือพวกคิดว่า​จะ​เป็นจิตรกรรุ่นเด็กๆ​​ที่ "โคโลนี" ​ที่ไม่มีเงินพอ​จะจ้างพวกนายหรือนางแบบอาชีพ​ได้ ​เขาดื่มเหล้าจินมาก​ไป ​และยังคุยเรื่อง​ผลงานชิ้นเอก​ที่​เขาเชื่อว่า...​​กำลัง​จะมาในอนาคต สำหรับคนอื่นๆ​นอกจากพวกจิตรกรหรือศิลปิน ​เขา​เป็นเพียงคนแก่ขี้หงุดหงิด ปากร้าย​และดูถูกคนอื่น​ที่มีเมตตาหาว่า​เป็น​ความอ่อนแอ ​และ​เขาก็ตั้งตัวเอง​เป็น "สุนัขคุ้มครอง" คอยเฝ้าปกป้องศิลปินสาวสองคน​ที่อยู่​ในอพาร์ตเม้นท์เหนือ​เขา

ซูพบว่านายเบอร์แมนเหม็นหึ่งด้วยกลิ่น "จูนิเปอร์ แบรี่" (1) ในห้อง​ที่แคบๆ​สลัวๆ​ ​ที่มุมหนึ่ง​นั้น​มีกรอบขึงผ้าแคนวาสสำหรับวาดรูปกรอบสี่เหลี่ยมตั้งบนขาหยั่ง​พร้อม​จะให้จิตรกรวาดตาม​ที่พรสวรรค์เรียกร้อง ​แต่ก็รอมาแล้ว​ยี่สิบห้าปี​เพื่อ​ที่​จะ​ได้รับเส้นแรกของงานชิ้นเอก เธอเล่าให้​เขาฟังเรื่อง​โจนซี่ บอกรายละเอียดว่ามีอะไร​อยู่​ใน​ความคิด​และจิตของ​เพื่อนสาวด้วย​ความหวาดหวั่น ​และย้ำบอก​เขาว่า เธอกลัวเหลือเกิน​เพราะโจนซี่​กำลังอ่อนเปลี้ยเท่าๆ​​กับใบไอวี​ที่​กำลังร่วงหล่น กลัวว่า​เพื่อนรัก​จะปล่อยตัวเองให้ลอย​ไปอย่างใบไอวีร่วง ​เพราะเธอไม่มีแรง​และ​กำลังใจ​ที่​จะอยู่​ต่อ​ไปแล้ว​

ชายชราเบอร์แมน​ที่ตอนนี้มีตาแดงแจ๋ ตะโกนด่าอาการ​ที่น่า​เป็นห่วงนั้น​ของคนป่วยขึ้น​มาว่า
"อะไร​นะ" ​เขาตะโกน "ข้าไม่เคยพบเคยเห็น...​​ใครวะ...​พวกบ้า​ที่ไหนอยากตาย​เพราะเห็นใบไม้ร่วง? เฮ้ย...​ช่างบ้างี่เง่าจริงๆ​ ไม่...​ข้าไม่​เป็นนายแบบเจ้าคนทำเหมืองโง่ๆ​ให้เธอหรอก...​ฮึ...​ทำไมเธอปล่อยให้ยายโจนซี่ขี้แพ้คิดอย่างนั้น​​ได้อย่างไรฮึ? โธ่ถัง...​น่าสงสารยายโจนซี่จริงๆ​...​ฮือๆ​" เสียงเปลี่ยน​เป็นคราง

"เธออ่อนเพลียจริงๆ​ค่ะ​" ซูบอก "ไข้สูงทำให้จิตใจเธอผิดปกติ​และเพ้อมีจินตนาแปลกๆ​ค่ะ​ นี่...​คุณบอร์แมนคะ​ ไม่อยาก​เป็นแบบก็ไม่ว่า ​แต่​จะบอกให้นะ...​คุณนี่ช่าง​เป็นชายแก่​ที่น่ากลัว​และ​ได้​แต่พูดๆ​ๆ​"

"เธอก็ทำตัวเหมือนผู้หญิงอีกแล้ว​" ​เขาตะโกนใส่หน้าเธอ "​ใครว่า​จะไม่​เป็นแบบให้...​ฮะ ​ไปๆ​ ข้า​จะ​ไป​กับเธอเดี๋ยวนี้แหละ​ บอกมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว​ละแม่คุณแม่ทูลหัว...​ว่า​พร้อมแล้ว​ๆ​ ​พระเจ้า...​นี่ไม่ใช่​ที่มิสโจนซี่แสนดีควร​จะนอนป่วยเล้ย ...​สักวันหนึ่ง​นะ...​ซู ...​ข้า​จะวาดภาพชิ้นเอก ​และเราก็​จะย้าย​ไปจาก​ที่นี่นะ ​ไปกันสามคนเลย​...​​พระเจ้าช่วยลูกด้วยเถิด"

โจนซี่​กำลังหลับ​เมื่อ​เขาสองคนปีนบันไดกลับขึ้น​มา ซูดึงบังตาลง ​และบุ้ยใบ้บอกให้นายเบอร์แมน​ไปอีกห้องหนึ่ง​ ​ที่ห้องนั้น​​เขา​ทั้งสองเพ่งมองผ่านหน้าต่าง​ไป​ที่เถาต้นไอวีอย่างกังวล มองหน้ากันอย่างวิตก​และหวาดกลัว ​เพราะว่าฝนผสมหิมะ​กำลังตกลงมาไม่มีท่าทาง​จะหยุด ใน​ที่สุดนายเบอร์แมน​ที่ใส่เสื้อสีน้ำเงินแสนเก่าก็นั่งลง​เป็นแบบคนทำเหมืองแก่ๆ​ ​เขานั่งบนหม้อกาใหญ่คว่ำลง ติ๊ต่างว่านั่น​คือก้อนหิน

​เมื่อซูตื่นขึ้น​จากหลับ​ที่​ได้เพียงหนึ่ง​ชั่วโมงในเช้า​วัน​ต่อมา เธอเห็นว่าโจนซี่​กำลังจ้องมอง​ที่หน้าต่าง​ที่ถูกปิดด้วยบังตา ตาของเธอหม่นหมอง​แต่เบิกกว้างจ้อง​ที่หน้าต่างเขม็ง
"ดึงบังตาขึ้น​หน่อย​ ฉันอยากเห็น" เธอสั่ง เสียงกระซิบ

ซูดึงบังตาขึ้น​อย่างอ่อนใจ

​แต่ดูนั่น...​​แม้ฝน​จะตก​และลมพัดอย่างแรงตลอดคืน ใบไอวียังยืนยงคงอยู่​แปะอยู่​บนผนังอิฐนั้น​ ใบสุดท้ายของเถาแน่นอน ยัง​เป็นใบสีเขียว​และสีเขียวแก่ตรงก้าน ​และตรง​ที่หยักๆ​มีสีเหลืองๆ​ทองๆ​ติดอยู่​ ใบนั้น​ห้อยอยู่​อย่างกล้าหาญสูงยี่สิบฟุตจากพื้น

"ใบสุดท้าย ฉันนึกว่ามันคงร่วง​ไปแล้ว​ ​ได้ยินเสียงลม​เมื่อคืน ​แต่...​มันก็คงร่วงวันนี้แหละ​...​​และฉันก็​จะตาย​พร้อมมัน"

"โอ้..โจนซี่จ๋า." ซูเอียงตัวลง​ที่เตียง..แสนหวาดกลัว...​แสนหมด​กำลังใจ ​เอาหน้า​ที่แสนเหนื่อยอ่อนทุกข์ทนแนบ​กับหมอน "คิดถึงฉันบ้างสิจ้ะ​ ​ถ้าไม่อยากคิดถึงตัวเอง ​เพื่อนจ๋า...​ฉัน​จะทำอย่างไร​ถ้าเธอทิ้งฉัน​ไปล่ะจ้ะ​? คิดถึงฉันบ้างเถิด"

​แต่โจนซี่ไม่ตอบ​เพื่อนสักคำ ​เมื่อวิญญาณ​ที่​จะ​ต้องจาก​ไป ​ไป​ที่ไม่รู้ว่า​ที่ไหน​และ...​แสนไกลนั้น​ช่างอ้างว้างเสียเหลือเกิน จินตนาการดูเหมือน​จะมัดเธอทีละเปลาะๆ​ กระชาก​ความรัก​ความ​เป็น​เพื่อนในโลกให้หลวม​และ...​อ่อนแรงยื้อขึ้น​เรื่อยๆ​


วันนั้น​ผ่าน​ไปอย่างช้าๆ​ เธอ​ทั้งสองยังเห็นใบไอวีนั้น​เกาะติดแน่นอยู่​บนผนัง ​และ​เมื่อกลางคืนมาถึง ลมเหนือพัดเสียงอื้ออึง​และฝนก็เริ่มตกจั๊กๆ​สาดกระจกหน้าต่าง​และหน้าจั่วเสียงเกรียวกราว

​และ​เมื่อตอนเช้า​พอมีแสงสว่างสลัวๆ​ โจนซี่ผู้ไม่​เป็นห่วงจิตใจของ​เพื่อนเสียเลย​ สั่งให้ยก​ที่บังตาขึ้น​อีก

ใบไอวียังอยู่​​ที่นั่น


โจนซี่นอนดูมันนานแสนนาน...​เงียบๆ​ แล้ว​ก็ร้องเรียกซู​ที่​กำลังคนน้ำซุปไก่อยู่​บนเตาแก๊ส

"ซูดี้จ๋า ฉัน​เป็นคนแสนเลวจริงๆ​" โจนซี่ว่า "ใบไอวีอยู่​​ที่นั่น​เพื่อ​จะให้ฉันเห็นว่าฉันนี่ช่างโหดร้ายจริงๆ​ มันแสนบาป​ที่อยากตาย...​​เอานํ้าซุปมาให้​ได้เลย​จ้ะ​ ​และนมด้วย​และก็พอร์ตไวน์สักนิด​ถ้ามีนะจ้ะ​ ​และก็​เอาหมอนหนุนหลังให้หน่อย​นะจ้ะ​ ฉันอยากนั่งดูเธอทำอาหาร"

อีกชั่วโมง​ต่อมา เธอกล่าวว่า

"ซูดี้​เพื่อนรัก สักวันหนึ่ง​ฉัน​จะวาดภาพอ่าวเนเปิลส์นะจ้ะ​"

นายแพทย์กลับมาเยี่ยมดูอาการบ่ายวันนั้น​ ​และซูก็เดินตาม​เขามา​ที่ห้องโถง

"มีโอกาสหายเท่าๆ​กันแล้ว​ครับ​" ​เขาบอก จับมือ​ที่ผอม​และสั่นของซูมากุมไว้อย่างเมตตา "พยาบาลให้ดีๆ​นะครับ​ คุณชนะแน่ ​และตอนนี้ผม​ต้อง​ไปดูอีกรายหนึ่ง​​ที่ชั้นล่าง นายเบอร์แมน...​จิตรกรหรืออะไร​นี่แหละ​ครับ​ นิวโมเนียอย่างหนักเลย​ รายนี้ ​เขาแก่แล้ว​​และ​เป็นหนักด้วย ไม่มีทางรอดเลย​ ผม​จะย้าย​เขา​ไป​ที่โรงพยาบาล อย่างน้อยก็​จะ​ได้ให้​เขารู้สึกสบายสักนิดหนึ่ง​"

วัน​ต่อมานายแพทย์บอกซูว่า "​เพื่อนคุณพ้นอันตรายแล้ว​ครับ​ คุณชนะแล้ว​ อาหาร​ที่มีประโยชน์นะครับ​...​เท่านั้น​ก็พอ"

บ่ายนั้น​ ซูเดินเข้ามาหาโจนซี่​ที่เตียงนอน ตอนนี้โจนซี่​กำลังนั่งถักนิตผ้าคลุมไหล่​ที่ไม่มีประโยชน์อะไร​มาก สีน้ำเงินเข้ม เธอ​เอาแขนโอบบ่า​เพื่อนไว้ โอบ​ทั้งหมอน​ที่โจนซี่พิงอยู่​ด้วย

"โจนซี่​เพื่อนรักจ๋า ฉันมีเรื่อง​​จะบอกจ้ะ​" เธอเริ่มเสียงนุ่มนวล "คุณเบอร์แมนตายแล้ว​ด้วยเชื้อนิวโมเนียวันนี้​ที่โรงพยาบาล ​เขาป่วยแค่สองวันเท่านั้น​นะจ้ะ​ คนทำ​ความสะอาดพบ​เขาในวันแรกในห้องชั้นล่าง ช่วยตัวเองไม่​ได้​เพราะเจ็บหนัก รองเท้า​และเสื้อผ้าเปียกโชก​และตัวเย็นยัง​กับน้ำแข็ง ไม่มี​ใครเข้าใจว่า​เขาออก​ไปทำไมตอนกลางคืน​ที่​ทั้งหนาว​ทั้งเปียก​จะแย่อย่างนั้น​ จนมีคนเจอโคมไฟ​ที่ยังติดไฟอยู่​เลย​เข้า ​และบันได​ที่ถูกลากออกมาจาก​ที่เก็บของมัน ​และพู่กันกระจัดกระจาย ​และจานผสมสี​ที่ยังมีสีเขียว สีเหลือง​และสี​ที่ผสมแล้ว​ติดอยู่​ ​และดูนั่นสิ...​ผ่านหน้าต่างนั่นนะจ้ะ​ ดูใบไอวีใบสุดท้ายบนผนัง เธอไม่เคยสงสัยบ้างหรือจ้ะ​ว่าทำไมมันไม่สั่น หรือปลิว​ไปมาในลม​ที่พัดกรรโชกเลย​? นั่นแหละ​...​​เพื่อนจ๋า นั่น​คือ "งานชิ้นเอก" ของคุณเบอร์แมนละ...​​เขาปีนขึ้น​​ไปวาดมันในคืน​ที่...​​ที่ใบไอวีสุดท้ายร่วงลงมา"

(1) ผลแบรี่ ​ใช้ผสมทำเหล้าจิน (Gin)

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2391 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง อันความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่
ผู้แต่ง กัลปจันทรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๕ กรกฏาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องแปล
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๖๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-12012 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 25 ก.ค. 2550, 22.27 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ดวงสมร [C-12014 ], [203.131.222.1]
เมื่อวันที่ : 26 ก.ค. 2550, 01.43 น.

ขอบคุณค่ะ​​ที่แปลเรื่อง​ดีๆ​มาให้อ่านอีกแล้ว​ โวตดอกไม้ห้าดอก​กับงานเยี่ยมชิ้นนี้ค่ะ​ อ่านเสร็จแล้ว​ใจหายค่ะ​ สงสารคุณเบอร์แมน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : jasminek [C-12015 ], [170.215.130.224]
เมื่อวันที่ : 26 ก.ค. 2550, 02.38 น.

สวัสดีค่ะ​

คุณดวงสมรขา ขอบคุณงามๆ​สามทีค่ะ​ ดิฉันมีเรื่อง​​เป็นกระบุงเลย​ค่ะ​ (เอ...​เปรียบแบบตวงชั่งโบราณ​ไปหรือเปล่าคะ​?) ​ที่บ้านนะคะ​ มี​แต่หนังสือ นี่ขนาดยัดเยียด ให้ แจก แถม​ไปบ้างแล้ว​ ​และหาหนังสือไม่ค่อยเจอหรอกค่ะ​

โอ. เฮนรี่ นี้​เป็นนักเขียน​ที่ดิฉันหมั่นไส้มากๆ​สมัยอยู่​ปีหนึ่ง​ ปริญญาตรีนะคะ​ ​ความ​ที่ยังเด็กอยู่​​และอาจารย์ก็บังคับให้อ่านเรื่อง​ของ​เขา ​คือ เรื่อง​​ความรักตอนฤดูใบไม้ผลินั่นแหละ​ค่ะ​ ​ที่หมั่นไส้​เพราะ​เขา​เป็นักเขียน​ที่ชอบ​ใช้ภาษาเก่า​ทั้งๆ​​เขาก็ไม่ใช่เก่ามากอะไร​นะคะ​ เสียชีวิต​ไป​เมื่อ 1910 เอง ดิฉันอายุเกิน 55 แล้ว​เลย​คิดว่า 1910 นี้ไม่นานเท่าไหร่ ​แต่ลูกสาว​ซึ่ง 30 กว่า​เขาว่า "ว้าย...​มัมมี้ นั่นมันรุ่นทวดหนู" เฮ้อ...​

​ถ้าคุณดวงสมรอยาก​ได้ต้นฉบับ​ภาษาอังกฤษ​เพื่อเรียนแปลก็บอกนะคะ​

ด้วย​ความปรารถนาดีค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ฟ้าดาว [C-12021 ], [58.8.137.173]
เมื่อวันที่ : 27 ก.ค. 2550, 08.15 น.

สวัสดีค่ะ​ เรื่อง​นี้ประทับใจมานานมาก เคยอ่านนานมาแล้ว​

​แม้มา​ได้อ่านอีกครั้งนี้ก้อยังรู้สึกซาบซึ้งเหมือนเดิม

ขอบคุณ​ที่ทำให้​ได้หวนคิดถึงวันเก่าๆ​ค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : เฉลิมชัย [C-12210 ], [125.25.249.175]
เมื่อวันที่ : 12 ส.ค. 2550, 17.39 น.

เรียน คุณ Jasminek
ผม​กำลังตามหา หนังสือ "รวมเรื่อง​สั้นของ โอ เฮนรี่" ​ซึ่งมีอยู่​ 3 เล่ม แปล​เป็นไทย​โดยนักแปลรุ่นเก่า (อาจ​เป็น อาษา ขอจิตต์เมต ​แม้นมาส ชวลิตร หรือ อาจ​เป็นท่านอื่น) ​ซึ่งผมเคยซื้อไว้ประมาณช่วงปี 2528 ​แต่ถูกยืม​ไปจนหายหมดแล้ว​ ขอรบกวน​ถ้าคุณ Jasminek มีแหล่ง​ที่แนะนำ​ได้​จะขอบคุณมากครับ​ chalerm5@hotmail.com

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : jasminek [C-12211 ], [74.46.215.196]
เมื่อวันที่ : 12 ส.ค. 2550, 17.45 น.

สวัสดีค่ะ​ คุณ เฉลิมชัย

ดิฉัน​ต้องขอโทษ ดิฉันไม่ทราบเลย​เรื่อง​นี้ ​เนื่องจากไม่อยู่​เมืองไทยมา​เป็น 38 ปีแล้ว​ ​แต่ท่านผู้อ่านท่านอื่นอาจ​จะทราบก็​ได้ คงเขียนตอบในนี้นะคะ​

ขอบคุณ​และด้วย​ความปรารถนาดีค่ะ​

กัลปจันทรา

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น