นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ ตุลาคม ๒๕๔๙
เรื่องเริ่มต้นขึ้นที่.........
รันนรา
...เรื่อง​​เริ่มต้นขึ้น​​​​ที่..เกิดคดีฆาตกรรมขึ้น​​ในคืนวันหนึ่ง​​..แหงล่ะ..คืนวันศุกร์​​ที่ 13 อยู่​​แล้ว​​ ผู้ตาย​​เป็นหญิง..ถูกห้อยโตงเตงอยู่​​บนขื่อของโรงเก็บของแห่งหนึ่ง​​...​​...
เรื่อง​เริ่มต้นขึ้น​​ที่..เกิดคดีฆาตกรรมขึ้น​ในคืนวันหนึ่ง​..แหงล่ะ..คืนวันศุกร์​ที่ 13 อยู่​แล้ว​
ผู้ตาย​เป็นหญิง..ถูกห้อยโตงเตงอยู่​บนขื่อของโรงเก็บของแห่งหนึ่ง​..ริมน้ำเจ้า​พระยา
ร้อยเวรเจ้าของคดี..กระหยิ่มยิ้มย่อง..ว่าตัวเองนั้น​สมควร​เป็นมือสืบสวนระดับ​พระกาฬของสำนักงานตำรวจ​ได้แล้ว​..​เพราะ​เขาพบเงื่อนงำของการฆาตกรรม..​ที่ตำรวจธรรมดา​ต้องไม่พบแน่..
​เขาพบว่า​แม้ลำคอของศพ​จะเขียวช้ำ...​​แต่ลิ้นไม่จุกปาก
​แม้ศพ​จะมีลำคอยืดยาวจากแรงถ่วงของน้ำหนักตัว..​แต่​เขารู้ดีว่านั่นไม่เกิดจากการดิ้น
​ที่สำคัญ..เงื่อนไข​ที่สำคัญ..​ที่ทำให้​เขารู้ว่าสาวน้อยคนนั้น​ตายมาก่อน​ที่​จะถูกผูกคอ..ก็​คือ
ศพนั่นเริ่มเน่าแล้ว​..
น้ำเหลือง​ที่หยดนองพื้นใต้ซากศพนั้น​
กลิ่น​ที่คละคลุ้ง..เหม็นตรลบอบอวล​ไป​ทั้งโรงงาน..หรืออีกนัยหนึ่ง​โกดังเก็บของนั้น​จนแทบอาเจียน..​เป็นสิ่ง​ที่ยืนยัน​ได้ดี
ศพนี้ถูกพบในเวลายี่สิบสามนาฬิกา สิบสามนาที หลังจากคนงานคนสุดท้ายออกจากโรงงานนั้น​​เมื่อเวลายี่สิบสองนาฬิกา
เวลาเพียงชั่วโมงกว่า ๆ​ เด็กสาวคนหนึ่ง​ผูกคอตาย..ตายปุ๊บก็เน่าปั๊บ..เหมือนในการ์ตูน
นี่​ถ้าไม่ใช่​เขา..สำนวนคงสรุป​ไปแล้ว​ว่า..​เป็นการอัตวินิบาตกรรมธรรมดา..
​เขาเก่งจริง ๆ​ นะนี่..
อือม์...​
+++++++

ศพของหญิงสาว..​ถ้า​จะให้​เขาเดาก็น่า​จะเดา​ได้ว่ามีอายุไม่เกิดสิบแปดปี..
เอ่อ..​เขารู้​ได้ยังไรน่ะหรือ..เรื่อง​นี้​ต้องสั่งสมประสบการณ์พอสมควร ใช่ว่า​ใคร​จะรู้​ได้ง่าย ๆ​
นี่ขนาด​เขาแค่ดูผ่าน ๆ​ ​เขายังรู้​ได้..
​ใครล่ะ​จะกล้าจ้องศพ​ที่​กำลังขึ้น​อืด​ได้​ที่ตรง ๆ​ ​ได้
ยิ่ง​เป็นศพโป๊..ใช่แล้ว​..ไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้นเช่นนั้น​..
สิ่ง​ที่ทำ​ได้​คือจดยิก ๆ​ ลง​ไปในสมุดเล่มใหญ่ๆ​ ​เพื่อใส่รายละเอียดเข้า​ไปให้มาก​ที่สุด รวม​ทั้งการวาดรูปคร่าว ๆ​ กำหนดจุด​ที่พบศพว่าห่างจากประตูทางเข้าเท่าไร เหนือพื้นเท่าใด ตาม​ที่​ได้เล่าเรียนมา
ขณะ​ที่ใจหนึ่ง​ก็คิด...​​ใครวะว่างมาก..​เอาศพมาผูกคอเล่น
หรือศพ​จะเดินมาผูกคอตัวเอง​ได้..ฮะฮะ..
บรื๊อส์...​
+++++++

แสงแฟลตจากกล้องอัตโนมัติสว่างวาบติด ๆ​ กันหลาย ๆ​ ครั้ง จน​เขาเองก็รู้สึกตาพร่า
หญิงสาวเจ้าของกล้อง..ในชุดกางเกงยืนเสื้อยืด..สวมทับด้วยเสื้อยีนส์เชย ๆ​ คนนั้น​..ขะมักเขม้นเหลือ​ที่​จะกล่าว..​ที่​จะเก็บภาพทุกซอกทุกมุมไว้ให้​ได้มาก​ที่สุด
​เขา​ต้องรีบเก็บรายละเอียด​เป็นตัวอักษรให้​ได้มาก​ที่สุด ​และเร็ว​ที่สุดยิ่งกว่าหล่อน ​เพื่ออะไร​น่ะหรือ?
​เพื่อ​จะหลีกเลี่ยงคำถามจากหล่อนยังไงล่ะ
"ผู้หมวดคะ​..เธอตาย​เพราะอะไร​คะ​?"
​เขาทำหน้าย่น..หล่อนเก็บรายละเอียด​ได้เร็วกว่า​เขามาก
"คุณ​กับผมก็มาถึง​พร้อม ๆ​ กัน..ผม​จะ​ไปรู้​ได้ยังไง"
"ฉันว่าไม่น่า​จะ​เป็นการฆ่าตัวตาย.."
"เก่งจัง..​ที่คุณก็รู้"
"โด่..ผู้หมวด..เด็กอมมือยังรู้เลย​..ศพเน่าออกขนาดนั้น​..ศพมาอยู่​​ที่นี่​ได้ยังไงคะ​?"
"เดินมาเองมั้ง?"
หล่อนมองหน้า​เขา..ทำหน้ายังกะ​จะกินเลือดกินเนื้อ ​พอดีนั่งข่าวคนอื่น ๆ​ เข้ามารุม​เขาตามประสาสื่อมวลชน​ที่ดี ทำให้​เขา​ต้องเลิกใส่ใจ​กำลังหล่อน​ไป​โดยปริยาย
ร้อยแปดคำถามยังน้อย​ไป..สำหรับเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​นั้น​
​เขาจึงตอบ​ได้เท่า​ที่​เขาตอบ คำ​ที่​เขาตอบมัก​จะวนเวียนอยู่​​กับคำว่า
"ไม่รู้"
​และ
"นั่นสิ"
"ขอเวลาผมหารายละเอียดก่อน.."
ฯลฯ
+++++

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1911 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเริ่มต้นขึ้นที่.........
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ ตุลาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๔๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๙ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-9326 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 07 ต.ค. 2549, 20.39 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รันนรา [C-9327 ], [58.9.44.202]
เมื่อวันที่ : 07 ต.ค. 2549, 20.40 น.

ศพถูกปลดลงมาจากบ่วงเชือก..
เจ้าหน้า​ที่มูลนิธิ..ผู้อุทิศตน​เพื่อการเก็บศพ​โดยเฉพาะ..กุลีกุจอนำผ้าดิบมาปูรองพื้น..บรรจงวางศพ​ที่อ่อนย้วย​ไป​ทั้งตัวนั้น​วางลง​ไป
ผมเขียนไม่ผิดน่า...​ศพ​ที่เพิ่งตายใหม่ ๆ​ สองสามชั่วโมงต่อจากนั้น​กล้ามเนื้อ​จะยืดแข็ง..​แต่​ถ้านานกว่านั้น​..กล้ามเนื้อ​จะเหลวเป๋วอย่างงี้..
นายแพทย์เวร..ผู้มีผมฟู ๆ​ ไฮไลท์ไว้..ทำตาสะลืมสะลือตรวจศพตามหน้า​ที่
​เขา..นายร้อย(มี)เวร..​กำลังนั่งยองชันเข่า..​เพื่อรอจดบทสรุปของแพทย์หญิงผู้นั้น​
"อิฉันว่า..เธอตายมาไม่ต่ำกว่า 3 วันแล้ว​.."
​เขาจดลง​ไปในสมุดบันทึก​ส่วนตัว..มัน​จะถูกลอกออกมาในสมุดบันทึกประจำวัน
"สาเหตุการตายยังไม่รู้..​ต้องผ่าพิสูจน์..​แต่​ที่แน่ ๆ​ ..เธอไม่​ได้ตาย​เพราะการผูกคอ.."
​เขาจดอีก..​ทั้ง​ที่รู้อยู่​แก่ใจ
"ศพนี่ถูกเคลื่อนย้าย..​โดย..​โดยอะไร​ก็ไม่รู้..ไม่มีหลักฐานอื่นใด ​ทั้งรอยลาก..รอยยก..หรือลอยอุ้ม..เหมือนว่าเธอ​จะเดินมาเองซะยังงั้น.."
​เขาจด..ยิ้มในคำพูดสุดท้ายของหมอ สายตาอดชำเลืองดู​ที่เท้าของศพมิ​ได้
แล้ว​​เขาก็ใจหายวาบ..มีฝุ่นจับอยู่​บริเวณฝ่าเท้าของศพจริง ๆ​
เฮ่ย!
"หมอคงสรุป​ได้เท่านี้ในตอนนี้.."
ผู้หมวดหนุ่มยังตลึงนิ่ง..ตาค้าง..ปากกา​ที่จดอยู่​ก็ยังค้าง
"ผู้หมวด..​เป็นไร​ไป?" หมอถาม
​เขาไม่ตอบ..ตอบไม่​ได้..พูดไม่ออก
หมอเลย​มองตามสายตาของ​เขา
แล้ว​เสียงอุทานก็ดังลั่น..
"ไอ๊หยา...​"
++++++

เสียงอุทานนั้น​..ดังเกิน​ไป..
นักข่าวนับสิบคน​ที่อยู่​ในเหตุการณ์นั้น​..สะดุ้งจนสุดตัว
"อะไร​คะ​หมอ?"
"เกิดอะไร​ขึ้น​ครับ​?"
​เป็นคำถาม​ที่ยิงตามมาอย่างถี่ยิบ
ดี​ที่​เขา..ผู้หมวดหนุ่มรูปหล่อ..เหงื่อแตกเต็มหน้าผากคนนั้น​..ให้สัญญานอย่างหนึ่ง​​กับแพทย์หญิงผู้นั้น​ไว้​ได้ทัน
"เจ็บค่ะ​.." หมอบ่นออกมา
​เขาชักเท้า​ที่เหยียบเท้าของหมอออก..หัน​ไปตอบเรียบ ๆ​ ​กับนักข่าวเหล่านั้น​
"ไม่มีอะไร​ครับ​..คุณหมอแค่ตกใจ..​ที่เห็นแมลงสาบอยู่​บนศพ.." ​เขาชี้​ไปยังแมลงตัวเล็ก ๆ​ หน้าตาน่ารัก..ผู้มีวิวัฒนาการถาวรมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ตัวนั้น​..มัน​กำลังไต่อยู่​บนใบหน้าของศพ
"หมอก็เลย​อุทานออกมา.."
ด้วยคำตอบนั้น​..​ความสงสัยจึงจางหาย​ไปจากนักข่าวกลุ่มนั้น​
เว้นคนเดียว..ถูก​ต้อง เธอคนนั้น​
หญิงสาวหน้าใส ผู้ผูกผมยาวไว้ด้วยหนังสะติ๊กสีแดง สวมเสื้อคลุมผ้ายีนส์เชย ๆ​ ทับเสื้อยืดสีขาว ​กับกางเกงยีนส์รัดรูปคนนั้น​
ก็เธอสังเกตเห็นรอยฝุ่น​ที่เท้าศพด้วยเหมือนกัน
ไม่ใช่​เป็นรอยใหม่แน่นอน..โคลน​ที่แห้งกรังจับอยู่​ตรงง่ามนิ้ว
เธอเองก็เกือบ​จะทำปากกา​ที่​กำลังจดข่าวหลุดมือเหมือนกัน..​แต่เธอยังยั้งไว้​ได้
ยิ่งกว่านั้น​..เธอยังแอบเห็นสัญญาณ​ที่ผู้หมวดหนุ่มคนนั้น​มี​กับแพทย์หญิงอย่างเต็มตา
คดีนี้คงมีอะไร​พิลึกพิลั่นแน่แล้ว​..
โชคดีจังเลย​เรา..
หล่อนกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ..
+++++
ศพถูกห่อด้วยผ้าดิบ..แถมยังแข็งกรอบผืนนั้น​
เจ้าหน้า​ที่มูลนิธิผูกชายผ้า​ที่ศีรษะศพก่อน แล้ว​มาผูก​ที่กลางลำตัว ก่อน​จะผูก​ที่ปลายเท้า​เป็นเปลาะ​ที่สาม
ศพนั้น​ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งจนทุกคนทำหน้าแหย..​ใคร​ที่มีผ้าเช็ดหน้าก็นำขึ้น​มาอุดจมูก
​แต่เธอไม่​เป็นเช่นนั้น​
​ทั้งไม่ทำหน้าแหย..​ทั้งไม่​เอาผ้าเช็ดหน้าขึ้น​มาอุดจมูก
เธอ​กำลังมองผู้หมวดหนุ่มเจ้าของคดีอย่างหมายมั่น
​เขา​กำลังเช็ดเหงื่อ​ที่หน้าผาก..หน้าขาวนั้น​ดูซีด​ไปเล็กน้อย..​แต่ดวงตา​ที่คมวาว คมคิ้ว​ที่ริ้ว​เป็นวง โครงจมูก​ที่โด่ง​เป็นสันนั้น​..น่าดูไม่น้อย
เสียดายปากหนา​ไปนิด..
​เขาจดอะไร​อีกครู่หนึ่ง​..ยกวิทยุสื่อสารขึ้น​พูดสองสามคำ..แล้ว​เดิน​ไป​ที่รถสายตรวจ
เธอวิ่งจี๋ตาม​ไปทันที..
"เดี๋ยวค่ะ​..ผู้หมวด"
​เขาทำหน้าย่น(อีกแล้ว​)
"ผู้หมวด​จะสันนิษฐานคดีนี้ว่ายังไรคะ​?"
เธอยิงคำถามในขณะ​ที่​เขา​กำลังก้าวขึ้น​รถ..ไม่ใช่สิ..​กำลังยกขาขึ้น​รถตั่งหาก
​เขามองหล่อนพักหนึ่ง​..เด็กสาวคนนี้เพิ่ง​จะจบมาใหม่ ๆ​ แน่ ๆ​ เลย​..ถึง​ได้ไฟแรงขนาดนี้
"ยังสันนิษฐานอะไร​ไม่​ได้ครับ​..คง​จะ​ต้องสืบหารายละเอียดมากกว่านี้.."
"แล้ว​​ที่ฝ่าเท้าศพ..ทำไมถึง​ได้มีฝุ่นมีโคลนติดอยู่​​ได้ล่ะคะ​.."
​เขาชะงักกึก..แสดงว่าไม่ใช่มี​เขา​กับแพทย์เวรเท่านั้น​​ที่สังเกตเห็น..ยังมีหล่อน..อีกคนหนึ่ง​
"มันอาจ​จะติดมาจากสถาน​ที่เธอตายก็​ได้.."
หญิงสาวไม่เชื่อ
"แล้ว​ทำไมผู้หมวดถึง​ต้องเหยียบเท้าคุณหมอด้วยล่ะคะ​?"
​เขาปิดประตูรถดังโครม..ในใจเต็ม​ไปด้วย​ความยุ่งยาก​ที่เริ่มก่อเค้า
"เท้าคุณหมอน่าเหยียบมังคับ..​ไป..ออกรถ​ได้.."
แล้ว​รถสายตรวจคันนั้น​ก็วิ่งจี๋จาก​ไป
หญิงสาวมองตามด้วยสายตาหมายมาด..
"ฉัน​จะ​ต้องรู้ให้​ได้.."
++++++
​ที่สน.​ซึ่งแปลว่าสถานีตำรวจ..หรือ​ใคร ๆ​ ​เขาก็เรียกว่าโรงพัก..พักอะไร​ไม่รู้..แห่งนั้น​..
ผู้หมวดหนุ่ม..อ๊ะ..​เขาไม่​ได้ชื่อหนุ่ม ชื่อ​เขาออก​จะ​เพราะ "รตท.ทัดทาน" ​กำลังทำหน้าย่นอยู่​​กับรายละเอียดตรงหน้า
เครื่องพิมพ์ดีด​ที่คากระดาษไว้..ยังว่างเปล่า​เพราะ​เขายังไม่รู้​จะพิมพ์อะไร​​ไปในนั้น​
มันเกิดขึ้น​​ได้อย่างไร?
หลักฐานทุกอย่างบ่งชี้ว่า..ศพนี้..เคลื่อนย้ายตัวเองด้วยวิธีการเดิน..ปีนป่ายตามสินค้า​ที่กองซ้อนกันไว้..ขึ้น​​ไปจนถึงเพดานโกดัง..นำเชือก.. มาผูกไว้​กับขื่อจนแน่นหนา..แล้ว​ค่อยมาผูก​ที่คอตัวเอง..ก่อน​จะโดดหวือให้พ้นจากแหล่งพักเท้า..ลอยเท้งเต้งอยู่​กลางอากาศ..​เพื่อให้ตาย​เป็นคำรบ​ที่สอง..
บ้า​ไปแล้ว​..!!
​จะ​เป็นอย่างงั้น​ไป​ได้ยังไง..ศพ​ที่ไหนเดิน​ได้..ผีมีจริงหรือโลกนี้?
แล้ว​​เขา​จะเขียนรายงานนี้ออกมาในลักษณะไหน..​ใครอ่านเข้าก็คงหาว่า​เขาบ้า..
​แม้​จะมีพยานยืนยันอยู่​คนหนึ่ง​..ไม่..สองคน..​ที่คิดตรง​กับ​เขา..ว่าศพนี้เดินมาด้วยตัวเองจริง ๆ​ ​ทั้งคุณหมอ..​และนักข่าวหน้าตาบ้องแบ๊วคนนั้น​ก็ตาม
​ใคร​จะเชื่อ..
จากการร่ำเรียน​ที่​เขาทุ่มเทมา​ทั้งชีวิต ​ทั้งภาคทฤษฎี​และปฏิบัติ จน​ได้รับกระดาษประกาศเกียรติคุณมากมาย​..อ้อ..​เขาเรียกเกียรติบัตรหรอกหรือ?..​เขายังไม่เคยพบเคยเห็นคดีพิลึกพิลั่นเช่นนี้มาก่อนเลย​..
​เขาควร​จะทำอย่างไรดี?
​ความคิดวุ่นวายสับสน..ดี​ที่มีเสียงวอฯ หมายถึงเสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจ..ดังขึ้น​
มีข้อ​ความบางอย่าง​ที่ดึงให้​เขาหลุดจาก​ความสับสนของ​ความคิดนั้น​
สีหน้าของ​เขาเริ่มเปลี่ยน..
จากหน้าย่น ​เป็นหน้าตึง..แล้ว​ก็หน้าเบี้ยว..
มีการพบศพอีกหนึ่ง​ศพ..ยิงตัวตาย..​ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง​ในท้อง​ที่​ที่​เขารับผิดชอบ
"ผู้หมวดครับ​..ผมว่ามันแปลก ๆ​ "
จ่าต้อย..ลูกน้องผู้​ที่สนิท​กับ​เขามากรายงานมาทางวอฯ
"มีคน​ได้ยินเสียงปืน​เมื่อสิบนาทีก่อนหน้าการพบศพ..​แต่ว่า..เอ่อ..ศพเน่าแล้ว​ครับ​"
หยึย...​
++++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : รันนรา [C-9328 ], [58.9.44.202]
เมื่อวันที่ : 07 ต.ค. 2549, 20.41 น.

รตท.ทัดทาน​ไปถึง​ที่เกิดเหตุคนยิงตัวตายนั้น​ภายในสิบห้านาทีนับจาก​ที่​ได้รับรายงานจากวิทยุ
สภาพศพ​ที่​เขาเห็น..คล้ายคลึง​กับศพแรก..ศพร่างกายเปล่าเปลือย..
​เป็นเด็กสาว..สภาพ​กำลังเน่า..
มือขวาของศพ..มีปืนพกขนาดเล็กอยู่​ในอุ้งมือ..มันถูก​ใช้งาน​ไปเพียงแค่นัดเดียว
รูโบ๋​ที่ศีรษะ..​เป็น​ที่​ที่กระสุดนัดเดียวนั้น​วิ่งผ่าน..ปากแผลยังมีเขม่าจับอยู่​เต็ม
รอยออกของกระสุน..แทน​ที่​จะเต็ม​ไปด้วยเลือดแดงฉาน กลับมีน้ำข้นคลั่กสีดำ..เศษสมองสีเขียวคล้ำกระจาย​ไปทั่ว
มัน​เป็นเลือด​และมันสมอง​ที่ถูกหมักดองไว้ด้วยเวลาไม่นานกว่าสามวัน..มันถึง​จะมีสีสัน..​และกลิ่นเน่า​ได้ขนาดนี้..
ผู้พบศพคนแรก..ให้การด้วยสีหน้าตื่นตระหนกว่า..เ​ที่ยงคืนสิบสามนาที..​เขา​ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น​หนึ่ง​นัด..
มันดังออกมาจากบ้านเช่าหลังนี้..​ซึ่งมีอยู่​ห้องเดียว..​ที่เปิดไฟทิ้งไว้
​เขาชวน​เพื่อนบ้านข้างเคียงออกมาด้วย..​เพื่อมาดูให้รู้แน่ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​..
ทุกห้อง​ที่มีเพียงหกห้องของบ้านเช่าหลังนั้น​..ตื่นขึ้น​มาดูเหตุการณ์กันหมด
เว้นห้องเดียวห้องนี้..ห้อง​ที่หก..​ซึ่ง​เป็นห้อง​ที่อาศัยอยู่​ของเด็กสาวตจว.คนนี้
มันเงียบสนิท..​แม้ไฟ​จะเปิดอยู่​..พวก​เขาจึงส่งเสียงเรียก..ไม่มีเสียงตอบรับ
การไขประตูจากผู้ดูแลจึงเกิดขึ้น​..
ทุกคนผงะหงาย..กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง..พบเด็กสาวยิงตัวตายเน่าเฟะนอนรออยู่​แล้ว​..
ผู้​ได้ยินเสียงปืน..ไม่ต่ำกว่าห้าคน..ยืนยันตรงกันว่าเสียงปืนเพิ่งดังขึ้น​ไม่นานมานี่แน่ ๆ​
ยืนยัน​ทั้ง​ที่รู้ว่า​เป็น​ไปไม่​ได้
ทุกคนหน้าเหลือสองนิ้ว..คน​ที่หน้าเหลือสามนิ้ว​จะ​ต้อง​เป็นคน​ที่หน้ายาว..
​ใคร​จะทำให้หน้าเหลือมากกว่านั้น​​ได้..​เมื่อเห็นตำตาอยู่​ทนโท่ว่า..ศพยิงตัวตาย​ได้
ศพ​ที่ตาย​ไปแล้ว​..ยิงตัวเองให้ตาย​ไปอีกครั้ง​เป็นครั้ง​ที่สอง?
เหมือน​กับศพ​ที่แล้ว​..ผูกคอให้ตาย​เป็นครั้ง​ที่สอง..ให้สนุกเล่นซะยังงั้น
นี่มันอะไร​กัน???
"ผู้หมวดคะ​..มันเกิดอะไร​ขึ้น​แน่คะ​?"
อีกแล้ว​..นักข่าวสาวคนนั้น​อีกแล้ว​
"ศพยิงตัวตาย​ได้ด้วยเหรอคะ​?"
???
++++
การเกิดคดีฆาตกรรมถึงสองคดีด้วยกัน..ในเวลาไร่เรี่ยกันอย่างนี้..นาน ๆ​ ​จะเกิดขึ้น​สักครั้ง
นักข่าวอาชญากรรมอย่างเธอ..จึงค่อนข้าง​จะกระตือรือร้น​เป็นพิเศษ
จากคำให้สัมภาษณ์ของผู้หมวดหนุ่ม..ผู้มีคิ้วสวยราวทาบด้วยขอบกะลาเผาคนนั้น​..​ที่ว่าน่า​จะเกิดจากฆาตกรหน้าโง่..อำพรางศพ​ที่ตายด้วยน้ำมือของตัวเองมาหลายวันแล้ว​..ด้วยวิธีโง่ ๆ​ ให้เห็นว่า​เป็นการฆ่าตัวตาย..​เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด..มัน​เป็นการสรุป​ที่ง่ายเกิน​ไป..จนหล่อนไม่อยากเชื่อ
อีกข้อหนึ่ง​​ที่ผู้หมวดบอกว่าน่า​จะ​เป็น​ไป​ได้..ก็​คือเกิดขึ้น​จากคนโรคจิตคนหนึ่ง​..หรือสองคน..กระทำอาการวิปริตขึ้น​​กับศพ..​เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง​..​เป็นการสนอง​ความ​ต้องการของตัวเอง
​โดยผู้หมวดไม่ยอมตอบคำถามของเธอ​ที่ว่า..ทำไมศพ​ต้องแก้ผ้า..ทำไมศพ​ต้อง​เป็นเด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี..​โดยบอกเพียง​แต่ว่า..ขอเวลาสืบสวนสอบสวนอีกระยะเท่านั้น​
สิ่งเหล่านี้​เป็นประเด็นข่าว..​ที่นักข่าวอย่างเธอ​ต้องการเสียเหลือเกิน..
​เมื่อกลับถึงบ้าน...​อัน​ที่จริงอพาร์ตเม้นท์ขนาดกระทัดรัด..เธอจึงรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า..นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ บันทึกทุกอย่างลง​ไป..​โดยไม่สนใจเวลาว่า​จะดึกดื่นเพียงใด
​ความสงบเงียบรอบตัว..ทำให้เธอมีสมาธิมากขึ้น​..
ไฟดวงเดียว​ที่เปิดไว้กลางห้อง..​กับแสงสว่างจากหน้าจอ..ก็เพียงพอแล้ว​สำหรับ​ความอุ่นใจหากหล่อน​จะ​ต้องการขึ้น​มา
เธออยู่​คนเดียวมา​ได้หลายเดือนแล้ว​..นับจากเรียนจบจน​ได้ปริญญา..พ่อแม่​และน้องสาวของเธออีกคน..อยู่​​ที่บ้าน..บ้านในตัวอำเภอเล็ก ๆ​ ของจังหวัดหนึ่ง​ทางภาคเหนือ
เธอไม่รู้สึกเหงา​แต่อย่างใด..ไฟของการทำงานคุโชนอย่างต่อ​เนื่อง..เธอรู้สึกสนุกสนาน​กับมัน..​เป็นการท้าทาย​ความ​สามารถของตัวเองหลังจาก​ที่​ได้ร่ำเรียนมาอย่างหนัก
พิมพ์​ไป​ได้สักพัก..​ความอ่อนล้าง่วงงุนก็คืบคลานเข้ามา
เธอปิดปากหาว..หยาดน้ำตาเอ่อล้นออกมาจนตาพร่า..​ต้องกระพริบตา​ที่อุดม​ไปด้วยขนตางอนยาวนั้น​อย่างถี่ยิบ
เนินหน้าผาก​ที่เรียบโค้งมนรับ​กับกระโหลกศีรษะ​ที่ทุยสวย..ผมยาวสยาย​เป็นมันวับ
ดวงตาดำวาว..จมูกเล็กหากโด่ง​เป็นสันรับริมฝีปากงามนั้น​..​เพื่อน ๆ​ รวม​ทั้งอาจารย์หลายคนยุให้เธอเข้าประกวดในงานต่าง ๆ​ เสมอ
​แต่เธอไม่ชอบ..ไม่สนใจ​ความสวยงามของตัวเองด้วยซ้ำ
เธอให้​ความสำคัญต่อสมองของเธอ..มากกว่า​ความสวยงามของร่างกาย..​ที่นับวัน​จะเสื่อมสลายลง​ไป
งานยังเขียนไม่จบ..สรุปท้ายข่าวยังไม่​สามารถหา​ที่ลงเหมาะ ๆ​ ​ได้..สิ่ง​ที่ทำ​ได้ก็​คือลุกขึ้น​​เพื่อยืดแข้งยืดขา..เดิน​ไป​ที่ตู้เย็น​เพื่อหาน้ำดื่ม
หางตามีสิ่งหนึ่ง​ผ่านแวบ​ไป..
เธอหัน​ไปทางนั้น​ทันที..ผ้าม่านวูบไหว​ทั้งไม่มีแรงลม..เธอไม่เข้าใจว่ามันเกิดขึ้น​​ได้อย่างไร
เสียงหยดน้ำดังขึ้น​ในห้องน้ำ..เธอปิดสนิทแล้ว​นี่นา
ดื่มน้ำเสร็จจึงเดิน​ไป​ที่ห้องน้ำ ​ซึ่งอยู่​ไม่ไกลจากโต๊ะคอมพ์ฯ นัก
เสียงหยดน้ำดังมากขึ้น​..เธอเปิดไฟ..
ไฟไม่ติด..ขมวดคิ้ว
ก้าวเข้าสู่ห้องน้ำ..เสียงดัง​ที่อ่างล้างหน้า
เหนืออ่างล้างหน้ามีกระจก..กระจกสะท้อนเงาของเธอ..ในสภาพตะคุ่มมัว​เนื่องจาก​ความมืด
เอื้อมมือหมุนก๊อก..มันหมุน​ไป​ได้อีกเกือบครึ่งรอบ..เธอแปลกใจ..​ใครมาคลายมัน
เหลือบสายตามองกระจก..เงาดับวับผ่าน​ไปทางด้านหลัง
​ความเย็นวาบแผ่ซ่านจากต้นคอหลง​ไป​ที่สันหลัง..ขนลุกสู่จากก้นกบมาจรดท้ายทอย..
อะไร​?
"เคร้ง.." เสียงแก้วตกลงพื้น
หล่อนสะดุ้งสุดตัว..ยกมือปิดปาก
กระโจนวูบเดียวก็ออกมาจากห้องน้ำ..แก้วพลาสติกยังกลิ้งอยู่​​กับพื้น..น้ำ​ที่เหลือจาก​ที่เธอเพิ่งดื่ม​เมื่อสักครู่เจิ่งนองบนพื้น..
เธอหันซ้ายขวา..ไม่มีอะไร​นอกเสียจาก​ความเงียบ..
มอง​ที่พื้นอีกครั้ง..หัวใจของเธอแทบหลุดออกจากร่าง..
กระเซ็นน้ำจากแก้ว​ที่กลิ้งอยู่​นั้น​..ปรากฏรอยเท้าเล็ก ๆ​ คล้าย​เป็นจ้ำ ๆ​ ต่อ​เนื่อง​ไปจนถึงกำแพงห้อง หน้าต่างตรงกำแพงนั้น​บัดนี้เปิดอ้าออก​ทั้ง​ที่มันไม่เคยถูกเปิดมาก่อนเลย​..
เธอถลา​ไป​ที่นั่นทันที..
​แต่เธอไม่เห็นอะไร​เลย​
**********
รตท.ทัดทาน..ก้าวขึ้น​รถบีเอ็มสีน้ำตาลอมแดงนั้น​อย่างอ่อนล้า..
​เขาเขียนรายงานนั้น​ไม่จบ..
ภาพศพ​ทั้งสองยังติดตา..ใบหน้าของศพยังลอยเคว้งอยู่​ใต้หนังตาของ​เขา
​เขายกมือลูบหน้า..มันชื้น​และมัน..สิ่ง​ที่​เขา​ต้องการตอนนี้คืนหมอนอันนุ่มนิ่ม..​และ​ที่นอนอันนุ่มสบาย
มือขวาบิดกุญแจสตาร์ทรถ..รถราคาเลือนล้านคำรามเบา ๆ​ แทบไม่รู้สึก
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น​มา
"ผู้หมวด..ดิฉันเองค่ะ​..วิรานี.."
​เขาทำหน้าย่น
"วิรานี​ที่​เป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ไงคะ​?"
หน้าย่นเริ่มคลาย
เสียงบอกเล่าสั้น ๆ​ ​ได้ใจ​ความ..ค่อยทะยอยออกมาหลังจากนั้น​
บีเอ็มดับเบิ้ลยูถูกลับลำทันที
มันควบด้วย​ความเร็วสูงสุดเท่า​ที่เงินจำนวนเกือบสองล้านนั้น​​จะบันดาลให้เร็ว​ได้
​แม้กระนั้น​มันก็ยังไม่เร็วพอ​กับ​ความร้อนรุ่มในใจของ​เขา
++++

​เมื่อ​ไปถึงบ้านของวิรานี..เธอต้อนรับ​เขาด้วยใบหน้า​ที่ยังคงตื่นเต้นไม่หาย
เธอชี้ให้ดูอะไร​อย่างหนึ่ง​..​ที่ขัดอยู่​​กับซอกของหน้าต่าง
มัน​เป็นผ้าสีฟ้า..ยับย่น​และเหม็นเน่า..
วิรานี..เธออยู่​ในชุดนอน..สีขาว..บางเบา..​เป็นชุดคลุมยาวถึงข้อเท้า..
ผมถูกปล่อยสยาย..
"มัน​เป็นผ้าอะไร​คะ​?.."
นั่นเอง..จึงทำให้​เขาถอนสายตาออกมาจากร่างงามนั้น​​ได้
​เขาอยากเขกหัวตัวเอง..เรื่อง​คอขาดบาดตายอย่างนี้..ยังมีอารมณ์​จะชื่นชม​ความงามของ​ใคร​ได้อีก..
"​ถ้า​จะให้แน่..​ต้อง​เอา​ไปตรวจสอบอีกครั้ง.."
หญิงสาวจับผ้าผืนนั้น​ขยี้ด้วยปลายนิ้ว..​แม้​จะมีวี่แววของ​ความรังเกียจอยู่​บ้าง..หากสายตาครุ่นคิด
"คล้ายผ้าปู​ที่นอน​ที่​ใช้ในโรงแรม..หรือในโรงพยาบาล.."
"หรือไม่ก็คลีนิค.." ​เขาเสริมขึ้น​มา..
​ทั้งสองไม่พูดอะไร​กันต่อ..สำรวจรอยเท้าจากน้ำ​ที่หกลงบนพื้นนั้น​
บัดนี้มันแห้ง​ไปบ้างแล้ว​..​แต่ยังคงพอ​จะทิ้งคราบไว้บ้าง
"เหมือนรอยเท้าเด็ก..ไม่ก็ลิงตัวเล็ก ๆ​"
"มันมา​ที่นี่ทำไม?.." หญิงสาวคราง
"​ถ้าผมรู้ก็คง​เป็นเชอร์ล๊อคโฮมแล้ว​.."
หญิงสาวนิ่งงัน..ไม่มีอารมณ์ขันตาม​ไปด้วย..​ความตื่นกลัวยังไม่จางหาย​ไป
"มัน"..​ซึ่ง​จะ​เป็นอะไร​ก็ตาม..มาหาเธอทำไม?..
เธอมืดแปดด้าน...​
...​...​...​...​...​...​...​...​.

"​เอาล่ะครับ​..ผมว่าเราแจ้งตำรวจท้อง​ที่ดีกว่า..อย่างน้อยให้​เขามาตรวจรอยนิ้วมือ..ทำบันทึก​เอาไว้..อาจ​จะ​เป็นข้อมูล​ที่​จะทำให้เราควานหาต้นเหตุของเรื่อง​นี้​ได้.."
หญิงสาวพยักหน้าช้า ๆ​ ​โดยไม่รู้​จะทำอะไร​​ได้ดี​ไปกว่านั้น​..

ชายหนุ่ม​ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งข่าว​ไปยังสน.เจ้าของท้อง​ที่..ในจังหวะเดียวกันนั้น​..เสียงโทรศัพท์​ที่ห้องของวิรานีก็ดังขึ้น​

เธอเหลือบมองนาฬิกา..เกือบตีสองแล้ว​..ดึกป่านนี้ ยัง​จะมี​ใครโทรฯหา
แม่ของเธอนั่นเอง
"อะไร​นะคะ​?" เสียงนี้ทำให้ผู้หมวดหนุ่มหันขวับมาด้วย​ความแปลกใจ..สังหรณ์ประหลาดเกิดขึ้น​วาบ
"น้อยหาย​ไป..ตั้งแต่​เมื่อไร?"
"ตามหาทั่วแล้ว​เหรอ?"
"แล้ว​แม่ทำไมถึงเพิ่งโทรฯมาบอก?"
"แจ้ง​ความแล้ว​ยัง?"
เธอนิ่งฟัง ขมวดคิ้วยุ่ง
"​ได้ค่ะ​..เช้า​นี้หนู​จะรีบขึ้น​​ไป.."

เธอวางหู..มองหน้าผู้หมวดด้วยสีหน้ายาก​จะบรรยาย
"น้อย..น้องสาวของดิฉัน..หายออกจากบ้าน​ไป​ได้สองวันแล้ว​ค่ะ​.."
"หาย​ไป​โดยไม่บอกไม่กล่าว..ตามหา​ที่ไหนก็ไม่พบ..น่า​จะเกิดเหตุร้าย.."
เธอพูดด้วยเสียงสั่นพร่า..น้ำตาคลอ
"หรือว่า..น้อย.."
เธอคิดถึงศพ​ที่​ได้พบมา..​ทั้งสองศพนั้น​มีอายุใกล้เคียง​กับน้องสาวของเธอ
"​เป็น​ไป​ได้ยากครับ​.." ผู้หมวดรีบตัดข้อ​ความ
"เธออาจ​จะหนีเ​ที่ยวตามประสาก็​ได้..อย่าเพิ่งคิดอะไร​มาก.."
​เมื่อเห็นสีหน้าหญิงสาว...​​เขาจึงอดไม่​ได้​ที่​จะพูดคำนี้
"มีอะไร​ให้ผมช่วยไหมครับ​?"
++++

วันนี้​เขาตื่นสาย..​เป็น​เพราะว่า​เมื่อคืน​เขาแทบไม่​ได้นอน​ทั้งคืน
เสียงโทรศัพท์ดังก้องห้อง..เหลือบตามองนาฬิกา..มันบอกว่าเกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว​
"ผม​เป็นแพทย์ผ่าศพ..คุณ​เป็นเจ้าของคดีศพผูกคอ​เมื่อคืนใช่ไหมครับ​?"
​เขารับคำ
"ผมอยากถามอะไร​สักอย่าง..บังเอิญผมติดต่อหมอเวร​เมื่อคืนไม่​ได้..เรื่อง​เกี่ยว​กับศพน่ะครับ​..ครั้งแรก​ที่คุณเห็น..มีบาดแผลอะไร​อื่น​ที่ร่างกายของศพหรือเปล่าครับ​?"
​เขางง
"เช่นว่า..ใต้ถันข้างซ้าย..มีบาดแผลลักษณะ​เป็นรู..ใหญ่พอประมาณ ปากรูแหว่งวิ่นคล้าย​กับ..ถูกเจาะด้วยของ​ที่ไม่คม.."
​เขาปฏิเสธ
"น่าแปลก..ผมไม่อยากเชื่อเลย​ว่า..ศพนี้..ตาย​เพราะถูกควักหัวใจออก​ไป.."
"ศพไม่มีหัวใจครับ​.."
!!!
++++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : รันนรา [C-9329 ], [58.9.44.202]
เมื่อวันที่ : 07 ต.ค. 2549, 20.43 น.

ห้องชันสูตรศพ..อยู่​บนตึกหลายชั้น..ของแผนกนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กว่า​เขา​จะควานหา​ที่จอดรถ​ได้..เวลาก็ล่วง​ไปเกือบบ่ายสองโมง
เหงื่อแตกจนเต็มแผ่นหลัง ขณะ​เขากึ่งเดินกึ่งวิ่ง​ไปยังห้องผ่าศพห้องนั้น​..​ใครหลายคน​กำลังรอ​เขาอยู่​
​เมื่อ​เขาปรากฏตัวตรงสำนักงาน..ชายหญิงสองสามคน..​ซึ่งหนึ่ง​ในจำนวนนั้น​..มีคุณหมอผมฟูหลายสีคนนั้น​ด้วย..​กำลังนั่งคุยกันด้วยสีหน้า​ที่เคร่งเครียด
การแนะนำตัวผ่านพ้น​ไป ​ที่เหลือ​คือบทสรุป
"ศพ​ทั้งสองไม่มีหัวใจ..หัวใจถูกควัก​ไปสด ๆ​ ​เป็นการควักออก​ไปในขณะ​ที่มันน่า​จะทำงานอยู่​.."
"มีร่องรอยการผ่านการร่วมเพศ..​ซึ่ง​จะ​เป็นการถูกข่มขืนหรือไม่ไม่​สามารถบอก​ได้..นอกนั้น​ไม่มีร่องรอยอื่นใด..รวม​ทั้งบาดแผลตามร่างกาย..เว้นเสีย​แต่รอยเจาะใต้ถันนมข้างซ้ายนั้น​.."
"สารเคมี​ที่​ได้จากการวิเคราะห์จากเลือดของศพ..แสดงว่าศพ​ทั้งสอง​กำลังตั้งครรภ์..​แต่หน้าแปลก..​ที่มดลูก..ไม่ปรากฎการฝังตัวของตัวอ่อน..น้ำนมยังไม่​ได้สร้าง.."
"ราว​กับว่าการตั้งครรภ์..เกิดขึ้น​เพียงไม่กี่นาที..แล้ว​ก็การตั้งครรภ์ก็ล้มเหลว..หรือเรียกง่าย ๆ​ ว่าแท้งนั่นเอง.."
"​ที่น่าแปลก..ศพ​ทั้งสองทำไมถึงมีสาเหตุการตาย​ที่เหมือนกัน..สภาพศพดุจเดียวกัน.."
"​เป็นการตายซ้ำ​เป็นครั้ง​ที่สองเหมือน ๆ​ กัน"

ทุกคนมอง​เขา​เป็นจุดเดียว
​เขาเองก็อยากมองหน้าตัวเองเหมือนกัน
คง​เป็นสีหน้า​ที่ไม่มีปฏิมากรใด กล้า​จะปั้นออกมาแน่ ๆ​
ก็ปั้นยากขนาดนั้น​!!!

​ที่สนามบิน คราคร่ำ​ไปด้วยผู้คน
ไม่แปลก..วิรานีบอก​กับตนเอง..
เดี๋ยวนี้ตั๋วเครื่องบินราคาพอ​กับตั๋วบขส. สนามบินแห่งชาติจึงกลาย​เป็นสถานีบขส.แห่งชาติ​ไป​ได้ง่าย ๆ​
เธอเพียงหงุดหงิดเล็กน้อย..ไม่ใช่สิ..หงุดหงิดมาก ๆ​
เธอตั้งใจว่า​จะออกเดินทาง​แต่เช้า​..​แต่แล้ว​...​ตั๋วเต็มหมด มีว่างพอก็ตอนบ่ายสามโมงนี่แหล่ะ
ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่านั่งรสบัส..รถไฟ..​ที่กว่า​จะถึง ​ต้องเสียเวลา​ไปไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง
ช่วงเช้า​ของเธอจึงค่อนข้างว่าง..​เมื่อว่างจึงรีบเข้าโรงพิมพ์
ฟิล์มถูกส่งเข้าห้องแลป..มัน​ใช้เวลาไม่นานนักก็ถูกพริ้นท์ออกมา..
​ที่โต๊ะทำงาน..เธอนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด..สังเกตภาพของศพ​ทั้งสองอย่างเต็ม​ที่
ไม่มีร่องรอยอื่นใดนอกเหนือจาก​ที่​ได้เห็นมาจากภาพจริง..
เธอสแกนด์ภาพถ่ายหน้าตรงของศพ..​เพื่อเปรียบเทียบ​กับภาพเชิงซ้อน..อะอะ..หนังสือพิมพ์​ที่เธอสังกัดอยู่​..ยิ่งใหญ่พอ​ที่​จะมีเทคโนโลยีเดียวกัน​กับสนง.ตำรวจ​ได้
เธอ​จะ​เอาภาพของศพมาซ้อน​กับภาพถ่ายจริง..​ที่ญาติมาแจ้งหาย​เอาไว้
เธอรู้..ตำรวจก็ทำอย่างนี้
​แต่เธอไม่รู้..ว่าตำรวจยังไม่​ได้ทำ
+++++

ปรากฏว่า..ภาพของศพแรก..​ที่ผูกคอ..​ไปแมชเข้า​กับใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง​​พอดี
เด๊ะ..
รอยยิ้มยินดีปรากฏขึ้น​บนริมฝีปาก..ชื่อ​และ​ที่อยู่​ปรากฏหราขึ้น​บนหน้าจอ
เธอจดใส่สมุดบันทึก​ส่วนตัว
​แต่​เมื่อจดถึง​ที่อยู่​..เธอแทบ​จะอุทานออกมาด้วย​ความแปลกใจ
มัน​เป็นอำเภอ​และจังหวัดเดียวกัน​กับบ้านพ่อแม่ของเธอ..​ซึ่งเธอ​จะ​ต้องเดินทาง​ไปตอนบ่ายนี้​พอดี
ให้ตายสิ..เรื่อง​นี้ทำไมถึง​ได้บังเอิญขนาดนั้น​
สำหรับอีกศพ..คำตอบยัง​เป็นเช่นเดิม
ศพนั้น​มีภูมิลำเนาเดียวกัน​กับศพแรก..
​ทั้งสองมี​ส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ศพแรก​เป็นนักศึกษา..เข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ พักอยู่​​ที่หอพักแห่งหนึ่ง​แถวฝั่งธนฯ
อีกศพ​เป็นสาวโรงงาน..มี​ที่พักอาศัยห่างไกล​กับสุดมุมเมือง
​ทั้งสองญาติแจ้งหายในระยะเวลาใกล้เคียงกัน..
ไม่น่า​จะมี​ส่วนเกี่ยวข้องกัน​ได้เลย​..

เธอจดทุกอย่างใส่สมุด..ยกนาฬิกาข้อมือขึ้น​ดู
เพิ่งสิบโมงเช้า​..ผู้หมวดขี้เก๊กหน้าย่นคนนั้น​​จะรู้เหมือนเธอรู้ไหมหนอ?
ช่างเหอะ..มันไม่เกี่ยว​กับเราซักหน่อย​
​แต่..
"​ถ้ามีอะไร​ให้ผมช่วย..ก็บอก​ได้ทันทีนะครับ​"
เสียงสุดท้ายของ​เขาคืนนั้น​..ทำให้เธอ​ต้องกดโทรฯ ถึง​เขา
เย่ย..ไม่มีคนรับสาย
​จะมาว่าฉันไม่​ได้นาว้อย..!!
++++++

​เมื่อขึ้น​เครื่องเรียบร้อย​..เธอตั้งใจ​จะหยุด​ความคิดฟุ้งซ่านในทางร้าย..​ที่เกี่ยวข้อง​กับการหายตัว​ไปของน้องสาว
​แต่ทำไงก็หยุดไม่​ได้
เธอ​กับน้อง​แม้ไม่สนิทกันนัก..​เพราะเธอมาเรียนกรุงเทพฯ ​ได้เกือบ 5 ปี..​แต่เธอก็ยังรักน้อง
น้องไม่สวยเท่าเธอ..​แต่ก็น่ารัก..ขาวเหมือนเธอ..​และมีดวงตาเหมือนเธอ
แม่เคยโทรฯ มาบ่น​กับเธอบ่อย ๆ​ ว่าน้องคนนี้..มัก​จะหนีเ​ที่ยวดึก ๆ​ ​เป็นประจำ
​และมีผู้ชายหลายคนมาก้อร่อก้อติก..​ซึ่งเธอก็ทำ​ได้​แต่เพียงว่าให้แม่​ไปฟ้องพ่อ
แม่ฟ้องกลับมาว่าพ่อก็ห่วง​แต่เมา
เธอคุย​กับพ่อ..กลับถูกขอตังค์ทุกครั้ง
ด้วย​ความเหนื่อยใจ..เธอเลย​ไม่ค่อย​ได้ติดต่อกลับบ้านสักเท่าไร
มีแค่บางที..ราย​ได้จากงานไซด์ไลน์​ที่เธอทำตั้งแต่ตอนเรียนอยู่​ปี 2..งานเขียนสารคดีเล็ก ๆ​ น้อย ๆ​ .. ​ได้ผลตอบแทนกลับคืนมา​เป็นก้อน..เธอก็​จะส่งเงินกลับบ้าน​ไปบ้าง
นึกถึงตอนนี้..น้ำตาซึมออกมานิด ๆ​ พอ​เป็นพิธี
จริง ๆ​ แล้ว​เธออยากอยู่​​กับครอบครัว..​แต่..ชีวิตของเธอ​จะจมอยู่​​กับสภาพเดิม ๆ​ ไม่​ได้
เธอ​เป็น​ความหวังเดียวของครอบครัว..​ที่​จะทำให้ทุกชีวิตดีขึ้น​..นั่นจึง​เป็นเหตุผลใหญ่..​ที่ทำให้เธอมุมานะเรียนจนจบ..​และรีบหางานทำให้​ได้เร็ว​ที่สุด
งาน​เป็นนักข่าวเยี่ยงนี้..ตรง​กับ​ที่เธอเรียนมา​พอดี
​และเธอก็​กำลังสนุก​กับมัน
​แต่ไม่น่า​จะเกิดกรณีน้องสาวหายตัว​ไปเล้ย..
เฮ้อ..
+++++++

ข้อมูลบางอย่าง​ที่​เขา​ได้รับเพิ่มเติมหลังจากการประชุมผู้เกี่ยวข้อง​ที่แผนกนิติเวชนั้น​..ทำให้รตท.ทัดทาน กดโทรศัพท์ถึงหญิงสาวนักข่าว..ร่างบอบบางตาคมคนนั้น​ทันที

เรื่อง​นี้ยิ่งเวลาผ่าน​ไป ยิ่ง​เป็นเรื่อง​​ที่ไม่ค่อยเข้าท่าขึ้น​ทุกที
จาก​แต่แรก​ที่คิดว่า​เป็นการฆ่าตัวตายธรรมดา..กลาย​เป็นคนตายแล้ว​มาถูกฆ่าอีกครั้ง
นั่นยังไม่เท่าไร หลังการผ่าพิสูจน์ศพ กลับพบว่าศพนั้น​ไม่มีหัวใจ..มันถูกล้วงควัก​ไปขณะ​ที่ร่างนั้น​ยังมีชีวิตอยู่​..
หัวใจหาย​ไปไหน..​ใคร​เป็นคนฆ่าเธอ​ทั้งสอง..อีก​ทั้งร่องรอยการตั้งครรภ์​ที่ล้มเหลวนั้น​เล่า?..มัน​คืออะไร​??

ข้อมูล​ที่​ได้เพิ่มเติม..ทำให้ขนบนศีรษะของ​เขาลุกซู่ตลอดเวลา..​แม้จนกระทั่งบัดนี้..
มีการพบศพอีกห้าศพ..กระทำการฆ่าตัวตายด้วยวิธีการต่าง ๆ​ กันทั่วกรุงเทพมหานคร ในคืนเดียวกันนั้น​
ทุกศพ​เป็นหญิง ทุกศพเปลือยกาย..ทุกศพไร้หัวใจ
​และทุกศพ..มีพื้นเพบ้านเกิดอยู่​ในอำเภอหนึ่ง​ในจังหวัดภาคเหนือ
​ซึ่ง​เป็นคนบ้านเดียว​กับวิรานีนั่นเอง
++++
โทรศัพท์ติดต่อไม่​ได้..
วิรานีปิดโทรศัพท์ทันที​เมื่อขึ้น​เครื่อง..เธอไม่กลัวเครื่องบินตก ​แต่กลัวมีคนมาโทษว่า​ที่เครื่องบินตก​เพราะเธอไม่ปิดโทรศัพท์
เธอจึงไม่รู้ว่า..ไม่ใช่มีเพียงสองศพเท่านั้น​..​ที่มาจากภูมิลำเนาเดียวกัน
ยังมีอีกถึง 5 ศพ..​ที่ยืนยันว่า..ต้นเหตุระทึกขวัญครั้งนี้..มาจากแหล่งเดียวกัน
จึง​เป็นการ​ที่เธอเดินเข้าสู่เงื้อมมือของมัจจุราชอย่างไม่รู้ตัว
++++
​แม้กำหนดการขึ้น​เครื่อง​จะระบุว่า​เป็นเวลา 15.00 น.
​แต่กว่าเครื่อง​จะออกก็เกือบ 16.00 น.
กว่าเครื่อง​จะเดินทาง​ไปถึงก็เกือบ 17.30 น.
กว่าเครื่อง​จะ​ได้ลงก็โน่น..เลย​การยืนตรงเคารพธงชาติมาแล้ว​เกือบชั่วโมง
วิรานีหน้าหงิก..
นี่ยังไม่รวม​ที่​ต้อง​ไปเช็คอิน​ที่สนามบินก่อนหนึ่ง​ชั่วโมงนะนี่
รวมแล้ว​เธอเสียเวลา​ไป​กับการเดินทางครั้งนี้ถึงเกือบ 5 ชั่วโมง
แง่ง..
++++

จังหวัด​ที่เธอ​ไป​เป็นจังหวัดไม่ใหญ่นัก
การส่งเสริมการท่องเ​ที่ยวทำให้จังหวัดนี้มีสนามบินขึ้น​มา​ได้
บัดนี้มันแทบ​จะร้างผู้คน
​จะ​เป็นอย่างนี้เสมอหากไม่ใช่ฤดูของการท่องเ​ที่ยว
รถรา​ที่​จะเรียกก็หาไม่สะดวก​..เท่า​ที่เห็นก็มีรถของโรงแรมมายืนชูป้ายรอแขกกันอยู่​สี่ห้าเจ้า
แท๊กซี่ป้ายเขียวป้ายเหลือง ป้ายแดงป้ายดำ..หาไม่เจอซักป้าย
มี​แต่รถสองแถวติดเครื่องรออยู่​คันหนึ่ง​..
เธอเดินตรง​ไปหาทันที ในใจ​กำลังคิดเสียดาย​ที่ไม่​ได้กลับบ้าน​โดยรถทัวร์
ก่อน​จะถึงตัวจังหวัดรถทัวร์​จะ​ต้องผ่านแยกอำเภอ​ที่เธออยู่​ก่อน
หากเธอลง​ที่นั่น แล้ว​ต่อสองแถวเข้า​ไปสักชั่วโมง..เธอก็​จะถึงบ้าน​ได้ง่าย ๆ​
นี่​เป็น​เพราะว่ารีบ..​เมื่อรีบจึงคิดถึง​แต่เครื่องบิน..ไม่​ได้คิดต่อ​ไปว่าจากสนามบินเธอ​จะ​ต้องเดินทางอีกไม่ต่ำกว่าสองสามชั่วโมงกว่า​จะถึงบ้าน​ได้
​แต่ก็สาย​ไปเสียแล้ว​
"​ไปบ้านปร๋วนไหมคะ​?"
เธอถามคนขับรถสองแถวนั้น​
"บ้านปร๋วน?"
เธอพยักหน้า..
โซเฟอร์ส่ายหน้า
มองหน้าเธอด้วยสายตาแปลกพิกล
"แล้ว​มีคันไหน​ไปคะ​นี่??"
ดูเหมือนโซเฟอร์​จะอ้าปากตอบ..​แต่แล้ว​​เขาก็ไม่ตอบ..
ขับรถหนี​ไปทันที
วิรานีอ้าปากค้าง..
นี่มันอะไร​กัน?
+++
หญิงสาวยังยืนละล้าละลังอยู่​นาน..รู้สึกสังหรณ์ประหลาดขึ้น​ในใจ
ผู้คนเริ่มซา..รถ​ที่เคยจอดรอญาติอยู่​หลายคันต่างทยอยออกจากสนามบิน​ไปทีละคัน
ฟ้าขมุกขมัว..สายลมเย็น​ที่โชยพัดมิ​ได้ทำให้เธอคลายร้อนใจ
เธอ​จะทำอย่างไรดี?..บ้านยังอยู่​อีกไกล..​จะหารถจากไหนกลับบ้าน..
ทุกครั้ง​ที่เธอกลับบ้าน..เธอไม่เคยกลับเวลานี้..
เธอโทษตัวเอง..​ที่ไม่​ได้นัดแนะไว้​กับแม่..อย่างน้อย..ให้แม่มารับ..เธอก็ยังมี​เพื่อน
มือกดหมายเลขโทรศัพท์ ​จะบอกแม่ว่ามาถึงสนามบินแล้ว​..​แต่ก็นึกขึ้น​​ได้ว่า​ที่บ้านก็ไม่มีโทรศัพท์เหมือนกัน
แม่​ใช้โทรศัพท์จากโรงพักโทรฯ หาเธอ
โทรศัพท์นั้น​จึงถูกเก็บเข้ากระเป๋า ​พร้อม​กับอาการหน้ามุ่ยของหญิงสาว

ในทันใดนั้น​..แสงไฟจากหน้ารถ..ก็สว่างวูบมายัง​ที่เธอยืนอยู่​
มัน​เป็นรถโตโยต้า..เก่ามากจนไม่น่า​จะวิ่ง​ได้
สีดำทะมึน..ไม่มีสัญลักษณ์ใด​ทั้งสิ้นให้เธอสังเกตเห็นว่า​เป็นแท๊กซี่หรือไม่
มันจอดตรงหน้า..ประตูด้านคนขับเปิดออก
แล้ว​ชายคนหนึ่ง​ก็ก้าวออกมา..

...​...​...​.

ผมบนศีรษะแสดงอายุ​เขา​ได้​เป็นอย่างดี
แว่นในกรอบกระ..มีดวงตาขุ่นมัวอยู่​ในนั้น​
หน้ากร้านดำ..หนวดขาวผสมดำ..ริมฝีปากคล้ำ..
อยู่​บนร่างกาย​ที่ผอมแห้ง..สวมเสื้อเชิดลายทาง..กางเกงสีกากี
"​ไปหรือเปล่าครับ​.?"

ขา​ที่ตั้งท่า​จะโกยอ้าว..ชะงักกึก..อย่างน้อย​เขาก็พูดภาษาคน​ได้
"แท๊กซี่หรือคะ​?"
"ป้ายดำครับ​..ลุงขับมานานแล้ว​..ว่า​แต่หนู​จะ​ไปไหน?"
หญิงสาวอึกอัก..คำว่าบ้านปร๋วน​จะทำให้ตาลุงคนนี้ขับรถหนีเธอ​ไปอีกหรือไม่?
"วัดในลานค่ะ​..ลุงรู้จักหรือเปล่าคะ​?"
วัดนั้น​ตั้งอยู่​ใกล้บ้านของเธอ
ตาลุงทำหน้านึก..แล้ว​ผงกศีรษะ
"อยู่​บ้านปร๋วนใช่ไหม?"
หญิงสาวยิ้มอย่างยินดี
"ใช่ค่ะ​..หนูหารถไม่​ได้เลย​.."
"งั้นขึ้น​รถ​ได้เลย​ครับ​?"
"แล้ว​ราคา?"
"แล้ว​​แต่หนู​จะให้เถอะ..นี่ก็​เป็นเ​ที่ยวสุดท้ายแล้ว​..ลุง​จะกลับบ้านทางนั้น​​พอดี"
เหมือนเทวดาส่งลุงคนนี้มา..เธอเปิดประตูเหวี่ยงเป้เข้า​ไปก่อน ปากยังเจรจา
"บ้านลุงอยู่​ไหนคะ​?"
"วัดลานบุญ..บ้านคนไห่ไง.."
หล่อนนึกออก..มันอยู่​ถัดออก​ไปไม่เกินยี่สิบกิโลเมตร..
"ดีจัง..หนูนึกว่า​จะไม่​ได้กลับบ้านซะแล้ว​.."
​ได้ยินเสียงหัวเราะต่ำในลำคอดังออกมาจากลุงคนนั้น​
หญิงสาวปิดประตู..รถเคลื่อนออกช้า ๆ​
กลิ่นเหม็นประหลาดโชยเข้าจมูก
ตาลุงหัวเราะอีกครั้ง
"ปลาสลิดแดดเดียวน่ะ..ลุงซื้อ​จะ​ไปฝาก​ที่บ้าน..ขอโทษที​ถ้าหนูเหม็น"
วิรานีส่ายหน้า
"ไม่​เป็นไรค่ะ​.." มีอยู่​หลายคำถามเหลือเกิน​ที่เธออยากถามออก​ไป..​แต่ระยะเวลายังอีกนาน..เก็บไว้ก่อนก็​ได้
ตาลุง​ที่นั่งข้าง ๆ​ ก็ดูเหมือน​จะทิ้งปากไว้​ที่สนามบิน
เสียงรถดังเอี๊ยดอ๊าดกึกกัก..วิ่งด้วย​ความเร็วไม่เกิน80กม.ต่อชั่วโมง..
อย่างนี้กว่า​จะถึงก็คงเช้า​​พอดี
เธอนึกในใจ..
++++++
ในเวลาเดียวกัน รตท.ทัดทานรู้สึกกระวนกระวายใจบอกไม่ถูก ​เขาไม่เคย​เป็นอย่างนี้มาก่อน
การ​ที่ติดต่อวิรานีไม่​ได้..ทำให้​เขากังวล
​แต่ภารกิจ​ที่ติดตามเข้ามา..ทำให้​เขาไม่มีเวลา​ที่​จะคิดเรื่อง​อื่นนอกจากเรื่อง​นี้
"คุณ​ต้องไม่ให้เรื่อง​นี้แพร่งพราย​ไปเด็ดขาด..จนกว่าเรา​จะรู้ถึงตัวฆาตรกร​ที่แท้จริง"
ผู้กำ​กับบอก​เขาด้วยเสียงต่ำ
"​ถ้ารู้ถึงหูนักข่าว..เราพังแน่"
​เขาอยาก​จะบอกเหลือเกินว่าอย่างน้อยตอนนี้ก็มีอยู่​คนหนึ่ง​..​ที่รู้..​แม้​จะน้อยกว่า​เขา..​แต่เธอก็รู้
"ผม​ได้รับคำสั่งจากท่านอธิบดี..ให้สืบเรื่อง​นี้อย่างเงียบ​ที่สุด.."
​เขากลั้นใจ..
"​เพราะฉะนั้น​ผม​จะโอนเรื่อง​นี้ให้ฝ่ายสืบสวนของเรา​เป็นผู้ดำเนินการ..คุณทำรายงานมาให้ละเอียดก็แล้ว​กัน.."
จริงดังคาด..ผู้กำ​กับไม่เคยให้​เขาทำคดีสำคัญเลย​สักครั้ง
"​แต่.."
"เชื่อผม.." นายตำรวจสูงอายุร่างท้วม..รีบขัดขึ้น​
"เราจำ​เป็น​ต้อง​ใช้ผู้มีประสบการณ์ ​และฝีมือดี​ที่สุดสำหรับคดีนี้.."
​เขาพูดไม่ออก
"สิ่ง​ที่คุณ​ต้องทำ...​.รีบสรุปสำนวนให้เสร็จในคืนนี้..แล้ว​มอบให้ฝ่ายสืบสวนในวันพรุ่งนี้เช้า​.."
​เขาอึกอัก
"​เอาล่ะ..ขอบคุณ"
++++
ด้วยใจจริง..หรือ​จะด้วย​ความรู้สึกใดก็ตาม..​เขาอยาก​จะ​ไปยังตำบลบางปร๋วน อำเภอป๋าน..อัน​เป็นสถาน​ที่ศพทุกศพ​ที่ตายผิดปกติมีภูมิลำเนาอยู่​ให้เร็ว​ที่สุด
​เขา​จะ​ไป​เพื่ออะไร​?..​แต่แรกก็​เพื่อหาข้อมูล
​แต่ตอนนี้​เขากลาย​เป็นคนไม่มีหน้า​ที่เกี่ยวข้อง​กับคดีนี้ซะแล้ว​ ​แต่​เขาก็ยังอยาก​ไป
สีหน้ากังวลหากอ่อนหวานของวิรานียังฝังตรึงอยู่​ใน​ความทรงจำ
ท่าทางอันตื่นตระหนก..ดูเหมือนอ่อนแอ​แต่เข้มแข็งอยู่​ในทีนั้น​..ยังประทับอยู่​ในใจของ​เขาตลอดเวลา
"ขอบคุณนะคะ​..​ที่กรุณาอยู่​​เป็น​เพื่อนดิฉันจนดึกดื่น.."
เสียงพร่ำนั้น​ยังดังก้องอยู่​ในหู
หรือ​เขา​จะติดใจเธอเสียแล้ว​?
++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : รันนรา [C-9339 ], [58.9.47.69]
เมื่อวันที่ : 11 ต.ค. 2549, 22.14 น.

ชีวิตนายตำรวจหนุ่มของ​เขา..ผ่านมานักต่อนักสำหรับเรื่อง​นี้
ด้วย​ความ​เป็นหนุ่มรูปหล่อ..ฐานะดี..อนาคตไกล..​เขาจึง​เป็น​ที่หมายปองของสาว ๆ​ ใกล้ตัวแทบทุกคน..
​แต่ก็แปลก..​เขามัก​จะสำรวจจิตใจตัวเองอยู่​บ่อย ๆ​ เหมือนกันว่า​เขา​เป็นเกย์หรือเปล่า
​เขาไม่​ได้นึกชอบหรือนึกรักหญิงสาวเหล่านั้น​สักคน
ในสมองของ​เขามี​แต่เรื่อง​งาน..งาน​ที่ถั่งโถมเข้ามาอย่างไม่ลืมหูลืมตาแทบ​จะทุกวัน

​ใครคงไม่รู้..ว่าวันหนึ่ง​ ๆ​ ​จะมีคดีเกิดขึ้น​ไม่ต่ำกว่า 200 คดี
เริ่มตั้งแต่ทะเลาะวิวาทธรรมดา..มาจนถึงคดีฆาตกรรม นี่ยังไม่นับคดีอุบัติเหตุจราจร​ที่เกิดขึ้น​นับไม่หวาดไม่ไหวใน​แต่ละวัน
ทุกคืน​เมื่อ​เขากลับบ้าน..​เขายังจำ​เป็น​ต้อง​เอางานกลับ​ไปทำ​ที่บ้านก่อน​จะนอนเสมอ..
คืนนี้ก็เช่นกัน..

ขณะขับเก๋งหรูคันนั้น​กลับบ้าน..​เขายังเฝ้าวนเวียนถามตัวเองถึง​ความรู้สึกแปลก ๆ​ ​ที่เกิดขึ้น​ในหัวใจ
​เขายังไม่เชื่อว่านั่นมัน​คือ​ความรัก..มันอาจ​จะ​เป็นแค่​ความชอบ..
จากการ​ที่​ได้อยู่​ใกล้ชิด​กับเธอเพียงสองสามชั่วโมง ในคืนวานนั้น​..​จะทำให้​เขารู้สึก​ได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ
มันไม่สมเหตุสมผลด้วยประการ​ทั้งปวง
​แต่..ทำไม​เขาถึงชอบเธอ
ชอบในบุคลิกมาดมั่น..ชอบใน​ความกล้า​ที่​จะถามถึงเรื่อง​​ที่อยากรู้..ชอบใน​ความงามของดวงตา​ที่หวานจนแทบสัมผัส​ได้
​เขาชอบเธอจริง ๆ​ ?
​เขาไม่ตอบคำถามของตัวเองคำถามนั้น​..
ป่านนี้เธอ​จะ​เป็นอย่างไรบ้าง​ก็ไม่รู้..
นั่น​คือการรำพันขึ้น​ในใจของ​เขา
++++
บ้าน​ที่​เขาอยู่​..​เป็นบ้านหลังใหญ่​ที่อยู่​ลึกเข้า​ไปจนเกือบ​จะสุดหมู่บ้าน
​เขาผ่านป้อมยามหน้าทางเข้าหมู่บ้านมา​โดยไม่มียามโผล่ให้เห็นสักคน
เหลือบตามองดูนาฬิกา..มันบอกเวลาสามทุ่ม
ยังไม่ถือว่าดึกนัก..​แต่ทำไมบรรยากาศจึงดูราว​กับว่าเลย​เ​ที่ยงคืนมาแล้ว​สักสองชั่วโมง
ร้านค้าปากทางเข้าหมู่บ้านพากันปิดเงียบ..มี​แต่แสงไฟจากโคมไฟฟ้า​ที่ส่อง​เป็นระยะอยู่​เหนือเสาไฟฟ้าของถนนเข้าหมู่บ้านเท่านั้น​
​เขารู้สึกแปลกใจ..ขณะขบคิดไม่เข้าใจก็มีบางสิ่งวาบเข้ามาในสายตา
​เขาหยุดรถกึก..ขยี้ตาตัวเอง
เงาตะคุ่มจากอะไร​บางอย่างวูบผ่านหน้ารถของ​เขา​ไปในระยะห่าง
สุนัข?..แมว?..ไม่น่า​จะใช่
สัณฐานของมันคล้ายลิง..มีสองขา.มีแขนสองข้างสังเกตเห็น​ได้..
มันวูบหายเข้า​ไปในกอแก้ว..​ซึ่งดอกร่วงกราว​เป็นพยานให้เห็น​กับตา..
อะไร​?..

สัญชาติญานการป้องกันตัว​ที่ถูกฝึกมา​เป็นแรมปีเริ่มสั่งการ
ปืนพกยังตุงอยู่​​ที่เข็มขัด..​เขาสัมผัสมัน​เพื่อตรวจสอบ​ความมั่นใจอีกครั้ง
เปิดประตูรถ..ก้าวเท้าสัมผัสพื้น..ค่อย ๆ​ ยืดตัวออกจากรถ..จ้องนิ่งตรง​ไป​ที่กอแก้วพุ่มนั้น​
สายลมเย็นพัดวูบ..ขนทั่วร่างกรูเกรียว..
กอแก้วสั่นยะเยือก
ปืนถูกชักออกจาก​ที่..เล็งตรง​ไป​ที่นั่น
มันนิ่งสงบ..​เขาก้าวเข้าหามันช้า ๆ​
มั่นใจว่า​เขา​จะ​ต้องรู้จน​ได้ว่ามัน​คืออะไร​?
+++

แสงไฟ​เป็นลำส่องตรงจากหน้ารถ..
มันส่องให้เห็นหมอกจาง ๆ​ ​ที่ไม่น่า​จะเกิดขึ้น​​ได้ในเวลาเช่นนี้
กอแก้วพุ่มนั้น​หยุดไหวติง..มีบ้าง​ที่ใบสั่นพร่าจากแรงลม
เพียงระยะไม่กี่เมตรตรงหน้า..ด้วยสายตาเปล่าของ​เขาก็เห็น​ได้ว่ามันไม่มีอะไร​อยู่​ในพุ่มนั้น​
ปืนในมือลดลง..​เขาทำหน้าย่นด้วย​ความสงสัย
ตาไม่ฝาดแน่..ดอกแก้ว​ที่ร่วงอยู่​มากมาย​นั้น​​เป็นหลักฐาน
เดินก้าวใกล้เข้า​ไป..มีร่องรอยบางอย่างอยู่​​ที่ขอบซีเมนต์​ที่ยกขึ้น​​เป็นกระบะนั้น​
​เขาทำจมูกฟุดฟิด..นอกจากกลิ่นดอกแก้วยังมีกลิ่นอื่นเจือจางอยู่​ด้วย
คล้ายปลาตากแห้ง..ไม่เชิง​เป็นกลิ่นเน่าเสียทีเดียว
ก้มดูรอยนั่น..มันเกิดจากการเหยียบย่ำพื้นดิน​ที่เปียกน้ำ..​เป็นรอยเท้าเล็ก ๆ​ ..ราว​กับเด็กอายุสามสี่ขวบ..หรือน้อยกว่านั้น​..มาปีนป่ายแถวนี้เล่น
ยกมือขึ้น​แตะ..นำโคลนจากรอยเท้านั้น​มาขยี้ดู..แน่ใจว่ารอยนี้เพิ่ง​จะมีขึ้น​หยก ๆ​ นี่เอง
ตัดสินใจแหวกกอแก้วนั้น​ออก ​เพื่อสำรวจให้แน่ชัด..
ไม่มีอะไร​นอกเสียจาก​ความรกรุงรังของพุ่มไม้
​เขาเลียริมฝีปาก..​ความสับสนกระจาย​ไปทั่วสีหน้า..
แล้ว​เสียงโทรศัพท์ของ​เขาก็ดังขึ้น​..
นั่นทำให้​เขา​ต้องกระโดดขึ้น​รถ..ขับออก​ไปอย่างรวดเร็ว
ทิ้งร่องรอยบางอย่างนั้น​ไว้..​โดยหารู้ไม่ว่า..
​เขา​ได้พลาดต้นตอของเรื่อง​ราว​ไปอย่างน่าเสียดาย..

...​...​...​...​...​

ดวงจันทร์กลมโตลอยอยู่​กลางฟ้า..ไม่มีเมฆหมอกมาบดบัง
น่าแปลก​ที่แสงจันทร์ไม่สว่างจ้า..มัวหมอง..ราวมองแสงสะท้อนจากผืนน้ำ
ต่ำลงมา​คือทิวไม้..รายล้อมบ้านหลังหนึ่ง​อยู่​ใจกลาง
​เป็นบ้านสองชั้น..ก่ออิฐถือปูน..มีระเบียงลูกกรงยื่นออกมารอบด้าน
ชั้นสอง​ซึ่งน่า​จะ​เป็นห้องนอน..เปิดไฟทิ้งไว้..มันไม่สว่างมากนัก
ชั้นล่างเงียบสนิท..พาตัวเองผ่านราตรี​ไปด้วย​ความเชื่องช้า..
รถของผู้หมวดหนุ่มขับจาก​ไปแล้ว​..ทิ้งไว้เพียง​ความสงัดเงียบ
กอแก้วริมรั้วก็ยังคงเงียบ..กระพือไหวนิดหน่อย​ตามกระแสลม
​แต่​ถ้าไม่สังเกตดี ๆ​ ​จะไม่เห็นอะไร​บางอย่าง..​กำลังเคลื่อนไหวอย่างเนิบช้า
สัณฐาน​ที่เนิบไหว..คล้ายเงาตะคุ่ม คล้ายสสาร​ที่ไม่มีมวล ทำให้สังเกต​ได้ไม่ชัดว่ามัน​คืออะไร​
​แต่บัดนี้มันมาสงบนิ่งอยู่​ตรงขอบของหน้าต่าง​ที่ถูกเปิดทิ้งไว้..
เหมือนรอจังหวะอะไร​สักอย่างหนึ่ง​
+++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : รันนรา [C-9340 ], [58.9.47.69]
เมื่อวันที่ : 11 ต.ค. 2549, 22.17 น.

เกือบสิบนาที..​ที่รถโตโยต้าสีดำคันนั้น​พาวิรานีออกมาจากสนามบินประจำจังหวัด
กลิ่นเน่าจากปลาสลิดของตาลุงคนนั้น​..ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น​ราว​กับว่าแก​จะ​เอาถุงปลาสลิดถุงนั้น​ วางไว้​ที่เบาะหลังนั่นด้วย
"เหม็นมากหรือครับ​?"
หญิงสาวใจหายวาบ..ตกใจ​ที่อยู่​ ๆ​ ตาลุงก็พูดขึ้น​
"อ๋อ..ปล่าวค่ะ​"
"มันยังไม่แห้งดี..ซื้อมาตั้งแต่ตอนกลางวัน..กลิ่นมันเลย​แรง​ไปหน่อย​"
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้น​มา..กดเบอร์หา​ใครก็​ได้..​เพื่อนคนไหนก็​ได้..ขอคุยด้วยสักคนให้​ความรู้สึกหวาด ๆ​ ​ที่อยู่​ในใจนี้หาย​ไป
"ถึง​แม้ทั่ว​ทั้งจังหวัดนี้​จะเจริญ..​แต่ก็มีบ้างบางแห่ง..​ที่​ความเจริญไม่มีทางเข้าถึง.."
อยู่​ ๆ​ ลุงก็เปลี่ยนเรื่อง​ขึ้น​มาอีก..เธอไม่รู้ว่าแกหมายถึงอะไร​...​โทรศัพท์ของเธอก็ไม่มีสัญญาณ
ตาลุงคนขับหัวเราะ
"นี่ไงล่ะ..​ที่​ความเจริญยังเข้าไม่ถึงบ้านเรา.."

เสียงอันเยียบเย็นแห้งพร่านั้น​..ทำให้หล่อนเสียว​ไปถึงไขสันหลัง
++++

จ่าต้อย..ลูกน้องคนสนิทของ​เขา โทรฯ เข้ามารายงานด้วยเสียงราว​จะขาดใจ
"ผู้หมวดครับ​..งาน​ที่ผู้หมวดให้ผมทำ..สำเร็จแล้ว​ครับ​?"
"จ่าพบแล้ว​เหรอ?" ​เขายินดี
"ครับ​..ผมว่าไม่น่า​จะพลาด..ผ้าสีฟ้า​ที่ศพนั่น​ใช้ผูกคอตาย..​เป็นผ้า​ที่​ใช้อยู่​ในโพลีคลีนิคแห่งหนึ่ง​ครับ​..มัน​คือผ้าปู​ที่นอน..เฉพาะผู้ป่วยในห้องไอซียูเท่านั้น​ครับ​.."
"แล้ว​มันมาอยู่​​ที่บ้านของวิรานี​ได้อย่างไง?" ​เขาถาม​ไปด้วย​ความรวดเร็วจนยั้งไม่ทัน
"แหะ..​ถ้าผมทราบ..ผมก็คง​เป็นผู้กอง​ไปแล้ว​ละครับ​ผู้หมวด"
"เออจริง..ฉันเองยังไม่รู้เลย​..​และมีข้อมูลอะไร​เพิ่มเติมอีก.."
"ผมก็พยายาม​จะสืบให้​ได้ว่า..มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไร​เกิดขึ้น​ใน​ระหว่างวันสองวันนี้หรือเปล่า..ปรากฏว่า..มีครับ​"
"อะไร​?"
"ผู้ป่วยคนหนึ่ง​..​เป็นชาย อายุประมาณห้าสิบห้าปี..เข้ามารักษาด้วยโรคหัวใจล้มเหลว..รักษา​ได้สองวัน..ยังไม่ฟื้น..​แต่วันรุ่งขึ้น​..​เขาก็ตาย.."
รตท.ทัดทานถอนหายใจเฮือก
"แล้ว​มันผิดปกติตรงไหน คน​เป็นโรคหัวใจขนาดเข้าห้องไอซียู เรื่อง​​เป็นเรื่อง​ตาย​เป็นเรื่อง​ธรรมดาอยู่​แล้ว​?"
"เดี๋ยวสิครับ​..ฟังผมให้จบก่อน.."
"ว่า​ไป"

คำตอบ​ที่​เขา​ได้รับ ทำให้​เขาอ้าปากค้าง..
"จริงหรือ?"
"ผม​จะโกหกหมวด​เอาสวรรค์วิมานแดดินดิ้น​ได้​ไปทำไมละครับ​?"

นั่นเอง​ที่ทำให้​เขา​ต้องผละออกมาจากซุ้มต้นแก้วต้นนั้น​ แล้ว​รีบขึ้น​รถขับเข้าบ้านในทันที
++++

​เมื่อถึงบ้าน คอมพิวเตอร์โน๊ตบุค..ถูกเปิดขึ้น​..มัน​กำลังถูก​ใช้​เพื่อเรียกข้อมูลบางอย่างจากทางการ
ข้อมูล​ที่สืบค้น​ได้..ยืนยันข้อมูลของจ่าต้อยอีกครั้ง
ดร.อัมฤทธิ์..อายุ 57 ปี เกิด​เมื่อ...​มรณะ​เมื่อ...​.
​เขาตาย​ไปตั้งสามเดือนก่อนหน้านี่แล้ว​..ตามข้อมูลจากสาระบบทะเบียนราษฎร์​ที่ปรากฏอยู่​นี้
ผู้ชายคนนั้น​ไม่ควร​จะ​ไปนอนตายอีกครั้ง​ที่รพ. ศพ​เขาไม่ควร​จะ​ไปอยู่​​ที่นั่น นอกเสียจากในป่าช้าหรือสถูปเก็บกระดูก
เรื่อง​นี้ญาติของ​เขาคง​จะยืนยัน​ได้
​เขาตัดสินใจโทรฯ หาจ่าต้อยทันที
"มีคนพบ​เขานอนหมดสติอยู่​ริมถนน..ผู้นำส่ง​เป็นพลเมืองดีครับ​ไม่ใช่ญาติของ​เขา..คลีนิคติดตามญาติไม่​ได้เลย​ยังเก็บศพไว้​ที่ห้องดับจิต.."
จ่าต้อยรายงานเพิ่มเติม..​เขาเพิ่งเดินทางกลับถึงบ้านเหมือนกัน..
รตท.ทัดทานขมวดคิ้ว..เรื่อง​ยิ่งแปลกหนักขึ้น​​ไปอีกแล้ว​
"แสดงว่า​ถ้าเรา​ไปคลีนิคตอนนี้..ก็​สามารถดูศพ​ได้น่ะสิ..?" ​เขาถาม
จ่าต้อยทำเสียงกระเส่า.. "มันไม่ดึก​ไปหรือครับ​ผู้หมวด..ผมว่า.."
"จ่า​ไปรอผมอยู่​​ที่นั่น..ผม​จะ​ไปถึงไม่เกินสี่สิบห้านาทีนี้.."
"เอ่อ.."
"จ่าช่วยฉันอีกครั้งไม่​ได้เหรอ...​."
"​ถ้าท่านผู้กำ​กับรู้ว่าเรามายุ่มย่ามในเรื่อง​นี้อีก..ผมว่า.."
"ทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง..ฉัน​ต้องการรู้เท่านั้น​ว่าศพ​จะยังอยู่​​ที่นั่นหรือเปล่า?"
"หมาย​ความว่าไงครับ​?"
"ฉันหมาย​ความว่า.ตอนนี้ศพอาจ​จะไม่อยู่​​ที่นั่นเสียแล้ว​น่ะสิ"
"ฮ้า!!"
++++
ลองสมมุติว่า​เป็นคุณ
คุณ​เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง​..อายุยี่สิบสองยี่สิบสามปี ​กำลังสาวสะพรั่ง ราวกุหลาบแรกแย้ม
​ทั้งเนื้อตัวมี​แต่กระเป๋าสะพาย ในนั้น​บรรจุกระเป๋าสตางค์ โทรฯมือถือ​ที่ไม่มีสัญญาณ
​และกรรไกรตัดเล็บอีกอันหนึ่ง​
​ส่วนกระเป๋าเสื้อผ้า..ก็ไม่มีอะไร​มาก​ไปกว่าเสื้อผ้าผลัดเปลี่ยนสองสามชุด ไม่มี​แม้​แต่คัตเตอร์ หรืออะไร​ก็​ได้​ที่​จะ​ใช้​เป็นอาวุธป้องกันตัวสักอัน
แล้ว​คุณ​ต้องตกอยู่​​กับชายคนหนึ่ง​..ในคราบคนขับแท๊กซี่ป้ายดำ หน้าตา​และคำพูดไม่ค่อยน่าไว้ใจ คุณ​จะทำอย่างไร?
คงนั่งเกร็ง​ไปตลอดทาง​ที่เปลี่ยวมืด...​เหงื่อแตกเต็มแผ่นหลัง..​ความเครียดจาก​ความระแวงทำให้สมองเต้นตุบ ๆ​
วิรานีก็​เป็นเช่นนั้น​..
​แต่แปลก..หล่อนกลับหลับ​ไปอย่างไม่รู้ตัว

+++++

รถกระชากสองสามครั้ง..ก่อน​จะนิ่งสนิท
วิรานีลืมตา..แปลกใจตัวเองว่าเผลอหลับ​ไป​ได้อย่างไร
มอง​ไปทางคนขับ..​เขาเปิดประตู..เดินออก​ไป..แล้ว​เปิดฝากระโปรงรถ..บ่นอะไร​งึมงัม
สองข้างทางภายนอก..มืดยิ่งกว่ามืด..มี​แต่ไฟจากหน้ารถ..​ที่ส่องสว่าง​เป็นลำ
สังหรณ์ประหลาด..ไม่สิ..ไม่น่า​จะเรียกว่าสังหรณ์ มัน​คือ​ความหวาดกลัวมากกว่า..จู่เข้าจับจิตใจของหญิงสาวจนเสียววาบ​ไป​ทั้งหัวใจ
​เอาแล้ว​ไง..สิ่ง​ที่หล่อนระแวงมาตั้งแต่แรก..เริ่มต้นแล้ว​ไง
มีการทำรถเสีย..มีการลง​ไปส่องดูเครื่อง แล้ว​ต่อจากนั้น​..หล่อนก็​จะกลาย​เป็นเหยื่อ..
มือไวเท่า​ความคิด..หล่อนเอื้อมมือ​ไปกดล๊อกประตูทุกบานทันที..
อย่างไรละก็..ขอปลอดภัยไว้ให้นาน​ที่สุดดีกว่า
ริมฝีปากแห้งฝากถูกเลีย..ตากลมโตเต็ม​ไปด้วย​ความตื่นตระหนก..
​แต่มันก็ไม่​สามารถขจัด​ความง่วงงุนเหมือนโดนยาสลบนั้น​​ได้

...​...​...​...​...​...​..

หญิงสาวหยิกตัวเองเต็มแรง..ประสาทตื่นขึ้น​เพียงนิดหน่อย​.. ​แต่ก็เพียงพอ​ที่​จะเห็นอะไร​อย่างหนึ่ง​ เคลื่อนไหวเนิบช้าอยู่​ภายนอก
มันเริ่มปรากฏ​เป็นเงาตะคุ่มก่อน สัณฐานคล้ายคน วูบไหวโอนเอนมาจากป่าข้างทาง
มันน่า​จะมีผมยาว...​​เป็นกระเซิง..คลุมใบหน้าจนมองไม่เห็นลูกตา..ก้าวขาในลักษณะแข็งทื่อ..เดินเนิบช้ามา​ที่รถ
หญิงสาวกระถดตัวเอง​ไปจนชิดประตูอีกข้าง อยาก​จะหวีดร้องให้เต็มเสียง..​แต่ไม่รู้เสียงหาย​ไปอยู่​ไหน..ทำ​ได้เพียง​แต่อ้าปากค้าง
ตาเหลือกแทบถลนออกมา
ฉับพลันทันใด..กระจกรถ​ที่อยู่​ชิด​กับหล่อน มีสิ่งหนึ่ง​ประทะเต็มแรง
หล่อนสะดุ้งสุดตัว หันขวับ​ไป ภาพ​ที่เห็นทำให้หัวใจหล่อนหลุดเต้น​ไปชั่วครู่
ใบหน้าหนึ่ง​..ดวงตาขุ่นคลั่กเหลือกถลน ปากแสยะฟูมเฟะด้วยน้ำลาย​และลิ่มเลือด แนบชิดกระจกจนคราบเลอะนั้น​แปดเปื้อนน่าสะอิดสะเอียน
มันอ้าปากเหมือน​จะกัด..มือสองข้างงอ​เป็นตะขอตะกุยตะกาย..
มันไม่​ได้มีตัวเดียว..ฉับพลันทันทีนั้น​..รถ​ที่หล่อนนั่งมาก็ถูกรายล้อมไว้ด้วยร่างราวอศุภนั้น​ไม่ต่ำกว่าห้าหกตัว..
หญิงสาวกรีดร้องอีกครั้ง..คราวนี้เสียงเดินทางมาถึงแล้ว​
"กรี๊ดดดดดดด"
+++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : รันนรามาแปะต่อคับ [C-9341 ], [58.9.47.69]
เมื่อวันที่ : 11 ต.ค. 2549, 22.26 น.

หลังจากวางหูจากจ่าต้อย..ผู้หมวดหนุ่มกระโดดขึ้น​รถอีกครั้ง
สิ่ง​ที่​เขาบอกจ่าต้อย​ไป..​เขาหวังว่ามัน​จะไม่​เป็นเช่นนั้น​..
ดร.อัมฤทธิ์...​ ตาย​ไปแล้ว​ถึงสามเดือน..หากศพเพิ่งมาล้มลง..​เมื่อไม่กี่วันก่อนมานี้เอง..
ภาพของศพ​ที่ถูกพบ..ยังคงแน่นอยู่​ใน​ความทรงจำ
​แต่ละศพไม่มีหัวใจ..​แต่ศพของดร.อัมฤทธิ์มี
สังหรณ์ประหลาด..บอก​เขาว่า..นี่​คือกุญแจดอกสำคัญสำหรับไขเข้าสู่เรื่อง​ราวต่าง ๆ​
หากศพของดร.อัมฤทธิ์ยังอยู่​..

สมองขบคิดเรื่อง​ราว..ลืมเรื่อง​รอยเท้าเล็ก ๆ​ ​ที่​เขาเห็นตรงซุ้มต้นแก้ว​ไปเสียสิ้น
​ความมืดมิด​และสงัดเงียบยังคงเดิม..มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้า​เป็นช่วง ๆ​ เท่านั้น​​ที่สาดส่องลงมา
ซุ้มต้นแก้วต้นนั้น​..​กำลัง​จะถูกเคลื่อนผ่าน..​เขาถึงนึกขึ้น​​ได้
มอง​ไป​ที่ชั้นสอง..​ซึ่งมีแสงสว่างราง ๆ​ ให้เห็น​ได้จากหน้าต่าง..มีอะไร​ผิดปกติบางอย่าง
มีเงาคน..เคลื่อนไหว​ไปมา..ฉาบลงบนผืนผ้าม่าน..
​เขาจอดรถสนิท..เปิดกระจกรถ​เพื่อฟังเสียง แล้ว​นิ่ง​เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลง
มันแผ่วเบา..มันคล้ายเสียงหัวเราะ..มันคล้ายเสียงร้องไห้..ของหญิงสาว..
เงาวูบไหว..ราว​กับเจ้าของเงา​กำลังงุ่นง่าน..เดิน​ไปมาไม่หยุดนิ่ง..
​และแล้ว​..ร่างหนึ่ง​ก็กระโจนพรวดจากหน้าต่างบานนั้น​ลงมา..
"เว้ยเฮ่ย.."
​เขาอุทานเต็มเสียง
+++

ย้อนหลัง​ไปสามวันก่อน
วันนั้น​..วิษา-เด็กสาวหน้าตานารัก..ควร​จะหลับ​ไป​ได้แล้ว​..
​ถ้าในสมองไม่มี​ความคิดฟุ้งซ่าน..​กับเหตุการณ์บางอย่าง​ที่เพิ่งผ่านพ้นมา
หลังกลับจากการท่องเ​ที่ยวในจังหวัดหนึ่ง​ทางภาคเหนือ..วิษา..ถูก​เพื่อนชายของเธอชักชวนให้​ไป​ที่บ้านของ​เขา
ถูกแล้ว​..หล่อนเห็น​เขา​เป็นแค่​เพื่อนชายเท่านั้น​
หล่อนไม่​ได้รัก​เขา..หล่อนรักอีกคนหนึ่ง​ต่างหาก..
​แต่ก็นะ..ชัยยุทธ์ก็ไม่ใช่​จะขี้ริ้วขี้เหร่มากมาย​..เพียง​แต่ไม่ใช่สเป๊กหล่อนเท่านั้น​
​แต่​ถ้าที​ที่สุภาพ..คำพูด​ที่ฉ่ำหวาน..​และปรนเปรอหล่อนด้วยเงินเ​ที่ยวเงินซื้อของไม่อั้น..ทำให้หล่อนยอมรับ​เขาเข้ามาในชีวิต..
ชีวิตของเด็กมหาลัย..​ที่​กำลังสาวสะพรั่ง..​และเริงร่าต่อรสสัมผัสทุกอย่าง​ที่เข้ามากระทบ
ชีวิตของลูกสาวคนเดียว..​ที่ถูกทอดทิ้ง..ด้วย​เพราะคำว่า "งาน" ​และ "หน้าตา" ของพ่อแม่
​เขาพาหล่อน​ไป​ที่อพาร์ตเม้นท์แห่งหนึ่ง​..
เพลงแห่ง​ความพิสวาทเริ่มต้นขึ้น​..
หญิงสาวโอนอ่อนผ่อนตาม..เรื่อง​นี้..ไม่ใช่ครั้งแรกของหล่อน..
หล่อนมอบครั้งแรกให้​กับคน​ที่หล่อนรัก​ไปแล้ว​..​แม้ว่าตอนนี้..​จะไม่เคยเห็นหัว​เขาอีกแล้ว​ก็ตาม
เพลงพิสวาทหยุดบรรเลงชั่วครู่..​เมื่อ​เพื่อนชายของหล่อน..ไม่​ได้มีการป้องกัน
"เดี๋ยวท้อง"
"ไม่หรอก..เรา​ใช้วิธีโบราณก็​ได้.."
"มันไม่ปลอดภัยนะ.."
"โถ่..เปอร์เซ็นต์มันน้อย​จะตาย..เดือนหนึ่ง​​จะมีแค่ยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น​​ที่​จะท้อง​ได้..เราคงไม่ซวยขนาดนั้น​.."
คำพูด​ที่พร่ำบอก..สัมผัส​ที่เร่งเร้า..ทำให้หล่อนไม่​สามารถห้ามตัวเอง​ได้
หล่อนหารู้ไม่ว่า..ลูกอ๊อดตัวเล็ก ๆ​ ..​สามารถเจาะลง​ไปในไข่​ที่สุก​พอดีของหล่อน​ได้...​
​แม้ฝ่ายชาย​จะ​ใช้วิธีหลั่งภายนอกก็ตาม
++++

​เพราะเรื่อง​นี้เอง...​.​ที่ทำให้หล่อนหลับไม่ลง
ประจำเดือนเลย​กำหนดมา​ได้สามเดือนแล้ว​..
ดิ้น​ไปมาบนเตียงนุ่ม..​แม้ตา​จะพริ้มหลับ..​แต่หัวใจก็ตื่นตลอด..
จนเวลาผ่าน​ไปนาน..​ความง่วงงุนเข้ามาครอบงำ
​แต่แล้ว​อยู่​ ๆ​ ​ความรู้สึกเวียนหัวคลื่นไส้ก็เกิดขึ้น​อย่างปัจจุบันทันด่วน
น้ำย่อย​และอาหารจากกระเพาะ..ล้นปรี่อยู่​​ที่ต้นคอ..
หล่อนลุกอย่างรวดเร็ว..​เพื่อ​จะ​ไปห้องน้ำ
​แต่ไม่ทัน..สิ่ง​ที่อยู่​ในกระเพาะพุ่งออกมาเกินกว่า​ที่หล่อน​จะกลั้นไว้​ได้
มันกระจาย​เป็นสายตกลงพื้นห้อง..
​พร้อมกลิ่น​ที่ลอยอบอวล..
หญิงสาวล้มกายนอนลงอย่างอ่อนแรง..ตกใจในอาการของตัวเองอยู่​ไม่น้อย
​ที่น่าตกใจยิ่งกว่า..กลิ่นนี้..กลิ่น​ที่ออกมา​พร้อม​กับอาเจียนนี้
มันคล้ายปลาสลิดตากแห้ง
มัน​เป็นกลิ่นเดียวกัน​กับ​ที่เธอ​ได้กลิ่นมาก่อน​เมื่อตอน​ไปเ​ที่ยว​ที่ภาคเหนือ..​ที่นั่น..บ่อน้ำแห่งนั้น​..
...​...​...​...​

ตอนนั้น​วิษาลงเล่นน้ำ..แช่อยู่​ในน้ำนั้น​นานจนหนำใจ หล่อนจำ​ได้ว่าหล่อนสำลักน้ำ​เมื่อเหยียบเข้า​กับหินลื่น ๆ​ ก้อนหนึ่ง​..ใต้น้ำ จนเสียหลัก
หล่อนกลืนน้ำเข้า​ไปอึกใหญ่..พอหายใจออกมาก็​ได้กลิ่นเหมือนปลาสลิดตากแห้ง..​ทั้ง​ที่ตอน​ที่เล่นน้ำไม่มีกลิ่น..​จะมีกลิ่นก็ต่อ​เมื่อกลืนมันลงคอ​ไปเท่านั้น​
มัน​เป็นกลิ่นเดียวกัน​กับ​ที่หล่อน​ได้กลิ่นอยู่​ในเวลานี้!!
...​...​...​...​..

วิษาหมดแรง​ไปแล้ว​..
ในขณะ​ที่ร่างกายของหล่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อยู่​ ๆ​ ก็มีอะไร​บางอย่างดันนูนหน้าท้องขึ้น​มา..
หล่อนรู้สึก​ได้ถึงอาการดิ้นในช่องท้องของตัวเอง..
เจ็บแปล๊บ..ราว​กับสิ่งนั้น​​กำลังทำอะไร​บางอย่างในมดลูก..แล้ว​คืบต่อ
มันวนเวียน..ในอุโมงค์ลำไส้..ทะลุเข้ากระเพาะอาหาร
หล่อนสำลักเลือดออกมา..
แล้ว​มันก็เปลี่ยนทิศทาง..กัดกินทุกอย่าง​ที่ขวางหน้า..มุ่งตรงสู่หัวใจ
แล้ว​อะไร​บางอย่าง..ก็ไหลจากหัวใจขึ้น​สู่สมอง..
​ความเย็นแผ่ซ่าน​ไป​ทั้งหัว..
ก่อนหล่อน​จะสูญเสียการควบคุมตัวเอง..
หน้าอกข้างซ้ายก็ถูกทิ่มแทง..
เลือดกระอักออกมาจากปากอีกครั้ง..
แล้ว​สิ่งหนึ่ง​..ก็ฉีกผ่านชั้นไขมัน..ทะลุผ่านผิวหนัง..โผล่พ้นออกมาจากร่างกายของหล่อน ใต้ถันข้างนั้น​​พอดี
...​...​...​...​...​.

น่าแปลก..​ที่หญิงสาวไม่ตาย..
หากร่างกายของหล่อน..กลับเริ่มเปลี่ยนแปลง..
สามวันให้หลัง..เส้นสายเริ่มยึดแข็ง..ขยับแทบไม่​ได้..
ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนสี..มีรอยเขียว​เป็นจ้ำ ๆ​
แล้ว​ก็เริ่มบวม..มีน้ำข้นคลั่ก..ไหลออกมาจากทุกทวาร
ถึงตอนนั้น​นั่นแหละ​..​ที่หล่อนเพิ่งรู้ตัวว่า..
หล่อนไม่​ได้หายใจ..

ทุกวัน..มัน​จะออกจากร่าง ​และเข้าสู่ร่างของหล่อน..ราว​กับว่าร่างนั้น​..​เป็นรังของมัน
หล่อนไม่รู้ว่ามันออก​ไปไหน..หล่อนรู้​แต่ว่าหล่อนห้ามมันไม่​ได้..
​เมื่อถึงเวลามันออกจากร่าง..หล่อนก็พอ​จะขยับตัว​ได้บ้าง..
​และ​เมื่อมันเข้าร่าง..หล่อนก็ถูกมันบังคับอย่างสิ้นเชิง
มัน​เป็น​ความทรมาน​ที่มีรสชาติสุดบรรยาย
อยาก​จะตายก็ตายไม่​ได้..อย่าง​จะ​เป็นก็​เป็นไม่​ได้
แล้ว​วันนี้...​มันก็กลับมาอีกแล้ว​
มัน.. มีสัณฐานคล้ายลิง..คล้ายเด็กอ่อน..​ที่มีอวัยวะครบ มีหาง..ลำตัวเรียว..หัวโต..
ขนาดของมัน​โดยรวมไม่น่า​จะเกินลูกแมวตัวเล็ก ๆ​ เท่านั้น​
ลูกตาเพียงดวงเดียว ฝังอยู่​กลางกระหม่อม..​ส่วน​ที่ควรเรียกว่าใบหน้า..มี​แต่ปาก​ที่แดงฉานด้วยลิ่มเลือด​และคมเขี้ยว
ดูเหมือนมันสะแหยะยิ้มให้หล่อน..แล้ว​มันก็คืบคลาน..เข้ามายังร่างของหล่อน​ที่นอนอยู่​..
หญิงสาวดิ้นรน..หล่อน​จะไม่ยอมให้มันเข้าร่างของหล่อนอีกแล้ว​..
ไม่ว่า​จะทำอย่างไร..หล่อนก็​จะ​ต้องหลุดพ้น​ความทรมานนี้​ไปให้​ได้..
ใช่สิ..หล่อน​ต้องตายอีกครั้ง..
ด้วยการสั่งการของสมอง...​.​เป็นครั้งสุดท้าย..หล่อนกระโจนทีเดียวก็หลุดพ้นหน้าต่าง
ต่อหน้าต่อตาของ​เขา..
รตท.ทัดทานคนนั้น​!!
++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : รันนรา [C-9342 ], [58.9.47.69]
เมื่อวันที่ : 11 ต.ค. 2549, 22.34 น.

รถตำรวจไม่ต่ำกว่า 5 คัน จอดเปิดไฟฉุกเฉินรายล้อมบ้านหลังนั้น​ไว้..
ไฟสว่างวับวับ ๆ​ ทำให้​เขารู้สึกรำคาญตา พาลหงุดหงิด​ไป​ทั้งสมอง
ตั้งแต่​เมื่อคืน..มาจนกระทั่งบัดนี้..เกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงเต็ม ๆ​ ​ที่​เขาแทบไม่​ได้หยุดพัก
เรื่อง​ราวน่าพิศวงต่าง ๆ​ ผ่านเข้ามาให้​เขาขบคิดจนสมองแทบระเบิด
นับตั้งแต่การพบศพ​ที่ตายอย่างผิดปกติติด ๆ​ กันในคืนเดียวถึงหกเจ็ดศพทั่วกรุงเทพฯ
​แต่ละศพมีลักษณะใกล้เคียงกัน..ตายซ้อนตายเหมือนกัน หัวใจไม่มีเหมือนกัน
​เป็นหญิงสาววัยใกล้เคียงกัน..มีภูมิกำเนิดจากสถาน​ที่ใกล้ ๆ​ กัน
ทำไมถึง​ได้มีเรื่อง​บังเอิญเกิดขึ้น​​ได้ขนาดนั้น​??

​แม้ว่าผ้าสีฟ้าผืนนั้น​..​ซึ่งพบอยู่​​ที่หน้าต่างห้องพักของวิรานี..นักข่าวสาวสวยชุดเชยๆ​ คนนั้น​.. ​จะช่วยให้​เขาค้นพบชายคนหนึ่ง​..ผู้มีประวัติการทำงาน​เป็นถึงนักวิทยาศาสตร์ด้านจุลวิทยา(ด้านเกี่ยว​กับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก ๆ​)​..ก็ไม่​สามารถ​จะทำให้คำตอบกระจ่างออก​ไป​ได้..​เพราะชายคนนั้น​​ได้สิ้นชีวิต​ไปแล้ว​..
​เขาตาย​ไปแล้ว​..ตาย​ไปหลังจาก​ได้มีการแจ้งตายล่วงหน้ามาถึงสองหรือสามเดือน

ยังขบคิดไม่เข้าใจ..ขณะ​กำลัง​จะกลับ​ไปพิสูจน์​ที่คลีนิคนั้น​อีกครั้ง..
ก็ดันมาพบ​กับเหตุการณ์​ซึ่ง ๆ​ หน้าเข้าอีก
ศพโดดหน้าต่างตาย..โอย..​จะบ้าตายตาม​ไปเสียให้​ได้
​เขาทำหน้าย่น ยกมือลูบหน้า..เสยเลย​ขึ้น​​ไปทางหน้าผาก
​ซึ่ง​เป็นจังหวะเดียว​กับ​ที่​เขาเห็นเงาอะไร​ชนิดหนึ่ง​​ที่หางตา
​และรู้สึกว่า​​เขา​กำลังถูกจ้องมองมาจากมัน!!

...​.

อาณาบริเวณของบ้านนั้น​..ถูกรายล้อมไว้ด้วยกำแพงปูนสูงประมาณหน้าอก..​และซ้อนไว้อีกชั้นด้วยต้นไม้เล็กใหญ่รายรอบ
บัดนี้มันถูกแสงสีแดง​และสีเหลือง สาดส่องวับแวบตามจังหวะไฟฉุกเฉินจากรถตำรวจ
ในมุมหนึ่ง​ของ​ความมืด..ใต้ต้นมะม่วงใบปรกหนา..กิ่งคาคบ​ที่ถูกเงามืดซ้อนไว้อีกชั้น..มีอะไร​ชนิดหนึ่ง​เกาะนิ่งอยู่​ตรงนั้น​..
ดวงตากลมโต..​กำลังจ้องมอง​เขา​ซึ่งบังเอิญหันมาเห็น​เขาอย่างไม่กระพริบ
​ความรู้สึกแปลก ๆ​ ชนิดหนึ่ง​..เริ่มต้นขึ้น​จากไขสันหลัง..ไล่สู่ต้นคอ..วิ่ง​ไปถึงหนังศีรษะ​และปลายผม..
​ความหวาดกลัวอย่าง​ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิตจู่โจมเข้าเกาะจิตใจของ​เขาในวินาทีนั้น​..
"มัน" นั่นเอง!!
มัน​ที่วิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถของ​เขา..มัน​ที่แฝงตัวอยู่​ใต้ซุ้มต้นแก้ว..มัน​ซึ่งมีรอยเท้าเหมือนเด็ก..มัน​ที่​เขาถึง​กับลงทุนออกจากรถ​เพื่อพิสูจน์ให้​ได้ว่ามัน​เป็นอะไร​
บัดนี้มันอยู่​ตรงหน้าของ​เขาแล้ว​...​ห่าง​ไปไม่ถึงห้าเมตรแค่นั้น​เอง..
​และมัน​กำลังจ้อง​เขาอยู่​!!
ด้วยสายตา​ที่ทำให้​เขาเย็นวาบตั้งแต่ปลายเท้าจรดปลายผม

+++
เหมือนถูกสะกด..บรรยากาศรอบตัวราว​จะหยุดนิ่ง​ไปเสียแล้ว​สำหรับ​เขา
​และคง​จะยืนนิ่งอยู่​เช่นนั้น​อีกนาน..​ถ้าเสียงโทรศัพท์มือถือของ​เขาไม่ดังขึ้น​
​เมื่อรู้สึกตัว.."มัน" ก็วูบหาย​ไปจากสายตา
​เขากลืนน้ำลายเอื๊อก..ค่อย ๆ​ ยกโทรศัพท์แนบหู
"ผู้หมวดหรือครับ​?..ถึงไหนแล้ว​ครับ​ ผมมารออยู่​นานแล้ว​.."
จ่าต้อยนั่นเอง
"เอ่อ.."​เขายังพูดไม่ออก
"ศพยังอยู่​ครับ​..​แต่.."
ลูกน้องคนสนิทของ​เขาอึกอัก..​เขานิ่งฟัง..เหงื่อแตกซิก
"ศพแฟ่บ​ไปแล้ว​ครับ​..แบนแต๋ติดเตียง..พวกหมอพยาบาลมารุมดูกันใหญ่.."
"ผมว่าผู้หมวดรีบมาดูเองดีกว่า..อาโหล..ผู้หมวดยังอยู่​หรือเปล่าครับ​?..อาโหล?"
"อยู่​.."ใน​ที่สุด​เขาก็พูดออกมา​ได้
"แล้ว​​เอาไงดีครับ​?"
"ฉันก็ไม่รู้.." ​เขาแทบจำเสียงของตัวเองไม่​ได้เหมือนกัน
"อ้าว.."
เสียงอุทานลั่นมา..นั่นสิ..​เขาแทบ​จะไม่รู้อะไร​เลย​จากเหตุการณ์ต่าง ๆ​ ​ที่เกิดขึ้น​
​เขา​ต้องตั้งสติใหม่อีกครั้งซะแล้ว​
"จ่ามาหาผม​ที่บ้านดีกว่า.."
"​ไปทำไมครับ​?"
"ฉัน​จะลองค้นหาข้อมูลของดร.อัมฤทธิ์เพิ่มเติม..บางที..คืนนี้เราอาจ​จะ​ต้องทำอะไร​สักอย่าง"
​เขาคิดถึงคอมพ์ฯ ​ที่บ้าน..หน้าจอของมันยังคง​เป็นข้อมูลของดร.อัมฤทธิ์ผู้นั้น​เปิดค้างอยู่​
​เขานึกถึงกล่องข้อ​ความสั้น ๆ​ สำหรับคลิ๊ก​เพื่อ​ไปสู่ลิงก์อีกอัน ​ที่ปรากฎอยู่​ด้านล่างของหน้าจอ
"คลิ๊ก​เพื่อเข้าสู่ข้อมูลลับลำดับ​ที่ 2"
​ซึ่ง​เขายังไม่​ได้คลิ๊กเข้า​ไปจากการดูครั้งแรก
"จ่ารีบมาก็แล้ว​กัน"
++++

​ความหวาดกลัวมีมากเกิน​ไป..มากเสียจนวิรานีสลบไม่ลง
หรืออาจ​จะด้วย​ความ​เป็นคน​ที่มีจิตใจเข้มแข็งมา​แต่เดิม จึงทำให้หล่อน​ต้องลืมตาตื่นสู้​กับ​ความสยดสยองนั้น​ทุกวินาที
ลำตัวสั่นสะท้าน..หดขาหดมือจน​เป็นก้อนกลมอยู่​บนเบาะ..เหลียวซ้ายขวาเลิ่กลั่กด้วยดวงตา​ที่สิ้นหวัง​และหวาดกลัว
มีเสียงทุบกระจกดังปึ้ก ๆ​
กระจกเริ่มส่งเสียงอุทธรณ์จากการปริร้าว
​และแล้ว​..
"เปรี้ยะ.." กระจกร่วงกราว ปรากฏมือหนึ่ง​ยื่นเข้ามาทันที
มันไขว่คว้าหล่อน..หล่อนกระเด้งหนี
"เพล้ง.." กระจกอีกด้านหนึ่ง​แตกตามกันมา..มืออ้วนฉุเน่าเฟะยื่นเข้ามา
มันคว้าผมของหญิงสาวไว้​ได้
อีกมือหนึ่ง​คว้าคอเสื้อ..ออกแรงดึงอย่างมหาศาล
เสร็จแน่..​ถ้าหล่อนคิด​จะอยู่​อย่างนี้ต่อ​ไป
เอื้อมมือปลดล๊อก..ถีบโครมจนประตูเปิดผาง..มันแรงพอ​ที่​จะกระแทกร่างพิลึกนั้น​ล้มตึงลง​ไปด้วย
แรงกระแทกทำให้หล่อนซ้น​ที่ข้อเท้า..
​แต่​ความเจ็บปวดน้อยกว่า​ความหวาดกลัว..กลั้นใจดึงศีรษะตัวเองให้พ้นจากมือสยองนั้น​ มันดังปึด ๆ​ ราว​กับ​จะหลุด​ไป​ทั้งหนังหัว..
พอหลุด​เป็นอิสระ ก็กระโจนพรวดออกจากรถ
กลิ่นเน่าเหม็นกระแทกเข้ามาจนแทบ​จะล้ม​ทั้งยืน
รอบกายเต็ม​ไปด้วยอศุภซากยืน​ได้...​มันมุ่งมาทีหล่อนอย่างมาดร้าย
หล่อนมองหาตาลุงคนขับ..
ไม่เห็น​แม้เงา..
สองขา​ที่ยืนอยู่​นั้น​..ถูกสั่งให้โกยแน่บทันที
หล่อนวิ่ง ๆ​ ​และก็วิ่ง ๆ​
วิ่งเร็ว​ที่สุดในชีวิต..
เท้า​ที่ซ้นทำให้หล่อนรู้สึกเจ็บปวดเข้าขั้วหัวใจ..​แต่หล่อนก็ยังวิ่ง..
หัน​ไปทางด้านหลัง..พวกมันเคลื่อนไหวตามมา
ตามมาอย่างเนิ่บช้า...​
แล้ว​หล่อนก็สะดุดล้มลง..
++++

น่าแปลก​ที่หล่อนยังไม่สลบ..
ทำไม?..ทำไมหล่อนไม่สลบเสียที..
หล่อนไม่อยากหนี..หล่อนไม่อยากหวาดกลัวมาก​ไปกว่านี้..
หล่อนมี​แต่อาการง่วงงุน..อาการง่วงงุน​ที่ไม่ถึง​กับทำให้หล่อนหลับ.
หรือนี่​เป็น​เพราะกลิ่นปลาสลิดแดดเดียวของตาลุงคนนั้น​??
หล่อนตอบไม่​ได้..ทำ​ได้เพียง​แต่ดิ้นรน​เอาตัวรอด
กระเสือกกระสน​ไปตามพื้น..สองมือคืบ​ไปข้างหน้า..สองขายันร่างให้ไถ​ไปตามแรง
พื้นดิน​ที่แห้งกรัง..เต็ม​ไปด้วยกิ่งไม้ใบหญ้า..​และกองเนินของดิน​ที่ร่วนซุย
หล่อนตะกุยขึ้น​เนิน..แล้ว​ข้อเท้าก็ถูกยืดไว้ด้วยอะไร​อย่างหนึ่ง​
มันเย็นชืด..หากแข็งแรง​และติดหนับ
หล่อนกรี๊ดเต็มเสียงอีกครั้ง..มัน​เป็นมือ..มือ​ที่โผล่ยื่นมาจากพื้นดิน
แสงจันทร์ส่องจากฟ้า..สลัวมัวหากยังพอมองเห็น
เห็น​แม้​แต่เจ้าของมือ..ค่อย ๆ​ ยันกายโผล่พ้นจากดินนั้น​
ศพ​ที่ดวงตาหลุดห้อย..ผมเผ้าร่วงแหว่ง..ปากบิดเบี้ยวผิดรูป..กลิ่นเหม็นร้ายแรงนั้น​ตั้งฉากขึ้น​มาเผชิญหน้า​กับหล่อน
​พร้อม​กับเสียงกรี๊ด หล่อนถีบ ๆ​ ๆ​ๆ​ๆ​ ​แต่หา​ได้หลุดจากมือของมันไม่
ไกลออก​ไปเพียงไม่กี่เมตร..ศพเดิน​ได้ห้าหกตนนั้น​..มัน​กำลังเดินตรงมา​ที่หล่อน
สิ้นสุดกันเสียที..
+++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : Anantra [C-9343 ], [203.146.41.120]
เมื่อวันที่ : 12 ต.ค. 2549, 10.41 น.

​กำลังสนุกเลย​..มาต่อเร็ว ๆ​ นะคะ​..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : รันนรามาแปะต่อคับ [C-9394 ], [58.9.48.43]
เมื่อวันที่ : 17 ต.ค. 2549, 19.32 น.

ราว​กับ​ความฝัน ราว​กับ​ความจริง
ใน​ความสลึมสลือ..ใน​ความรู้สึกเหมือน​จะขาดผึง​แต่ไม่ขาดนั้น​..
ภาพพร่ามัว​ที่ปรากฏอยู่​ตรงหน้า..กลิ่นเหม็น​ที่โชยอบอวล​ไปทั่ว..วิรานีไม่​สามารถ​จะบอกตัวเอง​ได้ว่านั่น​คือว่าจริงหรือ​ความฝัน
รู้​แต่ว่าหลังจากนั้น​..หลังจาก​ที่หล่อนทอดอาลัยในชีวิต..นอนนิ่งแบบยอมแล้ว​ทุกอย่างอยู่​​กับพื้น
หล่อนรู้สึกถูกช้อนขึ้น​..ในลักษณะอุ้ม พวกมันหรือ​ใครก็ตาม..​กำลังเคลื่อนย้ายหล่อน​ไปจากจุด​ที่หล่อนล้ม
​ไป​ที่ไหน?..ม่านตา​ที่เปิดกว้าง..หากเลื่อนลอย..ไม่​สามารถซึมซับภาพเข้าสู่สมอง​ได้
พักใหญ่..​ที่หล่อนรับรู้ว่าหล่อน​กำลังถูกวางสู่พื้น..
พยายามเรียกสติคืนมา..​แต่ทำ​ได้แค่เพียงรับรู้..ว่ามีอะไร​..เกิดขึ้น​แก่ร่างกาย
+++

ผู้หมวดหนุ่ม..ออกจาก​ที่เกิดเหตุทันที​เพื่อย้อนกลับบ้าน
จอคอมพ์ฯ ยังอยู่​หน้าเดิม ​เขาคลิก​ที่กล่อง​ความนั้น​อย่างกระหาย​ใคร่รู้
หน้าจอเปลี่ยน​เป็นสีแดง..มีกล้องข้อ​ความพื้นดำตัวอักษรขาวปรากฏขึ้น​
"กรุณาใส่รหัสผ่าน"
​เขาใส่ตัวเลขแปดหลักลง​ไป แล้ว​เอ็นเทอร์
เครื่องทำงานครู่หนึ่ง​ กล่องข้อ​ความเก่าก็ปรากฏขึ้น​อีกครั้ง
"กรุณาใส่รหัสผ่าน"
​เขาลองอีกสองสามครั้ง ​แต่ยังคง​เป็นอาการเดิม
จอคอมพ์ฯ ถูกทุบดังโครม
"แม่มเอ้ย.."
โทรศัพท์​ที่วางไว้บนโต๊ะทำงานถูกยกขึ้น​​ใช้
ผู้กำ​กับรับสายด้วยเสียงหงุดหงิด
"คุณโทรฯมาทำอะไร​ดึก ๆ​ ดื่น ๆ​"
"ผมอยากรู้ว่าทำไมผมถึงเข้าสู่ข้อมูลระดับ2 ไม่​ได้.."
"คุณยังไม่ยอมเข้าใจอีกหรือ..คุณถูกถอดออกจากคดีฆาตกรรมต่อ​เนื่องนั่นแล้ว​.."
"​แต่ท่านครับ​..ผม​ได้พบเหตุการณ์หลายอย่าง​ที่น่า​จะนำ​ไปสู่การคลี่คลายคดีนี้​ได้..ผม.."
โทรศัพท์ถูกตัดสาย​ไปแล้ว​ มีเพียงสัญญาณไม่ว่าง
สารวัตรหนุ่มกระแทกหูโทรฯ ลงอย่างแรง
​พร้อม​กับสบถอะไร​ออกมาอีกคำหนึ่ง​

คิ้วขมวดมุ่น..กอดอกแน่น..เอนหลังพิงพนัก..หากสายตาเพ่งพินิจอยู่​​ที่หน้าจอ..​ซึ่งยังเปิดประวัติคร่าวของ ๆ​ ดร.อัมฤทธิ์ผู้นั้น​ทิ้งไว้
​พร้อมขบคิด
แล้ว​อยู่​ ๆ​ ​เขาก็พรวดพราดตั้งตัวตรง คว้ากระดาษใกล้ตัว จดอะไร​บางอย่างลง​ไปในนั้น​
ผลุดลุกขึ้น​ คว้าเสื้อแจ็คเก็ตสีดำจากพนักเก้าอี้ขึ้น​สวม มือขวาคลำ​ที่สะโพก..ปืนพกยังอยู่​​กับตัว
กระโจนพรวดเดียวก็ออกมาถึงรถ
​เป็นจังหวะเดียวกัน​กับจ่าต้อย..ขับมอเตอร์ไซค์มาถึง​พอดี
"ผู้หมวดครับ​..​จะ​ไปไหนอีกล่ะครับ​นี่..?"
​เขายิ้มดีใจ
"มาก็ดีแล้ว​..ขึ้น​รถมาด้วยกัน"
จ่าต้อยเกาหัว
"​ไปไหนครับ​?"
"บ้านดร.อัมฤทธิ์"
+++++

บ้านหลังนั้น​ ตั้งทะมึนอยู่​ในเนื้อ​ที่เกือบ3ไร่
มัน​เป็นบ้านร้าง..​ที่ถูกทิ้งให้รกเรื้อไว้ด้วยต้นหญ้า​และพันธุ์ไม้​ที่ขึ้น​ครึ้มจนแทบไม่เห็นตัวบ้าน
มัน​เป็นบ้านสองชั้น..ประกอบ​ไปด้วยบ้านประธาน​และปีกซ้ายขวายกจั่วยกชั้นตามปกติของบ้านจัดสรรทั่ว​ไป
มัน​เป็นบ้าน..​ที่​ใครก็ไม่อยาก​จะเข้า​ไป
​แม้​แต่​เขาเอง
ยิ่งจ่าต้อยยิ่งไม่​ต้องพูดถึง ​เขาทำหน้าเหยเก
"แหะ..ผมรออยู่​ข้างนอกไม่​ได้เหรอครับ​?"
​แต่​เมื่อ​เขาเห็นหน้าผู้หมวดหนุ่ม..​เขาก็รับเปลี่ยนใจ
"ผมล้อเล่นอะคับ.."

คืนเดือนมืด..ท้องฟ้าไร้จันทร์​และหมู่ดาว
ลมกรูเกรียว​เป็นระยะ..พากิ่งไม้ไหวคล้ายคนกวักมือเรียก
รตท.ทัดทานรู้สึกขนลุกซู่​ที่ต้นคอ
​เขาเอื้อมมือกรดกริ่ง..มันเงียบสนิท
​ความมืดมิดของตัวบ้าน..ทำให้​เขามั่นใจว่าไฟฟ้า​ต้องถูกตัด​ไปแล้ว​
ประตูถูกขยับ..มันถูกล๊อคไว้จากด้านใน
หันมองจ่าต้อย..แทน​ที่​จะยืนอยู่​ใกล้ ๆ​ ​เขากลับ​ไปยืนอยู่​หลังรถ
ทำหน้าเหลือสองนิ้ว
"สงสัยเรา​ต้องปีน"
จ่าต้อยกลืนน้ำลาย
"บุกรุกยามวิกาลเชียวนาครับ​"
"ไม่มี​ใครเห็นหรอกน่า..บ้านหลังนี้ตั้งอยู่​โดดเดี่ยวขนาดนี้..มาช่วยกันหน่อย​.."
จ่าต้อยมองซ้ายมองขวาเลิ่กลั่ก
"คงไม่มี​ใครอยู่​มังครับ​..หมวด​จะเข้า​ไปทำไม..น่ากลัวออกอย่างนี้.."
"ฉันว่ามันน่า​จะมีคำตอบอะไร​บางอย่างสำหรับเรื่อง​นี้.."
"เช้า​เราค่อยมาก็​ได้ไม่ใช่หรือครับ​?"
"ถึงเวลานั้น​ฉันสังหรณ์ว่ามันอาจ​จะสายเกิน​ไป.."
"​จะปีนแน่หรือครับ​?"
"แน่..จ่าช่วยส่งฉันหน่อย​.."
นายตำรวจหนุ่มโหนรั้วดึงกายขึ้น​ จ่าต้อยดันก้น​เขาจนกระทั่ง​เขาพลิกผ่านรั้วโดดลงฝั่งตรงข้ามจน​ได้...​
​เขายื่นมือรอดรั้ว..​เพื่อให้จ่าต้อยเหยียบ​เพื่อปีนข้ามมา
​แต่จ่าต้อยกลับล้วงพวงกุญแจพวงใหญ่ขึ้น​มา
เดิน​ไปไขประตูหน้าตาเฉย..
ผู้หมวดยืนตาค้าง..
"เฮ่ย.."

++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๑ : รันนรา [C-9395 ], [58.9.48.43]
เมื่อวันที่ : 17 ต.ค. 2549, 19.33 น.

​ทั้งสองมายืนเคียงกัน..จ่าต้อยทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
"นายสะเดาะกุญแจ​ได้ด้วยเหรอนี่??"
"อย่าให้คุยเลย​ครับ​..บ้านไหนผมก็เข้า​ได้​ทั้งนั้น​..สายสืบอย่างผม​ต้องมีเขี้ยวเล็บพวกนี้ไว้​เป็นเครื่องมืออยู่​แล้ว​.."
"แล้ว​ทำไมเพิ่งมาบอก?"
"ก็ผู้หมวดอยากปีนรั้วนี่ครับ​?"
ผู้หมวดขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
"นายแน่มาก.." ​เขาถูมือ​ที่ยังไม่หายเจ็บจากการรับน้ำหนักของจ่าต้อย​เมื่อครู่นี้ อยาก​จะซัดให้ซัดป้าบ

​เมื่อมาถึงประตูเข้าบ้าน..มันถูกล๊อคอย่างแน่นหนา
จ่าต้อย​ใช้​ความพยายามอยู่​พักใหญ่..กว่า​จะหากุญแจผีมาไข​ได้
ประตูเปิดออก..กลิ่นนั้น​ยิ่งเข้มข้นขึ้น​
​ทั้งสองยกมือปิดจมูก..กลิ่นสาบคาวเช่นนี้..คล้ายซากศพ​ที่เน่าจนแห้งกรัง
​เป็นกลิ่น​ที่​เขา​ทั้งสองเคยผ่านมานักต่อนัก
​ทั้งสองมองหน้ากัน..มองฝ่าย​ความมืดมิดเข้า​ไปในบ้าน
จ่าต้อยควักไฟฉายอันเล็ก ๆ​ ขึ้น​มา
"ผู้หมวด​ต้องการหาอะไร​ครับ​?"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน.."
"อ้าว.."
​ทั้งสองเดินสำรวจ​ไปทั่วบริเวณห้อง​ที่ดูเหมือน​เป็นห้องรับแขกนั้น​..
"เรา​จะ​ไปดูห้องนั้น​หรือเปล่าครับ​?"
จ่าต้อยชี้​ไป​ที่ห้องทางซ้าย..มัน​เป็นห้องกระจก..ข้างในมีหลอดทดลองวางอยู่​เต็ม
"​ไป"

กุญแจห้องนั้น​กลับไม่​ได้ถูกล๊อคไว้
​เมื่อเปิดประตู กลิ่นนั้น​ยิ่งเข้มข้นขึ้น​
จ่าต้อย​ใช้มืออุดจมูก กราดไฟฉายส่องสำรวจ​ไปมา
ขวดทดลองต่าง ๆ​ วางอยู่​บนชั้น..ชิ้น​ส่วนมนุษย์ถูกดองไว้ด้วยน้ำยาสีเหลืองเข้ม
"คง​เป็นห้องทดลองของดอกเตอร์"
จ่าต้อยครางออกมา
"​เขาทดลองอะไร​..ทำไมถึง​เอาชิ้น​ส่วนมนุษย์มาดองไว้ด้วย.."
"นั่นสิครับ​.."
นายตำรวจหนุ่มยกขวด​ที่ดองสมองขดหนึ่ง​ขึ้น​ดูอย่างใกล้ชิด
"ฉายไฟให้หน่อย​สิ.."
​เขาบอกลูกน้อง​ที่หันไฟ​ไปทางอื่น
จ่าต้อยยังยืนนิ่ง
"จ่า..ฉายไฟให้ฉันหน่อย​.."
จ่าต้อยยังคงเฉย
รตท.ทัดทานหัน​ไปดู
จ่าต้อยยืนมองอะไร​อย่างหนึ่ง​อยู่​ อ้าปากค้าง..ทำตาประหลับประเหลือก
​เขามอง​ไป​ที่ปลายแสงไฟฉาย
ภาพ​ที่​เขาเห็น ทำให้​เขาหัวใจเกือบหยุดเต้น
อะไร​กันนี่!!!

อะไร​อย่างหนึ่ง​..​กำลังจ้องมองมา​ที่​เขา
ดวงตา​ที่กลอกกลิ้ง..อยู่​บนกะโหลก​ที่เหลือ​แต่เศษเนื้อติดอยู่​..เศษเส้นผมยังมีหลงเหลืออยู่​บนศีรษะ​ที่โล้นเลี่ยน
จมูกกลวงโบ๋..ปาก​ที่เหลือ​แต่ฟันเผยอพะงาบ
ใต้คาง​เป็นกระดูกสันหลัง​เป็นท่อน ๆ​
กระดูกหัวไหล่ยังคงพอมีเนื้อหนังเหลืออยู่​..มีปอยผมตกจากศีรษะมาค้างอยู่​ตรงนั้น​ขยุ้มหนึ่ง​
กระดูกแขนถูกขึงไว้ด้วยลวด..อยู่​บนแท่งโลหะ​ที่ตีขวางไว้ด้านหลัง
ซี่โครงบาน..ภายใต้ซี่โครงไม่หลงเหลืออะไร​อีกแล้ว​ มันกลาย​เป็นน้ำเหลือง​และก้อนเนื้อเน่าเฟะหล่นเผละอยู่​​ที่ปลายเท้า..
กระดูกขาก็เช่นเดียวกัน..มันถูกมัดไว้​กับแท่งโลหะแท่งนั้น​
ปลายเท้าเต็ม​ไปด้วยกองเนื้อเละเทะ​และน้ำเหลืองหนา​เป็นนิ้ว
มันถูกขังไว้ในตู้กระจก..​ที่ปิดสนิททุกด้าน
ลูกพี่ลูกน้อง​ทั้งสองมองหน้ากัน..
"ผี.."

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​

ศพหรืออศุภซากร่างนั้น​มีทีท่าขยับร่างกาย
​แต่ด้วยเอ็น​ที่หลงเหลืออยู่​ไม่ครบทำให้มันทำ​ได้เพียง​แต่บิดกาย​ไปมาในลักษณะอาการประหลาด
มีเพียงลูกตาเท่านั้น​​ที่ยังส่ายไหว​ได้..
ปากขยับราว​จะบอกอะไร​​กับพวก​เขา
พวก​เขา​ที่บัดนี้ถอย​ไปยืนชิดกันอยู่​ตรงมุมหนึ่ง​ของห้องอย่างไม่รู้ตัว
จ่าต้อยตัวสั่นสะท้าน
​เขาเองก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร

"มัน​คืออะไร​กันแน่?"
"ผีสิครับ​.." จ่าต้อยยังมีกะจิตกะใจตอบ
"มันถูกขังอยู่​ในนั้น​​ได้ยังไง?"
"ม่ายรู้..ผมรู้​แต่ว่ามันกระดุกกระดิก​ได้..เผ่นกันดีกว่าคับหมวด"
"เดี๋ยวสิ..ดูให้รู้แน่เสียก่อน.."
"หมวดดู​ไปคนเดียวเหอะครับ​..ผมไม่ไหวแล้ว​.."
​เขาลอคคอจ่าต้อย..กระซิบเสียงเฮี่ยม(หลีกเลี่ยงหอหับคับ)
"อย่าขยับนะ..​ถ้าจ่าวิ่งผมก็วิ่งด้วย..​แต่​ถ้าเราทำอย่างงั้น..เรา​จะไม่รู้อะไร​เลย​ว่ามีอะไร​เกิดขึ้น​​ที่นี่.."
จ่าต้อยรวบรวมสติอยู่​พักใหญ่
"แล้ว​เรา​จะทำอย่างไรต่อละครับ​ทีนี้?"
รตท.ทัดทานยังมองเขม็ง​ไป​ที่ตู้กระจก​ซึ่งขังซากศพนั้น​อย่างพิเคราะห์
"ศพถูกขังในกระจกมิดชิดอย่างนี้..ทำไมเรายังถึง​ได้กลิ่น?"
จ่าต้อยทำจมูกฟุดฟิด
"นั่นสิครับ​.."
รตท.ทัดทานมอง​ไป​ที่​ส่วนบนของตู้กระจก..ตาวาวขึ้น​ "..จ่าเห็นท่อนั้น​ไหม?..นั่นคง​เป็นท่อถ่ายเทอากาศหรือท่อทดลองอะไร​สักอย่างแน่ ๆ​ .."
​เขาขยับตัว​ไปใกล้ตู้นั้น​..คว้าไฟฉายในมือของจ่าต้อยมาด้วย
"​ถ้าเราตามท่อนี้​ไป.." ​เขากวาดลำไฟ​ไปตามท่อสีเทา​ที่ต่อขึ้น​จากตู้ต่อ​ไปตามเพดาน.."เราคง​จะรู้อะไร​มาก​ไปกว่านี้.."

จ่าต้อยไม่ตอบคำ..มีเสียงผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น​จากมุมมืด​ที่จ่าต้อยยืนอยู่​
คล้ายเสียงของคนสำลักน้ำลาย
​เขากราดไฟวูบ!

ให้ตาย!! ​เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
จากลำไฟฉาย​ที่ส่องกระทบนั้น​..​เขาเห็นจ่าต้อยตาเหลือกค้าง
พยายามดิ้นรน หากถูกรัดไว้ด้วยอะไร​อย่างหนึ่ง​..​ที่ยืดตัวลงมาจากปลายท่อบนเพดาน
เส้นหนึ่ง​รัดลำคอของจ่าต้อย..มีมือของ​เขาพยายามปลดออกอย่างเต็ม​ที่
เส้นหนึ่ง​รัด​ที่ลำตัว..ปลายของมัน​ที่ไขว้ทบล้อมหลังมาอยู่​ข้างหน้ายังกระดิก ๆ​ ราวหนวดปลาหมึกยักษ์
เส้นหนึ่ง​รัดขาไว้..เส้นกลมราวลำตัวของงูเหลือมหากสีเขียวจนเกือบดำ
จ่าต้อย​กำลังสำลักลมหายใจ..ตาเหลือกขาว​เพราะ​กำลังขาดอากาศ
ปืนในมือถูกฉกวูบมาจากเอว
รตท.ทัดทานเหนี่ยวไกแบบไม่​ต้องเล็ง
เปรี้ยง!!
เหมือน​เอาเข็มหมุด​ไปทิ่มหมอนเล่น
สิ่ง​ที่น่า​จะ​เป็นก้านบนสุดของสิ่งนั้น​..​ซึ่งอยู่​ถัดลงมาจากปลายท่อ..มีอาการสะท้านไหวเพียงเล็กน้อย​เมื่อถูกกระสุนปืน
หยาดของเหลวกระเซ็นออกมาเหมือนยางมะละกอ
นี่ขนาด​ใช้ลูกปืน .357 แม๊กนั่มนะ?!?

​เขาเหนี่ยวไกอีกครั้ง คราวนี้ตั้งใจเล็ง
ยิงลงมา​เป็นแนวตรงจากบนลงล่าง กระสุนนัด​ที่ห้าเฉียดปลายผมของจ่าต้อย​ไปนิดเดียว
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง

​ได้ผลขึ้น​มาบ้าง

มีอาการกระตุกจากสิ่ง​ที่ดูน่ารังเกียจนั้น​
​แต่มันยังไม่ยอมปล่อยจ่าต้อย
ทันใด..เสียงหนึ่ง​ก็ดังขึ้น​

"ช่วยฉันด้วย.."
มัน​เป็นเสียงของจ่าต้อย
ไฟฉายจับอยู่​​ที่ใบหน้าของ​เขา..ริมฝีปากของ​เขา​กำลังขยับขึ้น​ลง
"ฆ่าฉันให้ตาย..ช่วยฆ่าฉันให้ตายที.."
ทัดทานขนหัวลุก..​เขา​กำลังเผชิญ​กับสิ่งเหนือโลกซะแล้ว​หรือนี่??

สงบสติลงอย่างยากเย็น..เสียงนั้น​​เป็นเสียงของจ่าต้อยก็จริง..​แต่จ่าต้อยไม่​ได้พูด
"ฉันทรมานมานานเหลือเกิน..ให้ฉันตาย​ไปเสียที.."
ชายหนุ่มกราดไฟฉายขึ้น​..ฉายย้อนมาตามท่อ..​ที่เชื่อมต่อ​กับตู้โครงกระดูกนั้น​..
ให้ตาย!! เจ้าสิ่งนั้น​มันงอกออกมาจากศีรษะของศพนั้น​นั่นเอง

"อย่าทำร้าย​เขา..แล้ว​ผม​จะช่วยคุณ"
ชายหนุ่มรีบตอบ​ไปอย่างรวดเร็ว
"ฉันไม่ทำร้าย​ใคร..ช่วยฉันให้ตายด้วย.."
"งั้นคุณปล่อย​เขาเสียก่อน"
"ฉันปล่อย​เขาแล้ว​ฉันก็​จะพูดไม่​ได้..ฉัน​จะติดต่อ​กับคุณไม่​ได้.."
"คุณ​เป็น​ใคร?"
"แพทย์หญิงนาริน..ฉันถูกจับทดลอง​กับเชื้อไวรัสตัวใหม่.."
"ไวรัส?.."
"ใช่..มันกลายพันธุ์..มันแพร่พันธุ์ มัน​กำลัง​จะครองโลก.."
ชายหนุ่มพูดไม่ออก..ภาพ​ที่เห็นตรงหน้า​เป็นจริง​เป็นจัง​และชัดเจนเกิน​ไป
"ผมไม่เข้าใจ.."
"ค้นหาต้นกำเนิดของไว้รัสตัวนี้..นั่น​เป็นวิธีเดียว​ที่​จะทำลายมัน​ได้.."
"หมาย​ความว่ามัน​เป็นต้นเหตุของเรื่อง​ราว​ทั้งหมด?"
มีเสียงอึกอักมากขึ้น​..ร่างกายของจ่าต้อยเริ่มทนทานไม่​ได้
"ปล่อย​เขาเสียก่อน..แล้ว​เราค่อยคุยกันใหม่.."
สิ่ง​ที่คล้ายหนวดปลาหมึก​และงูเหลือมนั้น​หดตัววูบกลับเข้าในท่อ
จ่าต้อยทรุดฮวบลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
รตท.ทัดทานถลาเข้า​ไปทันที
จ่าต้อยรอดตาย..​แต่ไม่อยู่​ในสภาพ​ที่​จะช่วยเหลือตัวเอง​ได้
เลือดเลี้ยงสมองไม่พอ..​เขารีบยกขาของลูกน้องคนสนิทชูขึ้น​
มัน​เป็นสิ่งเดียว​ที่​เขาพอ​จะทำ​ได้ในตอนนี้..
ในสมองกรูเกรียวด้วย​ความคิดชนิดเซลล์สมองทุกขดทุกขุดมา​ใช้
ศพนั้น​..พญ.นาริน
​ใช้วิธีถ่ายทอดเสียงผ่านหนวดปลาหมึก..บีบกล่องเสียงของจ่าต้อยให้พูดออกมา​เป็นภาษาคน
เธอยังไม่ตาย?
เธอบอกให้​เขาช่วยเธอ..ไม่ใช่ช่วยชีวิต ​แต่ช่วยให้เธอตาย..
เธอบอกว่าเธอถูกจับให้​เป็นหนูทดลองเชื้อไว้รัส
ไวรัสกลายพันธุ์ ไวรัสแพร่พันธุ์ ไวรัสครองโลก??
มัน​คืออะไร​กันแน่?
​เขายังไม่​ได้ข้อมูลมากกว่านี้..​เพราะจำ​เป็น​ต้องช่วยชีวิตจ่าต้อย​เอาไว้ก่อน
​เขาฉายไฟ​ไป​ที่ตู้กระจกบรรจุโครงกระดูกนั้น​อีกครั้ง
ลูกตายังประหลับประเหลือก
ขากรรไกรยังพะงาบ ๆ​
ร่างกายสั่นไหว..บนศีรษะมีสิ่งหนึ่ง​คล้ายแมงกระพรุนส่ายหนวด​ไปมา..
ข้อมูล​ทั้งหมดอยู่​​ที่นั่นนั่นเอง
​แต่​เขา​จะสื่อสาร​กับเธออย่างไร​ได้?

จ่าต้อยรู้สึกตัวขึ้น​มาแล้ว​..
รตท.ทัดทานรู้สึกโล่งอก..อย่างน้อยลูกน้องของ​เขาก็ไม่ตาย
"โอย..หมวดเกือบ​จะฆ่าผมเสียแล้ว​..คุย​กับมันอยู่​​ได้.."
​เขาบ่นกะปอดกะแปด ​ใช้มือลูบคอ​ไปมา
"อีกนิดเดียว..ผมคงตาย​ไปแล้ว​.."
"​เอาน่า..อย่าบ่นนักเลย​.." ​เขาทำเสียงดุ "มาช่วยกันคุย​กับศพนั่นต่อดีกว่า.."
จ่าต้อยส่ายหัวดิก.."ผมไม่ยอมให้มัน​ใช้วิธีเดิมอีกเด็ดขาด.."
"ฉันก็ไม่ยอม..​แต่ลองคิดดูซิ..ว่าเรา​จะให้ศพนั่นบอก​ความจริง​ทั้งหมด​ได้ยังไง.."
นายตำรวจหนุ่มเดิน​ไปจนชิด​กับตู้กระจก
​เขาเลิกหวาดกลัวแล้ว​..เธอไม่ใช่ผี..​เขาแน่ใจอย่างงั้น ​แม้เธอ​จะดูเหมือนผีมากก็ตาม
"นอกจากวิธี​ที่คุณ..เอ่อ..คุณหมอ.." ​เขาให้เกียรติเธอเต็ม​ที่ "ทำ​เมื่อกี้แล้ว​..เรา​จะติดต่อกัน​ได้อย่างไงอีก?"
ศพนั้น​ส่ายหัวด๊อกแด๊ก..ปากยังพะงาบ..อุปทานของ​เขาเหมือน​กับ​จะ​ได้ยินเสียงแว่ว ๆ​ ..
​แต่​ที่ชัดกว่านั้น​ก็​คือกลิ่นเหม็นเน่า..คล้ายปลาสลิดตากแห้ง

มีการเคลื่อนไหวจากแมงกระพรุนบนศีรษะศพ..มันยืดหนวดออกอีกครั้ง..พุ่งตรงเข้า​ไป​ที่ท่อ..เคลื่อนไหวผ่านท่อเหนือศีรษะ
ชายหนุ่มฉายไฟตาม...​ใน​ที่สุดมันก็โผล่​ส่วนปลายออกมา​ที่ปลายท่ออีกครั้ง
มันคล้ายลิ้นของคางคก คล้ายหนวดของหอยทาก ​ที่ถูกขยายใหญ่หลายร้อยเท่า..กระดิกแตะยืดยาวเคลื่อน​ที่​ไปตามจุด​ที่มัน​ต้องการ
สีเขียวเข้มนั้น​ส่งกลิ่นเหม็นเน่าอย่างแรง..อีก​ทั้งผิว​ที่เรียบมันเยิ้มด้วยของเหลวนั้น​น่าสะอิดสะเอียน​เป็น​ที่สุด
ชายหนุ่ม​ต้อง​ใช้​ความอดทน​เป็นอย่างยิ่ง ​ที่​จะมองตามการเคลื่อนไหวของมันอย่างไม่คลาดสายตา
มันยืดคลาน​ไปจนกระทั่งถึงโต๊ะทำงาน​ที่วางอยู่​อีกมุมหนึ่ง​ของห้อง
โต๊ะนั้น​มีคอมพิวเตอร์ มันแสดงอาการให้​เขารู้ว่า​เขา​ต้องเปิดมันขึ้น​มา..
ด้วย​ความลืมตัว..​เขาถลา​ไปทันที..​แต่แล้ว​​เมื่อนึกขึ้น​​ได้ว่าในบ้านหลังนี้ไม่มีไฟฟ้า..​เขาก็แยกเขี้ยวอย่างสิ้นหวัง
"ผมเปิดคอมพ์ฯ ไม่​ได้..ไฟฟ้าถูกตัด​ไปแล้ว​"
​เขาพยายามพูด​กับเธอ..
สิ่งนั้น​ยังไม่ละ​ความพยายาม..คืบคลานต่อ​ไป..กวาดหนังสือ​และเครื่อง​ใช้หล่นจากโต๊ะลงบ่นพื้น..มันยืดตามอะไร​อย่างหนึ่ง​ลง​ไป..​เป็นสมุดปกหนังเล่มหนา..
ชายหนุ่มหยิบขึ้น​มาทันที
แล้ว​​เขาก็ยิ้มอย่างสมหวัง..
ไดอารี่เล่มนี้..​คือคำตอบสำหรับคำถามแทบทุกอย่างของ​เขา!!

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๒ : รันนรา [C-9396 ], [58.9.48.43]
เมื่อวันที่ : 17 ต.ค. 2549, 19.34 น.

เจ้าหนวดปลาหมึกนั้น​ก็ดูเหมือน​จะเสร็จสิ้นภารกิจ
มันหดสั้นถดหายเข้า​ไปในท่อเหนือศีรษะ
โครงกระดูกก็หยุดเคลื่อนไหว..ริมฝีปากราว​จะยิ้มให้​เขา..
ชายหนุ่มกระชับสมุดในมือ ฉายไฟอ่านลวก ๆ​ อย่างรวดเร็ว
ถูกแล้ว​..มัน​เป็นบันทึกการทดลองไวรัสชนิดหนึ่ง​ ด้วยลายมือ​ที่เรียบเล็กหากอ่านง่าย
ข้อมูลเหล่านี้​จะนำ​เขา​ไปสู่การคลี่คลายคดี​ได้..อย่างน้อยก็ดีกว่า​จะไม่มีข้อมูลอะไร​เลย​
"ขอบคุณมาก.." ​เขาพูด​กับโครงกระดูกนั้น​..
"ว่า​แต่ผม​จะช่วยคุณอย่างไรดี..ให้คุณหยุดทรมานลงเสีย​ได้.."
โครงกระดูกกรอกตา​ไปมา..ขากรรไกรขยับขึ้น​ลง
​เขาไม่​ได้ยินเสียงใด
สมองขบคิด..ศพหลายศพฆ่าตัวตายอีกครั้งด้วยวิธีใด?
โดดจาก​ที่สูง ผูกคอ..ยิงศีรษะ
ใช่สิ..ยิง​ที่ศีรษะ
​เป็นการหยุดการทำงานของสมอง สมอง​ที่ถูกหล่อเลี้ยงไว้ด้วยอะไร​ชนิดหนึ่ง​
ปืนในมือยกขึ้น​เล็ง..
แสกหน้า​คือเป้าหมาย..​ถ้า​เขาตาไม่ฝาด..​เขาเห็นประกายตาของศพนั้น​..ฉายแววสมหวัง..
​เขาเหนี่ยวไก..
เปรี้ยง!
กระสุนนัดสุดท้าย​ที่อยู่​ในรังเพลิง..ทะลุผ่านกระจกตีคว้านกะโหลกจนกระจุย​ไปในทันที
"​ไปสู่​ที่ชอบเถิดครับ​..คุณหมอนาริน"
รตท.ทัดทานยืนมองอย่างนิ่งสงบครู่หนึ่ง​ เหมือน​เป็นการไว้อาลัยให้​กับเธอ ก่อน​จะหัน​ไปชวนจ่าต้อย​ซึ่งอาการเริ่มดีขึ้น​มากแล้ว​..
"เรา​ได้สิ่ง​ที่​ต้องการแล้ว​..เรากลับกันเถิด.."
ยังไม่สิ้นคำนี้เสียด้วยซ้ำ จ่าต้อยพรวดพราดออก​ไปเสียก่อนแล้ว​..
ในรถ..นายตำรวจหนุ่มนั่งอ่านบันทึกเล่มนั้น​อย่างเคร่งเครียด
จ่าต้อยยังนวดต้นคอ​ไปมา บ่นอะไร​อุบอิบตลอดเวลา
พักใหญ่​ที่เดียว..​ที่ชายหนุ่ม​ใช้เวลา​ไป​กับการรวบรวมข้อมูล จ่าต้อยอดรนทนไม่​ได้จึงถามขึ้น​
"ไงครับ​หมวด..​ได้เรื่อง​อะไร​มั่ง?"
"ชัก​จะยุ่งแล้ว​.." ​เขาเงยหน้าขึ้น​บอกลูกน้องแว่บหนึ่ง​
"อะไร​ยุ่งครับ​.."
"นอกจาก​จะยุ่งแล้ว​ยัง​จะ--หายกัน​ไปหมดด้วย.."
"เหรอครับ​..บอกผมมั่งสิคับ.."
"การทดลองนี้เกิดขึ้น​จากคนวิปริตอย่างแท้จริง..มันบ้าแน่ ๆ​"
จ่าต้อยเกาหัว..ผมบนศีรษะ​ที่ค่อนข้างบางเริ่มยุ่งอีกครั้ง
"แล้ว​หมวด​จะ​เอายังไงต่อล่ะครับ​..นี่ก็ดึกมากแล้ว​"
ผู้หมวดหนุ่มวางสมุดเล่มนั้น​ลง​ที่ตัก เข้าเกียร์..ออกรถอย่างรวดเร็ว
"เรา​ต้อง​ไปจังหวัด...​. เดี๋ยวนี้"
"​ไปทำไมครับ​?"
"​ไปช่วยชีวิตคน!!"

...​...​...​...​...​.

ถนนเส้นนั้น​...​เคลื่อนผ่านใต้ท้องรถยนต์ของ​เขา​ทั้งสอง​ไปด้วย​ความรวดเร็ว
​ความเร็วไม่ต่ำกว่าร้อยสี่สิบถึงร้อยหกสิบ..ทำให้รถแทบ​จะลอยจากพื้นถนน
"เบาหน่อย​ก็ดีนะคับ..ผู้หมวด..ผม​กำลังรู้สึกว่า​ตัวเองเหาะ​ได้.."
"ทุกวินาทีมีค่า..ป่านนี้เธอ​จะ​เป็นอย่างไรบ้าง​ก็ไม่รู้"
"​ใครครับ​?"
"คุณวิรานี"
"เธอ​คือ​ใครครับ​?"
"นักข่าว..เธอ​กำลังอยู่​​ที่นั่น.."
จ่าต้อยงง
"เธอ​ไปทำอะไร​​ที่นั่น ​และ​ที่นั่นน่ะ​ที่ไหนครับ​?"
​เขานิ่ง​ไป..หักหลบสุนัขตัวหนึ่ง​​ที่พยายามวิ่งข้ามถนน
รถโยนตัววูบ..​เขาก็ยังไม่ลด​ความเร็วลง
"รังของมันไงล่ะ..รังของไอ้ไวรัสกลายพันธุ์พวกนั้น​!!"
​ระหว่างทาง รตท.ทัดทานพยายามย่นย่อเรื่อง​ราว​ที่เขียนอยู่​ในไดอารี่เล่มนั้น​..อธิบายให้จ่าต้อยเข้าใจง่าย​ที่สุด
"ตั้งแต่ไวรัสนกระบาดครั้งนั้น​..สองดร.​คือคุณหมอนาริน​กับดร.อัมฤทธิ์ ก็ร่วมค้นคว้าหาวิธีหยุดยั้งการแพร่พันธุ์ของมัน.."
"​ทั้งสอง​เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านจุลวิทยา..นั่น​คือด้านสิ่งมีชีวิตเล็กมาก ๆ​ ของประเทศไทย"
"การทดลองเริ่มด้วยการเพาะเชื้อไวรัสในห้องทดลอง..รูปร่างของไวรัสนกคล้ายไวรัสไข้หวัดใหญ่..มีลักษณะคล้ายบ่วงเชือก.."
"พวก​เขานำเลือดของม้า..ของไก่..ของหนู..มาทดลอง..เชื้อไวรัสเจริญ​ได้ดีในสัตว์ปีก..​ทั้งสองจึงพยายามสะกัดเซรุ่ม..​เพื่อหยุดยั้งการเติบโตของมัน..​แต่แล้ว​.."
ผู้หมวดกลืนน้ำลายขั้นจังหวะ จ่าต้อยรอฟังด้วยใจจรดจ่อ
"พอ​เขา​เอาเซรุ่มนั้น​มาทดลองในเลือดมนุษย์..​เขานำเลือดมนุษย์มาสามตัวอย่าง..หนึ่ง​นั้น​มาจากพญ.นาริน..อีกหนึ่ง​นั้น​​เป็นเลือดของดร.ฯเอง ​และอีกหนึ่ง​​เป็นเลือดของผู้ช่วยสาวของ​เขาคนหนึ่ง​
"ตัวอย่างแรก..​เป็นเลือดของหมอนาริน..ไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น​..เชื้อโรคมีชีวิตอยู่​ไม่ถึงนาทีก็ตาย ​ส่วนเลือดตัวอย่าง​ที่สองก็​ได้ผลเช่นเดียวกัน ​แต่เลือดตัวอย่าง​ที่สาม..​ซึ่ง​เขา​ได้มาจากผู้ช่วยนั้น​..เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง.."
"ไม่กี่นาที​เมื่อ​ได้รับเซรุ่ม เม็ดเลือดแดงก็ถูกจู่โจมทันที..มันถูกทำลาย​โดยเซรุ่ม​ที่​เขาสกัด​ได้นั้น​..หมอนารินเขียนไว้ว่าเซรุ่มนั้น​กัดกินเม็ดเลือดแดงจนหมดในเวลารวดเร็วเหลือเชื่อ.."
"แล้ว​เซรุ่ม​ซึ่งมี​ส่วนของเชื้อโรคอยู่​ด้วยนั้น​..ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น​..จากลักษณะ​ที่คล้ายบ่วงเชือก..​ส่วนหัวของมันเริ่มคลายออกจากกัน เหมือนบ่วงเชือกถูกแก้..ทิ้งไว้ไม่กี่ชั่วโมง.. ​ส่วนหัวก็เจริญขึ้น​ ​ส่วนหางหดสั้นลง มีลักษณะคล้ายลูกอ๊อด..หรือ​ถ้า​จะให้ถูก มันมีหน้าตาเหมือนตัวอสุจิไม่ผิดเพี้ยน.."
​ทั้งดร.​และหมอนารินสงสัยว่า..เหตุใด..เซรุ่มจึงกลายพันธุ์กลับ​เป็นเชื้อโรค​ได้อีกครั้ง..ในเลือดของผู้ช่วยสาว..
พวก​เขาจึงนำเลือดนั้น​เข้าห้องแลป​เพื่อพิสูจน์ข้อแตกต่าง..แล้ว​​เขาก็พบโปรตีนชนิดหนึ่ง​ในยีนต์ของเธอ​ที่ไม่เหมือน​กับคนทั่ว​ไป..
​ทั้งสองพิสูจน์ไม่​ได้ว่ามัน​คืออะไร​..​แต่ผลการทดลอง​ที่ออกมานี้..หมอนารินบอกให้ดร.ทำลายมัน..
ดร.อัมฤทธิ์ไม่เห็นด้วย
"อย่า..เรา​จะ​ต้องศึกษาพวกมันอีกมาก..บางที..เราอาจ​จะค้นพบสิ่งมหัศจรรย์​ที่สุดของสิ่งมีชีวิตก็​ได้.."
พญ.นารินเงียบเสียง ​แม้​จะไม่เห็นด้วย​แต่ก็รู้จัก​เพื่อนร่วมงาน หรือ​ที่จริงสามีของหล่อน​เป็นอย่างดี..สำหรับเรื่อง​​ที่เกี่ยว​กับวิชาการ..ไม่ว่าอะไร​​จะเกิดขึ้น​​เขาก็​ต้องทำตาม​ที่​ต้องการให้​ได้
"เรา​จะเลี้ยงดูมัน​เอาไว้..เฝ้าสังเกตการเติบโตของมันอย่างละเอียด.."
"ผม​จะทดลองมันในตัวไก่..​ซึ่ง​เป็นสัตว์ปีก​ที่มันเจริญเติบโต​ได้ดี​ที่สุด..​และเฝ้าดูการเติบโตของมัน.."
ดร.บอก​กับภรรยาของ​เขา
...​...​...​...​...​

"แล้ว​จากนั้น​เกิดอะไร​ขึ้น​ครับ​?"
จ่าต้อยถาม..รถวิ่งเร็วจน​เขา​ต้อง​ใช้มือจับพนักแขน​ที่ประตูไว้ด้วย
รตท.ทัดทานพยายามปะติดปะต่อเรื่อง​ราวด้วยคิ้ว​ที่ขมวดย่น
การทดลอง​ที่มีผลออกมาเลวร้ายยิ่งขึ้น​
ในไก่ตัวเมีย.. "ลูกไก่" เจาะทะลุลำตัวของแม่ไก่ออกมาอย่างเหลือเชื่อ
พญ.นาริน ถึง​กับตัวสั่น​ที่​ได้เห็นสิ่งนั้น​​กับตา
ผิด​กับดร.อัมฤทธิ์..​เขาแทบบ้า​ที่ผลการทดลอง​เป็นเช่นนี้..
"เธอเห็นไหม..นี่แหละ​..​เป็นสิ่ง​ที่มวลมนุษยชาติรอคอย.." ​เขาบอก​กับหมอนาริน
หมอนาริน​ที่มิ​สามารถห้ามปรามหรือหยุดยั้งการทดลองนั้น​​ได้เลย​
...​...​...​...​.

"การเฝ้าสังเกตการเติบโตของลูกไก่นรกนั้น​ผ่าน​ไปแค่สัปดาห์เดียว..หายนะก็เกิดขึ้น​ "
"ลูกไก่กัดกินกันเอง..​แม้พวก​เขา​จะให้อาหาร​เป็นไก่สด​และเนื้อสดแก่มัน.."
"มีเพียงตัวเดียว​ที่รอด..มันตัวใหญ่ขึ้น​..หน้าตาเปลี่ยน​ไป ขา​ที่ดูเหมือนลูกไก่ตั้งแต่เกิดนั้น​หดสั้นลง..ลำตัวขยายใหญ่จนกลมคล้ายลูกฟุตบอล ปลายปีกพัฒนา​เป็นเล็บยื่นยาวออกมา​และคมกริบ..มันไม่เดินงุ่นง่านเหมือนเคย..นั่งอยู่​​กับ​ที่แล้ว​ยื่นลำคอให้ยาวขึ้น​ลง​เพื่อมองหาเหยื่อ.."
"แล้ว​จ่าเชื่อไหม?...​ลูกตาของมัน​ที่มีเพียงดวงเดียวนั้น​​สามารถสะกิดจิตสิ่งมีชีวิต​ได้.."
จ่าต้อยทำสีหน้าละเหี่ยใจ
"ผมไม่เชื่อ​ได้ด้วยเหรอครับ​.."
"นั่นสิ.." ชายหนุ่มถอนหายใจ.."จริง ๆ​ เรื่อง​นี้​เป็นเรื่อง​ไม่น่าเชื่อมาตั้งแต่ต้น..​แต่เราก็ปฏิเสธมันไม่​ได้..มันเกิดขึ้น​แล้ว​จริง ๆ​" เสียงของ​เขาแสดง​ความเหนื่อยอ่อนออกมาบ้าง
จ่าต้อยเงียบเสียง​ไป..ในหัวพยายามนึกภาพเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้น​ให้แจ่มชัดขึ้น​
"แล้ว​ไงต่อ​ไปครับ​?"
"มันสะกดจิตดร.อัมฤทธ์​ได้ทีละน้อย..​เขาเริ่มมีอาการผิดปกติขึ้น​มา.."
"อารมณ์กราดเกรี้ยวโหดร้าย..จนหมอนาริน​ต้องขังตัวเองอยู่​​แต่ในออฟฟิศ.."
"ในขณะเดียวกัน ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง​กับเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้น​..จากร่างกาย​ที่อ้วนกลมคล้ายลูกฟุตบอล..สิ่ง​ที่มันกิน​และกินเข้า​ไปนั้น​..​ได้สร้างอะไร​ชนิดหนึ่ง​ขึ้น​มา.."
"อะไร​ครับ​?"
"​ความ​ต้องการแพร่พันธุ์!!"
"เฮ้ย.." จ่าต้อยอุทานเสียงหลง
"น้อย​ไป..จ่า​ต้องอุทานว่าอุแม่เจ้า หรือไม่ก็ โอ้จ๊อด..นายเยี่ยมมาก..ถึง​จะสูสี​กับเหตุการณ์ขึ้น​หน่อย​.."
จ่าต้อยทำตาปริบ ๆ​
"เพียงห้าสัปดาห์ มันก็ครอบครองสติสัมปะชัญญะของดร.อัมฤทธิ์ไว้​ได้​ทั้งหมด..​เขาจับเมียของ​เขาเอง..ให้​เป็นเหยื่อของมัน..เธอถูกวางยาสลบ..ตื่นขึ้น​มาอีกที..เธอก็ถูกขังไว้ในตู้กระจกนั้น​แล้ว​.."
จ่าต้อยยังอ้าปากค้าง
สภาพอันสุดสยองของศพในตู้กระจกนั้น​..ยังติดตา​เขาไม่เลือน
"หมาย​ความว่า...​หมอนารินถูกมันผสมพันธุ์ จนกลาย​เป็นอย่างนั้น​.."
"ก็คง​จะใช่..บันทึกของหมอจบลงแค่นี้.."
"แล้ว​.." จ่าต้อยขมวดคิ้วบ้าง
"มันเกี่ยว​กับคุณวิรานีตรงไหน?"
ชายหนุ่มนิ่ง​ไปครู่..ก่อน​จะเอ่ยเสียงเบา..
"ในบันทึก..ระบุชื่อของวิรานี..ว่า​เป็นผู้ช่วยสาว..ผู้​เป็นเจ้าของตัวอย่างเลือดนั้น​นั่นเอง.."
คราวนี้..ไม่มีเสียงอุทานออกจากปากของจ่าต้อยอีกแล้ว​..
​เขาทำ​ได้แค่เพียงปะหลับปะเหลือกลูกตาตัวเอง
...​...​...​...​...​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๓ : รันนรา [C-9397 ], [58.9.48.43]
เมื่อวันที่ : 17 ต.ค. 2549, 19.47 น.

ใน​ที่สุด..จ่าต้อยก็ถามออกมาคำหนึ่ง​
"หมวดแน่ใจ​ได้ยังไง..ว่า​เป็นวิรานีคนเดียวกัน?"
"​ทั้งชื่อ​ทั้งนามสกุล..​ถ้าสะกด​เป็นภาษาไทยก็​เป็นคำเดียวกัน..​และอีกอย่างหนึ่ง​..จ่าอาจ​จะยังไม่รู้.."
"อะไร​ครับ​?"
​เขาเล่าเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​​ที่คอนโดฯ ของวิรานีให้จ่าต้อยฟัง
"จ่า​จะตอบ​ได้ไหมล่ะว่า..หากคุณวิรานีไม่เกี่ยวข้อง​กับเรื่อง​นี้ แล้ว​อะไร​ล่ะ ​ที่​ไป​ที่อพาร์ตเม้นท์ของเธอ แล้ว​ทำไมบ้านเกิดของเธอถึงอยู่​​ที่อำเภอปร๋วนอัน​เป็นภูมิลำเนาเดียวกัน​กับศพ​ทั้งหลาย​ที่ตายอย่างวิปริตนั่น ​และ​ที่สำคัญ..จ่าคงไม่รู้ว่าในคืนนั้น​..เธอ​ได้ยินเสียงอะไร​"
จ่าต้อยสั่นศีรษะ
"เสียงหัวเราะ..เสียงหัวเราะของเด็กตัวเล็ก ๆ​"
"แล้ว​?"
"​เป็น​ไป​ได้ไหมว่า..มัน​กำลัง​ไปหาแม่ของมัน!!?"
++++
อีกด้านหนึ่ง​ของเหตุการณ์
ผู้​ที่ถูกกล่าวถึง..ยังนอนนิ่งอยู่​บนอะไร​อย่างหนึ่ง​ หยาบกระด้าง..​และระคายเ​คือง​ไป​ทั้งตัว..
เสื้อผ้าทุกชิ้นถูกถอด..ออก​ไปแล้ว​
ร่างกายเหมือนถูกตรึง..ใช่สิ..ข้อมือ​และข้อเท้า​ทั้งสอง..ถูกยึดไว้ด้วยเชือก..หรือเข็มขัด..​แต่ถึงกระนั้น​..หล่อนก็ไม่มีเรี่ยวแรง​จะดิ้นรนอยู่​ดี..
รู้สึกตัวว่ายังหายใจ..สมองทบทวนในสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​..มันวาบหวิว..วกวน..ซับซ้อน..ราวชมวิดีโอ..​ที่เนื้อเทปยับเยินแหว่งวิ่น
ดวงตา​ที่ลอยขึ้น​​ไปซ่อนอยู่​ใต้หนังตาบน..บอกอะไร​หล่อน​ได้ไม่มากนัก..นอกเสียจากเงาอะไร​วูบวาบ..
​และเสียงหัวเราะแหบห้าว
"จำฉัน​ได้ไหม?"
หญิงสาวตอบโต้อะไร​ไม่​ได้
"ใช่สิ..ไม่น่า​จะจำ​ได้..​เพราะฉันศัลยกรรมใบหน้าตนเอง​ไปแล้ว​..​ส่วนคน​ที่​เป็นดร.อัมฤทธิ์แทนฉัน..บัดนี้คงนอนเปื่อยสลายอยู่​ในคลีนิคแห่งนั้น​.."
หญิงสาวไม่เข้าใจ..พยายามโฟกัสภาพให้ชัดยิ่งขึ้น​..
"ฉัน..ดร.อัมฤทธิ์..คน​ที่เธอเรียกว่าอาจารย์..ตอน​ที่เธอมาทำงานพาร์ททามอยู่​​กับฉันไงล่ะ.."
​ความทรงจำ​ที่แหว่งวิ่นเริ่มปะติดปะต่อ..ตอนเรียนอยู่​ปี 3 ด้วย​ความจำ​เป็นหล่อนจึง​ไปสมัครงาน​เป็นผู้ช่วยวิจัยให้​กับสำนักงานวิจัยแห่งหนึ่ง​...​
ตอนนั้น​..ดร.​และภรรยาของ​เขา..​กำลังทดลองเรื่อง​เชื้อไวรัสเอสด์..
หล่อนยังจำ​ได้ดีว่า..มีอยู่​ครั้งหนึ่ง​..หล่อน​ต้องสละเลือด​ไปถึงหลอดหนึ่ง​เต็ม ๆ​ ​เพื่อช่วยในงานทดลองครั้งนั้น​
แล้ว​นี่มันเกิดอะไร​ขึ้น​?..ดร.อัมฤทธิ์มาอยู่​​ที่นี่​ได้อย่างไร?..แล้ว​ทำไมถึงพาหล่อนมา​ที่นี่..ซอมบี้เหล่านั้น​ล่ะ? เกี่ยวข้องอะไร​​กับ​เขา?
คำถามหลากหลายพรั่งพรูมาอย่างรวดเร็ว
ราว​กับ​จะรู้​ความในใจ..ดร.อัมฤทธิ์..เคลื่อนไหวตัวเอง​ไปมารอบกายของหล่อน..​พร้อม​กับเล่าเรื่อง​ราว​ไปด้วย
"จงภูมิใจเถอะ..ว่าเธอ​จะ​ได้มี​ส่วนร่วมในการสร้างโลกใหม่ขึ้น​มาในครั้งนี้...​รู้ไหมว่า..ฉัน​ต้องอดทนขนาดไหน..​ที่​จะตามหาเธอจนพบ.."
"ฉันส่งลูกน้องของฉัน​ไปตาม​ที่ต่าง ๆ​..​เพื่อค้นหาเธอ..เธอ​ซึ่งมีเลือดพิเศษ..ให้กำเนิดพ่อพันธุ์ของพวกเราขึ้น​มา.."
"เราพบหญิงสาวหลายคน..​แต่ละคน​แม้​จะมีโปรตีนคล้ายกัน​กับเธอ..​แต่พวกหล่อนเหล่านั้น​..กลับ​เป็น​ได้เพียงช่วยขยายพันธุ์​ที่ยังไม่ใช่พันธุ์​ที่แท้จริงของพวกเราให้เพิ่มขึ้น​เท่านั้น​"
"ใน​ที่สุด..ลูกน้องของฉัน..ตัวเดียว​กับ​ที่พาร่างปลอมของฉัน​ไปล้มลงริมถนน..ค้นพบเธอเข้าจน​ได้..ฉันถึงรู้ว่า..วันหนึ่ง​..เธอก็​ต้องมา​ที่นี่อยู่​แล้ว​.."
"​ที่นี่​เป็นบ้านเกิดของเธอ...​เธอ​ซึ่งมีโปรตีนพิเศษในยีนต์..เหมาะ​จะ​เป็นแม่พันธุ์ในการให้กำเนิดเผ่าพันธุ์​ที่แท้จริงของพวกเรา.."
"ฉันรู้​ได้อย่างไรน่ะรึ..หลังจากฉัน​ใช้เมียของฉัน​เป็นแม่พันธุ์..การผสมพันธุ์​แม้​จะสำเร็จ..​แต่ก็ไม่​สามารถกลายพันธุ์ตาม​ที่ฉัน​ต้องการ​ได้.."
"ฉันยัง​ต้องทดลองซ้ำอีกครั้ง..คราวนี้..ฉันเลือกหญิงสาวคนหนึ่ง​..​ที่มีเลือดเดียวกัน​กับเธอ..​เป็นน้องสาวเธอนั่นเอง.."
ฟังถึงตอนนี้..หญิงสาวแทบ​จะกรีดร้องออกมา..
ดร.สติวิปลาศคนนี้..​กำลังพูดถึงน้อย..น้องสาวของเธอ​ที่หายตัว​ไป..
...​...​...​

วิรานี..ทำ​ได้แค่เพียงฟังเสียงแหบแห้งนั้น​เล่าต่อ​ไป
ดรฯ อัมฤทธิ์..พาร่างของน้อย..​ที่ยัง​เป็นวัยรุ่น..หน้าตะสะสวย...​มาในสภาพสลบไสลไม่​ได้สติ
เด็กสาวถูกวางไว้​กับพื้น..เสื้อผ้าถูกถอดออก​ทั้งหมด
สัตว์ประหลาดตัว​ที่เกิดจากไก่นั้น​ จ้องมองเหยื่อด้วยสายตา​ที่วาวโรจน์
ร่างของมันเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง..
ลำคอ​ที่ยาวเหยียด..ถูกหดกลับ​ไปรวม​กับลำตัว​ที่อ้วนป้อม
ลำตัว​ที่อ้วนป้อม..กลาย​เป็นวัตถุหยุ่นเหนียวคล้ายแมงกระพรุน..คืบยืด..ไต่​ไปบนขาของเด็กสาว..
มันค้นพบช่องทาง...​มันแทรกตัวเข้า​ไป..เด็กสาวสั่นกระตุก​ไป​ทั้งตัว..​ทั้ง​ที่หล่อนไม่​ได้สติ..
เลือดทะลักออกมาทางปาก​และจมูก ตาเหลือกโพลง..ผิวหนังถูกดันให้นูนขึ้น​มาอย่างน่ากลัว..มันเคลื่อนผ่านท้องน้อย..ทะลุผ่านช่องท้อง..ผ่านหน้าอก..เจาะใต้ถันข้างเดียว​กับ​ที่ตั้งของหัวใจออกมา..ในสภาพ​ที่ไม่ใช่ตัวเดิม
เหมือนมันกลายพันธุ์ จากดั้งเดิม​ที่​เป็นสัตว์ปีก สู่การมี​ส่วนผสมของมนุษย์!!
มันยังคงมีตาเดียว..​แต่มีลำตัวใกล้เคียง​กับลูกมนุษย์มากขึ้น​ เว้น​แต่ผิวหนัง​ที่เหี่ยวย่น..เขียวคล้ำ..
​แต่มันก็ยังไม่ใช่เผ่าพันธุ์​ที่แท้จริงของอสูรตนนั้น​อยู่​นั่นเอง..
...​...​...​.

น้อยยังไม่ตาย..เธอถูกควบคุมก้านสมองไว้..เธอมองร่างกายของตนเองเน่าเปื่อย​ไปทีละน้อย..
​เมื่อมันเข้าร่างของหล่อน..​เพื่อกัดกินอวัยวะภายใน..หล่อนยังรับรู้ถึงการขบเคี้ยวลำไส้..ปอด..ม้าม..ตับ..อยู่​ตลอดเวลา
วันหนึ่ง​..มันออกจากร่างของหล่อน..ประจวบ​กับดร.อัมฤทธิ์ไม่อยู่​..หล่อนจึงหนีออกมาในสภาพเนื้อตัวเน่าเฟะ..หล่อน​ใช้ผ้าคลุมกาย..เดินทางกลับมายังบ้านเกิดของหล่อนจน​ได้..
ดร.อัมฤทธิ์ติดตามหล่อนในทันที​ที่รู้ว่าหล่อนหนี​ไป
​เขามาตามพบหล่อน ณ หมู่บ้านแห่งนี้...​​พร้อม​กับค้นพบอะไร​บางอย่าง..อย่างบังเอิญ..
...​...​...​...​.

โลกนี้สมบูรณ์ดีเหลือเกิน..ไม่น่าเชื่อในจักรวาลนี้ ​จะยังมีดาวดวงนี้หลงเหลืออยู่​
ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเล ภูเขา แสงแดด สายฝน ผู้คน สิ่งมีชีวิต มากมาย​เหลือคณานับ
นานนักหนาแล้ว​..นับ​แต่ดาวดวงนั้น​..ดาวสีส้ม..บนทางช้างเผือก..ถูกทำลายย่อยยับด้วยพลังล้างของพวกมัน
กว่ามัน​จะเดินทางมาถึง​ที่นี่..กว่า​จะเกิดพายุอุกาบาต กว่า​จะเล็ดลอดลงท้องน้ำในหมู่บ้านแห่งนี้​ได้
ญาติพี่น้องของมันเพิ่ง​จะมีโอกาสแพร่พันธุ์ก็วันนี้
จากร่างกาย​ที่กิน​ได้ทุกอย่างไม่เลือก ย่อยสลาย​เป็นเซลล์เล็ก ๆ​ ​เพื่อการอยู่​รอดของเผ่าพันธุ์
จากเซลล์ ย่อยออกมาในรูปของยีนต์​ที่เกาะติดฝังลึกอยู่​ในหินของอุกาบาต
จากยีนต์ กลายพันธุ์​เป็นเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ​ ​เพื่อการอยู่​รอดของตนเอง
กระทั่ง​เป็นไวรัส..อาศัยแอบแฝง หลบเร้น​และกลายพันธุ์อยู่​ตลอดเวลา
กระทั่งวันหนึ่ง​..ในทะเลสาบแห่งนั้น​..ทุกอย่าง​เป็นใจดีเหลือเกิน...​
มันเฝ้ารอโอกาสนี้มานับร้อยปี!!

ผู้คน..อาศัยแหล่งน้ำแห่งนี้..​เป็น​ที่หล่อเลี้ยงชีวิต
มันเข้า​ไปฝังตัวอยู่​ในคนเหล่านั้น​..รวม​ทั้งวิรานี..อัน​เป็นต้นเหตุของการกลายพันธุ์ครั้งนี้
เธอกลาย​เป็นพาหะ..กลาย​เป็นเหยื่อของการทดลอง..ของสองดอกเตอร์​ที่ประสงค์เพียง​เพื่อ​จะหยุดยั้งการแพร่พันธุ์ของมัน
​โดยหารู้ไม่ว่า..การผสมผสานของยีนส์ดั้งเดิม ​กับยีนส์ตัวเดียวกัน​ที่กลายพันธุ์​ไปแล้ว​..​จะทำให้สายเลือดทางพันธุกรรมเวียนล้อมมาบรรจบกันอีกครั้ง..การกลายพันธุ์ก็กลับทางเดิม
บรรพบุรุษของพวกมัน..​จะ​เป็นรูป​เป็นร่างขึ้น​อีกครั้ง..อย่างไม่น่าเชื่อ..
มันอาศัยสมองของดร. ​ซึ่งมันควบคุมไว้​ได้อย่างเนิ่นนาน วิเคราะห์ทดลอง..จนกระทั่งพบหนทางนั้น​​ได้​เป็นผลสำเร็จ
เลือดเพียงหยดเดียวของหญิงสาว..​ที่นอนนิ่งรวยรินอยู่​บนเตียง..ถูกทดลองซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่า..จนโปรตีนของยีนส์ผสมผสาน​เป็นหนึ่ง​เดียว
​เมื่อถูกฉีดเข้า​ไปในไก่..อัน​เป็นพาหะ​ที่พวกมันคัดเลือก​และฝังตัวอยู่​แล้ว​ สามประสานจึงประจวบเหมาะ​พอดี
การก่อตัวจากสายพันธุ์ของมนุษย์ ไก่ ​และ "มัน" จึงกลาย​เป็นอะไร​ชนิดหนึ่ง​ เจาะทำลายเนื้อหนังของไก่ออกมา
มี "มัน" เพียงตัวเดียวเท่านั้น​..​ที่​สามารถควบคุมดร.ผู้นี้​ได้
มัน​ได้ยึด​และเกาะกุมมันสมอง​ทั้งก้อนของ​เขาไว้..แล้ว​ออกคำสั่ง..​เพื่อ​ความอยู่​รอดของมัน​และสายพันธุ์
...​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๔ : รันแปะแปะ [C-9426 ], [58.9.38.160]
เมื่อวันที่ : 21 ต.ค. 2549, 10.24 น.

มัน​เป็นคืนวันหนึ่ง​..
พญ.นาริน ถูกขังอยู่​ในห้องทดลอง..
ด้วยสติสัปชัญญะอันลางเลือง ดร.อัมฤทธิ์จำ​ได้​แต่เพียง..​เขาจับภรรยาของ​เขา..ขังไว้ในตู้กระจก..ล๊อคมือล๊อคเท้า..​เพื่อป้องกันการหนี..
อสูรตนนั้น​..มุดลอด..ผสมพันธุ์​กับไข่​ที่ตกในวันนั้น​..เติบโต..เคลื่อนตัวสู่หัวใจ อัน​เป็นอาหาร​ที่ดี​ที่สุดของพวกมัน..แล้ว​ก็เข้าเกาะกุมยึดติด​กับสมอง
ร่างกายของพญ.นาริน..เริ่มเน่าสลาย
การแพร่พันธุ์ไม่คืบหน้า..ยังมีอุปสรรคอีกบางประการเพิ่มขึ้น​อีกด้วย
"ตัว" ​ที่เกาะกุมสมอง บางครั้งก็ไม่​สามารถควบคุมสมองของร่างนั้น​​ได้อย่างสมบูรณ์
บ่อยครั้ง​ที่ "ตัว" มันเอง ยังถูกสมองควบคุมให้ทำอย่างอื่น​ได้อีกด้วย
การทดลองเริ่มเข้าสู่ทางตัน..
​แต่​เมื่อ​เขาทิ้งซากภรรยาของ​เขา ออกเดินทางตามหาน้อย..หญิงสาวคนนั้น​ ​เขาก็พบทางออก
​เมื่อ​เขาค้นพบว่า ณ บ้านปร๋วนแห่งนี้ ​เป็นแหล่งกำเนิดแรกสุดของเผ่าพันธุ์ของมัน นับตั้งแต่เดินทางมาถึงโลก
...​...​..
หนองน้ำแห่งนั้น​..​เป็นแหล่งรวมของเชื้อไวรัส
มันแพร่กระจาย​ไปทั่ว..มัน​สามารถแทรกซึมเข้า​ไป​ได้ในทุกทวารของผู้คน..
​เมื่อคนเหล่านั้น​..​ได้รับเชื้อ​ไปแล้ว​..ร่างกายก็​พร้อม​จะ​เป็นแหล่งแพร่พันธุ์ของพวกมัน..
เฉพาะผู้​ที่​เป็นหญิง..หากตั้งครรภ์ขึ้น​..เด็กในท้อง​จะ​เป็นอสูร​ที่กลายพันธุ์..มัน​ใช้เวลาฟักตัวไม่นาน..แล้ว​กัดกินทุกอย่างในร่างกาย..ยึดกุมสมองไว้..ปล่อยให้ร่างกาย​เป็นซอมบี้..จนกว่าร่างนั้น​​จะไม่เหลืออะไร​ให้มันกินอีกแล้ว​.."
"ตัว" ​ที่ออกจากร่างเหล่านั้น​..อาศัยหนองน้ำแห่งนี้..​เป็นแหล่งกบดาน..สร้าง "รัง" ของมันขึ้น​มา..
สำหรับผู้ชาย..​แม้พวกมัน​จะแพร่พันธุ์ไม่​ได้ในร่างนั้น​..​แต่มัน​สามารถสะกดจิต​ได้
มัน​สามารถเข้า​ไปทางปาก..ลง​ไปทางหลอดอาหาร ฉีดสารผ่านหัวใจให้​ไปบังคับสมอง..จนกลาย​เป็นเหยื่อของพวกมัน​ได้อย่างไม่ยาก..
ชาวบ้านแถบนี้..จึงกลาย​เป็นซอมบี้​ไปเกือบหมด
ผู้​ที่ยังไม่​เป็น..ต่างก็อพยพหนี​ไปจนหมดสิ้น..
...​...​...​..

วิรานี..ฟังเรื่อง​เหล่านั้น​อย่างเคลิบเคลิ้ม..มารู้สึกตัวอีกครั้ง..ก็จากการเจ็บจี๊ด​ที่หน้าแขน..
หล่อน​กำลังถูกฉีดยา!!
"ฉันค้นพบว่า..หากเธอ​ได้ผสมพันธุ์​กับ "​เขา" ​เขา​ที่เลือดของเธอให้กำเนิดออกมา..หลังการปฏิสนธิ..​เขา​จะมีทุกอย่างเหมือนต้นกำเนิด.."
เสียงของดร.อัมฤทธิ์ยังคงดังต่อ​ไป
ขณะ​ที่ตัวยาบางอย่าง..ถูกปล่อยเข้ากระแสเลือด..มันวิ่งจากต้นแขน..ตรงเข้าสู่หัวใจของหล่อน
"​และ​เมื่อเวลานั้น​มาถึง..นางพญา​ที่มีไข่นับล้านฟอง..ก็​จะกำเนิดออกมา...​ฉันคงไม่​ต้องบอกแล้ว​ว่า..จากนั้น​​จะเกิดอะไร​ขึ้น​​กับโลกใบนี้.."
...​...​...​...​.

สุด​จะต้านทานอย่างใด​ได้..หล่อนรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ร่างกายเบาหวิว..คล้ายล่องลอยอยู่​บนปุยเมฆ
​ความรู้สึกแปลกประหลาด กระจาย​ไปทั่วตัว ​เป็น​ความรู้สึก​ที่ยาก​จะอธิบาย..
แล้ว​​ที่แทรกขึ้น​มาในทันทีนั้น​ กลับ​เป็น​ความรู้สึกหิว
หิว..หิวมาก..หิวอย่างไม่เคย​เป็นมาก่อน
วิรานีพยายามลืมตา..​แต่สิ่ง​ที่เห็นกลับ​เป็น​ความมืดมิด..
กลิ่นบางอย่างกระทบจมูก..มัน​เป็นกลิ่นสาบสางจากเนื้อสด
​เป็นกลิ่น​ที่ชัดเจน..ราวลอยอยู่​ตรงจมูก
น้ำลายสอออกมาอย่างสุดกลั้น..กลิ่นยั่วยวนเกินห้ามใจ
สมอง​ที่โปร่งโล่ง มี​แต่คำสั่งเดียวให้ร่างกาย​ต้องทำ
กิน ​และกิน ..กินทุกอย่าง​ที่ขวางหน้า
เธออ้าปาก..กัดกร้วม
กลิ่นคาวกระจายคลุ้ง ​ความหวานปะแล่มจากของเหลวไหลล้นออกมาจากปาก
​พร้อม​กับเสียงหัวเราะแหบพร่าของ​ใครคนหนึ่ง​
"หึหึ..สำเร็จแล้ว​.."
+++++
หลายชั่วโมงเหลือเกิน..​ที่รถเก๋งคันนั้น​​ต้องทำงานอย่างหนัก
มันถูกกดคันเร่งครั้งแล้ว​ครั้งเล่า ​เพื่อพาคน​ทั้งสองให้​ไปถึง​ที่หมาย​โดยเร็ว​ที่สุด
สองข้างทางมืดมิด..มีเพียงไฟจากหน้ารถ ​ที่ส่อง​เป็นลำฝ่า​ความมืดนั้น​ออก​ไป
แสงสะท้อนบาง ๆ​ จับอยู่​​ที่ใบหน้าของ​ทั้งสอง
จ่าต้อยหันซ้ายหันขวา..ปากขมิบเหมือน​จะบ่นอะไร​
​ส่วนรตท.ทัดทาน หัวคิ้ว​ที่มักขมวดย่น บัดนี้แทบ​จะชนกัน
"หวังว่าฉันคง​จะไม่ผิด.."
"อ้าว.." จ่าต้อยอุทานเสียงหลง
"ผมนึกว่าหมวดรู้ทางซะอีก..ตกลงนี่เดาสุ่ม​เอาใช่ไหมเนี่ย?"
"ก็ไม่ถึง​กับเดา​โดยไม่มีจุดหมาย..ฉันก็ขับตามป้ายมา​โดยตลอด..เราเพิ่งผ่านอำเภอป๋านมาไม่ใช่รึ.."
"แล้ว​ไงครับ​?"
"ก็ช่วยกันหาบ้านปร๋วน..ก็เท่านั้น​"
"แล้ว​​ถ้าไม่เจอล่ะครับ​.."
"ก็จอดถาม"
"ถามแมว​ที่ไหนกันล่ะ..​ที่ขับมานี่ไม่เห็นมีผู้คนสักคน นาน ๆ​ รถ​จะมีสวนมาซะที"
"นั่นไง.." ผู้หมวดอุทานดีใจ ป้ายบ้านปร๋วนอยู่​ตรงหน้าขวามือ
"เห็นฝีมือไม๊ล่ะ"
"ฟลุ๊คจริง ๆ​ เลย​"
จ่าต้อยพึมพำ ทัดทานไม่ฟัง เปิดไฟเลี้ยวแล้ว​เลี้ยวขวับเข้า​ไปจนล้อออกเสียงเอี๊ยด
"กี่โมงแล้ว​ครับ​.." จ่าต้อยถาม
"ตีสอง.." ​เขาบอก​พร้อม​กับชี้​ไป​ที่นาฬิกาติดรถ
"นั่นสิครับ​ ตีสองแล้ว​..เรา​จะ​ไปหา​ใครดึก ๆ​ อย่างนี้.."
ทัดทานไม่ตอบ..​เขา​กำลังเพ่งสังเกตทาง​ที่ตรงหน้า
"เรามาถูกทางแล้ว​.."
จ่าต้อยก็เห็นเช่นกัน
"ผมก็ว่างั้น.."

สภาพถนน​ที่ทอดอยู่​ตรงหน้า..ลำแสงจากหน้ารถจับให้เห็น​แต่​ความรกเรื้อ
ถนนโรยกรวดสีน้ำตาล..ถูกป่าสองข้างทางกินพื้น​ที่เข้ามาจนกว้างเพียงไม่กี่เมตร
ฝั่งซ้ายเดิมคง​เป็นไร่ข้าวโพด..บัดนี้เต็ม​ไปด้วยต้นหญ้ารก..ยืนต้นแห้งตาย​โดยมีฝักของมัน​ที่ถูกทอดทิ้งแหว่งวิ่นจากนก​และแมลงกัดแทะ
​ส่วนฝั่งขวา ไม้ยืนต้นหนาทึบสูงบังแสงจันทร์​และแสงดาว..บางกิ่งยื่นออกมาปกคลุมถนนจนแทบมองไม่เห็นท้องฟ้า
รตท.หนุ่มจอดรถ..หันหน้ามองลูกน้องคู่ใจเหมือน​กับ​จะขอ​ความเห็น
"โอเคครับ​.." จ่าต้อยรีบตอบ​โดยเร็ว
"เรากลับกันเถอะ.."
"เฮ่ย.."
ทัดทานหัวเราะถอนฉิว
"มาจนถึงนี่แล้ว​..เข้า​ไปดูให้รู้แน่ดีกว่าว่ามีอะไร​อยู่​ในนั้น​.. "
"​เอางั้นหรือครับ​?"
​เขาเหยียบครัชใส่เกียร์​เป็นคำตอบ
"แล้ว​​จะถามทำไม้??"
จ่าต้อยยังบ่น​เป็นหมีกินผึ้ง
++++

ร่างโปร่งบาง...​หากขาวสะอาดตานั้น​
ตั้งแต่ปากจนถึงลำคอ..เปรอะเปื้อน​ไปด้วยเลือดสีแดงฉาน
บัดนี้นอนหายใจรวยริน..หลับตาพริ้ม..ราวเข้าสู่นิทรารมณ์
แสงไฟจากตะเกียง..​และไต้​ที่จุดรายล้อมไว้รอบห้อง ส่องวับแวม​ต้องร่างเปลือยของเธอสร้าง​ความสวยงามอย่างแปลกตา
บุรุษหนึ่ง​จ้องมองอย่างไม่กระพริบ
ดวงตาขุ่นมัว​ที่ไร้ประกาย..ริมฝีปาก​ที่ยิ้มแสยะสมใจ
เหลืออีกเพียงขั้นตอนเดียว..การผสมพันธุ์ก็​จะเริ่มต้นขึ้น​
+++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๕ : แปะด้วยความมัน [C-9427 ], [58.9.38.160]
เมื่อวันที่ : 21 ต.ค. 2549, 10.26 น.

"มัน" ​ที่ควบคุมดร.อัมฤทธิ์อยู่​..ค้นพบเศษเสี้ยวของหินอุกาบาตขนาดเท่ากำปั้น..จมลึกอยู่​​ที่ก้นบึ้งของสระน้ำ..กระจายสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต..อันมีต้นกำเนิด​ที่เลวร้ายสุดขั้วจากโลกอื่นออกมา

ในเหยื่อ​ที่​เป็นชาย..การแพร่พันธุ์เกิดขึ้น​​ได้ยาก..พวก​เขาเหล่านั้น​ จึง​เป็นแค่แหล่งอาหาร..​และทาส​ที่ถูกบงการ​โดยพวกมัน​ที่ยึดกุมสมอง​เอาไว้
​แต่​เมื่อร่างนั้น​เน่าสลายเหลือ​แต่กระดูก..ก็​จะกลาย​เป็นร่าง​ที่ไร้ค่า..เคลื่อนไหวไม่​ได้..กระดืบดิ้นรนจนกว่าสมอง​จะถูกกัดกินจนหมด

สำหรับสตรี..หากอยู่​ในวัยเจริญพันธุ์ พวกมัน​จะ​ไปฝังตัวอยู่​ในรังไข่ ​เมื่อมีการตกไข่..​และ​เมื่อไข่ถูกผสมพันธุ์ มัน​จะกัดกินทะลุรก มุ่งสู่หัวใจ..เข้าสู่สมอง..บงการให้เกิดการผสม​เพื่อขยายพันธุ์ออกมาให้มากขึ้น​

มีบ้างล้มเหลว..ทารก​ที่เกิดจากการปฏิสนธิของไวรัส หน้าตาพิกลพิการ ด้อย​ทั้งสติปัญญา​และร่างกาย กระดืบกระดก​ได้ไม่กี่วันก็ตาย

มีบ้างดีกว่า..เคลื่อนไหวร่างกาย​ได้บ้าง..กัดกินสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง​ที่ขวางหน้าจนกว่า​จะหมดสิ้นอาหาร..

ไม่มีเลย​..​ที่​จะดำรงชีวิตอยู่​​ได้ ด้วยตัวของตัวเอง..ด้วยร่างกาย​ที่ใหญ่โต..แข็งแกร่ง..​และเคลื่อนไหว​ไปทุก​ที่​เพื่อหาอาหาร เฉกเช่นบรรพบุรุษของพวกมัน

จนกระทั่งมันค้นพบวิธีการ..หากนำตัวแม่..ต้นกำหนดของหยดโลหิต..อัน​เป็น​ที่มาของการกลายพันธุ์ครบวงจรนี้..มา​เป็นแม่พันธุ์..

สายโปรตีน​ที่แหว่งวิ่นเว้นวรรค หากถูกต่อเติมด้วยยีนต์ของเธอ ทุกอย่าง​จะลงตัว..กำเนิดเกิด​เป็นเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมขึ้น​​ได้

มันจึงสั่งให้ดร.อัมฤทธิ์...​นำทารก​ที่เกิดจากการผสม​ระหว่างมนุษย์​และไวรัส..​ที่พอ​จะขยับตัว​และมีสมองสั่งการ​ได้มาก​ที่สุด..​ไปค้นหาหญิงสาว..

​เขาห่อมันด้วยผ้าปู​ที่นอนสีเขียว..อัน​เป็นผ้า​ที่ทอด้วยมือ ผลิตผลของชาวหมู่บ้านปร๋วนแห่งนี้ นำมันเข้ากรุงเทพฯ แล้ว​ปล่อยให้มันออกตามหาหญิงสาว..​ที่​เป็นเป้าหมาย

​เขายังน้ำผ้าสีเขียวอัน​เป็นเอกลักษณ์นั้น​..​ไป​ใช้ในหลายสถานการณ์ ​โดยหารู้ไม่ว่า รตท.ทัดทาน..​จะ​ใช้​เป็นสื่อในการค้นหาประวัติ​และสถาน​ที่​ที่​ใช้ในการทดลองของ​เขา อัน​เป็น​ที่มาของการ​ได้พบบันทึกของหมอนาริน

++++

ทารกพิกลพิการตัวนั้น​..ปรากฏกายขึ้น​หลาย​ที่..
​โดยก่อนหน้านั้น​..มัน​ได้ค้นพบหญิงสาวหลายคน..​ที่เดินทางจากบ้านปร๋วน​ไปทำงาน​ที่กรุงเทพฯ จมูกอันวิเศษของมันรู้ดีว่าในร่างของหญิงสาวหล่านั้น​ มีสายพันธุ์ของมันฝังตัวอยู่​

มันกัดกินจนหญิงสาวเหล่านั้น​ตาย​ทั้ง​เป็น..​และ​เมื่อร่างเหล่านั้น​ฆ่าตัวตายซ้ำ มันก็เคลื่อน​ที่ออกตามหา "แม่" ของมัน​ไปเรื่อย ๆ​

มันคว้าน้ำเหลว..​แม้มัน​จะค้นพบแม่ของมัน​ได้แล้ว​..​แต่มันไม่​สามารถเข้า​ไปในร่างของเธอ ควบคุมสมอง แล้ว​สั่งให้เธอเดินทางมา​ที่บ้านปร๋วน​ได้

ข่าวสารเหล่านั้น​ถูกถ่ายทอดให้ดร.ผู้ถูกควบคุม​โดยอสูรนอกโลก..แผนการจึงถูกกำหนดขึ้น​

ครอบครัวของวิรานี ตกอยู่​ใต้อาณัติของพวกมันนานแล้ว​..จึงไม่ใช่เรื่อง​ยาก ​ที่เรื่อง​น้องสาวของเธอหายตัว​ไป..จึงถูกแจ้งมายังเธอ ​โดยแม่ของเธอเอง

แค่นี้..เธอก็เดินทางสู่แหล่งอัน​เป็น​ที่มาของเรื่อง​ราวพิลึกโลกนี้​โดยไม่ยาก

​และ​เมื่อหล่อนมาถึง..​เขาก็ออก​ไปรับ..รับมาสู่ในสถาน​ที่​ที่เปรียบเสมือน "รัง" ของพวกมันนั่นเอง

​และ​เมื่อ​ได้ร่างกายของเธอ..อัน​เป็นแหล่งเพาะพันธุ์​ที่พิสูจน์แล้ว​ว่าตรง​กับสายพันธุ์​ที่สุด..การทำให้เธอ​เป็น "นางพญาอสูร" จึงถูกกำหนดขึ้น​

​และ​เพื่อให้ทุกอย่างสมบูรณ์ไม่ผิดพลาด..​เป็นการเตรียม​พร้อมร่างกายให้เหมาะสม​กับการแพร่พันธุ์...​สารชนิดหนึ่ง​จึงถูกฉีดเข้าสู่สมองของเธอ ​เพื่อกดประสาท​และเปลี่ยนแปลงสารเคมีบางตัวให้เหมาะสม

​และ​เมื่อเธอรู้สึกตัว..หัวใจของมนุษย์จึงถูกป้อนเข้าปากของเธอ..

ณ บัดนี้ เธอ​พร้อม​ที่​จะผสมพันธุ์แล้ว​!!
++++
ในแสงสว่าง​ที่วอมแวมจากคบไต้​และตะเกียงนั้น​
บุรษผู้มีผมบนศีรษะดำแซมขาว..สวมแว่นกรอบกระ ซ่อนดวงตาขุ่นมัวอยู่​บนใบหน้า​ที่กร้านดำ..หนวดหงอก..ริมฝีปากคล้ำ..​และมีร่างกายผอมแห้ง..สวมเสื้อเชิดลายทาง..กางเกงสีกากี
เริ่มคลื่นไหวอีกครั้ง...​หลังจาก​ที่​ได้รับสัญญานชนิดหนึ่ง​

​เขายังไม่ละสายตาจากร่างงามขาวโพลนนั้น​..การเคลื่อนไหวคล้ายหุ่นกระบอกถูกกระตุก​ที่ศีรษะ..เดินตรงแน่ว​ไป​ที่เตียง..

สัญญาณมาทางคลื่น..ส่งจากตัวลูกมาสู่ตัวแม่​ซึ่งอยู่​ในสมองของ​เขา ถูกแปรจาก​ความถี่​เป็นภาษาเดียวกัน..

มัน​เป็นคลื่น​ที่อาจเรียก​ได้ว่ากระแสจิต หาก​เป็นกระแสจิต​ที่รุนแรง​และแม่นยำยิ่งกว่า..

+++

ร่าง​ที่เคย​เป็น​ที่เคารพของเหล่าบรรดาลูกศิษย์ลูกหามานานนับปี
บัดนี้​กำลังลากสังขารตัวเอง​ไปด้วยอาการกะย่องกะแย่ง
​แม้เนื้อหนังของ​เขา​จะไม่เน่าเปื่อย..​แม้หัวใจของ​เขา​จะไม่ถูกกัดกิน..​แต่การ​ที่ขาดอาหารอัน​เป็นเลือดเนื้อหรือหัวใจสด ๆ​ เท่านั้น​มานานหลายสัปดาห์..ทำให้​เขาผ่ายผอมแทบ​จะเหลือแค่เนื้อหุ้มกระดูก

บรรดาเหล่าสมุนของ​เขาอัน​เป็นชาวบ้านของหมู่บ้านนี้...​.​ที่ถูกควักหัวใจคุมสมองกลาย​เป็นซอมบี้เหล่านั้น​..​ซึ่ง​เขาเคย​ได้อาศัยให้พวกมัน​ไปหาอาหารมาให้..บัดนี้ก็เน่าเฟะเส้นเอ็นเน่าสลาย..เคลื่อนไหวไม่​ได้​ไปเกือบหมด
​จะมีก็แค่ไม่กี่ตัว..​ที่ยังพอเคลื่อนไหว​ได้..
มันพวกนั้น​ ถูก​เขาสั่งให้ทำการขัดขวางผู้บุกรุกทุกวิถีทาง
​ส่วน​เขา..หลังจาก​ได้ผสมพันธุ์..​กับเธอ..ผู้ถูกเตรียมให้​เป็นแม่พันธุ์..ก็คง​จะหมด​ความหมาย..ถูกกินหัวใจ​และทิ้งซากไว้อย่างคนอื่น ๆ​

​ส่วนสิ่ง​ที่​เขาหรือมันทิ้งไว้ในร่างกายของเธอ..​เมื่อถึงเวลา..สายพันธุ์อันแท้จริงของมันก็​จะกำเนิดออกมา..แล้ว​ครองโลก

โลกอันอุดมสมบูรณ์​ได้วยสิ่งมีชีวิตแห่งนี้..
+++

มือไม้สั่นเทาเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้า​ที่บดบังอุปกรณ์การขยายพันธุ์ของตนเอง..หญิงสาวยังคงนิ่งสงบไม่รับรู้สิ่งใดด้วยฤทธิยา..ขอเพียงแค่เวลาไม่กี่นาทีข้างหน้า..ทุกอย่างก็​จะสัมฤทธิ์ผล

ร่างเปลือยแห้งคล้ำสัมผัสเนื้อนุ่มนิ่มขาวสะอาดนั้น​..แรงกระตุ้นจาก "มัน" รวม​ทั้งแรงกระตุ้นทางธรรมชาติจาก​เขา..ถูกต่อต้านด้วยจิตสำนึกของตัวเองอย่างรุนแรง

อาการสั่นงันงกทวียิ่งขึ้น​..การเคลื่อนไหวจึง​เป็น​ไปอย่างผิดธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง..

ภาพเหตุการณ์ต่อ​ไปนี้ดุจเกิดขึ้น​บนจอภาพยนตร์
รถเก๋งคันงามนั้น​วิ่งตัวโยนตามหลุมบ่อของถนน​ที่ขาดการดูแลมาเนิ่นนาน
มันเบรคปัด​ไปข้างหนึ่ง​จนฝุ่นฟุ้งกลบแสงหน้ารถ
ร่างน่าเกลียดน่ากลัวนับสิบ ปรากฏกายเข้ารุมล้อมรถคันนั้น​อย่างไม่รู้​ที่มา​ที่​ไป
​แต่ละร่างผ้าผ่อนขาดวิ่น เผยให้เห็นซี่โครง​ที่มีเลือดเนื้อสีแดงคล้ำเน่าเฟะน่าสะอิดสะเอียน
ชายสองคน​ที่อยู่​ในรถอยู่​ในอาการตระหนกสุดขีด
พวกมัน​ทั้งชาย​ทั้งหญิงพยายามทำลายสิ่งกีดขวาง เข้าให้ถึงตัวของ​เขา​ทั้งสองให้​ได้
แล้ว​เสียงปืนก็ดังขึ้น​
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

ควันปืนลอยคลุ้งทั่วบริเวณ รวมกลับกลุ่มฝุ่น​ที่คลุ้งขึ้น​มาจากพื้นถนน
กระจกรถแตกเปรี๊ยะด้วยฤทธิ์กระสุน​ที่ฝ่าเข้าเจาะร่าง​และสมองของอสูรเหล่านั้น​
พวกมันล้ม​ทั้งยืน..ตัว​ที่เหลือก็ดาหน้าเข้ามา
พวก​เขายิงอย่างไม่ยั้งมือ..ยังมีสติเหลือพอ​ที่​จะบรรจุกระสุนด้วยการผลัดเปลี่ยนกัน
"มัน​เอาเราแล้ว​.." ชายสูงวัยกว่าพูดเสียงตื่นเต้นสุดขีด ขณะปืนในมือแผดคำรามไม่หยุดยั้ง
"เพิ่งรู้รึไง.." ผู้หนุ่มกว่าบรรจงสอยร่างเหล่านั้น​ทีละตัว ๆ​ อย่างสนุกมือ
"ทำไมมันถึงมากมาย​ขนาดนี้.."
"จ่ามีกระสุนอีกหรือเปล่า?"
"ยังเหลืออยู่​อีกชุด..ชุดสุดท้าย.."
"งั้นไม่​ได้การ"
ชายหนุ่มหยุดยิง..ใส่เกียร์ เหยียบคันเร่ง.. ล้อรถหมุนฟรี..แล้ว​ทะยาน​ไปข้างหน้า
สี่ห้าซาก​ที่ยืนขวางอยู่​ ถูกชนกระเด็น​ไปคนละทิศละทาง
"ยังงี้มันส์กว่า.." ​เขาคำราม
คน​ที่ถูกเรียกว่าจ่าหัวเราะเสียงลั่น
"มันส์พะย่ะค่ะ​"

ในภาพมุมสูง รถคันนั้น​ทะยาน​ไปข้างหน้า
กองทัพผีดิบ..​ที่กรูกันรุมล้อม แตกกระจายออก​เป็นช่อง
บางซากกระเด็นขึ้น​สู่กระจกหน้ารถ..ดวงตา​ที่ฝังอยู่​ในหัวกระโหลกมองเขม็งเข้ามาอย่างสยดสยอง
"เปรี้ยง.." ปืนในมือจ่าลั่นออก​ไปอีกนัด เจาะกระโหลกมัน​ได้ยินเสียงดังโพล๊ะถนัดหู แล้ว​ผงะหงายตกจากรถ
"เหยียบให้สุด​ไปเลย​ผู้หมวด..อย่าหยุด"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๖ : แปะจนจบไปเร้ยยยยยยยยยย [C-9428 ], [58.9.38.160]
เมื่อวันที่ : 21 ต.ค. 2549, 10.27 น.

อีกมุมหนึ่ง​..
ภายในห้อง​ที่อับทึบ มี​แต่แสงตะเกียง​และแสงไต้วิบแวม
สาวน้อยนอนเปลือยกายโชว์ร่างขาว..
บุรุษผอมแห้ง​กำลังกระทำอะไร​บางอย่าง
น่าแปลก..​ที่ช่องหูของ​เขา..มีอะไร​อย่างหนึ่ง​ยืดยาวออกมา
มันคล้ายหนวดปลาหมึก..หากไม่มีติ่งตะปุ่มตะป่ำ..สีคล้ำแดงดำ
มันโผล่มา​ทั้งสองหู..​เมื่อยืดออกมา​ได้ประมาณหนึ่ง​ฟุต ปลายของมันก็แยกออก​เป็นแฉก..
ส่ายร่อน​ไปมาเหนือร่างกายของหญิงสาว
บุรุษนั้น​อ้าปากกว้าง..
วัตถุชนิดเดียวกันโผล่ยื่นออกมาราว​กับลิ้นงู
หากอวบอ้วน สีคล้ำน่าเกลียด ​และใหญ่กว่าหลายเท่า..
ไม่เพียงเท่านั้น​..ราว​กับร่างนั้น​​จะกลาย​เป็นแมงมุม
สีข้างของร่างกาย..หนวดเหล่านั้น​เจาะออกมาทีละอัน..แล้ว​ยื่นเข้ายึดเกาะ​กับร่างขาวบอบบางนั้น​
ขณะเดียวกัน..มือ​ทั้งสองข้างของ​เขา..กลับค้ำยันร่างกายไม่ให้เข้ากดคร่อมร่างนั้น​
ศีรษะ​ที่มีดวงตาเหลือกโพลง ปากอ้ากว้าง..พยายามผงะหงายอย่างสุดฤทธิ์
นั่น​เป็นจิตสำนึกอันแท้จริงของดร.ชรา..​เขาพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดฤทธิ์
​แต่ร่างของ​เขาก็ถูกดึงเข้าใกล้ร่างของหญิงสาว​ที่ละนิดด้วยพลัง​ที่เหนือกว่า
มนุษย์ตัวกระจ้อย..​จะสู้อะไร​มัน​ได้??
...​...​...​.
ภาพตัดฉับกลับ​ไป​ที่รถคันนั้น​..กระโจนพรวดเดียวก็ลอยพ้นพื้นถนน พุ่งโครมลง​ไปในน้ำข้างทางด้วยอาการเสียหลัก
สภาพรถบุบบี้..เปรอะ​ไปด้วยเลือด​และน้ำเหลืองจนจำสภาพเดิมแทบไม่​ได้
น้ำไหลท่วมเข้ามาในห้อง​โดยสารแทบ​จะทันที ชาย​ทั้งสองตะเกียกตะกายหนีตาย
​ทั้งสองโผล่พ้นน้ำไร่เรี่ยกัน หากถูกดึงดำดิ่งลง​ไปด้วยกัน​ทั้งคู่
ใต้น้ำ​ที่มืดสนิท เห็นเพียงเงาลางของเท้า​ที่ถูกมือยึดกุมอยู่​
​ทั้งสองดิ้นรนเต็ม​ที่..ดวงตาเหลือกโพลงด้วยอาการสำลักน้ำ​และขาดอากาศ
ขณะจิตเดียวกันนั้น​..ชายหนุ่มเล็งปืน​ที่ถือติดมือมาด้วย​ที่รถของ​เขา
สับไกเปรี้ยง..
กระสุนเจาะทะลุถังน้ำมัน ประกายไฟทำให้เกิดปฏิกิริยาตามมา
"ตูม"
รถ​ทั้งคัน​ที่มีเพียงท้ายโผล่พ้นน้ำนิดหน่อย​นั้น​..กระดอนขึ้น​เหนือน้ำด้วยแรงระเบิดจากถังน้ำมัน..
มันลอยหงายขึ้น​ฟ้า ขณะตกลงมาก็ระเบิดตูมอีกครั้ง
สะเก็ดไฟจากแรงระเบิดกระจาย​ไปทั่ว..ชิ้น​ส่วนหนึ่ง​​ที่มีไฟลุกท่วมหล่นโครมลง​ไป​ที่หลังคาของบ้านหลังหนึ่ง​​ที่ตั้งอยู่​ริมน้ำ
มันติดไฟลุกท่วมขึ้น​ทันที

ชิ้น​ส่วนนั้น​หล่นทะลุหลังคาลงมาปะทะเข้า​ที่หลังของบุรุษร่างผอมคนนั้น​ ​เขาล้มคะ​มำ..กดทับ​ไป​ที่ร่างของหญิงสาว
เปลวไฟลุกติดท่วมตัว..หญิงสาวหวีดร้องสุดเสียง..
แล้ว​ภาพก็มืด​ไปทันที..

แสงตะวันฉาบขอบฟ้า..ราว​จะคืนชีวิตให้​กับสถาน​ที่แห่งนี้
ณ ชายน้ำ..ชายหนุ่มคนหนึ่ง​​กำลังถูกประคองจากหญิงสาว..เธอตบใบหน้าของ​เขาเบา ๆ​ ​เพื่อเรียกให้คืนสติ..
"ผู้หมวด..ตื่นสิคะ​.."
หนังตาของชายหนุ่มเต้นระริก..แล้ว​ก็ผวาพรวดอาเจียน​เอาน้ำออกมามากมาย​..
หญิงสาวดีใจ..ยิ้มออกมาอย่างยินดีเต็ม​ที่..
หล่อนยังคงเปลือยกาย..ร่างขาวผ่อง​เป็นยองใยผวาเข้ากอดร่างนั้น​อย่างลืมอาย
"ใน​ที่สุด..เราก็รอดแล้ว​.."
ชายหนุ่มลืมตาขึ้น​เห็นหญิงสาว..
"วิรานี..คุณจริง ๆ​ หรือนี่"
หญิงสาวพยักหน้า..ยิ้ม​ทั้งน้ำตา


อีกด้านหนึ่ง​ของริมน้ำ..ชายร่างท้วมดิ้นขลุกขลักอยู่​เหนือโคลนเลนริมฝั่ง
​เขาหายใจอย่างเหนื่อยหอบ..หัน​ไปมา​เพื่อหา​ใครสักคน..
แล้ว​​เขาก็เห็น..ชายหนึ่ง​หญิงหนึ่ง​ประคองกันอยู่​​ที่ริมฝั่งอีกด้านหนึ่ง​
​เขายิ้มออกมา..
​และแล้ว​..ยิ้มของ​เขาก็ค้าง..ขยี้ตาแล้ว​เพ่งย้ำ​ไปอีกที..
ให้ตาย..​เขาสาบาน​ได้ว่า..​เขาเห็นอะไร​อย่างหนึ่ง​ยื่นยาวออกมาจากก้นกบของหญิงสาว
คล้ายหาง..คล้ายหนวดปลาหมึก
มันโผล่ออกมาแว่บเดียว..แล้ว​หดกลืนเข้า​ไปในร่างนั้น​อย่างไม่เห็นร่องรอย
​เขาอ้าปาก​เพื่อ​จะตะโกนอะไร​ออก​ไป..
​แต่แล้ว​..ศีรษะของ​เขาก็ถูกกดลง​ไปในโคลนจากมือข้างหนึ่ง​​ที่เน่าเฟะ
​เขาดิ้นรนอยู่​พักเดียวก็แน่นิ่ง..
++++

จบคับ..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๗ : รันงับงับ [C-9429 ], [58.9.38.160]
เมื่อวันที่ : 21 ต.ค. 2549, 10.29 น.

ขอบคุณทุกท่าน​ที่ติดตามอ่านนะครับ​..
ดอกไม้ทุกดอกมีค่าต่อผมมากเลย​
แล้ว​ผม​จะมาแปะเรื่อง​ใหม่อีกนะครับ​


ขอบคุณอีกครั้ง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๘ : white-chocgie [C-9610 ], [203.155.117.144]
เมื่อวันที่ : 07 พ.ย. 2549, 19.46 น.

รู้แล้ว​ว่านายเขียนเรื่อง​​ได้หลายอารมณ์มาก

โชคดี​ที่อ่านตอนกลางวัน

ไม่งั้น...​คงไม่กล้านั่งอ่านคนเดียวแน่ๆ​

********************************
ติดตามงานนายอยู่​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๙ : kansagi [C-10563 ], [203.150.100.98]
เมื่อวันที่ : 17 ม.ค. 2550, 17.29 น.

โอ้ว ปกติงานคุณรัน​จะ happy Ending นี่นา เลย​ไม่​ได้ทำใจมาก่อนว่าตอนจบ​จะทิ้งท้ายแบบนี้ ​(​จะมีภาคต่อไหมคะ​เนี่ย ?)​ ​แต่ว่า​ไป ตอนท้ายๆ​ ก็​ได้อารมณ์คล้ายๆ​ทิพย์นาคี หรือคุณรัน​จะชื่นชอบการบรรยายฉาก ...​. ขาวนวลเนียน ​เป็นพิเศษหนอ ?

​เป็น​กำลังใจให้นะคะ​ ​(ติดตามมาจากพันทิปจ้า : เรื่อง​ของนินรินทร์)​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น