นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๓ กรกฏาคม ๒๕๕๐
ความรักในปัจจุบันและในอดีต
กัลปจันทรา
...เรื่อง​​ JADIS แปลจากเรื่อง​​ของฝรั่งเศส ของ Guy de Maupassant นักเขียนชาวฝรั่งเศส เขียนไว้​​เมื่อ 13 ก.ย. 1880...
เรื่อง​ JADIS

ของ Guy de Maupassant นักเขียนชาวฝรั่งเศส เขียน​เมื่อ 13 ก.ย. 1880

ปราสาทเก่าแก่หลังนั้น​ตั้งอยู่​บนโคก​ที่เต็ม​ไปด้วยไม้ยืนต้นสูงเสียดฟ้า มีพุ่มไม้ใบสีเขียวเข้มปลูก​เป็นแนวยาว​ไปจรดเขต​ที่ ด้านหนึ่ง​​เป็นป่าทึบ อีกด้านหนึ่ง​​เป็นทุ่งกว้างยาวสุดสายตา ตรงหน้าบ้าน ห่างประตูหน้าบานใหญ่​ไปไม่กี่เมตร มีแอ่งนํ้าทำด้วยหิน มีรูปปั้นหินอ่อนของหญิงสาว​กำลังอาบนํ้า ​จะเห็นอ่างอื่นๆ​​เป็นระยะๆ​จากเนินสูงหน้าบ้าน ลาดลงสู่​ที่ต่ำ นํ้าไหลลักษณะราวน้ำตกจากแอ่งนํ้าหนึ่ง​​ไปสู่แอ่งหนึ่ง​

บ้านมานัวร์ (1) หลังนี้นั้น​อยู่​ในสภาพเห็น​ได้ว่าถูกเก็บรักษาไว้อย่างสง่างดงามทุกสัด​ส่วน ​แม้กระทั่งหิน หรือเปลือกหอยประดับ ​ที่นี่​เป็นแหล่งเก็บรักษาสิ่งเก่าๆ​ไว้อย่างสุด​ความ​สามารถ สิ่งเหล่านี้รวมถึงประเพณีเก่าๆ​ เช่นการ​เป็นคนมีมารยาท​และกล้าหาญของชายรุ่นเก่า ​ความเ ป็นลูกผู้ชายของสุภาพบุรุษ ​ความกล้าหาญของนักรบ ​และอะไร​ต่างๆ​​ที่ย่ายายของเรารักสุดจิตสุดใจ

ในห้องนั่งเล่นสไตล์ หลุยส์​ที่ 15 ​ที่ผนังห้อง​เป็นภาพเขียนคนเลี้ยงแกะ​กำลังหยอกล้อเล่นอยู่​​กับสาวสวยเลี้ยงแกะด้วยกัน ​และมีสุภาพสตรีสวยงามในกระโปรงยาวสุ่มไก่ สุภาพบุรุษสวมวิกยาว ​และในห้องนี้เอง มีหญิงชราคนหนึ่ง​ ดูเหมือนคนตาย​ถ้านั่งนิ่งไม่ขยับตัวเลย​ นาง​กำลังนั่งครึ่งนอนขาเหยียดยาวอยู่​บนเก้าอี้นวม มือ​ที่ห้อยอยู่​บน​ที่วางแขนนั้น​ดูเสมือน​เป็นมือของมัมมี่ ​ที่ผอมแห้งเหลือ​แต่กระดูกดูน่ากลัว

ดวงตาฝ้าฟางนั้น​เลื่อนลอยมอง​ไป​ที่ห่างไกล เสมือน​กำลังฝันถึง​ความสุข​เมื่อตอนยังสาว ลมพัดเบาๆ​โชยเข้ามาทางหน้าต่าง หอบ​เอากลิ่นหอมของหญ้าเขียวสดปะปน​กับกลิ่นหอมของดอกไม้มาด้วย ลมสดชื่นนั้น​ทำให้ผมสีขาว​เป็นลอนของนางขยับปลิวเบาๆ​อยู่​ทั่วหน้าผาก​ที่เหี่ยวย่น ​และ ลมผสมกลิ่นนั้น​คงทำให้เธอล่องลอย​ไป​กับ​ความทรงจำ​ที่ฝังไว้ในสมอง​และหัวใจมานานแสนนาน

หญิงสาววัยเปล่งปลั่งมีผมสีอ่อนถักเปียไว้ยาวถึงครึ่งหลังนั่งอยู่​ข้างๆ​ยายของเธอบนม้าเตี้ยๆ​หุ้มเบาะด้วยผ้าลาย หญิงสาว​กำลังปักผ้าอยู่​ ​แต่เห็น​ได้จากสีหน้านั้น​ว่า ​กำลังเหมื่อลอย เธอ​กำลังฝันกลางวันเหมือนกัน ​ทั้งๆ​​ที่มือ​กำลังปักผ้าขึ้น​ลงอยู่​อย่างคล่องแคล่ว

​และแล้ว​ หญิงชราก็หันหน้ามาทางหญิงสาว ​และกล่าวว่า
"แบร์ธิ อ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟังหน่อย​ ​เพื่อ​จะ​ได้ให้ยายรู้​ความ​เป็น​ไปของโลกบ้าง"
หญิงสาวหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้น​มาดูหัวข้อข่าว

"มีข่าวการเมืองเยอะแยะเลย​ค่ะ​ คุณยาย หนูผ่าน​ไปนะคะ​"

"​ได้เลย​ลูก ไม่มีเรื่อง​​ความรัก ​ความกล้าหาญของหนุ่มๆ​บ้างเลย​หรือจ้ะ​? ​ความกล้าหาญ​และ​ความ​เป็นสุภาพบุรุษของหนุ่มๆ​​ทั้งหลายไม่มีเลย​หรอ? โธ่...​ตาย​ไปหมดแล้ว​หรือนี่...​ในประเทศฝรั่งเศส​ที่รักของเรานี่นะ หนังสือพิมพ์ไม่เอ่ยถึงพวกถูกลักตัว​ไป หรือพวกนักผจญภัย​ทั้งหลายอย่าง​ที่เคยทำเลย​หรือ?"

หญิงสาวพยายามหาเรื่อง​​ที่ยายอยากฟังอยู่​นาน
"โอ๊ะ...​นี่ค่ะ​คุณยายขา" เธอพูดอย่างดีใจ "เรื่อง​นี้มีชื่อว่า "​ความรัก​ความแค้น"

หญิงชรามีรอยยิ้มแย้มอย่างมี​ความสุข เต็ม ใบหน้า​ที่เหี่ยวย่น "อ่านให้ยายฟังเลย​ลูก" นางบอก

แบร์ธิเริ่มอ่านเสียงหวานแจ่มใส ​เป็นเรื่อง​ของการสาดนํ้ากรด ภรรยา​ต้องการ​จะแก้แค้นชู้รักของสามี นํ้ากรดทำให้หน้าไหม้เกรียม ตา​ทั้งสองข้างอาจ​จะบอดสนิท ​แต่ศาลก็​ได้ยกฟ้องภรรยาผู้สาดน้ำกรด ข่าวเขียนไว้ด้วยว่า ​เมื่อเดินลงมาจากศาล นาง​ได้รับการต้อนรับด้วยการปรบมือแสดง​ความชื่นชมจากผู้คนหลายคน

ยายของหญิงสาวขยับตัว​ไปมาบนเก้าอี้อย่างตื่นเต้น

"ว้ายตายจริง---​ นี่ร้ายเหลือจริงๆ​แท้ ​เป็นการกระทำ​ที่ร้ายอย่างสุดๆ​ เอ...​ลองอ่านอย่างอื่นดีกว่านะลูก"

แบร์ธิหาอีก ​และพบคอลัมน์หนึ่ง​​เป็นรายงานวินิจฉัยของศาลในคดีอาญา เธอเริ่มอ่าน

"ละครชีวิตน่าเศ้รา หญิงขายของคนหนึ่ง​ ไม่ค่อยสาวแล้ว​ ปล่อยตัวปล่อยใจ​กับชาย​ที่อายุอ่อนกว่า ​แต่​ความเจ้าชู้ของชายคนนั้น​ทำให้เธอ​ต้องยิง​เขาด้วยปืนรีวอลโว่ เจ้าผู้ชาย​จะ​เป็นคนพิการ​ไปตลอดชีวิต ลูกขุนในศาล​ซึ่งประกอบ​ไปด้วยสุภาพบุรุษ​ที่มีศีลธรรมดีทุกคน เห็นว่านาง​เป็นผู้หญิงน่าสงสาร รับเคราะห์​เพราะเธอรัก​เขามาก​และ​ได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง​กับชายเจ้าชู้ ศาลจึงตัดสินให้เธอไม่มี​ความผิด"

อีกครั้ง​ที่ยายของเธอตกตะลึง พูดเสียงสั่นว่า

"โอย...​ยายไม่รู้เลย​ว่าคนเดี๋ยวนี้​เป็นอะไร​​ไป บ้า...​ บ้ากัน​ไปหมดเสียแล้ว​! บ้า​ไปแล้ว​จริงๆ​ ​พระเจ้าให้​ความรัก​ซึ่ง​เป็นสิ่งเดียว​ที่ทำให้เรามี​ความสุข ผู้ชายน่ะ...​มีไว้​เพื่อ​แต่งเติม​ความกล้าหาญ​และ​ความสุภาพ ให้เรา​ได้ตื่นเต้นชื่นชม​และทำให้หัวใจของเรามี​ความสุข ​แต่นี่...​​เอา​ไปปน​กับนํ้ากรด ​และปืนรีวอลโว่ ทำอย่าง​กับเราควร​จะผสมโคลนเข้า​ไปในไวน์ของสเปนอย่างนั้น​แหละ​...​เฮ้อ...​"

"​แต่คุณยายขา ผู้หญิงคนนี้​เขาแก้แค้นนะคะ​ เธอ​แต่งงานแล้ว​นะคะ​​กับเจ้าผู้​เป็นสามีแสนเลวน่ะ ​และเจ้าสามีก็หลอกเธอ"

ยายของเธอสะดุ้ง มองหลานสาวเขม็ง

"เอ๊ะ...​เดี๋ยวนี้...​​ความคิดอะไร​จ้ะ​​ที่หญิงสาวอ่อนวัย​ทั้งหลายมีอยู่​ในสมองน่ะ?"
แบร์ธิตอบว่า
"การ​แต่งงาน​เป็นการสัญญา​ที่ศักดิ์สิทธิ์ค่ะ​"

หัวใจของหญิงชรา ​ที่ถูกเลี้ยงดูมาตอนสมัย​ที่​ความกล้าหาญแข็งแกร่งของชายหนุ่ม​เป็นสิ่งสำคัญ เต้นแรงขึ้น​

"หลานเอ๋ย ​ความรักต่างหาก​ที่​เป็นสัญญา​ที่ศักดิ์สิทธิ์" เธอพูดเสียงขึงขัง "ฟังนะลูก ยายน่ะอยู่​มาสามชั่วอายุคน มีประสบการณ์ยาวนาน​กับ​ทั้งชาย​และหญิง ​ความรัก​กับการ​แต่งงานไม่มีสิ่ง​ที่เหมือนกันเลย​ เรา​แต่งงาน​เพื่อ​จะ​ได้มีครอบครัว​และ​เพื่อ​จะทำสิ่ง​ที่สังคมว่าถูก​ต้อง สังคม​จะขาดการ​แต่งงานไม่​ได้แน่ ​ถ้าสังคมเหมือนโซ่นะลูก ครอบครัว​แต่ละครอบครัวก็เปรียบเสมือนห่วงโซ่​แต่ละห่วง การ​ที่​จะ​เอาห่วงโซ่ต่อกันยาว​เป็นสายโซ่ เรา​ต้องหาโลหะ​ที่มีเนื้อ​และชนิดคล้ายๆ​กัน ดังนั้น​​เมื่อเรา​แต่งงานเรา​จะหาคนหรือครอบครัว​ที่ไม่ต่างกันมากนัก เรา​ต้องรวมกันเรื่อง​สมบัติ เรื่อง​ผิวพรรณ ศาสนา การศึกษา ​และทัศนคติ​ที่พอ​จะเข้ากัน​ได้ ​เพื่อให้​ได้เด็กๆ​​ที่​จะเติบโตขึ้น​มา​เป็นคนดี เราควร​จะ​แต่งงานครั้งเดียว​เพราะสังคมกำหนดให้อย่างนั้น​ ​แต่เรา​จะรักยี่สิบครั้งในชีวิตนี้ ​เพราะธรรมชาติให้เรามาอย่างนั้น​ การ​แต่งงานนะหลานรัก ​เป็น "กฎหมาย" ​แต่​ความรัก​เป็นสันชาตญาณ บางครั้งก็ง่ายตรง​ไปตรงมา ​แต่บางครั้งก็เลี้ยวลดเกินกว่า​จะคาดถึง "กฎหมาย" สร้างขึ้น​​เพื่อให้เรารู้จักเตือนสติตนเอง ...​ กฎนี่...​มี​ความจำ​เป็นแน่นอน ​แต่ทีนี้สันชาตญาณของมนุษย์มันแกร่งกว่ากฎหมาย สันชาตญาณนั้น​ยายว่า เราไม่ควรต่อสู้มันมากเกิน​ไปนะลูก ​เพราะว่านี่​คือสิ่ง​ที่​พระเจ้าให้เรามา ​แต่ "กฎหมาย" นั้น​เขียนด้วยมือมนุษย์เท่านั้น​ เรา​ต้องมี "​ความรัก" นะลูกเอ๊ย...​.รักให้มาก​ที่สุดเชียวนะลูก เหมือน​กับ​ที่เราเติมนํ้าตาลในยาให้เด็ก ไม่มี​ใครหรอกลูก อยาก​จะอยู่​ในโลกนี้อย่าง​ที่​เป็นอยู่​​ถ้าปราศจาก​ความรัก"

แบร์ธิ ทำตาโตด้วย​ความแปลกใจ พึมพำว่า

"โอ...​คุณยายขา เรารัก​ได้ครั้งเดียวนะคะ​"

หญิงชรายกมือสั่นเทาขึ้น​ชู​ไปทางสวรรค์ ทำเสมือน​จะขอร้องให้​พระเจ้ากรุณารื้อฟื้นประทาน​ความกล้าหาญของหนุ่มๆ​คืนมา ตอบอย่างไม่ยอมแพ้ว่า

"พวกเธอกลาย​เป็นพวกคนชั้นธรรมดาสามัญ​ไปเสียหมดแล้ว​ ตั้งแต่การปฏิวัติมานะ ไม่รู้ว่า​ใครอยู่​วรรณะหรือชนชั้นไหนเลย​ ชอบ​ใช้คำ​ที่ดูเหมือน​เป็นคำ​ที่มี​ความหมายใหญ่ๆ​ แปะติด​กับการกระทำทุกอย่าง มีคำ "หน้า​ที่" อันนั้น​อันนี้ รู้จัก​ใช้คำว่า "​ความเสมอภาค" อย่างไม่รู้​ความหมาย​ที่แท้จริง ​แต่วิ่ง​ไปหลงนู่นหลงนี่อยู่​ตลอดเวลา มีโคลงกลอนเก่าๆ​​ที่เขียนให้พวกเธออ่านว่าคนบางคนสละตนเอง​ได้​เพื่อ​ความรัก ถึงตายก็ยอม เวลาของยายนะลูก...​​เขาเขียนโคลงกลอน​เพื่อสอนให้ผู้ชายรักผู้หญิงมากๆ​ ​และเราผู้หญิงนะจ้ะ​ เวลาเราชอบ​ใครนะ...​เราส่งคน​ไปบอก​เขาเลย​ละ พอมีรักใหม่เข้ามาในหัวใจนะ เราก็รีบร้อนทิ้งรักเก่า​ไปเลย​ นอกจาก...​.เราอยาก​จะเก็บไว้​ทั้งหมด...​ก็แล้ว​​ไป"

หญิงชรายิ้มอย่างฉลาดคมคาย ประกายในดวงตาสีเทาสุขสว่าง แบบคน​ที่มีสติปัญญา​และ​ความเชื่อมั่นของตนเอง ​และตั้งใจ​จะมีชีวิตอยู่​อย่าง​ที่ตน​ต้องการ ​เป็นคน​ที่มี​ความเชื่อว่าตนไม่​ได้ถูกหลอมมาจากเบ้าเดียวกัน​กับคนอื่น ​และก็​ได้มีชีวิตอยู่​มาอย่าง​ที่​ต้องการ

หญิงสาวหน้าซีดลง พูดตะกุกตะกักว่า
"งั้นผู้หญิงก็ไม่มีศักดิ์ศรีเลย​หรือคะ​?"

หญิงชราหยุดยิ้ม ในตัวของเธอยังมีอยู่​​ทั้ง วิธีการพูดเสียดสีของ "โวลแตร์" ​และ หลักปรัชญาสุดยอดนิยมของ "ชอง ชัคส์"

"ไม่มีศักดิ์ศรีงั้นรึ ​เพราะเรารัก​และกล้า​ที่​จะพูด ​และเอ้อ...​บางทีก็โอ้อวดงั้นรึ? เด็กเอ๋ย...​​ถ้าเราผู้หญิงฝรั่งเศสนี่นะ ไม่มีชู้รักนะจ้ะ​ สมัยยายนะ คน​ทั้งวัง​จะ​ได้หัวเราะเยาะตาย อยากอยู่​แตกต่างจากคนอื่นก็​ไปอยู่​​เป็นชีหรือ​ไปอยู่​ในคอนแวนต์ซิจ้ะ​ ​และ​ถ้าหลานคิดว่าสามีนี่นะ​เขา​จะรักหลานคนเดียว​ไปจนตาย แหมคิด...​คิดอย่าง​กับ​เป็น​ไป​ได้อย่างงั้นแหละ​ ​จะบอกให้นะจ้ะ​ การ​แต่งงาน​เป็นสิ่งจำ​เป็นในสังคม​แต่ไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ เข้าใจไหมลูก? ชีวิตนี้มีสิ่งเดียวเท่านั้น​ ​ที่ดี​ที่สุด นั่น​คือ "​ความรัก" หลานเข้าใจผิด​ไปนะลูก แล้ว​ก็ทำให้มันกลาย​เป็นของ​ต้องห้าม​ที่น่าเบื่อ​ไปเลย​ หลานทำอย่าง​กับมัน​เป็นเหมือนสิ่งของ​ที่เคร่งขรึมศักดิ์สิทธิ์ราว​กับขนมปังในโบสถ์คริสต์​ที่บาท​หลวงให้ หรือว่า...​.​เป็นสิ่ง​ที่เราหาซื้อมา​ได้เหมือนเสื้อกระโปรงสักชุด"

หญิงสาวเอื้อมมือมากุมมือของยายไว้
"อย่าพูดเลย​นะคะ​ ขอร้องละค่ะ​คุณยาย"

​และแล้ว​หญิงสาวอ่อนเยาว์ก็คุกเข่าลง นํ้าตาเต็มตา เธอ สวดมนต์วิงวอนขอให้​ได้พบคนคนหนึ่ง​ คนเดียวเท่านั้น​สำหรับเธอ ด้วย​ความหลงใหลเชื่อมั่นใน​ความฝันของโคลงกลอนสมัยปัจจุบัน ยายของเธอจูบเธอ​ที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน นางยังคิดถึงเรื่อง​ในอดีต​ที่เต็ม​ไปด้วยผู้ชายหนุ่มแสนสุภาพ​และกล้าหาญ ​และยังเชื่อในปรัชญาของศตวรรษ​ที่ 18 เต็มหัวใจ หญิงชราพึมพำว่า

"รักษาดูแลตัวเองให้ดีหลายเอ๋ย ​ถ้าเชื่ออย่างนั้น​นะ ชีวิตหลานคง​จะไม่มี​ความสุขมากนักหรอก"

(1) บ้านหลังใหญ่​ที่สุดในบริเวณ เรียกว่า ชาโตว์ หรือปราสาท

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2358 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง ความรักในปัจจุบันและในอดีต
ผู้แต่ง กัลปจันทรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๓ กรกฏาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องแปล
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๔๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๙
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-11857 ], [202.91.19.200]
เมื่อวันที่ : 13 ก.ค. 2550, 08.13 น.

ฮา ๆ​ เลือกเรื่อง​มาแปล​ได้ดีครับ​
​เอาเข้าจริงโลกในยุคโรแมนติกในฝรั่งเศสของคุณยาย อาจ​จะตรง​กับ​ความ​เป็นจริงในกมลสันดานมนุษย์ก็​ได้

อย่างน้อยยุคนั้น​ ก็ซื่อตรง​กับปรัชญา​ที่เชื่อมั่นในอิสรภาพ เสรีภาพอย่างตรง​ไปตรงมา มิใช่มือถือสาก ปากถือศีลอย่างมนุษย์ยุคปรัตยุบันนี้ อาเมน...​ ฮาๆ​ๆ​

===
ปล. ยินดีต้อนรับคุณกัลปจันทรา รู้สึก​เป็นเกียรติยศครับ​ ​ที่​ได้ต้อนรับ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : jasminek [C-11866 ], [170.215.170.130]
เมื่อวันที่ : 13 ก.ค. 2550, 19.46 น.

กราบขอบคุณUnclePiak มากเลย​ค่ะ​

ดิฉันแปลเรื่อง​นี้​เพราะปรัชญา​ที่ว่า "กฎหมาย" ​เป็นของมนุษย์เท่านั้น​ กินใจค่ะ​ แปล​โดยตรงจากภาษาฝรั่งเศส ​เพราะเห็นว่าภาคภาษาอังกฤษทิ้งคำบางคำไว้อย่างน่าเสียดาย ก็คง​เป็นแบบ Lost in translation นั่นแหละ​ค่ะ​

​และอย่างคุณว่า มนุษย์ชอบทำให้เห็นอย่างหนึ่ง​ ​แต่​ความจริงคิดอย่างหนึ่ง​ ดิฉันอยู่​มานานจนเบื่อ"เปลือก" เสียจริงๆ​ ​โดยเฉพาะ​ที่อยู่​นอกเมืองไทยมามากกว่าครึ่งชีวิต กลับ​ไปเมืองไทย​แต่ละครั้งเห็นคน​ส่วนมากตัดสินคนกันด้วยเปลือกนอกยิ่งเบื่อมากขึ้น​นะคะ​

กราบขอบ​พระคุณอีกครั้งค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ดวงสมร [C-11867 ], [203.131.222.1]
เมื่อวันที่ : 13 ก.ค. 2550, 21.38 น.

ชอบคุณยายจัง แล้ว​เรื่อง​ตามหาชีวิตใหม่เลิก​ไปแล้ว​หรอคะ​ ​กำลังสนุกเชียว

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : jasminek [C-11868 ], [170.215.170.130]
เมื่อวันที่ : 13 ก.ค. 2550, 21.49 น.

กราบเรียนคุณดวงสมร

ขอบคุณสำหรับโน๊ตนะคะ​ เรื่อง​ตามหาชีวิตใหม่เพิ่งจบตอน​ที่ 3 โพสต์วัน​ที่ 13 นี้เองค่ะ​
ไม่เลิกดอกค่ะ​ ​จะลงตอน​ที่สี่ วัน​ที่ 15 นี้นะคะ​ อารมณ์มันเปลี่ยนน่ะค้ะ เลย​หัน​ไปแปลเรื่อง​ภาษาฝรั่งเศส แล้ว​ก็ดีใจ​ที่ทำ​ได้นะคะ​

เรื่อง​ตามหาชีวิต​กำลังเข้าเรื่อง​อย่างน่าสนใจเชียวค่ะ​ นึกเบื่อภาษาอังกฤษก็เลย​​ไปอ่านฝรั่งเศส เท่านั้น​เองค่ะ​ พยายามไม่ให้ตัวเองเบื่อด้วย คงเข้าใจนะคะ​ คนแก่ก็​เป็นอย่างนี้ละค่ะ​

ตอนสี่ ​จะมาโพสต์วัน​ที่ 15 นี้นะคะ​

ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ฟ้าดาว [C-11869 ], [212.62.97.21]
เมื่อวันที่ : 14 ก.ค. 2550, 07.12 น.

​ความรัก สำหรับบางคน อาจทำให้มี​ความสุข​ทั้งชีวิต

​แต่สำหรับบางคน กว่า​จะรู้ว่า ​ที่รู้สึกนั้น​ไม่ใช่นะ

ก้อ​เมื่อสาย​ไปแล้ว​

อ่านเรื่อง​แล้ว​ ทำให้คิด​ไปไกลมาก คิดหลายอย่าง

ชอบค่ะ​ นำงานมาให้อ่านบ่อยๆ​นะคะ​

ขอบคุณค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : jasminek [C-11875 ], [74.46.216.187]
เมื่อวันที่ : 14 ก.ค. 2550, 20.14 น.

กราบเรียนคุณ ฟ้าดาว
อย่าง​ที่​พระพุทธเจ้าท่านกล่าวไว้ "​ที่ใดมีรัก ​ที่นั้น​มีทุกข์" ​ซึ่งดิฉันยอมรับ​ความจริง​ที่ท่าสอน ​แต่ดิฉันก็เชื่อว่า คนธรรมดาอย่างเราๆ​ ​ถ้าไม่มี​ความรักเลย​ ไม่ว่า​จะ​เป็น​ความรักแบบไหน ชีวิตคงแห้งเหี่ยวจังนะคะ​

"​แต่สำหรับบางคน กว่า​จะรู้ว่า ​ที่รู้สึกนั้น​ไม่ใช่นะ" ​เป็นคำพูด​ที่น่าสนใจ ​แต่ทำไม​ต้อง​เป็น
"ก้อ​เมื่อสาย​ไปแล้ว​" ล่ะคะ​? ​ที่ถามก็​เพราะว่า มี​ความเห็นว่า ​ถ้าไม่ใช่​ความรักก็​เป็น​ความชอบกระมังคะ​? ดิฉันว่านะคะ​ ​ความรักของมนุษย์ผู้ชาย​และหญิง​จะเปลี่ยน​ได้ตลอดเวลาเลย​ค่ะ​ ​โดยเฉพาะสามีภรรยา บางครั้งสิ่ง​ที่ทำให้​เขาตกหลุมรักเรา ตัวอย่าง ​เขาว่า "แหม..คุณช่างพูดจัง" กลาย​เป็น "โอ๋...​ทำไมคุณพูดมากจัง" ​ไปนะคะ​ ​ที่ว่านี้​คือ​ความจริง​ที่ดิฉันเผชิญมา ยังหัวเราะ​กับสามีเลย​ค่ะ​ ไหน...​เคยว่าฉันช่างพูดไง

"อ่านเรื่อง​แล้ว​ ทำให้คิด​ไปไกลมาก คิดหลายอย่าง" นี่​คือคำ​ที่ทำให้ดิฉันชื่นใจมากค่ะ​ ขอบคุณมากๆ​เลย​

ดิฉันเพิ่งพิมพ์ภาษาไทย​ได้ (อย่างตะกุกตะกัก) ​เมื่อ 6 เดือนมานี่เอง หลังเกษียณ​ได้กลับมาเรียนภาษาใหม่​เพราะเคยชิน​ใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าครึ่งชีวิต การแปลนี้​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของการ​ที่​จะฝึกให้ตนเองคิด​เป็นภาษา​ที่​กำลังเขียนหรือพูดอยู่​ ดังนั้น​ดิฉัน​จะยินดี​ที่​จะ​ได้รับคำแนะนำ​ที่​จะทำให้ภาษา​ที่เขียนมานี้นุ่มนวลขึ้น​นะคะ​

"ชอบค่ะ​ นำงานมาให้อ่านบ่อยๆ​นะคะ​" ขอเชิญคุณ​ไปอ่านเรื่อง​ยาว "ตามหาชีวิตใหม่" ด้วยนะคะ​

​ถ้าโอกาส​และเวลาอำนวย ​และ ​ถ้าพบเรื่อง​สั้น​ที่พอ​จะมีอะไร​ให้ผู้อ่านบ้าง ก็​จะยินดี​เอามาลงค่ะ​

ขอขอบคุณอีกครั้ง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : add [C-11878 ], [125.25.169.188]
เมื่อวันที่ : 14 ก.ค. 2550, 23.57 น.

สวัสดีค่ะ​ คุณ jasminek ดีใจมากเลย​ค่ะ​​ที่มีคนตั้งใจจริง​และเก่งภาษามาแปลเรื่อง​ดีๆ​ให้อ่าน ก็ขอแนะนำเรื่อง​คำ​ที่แปลดังนี้นะคะ​

เหมื่อลอย ตำนี้ ​คือ เหม่อลอย

ตรบมือ ​คือ ปรบมือ

ข้อโซ่​แต่ละข้อ อันนี้น่า​จะ​เป็น ห่วงโซ่

สันชาติญาณ ​คือ สัญชาตญาณ

​พระเจ้ารื้อฟื้นประธาน​ความกล้าหาญ ​เป็น ประทาน

แสงในดวงตาสีเทาสุขสว่าง น่า​จะ​เป็น สุกสว่าง

​ส่วนสำนวนภาษาไทยคง​จะนุ่มนวลมากขึ้น​ ​ถ้าหากเขียนบ่อยๆ​แก้ไขบ่อยๆ​หลังจากอ่านซ้ำแล้ว​ซ้ำอีกค่ะ​ อย่างเช่น

..ลมพัดมาเบาๆ​เข้ามาทางหน้าต่าง ​เอากลิ่นหอมของหญ้าเขียวสด​และกลิ่นดอกไม้มาด้วย...​

ก็อาจ​จะ​เป็น

...​สายลมพัดโชยแผ่วเบาเข้ามาทางหน้าต่าง หอบ​เอากลิ่นหอมของหญ้าอันเขียวสด​และกลิ่นหอมดอกไม้มาด้วย...​.

(​ทั้งนี้ก็คง​จะขึ้น​อยู่​​กับคำในต้นฉบับ​ด้วยนะคะ​)

เรื่อง​ของ กีเดอโมปาสซังต์เรื่อง​นี้ก็ประชดประชันสังคมดีนะคะ​ ​แม้​จะเขียนไว้นานแล้ว​​แต่อ่านแล้ว​ก็ยังเข้า​กับยุคสมัยอยู่​

แล้ว​​จะติดตามอ่านต่อ​ไปค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : jasminek [C-11879 ], [74.46.216.187]
เมื่อวันที่ : 15 ก.ค. 2550, 01.17 น.

สวัสดีค่ะ​

ขอน้อมรับคำแก้​และแนะนำด้วย​ความขอบคุณมากๆ​เลย​ค่ะ​

ดิฉันเห็นว่านักเขียน​ส่วนมากของฝรั่งเศสนั้น​ประชดประชัน​ได้เก่งมากๆ​ ​แม้​แต่นักเขียนสมัยนี้ก็ยังปากจัดเหลือใจ ผู้คนของฝรั่งเศสก็พูดเรื่อง​ต่างๆ​อย่างไม่มีการไว้หน้านะคะ​ ผิด​กับคนอเมริกัน​ที่ดิฉันคุ้นเคย​ซึ่ง​ส่วนมาก​จะไม่พูดเรื่อง​การเมือง หรือเรื่อง​​ส่วนตัวนอกจาก​จะรู้จักกันจริงๆ​

ตอนอายุน้อยกว่านี้ ​ต้องเดินทาง​ไปทำงาน​ที่ฝรั่งเศสบ้าง เคยรำคาญพวก​เขาอย่างสุดๆ​ ​แต่​เมื่อปี​ที่แล้ว​อยาก​ไปหา​เพื่อนรัก เลย​​ไปด้วยอุปสัยของตัวเองสุขุมขึ้น​ด้วยอายุนะคะ​ คราวนี้รู้สึกชาวฝรั่งเศสน่ารักขึ้น​มากๆ​ ไม่ว่าในเมืองใหญ่หรือเล็ก น่าชื่นใจจริงๆ​ ​แต่สามีดิฉัน​ซึ่งพูดฝรั่งเศสไม่​ได้เลย​ บอกว่า "คน​เขาก็น่ารักกัน​ทั้งนั้น​แหละ​ อยู่​​ที่เราต่างหาก" คง​จะจริงนะคะ​

ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ​ ดิฉัน​กำลังลองแปลอีกเรื่อง​ของฝรั่งเศส คงโพสต์ในเร็วๆ​นี้นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : ระยา [C-11894 ], [124.121.4.192]
เมื่อวันที่ : 16 ก.ค. 2550, 22.34 น.

คุณยายขา หนูรักคุณยายจังเลย​ค่ะ​!

เห็นด้วยว่า​ความคิดเห็นของคุณยายนั้น​ไม่ใช่แค่เสรีภาพ​แต่เพียงอย่างเดียว ใน​ความคิดของดิฉันมัน​คือ​ความ​เป็นจริงนั่นเองเหมือน​กับหญิงชรานั่งอยู่​ใน​ความจริง​ที่ผ่านมาเนิ่นนาน​แต่หญิงสาวจมจ่อมอยู่​​กับ​ความฝัน​ที่อยู่​ในปัจจุบัน ...​​ซึ่ง​ทั้งสองอย่างต่างก็​เป็น​ความจริงเหมือนๆ​กัน (ดิฉันพูดเองก็งงเองค่ะ​ )​

ดิฉันคิดว่าเวลาไหล​ไปเรื่อยๆ​ ​และเราเองก็ไหล​ไป​พร้อม​กับเวลาเช่นเดียวกัน อย่าว่า​แต่คนอื่นเลย​ค่ะ​ บางี​ถ้าเราหันกลับ​ไปมองแล้ว​เห็นคน​ที่หน้าเหมือนเราเราอาจอุทานก็​ได้ว่านั่น​ใครนั่น​เป็นเราแน่หรือ?

ว่าแล้ว​ก็บอกอีกทีว่าชอบคุณยายจริงๆ​ค่ะ​ รอผลงานเรื่อง​ต่อ​ไปอยู่​นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : jasminek [C-11895 ], [74.46.214.123]
เมื่อวันที่ : 16 ก.ค. 2550, 23.53 น.

สวัสดีคุณระยาค่ะ​
คุณยายนั้น​ดิฉันว่าอยู่​ในสังคม​ที่ซื่อสัตย์มากกว่า ดูสิคะ​ข่าวฆ่ากันตายน่ะ มีมากเลย​​ที่เกิดจาก​ความรัก​และ​ความหลง ไม่​ได้ตั้งใจ​จะว่า คน​ต้องทำตามสันชาติญาณอย่างสัตว์ป่า ​แต่​ถ้าดูให้ดีๆ​​จะเห็นว่ามนุษย์​ถ้ายอมรับบางสิ่งอาจ​จะไม่ตื่นเต้นมากจริงไหมคะ​?

​ที่ชอบก็​คือการนับถือ​ความ​เป็น "ลูกผู้ชาย" ​ที่ผิดก็รับว่าผิด ถูกก็ว่ากัน​ไป ​และยอมรับการกระทำว่า​ถ้าผู้ชายทำ​ได้ ผู้หญิงก็ทำ​ได้ ไม่ใช่ว่า "ผู้ชาย​เป็นข้าวเปลือก หญิง​เป็นข้าวสาร" เอ...​พูด​ไปเดี๋ยวผู้อ่านผู้ชาย​จะดุ​เอาหรือเปล่านี่?

ยังมีเรื่อง​อีกหลายเรื่อง​ค่ะ​ ​แต่​ต้องค่อยๆ​ทำ​ไป เชิญอ่านเรื่อง​ยาวด้วยนะคะ​ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๑ : aboy999 [C-14237 ], [124.120.151.55]
เมื่อวันที่ : 20 มิ.ย. 2551, 02.55 น.

พี่อายุเท่าไรอ่าครับ​?..แปลภาษาเก่งจัง!..ผม​กำลังเรียนภาษาฝรั้งเศสอยู่​ชั้นมัธยมอ่าครับ​!..

เรื่อง​นี้ให้แง่คิดเกี่ยว​กับ​ความรักเยอะเลย​อ่า!..^^ อ่านแล้ว​เพลินๆ​ดี!
​แต่ผมเห็นด้วย​กับหลานมากกว่าอ่าครับ​!..(-_-")..เหอะๆ​..

​จะมาติดตามระกันน่ะครับ​!..ฝากตัวด้วยน่ะครับ​!..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๒ : เมย์จัง [C-14466 ], [202.143.134.179]
เมื่อวันที่ : 13 ส.ค. 2551, 09.48 น.

​ความรักของฉันในตอนนี้​คือมีผู้ชายคนหนึ่ง​ชอบฉัน​แต่ว่าผู้ชายตคนนั้น​ไม่หล่อเลย​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น