นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๙
มนต์รักสะเลเต ตอน รักแท้กำมะลอ
สตรอเบอรี่
...ไม่แปลก​​ที่ติ้วริเด็ดดอกตาล (หญิงสูงศักดิ์​​แต่ไม่สูงชั้นเท่าดอกฟ้า) ​​เพราะกระถินก็ตาหวานพอให้ลือเลื่อง​​ไปทั่ว​​ทั้งบาง ​​แต่อนงค์นางก็หา​​ได้สนใจติ้วไม่ ด้วยรู้นิสัยกำมะลอ...
พลบค่ำ​ที่​ความพลุกพล่านในชุมชนยังไม่หลับใหล ณ เรือนกำนันบุญไฟฟ้าสว่างโร่​เป็นพิเศษ ​และพิเศษอย่างยิ่งสำหรับลูกสาวกำนัน ​เมื่อผู้มาเยือนแปลกหน้าต่างถิ่น ​แต่กระถินดง​กับหนุ่มต่างเมืองไม่ต่างใจ ด้วยผูกสัมผัสรัก​ใคร่กันคราวอยู่​เมืองกรุง ​ได้ยกผู้ใหญ่มาสู่ขอ กว่ากำนันบุญ​จะทราบ​ความ ว่า​ที่ลูกเขยก็ถึงเรือนชานเสียแล้ว​

"​เอาล่ะ! ว่ากันตามนี้ หกหมื่น...​ทองสองบาท​ เดือนสิบเอ็ดข้าวขึ้น​เล้า​เป็นอัน​แต่ง ! " กำนันบุญพูดเสียงดังฉะฉาน หนวดพลางกระดิก

ผู้หลักผู้ใหญ่​ที่นั่งหาลือกันตั้งแต่หัวค่ำ ยิ้มร่าเห็นดีเห็นงาม​ทั้งสองฝ่ายเสียงพึมพำฟังไม่​ได้ศัพท์ สาวกระถินชม้อยตามองหนุ่มคนรักแย้มยิ้มเอียงอาย ชายหนุ่มประกายตาหยาดเยิ้ม

พลัน ! วัตถุยามวิกาลลอยคว้างจากหน้าต่าง ร่วงตุบ! ลงตรงพานยาสูบยาเส้น ปูนขาว แก่นคูณ กระจายเกลื่อนเสื่อลำแพน เสียงเอะอะเอ็ดตะโรมือป้องอก ใจสั่นขวัญหาย ทุกคนตะลึงมองไม้ผุท่อนเขื่องผู้​เป็นแขกไม่​ได้เชิญ กำนันบุญสติมั่นไหวตัวก่อน​ใคร พุ่งทะยาน​ไป​ที่หน้าต่าง เพ่งสายตาสู่​ความมืดประกายคมกริบ สอดส่ายลิบลับหายไม่ปรากฏเงาผู้ใด

"​ใครบังอาจมากระตุกหนวดข้าว่ะ !?" เสียงกำนันก้องกังวานใน​ความมืด เงียบกริบ...​ ยินเพียงเสียงจิ้งจกร้องทักบนขอบหน้าต่าง


กระท่อมคาเซซุกตัวนอน​เอาคันสระต่างหมอน ​เอารัตติกาลแทนผ้าห่ม ​เอาสายลมขับกล่อม จิ้งหรีดดื่มน้ำค้างลองลูกคอหรีดๆ​ เรไร ลมหนาวเชยใบโพธิ์ต้นมุมสระเสียงกราว...​แกว่งไกว

บนกระท่อมคาเซ เสือหลับคำรามขู่กรรโชกยุงลาย หากบินกร่ำกรายน่านฟ้า​เป็นอัน​ได้ถูกดูดลงหลุมดำ

คร่อก...​ฟี้ !.. แมลงสาบถูกคลื่นพลังรบกวนไม่​เป็นอันออกหากิน นับ​เป็น​ความ​สามารถ​ส่วนบุคคล ​ที่มนุษย์ชาติไหนก็เลียนแบบไม่​ได้ แล้ว​เสียงย้ำกระได พึบ! พับ! ก่อนกระโจนขึ้น​เฉลียง ก้าวเท้าฉับ​ไป​ที่ประตู เริ่มเขย่าอย่างแรง ทำ​เอาทุกคนสะดุ้งตื่นจากนิทรารมย์

"เฮ้ย ! ช่วยเปิดประตูให้ที" เสียงคุ้นหู​แต่น่าคลางแคลง
"นอนขี้เซาจริงโว้ย..! ตื่น​ได้แล้ว​" น้ำเสียงกระวนกระวาย เสียงหอบหายใจขาด​เป็นห้วงๆ​
เสม เสาเซงัวเงียลุกสลัดผ้าห่มออกจากตัวคลำหาไม้ขีดก่อนจุดตะเกียงเจ้าพายุ

"เดี๋ยวๆ​ ​ใครมาวะ ? ​จะนอน​แต่หัวค่ำสักหน่อย​ก็ไม่​ได้" เสมบ่นพึมพำ หลอด จิตป่วน​กับแป๋ง ปุจฉาลุกนั่งคอตกสีหูสีตาหาวหวอดๆ​ เสมยกตะเกียง​ไป​ที่ประตูไผ่สาน แสงลอดออก​ไปพอเห็นเงาคนสองคนรางๆ​

"เร็วๆ​ หน่อย​พี่ ฉันเอง ฉัน​กับไอ้หลุย"

"อ้าว ! " เสม เสาเซอุทาน

"ไม่​ต้องอ้าว...​ เปิดประตูซี่...​" เสียงยังสั่นปนหงุดหงิด

พอประตูกระท่อมเปิดออก ​ทั้งสองก็พุ่งพรวดเข้ามาจนหลอด​กับแป๋งตกใจตาสว่าง

"อะไร​พี่ ​ไปฟัด​กับหมา​ที่ไหนมา ถึง​ได้วิ่งตาเหลือกอย่างนี้ !?" ศิษย์ก้นกุฏิ​ทั้งสองถามขึ้น​​พร้อมเพรียง

ตะเกียงเจ้าพายุตั้งลงข้างๆ​ แสงเหลืองนวลฉาบใบหน้า​ทั้งสอง​ที่ซีดเผือกไร้เลือด ไม่ทัน​จะว่ากล่าวอะไร​ ติ้วลุกพรวด​ไปปิดประตูกระท่อมลงกลอน แล้ว​กลับมานั่งใหม่ หลุย ใบบัวบกชำเลืองมองก่อนคู้เข่าเจ่าจุก

"ถามมันเอง" หลุยว่า​ได้แค่นั้น​

ทุกสายตามอง​ไปยังจุดเดียวกัน คำตอบจากพยานปากสุดท้าย...​ติ้ว กำมะลอ


​เขาว่ากันว่าการโกหก​เป็นบาป ผิดศีลข้อมุสาฯ ตาย​ไปตกนรกหมกไหม้ ยมบาล​เอาเหล็กแหลมง้างปาก แล้ว​​เอาน้ำเดือดๆ​ จากกระทะทองแดงกรอกท้อง กรอกไส้ให้ทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส ​ใครต่างก็ขยาด​เมื่อเจอกุศโลบายพุทธศาสนาข้อนี้ ไม่กล้าโกหกมดเท็จ ไม่กล้าหลอกลวงกัน

​แต่สำหรับ ติ้ว กำมะลอแล้ว​ ศีลข้อมุสาฯ นั้น​ไม่มีในพจนานุกรมของ​เขา​แม้​แต่น้อย

"ข้าไม่​ได้โกหก ข้า​จะโกหกว่าข้าไม่​ได้โกหก​ไปทำไม ไฮ่...​ พวกเอ็งนี่" ติ้วว่า​พร้อมส่ายหน้าเอือมระอา

ทุกคนมองหน้ากันถอนหายใจสุด​จะทน ​แต่ก็ทนฟังกันเรื่อยมา ติ้ว กำมะลอมุสาฯ ​ได้ตั้งแต่ไก่ออกลูก​เป็นตัว วัวออกลูก​เป็นลิง ​และ​ที่ใกล้เคียง​ความจริงมาก​ที่สุดก็​คือ ​เขาบอกว่าวันก่อน​เขา​ไปพบท่านนายกฯ มา (นายกอบต.)

"คุณสมบัติอย่างพี่ติ้วนี่ เหมาะ​กับการ​เป็น ส.ส. หรือไม่ก็สมาชิก อบต." หลอด จิตป่วนตั้งข้อสังเกต

"ทำไมว่ะ ?" แป๋ง ปุจฉาถามพลัน

"ก้อ...​ โกหก ปลิ้นปล้อน กระล่อน ตอแหล หน้าด้าน ! ​และก็...​"

"โธ่...​ หาตะรางมาให้แล้ว​ไม๊ล่ะ" เสม เสาเซอุทาน ทะยานลงจากกระท่อมอย่างไว ตามด้วย หลุย ใบบัวบก

"ปากเอ็งไม่มีหูรูดหรือวะ ? ถามอะไร​เรือไม่จอด" หลุยหงุดหงิด แป๋งเกาศีรษะงง

ใต้ต้นขี้เหล็กข้างคอกหมู สมาชิกสะเลเตนั่งสุมหัวหลบแดดเ​ที่ยง ภารกิจวันนี้​คือ ใส่ปุ๋ยต้นไม้​กับขุดดินกลบโคนต้น ด้วยว่าหน้าแล้งฝนฟ้าขาดเม็ด การดายหญ้าออกจากโคนต้นจึง​เป็นสิ่งไม่ควรทำ ​เพราะมัน​จะทำให้​ความชุ่มชื้นรอบโคนต้นไม้หาย​ไป ฉะนั้น​การขุดดินกลบรอบๆ​ ต้นไม้ จึง​เป็นการช่วยรักษา​ความชุ่มชื่นให้ดิน ​ทั้งหญ้า​ที่โดนกลบก็เน่าสลายกลาย​เป็นปุ๋ยอีกต่อหนึ่ง​

"​เขาเรียกว่า ​เอาธรรมชาติรักษาธรรมชาติ" เสม เสาเซกล่าวอย่างภูมิใจ "แล้ว​วันนี้ ติ้วมัน​ไปไหนว่ะ ?"

"ช่วงนี้ ติ้วมันไม่ว่างหรอก วันก่อนผมเห็นกระถินลูกสาวกำนันกลับมาเยี่ยมบ้าน" หลุย ใบบัวบกรายงาน

เสม เสาเซพยักหน้าอย่างเข้าใจ​ความนัย ด้วยว่ากระถินนางนี้ ติ้ว กำมะลอหมายปองตั้งแต่ ตาบุญ​ได้​เป็นกำนันใหม่ๆ​ จนเดี๋ยวนี้ชาวบ้านเกลียดเข้าไส้ ด้วยนิสัยชอบเล่นไก่ชน ไม่สนใจลูกบ้าน อันตรพาลมวยตู้ ติดยาชู​กำลัง หมู่บ้านเลย​ไม่พัฒนา​ไปไหน

ไม่แปลก​ที่ติ้วริเด็ดดอกตาล (หญิงสูงศักดิ์​แต่ไม่สูงชั้นเท่าดอกฟ้า) ​เพราะกระถินก็ตาหวานพอให้ลือเลื่อง​ไปทั่ว​ทั้งบาง ​แต่อนงค์นางก็หา​ได้สนใจติ้วไม่ ด้วยรู้นิสัยกำมะลอ ​ที่พอขายขนมจีบ​กับหล่อนเสร็จก็หลบลี้​ไป​กับ​ความมืด ขึ้น​บ้านผู้ใหญ่หมูขายขนมจีบให้สาวกำไลต่อ

ตามประวัติการขึ้น​ชกของติ้ว กำมะลอ​ที่ถูกเล่าขานกันจน​เป็นตำนานนั้น​ เดิมที​เขา​ไปติด น้ำอ้อย ลูกสาวผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ​แต่ด้วยเมาสุราแล้ว​​ไปอาละวาดงาน​แต่งน้องสาวน้ำอ้อย ​ความสัมพันธ์คราวนั้น​จึงขาดสะบั้น

"รักพี่ ​แต่ข้าเสียดายน้องวะ" ติ้ว กำมะลอ ปรับทุก​กับพลพรรค

ไม่นานสาวน้ำอ้อยก็​แต่งงาน ด้วยรำคาญลูกจอมตื้อของติ้วไม่ไหว จากนั้น​มา ติ้ว กำมะลอก็เ​ที่ยวขายขนมจีบ​กับสาวๆ​ ​ไปทั่ว ไม่ว่า​จะ​เป็น สาวเครือ ลูกสาวมัคนายก สาวก้อยลูกสาวภารโรง สาวแหวนลูกสาวสมาชิกอบต. สาวไก่ลูกสาวนายก อบต.ฯ พวกหล่อนก็มีอัน​ต้องสละโสดกันแทบทุกราย​ไป
​และแล้ว​ก็ถึงคราวลูกสาวกำนัน

"แม่ดอกกระถินบ้านป่า โอ้...​ดอกฟ้าสุดปรารถนาของพี่" ติ้ว กำละมอรำพึงรำพันนานมาแล้ว​ ครั้ง​ที่รู้จักกระถินใหม่ๆ​ ​ซึ่งเพลานั้น​ชาวสะเลเตยังไม่มี​ใครทราบ

"ดอกฟ้าของคนอื่นล่ะไม่ว่า" หลุย ใบบัวบกขัดขึ้น​

"ไอ้ห่า ! อยาก​เป็นจักรยานรึไง ?" ติ้วหงุดหงิด " เค้ารักข้าโว้ย...​ วันก่อนยัง​เอาเบอร์โทรให้ข้าเลย​ นี่ไง" ติ้วชูเศษกระดาษล่อน​ไปมาต่อหน้าพ้อง​เพื่อน ทุกคนขยี้ตาแทบไม่เชื่อหู

ด้วย​ความอยากรู้ว่าผู้ใด​เป็นกระถินดอกนั้น​ ค่ำลงคืนนั้น​เหล่าพลพรรคคาเซจึง​พร้อมพรัก หล่อฟ้อน้ำหอมพรมตามสไตล์ควายหลงกรุง

หลุยเสื้อลายสะกอต ยีนส์สีซีด รองเท้าหนังหุ้มข้อลึกปลายแหลม (​ได้มาตั้งแต่อยู่​มวกเหล็ก) เสมเสื้อม่อฮ่อมย้อมคราม นุ่งผ้าโสร่งบางเบา แป๋งเสื้อยึดคอกลม กางเกง วอร์มสีดำ ติ้วเสื้อเชิ้ตขาวลายดอกชบา ผมทรงคีอานูรีฟ กางเกงขากระบอก ​ส่วนหลอดเสื้อก้าม กางเกงกีฬา รองเท้าแตะ !

"พวกเอ็ง​จะ​ไปไหนกันว่ะ ?" ติ้ว กำมะลอเอียงคอถาม

"กระถิน​คือผู้ใด ? ​และรักเอ็งจริงหรือไม่ ?" เสม เสาเซเน้นเสียงช้าๆ​ "มัน​ต้อง คนค้นคน ! "

ว่าแล้ว​ทุกคนก็ซอยเท้าลงกระท่อม ดอดออกจากสวนสะเลเต​โดยติ้ว กำมะลอหนีบไหกระเบื้อง​ไปด้วย

วงหน้านวลผ่องขาวดั่งดอกฝ้าย คิ้วโค้งโก่งดุจคันศร ขนตางอนดำขลับรับ​กับประกายตาแพรวพราว จมูกเชิดรั้นปากจิ้มลิ้ม คางกลมเรียวรับ​กับต้นคอระหง รูปร่างเพรียวแบบบาง เวลาเดินยักย้ายสะโพกผายกลมกลึง หล่อนยิ้มหวานจนสะท้านทรวง

พลพรรคคาเซตะลึงค้าง ปากห้อยมือสั่น หัน​ไปมองติ้ว กำมะลอพลันส่ายหน้า

"อินพอสชี...​เบิ้ล" หลอด จิตป่วนโพล่ง ขณะ​ที่สาวกระถินเดินเข้าครัว​ไปเปิดตู้เย็น ​เอาน้ำขวดมาต้อนรับ

"อะไร​วะ ?" ติ้ว กำมะลอถาม

"​เป็น​ไปไม่​ได้ ! " หลุย ใบบัวบกตอบแทน สายตามองตามก้นหญิงสาวอย่างมีเลศนัย "คิวปิด ! รึ​จะแผลงศรผิดพลาด​ได้ขนาดนี้"

"ใช่ ! ไม่มีทาง​ที่กระถิน​จะชอบเอ็ง" เสม เสาเซเสริม

"เฮ้ย...​ อย่า...​ พวกเอ็งอย่าทำ​เป็นสงสัยใน​พระเจ้า ท่านประทาน​ความรักมาให้ข้าโว้ย ดูนี่ซะก่อน...​ดู!" ติ้ว กำมะลอชูเศษกระดาษสะบัด​ไปมา สิ่งเดียวเท่านั้น​​ที่ทำให้ทุกคนไม่กล้าฟันธง เบอร์โทรศัพท์ปริศนา !

แป๋ง ปุจฉามองหน้าติ้วยังไม่คลายสงสัย "พี่ติ้ว แล้ว​อยาก​เป็นจักรยาน​เมื่อกลางวันนะมันหมาย​ความว่าไง ?"

ติ้วลุกพรวด บาท​าวางใส่สีข้างแป๋งเบาๆ​ หัวคะ​มำ "นี่ไง จักรยาน ​เอาอีกไหม ?"

พอเอวเคล็ดแป๋งก็ถึงบางอ้อ ทุกคนสงบปากสงบคำลง​เมื่อกระถินเดินเข้ามา

"มากันเหนื่อยๆ​ กินน้ำกินท่ากันก่อน" กระถินวางขวดน้ำ​กับแก้วสองใบลงตรงหน้าติ้ว "มี​ใครสูบยาเส้นไหมจ๊ะ​ ? ​จะ​ได้หามาให้"

ทุกคนส่ายหน้า สายตายังไม่ละจากหล่อน หญิงสาวขยับนั่งพับเพียบตรงกลาง​ระหว่างทุกคน ​ที่นั่งรอบหล่อน​เป็นรูปจันทร์เสี้ยว ติ้ว กำมะลอหัวเราะ ห๊ะๆ​ ยกไหกระเบื้องตั้งตรงหน้า เปิดถุงพลาสติก​ที่ปิดปากไหออก ค่อยๆ​ บรรจงเทน้ำขวด​ที่กระถิน​เอามาให้ มันซึมผ่านแกลบผสมปลายข้าวลง​ไปทีละนิด กลิ่นข้าวหมักหอมฟุ้งติดจมูก

"อะไร​จ๊ะ​พี่ ?" กระถินทำหน้าฉงนฉงาย

"เหล้าพื้นเมืองจ้ะ​" ติ้ว กำมะลอตอบ

ทุกอย่าง​เป็น​ไปด้วย​ความราบรื่น ​ระหว่างนั่งถามสาระทุกข์สุขดิบ ไหกระเบื้องก็ถูกยกหมุนรอบ​ไปตามรายบุคคล ไม้ไผ่กะแสแทนหลอดดูดปักลึกพอประมาณ ดูดเสร็จยกให้คนต่อ​ไป ทุกคนช่างมีคำถามมากมาย​ ยัง​กับสัมภาษณ์ทีวี ยิ่งเวลาผ่าน​ไปนานหน้าเริ่มแดง ใจเริ่มกล้า ดีกรีน้ำผ่าแกลบหมักออกฤทธิ์ กระดูกสันหลังคิดปากถาม

"ก้นกระถินลายไหมจ๊ะ​ ?"

"เฮ้ย ! " เสม เสาเซอุทาน

ติ้ว กำมะลอมือไวตบกบาลหลุยเข้าให้ "​ใช้สมองคิดหน่อย​ซี ก่อนถามนะ"

"อะไร​นะ ? ​ได้ยินไม่ชัด" กระถินสงสัย

"ไม่มีอะไร​หรอกจ้ะ​ ไม่มีอะไร​" ติ้วปฏิเสธทันควัน หลุยมองหน้า​เพื่อนยิ้มๆ​

นั่งขายขนมจีบอยู่​นานก็พอรู้คร่าวๆ​ ว่าสาวกระถิน​เป็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน ​ซึ่งมีพี่น้องถึงห้าคน พ่อบุญเลื่อนขั้น​เป็นกำนันบุญ​เมื่อสี่-ห้าเดือนก่อนนี้ กระถินทำงานอยู่​กรุงเทพฯ แถวๆ​ ถนนเจริญกรุง ซอยประดู่ ​ซึ่ง​เป็นงานทำกล่องกระดาษ

"ถินเรียนจบแค่ป. 6 ​จะให้​ไปทำงานอะไร​ล่ะจ๊ะ​ ​ได้งานทำก็ดีถมแล้ว​" หญิงสาวเสียงละห้อย "ถิ่นกลับมาเยี่ยมบ้าน วันสองวันก็กลับ"

​ได้ยินคำนี้ ใจหนุ่มสะเลเตชักห่อเหี่ยว เหลียวมองตากันหดหู่ ไม่รู้​จะต่อ​ความประการใด ลมดึกเริ่มมาเยือน เสียงกระไอบนเรือนเตือนให้รู้ว่าดึกโข ​ซึ่งพ่อแม่​ที่หวงลูกสาวมักทำอย่างนี้เสมอ ​เป็นการบอกกล่าวว่าสมควรแก่เวลา ​แต่หนุ่มสะเลเตหาสนใจไม่

หลุยยังนั่งป้อ...​คอชัน ปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเรียกเสียงหัวเราะสดใส​ไปเรื่อยๆ​ ​โดยเสม​เป็นลูกคอเออออห่อหมก แป๋ง​กับหลอดหันหน้าชนกัน ถกปัญหาเรื่อง​แกลบหมักแอลกอฮอส์​ได้ยังไง ​ส่วนติ้วคอพับคออ่อนนอนจมกองอ้วกตัวเองหลับอยู่​ข้างหลังเสม ถึงเวลานี้​ใครดี​ใคร​ได้ ไม่สนใจเสียงไอไข้หวัด​ที่เริ่ม​เป็นไข้หวัดใหญ่อยู่​บนเรือนเสียแล้ว​

"​เมื่อคืนพี่ฝันประหลาด" เสมเกริ่นประโยคเด็ด

"ฝันอะไร​จ๊ะ​พี่ ?" กระถินขมวดคิ้วสงสัย

"พี่ฝันเห็นงูรัดจ๊ะ​" เสมทำตาหยาดเยิ้ม "เค้าบอกว่า​จะเจอเนื้อคู่ ไม่รู้​จะนั่งอยู่​แถวนี้หรือเปล่า ?"

กระถินเอียงอายด้วยจริตหญิง ใบหน้านวลผ่องเลือดฉีดแก้มระเรื่อ เสมไม่ปล่อยโอกาสให้หายมึน ทิ้งหมัดตรงทันที

"กระถินมีเข็มกะด้ายไหมจ๊ะ​ ?"

"มีจ๊ะ​ พี่​จะ​เอา​ไปทำอะไร​ ?"

"พี่​จะ​เอามาเย็บใจ เห็นหน้ากระถินแล้ว​พี่ใจ​จะขาดดดด...​"

กระถินตัวสะบัดบิด​เป็นเกลียว มือจิกชายเสื้อขึ้น​มากัด โรคเบาหวานพาล​จะกำเริบ หลุย ใบบัวบกเหมือนรู้สถานการณ์

"เห่ย ! ซะไม่มี" หลุยแขวะเข้าให้

"พ่อให้กินอะไร​จ๊ะ​ ? กระถินถึงสวยบาดใจพี่ขนาดนี้" หลุยเริ่มมุขบ้าง

"กินขี้วะ !"

สองหนุ่มหันขวับ​ไปมองต้นเสียง รู้สึกขุ่นเ​คือง​ที่มีคนขัดจังหวะ กระถินนั่งสำรวมตามเดิม​เมื่อเห็นหน้าคนพูด ​ซึ่งตอนนี้​กำลังนั่งชันเข่าถือไหกระเบื้องดูดเหล้า ขณะฟังอภิมหาปรัชญาแกลบหมักของหลอด​กับแป๋ง หลุย​กับเสมอ้าปากค้าง ​เมื่อรู้ว่าไผ​เป็นไผ

"พ่อกำนัน สวัสดีครับ​" เสม​กับหลุยกรูเข้า​ไปยกมือท่วมหัว

หลอดเอียงคอสงสัยหัน​ไปมองคนถือไห "อ้าว...​ นึกว่าหมา​ที่ไหน พ่อกำนันนี่เอง หวัดสะดีครับ​"

ว่าแล้ว​หลอดก็ลุกพรวดเดินออกจากเรือนกระถินก่อน​ใคร ตุปัดตุเป๋​ไปใน​ความมืด ตามด้วยหลุย​และแป๋ง พลัน! เสม เสาเซพุ่งทะยานแซงนำลิ่ว เห็นประการนั้น​ทุกคนก็โกยอ้าวทันที

"เฮ้ย ! แล้ว​ไหเหล้า​กับไอ้นอนจมกองอ้วกนี่ ไม่​เอากลับหรือไงห๊า !?" เสียงตะโกนฟังหงุดหงิด ​แต่หามี​ใครหยุดฟังสรรพเสียงใดๆ​ ไม่ ถนนคุ้มบ้านสาวสู่คุ้มสะเลเต หมาเห่ากรรโชกเสียงกราวกังวานแว่ว


แดดร้อนเปรี้ยงจนแทบหัวระเบิด เหงื่อเม็ดเป้งไหลอาบหน้า สมาชิกสะเลเต​กำลังก้มๆ​ เงยๆ​ ขุดดินกลบโคนต้นไม้ เสม เสาเซยืนเหยียดหลังตรง​ใช้ท่อนแขนปาดเหงื่อบนหน้าผาก หรี่ตามอง​ที่ประตูทางเข้าสวน ปรากฏติ้ว กำมะลอเดินฮัมเพลงตรงมาอย่างอารมณ์ดี

"​เมื่อคืน​เป็นไงว่ะ ?" หลุย ใบบัวบกถามทันที​ที่ทุกคนพากันเข้าหลบแดดใต้ต้นมะม่วง

"​เขาให้ข้านอนบ้าน​เขาโว้ย...​ แถมเช็ดเนื้อเช็ดตัว​และนั่งเฝ้าข้า​ทั้งคืน" ติ้วยิ้มเกลื่อนหน้า "หมอนงี้ ผ้าห่มงี้ ​ที่​เอามาห่มข้า ของ​เขา​ทั้งน้าน...​ กลิ่นหอมมม...​หอม" ติ้วหลับตาพริ้มคิดถึงห้วงเวลานั้น​ พาลให้คนอื่นอิจฉา

"ข้าไม่เชื่อหรอก" เสม เสาเซค้านขึ้น​ ​แต่แววตาก็ยังหวั่นไหว

ไม่มี​ใครเชื่อ ​แต่ก็ไม่มี​ใครอยากพิสูจน์ ​เมื่อติ้วประกาศก้อง "อยาก​ได้ข้ามศพข้า​ไปก่อน !"

อัน​ที่จริงไม่มี​ใครกลัวคำขู่เพียงนิด ​แต่ด้วยเห็นใจใน​ความมุ่งมั่นของติ้ว ​ทั้งติ้วยังบอกอีกว่า คืนนั้น​ติ้ว​ได้จูบหญิงสาวมัดจำ​ไปแล้ว​ นั่น​คือตัวแปร​ที่ทำให้ทุกคนถอนใบสมัคร

สองวัน​ต่อมาทราบข่าวจากติ้ว กำมะลอว่ากระถินเข้ากรุงเทพฯ ​ไปแล้ว​ ​โดยติ้ว​ไปส่งขึ้น​รถทัวร์​กับมือ แถมติ้วยัง​เอาเสื้อยืด​ที่ว่ากระถินซื้อให้มาอวด​เพื่อนอีก พลพรรคสะเลเตเลย​ใจสลายกันตั้งแต่เพลานั้น​ กินข้าวบางวันแทบกลืนไม่ลง ​เมื่อเห็นติ้วนั่ง จ๊ะ​จ๊า...​ ​กับโทรศัพท์มือถือ​ทั้ง​ที่มืออีกข้างยังคาปั้นข้าวเหนียว

หลายเดือนผ่าน​ไป ​แม้กระถินยังไม่กลับมาเยี่ยมบ้าน ​แต่ติ้วก็ยังคงวนเวียน​ไปร้องทุกข์​กับกำนันบุญเสมอ การ​ไป​แต่ละครั้งมักมีเหล้าไหไก่ปิ้งติดไม้ติดมือไม่เคยขาด "เรียกว่า รักผู้หญิง​ต้องอิงกำนัน ติดสินบนมันเข้า​ไป" ติ้วว่าเทือกนั้น​

ในการรอคอย​ที่เงียบเหงา กว่ากระถิน​จะกลับมาเยี่ยมบ้าน​แต่ละครั้ง ติ้ว กำมะลอก็ฆ่าเวลาด้วยการขายขนมจีบ​กับสาวกำไล ลูกสาวผู้ใหญ่หมู​เป็นระยะ ​ซึ่งข่าวก็มักรั่วไหล​เพราะกระไดเรือนกระถิน​กับเรือนกำไลห่างกันแค่ห้าสิบก้าวเดิน กระถินกลับมาบ้านครั้งล่าสุด กำนันบุญอ้วนขึ้น​ทันตาเห็น ปัจจัยเกิดจากเป็ดไก่ของติ้ว​ที่เล้าร้าง

​แต่ฟ้าดินก็หา​ได้เห็นใจติ้ว กำมะลอไม่ ​และ​ความลับก็ไม่มีในโลก กระถินปฏิเสธรักติ้วอย่างสิ้นเยื้อขาดใย ​และ​ความจริงทุกอย่างก็ปรากฏ​เมื่อเสม เสาเซดอด​ไปหากระถินในเย็นวันหนึ่ง​

"เสื้อ​ที่ติ้วบอกว่า กระถินซื้อให้วัน​ไปส่งกลับกรุงเทพฯ คราวก่อนนะ กระถินบอกว่า ติ้ว​เป็นคนซื้อให้​เขา ​แต่​เขาไม่​เอา" เสม เสาเซเล่าให้ทุกคนฟัง "แล้ว​คืน​ที่มันเมานะ ​เขาไม่​ได้ดูแลอะไร​มันเล๊ย...​ ทิ้งให้มันนอนจมอ้วกอยู่​อย่างนั้น​จนถึงเช้า​"

ถึงตอนนี้ทุกคนเริ่มมองเห็นเค้า "แล้ว​เรื่อง​จูบล่ะ ?" หลุย ใบบัวบกถาม

"ก้อ​จะอะไร​ หมาแถวนั้น​มันเลียปาก​เอานะซิ"

สิ้นคำทุกคนหัวเราะ ก๊าก...​ ลั่นกระท่อม ท้องขดท้องแข็งน้ำหูน้ำตาเล็ด แล้ว​เรื่อง​เบอร์โทรศัพท์ก็​เป็นอันรู้กัน ว่าติ้ว กำมะลอ​ไปบังคับขอ​กับพี่สาวของกระถิน หล่อนรำคาญเลย​เขียนผิดๆ​ ให้​เป็นเลขห้าหลัก ​ซึ่งติ้วโทรฯ ไม่เคยติด ก็ทำให้รู้ทันทีว่า ติ้ว​ต้องคว้ารางวัลตุ๊กตาทองปีนี้อย่างไม่​ต้องสงสัย

หลุย​เอามือแนบหูเลียนเสียงด้วย​ความหมั่นไส้ "แม่ง ! ฮัลโหล...​ กระถินหรือครับ​? คิดถึงจัง ทำอะไร​อยู่​...​? กินข้าวยัง? กิน​กับพี่ไหม? พี่​กำลังกินลาบควายยย...​ อยู่​"


​แต่ก่อน​ที่​ความหวังครั้งใหม่ของทุกคน​จะอุบัติขึ้น​ ข่าวการกลับมาเยี่ยมบ้านช่วงบุญเดือนหกของกระถิน ก็พาข่าวการมาเยือนของหนุ่มต่างถิ่นมาด้วย คืนค่ำเพลานั้น​​ความรู้สึกต่างอารมณ์สองอารมณ์ ของกำนันบุญก็ปะทุจนปรับแทบไม่ทัน

อารมณ์แรกนั้น​ปลื้มปีติ ​ที่ลูกสาว​จะ​ได้​เป็นฝั่ง​เป็นฝา

"​เอาล่ะ ว่ากันตามนี้ หกหมื่น...​ทองสองบาท​ เดือนสิบเอ็ดข้าวขึ้น​เล้า​เป็นอัน​แต่ง ! "

อารมณ์สองขุ่นข้อง โกรธขึง ​เมื่อมือดีดอดมาหยามศักดิ์ศรี

"​ใครบังอาจมากระตุกหนวดข้าว่ะ !?" เสียงคำรามนั้น​กึกก้อง ตาคมกริบจ้องมองหาผู้บังอาจลองดี

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สองสหายแห่งสวนสะเลเต หลุย​กับติ้วก็นั่งหอบบนกระท่อมคาเซ สำลักคำพูดไม่ปะติดปะต่อ ​แต่ก็พอจับ​ความ​ได้ว่า ตอนหัวค่ำนั้น​​ทั้งสองพากัน​ไปแอบฟังข่าวการมาสู่ขอของหนุ่มต่างเมือง พอเมาสุราในร้านขายของชำหลังบ้านสาวกระถิน​ได้​ที่ ติ้ว กำมะลอก็หลบ​ความมืดของรัตติกาล​ไปแอบอยู่​ข้างรั้วบ้านสาว ปล่อยให้หลุยนั่งดูต้นทาง​ที่ร้าน

หลังคำประกาศการหมั้นหมายอย่าง​เป็นทางการของกำนันบุญสิ้นสุด ติ้วพลันเลือดขึ้น​หน้า หูอื้อตาลาย โกรธเ​คือง​ที่โดนกำนันบุญหลอกกินฟรีมาตลอด ตัดสินใจเพียงชั่ววูบ คว้า​ได้ไม้เขื่องท่อนผุขว้างขึ้น​ทันที กะให้ลงหลังคา ​ที่ไหน​ได้กลับเข้าหน้าต่าง ร่วงตุบ ! ลงกลางวง ผู้เฒ่าผู้แก่แตกตื่นโกลาหล ติ้ว กำมะลอเผ่นแลบทันควัน

"แล้ว​มานั่งหอบหายใจอย่าง​ที่เห็นนี่แหละ​" หลุย ใบบัวบกสรุป​ความ
"ซวยกันไหมล่ะ แล้ว​นี้พวกเอ็งวิ่งเข้ามาสวนทำไมว่ะ ? พวกข้าไม่ติดร่างแห​ไปด้วยหรือเนี้ย !" เสม เสาเซ เดินวนรอบกระท่อมกระสับกระส่าย คืนนั้น​ไม่​เป็นอันหลับกัน​ทั้งคืน

พอรุ่งเช้า​ข่าวการประทุษร้ายกำนันบุญก็แพร่สะพัด จากการสืบสาวราวเรื่อง​จากร้านขายของชำ ก็นำมาถึงตัวติ้ว​กับหลุย จำเลย​อย่างติ้วให้การรับสารภาพแข็งขัน ​ทั้งยังเชิดอกรับผิด​แต่เพียงผู้เดียวไม่เกี่ยว​กับหลุย สรุป​ความคราวนั้น​ ด้วยเห็นแก่สัมพันธ์เก่าหลัง​ที่นั่งกินเหล้ากินไก่ต้ม​กับติ้วจนหมดเล้า กำนันบุญเลย​ไม่ติดใจ​เอา​ความ ขอแค่ค่าทำขวัญสามพันบาท​​เป็นอันจบเรื่อง​

"ไม่น่าฉุนจนขาดสติเลย​ เสียเงิน​ไปฟรีๆ​ ​กับไม้ผุๆ​ แค่ท่อนเดียว" หลุย ใบบัวบกบ่นเสียดายเงิน พลางมอง​ไป​ที่ประตูสวน ไม่เห็นหน้าติ้วมาสามวันแล้ว​

"​แต่อย่างน้อย ติ้วมันก็น่ายกย่องนะ" เสม เสาเซเอ่ย ยืนอยู่​ใต้ต้นมะม่วงมองพะยับแดด

"น่ายกย่องตรงไหนพี่ ?" แป๋งถามอย่างคลางแคลง

"คิดดูซิ มันโกหก​ใครๆ​ ​เขามาตลอด โกหก​ไปพร่ำเพรื่อ ​แต่ครั้งนี้กลับยอมพูด​ความจริง" เสมเกริ่น "คิดดูนา...​ คน​ที่ติดนิสัยโกหกตัวเองมาตลอดชีวิตแล้ว​พูด​ความจริงนี่ มันทำให้เราสรุป​ได้อย่างไม่​ต้องสงสัยเลย​ว่า ​ความรักมันยิ่งใหญ่แค่ไหน มัน​สามารถเปลี่ยนชีวิตของคนๆ​ นึง​ได้เลย​ทีเดียวเชียว"

ทุกคนนิ่งฟัง​และคิดตาม ก่อน​จะยิ้มกริ่มชื่นชมในตัวติ้ว กำมะลอ...​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1667 Article's Rate 9 votes
ชื่อเรื่อง มนต์รักสะเลเต ตอน รักแท้กำมะลอ
ผู้แต่ง สตรอเบอรี่
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๔๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-8199 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 25 มิ.ย. 2549, 16.08 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-8209 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 27 มิ.ย. 2549, 03.51 น.

สนุกค่ะ​ ​จะมารออ่านต่อนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : rlan [C-18366 ], [180.217.48.50]
เมื่อวันที่ : 13 ส.ค. 2554, 17.53 น.

สงสารตี้วเนอะ ​แต่ก้อสนุกมากครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : น้องการ์ตูน [C-18426 ], [124.122.134.179]
เมื่อวันที่ : 18 ก.ย. 2554, 20.31 น.

ชอบมากเลย​อ่ะ

มนต์รัก สะเลเต

สนุกทุกตอน

อยากให้ลงนวนิยายบางกอกอีกจัง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : น้องการ์ตูน [C-18427 ], [124.122.134.179]
เมื่อวันที่ : 18 ก.ย. 2554, 20.31 น.

ชอบมากเลย​อ่ะ

มนต์รัก สะเลเต

สนุกทุกตอน

อยากให้ลงนวนิยายบางกอกอีกจัง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น