นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กรกฏาคม ๒๕๔๙
มนต์รักสะเลเต ตอน พลพรรคนักฟุตบอล
สตรอเบอรี่
...เสียงหอบหายใจ แฮกๆ​​ๆ​​ รุนแรงเหมือนคนสวาปามอากาศ จงรัก ศักดิ์วันทอง ​​กับติ้ว กำมะลอแผ่ราบ​​กับพื้นหญ้าหน้าท้องกระแหมบๆ​​ ไม่ต่าง​​กับสุนัขวิ่งมาไกล...
เสียงหอบหายใจ แฮกๆ​ๆ​ รุนแรงเหมือนคนสวาปามอากาศ จงรัก ศักดิ์วันทอง​กับติ้ว กำมะลอแผ่ราบ​กับพื้นหญ้าหน้าท้องกระแหมบๆ​ ไม่ต่าง​กับสุนัขวิ่งมาไกลนับสิบกิโลเมตร เสม เสาเซเหงื่อเม็ดเป้งท้วมตัวขณะนั่ง​เอากิ่งไม้ขีดดิน​เป็นรูป​เป็นร่างปรึกษาหลุย ใบบัวบก​กับเต่ย จารชน

ชอน ไม้เถื่อนนั่งชันเข่าสองมือยันพื้นข้างหลัง เงยหน้าแดงก่ำ​เพราะแดดเผามองทุกคนอย่างอ่อนแรง

"ไอ้ไผ่ มัน​ไปไหนว่ะ ?" เสม เสาเซหันรีหันขวางถาม

"ตอนเตะบอลครึ่งแรก ข้อยเห็นมันเดินวนรอบสนาม" เต่ยประตูมือกาวเอ่ย "จากนั้น​ก็ไม่รู้หาย​ไปไหน"

"โอ้ย...​​จะบ้าตาย ! ขนาดแข่งบอลในสนามมันยังเดินไม่หยุดหรือเนี่ย !?" เสมเริ่มหงุดหงิด

"หลอด ! มาเล่นแทนที" หลุย ใบบัวบกเรียก

หลอด จิตป่วนผละจากการถกปัญหา​กับแป๋ง ปุจฉาวิ่งมาสมทบ เสมยังบ่นพึมพำถึงไผ่ไม่หาย ชอนหันมองติ้ว​กับจงรักลุก​ไปดื่มน้ำแล้ว​ ​เขาหัน​ไปดูทางสนามบาสเก็ตบอล​ที่​ใช้ทำ​เป็นกองอำนวยการ เสียงเพลงฝรั่งยังดังกระหึ่ม แม่บ้าน สาวรุ่น สาวใหญ่ ​กำลังยักย้ายส่ายสะโพกโยกซ้ายโยกขวาเต้นแอโรบิค อย่างเมามัน

เรื่อง​ของเรื่อง​ก็​คือว่า ​เมื่อวาน​กับวันนี้อนามัยร่วม​กับอบต. จัดโครงการรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพให้​กับประชาชน ​ซึ่ง​ได้มีการจัดการแข่งกีฬาหลายชนิด อาทิเช่น วอลเล่ย์บอล เซปักตะกร้อ เปตอง เต้นแอโรบิคอย่าง​ที่เห็น ​และ​ที่ทำให้พลพรรคคาเซนั่งหอบลิ้นห้อยอยู่​นี้ก็​คือ ฟุตบอล


หลังกำนันบุญประกาศข่าวทางโทรโข่งประจำหมู่บ้านในเช้า​วันหนึ่ง​ ว่ามีการส่งเสริมให้ชาวบ้านรู้จักออก​กำลังกาย ​โดย​ได้จัดกีฬาขึ้น​​ที่โรงเรียน เสม เสาเซพลันเกิด​ความคิด​ที่​จะให้เหล่าสาวกมีสุขภาพบอร์ดี้ดีกันถ้วนหน้า

"​ถ้าสุขภาพแข็งแรงจิตใจปลอดโปร่ง การทำงานก็​จะเกิดประสิทธิภาพ" เสมให้เหตุผลเทือกนั้น​

เลย​​เป็นเหตุให้ทุกคนถูกปลุก​แต่เช้า​มืด ละทิ้ง​ความอบอุ่นใต้ผ้าห่ม​ที่แสนโหยหา แป๋ง ปุจฉาถึง​กับน้ำตาไหลกะปริดกะปรอย งานนี้เกิดขึ้น​ด้วยเสม เสาเซ​ได้​ไปลงสมัครเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอล 7 คน​กับกำนันตั้งแต่วันวาน

"เรามีเวลาเพียงหนึ่ง​อาทิตย์ ! ฉะนั้น​แล้ว​...​ทุกเช้า​หลังจากนี้​ไป ทุกคน​ต้องตื่นขึ้น​มาซ้อมฟุตบอลอย่างหนัก !"

หลังคำประกาศ​ที่แสน​จะโหดร้ายของเสมจบลง สาวกคาเซก็พบตัวเองวิ่งกระย่องกระแย่งท้าลมหนาววนรอบสระอย่างเต่าขาพิการ จากนั้น​ก็หัดเดาะ หัดเตะลูกบอลพลาสติก ​ที่เสมลงทุนซื้อจากร้านขายของชำ

"แม่ง ! เล่นขี่เรือดำน้ำไล่จับแพลงตอนเลย​นะพี่" หลุย ใบบัวบกประชด "​จะให้เตะฟุตบอลก็ลงทุนหน่อย​ ลูกหนังราคาร้อยสองร้อยพอทำเนา นี่อะไร​บอลยางลูกละ 5 บาท​ !"

"เออน่ะ...​ เตะ​ไปพลางๆ​ ก่อน ถูกหวยรัฐบาล​เมื่อไรเดี๋ยวข้าซื้อให้" เสมมั่ว​ไปนั่น

ดังนั้น​ พลพรรคคาเซจำเตะบอลยางปลิวเหมือนนกบินทุกเช้า​

สามวัน​ต่อมาสุนัขพลันเห่าหอนขึ้น​ตั้งแต่คุ้มตะวันออกถึงประตูหน้าสวน ​เมื่อพวกมันเห็นเปรตตากแห้งมาเยือน เต่ย จารชนปรากฏตัว​พร้อม​กับลูกฟุตบอลหนัง รุ่นมาตรฐานเบอร์ 5 อยู่​ในมือ เสมยิ้มแก้มปริ​ที่เต่ยมีน้ำใจ ​แต่ก็สุดสงสัยว่ามัน​เอาลูกบอลใหม่เอี่ยมมาจากไหน

"ทางการ​เอามาแจก ใช่ไม๊เต่ย ?" ติ้ว กำมะลอแก้ต่างให้เต่ยทันควัน หลังมันอ้ำอึ้งอยู่​นาน

"ทางการไหนวะ ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง​ !?" เสมไม่คลายสงสัย "หรือว่าเอ็ง​ไปขโมยบอลของโรงเรียนมา ?"

"โธ่...​พี่​จะสนใจ​ไปทำไม ยังไงเราก็​ได้บอลซ้อมแล้ว​ แลก​กับให้ไอ้เต่ย​เป็นผู้รักษาประตู มันเข้าท่าดี​จะตาย" ติ้วรีบตัดบท​และเสนอแนว​ความคิดทันที

​ได้ฟังประการนั้น​เสมเลย​หันมาสงสัยติ้ว กำมะลอแทน ซักไซ้ไล่​ความจึงรู้ว่าติ้ว​เป็นคนบอกให้เต่ย จารชน​ไปหยิบยืมลูกบอลโรงเรียนมาเตะแลก​กับการให้เต่ยลงเล่นฟุตบอลด้วย เสมชั่งใจสักครู่หัน​ไปมองหลอด จิตป่วน​ที่​เอา​แต่นั่งมองพยับแดด​และแป๋ง ปุจฉาก็ง่วนถามมัน ว่าแดดมีสีอะไร​อยู่​บนคันสระแล้ว​ส่ายหน้าระอาใจ

"เอ้า ! ​เอาไงก็​เอาวะ เดี๋ยวข้า​จะเรียกคนมาช่วยอีก 2 คน" เสมเอ่ยขึ้น​ หลังจากรู้เช่นเห็นชาติแล้ว​ว่าศิษย์ก้นกุฏิสองคนนั่นหวังพึ่งมันยากเต็มที

แล้ว​ในเวลา​ต่อมา ชอน ไม้เถื่อน​กับ จงรัก ศักดิ์วันทองก็ถูกเรียกให้ละทิ้งแม่บ้าน เข้าร่วมปฏิบัติการกู้ชาติครั้งนี้อย่างเร่งด่วน ​เมื่อจงรักมาถึง​เขาก็คิดโปรแกรมซ้อมใหม่ ด้วยการแยกซ้อมตามตำแหน่ง​ที่ทุกคนถนัด ​เพราะเวลามีไม่พอแล้ว​

หลุย​กับเสมฝึกส่งบอลกันเล่นบนลานหญ้า จงรักพลิกหนังสือพิมพ์คอลัมน์หน้ากีฬาหัวเราะ​ทั้งวัน หรือไม่ก็​ไปออกแข้งออกเข่า​เอา​กับกล้วยในสวน ล้มเครือกล้วยกอใด​เป็น​ได้ยินเสียงหัวเราะดังไม่หยุด เสมน้ำตาคลอเบ้าทีเดียว ​แต่หาใช่​เป็นปลื้ม​ที่เห็น​เพื่อนทุ่มเทซ้อมไม่

"โอ๊ว...​ไม่ สวนกล้วยกู" เสมแทบคลั่งเชียว ​แต่ก็จำทน​เพื่อปฏิบัติการครั้งนี้

เต่ย จารชนศิษย์เอกของจงรักร่ำๆ​ ​จะออกจากสวน ​ไปหาซ้อมมือ​กับทรัพย์สินทางหยาดเหงื่อของชาวบ้านแล้ว​เชียว ​ถ้าเสมไม่สละไก่แจ้ในสวนให้มันซ้อมแทน​ไปก่อน ทุกเย็นสี่-ห้าวันนั้น​ ปรากฏอาหารค่ำมี​แต่เมนูไก่แจ้ทุกมื้อ ทำ​เอาทุกคนครึ้มอกครึ้มใจถ้วนทั่ว ​จะมีอาการห่าลงก็​แต่หัวหน้าเสมเท่านั้น​

"ข้าลงทุน​ทั้งสวนเลย​นะว้อย...​! มัน​จะคุ้มค่าไหมเนี้ย...​!?" เสม เสาเซยืนตะโกนก้องบนคันสระทุกวันหลังอาทิตย์อัสดง

พอหายบ้าก็หัน​ไปหาติ้ว กำมะลอ มีข่าวแว่วๆ​ ว่า ทุกค่ำหลังติ้วสืบทราบ​ได้​ความว่าทีมไหน ​ใครบ้าง​ที่​จะลงชิงชัยในครั้งนี้ ​เขามักเดินดุ่ม​ไปหาคุยฟุ้ง ขู่ขวัญ เกทับถึง​ความ​สามารถของตน​ที่ว่าเคยเล่นบอล​กับทีมชาติมาก่อน

"ชาติหน้าเหรอพี่ ?" แป๋ง ปุจฉาไม่รอดพ้น​ที่​จะถาม

​และแป๋งก็หา​ได้รอดพ้นบาท​าไร้เงาของติ้วเช่นกัน

"ชาติไทยสิวะ ไอ้หะ ! ชอบ​เป็นจักรยานนักนะเอ็ง" ติ้วคำรามอย่างหงุดหงิด ​และเสริมด้วยประโยคติดปาก "เฮ่ย...​ข้า​จะโกหกพวกเอ็งว่าไม่​ได้โกหก​ไปทำไมว้า...​"

หัน​ไปมองหา ชอน ไม้เถื่อนเพลานี้ไม่ปรากฏ​แม้เงา เสม เสาเซให้เต่ยตามสืบ​ได้​ความคร่าวๆ​ ว่า​เขา​ไปสถิตอยู่​วัดป่าอีกครั้ง มีกลิ่นทะแม่งๆ​ ว่า​ไปให้หลวงพ่อลงยันต์มหาอุดให้ ​และเรียนมนต์ปลาไหลเผือกอย่างขมีขมัน ​แต่ไม่ทันสองเพล ​พระท่านฉันท์ข้าวไม่ทันแหลก ชอนก็วิ่งหน้าตื่นกระหืดกระหอบเข้าสวนสะเลเตมา

"ข้ากะ​จะขอจีวรหลวงตามาตัด แบ่งกันคาดหัวเหมือนแรมโบ้ตอนลงเตะ เผื่อมัน​จะขลังมั่ง" ชอนเล่าอย่างเสียดาย "หลวงตาหน้าแดงหน้าดำโมโหใหญ่ สนอง​ความ​ต้องการข้าด้วยบาท​า ข้าเลย​เผ่นมานี่แหละ​"

เสม​ได้ฟังพลันสีหน้าไม่บอกบุญ ​เพราะบาป​กำลังขึ้น​คอหอย ร่ำๆ​ ​จะ​ไปขอถอนทีม​กับกำนันเสียให้​ได้

"คนหนึ่ง​ซ้อมซะ...​สวนกล้วยวอดวาย อีกคนก็เพียรหาตะรางมาให้ เอ็งก็ดัน​เอานรกใส่พานถวายข้าอีก...​!" เสม บ่นอุบ​กับชอนอย่างเหลือทน

"​เอาน่า...​ อีกสองวันก็ถึงวันแข่งแล้ว​ ทนหน่อย​" ชอน ไม้เถื่อนตบไหล่เสมปลุกปลอบ

พอรู้สึกดีขึ้น​มาหน่อย​ ก็หัน​ไปเจอหลอด​กับแป๋ง​กำลังถกเถียงกันถึงขั้น​จะลงไม้ลงมือ หลุย​กับเต่ย​ต้องเข้า​ไปห้ามพัลวัน ถาม​ได้​ความเหมือน​เอากำปั้นทุบซีเมนต์ว่า ‘มันทะเลาะกันเรื่อง​ทำไมลูกฟุตบอลถึงกลม ?’

"แล้ว​เอ็งตอบมันว่าไง ?" เสมพยักหน้าถามหลอดห้วนๆ​

"เออ...​ ผมว่าลูกบอลกลมเหมือนหน้าแม่มัน !"

"น่าน...​ข้าว่าแล้ว​ เลี้ยงหมาไว้ในปาก​เป็นคอกเลย​สิ...​" เสม เสาเซส่ายหน้า "กูอยากบ้าตายโว้ย...​!" ​เขาตะโกนก้องขึ้น​ฟ้า


แล้ว​นี่ก็​คือนัดสุดท้าย หลังจากฟันผ่ารอบแรกมา​ได้อย่างปาฏิหาริย์ กำนันบุญรีบทุ่มเงินอัดฉีดทันที​ที่ลูกบ้าน​กำลัง​จะพาตน​ได้หน้า ​และนั่นนับ​เป็นครั้งแรก​ที่กำนันบุญ​กับติ้วหันมากอดคอกันฉันมิตร หลังจากติ้ว กำมะลอเคยอาละวาดในงานสู่ขอลูกสาวแก

"​ถ้าลูกหมา​ที่บ้านคลอด ข้า​จะยกให้เอ็ง" กำนันบุญตบไหล่ติ้วเบาๆ​ หลังปลุกพลังลูกทีมเสร็จ

ติ้ว กำมะลอวิ่งลงสนามตามหลัง​เพื่อนหน้าตาบิดเบี้ยวคล้ายเสือยิ้มยาก งง​กับคำพูดทิ้งท้ายของกำนัน​ที่เล่นอัดฉีดลูกหมาหนึ่ง​ตัว ​แต่ติ้วก็จำ​ต้องสลัด​ความคิดนั้น​ทิ้ง​เมื่อเกมในครึ่งเวลาหลังเริ่มขึ้น​แล้ว​

"โอ๊ส...​!! ลุยเลย​โว้ย !" ชอน ไม้เถื่อนตะโกนปลุก​ความฮึกเหิม​เพื่อนอีกครั้ง พลันบอลลอยผ่านหน้า​เขา​ไป

"เอ็งร้องทำซากอะไร​วะ ? ไล่บอลซีโว้ย !" เสม เสาเซชักหัวเสีย อารมณ์หงุดหงิดวิ่งปี๊ด...​ขึ้น​สมอง

ฟุตบอลถูกทีมคู่แข่งขันต่างหมู่บ้าน เตะลอยคว้าง​ไป​ที่หน้าประตู ติ้ว กำมะลอง้างเท้าเตะลมสุดแรงเกิด วัตถุบางอย่างลอยคืน​ไปหาชอน ​เขายกอกพักบอลมาดซิกโก้

"อุบ !" พลันเกิดอาการแน่นหน้าอก ชอน ไม้เถื่อนทรุดฮวบลงพื้นมือกุมราวนม เหลือบมองลูกบอล​ที่​ใช้อกรับ บัดนี้หาใช่ฟุตบอลไม่ มัน​คือ

"รองเท้าหมาตัวไหนวะ ?" ชอนสบถอย่างเดือดดาล

"ของผมเองพี่" ติ้ว กำมะลอวิ่งเหยาะๆ​ ​ไปหา ​เมื่อครู่​เขาเตะไม่โดน ด้วยแรงเหวี่ยงสุดแรงเบ่งอึ รองเท้า​ที่ผูกไม่แน่นจึงลอย​ไปแทนลูกบอล

​ส่วนลูกหนังจริงๆ​ กลิ้ง​ไปเข้ามือเต่ย จารชน มันคว้าแล้ว​ล้มตัวกลิ้ง​ไปสามตลบก่อนลุกขึ้น​ยกท่อนแขนเช็ดหน้าผาก​พร้อมระบายลมออกจากปาก ดูเหมือนภาระอันยิ่งใหญ่นั่นมัน​จะแบกรับไว้​แต่เพียงผู้เดียว ​แม้​ความจริงบอลลูกนี้​จะกลิ้ง​ไปหาแบบค่อยๆ​ ก็ตามที
​พร้อมกันนั้น​ เต่ย จารชนผู้รักษาประตูมือกาวก็ทำ​เอาทุกคนตะลึงตะลาน มันปล่อยลูกบอลลงพื้นแล้ว​เริ่มต้นเลี้ยงยาวด้วยลำแข้งเปรตตากแห้ง​ที่แค่เดินก็เซขึ้น​​ไปจากหน้าประตูตัวเอง "ข้อยขอวาดลวดลายจักหน่อย​ !"

"เฮ้ย...​! เอ็ง​เป็นผู้รักษาประตู !" เสม เสาเซร้องเสียงหลง ​แต่เต่ยหา​ได้ยินไม่

"เต่ย ไอ้แข้งทองคำหลบหนึ่ง​หลบสอง...​อย่างว่องไว" ขณะเลี้ยงบอลเต่ยก็พึมพำพากย์การลากบอลของตัวเองประกอบ​ไปด้วย ​แม้​ความจริงบอล​จะถูกแย่ง​ไปตั้งแต่​จะหลบคู่ต่อสู้คนแรกแล้ว​ก็ตามที "ยิง !!...​เย้ !"

เต่ยวิ่งรอบสนามแสดง​ความดีใจ เสมโมโหจนควันออกหูไม่รู้​จะต่อว่ายังไงดี ​ได้​แต่ถอนหายใจปล่อยมันบ้า​ไปคนเดียว ​เพราะถึงยังไงเต่ยก็มี​ส่วนดีอยู่​ ​ที่อย่างน้อยก็ช่วยทำให้ทีมคู่แข่งผงะงงกันพักใหญ่ เสมหัน​ไปมองลูกบอลพลางตะโกนสั่งหลุย​กับจงรักเข้าสกัดคู่ต่อสู้

"จงรักช่วยจัดการที !" ​ส่วนตนเองวิ่งกลับ​ไปเฝ้าประตูแทนเต่ยชั่วคราว

"ปี๊ด...​!" เสียงนกหวีดดังขึ้น​ ไม่ทัน​ที่เสม​จะถึงประตู ​เขาเบรกด้วยรองเท้าผ้าใบทันควัน หันขวับ​ไปมองเหตุการณ์​ที่ผู้ตัดสินเป่ายาว ปรากฏว่านักกีฬาทีมฝ่ายตรงข้ามคนหนึ่ง​นอนดิ้น​กับพื้น ขณะ​ที่แข้งขวาของจงรักพาดอยู่​บนก้านคอล้มข้างๆ​ กัน

"ตายไหมล่ะนั่น ?" ชอน ไม้เถื่อนอุทาน วิ่งเข้า​ไปหา

เสม เสาเซใจหายทำอะไร​ไม่ถูก หันมอง​ไปทาง หลอด​ที่ยืนบนเส้นข้าง​กำลังทะเลาะ​กับแป๋ง มอง​ไป​ที่ติ้ว กำมะลอก็คุยฟุ้ง​กับกองเชียร์ข้างสนาม เต่ย​ที่อยู่​ฝั่งประตูคู่ต่อสู้ยังวิ่งดีใจไม่ยอมหยุด หัวหน้าคาเซสลัด​ความหงุดหงิดทิ้งพลันวิ่งเข้า​ไปดูจงรัก

"แห๊ะๆ​ โทษที ! ข้าลืม​ไปว่าเตะฟุตบอล ​ได้ยินเสียงตะโกนสั่งเลย​นึกว่า​กำลังชกมวย...​!?" จงรักแก้ตัวอายๆ​


​เมื่อวาน​แม้จงรัก ศักดิ์วันทอง​จะพูดแก้ตัวยังไง ถึงวันนี้มันก็ช่วยอะไร​ไม่​ได้แล้ว​ ​เนื่อง​เพราะ​เมื่อวานทีมสะเลเตโดนคู่ต่อสู้ยิงประตูเสียพรุน เล่น​เอากำนันบุญหัวเสียพาลตัดสัมพันธ์​กับติ้วอีกครั้ง เสม เสาเซนั่งซึมอยู่​ใต้ต้นกระบกคล้าย ดั่งคนรักตายจาก ​ซึ่งนานครั้ง​จะมีน้ำตาไหลกะปริดกะปรอย ​เมื่อมองหาป่ากล้วย​และไก่แจ้ไม่เจอ

"​เป็น​เอามาก...​​เขาแข่ง​เอาประเทศกันหรือไง ?" แป๋ง ปุจฉาผู้​ที่​เป็นแค่เด็กหิ้วน้ำพึมพำ

วันนี้สวนสะเลเตเงียบเหงาราวป่าช้า หลุย​กับติ้วนอนซบเลียแผลฟกช้ำดำเขียวอยู่​บนกระท่อม

"บ้าเอย...​ คราวหน้าคราวหลังไม่เล่นด้วยแล้ว​ อะไร​ซ้อมสี่-ห้าวัน​ไปเตะ กระดูกกระเดี้ยพังหมด" ติ้ว กำมะลอบ่น "ขนาดพวกเรายังหนุ่มแน่นนะเนี่ย ​ถ้า​เป็นน้าๆ​ ป้าๆ​ ​จะขนาดไหน ?" ติ้วร่าย​ไปนั่น

แล้ว​สายวันนี้จงรักก็ทำ​เอาทุกคนตกตะลึง สภาพ​เขาเหมือนถูกสุนัขรุมกัดไม่มีผิด เหตุ​เพราะหน้าตาเนื้อตัว​เขาเต็ม​ไปด้วยรอยแผล ​เป็นริ้วๆ​ เหมือนถูกแมวข่วน จงรักลูบคลำเบามือขณะนั่งลงข้างๆ​ เสมแสดงอาการเรียกร้อง​ความสนใจ วันนี้​เป็นครั้งแรก​ที่ไม่มีเสียงหัวเราะจากศักดิ์วันทอง

"ข้าก็เตะบอล อีดำก็เต้นแอโรบิค กว่าพิธี​จะปิด​เมื่อวานก็มืดค่ำ กลับเข้าบ้านเลย​​ไปมี​ใครหุงข้าวทำ​กับข้าว ​ใครต่างก็เหนื่อย มันโมโหหิวเลย​พาลทะเลาะตบตี​กับข้า" จงรักพูดเสียงอ่อยๆ​ ครางซีด...​ลอดไรฟัน

ไม่ทัน​ที่เสม​จะ​ได้ปลุกปลอบสหายรัก ชอน ไม้เถื่อนก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นมาอีกคน ทำ​เอาทุกคนถลาลงจากกระท่อมถามไถ่ด้วย​ความ​เป็นห่วง

"พวกเราไม่ชนะ ข้าก็ไม่​ได้ยิงประตู" ชอนฟูมฟายหมดจิตหมดใจ จนเสมนึกสงสาร​ที่​เพื่อนจริงจัง​กับการแข่งขันไม่ยิ่งหย่อนกว่าตน

"​เอาน่า...​แพ้ก็​คือแพ้เรา​ต้องยอมรับ ​เอาไว้คราวหน้าค่อยแก้ตัวใหม่" เสมตบบ่าชอนเบาๆ​

"ก็​เพราะแพ้นี่แหละ​ มะลิเลย​โกรธข้าใหญ่ !" ชอน ไม้เถื่อนตัดพ้อไม่ลดละ

"แล้ว​เมียเอ็งมันเกี่ยวอะไร​ด้วยวะ ?" เสมชักเดือดดาล แค่สวนวอดวายก็หงุดหงิดพออยู่​แล้ว​

"เกี่ยวซิ" ชอนสวนทันควัน "ทีมเราแพ้ ! ​เมื่อคืนเมียเลย​ไม่ยอมให้ข้ายิงประตู...​" มันสะอึกฮัก "โธ่ว้อย..! เอ็งไม่มีเมียเอ็งไม่เข้าใจหรอก !" ชอนตะโกนสุดเสียง คล้าย​ต้องการระบาย​ความอัดอั้นของ​เมื่อคืนออกมา

ทุกคนมองตากันเงียบกริบ ก่อน​จะระเบิดเสียงหัวเราะท้องคดท้องแข็ง​ที่ชอน ไม้เถื่อนอดยิงประตู​ที่บ้าน...​

-จบตอน-

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1691 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง มนต์รักสะเลเต ตอน พลพรรคนักฟุตบอล
ผู้แต่ง สตรอเบอรี่
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กรกฏาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๕๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-8322 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 07 ก.ค. 2549, 16.27 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-8324 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 08 ก.ค. 2549, 05.48 น.

เหอๆ​ๆ​ สมาชิกสวนสะเลเต ​แต่ละคน เหมือนจับปูใส่กระด้งเลย​นะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : add [C-8338 ], [203.114.111.219]
เมื่อวันที่ : 08 ก.ค. 2549, 21.51 น.

มาเชียร์บอลด้วย อ้าว..อิอิ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น