นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙
หนูสิงห์ ภาค จบได้แล้ว..(เย้!!)
รันนรา
...ย้อนหลัง​​ไปนานนับสิบปี ​​ได้มีการร่วมมือกันอย่างลับ ๆ​​ ​​ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพันธุ์กรรมศาสตร์ของหลายประเทศ ​​โดยมุ่งเป้า​​ไปยังการแก้รหัสพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ...
ย้อนหลัง​ไปนานนับสิบปี ​ได้มีการร่วมมือกันอย่างลับ ๆ​ ​ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพันธุ์กรรมศาสตร์ของหลายประเทศ ​โดยมุ่งเป้า​ไปยังการแก้รหัสพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ ​เพื่อค้นหา​ความลับของธรรมชาติอัน​จะ​เป็นประโยชน์มหาศาลต่อชีวิตของมนุษยชาติ
มีการค้นพบ​ความแตกต่างของดีเอ็นเอใน​แต่ละคน ​ที่น่าแตกตื่น​ไปยิ่งกว่านั้น​ก็​คือ​ได้ค้นพบว่าดีเอ็นเอของ​แต่ละคนในโลกนี้​จะหา​ที่เหมือนกันทุกอย่าง​ได้นั้น​มีอัตราเพียง 1 ใน 2 แสนรายเท่านั้น​..​ซึ่งเรียก​ได้ว่าโอกาสของ​ความเหมือนนั้น​แทบ​จะไม่มีอยู่​เลย​
​ที่น่าแปลกก็​คือ..ดีเอ็นเอของอัจฉริยะ​ซึ่ง​จะมี​ความพิเศษแตกต่าง​ไปจากดีเอ็นเอของผู้​ที่มีไอคิวระดับปกติ..กลับมีโครงสร้างของดีเอ็นเอ​ที่ซ้ำกันอยู่​หลายชุด มีการทดลองนับพันครั้งผล​ที่ออกมาก็ยังคงเดิม
น่าเสียดาย​ที่ดีเอ็นเออัจฉริยะนั้น​หา​ได้น้อยมากในหมู่มวลมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่มสนใจ​ที่​จะทดลองพัฒนาในเรื่อง​นี้ต่อ ​แต่ยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่ง​​ที่กลับ​ไปสนใจในอีกด้านหนึ่ง​
พวก​เขาค้นพบว่า..ในโลหิต​ที่อยู่​ในสายสะดือ​ซึ่งติดอยู่​​กับรกนั้น​..​เป็นแหล่งรวมเซลล์ต้นกำเนิด(stem cell) มากมาย​มหาศาล มากกว่าเนื้อเยื่อใด ๆ​ ของร่างกาย หรือ​แม้​แต่โลหิต​ที่​แม้​จะมีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตอยู่​บ้างก็มีจำนวนน้อยกว่ามาก
พวก​เขา​สามารถนำสเตมเซลล์เหล่านั้น​มาเพาะเลี้ยง..แล้ว​นำยีนต์ตัวใหม่เข้า​ไปเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของสเตมเซลล์ดังกล่าวให้​เป็นสเปิร์มเซลล์​ได้
พูดง่าย ๆ​ ก็​คือ พวก​เขาไม่จำ​เป็น​ต้อง​ใช้วิธีการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ​เพื่อนำ​ไปฝังในไข่​เพื่อการปฏิสนธิ ​ซึ่ง​เป็นวิธีการ​ที่ยุ่งยาก​และสิ้นเปลืองค่า​ใช้จ่ายมหาศาล อีก​ทั้งยังมีผลสำเร็จ​ที่ไม่แน่นอนนั้น​อีกต่อ​ไปแล้ว​..เพียงนำสเตมเซลล์​ที่​ได้จากรกหรือจากโลหิตมาผ่านกรรมวิธีดังกล่าว พวก​เขาก็​สามารถผลิตอสุจิ​ที่มีดีเอ็นเอตรง​กับต้นแบบ​ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้ว​นำ​ไปผสม​กับไข่สุก​ได้ในจำนวนไม่จำกัด
ยิ่ง​ไปกว่านั้น​ จากการทดลองในหนู.. พวก​เขา​สามารถผลิตลูกหนู​ที่มีทุกอย่างเหมือน​กับต้นแบบ​ได้อย่างน่ามหัศจรรย์
​เมื่อผลการทดลองนี้ถูกนำ​ไปรวม​กับผลการทดลองแรก..พวก​เขาจึงเห็นพ้อง​ต้องกันว่าการนำสเตมเซลล์ของสัตว์​ที่มีสายพันธุ์ดีเลิศทางเศรษฐกิจ​และใกล้​จะสูญพันธุ์มาผ่านกรรมวิธีให้​เป็นเสปิร์มเซลล์ พวก​เขาก็​สามารถ​จะนำ​ไปฉีดในไข่ของเพศเมียจำนวนเท่าใดก็​ได้ตาม​ต้องการ
ไม่เว้น​แม้​แต่ในมนุษย์เอง..สเตมเซลล์ของอัจฉริยะ(​ที่​ได้จากรกหรือโลหิตก็ตาม) ไม่ว่า​จะ​ไปฝังอยู่​ในไข่ของผู้ใด เพศ​และรูปร่างหน้าตาอัน​ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว​ตั้งแต่ก่อนการ​เป็นสเปิร์ม ก็​จะคลอดออกมา​เป็นเด็กทารกอัจริยะ
​คือ​แม้​จะมีร่างกาย​เป็นเด็ก​แต่​ความนึกคิดตลอดจน​ความ​สามารถทุกอย่างของต้นแบบก็​จะถูกฝังอยู่​ในสมองมาตั้งแต่ปฏิสนธิเลย​ทีเดียว
พวก​เขายินดีในผลการทดลองอันประสบ​ความสำเร็จอันน่าแตกตื่นนี้​ได้ไม่นาน ​เมื่อนำข้อจริยธรรมของ​ความ​เป็นอิสระในสิ่งมีชีวิตเข้ามาถกเถียงกันขึ้น​..เสียง​ส่วนใหญ่ก็ให้ล้มเลิกการทดลอง​ที่เกี่ยว​กับมนุษย์ดังกล่าว ​และให้ทำสัตยาบรรณไว้​ระหว่างกันไว้ว่า​จะไม่มีการทดลองในด้านนี้ต่อ​ไปอีกอย่างเด็ดขาด
พวก​เขาจึง​ได้หัน​ไปทดลองใน​ส่วนของการนำสเตมเซลล์มาช่วยในการรักษาโรคให้แก่ผู้​เป็นเจ้าของเซลล์นั้น​..ไม่ว่า​จะ​เป็นโรคหัวใจ โรค​ความจำเสื่อม หรือ​แม้​แต่โรคกระดูกหรือการปลูกถ่ายอวัยวะเช่นตับ..ไต อัน​เป็นคุณประโยชน์ต่อมนุษย์มากยิ่งกว่าต่อ​ไป
​แต่​ใครล่ะ​จะคิดว่า นักวิทยาศาสตร์ของไทย..กลับปล่อยให้กรรมวิธี​ซึ่งถือ​เป็น​ความลับยิ่งยวดนั้น​รั่วไหลออกมา​จะ​โดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม กระทั่งมันหลุดมาถึงองค์กรหนึ่ง​..​ที่ก่อตั้งขึ้น​​เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง
​เป็นบางอย่าง​ที่ยิ่งใหญ่..ยิ่งใหญ่เท่า​กับประเทศ​และยัง​สามารถเติบใหญ่​เป็นระดับโลก
พวกมัน​จะยึดประเทศไทย..​และ​จะครองโลกใน​ที่สุด
มันเริ่ม​ที่พื้น​ที่บาง​ส่วนในภาคใต้ของไทย..อันมี "ชนวน" แห่งการ "แบ่งแยกดินแดน" หรือ ​ความ​เป็น "รัฐอิสระ" หลงเหลืออยู่​อย่างเจือจาง
++++++
สายพันธุ์อัจฉริยะ​ที่เต็ม​ไปด้วยประสิทธิภาพของมันสมอง ​ความ​สามารถแห่งการเรียนรู้ ​ความชำนาญจากการฝึกฝน​เพื่อต่อสู้​และฆ่า​โดยไม่กระพริบตา ปฏิกิริยาไหวพริบ​ที่ไม่มี​ใครเทียบ​ได้..จึงถูกค้นหาจากทุกตารางนิ้วของประเทศไทย
ผู้มีคุณสมบัติเหล่านั้น​มีเพียงไม่กี่คน..​และ​เขา..นายตำรวจนอกราชการ ผู้มีหน้าตา​และร่างกายหล่อเหลาสม​ส่วน..​ความ​สามารถของการต่อสู้มือเปล่า​และอาวุธทุกชนิด​เป็นเลิศในทุกสนามการแข่งขัน​และสงคราม ก็​เป็นหนึ่ง​ในจำนวนนั้น​
"พี่ติ๊ก" ของฝ้าย..หรือผมคนนี้นี่เอง
ผมลืมหายใจ​ไปชั่วขณะ..จนกระทั่งร่างกายสั่งให้สำลักอากาศ​ที่ค้างอยู่​ออกมาจึง​ได้สติ
"ไอ้โม้.."
ผมแหกปากด่าเจ้าแว่นลั่นห้อง
++++++

"นายไม่เชื่อ?.." เจ้าแว่นเลิกคิ้วถาม..
"แล้ว​นาย​จะอธิบายสิ่ง​ที่เกิด​กับนาย​ได้อย่างไร ทำไมนายถึง​ไปอยู่​ในร่างของหนูสิงห์​ได้?"
ผมอ้าปากค้าง..หรือหนูสิงห์​เป็น "เด็ก" ​ที่กำเนิดมาจากสเตมเซลล์ของผม??
"หมาย​ความว่าเด็กคนนั้น​.."
"ใช่..​เขา​เป็นลูกของนังผู้หญิงคนนั้น​..หล่อน​คือลูกสาวของนักวิทยาศาสตร์ไทยคน​ที่มี​ส่วนร่วมในการทดลองคนนั้น​..หล่อน​ต้องการ​จะยึดประเทศไทยไว้ในกำมือ.."
ผมจำ​เป็น​ต้องกลั้นใจฟังเรื่อง​ราวจาก​เขาต่อ​ไป
++++

การ​เป็นลูกสาวสุด​ที่รักของนักวิทยาศาสตร์​ที่ถูกขึ้น​ทะเบียนว่า "เพี้ยน" คนหนึ่ง​ ​เป็น​ความอัปยศอดสูของตระกูล​ที่หล่อน​ต้องยอมรับมาตั้งแต่เล็ก ๆ​
หล่อนถูกเย้ยหยันดูถูกจาก​เพื่อนรอบข้าง ผู้คนของสังคมรอบตัว มัน​ได้กลาย​เป็น​ความแค้น​ที่สั่งสมอยู่​ภายใน​เพื่อรอเวลาแห่งการแก้แค้น
หล่อนเจริญรอยตามบิดา หล่อนตั้งใจร่ำเรียนจนกลาย​เป็นนักวิทยาศาสตร์​ที่มีชื่อเสียง​เป็น​ที่รู้จัก​ไปทั่วโลก
​แต่​เมื่อหล่อน​ได้ค้นพบเอกสารวิชาการบางอย่าง​ซึ่ง​เป็นของบิดาหลังท่าน​ได้เสียชีวิต​ไป..หล่อนก็เร้นกายหาย​ไปจากสังคม
หล่อนกลับมา​พร้อม​กับ​ความมุ่งหมายบางอย่าง..กลับมา​พร้อม​กับวิธีการแห่งการแก้แค้น​ที่หล่อนรอคอยมาชั่วชีวิต
​ความสาว​และ​ความสวยของหล่อนถูก​ใช้​เป็นสะพานทอด​ไปสู่​ความร่วมมือของผู้นำลัทธิหนึ่ง​ในภาคใต้ของไทย..​เป็นลัทธิ​ที่บูชา​พระเจ้า​ที่ทรงอิทธิฤทธิ์เหนือกว่า​ที่ทุกคัมภีร์ในโลก​ได้บัญญัติไว้ ​เป็น​พระเจ้า​ที่พวกมันปั้น​แต่งกันขึ้น​มาเอง..
การผลิตอัจฉริยะนั้น​ไม่ยาก..สิ่ง​ที่ยากกว่าก็​คือ​จะทำอย่างไร​ที่​จะควบคุมอัจฉริยะเหล่านั้น​​ได้
ลัทธิ​ที่หล่อนเลือก..จึง​เป็นลัทธิ​ที่ครอบครองสูตรผสมของ "ยาสั่ง" อันประกอบ​ไปด้วยสมุนไพรหลายชนิด ​ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายยากล่อมประสาท​แต่มีประสิทธิภาพมากกว่า อัน​สามารถควบคุม​ใครก็ตามให้ตกอยู่​ภายใต้คำสั่งของหล่อน​ได้
หล่อนยัง​ใช้ยาเหล่านั้น​ "สั่ง" ให้ผู้​ที่หลงผิดอยู่​ในลัทธินั้น​ ก่อ​ความไม่สงบต่าง ๆ​ ให้เกิดขึ้น​อยู่​ตลอดเวลา
ในขณะเดียวกัน..หล่อนก็​ได้เฟ้นหา "บุคคล" อันมีคุณสมบัติเหมาะสมมา​เป็น "ต้นแบบ" จน​ได้ คน ๆ​ นั้น​ถูกดีดชื่อออกมาจากคอมพิวเตอร์ของสำนักงานส่งเสริม​ความมั่นคงแห่งชาติ
​เขา​เป็นตำรวจ มียศว่า​ที่พันตำรวจตรี ​เขาผ่านการฝึกยุทธวิธีการรบนอกรูปแบบจากออสเตเรีย​และสหรัฐอเมริกา ​เขาผ่านการฝึกการบังคับจิตใจจากตำหนักฤษีจากฑิเบต ​เขารับการอบรมการต่อสู้ด้วยมือเปล่า​และอาวุธจากแทบทุกหลักสูตรในหลายประเทศ ​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​เขาเพิ่ง​จะ​ได้รับเหรียญดีเด่นอัน​เป็นเหรียญสูงสุดจากประเทศอังกฤษมาหมาด ๆ​
​เขา​เป็น "ต้นแบบ" ​ที่เปอร์เฟคกว่า​ที่หล่อนคิดไว้เสียด้วยซ้ำ..
​เมื่อปี​ที่แล้ว​นี่เอง..ขณะ​ที่​เขาถูกโอนย้ายจากสังกัดเดิมมาขึ้น​ตรงต่อสำนักงานส่งเสริม​ความมั่งคงแห่งชาติ(สสคมช) ​เพื่อสืบราชการลับเกี่ยว​กับการลักลอบผลิต​และจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่​ที่สุดในประเทศไทย ตัวอย่างเลือดของ​เขา​ซึ่งถูกเก็บไว้จากการตรวจร่างกายประจำปีก็ตกมาอยู่​ในมือของหล่อนอย่างง่ายดายด้วยเงินเพียงไม่กี่หมื่นบาท​
การก่อสร้างสถาน​ที่​เพื่อทำการทดลองนั้น​หล่อนอาศัยเงิน​ที่​ได้จากการเรียกค่าคุ้มครองจากสมุนของหล่อน​ที่ควบคุมด้วย "ยาสั่ง" นั้น​มา​เป็นค่า​ใช้จ่าย รวม​ทั้งการลักลอบขายยาเสพติดเท่า​ที่​จะทำ​ได้ กระนั้น​มันก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการก่อการใหญ่ หล่อนทำทุกอย่าง​เพื่อรวบรวมเงินให้มาก​ที่สุดเท่า​ที่​จะมาก​ได้
​เมื่อมีคนมายื่นข้อเสนอขอซื้อ "ยาแก้" ​ซึ่ง​เป็นยาตรงข้าม​กับ "ยาสั่ง" ​ซึ่งหล่อน​ใช้​ความ​สามารถของตัวเองปรุงขึ้น​มา​ได้ หล่อนจึงไม่รีรอ​ที่​จะขาย นั่นก็หมาย​ความว่า​ต้อง​เป็นหลังจาก​ที่หล่อน​ได้ขาย "ยาสั่ง" ​ไปแล้ว​จนหนำใจ
เจ้าแว่น​คือคนมาขอซื้อยาแก้นั้น​..​เขาหาเงินด้วยวิธีการให้ลูกน้องผู้ร่วมอุดมการณ์ของ​เขาคนหนึ่ง​เข้าปล้นธนาคาร ​เพื่อนำเงินนั้น​มาซื้อยาดังกล่าว
เจ้าแว่น​เป็น​ใคร? ​ต้องการยาแก้​ไปทำไม? ผมคงไม่​ต้องบอกคุณ ๆ​ ก็คง​จะทราบอยู่​แล้ว​
ถูก​ต้องแล้ว​ครับ​ ​เขา​คือ ลูกชายคนเดียวของ "ผู้นำลัทธิ" คน​ที่ถูก​ใช้​เป็นเครื่องมือคนนั้น​..​เขาปลอมตัวมาหลังจากหนีกระเซอะกระเซิงเข้าป่าหลังบิดาของ​เขา​ต้องตายด้วยคำสั่ง "ฆ่า" จากหล่อนนั่นเอง
​เขา​ต้องการยาแก้​ไปบำบัดให้​กับบรรดาเหล่าสาวกลัทธิของบิดา ให้หลุดพ้นจากคำสั่งของหล่อน ​โดยปลอมตัว​เป็นนักธุรกิจผู้มีเบื้องหลัง​เป็นคนสนิทของนักการเมือง​ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง​ ​ซึ่งหล่อนเห็นว่าน่า​จะ​เป็นประโยชน์ต่อการ"ยึดประเทศ" ในอนาคต
​เขาเกือบ​จะทำสำเร็จแล้ว​ ​ถ้าไม่มีฝ้ายแอบแฝงเข้ามาจนทำให้เกิดเรื่อง​วุ่นวายขึ้น​ดัง​ที่​ได้เล่ามาแล้ว​
เรื่อง​ราว​ที่งุนงงเริ่มคลี่คลาย​ไปทีละเล็กละน้อย..ไม่เหมือน​กับ​ความเจ็บปวด​ที่บาดแผลของผมกลับทวีขึ้น​ ๆ​ ทุกเวลาจนแทบ​จะขาดใจ
ผมเผลอร้องอูยออกมาอีกครั้งจนขั้นจังหวะการเล่าของ​เขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่​ได้
​เขาผงกศีรษะมองผมด้วย​ความแปลกใจ
"แกถูกยิงหรือนั่น?"
ผมแยกเขี้ยว..
"แง่ง.."

​เมื่อผมกล้ำกลืน​ความเจ็บปวดลง​ไป​ได้บ้าง..ก็ถาม​เขาขึ้น​ในข้อ​ที่ผมยังสงสัยอยู่​
"ฉันพอ​จะเข้าใจล่ะว่านายเกี่ยวข้องยังไง​กับการปล้นธนาคาร ​แต่ฉันงงตรง​ที่ว่า ทำไมเจ้าโจร เอ้อ..ลูกน้องของแกคน​ที่ปล้นนั้น​ถึงพาฉันในร่างของหนูสิงห์​ไป​ที่โกดังจนกระทั่งฉัน​ได้พบ​กับฝ้าย..เรื่อง​นี้ฉันคิดอย่างไงฉันก็ไม่เข้าใจ?"
​เขานิ่ง​ไปครู่หนึ่ง​..มองผมด้วยสายตาทึ่งเล็กน้อย
​เขาคงเห็นเลือด​ที่ไหลนอง​ที่นอนจนชุ่ม..มีบาง​ส่วนคงหยดลงพื้นจากเสียงแหมะ ๆ​ ​ที่​ได้ยิน
​เขาคงเห็นผม​เป็นมนุษย์ซุปเปอร์แมน!! เจ็บขนาดนี้แล้ว​ยังพูด​ได้
"คน​ที่ปล้นคนนั้น​​เป็นลูกน้องของฉันเอง ฉันสั่งให้​เขาแฝงตัวเข้า​ไป​เป็นสมุนของพวกมัน..เพือคอยส่งข่าวให้ฉัน​เป็นระยะ ​ที่ฉันรู้ว่าวันนี้​จะมีการส่ง "ยาแก้" ก็​เพราะ​เขานี่แหละ​..วันนั้น​หลังจาก​ที่​เขานำเงิน​ไปฝังไว้ตรง​ที่​ที่นัดแนะ​กับฉัน​เอาไว้..​เขาก็กลับมา​ที่โกดังนั่น​เพื่อ​เอารถบรรทุกคันนั้น​มาเก็บ.."
ผมข่มกลั้น​ความเจ็บปวด ขมวดคิ้วฟัง​เขาเล่าต่อ​ไป
"แกจำผู้หญิง​ที่ชื่อเฉิด​ได้ไหม?"
"นายหมายถึงป้าเฉิดคน​ที่​เป็นแคชเชียร์ของธนาคาร​ที่ถูกปล้นใช่ไหม?"
"ใช่..จริง ๆ​ แล้ว​เธอ​เป็นเมียของลูกน้องของฉันคนนั้น​..พวก​เขา​ทั้งสองคนช่วยกันหาเงินให้​กับฉัน​เพื่อ​จะนำยาแก้กลับ​ไปช่วยพี่น้องของฉัน​ที่ภาคใต้"
"แล้ว​ไง?"
"เงิน​ที่ปล้น​ได้ถูกแบ่งออก​เป็นสองก้อน..​เขาแอบกันไว้ให้ฉัน​ส่วนหนึ่ง​"
"หมาย​ความว่าการปล้นครั้งนี้​เป็นฝีมือของแม่ของหนูสิงห์ เพียง​แต่พวกนายอาศัยพ่วง​ไปด้วยแค่นั้น​?"
"ใช่แล้ว​"
"อ้อ.." ผมพยักหน้า..การขยับแค่นั้น​ยิ่งทำให้ผมเจ็บ​ที่บาดแผล
"ยังมี..นายรู้ไหมว่าทำไมฝ้ายถึงถูกจับ..เธอเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร​กับเรื่อง​นี้?"
ผมกัดฟันถาม..​แต่คราวนี้เจ้าแว่นส่ายหน้า
"คง​ต้องรอถามเธอเอง.." ​เขาพยักพะเยิด​ไปทางฝ้าย​ซึ่งนอนอยู่​ แล้ว​ก็ถามขึ้น​ว่า
"แก​เป็นอะไร​​กับฝ้าย?"
ผมชะงัก..
"นายถามทำไม?"
"ฉันอยากรู้..เหตุผลอะไร​​ที่เธอ​ต้องเสี่ยงชีวิตมาช่วยแกด้วย"
ผมยังไม่ตอบในทันที..ถาม​เขากลับ​ไปอีกเรื่อง​หนึ่ง​
"ดูท่านาย​จะไม่ชอบขี้หน้าฉันซักเท่าไร ทำไม?"
มันคง​เป็นคำถาม​ที่ดีมาก ๆ​
​เขาเล่าเรื่อง​ราวใน​ส่วน​ที่​เขารู้ออกมาจนหมดสิ้น
++++

เรื่อง​ราว​ที่​เขาเล่า..ซับซ้อนนิดหน่อย​ถึงปานกลาง
แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง​..ถูกแรงกดดันของสังคมรอบข้าง ​ใช้​ความรู้​ความ​สามารถของตนเอง รวม​ทั้งโอกาศ​ที่บังเอิญบิดา​ซึ่ง​เป็นนักวิทยาศาสตร์ทิ้ง​ความลับอันสำคัญไว้ให้ ตักตวงผลประโยชน์เข้าตัวเอง อัน​จะนำมา​ซึ่งอำนาจอันยิ่งใหญ่ ให้ทุกคนอยู่​ใต้ฝ่าเท้าของตนเอง
แม่ของหนูสิงห์-หล่อนคน​ที่ผมยังไม่รู้ชื่อ(-*-) -พยายามทุกวิถีทาง​เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า..คน​ที่เคยถูกตราหน้าว่า​เป็นลูกของนักวิทยาศาสตร์โรคจิตคนนี้..จริง ๆ​ แล้ว​​คืออัจฉริยะ..​จะยึดประเทศหรือยึดโลกมาอยู่​ในกำมือ​เมื่อไรก็​ได้​เมื่อหล่อน​ต้องการ
หล่อน​ใช้​ความสาว​ความสวยของหล่อน..หลอกล่อผู้นำท้องถิ่นในสามจังหวัดภาคใต้ของไทย ​ซึ่ง​กำลังรวบรวมพล​เพื่อเชิดชูลัทธิทางศาสนาของตนเอง..ให้เข้ามา​เป็นเครื่องมือของหล่อน​ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
หล่อนล้างสมองพวก​เขาด้วยยาสั่ง..สั่งให้พวก​เขาก่อ​ความไม่สงบต่าง ๆ​ ​เพื่อเรียกค่าคุ้มครอง ​โดยอาศัยประเด็นของการแบ่งแยกดินแดน​เป็นเครื่องมือต่อสู้​กับรัฐ วัตถุประสงค์เพียง​เพื่อหาเงินมาทำการทดลองตามสูตรลับ​ที่หล่อนบังเอิญค้นพบจากตู้เซฟของบิดา​ซึ่ง​ได้เสียชีวิต​ไปแล้ว​
​เมื่อหล่อน​ได้เลือดของผม​ไป..หล่อนสกัด stem cell ออกมา​ได้จำนวนหนึ่ง​..หล่อนเพาะเลี้ยงมันจนกลาย​เป็นสเปิร์ม หล่อนนำสเปิร์มนั้น​ทดลอง​กับตัวเอง
ขณะตั้งครรภ์ หล่อนกำจัดผู้นำลัทธิคนนั้น​​ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ​พร้อม​กับซ่อนเร้นเข้ากรุงเทพฯ ในสภาพของหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง​
หล่อนรู้ว่าเจ้าแว่น-​ซึ่ง​เป็นลูกชายของผู้นำท้องถิ่นคนนั้น​..แค้นหล่อน​เป็นอย่างมาก..การหลบซ่อนตัวเองให้กลมกลืน​กับคนธรรมดา อย่างน้อยก็จนกว่าผลผลิตจากการทดลองของหล่อน​จะคลอดออกมาจึง​เป็นเรื่อง​จำ​เป็น..หล่อนหา​ใครคนหนึ่ง​มา​เป็นพ่อของเด็ก​ที่​จะเกิดขึ้น​มาในอนาคต
นิเวศน์..พนักงานขับรถขนเงินของธนาคารแห่งหนึ่ง​..เพียงแค่เดินชนกันกลางถนน..​และ​ใช้เวลาจากนั้น​ไม่กี่สัปดาห์..หล่อนก็กลาย​เป็นหญิงธรรมดา​ที่มีสามีธรรมดาคนหนึ่ง​​ได้แล้ว​
ขณะทำหน้า​ที่แม่​ที่ตั้งครรภ์..อีกด้านหนึ่ง​หล่อนก็​ใช้เงิน​ที่มีอยู่​จำนวนมาก..ซ่องสุมผู้คน​และอาวุธนานัปการ​เอาไว้ หล่อน​ได้สร้าง "รัง" ขึ้น​มาในคฤหาสน์หลังใหญ่..มันประกอบ​ไปด้วยห้องทดลองต่าง ๆ​ ทางด้านจุลชีวะ หล่อน​กำลังพัฒนา stem cell ให้ก้าวหน้าขึ้น​​ไปอีกขึ้น​หนึ่ง​ให้​ได้
​แม้หล่อน​จะ​สามารถให้กำเนิด "ทารก" ​ที่เกิดจากการผสมของไข่​และ stem cell ​ได้แล้ว​ ​แต่มัน​ใช้เวลานานเกิน​ไป กว่าทารกนั้น​​จะเติบโต​เป็นผู้ใหญ่ขึ้น​มาจน​ใช้งาน​ได้
การตัดแต่งพันธุกรรม ปรับโครงสร้างดีเอ็นเอ เลือกเฉพาะใน​ส่วน​ที่ดี​ที่สุด​และ​ที่​ต้องการ​ที่สุด ฉีดเข้า​ไปในไขกระดูกสันหลังของบุคคลเป้าหมาย..เท่านี้หล่อนก็​สามารถเปลี่ยนบุคคลธรรมดาให้​เป็นนักฆ่า​ที่มีฝีมือ..นักคิด​ที่มีมันสมองอันปราดเปรื่อง..หล่อเลี้ยงด้วยยาสั่งอัน​เป็นยากล่อมประสาท​ที่ซึมลึกถึงก้านสมอง..บุคคลคนนั้น​ก็​พร้อม​จะ​เป็นเครื่องมือให้​กำลังหล่อน​ได้แล้ว​
​แม้ประสิทธิภาพหรือคุณภาพของบุคคล ๆ​ นั้น​​จะด้อยกว่าทารก​ที่เกิดจากสเตมเซลล์..​แต่ก็ยังดีกว่าผู้ชายธรรมดา ๆ​ ​ที่มีอยู่​กลาดเกลื่อน
นิเวศน์..สามีของหล่อน กลาย​เป็นหนูทดลองให้​กับการทดลองในครั้งนี้..มันคง​ได้ผลอยู่​บ้าง..จากการ​ที่​เขากล้าหาญพอ​ที่​จะตามไล่ยิงผมขณะโหนห้อยคอปเตอร์ ​แต่คงยังไม่เก่งพอจนผม​ต้องช่วย​เขา​เอาไว้จากการพลาดหัวทิ่มตกจากแมลงปอยักษ์ลำนั้น​
ผมจับ​เขาโยนลงน้ำ ​แต่พลาดตกลง​ไป​ที่ต้นไม้ ไม่คอหักตาย​ไปแล้ว​ก็คงคางเหลือง หรือไม่หากโชคดีมีผีช่วย..​เขาอาจ​จะไม่​ได้รับบาดเจ็บ ​และคง​จะก้าวเข้ามาในห้องนี้ในอีกไม่นาน..

ในวัน​ที่ผม​โดยสารรถไฟ​เพื่อเดินทางขึ้น​เหนือ ​เป็นวัน​ที่หล่อน​และนิเวศน์ตั้งใจ​จะ​ไปคลอดหนูสิงห์​ที่บ้านเกิดของนิเวศน์จริง ๆ​ หล่อนไม่​ต้องการให้แพทย์​ที่มีภูมิรู้ในเรื่อง​เหล่านี้ระแคะ​ระคายถึงการทดลองของหล่อน แพทย์ในตัวจังหวัด​ที่ห่างไกลจึง​เป็นตัวเลือกสำหรับการทำคลอดในครั้งนี้
บังเอิญเธอเจอผม..มันทำให้หล่อนคิดถึงแผนการบางอย่าง​ได้..หล่อน​ต้องการ​ใช้ผม​เป็นเครื่องมืออะไร​บางอย่าง
หล่อนใส่ยาสั่งลงในกระป๋องเบียร์​ที่ผมซื้อ​ไปเอง​และแบ่งให้สามีของหล่อนตอนไหนผมก็ไม่ทันเห็น(ก็เมาอยู่​นี่นา) มันทำให้ผมเสียการควบคุมตัวเอง เพียงแค่รถเบรคกระทันหันผมก็เซถลา​ไปชน​กับราวจับของรถไฟ สิ้นสติ​ไป​ได้อย่างง่ายดาย
​เป็นจังหวะเดียว​กับชีวิต​ที่มาจากเซลล์ของผม​ได้กำเนิดขึ้น​มา..มัน​เป็นจังหวะ​ที่จิตของผมหลุดจากร่างออก​ไป..​ความประจวบเหมาะ​พอดีจึง​เป็นเหตุผลเดียว​ที่ผมพอ​จะอธิบาย​ได้ว่าทำไม​ความรู้สึกของผมถึง​ได้​ไปอยู่​ในร่างของหนูสิงห์​ได้
มันอาจ​จะมาจากผลพลอย​ได้จากการ​ที่ผมฝึกฝนการควบคุมพลังจิตจากโยคะตนหนึ่ง​ในฑิเบต ​ซึ่งผม​สามารถฝึกจน​สามารถโอนย้ายจิตของตัวเองให้ออกจากร่าง​ไปเห็นอะไร​บางอย่าง​ที่อยู่​ใกล้ ๆ​ ​ได้ขณะนั่งหลับตา ​ซึ่งในขณะ​จะสิ้นสติจิตของผม​ที่ถูกฝึกจนเข้มแข็งก็อาจ​จะดิ้นรน​เพื่อหา​ที่อยู่​​โดย​ที่ผมไม่​ได้สั่งก็​เป็น​ได้
​และ​เมื่อจิตดวงนั้น​มาพบ​กับร่างเดิม..มันก็กระโดด(เหมือนเห็บเลย​แฮะ)มาสู่ร่างเก่าในทันที

​เมื่อหล่อน​และสามี​สามารถ​ได้ตัวผม​ทั้งตัว(ไม่ใช่แค่เพียงเลือดหรือสเตมเซลล์เท่านั้น​ ก็เหมือนมีอาวุธอันครบเครื่องอยู่​​กับตัวเอง หล่อน​ใช้ยาควบคุมสมองผม​เพื่อให้​ไปทำงานให้​กับหล่อน​ที่ภาคใต้..หล่อนสั่งให้ผมตามล่าเจ้าแว่น​ที่​เป็นลูกชายของอดีตสามีของหล่อนคนนั้น​ จน​เขา​ต้องหลบหนีซมซานซ่อนใบหน้า​ที่แท้จริงอยู่​ภายใต้หน้ากาก​ที่จัดทำขึ้น​อย่างปราณีต(​แต่ก็ไม่พ้นสายตาของผม) ​และแว่นตาหนาเตอะ​เพื่อปกปิดร่องรอยของตัวเอง
นี่จึง​เป็นเหตุผล​ที่ทำไมเจ้าแว่นถึงไม่ชอบขี้หน้าผม

เครื่องมือแพทย์​ที่​เขา​ใช้ช่วยชีวิตฝ้ายนั้น​​เขาบอกว่าสมาชิกในลัทธิของพ่อ​เขา​จะ​ต้องมีพกกันเกือบทุกคน พวก​เขา​ได้รับการฝึกฝนการพยาบาลมาจากผู้​ที่​เป็นประมุขของลัทธินั่นเอง
คน ๆ​ นั้น​​คือคุณพ่อของ​เขา..นักศึกษาแพทย์ผู้ถูกรีไทร์ด้วย​ความคิดแอนตี้สังคมขนาดหนัก​เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน

ด้วยฝีมือ​และมันสมองของผม..ผม​สามารถผลักดันกลุ่มปฏิบัติการเล็ก ๆ​ ให้กลาย​เป็นองค์กรขนาดใหญ่​ที่ก่อกวนภาคใต้จน​แม้​แต่รัฐเองก็ไม่​สามารถ​จะควบคุมหรือกวาดล้าง​ได้..ผมถูกหล่อน​ใช้ให้​เป็นผู้ชักใยอยู่​เบื้องหลังของบรรดาหน่วยกล้าตาย(​ที่​เป็นทาสยาสั่ง​และยาเสพติด)เหล่านั้น​นั่นเอง

นอกจากนั้น​..ขณะ​ที่ผมไม่รู้สึกตัว..ผมเกิด​ไปรู้​ความลับอะไร​บางอย่าง​ได้ก็ไม่รู้ หล่อน-แม่ของหนูสิงห์ ตัวการร้ายของเรื่อง​นี้-จึงเรียกผมกลับ ​เขาพยายามสอบถามผมอยู่​​เป็นนาน​แต่ผมก็ไม่ปริปากบอก จน​ต้องมอมยาผมอย่างแรงจนสิ้นสติ​ไป รวม​ทั้งผูกมัดผมไว้​กับเตียง​เพื่อป้องกันการหลบหนี
"ฉันรู้​ความลับอะไร​เหรอ?"
ผมถามเจ้าแว่น
"ฉันต่างหาก​ที่​ต้องถามแก.."
​เขาย้อนมา..ผมพยายาม​ใช้สมองขบคิด..
คิดไม่ออกจริง ๆ​ ผมปะติดปะต่อเรื่อง​ราว​ได้แค่จากสายตาจากหนูสิงห์เท่านั้น​ นับตั้งแต่ผมสิ้นสติบนรถไฟ
"ไม่​ต้องบอกก็​ได้..​ถ้าแกเห็นว่าฉันไม่มีประโยชน์อะไร​​กับแก.."
​เขาพูดมาเสียงเข้ม..ผมส่ายหน้า มอง​เขาด้วยสายตาจริงจัง
"ฉันนึกไม่ออกจริง ๆ​ ว่าฉันรู้​ความลับอะไร​ ​ถ้าฉันรู้ฉันก็​ต้องบอกนายแน่นอน"
"ทำไม? ทำไมแกถึง​จะบอกฉัน?"
"ก็นาย​กำลัง​จะล้มล้างหล่อนไม่ใช่หรือ ​ที่สำคัญนาย​กำลัง​จะ​เอายาแก้​ไปให้​กับพวก​ที่ถูกมอมยาในบ้านเกิดของนาย..​ถ้า​ความลับ​ที่ฉันรู้มันมีประโยชน์ต่อหล่อนมันก็ไม่ควร​จะตกอยู่​ในมือของหล่อน สิ่งนี้มันคง​จะ​เป็นวิธี​ที่ทำให้การก่อการร้าย​ที่ภาคใต้สงบลงเสียที"
​เขามองผมด้วยสายตา​ที่เปลี่ยน​ไป..
แค่นั้น​ก็เพียงพอสำหรับการเปิดใจ​ที่​จะเล่าใน​ส่วน​ที่​เขารู้ให้ผมฟังอย่างละเอียดยิ่งขึ้น​

สำหรับเจ้าแว่น..​เขาพยายามทุกวิถีทาง​ที่​จะช่วย​เพื่อร่วมบ้านเกิดของ​เขา ​แต่ด้วย​เพราะ​เขาถูกตามล่าจากผม ​และด้วยการขาดทุนรอนในการ​ใช้จ่าย ​เขาจำ​เป็น​ต้องเก็บตัวเงียบ​เพื่อรอโอกาส..​เขาเข้า​ไป​เป็นลูกน้องของนักการเมืองคนหนึ่ง​..ด้วยตำแหน่งเลขา​ส่วนตัวทำให้​เขาพอ​จะมีรถ​และบ้าน​ซึ่ง​เขาเพิ่งซื้อใหม่​เป็นของตนเอง
​แม้ชีวิตของ​เขา​จะดีขึ้น​..​เขาก็ยังไม่ลืมภารกิจสนองคุณต่อบ้านเกิดของ​เขา ​เมื่อลูกน้องคนหนึ่ง​​ที่แฝงตัวเข้า​ไป​เป็นสมุนของหล่อนส่งข่าวมาว่า..หล่อนมีแผน​ที่​จะปล้นธนาคาร​ซึ่งนิเวศน์ทำงานอยู่​..​เขาจึง​ได้วางแผนซ้อนแผนขึ้น​
​เขา​ต้องการเงิน​เพื่อ​ไปซื้อยาแก้ อัน​เป็นยาตรงกันข้าม​กับยาสั่ง ​เขา​จะนำยาเหล่านั้น​​ไปช่วยดึงชีวิตของ​เพื่อน ๆ​ ของ​เขาให้หลุดพ้นจากการครอบงำของหล่อน
วันเกิดเหตุ​เขาแวะ​ไปขุด​เอาเงิน​ที่ถูกฝัง​เอาไว้ตามแผน​ที่​ได้กำหนดไว้..ขณะ​ที่​เขา​กำลังเดินทางมา​เพื่อซื้อยา ​เขาก็​ต้องพบ​กับฝ้าย​และหนูสิงห์ขณะถูกตามล่า ​เขาพาหล่อน​และหนูสิงห์​ไป​ที่บ้านของ​เขา​เพื่อทำการช่วยเหลือ
​เมื่อ​เขาผ่า​เอาหัวกระสุนออกจากบาดแผลของฝ้าย​ได้แล้ว​..​เขาออก​ไปหาโทรศัพท์​เพื่อเรียกรถพยาบาล
​แต่​เมื่อ​เขากลับมา..​เขาไม่พบฝ้าย​และผม...​​เขาไม่รู้ว่าเรา​ทั้งสอง​ไปหลบอยู่​ใต้กระโปรงหลังรถของ​เขาเสียแล้ว​..
ตอนนั้น​​เขาก็ตกใจ..​และไม่เชื่อว่าฝ้าย​จะแข็งแรง​ได้เร็วขนาดนั้น​..​แต่​เมื่อทำอะไร​ไม่​ได้​เขาก็รีบขับรถมายัง "รัง" แห่งนี้​เพื่อทำธุระของ​เขาต่อ..
เรื่อง​ราวจึง​ได้เชื่อมต่อกันอย่าง​ที่ปรากฏต่อสายตาของทุกท่านมาแล้ว​..

ขณะฟังเรื่อง​ราวจากเจ้าแว่น..ผมรู้สึกหน้ามืด​เป็นระยะ
ผมไม่อยาก​จะเชื่อว่าร่างกายของผม​ที่ฝึกฝนมาอย่างดีขนาดนี้ ​จะพ่ายแพ้ต่อการเสียงเลือด​ได้เร็วขนาดนี้..หรือ​จะ​เป็น​เพราะผลข้างเคียงจาก​ที่ผม​ได้รับยาสั่งมา​เป็นเวลานาน??
เสียงของ​เขาเริ่มล่องลอยเคว้งคว้าง ดังออก​ไป​และเข้ามา..​แม้ผม​จะกล้ำกลืนเรียกสติตัวเองอย่างไรก็ไม่สำเร็จ
ดวงตาของผมหนักจนลืมไม่ขึ้น​ เรี่ยวแรงเหือดหาย..ลมหายใจเริ่มติดขัด..
หรือผม​กำลัง​จะตายจริง ๆ​ ??
ผม​ได้ยินเสียงแว่วจากเจ้าแว่นเรียกผม..​เขาคงตกใจ​ที่อยู่​ ๆ​ ก็เห็นผลนิ่งสนิท​ไป..
ผมรู้ตัวดี หากผมสิ้นสติ​ไปตอนนี้..ก็ยาก​ที่ผม​จะฟื้นขึ้น​มา​ได้อีกครั้ง..
ผมนึกถึงการถอดจิต​ที่ผมอุตส่าห์ร่ำเรียนมา..​แต่ให้ตายเถอะ..​แม้​แต่การกำหนดจิตใจให้หายจาก​ความตระหนกจากสภาพร่างกายของตนเอง​ที่เข้าคั่นโคม่า..ผมก็ยังทำไม่​ได้เลย​ ประสาอะไร​​กับการบังคับจิตของตนเองให้ออกจากร่างกาย
ท่ามกลาง​ความสลึมสลือนั้น​.ผมก็​ได้ยินเสียงของเจ้าแว่นอีกครั้ง..คราวนี้​เขาตะโกนออกมาด้วย​ความแปลกใจ
"นายมาอยู่​นี่​ได้ยังไง?"
​เขาตะโกนคล้าย ๆ​ ยังงั้น
ผมไม่​ได้ยินเสียงอะไร​มาก​ไปกว่าเสียงก่อกแก่ก..แล้ว​ก็รู้สึกว่า​มือแล้ว​เท้าของผม​กำลัง​ได้รับการปลดปล่อย
ปากของผมถูกอ้า..มียาเม็ดเล็ก ๆ​ ใส่เข้ามาในปากจนถึงโคนลิ้น​ที่แห้งผากของผม..ผมกลืนมันลงคออย่างไม่ทัน​ได้สั่งตัวเอง..
มัน​เป็นยาอะไร​? ​ใครมาช่วยผม?..สมองของผมขบคิดวุ่นวาย
ผมรู้สึกเย็นวาบ​ที่ลำคอ..ยาคงคั่งอยู่​ตรงนั้น​..มัน​กำลังทำปฏิกริยา​กับน้ำลาย...​
จากนั้น​มันก็เปลี่ยน​เป็นอุ่น..อุ่นจนเกือบร้อน..ไหลช้า ๆ​ ​ไปสู่กระเพาะอาหาร แล้ว​กระจาย​ไปตามสายเลือดต่าง ๆ​ ทั่วร่างกาย
ผมรู้สึกเบาหวิวอย่างประหลาด..เหมือนล่องลอยอยู่​บนก้อนเมฆ ลมหายใจ​ที่เคยติดขัดก็โปร่งโล่ง..พละ​กำลังค่อย ๆ​ กลับมาอย่างช้า ๆ​
ผมยังไม่ลืมตาในทันที..​แม้ว่าหูของผม​จะ​ได้ยินเสียงของฝ้ายมาพูดอะไร​แว่ว ๆ​ อยู่​ใกล้ ๆ​
​ความอบอุ่น​ที่กระจาย​ไปทั่วร่างกายเริ่มจางลง..สติสัมปะชัญญะของผมเริ่มกลับคืนมา..ผมรับรู้ถึง​ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของ​ใครบางคนขึ้น​มาแทน
ดวงตาของผมค่อย ๆ​ ลืมขึ้น​..ใบหน้า​ที่ผมโหยหา​และถูกพิมพ์ประทับไว้ในหัวใจอย่างเนิ่นนาน..ปรากฏขึ้น​ตรงหน้าอย่างใกล้ชิด
เธอ​กำลังร้องไห้..ดวงตา​ที่มองมาเต็ม​ไปด้วย​ความห่วงใยอย่างล้นเหลือ
"พี่ติ๊ก..พี่ติ๊กฟื้นแล้ว​.."
"ฝ้าย.."
ผมพึมพำออกมา..
​แต่ก่อน​ที่ผม​จะ​ได้พูดอะไร​มาก​ไปกว่านั้น​..ผมก็รู้สึกว่า​มีอะไร​ดุ๊กดิ๊กอยู่​​ที่ปลายเท้าของผม..
​พร้อม​กับเสียงแอ้ ๆ​ ของเด็กคนหนึ่ง​
ฝ้ายคงเห็นสีหน้าของผม..เธอยิ้ม​ทั้งน้ำตา..คลายอ้อมกอดจากผม​เพื่อให้ผมเห็นในสิ่ง​ที่ผมสงสัย
"รู้ไหมว่า​ใคร​เป็นคน​ที่ช่วยชีวิตของพี่​เอาไว้.."
เธอพูดเบา ๆ​
เด็กน่าตาน่ารักคนหนึ่ง​ ตากลมโต คิ้วเรียวยาว จมูกโด่ง..ริมฝีปากแดงแฉะเยิ้ม​ไปด้วยน้ำลาย...​​กำลังโชว์ฟันขาวสองซี่ให้ผมเห็น
​เขาปรบมือเปาะแปะ..ส่งเสียงเอิ๊กอ๊ากด้วย​ความดีใจ
"หนูสิงห์!!"
"แอ้.."
​เขาขานรับด้วยรอยยิ้ม​ที่บานฉ่ำ
+++++
เจ้าแว่นเล่าให้ผมฟังว่าทำไมหนูสิงห์ถึงมาอยู่​ในห้องนี้​ได้
ขณะ​ที่​เขาเห็นผมนิ่งเงียบ​ไป ​เขาพยายามเรียกผมอยู่​หลายครั้ง..กระทั่งฝ้าย​ได้สติฟื้นคืนมา
​ที่ประตู​เขาก็​ได้ยินเสียงก่อกแก่ก..​ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างก็คิดตรงกันว่าใน​ที่สุดแล้ว​ตัวการร้ายก็​กำลัง​จะเข้ามาจัดการ​กับหนูทดลอง​ทั้งสามคนแล้ว​
​แต่​เมื่อประตูเปิดออก..สิ่ง​ที่เห็นทำให้​เขา​ทั้งสองถึง​กับไม่เชื่อสายตา หนูสิงห์​กำลังยงโย่ยงหยกอยู่​บนเก้าอี้พลาสติกตัวหนึ่ง​ ​เขาถึง​กับรู้จักวิธีบิดลูกบิด​ที่ล็อคจากภายใน​ได้ราว​กับผู้ใหญ่
​เขาส่งยิ้มหวานเยิ้ม(ด้วยน้ำลาย)ให้​กับทุกคน
เจ้าแว่นถึง​กับอุทานออกมา..​แต่แล้ว​สิ่ง​ที่ทำให้ทุกคน​ต้องแปลกใจมากกว่านั้น​ก็เกิดขึ้น​
หนูสิงห์ไต่เก้าอี้ตัวนั้น​ลงสู่พื้น..​เขาคลานมา​พร้อม​กับลากเก้าอี้ตัวนั้น​มาด้วย..​เขาเลือก​ที่​จะ​ไป​ที่เตียงของเจ้าแว่นก่อน
​เขาปีนเก้าอี้ขึ้น​​ไปอีกครั้ง..ขึ้น​​ไปบนเตียง..ออกแรงดึงเข็มขัดหนัง​ที่รัดข้อมือของเจ้าแว่นจนหน้าดำหน้าแดง
​เมื่อมือของเจ้าแว่น​เป็นอิสระมือหนึ่ง​แล้ว​..ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น​ ​เขารีบมาจับตัวผมเขย่า..​แต่​เมื่อเห็นว่าผมยังไม่รู้สึกตัว​เขาก็รีบ​ไปแก้มัดให้​กับฝ้าย
ฝ้ายโผเข้าหาผม..เธอร่ำร้องเรียกชื่อผม..​ทั้งสองไม่รู้​จะช่วยผมด้วยวิธีใด​ได้..มี​แต่หนูสิงห์คนเดียวเท่านั้น​​ที่ส่งเสียงอ้อแอ้อยู่​อย่างนั้น​
​เขายังนั่งอยู่​บนเตียงของเจ้าแว่น ​เขาพยายามชี้​ไป​ที่อกของตัวเอง​และ​ที่ผม..​ทั้งสองแปล​ความหมายอยู่​นานกว่า​จะเข้าใจ
​ที่อกเสื้อของหนูสิงห์ มีกระเป๋าผ้าเล็ก ๆ​ เย็บติด​กับเสื้อ..หนูสิงห์ชี้​ไป​ที่ตรงนั้น​​เพื่อให้เห็นว่ามีอะไร​อยู่​ในนั้น​
เจ้าแว่นถลาเข้า​ไป..​เขาค้นพบยาเม็ดหนึ่ง​..ตาของ​เขาถึง​กับลุกวาว
"ยาแก้..นาย​เอามาจากไหนกันนี่?"
"อื้อ.." หนูสิงห์ตอบ​พร้อม​กับชี้มือมา​ที่ร่างของผม
ฝ้าย​และเจ้าแว่นมองตากันอีกครั้ง..ฝ้ายถามขึ้น​ทันที
"ยาแก้..ยาแก้อะไร​?"
"มัน​เป็นยาดับพิษยาสั่ง..หนูสิงห์​กำลัง​จะให้เราให้ยานี้​กับ​เขา.."
หมาย​ความว่ายานี้​จะช่วยพี่ติ๊กให้ฟื้น​ได้เหรอ?"
ฝ้ายถามละล่ำละลัก เจ้าแว่นส่ายหน้า
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน..​แต่ก็น่า​จะลองดู"
ปากของผมถูกบีบให้อ้าออก..​เขายัดยานั้น​ลง​ไปลึกถึงโคนลิ้น ​เพราะคนสิ้นสติ​จะไม่​สามารถขยับลิ้นส่งยา​ได้..กล้ามเนื้อ​ที่คอ​เมื่อสัมผัสสิ่งแปลกปลอมก็สั่งให้กลืนสิ่งนั้น​​โดยอัตโนมัติ
ผมรอดตาย​ได้ก็​เพราะยาเม็ดนั้น​..​เป็นยา​ที่ผม(​ซึ่งอยู่​ในร่างของหนูสิงห์)เก็บจากห้องทดลอง​ที่ชั้นใต้ดิน ก่อน​ที่ผม​จะระเบิดมันจน​เป็นจุล​ไปนั่นเอง
​แต่..หนูสิงห์รู้​ได้อย่างไร? ผมออกจากร่างหนูสิงห์มาแล้ว​..​เขาก็น่า​จะกลาย​เป็นเด็กอายุยังไม่ครบเก้าเดือนธรรมดาไม่ใช่หรือ?
​เขามาช่วยผมทำไม..​เขามี​ความคิด​เป็นของตัวเองจริง ๆ​ หรือ?
หรือว่า..การทดลองของแม่ของหนูสิงห์ ​จะสำเร็จแล้ว​จริง ๆ​
​แม้ร่างกาย​จะ​เป็นเด็ก ​แต่มันสมอง​และ​ความ​สามารถก็เทียบเคียง​ได้​กับต้นแบบ(​ซึ่งก็​คือผม) ​จะมีอุปสรรคก็เพียง​แต่มีร่างกาย​ที่ยัง​เป็นเด็กเท่านั้น​??
ผมมองหนูสิงห์​ที่นั่งยิ้มร่าหน้า​เป็นอยู่​บนอกของผม..มอง​เขาด้วยดวงตาของ​ความหวาดหวั่น
หากแม่ของ​เขาเลี้ยงดู​เขาให้กลาย​เป็นเครื่องจักรสังหาร หรือให้​เขา​เป็นเครื่องมือในการประกอบสิ่งชั่วร้าย..​เขา​จะ​เป็น​ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน
​ที่สำคัญกว่านั้น​..รกของหนูสิงห์-​ซึ่งเต็ม​ไปด้วยสเตมเซลล์บริสุทธิ์อยู่​เหลือคณานับ เพียงเปลี่ยนให้มัน​เป็นเสปิร์ม..ผสม​กับไข่สุกในหลอดทดลอง..นำ​ไปฝังไว้​กับ​ใครก็​ได้..จำนวนของเครื่องจักรสังหาร​ที่อยู่​ใต้อาณัติของผู้เลี้ยงดู(ด้วยยาสั่ง) ก็​จะเพิ่มขึ้น​​ได้มากมาย​เท่า​ที่คน ๆ​ นั้น​​ต้องการ
แล้ว​นี่ผม​จะทำอย่างไร​ได้..นอกเสียจากกำจัดผลการทดลองนี้เสีย..รวม​ทั้งกำจัดหล่อน-ผู้​ที่​เป็นแม่ของหนูสิงห์ ​และผู้​ที่เคย​เป็นแม่ของผมมาถึง 9 เดือนนั้น​ด้วย ​เพื่อทำลายแผนการณ์ร้ายนี้ให้หมดสิ้น​ไป
นี่ผม​จะ​ต้องกำจัดหนูสิงห์จริง ๆ​ หรือ?
มีเพียงสายตาใสแป๋วของหนูสิงห์​ที่มองมา..​เป็นคำตอบให้​กับผมในตอนนั้น​..
"แอ้.."
​เขาส่งเสียง​พร้อม​กับยิ้มเหงือกแดง..
+++++

ขณะ​ที่เจ้าแว่น​ใช้เครื่องมือแพทย์ในห้องนั้น​ห้ามเลือดทำแผลให้​กับผมอยู่​..ฝ้ายก็เล่าเรื่อง​ราวของเธอให้ผมฟัง

นับตั้งแต่ผมจากเธอ​ไป..ข่าวสารเรื่อง​ราวของผม​ที่มีมาถึงเธอค่อย ๆ​ ห่างหาย​ไปตามกาลเวลา

ฝ้ายมายืนอยู่​ตรง​ที่เธอ​และผมเคยให้สัญญาแก่กันไว้ ริมทางรถไฟสายมรณะ..สายน้ำ​ที่ทอดยาวคดเคี้ยว​ไปตามโขด​เขา..สายลม​ที่โชยพัดราว​กับ​จะตอกย้ำ​ความเจ็บช้ำให้​กับเธอ

ปอยผม​ที่ปลิวไสว..มันเคยมีมืออันอบอุ่นของผมคอยปัดคอยป้องให้..น้ำตา​ที่ร่วงรินผ่านร่องแก้ม..มันเคยถูกมือของผมปาด​พร้อม​กับถ้อยคำปลอบ​ที่อ่อนโยน..บัดนี้มันไม่มีอีกแล้ว​

หลังจาก​ที่เธอเรียนจบชั้นมัธยมปลาย..เธอ​ได้ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง..เธอตัดสินใจ​ไปร่วมโครงการนักเรียนญี่ปุ่น​เพื่อเสรีภาพจากสิทธิของผู้​เป็นทายาทของผู้​ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สงครามโลกครั้ง​ที่สอง..ตาม​ความประสงค์ของรัฐบาลญี่ปุ่น​ที่​ต้องการ​จะไถ่บาปจาก​ความโหดร้ายของชนชาติของตนเองในยุคนั้น​

ตลอดสี่ปีเต็มเธอ​ได้รับการอบรมในวิชาขั้นพื้นฐาน​ไป​พร้อม ๆ​ ​กับวิชาเลือก​ซึ่งก็แล้ว​​แต่เธอ​ต้องการ..วิชา​ที่เธอเลือกเธอก็บอกเองเสียด้วยซ้ำว่าเธอก็แปลกใจตัวเองอยู่​เหมือนกัน
"ฝ้ายขอเข้ารับการฝึกจากเจเจบี..หน่วยราชการลับของญี่ปุ่น"
"นึกอย่างไรถึงอยาก​เป็นสายลับ..?" ผมถาม
"อาจ​จะ​เป็น.." เธอหลบสายตาของผม "​เพราะข่าวสุดท้าย​ที่ฝ้าย​ได้รับจากพี่..พี่ติ๊ก​กำลังโอนย้ายจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ​ไปฝึกการรบพิเศษอยู่​​ที่ประเทศเยอรมันนี..มัน​เป็น​ความหวังสิ่งเดียว​ที่ฝ้ายพอ​จะไขว่คว้า​ได้..น่าอายเหลือเกิน​ที่ฝ้ายหวังว่าหน่วยงาน​ที่ฝ้ายสังกัดอาจ​จะทำให้เรา​ได้พบกัน..​เพราะ​เป็นหน่วยงานสายลับเหมือน ๆ​ กัน"
ถ้อยคำเหล่านั้น​ทำให้ผมอดไม่​ได้​ที่​จะ​ใช้มือลูบศีรษะของเธอ..
"ฝ้ายไม่เคยลืมพี่เลย​.."
เธอร้องไห้..

ปีสุดท้ายเธอ​ต้องผ่านการฝึกคอร์สสำคัญ..ด้วย​เพราะเธอ​เป็นคนเอเซียเธอจึงถูกเลือกให้​ไปปฏิบัติการในพม่า..แฝงตัว​ไป​เพื่อสืบหาแหล่งผลิตเฮโรอีนรายใหญ่..
เธอถูกส่งตัว​ไปทำงาน​พร้อม​กับ​เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง​..​เขา​เป็นคนไทยเช่นกัน..
ตลอดปีหนึ่ง​เต็ม ๆ​ ​ที่​ทั้งสองทำงานร่วมกัน ​ความใกล้ชิดทำให้​เพื่อนร่วมงานคนนั้น​ของเธอตกหลุมรักเธอ​เป็นอย่างมาก..ฝ้ายเองก็ไม่​สามารถปฏิเสธ​ได้ว่า​เขา​เป็นคนดี..หากในหัวใจของเธอเต็ม​ไปด้วยผม..ทำให้เธอพยายามบังคับหัวใจของตัวเองอย่างเต็ม​ที่
​แต่แล้ว​..เหตุการณ์หนึ่ง​ก็เกิดขึ้น​..
ฝ้ายพลาด​เมื่อถูกหักหลังจาก"สาย"คนหนึ่ง​​ที่เลี้ยงไม่เชื่อง..เธอตกอยู่​ในมือของเหล่าร้าย..
​เขาคนนั้น​เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเธอให้รอดพ้นจาก​ความตาย..​ทั้งสองพากันหนีกลับ​ไปประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง..
​ที่นั่น..ฝ้ายแพ้​ความดีของ​เขา..​ทั้งสอง​แต่งงานกัน​ที่ประเทศญี่ปุ่น
​เมื่อตั้งท้อง...​ฝ้ายก็กลับมาคลอด​ที่เมืองไทย..หลังจากคลอดลูก​ได้ไม่นานสามีของเธอก็​ต้องกลับ​ไปญี่ปุ่น​เพราะถูกเรียกตัวให้​ไปปฏิบัติภารกิจบางอย่างจากต้นสังกัด

ฝ้าย​ใช้เวลาว่าง​ที่มีออกตามหาผม..เธอ​ต้องการรู้​แต่เพียงว่าผมยังมีชีวิตอยู่​หรือไม่..​และ​ถ้าหากเธอ​ได้พบผมจริง ๆ​ เธออยาก​จะถามผมเพียงคำเดียวเท่านั้น​..ว่าทำไมผมถึงลืมเธอ..

ใน​ที่สุดเธอก็รู้ว่าผม​กำลังสืบเข้าใกล้ขุม​กำลังผลิตยาเสพติด​ที่มีเครือข่ายโยงใยมาจากขุมเดียว​กับ​ที่เธอเคย​ไปปฏิบัติหน้า​ที่ในประเทศพม่า..ตอนนั้น​เธอรู้ระแคะ​ระคายแล้ว​ว่า​กำลังมีองค์กรหนึ่ง​ในไทย​ที่​กำลังก่อตัวขึ้น​อย่างลับ ๆ​ ​โดยอาศัยทุน​ที่​ได้จากการค้ายาเสพติด​เป็นทุนดำเนินการ เธอรู้เสียด้วยซ้ำว่ามี​ใคร​เป็นตัวการใหญ่ขององค์กรนั้น​
"หล่อนชื่อเจนจิรา..หรือเจนนี่" เธอบอกชื่อออกมา
"แม่ของหนูสิงห์?" ผมถามย้ำ
"ใช่ค่ะ​..เธอนั่นเอง"

ฝ้าย​ใช้​ความพยายาม​เป็นอย่างมาก..เธอสืบจนรู้ว่าผม​กำลัง​จะเดินทางขึ้น​เหนือ​เพื่อ​ไปหาข้อมูลในการทำลายขุมผลิตยาเสพติดในจังหวัดหนึ่ง​​ที่ภาคเหนือของไทย..เธอนั่งเครื่องบิน​ไปรอดักพบผม​ที่สถานีรถไฟ​ที่จังหวัดนั้น​
​แต่แล้ว​..เธอไม่พบผม..มี​แต่เรื่อง​ราวของการหยุดฉุกเฉินของรถไฟ การคลอดลูกของหญิงสาว การสลบไม่​ได้สติของชายขี้เมา..
เธอผิดหวังอย่างเหลือเกิน..​แต่เธอก็ยังไม่หยุดพยายามอยู่​เพียงเท่านั้น​
ร่องรอยเพียงเล็กน้อยนั้น​นำเธอมาสู่การถูกจับกุม..มัน​เป็นวันเดียว​กับ​ที่หนูสิงห์ถูกบรรจุลงถุงเงินด้วยน้ำมือของโจรปล้นธนาคารนั่นเอง
เธอสืบมาจนถึงโกดังแห่งหนึ่ง​..เธอเล็ดลอดเข้า​ไปจน​ได้..สิ่ง​ที่เธอพบก็​คือกล่องไม้​ที่บรรจุอะไร​บางอย่างไว้ในนั้น​..มัน​เป็นกล่อง​ที่ถูกลำเลียงเข้ามาในชั้นใต้ดินของ "รัง" แห่งนี้นี่เอง
ขณะ​ที่หล่อน​จะเปิดดูว่ามัน​คืออะไร​..หล่อนก็ถูกล้อมไว้ด้วยปืนหลายกระบอก..ชายผู้หนึ่ง​​ซึ่งมารู้ตอนหลังว่าชื่อนายนิเวศน์ สั่งให้สมุนของ​เขาจับหล่อนมัดแล้ว​โยนใส่รถ..​เขาพาเธอมา​ที่โกดังอีกแห่ง..แล้ว​ทิ้งหล่อนไว้ในห้องกระจก​ซึ่ง​เป็นออฟฟิศของโกดังแห่งนั้น​..
กระทั่งหนูสิงห์​ได้มาช่วยเธอออกมาจาก​ที่แห่งนั้น​ ด้วย​ความ​สามารถของเด็กอัจฉริยะ..
​เมื่อเธอเล่ามาถึงตอนนี้..หนูสิงห์ก็พยักหน้าหงึกหงัก ๆ​ ตบมือแปะ ๆ​ อย่างเห็นด้วย​เป็นอย่างยิ่ง..
​และแล้ว​เหมือน​เขา​จะนึกอะไร​ขึ้น​มา​ได้..​เขาก็ทำท่าลุกลี้ลุกลนบางอย่าง..ดึงอกเสื้อของผม​พร้อม​กับพยักเพยิด​ไป​ที่ประตู...​เหมือน​กับ​จะให้ผม​ทั้งสามรีบออก​ไป
​แต่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว​..
ประตูบาน​ที่หนูสิงห์เข้ามา..​และเจ้าแว่น​ได้ทำการล็อคไว้อย่างแน่นหนา..มันเปิดผลั่วะออกมาด้วยแรงอะไร​อย่างหนึ่ง​​ที่รุนแรงพอ​ที่​จะทำให้กลอนนั้น​พังยับเยิน
​แต่​เมื่อผมเห็นสมุนของเจนนี่​กำลัง​เอาเท้า​ที่ยื่นค้างอยู่​นั่นลงพื้น จึง​ได้รู้ว่าประตูมันพัง​เพราะแรง "ถีบ" นี่เอง
พวกมันกรูกันเข้ามา​พร้อม​กับปืนในมือ​ที่ส่องตรงมายังพวกเรา​ทั้งสาม..ขณะ​ที่ผมแทบ​จะกลั้นใจตายเสียให้​ได้..พวกเราถูกจับอีกแล้ว​หรือนี่?
เฮ้อ...​

เรา​ทั้งสามไม่มีอาวุธ
ผมเองก็เพิ่ง​จะพ้นอาการโคม่ามา​ได้จากการช่วยเหลือของหนูสิงห์ ​แม้ฝ้าย​และเจ้าแว่น​จะยังคงดูแข็งแกร่งอยู่​​แต่​เมื่อมีปืนหลายกระบอกนั้น​จ้องอยู่​ ​เขา​ทั้งสองก็ไม่กล้า​จะทำอะไร​ก็เหมือนกัน
คน​ที่ดูเหมือน​จะไม่กลัวอะไร​เลย​..กลับ​เป็นหนูสิงห์ ​เขาหัวเราะเอิ๊กอ๊าก..มอง​ไปยังเจนจิรา​และนิเวศน์ แล้ว​ก็คว้ามือของผมให้มาจับ​ที่คอของ​เขา..​พร้อม​กับส่งเสียงดังอื้อ..
ไม่มี​ใครรู้ว่า​เขาทำอย่างนั้น​​เพื่ออะไร​ ​แต่ผมรู้
ผมลุกจาก​ที่นอน..ยิ้มกริ่ม..อุ้มหนูสิงห์ไว้แนบอก..มือจับคอของ​เขาไว้เบา ๆ​
"มาแล้ว​รึ? คุณเจนจิรา..คุณนิเวศน์..ถึงเวลาแล้ว​ล่ะมัง ​ที่เรา​จะ​ต้องจบเรื่อง​นี้ลงเสียที.."
เจนจิรามอง​ที่มือของผม​ที่ทำท่าบีบคอของหนูสิงห์อยู่​ด้วยดวงตา​ที่เบิกกว้าง..ถึงอย่างไรหล่อนก็ยังมีหัวใจของ​ความ​เป็นแม่อยู่​บ้างเหมือนกัน
"แกไม่มีทางรอด​ไป​ได้.." หล่อนส่งเสียงกร้าวมา..พยายามพลิกสถานการณ์ของตนเองให้อยู่​เหนือผมให้​ได้
"ถึงแก​จะฆ่าหนูสิงห์..ฉันก็ยังมีหนูสิงห์อยู่​ในหลอดทดลองอีกนับแสนนับล้านชีวิต..​เพราะฉะนั้น​..​ถ้าแกยังไม่อยากตาย..ปล่อยหนูสิงห์ซะดีกว่า..ฉันสัญญาว่า​จะปล่อยแกให้รอดออก​ไป.."
ผมหัวเราะ..​แม้​จะรู้ว่าสิ่ง​ที่หล่อนพูดนั้น​​เป็นเรื่อง​จริงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
หล่อนไม่​ได้ "เพาะ" หนูสิงห์ขึ้น​มาคนเดียวแน่ ๆ​ ป่านนี้​จะมีหนูสิงห์คลานต้วมเตี้ยมอยู่​​ที่ไหนบ้าง..มีหล่อนเท่านั้น​​ที่​จะให้คำตอบ​ได้
ผมอาศัยเพียง​ความ​เป็น "แม่" ​ที่ให้กำเนิดหนูสิงห์มาด้วยตัวหล่อนเองเท่านั้น​..​เป็นเครื่องมือยืดชีวิตของผม​ทั้งสามออก​ไป
ผมหัวเราะให้​กับคำพูดของหล่อน
"ก็​ได้..​ถ้าคุณ​ต้องการอย่างนั้น​..พวกผมก็​พร้อม​จะตาย​ไป​พร้อม​กับผลงานของคุณ​ที่น่ารักคนนี้.."
สิ้นคำของผม..ลูกน้องของหล่อนขยับปืนในมือนั้น​โคล้งเคล้ง
"เดี๋ยว!"
คน​ที่สั่งห้ามกลับ​เป็นนายนิเวศน์..​เขามองหนูสิงห์ด้วยสายตาของคน​เป็นพ่ออย่างแท้จริง
ไม่น่าเชื่อว่า​ทั้ง​ที่​เขารู้ตัวเองว่า​เขาไม่ใช่พ่อ​ที่แท้จริง..​เขากลับมี​ความรู้สึกของ​ความ​เป็นพ่ออยู่​เต็มหัวใจ..
หนูสิงห์เกิดจากสเตมเซลล์ของผม..​เขา​เป็นพ่อเพียงแค่ชื่อเท่านั้น​
​แต่คง​เป็น​เพราะ​เขาเลี้ยงหนูสิงห์มาตั้งแต่คลอดออกมา..เลี้ยง​โดยไม่มีวัตถุประสงค์อย่างอื่น ​เขาจึงทำใจไม่​ได้​ที่​จะเห็นหนูสิงห์ถูกผมหักคอให้ตาย​ไป​กับตา
ไม่เหมือน​กับนังแม่ใจยักษ์คนนั้น​
​เพื่อเป้าหมาย​ที่หล่อน​ต้องการ​จะบรรลุให้ถึง หล่อนก็​พร้อม​จะ "ฆ่า" ทุกอย่าง​ได้ไม่เว้น​แม้​แต่ลูกของตัวเอง..
ไม่นาเชื่อเลย​ว่า..หญิงสาวผู้อ่อนหวานน่ารักคนนั้น​..คน​ที่มีสองมือ​ที่อบอุ่นอ่อนโยนลูบไล้ผม(ในร่างของหนูสิงห์)ตลอดมา ​จะมีจิตใจ​ที่เหี้ยมโหดเพียงนี้
ผมมองหล่อนด้วยดวงตา​ที่ผิดแผก​ไป..
"คุณนั่นแหละ​หยุด.." หล่อนตวาดผู้​ที่​ได้ชื่อว่า​เป็นสามีของตนเอง แล้ว​ก็แหวกวงล้อมของสมุนเข้ามายืนประจันหน้า​กับผม
"นี่แสดงว่าแกก็รู้แล้ว​สินะ..ว่าฉัน​กำลังทดลองอะไร​อยู่​.."
"ผมไม่อยากรู้นักหรอก..​แต่สิ่ง​ที่ผมรู้..กลับ​เป็นว่ามีหญิงบ้าคนหนึ่ง​..แทน​ที่​จะ​ใช้​ความรู้​ความ​สามารถของตนเองให้​เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น กลับ​เอามาสนองตัณหาบ้าบอของตนเอง.."
"บ้าบอเหรอ?"
หล่อนย้อนถามเสียงสูง หน้าตาน่ากลัว
"​ถ้าพ่อของแกถูกหาว่าบ้า​ทั้ง​ที่ทุ่มเท​ทั้งกาย​ทั้งใจ​เพื่อค้นคว้าสิ่ง​ที่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติมา​ทั้งชีวิต..​ถ้าพ่อของแกถูกดูถูกเหยียดหยามจาก​เพื่อนร่วมวิชาชีพว่าสติวิปลาส ปล่อยให้ลูกสาวคนเดียว​ต้อง​ต้องถูกเยาะเย้ยถากถางตลอดเวลา..แกคง​จะเห็นว่าสิ่ง​ที่ฉันทำมันน้อย​ไป ​กับ​ความสาสม​ที่ทุกคน​จะ​ได้รับ.."
หล่อนหัวเราะ
"ฉัน​จะบอกอะไร​ให้..อีกไม่นาน..ฉัน​จะมีเครื่องจักรสังหาร​ที่มี​ความ​สามารถเหมือนแกไม่ผิดเพี้ยน..จำนวนนับไม่ถ้วน..กระจายอยู่​ทั่วแผ่นดินไทย มัน​จะแทรกซึมอยู่​ในทุกสาขาอาชีพ วิศวกร นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ ข้าราชการ ​แม้​แต่นักการเมือง​ที่​จะขยุ้ม​ทั้งแผ่นดินไว้ในอุ้งมือทันที​ที่ฉันสั่ง...​ต่อให้ไม่มีแกในวันนี้..หรือต่อให้แกรอดจากวันนี้​ไป​ได้..หากฉันยังอยู่​..แกก็ไม่​สามารถ​จะห้าม​ความยิ่งใหญ่ของฉัน​ได้.."
หล่อนกวาดสายตามองพวกผมอีกครั้ง
"ฉะนั้น​..ส่งหนูสิงห์มาให้ฉันซะดี ๆ​ แกอาจ​จะรอด​ไป​ได้ในครั้งนี้...​ไม่อย่างนั้น​ หากฉันนับถึงสาม​เมื่อไร..แกทุกคน​จะ​ต้องนรกทันที.."
สิ้นเสียงของหล่อน..​ความเงียบก็ปกคลุม​ไปทั่ว
"หนึ่ง​...​"
สมองของผมหมุนจี๋ หนูสิงห์เองก็หยุดส่งเสียง​ไปแล้ว​ ​เขาคง​จะคิด​ไปไม่ถึงเหมือนกันว่าผู้​เป็นแม่ของ​เขา​จะใจร้าย​ได้ถึงเพียงนี้
"สอง.." ​พร้อม​กับนับ..หล่อนส่งสัญญานให้​กับสมุน​ที่รายล้อมรอบพวกผมอยู่​
แล้ว​หล่อนก็ก้าวถอยหลัง​ไปช้า ๆ​ ชูมือข้างหนึ่ง​ขึ้น​สูง..
ผมรู้ดีว่าในทันที​ที่หล่อนนับสามแล้ว​ฟันมือลง ร่างของผมสามคนรวม​ทั้งหนูสิงห์ก็​จะพรุน​ไปด้วยกระสุนในทันที
ผม​จะทำอย่างไรดี???

ก่อน​ที่หล่อน​จะนับถึงสาม..เสียงกริ๊กอันเกิดจากการขึ้น​นกปืนพกก็ดังขึ้น​ท่ามกลาง​ความเงียบอันตึงเครียดนั้น​
มันมาจากปืนกระบอกหนึ่ง​ในมือของ​ใครคนหนึ่ง​ ​เป็น​ใครคนหนึ่ง​​ที่​ใครก็คิดไม่ถึง
นายนิเวศน์ สามีของเจนจิรา ​เขายกปืนจ่อ​ที่ศีรษะของหล่อน..ดวงตาเปี่ยม​ไปด้วย​ความปวดร้าวหากแข็งกร้าวอยู่​ในที
"คุณบ้า​ไปแล้ว​..คุณ​กำลังสั่งฆ่าลูกของเรา ผมยอมไม่​ได้เด็ดขาด"
เจนจิราเองก็คงคาด​ไปไม่ถึง เธอตะลึง​ไปนานพอควร..ก่อน​จะเรียกสติ​ได้
"แก​จะทำอะไร​?"
"ห้าม​ความบ้าของคุณน่ะสิ..คุณ​กำลัง​ได้ทุกสิ่งทุกอย่างตาม​ที่คุณ​ต้องการอยู่​แล้ว​..ปล่อยพวกมัน​ไป..มันไม่มีทาง​จะหยุดยั้งแผนการณ์ของคุณ​ได้อยู่​แล้ว​..​เพื่อแลก​กับชีวิตของหนูสิงห์ลูกของเรา.."
เจนจิราหัวเราะ ตอนนี้หล่อนดูเหมือนสติ​จะแตก​ไปแล้ว​..
"หนูสิงห์ไม่ใช่ลูกของเรา..​ที่สำคัญมันไม่ใช่ลูกของแก..แกยัง​จะห่วงชีวิตมันอีกหรือ?"
"ผมรู้..​แต่เราสองคนก็เลี้ยง​เขา​เป็นลูกเสมอมา..คุณ​จะใจดำให้​เขาตาย​ไปต่อหน้าต่อตาเชียวรึ"
"​เพื่อ​ความสำเร็จของเรา..ฉันทำ​ได้​ทั้งนั้น​.."
"​ความสำเร็จของเรา?.." นิเวศน์หัวเราะเสียงสูง มันเต็ม​ไปด้วย​ความขมขื่น "คุณพูดว่า​ความสำเร็จของเรารึ? มัน​เป็น​ความสำเร็จของ​ใครกันแน่ คุณแน่ใจหรือว่าคุณเห็นผม​เป็นมาก​ไปกว่าเครื่องจักรเครื่องหนึ่ง​​ที่มีไว้​เพื่อสนองตอบอารมณ์ของคุณเท่านั้น​..ในวันใด​ที่คุณเหยียบโลกไว้ใต้ฝ่าเท้า..คุณก็คง​จะฆ่าผมทิ้งเหมือน​ที่คุณ​ได้ทำ​กับสามีเก่าของคุณ"
​เขายังไม่หยุดแค่นั้น​
"ตลอดเวลา​ที่คุณเชิดผมในฐานะสามีของคุณ..คุณ​เอา​ความรักของผม​ที่มีให้​กับคุณ​เป็นเครื่องมือข่มผมมาทุกอย่าง คุณ​ใช้ให้ผม​ไปทำสิ่งเลวร้ายสารพัดตาม​ที่คุณ​ต้องการ..คุณให้ผมฆ่า​ได้​แม้​แต่ผู้หญิง​ที่ไม่มี​ความผิดอะไร​เลย​เพียง​เพราะคุณ​ต้องการ "ไข่" ของเธอเหล่านั้น​มาทดลองแค่นั้น​..​ที่ผมยอมทำทุกอย่างก็​เพราะผมรักคุณ..​แต่ถึง​จะรักคุณเท่าไร ผม​จะยอมให้คุณฆ่าลูกสิงห์ไม่​ได้เด็ดขาด.."
หญิงใจร้ายคนนั้น​หน้าซีดหน้าแดงสลับกัน..หล่อนไม่​ได้มีทีท่ารู้สึกอะไร​​กับคำพูดตัดพ้อของนิเวศน์เลย​..หากหล่อน​กำลังโกรธ..โกรธชนิดหูมืดตามัว​พร้อม​จะทำทุกอย่างด้วย​ความเสียสติ
เพียงเท่านี้ก็มีเวลาเพียงพอ​ที่คนอย่างผม​จะพลิกสถานการณ์จากลบให้กลาย​เป็นบวก​ได้แล้ว​
ผมพลิกตัวด้วย​ความเร็วสูงสุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้ ​พร้อม​กับเหวี่ยงขาข้างหนึ่ง​​ไปข้างหลัง ยื่นหนูสิงห์เข้า​ไปอยู่​ในอ้อมกอดของฝ้าย​ที่ยืนอยู่​ข้าง ๆ​ ขา​ที่ตวัด​ไปนั้น​​พอดีฟาดโครมเข้าให้​กับปลายคางของวายร้ายคนหนึ่ง​ มันหมุนติ้ว..ผมถลาเข้าประกบชิด ฉกวูบเดียวปืนในมือของมันก็มาอยู่​​กับผม จากนั้น​กระสุนตั้งแต่นัดหนึ่ง​ถึงห้าก็ถูกลั่นออก​ไปอย่างถี่ยิบ..มันเข้า​ไปสถิตอยู่​ในหัวของเจ้าพวกนั้น​อย่างว่าง่าย..กระสุนนัดสุดท้าย​พร้อม​จะลั่นออก​ไปฝังในหัวของเจนจิราทันทีทีผมเหนี่ยวไก ปลายกระบอกปืนจ่ออยู่​​ที่หว่างคิ้วของหล่อน..ควันยังกรุ่นออกจากจากลำกล้อง..
​แต่ยังก่อน..ผมไม่อยาก​จะฆ่าหล่อนเลย​
"คุณถูกจับแล้ว​..นี่​เป็นข่าวดี​ที่สุด​ที่คุณ​จะมี​ได้..ไม่ยังงั้น..คุณตายแน่!"
เจนจิราน่าซีด..ขณะ​ที่นิเวศน์เองก็ตะลึงใน​ความเร็วของผม..เจ้าแว่นเองก็ตาเหลือก..ฝ้ายนั้น​มองผมแทบไม่กระพริบตา
"ผมเชื่อแล้ว​..ว่าพวกมันทำไมถึงอยากก๊อปปี้คุณ​ไป​เป็นเครื่องจักรสังหาร..คุณ​เป็นมนุษย์มหัศจรรย์จริง ๆ​!"
เจ้าแว่นครางเสียงแผ่วออกมา..
​แต่นิเวศน์กลับหันปืน​ไปยังฝ้าย..
"​ถ้าจำ​เป็น..ผมก็​พร้อม​จะตาย​ไป​พร้อม​กับทุกคน!"
เจ้าแว่นขยับตัว..นิเวศน์ตะคอกจน​เขาชงักกึก
"หยุดอยู่​ตรงนั้น​..แล้ว​ก็ถอดหน้ากากของคุณออกมา​ได้แล้ว​..ผมรู้มานานแล้ว​ว่าจริง ๆ​ แล้ว​คุณ​คือ​ใคร ผมแค่​ต้องการ​จะให้เรื่อง​ราวมันจบลง​ไปเสียที..​เพื่อผม​จะ​ได้ไม่ตก​เป็นทาสของยาสั่ง ​และเลิก​เป็นมนุษย์เอ็นจีโอเสียทีเท่านั้น​"
เจ้าแว่นตกใจ..​เขาถอดแว่นตาออก..แล้ว​ค่อย ๆ​ ลอกหน้ากากหนังออกจากใบหน้า
เจนจิราอ้าปากค้าง ​เมื่อเห็นใบหน้า​ที่แท้จริงของ​เขา
"ดุลมาน..แกเองหรือนั่น?!"
เจ้าแว่นมองหล่อนด้วยสายตา​ที่เคียดแค้น หาก​เขาคง​เป็นห่วงชีวิตของฝ้าย​ที่ถูกปืนเล็งอยู่​อย่างนั้น​ ​เขาแค่นหัวเราะออกมา
"ทำไม..ตกใจมากหรือ แกยังจำลูกชายของผัวเก่าแก​ได้อยู่​อีกหรือ?"
เจนจิราพูดไม่ออก หล่อนกรอกสายตา​ไปมา​เพื่อหาทาง​เอาตัวรอด
"คุณนิเวศน์.." ผมพูดขึ้น​ด้วยเสียงขรึม กระสุนเพียงนัดเดียวในรังเพลิงของผมนับว่าเพียงพอสำหรับการลั่นออก​ไป​พร้อม​กับเข้า​ไปหยุดยั้งการเหนี่ยวไกของนิเวศน์ ​แต่ผมไม่อยาก​จะฆ่าคน​ที่เคย​เป็น "แม่" ของผมมาก่อนจริง ๆ​
"ผมนึกว่าคุณสำนึก​ได้แล้ว​เสียอีก..ผมว่าคุณวางปืนลงดีกว่า เราอาจ​จะกันคุณไว้​เป็นพยานก็​ได้..เรามีหลักฐานเพียงพอว่าคุณถูกวางยา​และไม่เต็มใจ​ที่​จะประกอบอาชญากรรมต่าง ๆ​ อย่าให้เรื่อง​มันเลวร้ายลง​ไปกว่านี้เลย​.."
"อย่า!!" เจนจิราตะโกนออกมา.."แกอย่าโง่นะนิเวศน์ พวกมันฆ่าเราแน่ ไม่ยังงั้นก็​ต้องติดคุกหัวโต.." หล่อนหันมามองหน้าผม..
"​เอายังงี้ดีไหม? ฉัน​กับนิเวศน์​และหนูสิงห์​จะหนีออกนอกประเทศ..​จะไม่กลับมาเหยียบ​ที่แผ่นดินนี้อีก..​ส่วนแก​และพวก..ก็​จะรอดออกจาก​ที่นี่​ไป​โดยไม่มี​ใครเลือกตกยางออก.."
ผมหัวเราะ​กับข้อต่อรอง​ที่ง่ายดายอย่างนั้น​
​แต่หนูสิงห์หัวเราะดังกว่าผม..
ในมือของ​เขามีอะไร​บางอย่าง..​แม้​แต่ผมเองก็คิด​ไปไม่ถึง
มัน​เป็นหลอดทดลอง​ที่บรรจุนำข้น ๆ​ สีขาวขุ่น​เอาไว้..​ส่วนบนของมันมีจุกสีแดงปิดสนิทอยู่​
ไอ้น้ำยังเกาะพราวอยู่​ทั่วหลอด..หนูสิงห์ล้วงมันออกจากตรงไหนของร่างกาย ​และ​เขา​ไปแอบหยิบมาจากไหน ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
​แต่​ที่สำคัญ มันมีผลต่อปฏิกริยาของเจนจิรา​และนิเวศน์อย่างมากมาย​..​ทั้งสองมองหนูสิงห์ตาแทบถลน
นี่แสดงว่า..หลอดทดลอง​ที่อยู่​ในกำมือของหนูสิงห์..ย่อม​จะ​เป็นสิ่ง​ที่ถือว่า​เป็นสุดยอดของการทดลองแล้ว​
มันน่า​จะมีค่า​ที่สุดในชีวิตของเจนจิราทีเดียว
​แต่สิ่ง​ที่คิด​ไปไม่ถึงมากกว่านั้น​ก็เกิดขึ้น​ แทน​ที่หนูสิงห์​จะถือ​เอาไว้​เพื่อ​เป็นข้อต่อรอง..​เขากลับโยนมันลงพื้น
"เพล้ง"
​พร้อม​กับฉีกเหงือกหัวเราะ
"แอ๊..แหะแหะ.."
++++

ริมทางรถไฟสายนั้น​..
อากาศยามเย็นพัดมา​พร้อม​กับ​ความสดชื่นของสายน้ำ​ที่ทอดยาวคดเคี้ยว​ที่เบื้องล่าง มวลน้ำไหลระริกผ่านพ้น​ไปราวไม่จบไม่สิ้น
กลิ่นหอมจากดอกไม้หลากชนิดโชยมาจาก​ที่ใด​ที่หนึ่ง​ปรุงบรรยากาศให้แช่มชื่นยิงขึ้น​..สาวน้อยร่างบางหากเติบโตเต็มวัยยังคงปล่อยผมดำปลิวไสว​ไป​กับสายลม..ดวงตาดำขลับนั้น​เหม่อมอง​ไปสุดสายตา
ผมบรรจง​ใช้นิ้วไล้ไรผม​ที่ปิดบังหน้าผากของเธอ​ไปเหน็บไว้​ที่ซอกหู อัน​เป็นกริยา​ที่ผมทำ​กับเธอมาตั้งแต่เธอยัง​เป็นเด็กสาว
เธอหันมาช้า ๆ​ ดวงตาพราวระยับเต็ม​ไปด้วย​ความรู้สึก​ที่ถูกอัดอั้น​เอาไว้เนิ่นนาน..ผมมองสบตาเธอนิ่ง​และนาน..ด้วยดวงตาแห่ง​ความรักอันเปี่ยมล้นจนยาก​จะบรรยาย
เราสองคนยังมิ​ได้เอ่ยคำพูดใดแกกัน..​ทั้ง ๆ​ ​ที่คำถามมากมาย​​ที่เราอยาก​จะถามต่อกัน​และกัน..
​แต่​เมื่อเรา​ทั้งสอง​ได้สบตากันคราวนี้..คำพูด​ที่ติดอยู่​ตรงทุกซอกของหัวใจก็เริ่มทะยอยออกมาจากดวงตา..เราสองคนเปิดประตูแห่งหัวใจให้เรา​ได้รับรู้​ซึ่งกัน​และกัน
ดวงตาของเธอเปลี่ยนแวว..จากสั่นพร่าระริกรื้น​เป็นหวานฉ่ำจากฤทธิ์รัก..​ซึ่งคง​เป็นเช่นเดียว​กับแววตาของผม​ที่แสดง​ความรักไม่น้อย​ไปกว่าเธอ
เธอไม่ถามผมอีกแล้ว​ ว่าทำไมผมถึงลืมเธอ..ก็​เมื่อดวงตา​และหัวใจของผม​ได้บอก​กับเธอ​ไปแล้ว​ว่า ผมไม่เคยลืมเธอเลย​ ไม่เคยลืมมา​ทั้งเท่า​ที่มีชีวิต​และ​ที่​จะมีชีวิตต่อ​ไป
รอยยิ้มผุด​ที่ริมฝีปากของเธอ..​พร้อม​กับยิ้มของผม เรายิ้มให้แก่กัน..เรา​ทั้งสองโผเข้าหากัน แล้ว​กอดกัน​และกันไว้แนบอก
"ฝ้ายสัญญาค่ะ​..ว่า​จะดูแลลูกน้ำตาลให้ดี..พี่ติ๊กก็​ต้องสัญญานะคะ​ว่า​จะดูแลหนูสิงห์ให้ดี.."
"พี่สัญญา..​เขา​เป็นเสมือนตัวแทนชีวิตของพี่..​แม้พี่​จะไม่มีฝ้าย​เป็นคู่ชีวิต ​แต่​เขา..​เขา​จะ​ต้อง​เป็นคู่ชีวิต​ที่ดีของลูกสาวของฝ้ายให้​ได้.."
+++++

เจนจิราสิ้นฤทธิ์ลงทันที​ที่หลอดทดลองนั้น​แตกกระจาย..เธอผวาเข้าหามัน​ใช้มือกอบน้ำเมือกเหนียวนั้น​ขึ้น​มาด้วยอาการอันวิกลจริต
จังหวะเดียวกันนั้น​ เจ้าแว่นก็​สามารถ​ใช้เท้าดีดปืนกระบอกหนึ่ง​ขึ้น​มาจากศพของวายร้ายคนหนึ่ง​​ได้..​เขายิ่งเปรี้ยงเดียวปืนในมือของนิเวศน์ก็หลุดออกจากมือของ​เขา..เลือดสีแดงข้นไหลริน ​เขาตัวงอด้วย​ความเจ็บปวด
"ไม่น่าเชื่อเลย​..ว่าหนูสิงห์​จะทำ​ได้จริง ๆ​!!"
นิเวศน์อุทานออกมา..สายตามองหนูสิงห์​และเจนจิรา​ที่ร้องโหยหวลฟูมฟายอยู่​​ที่พื้นสลับกัน
"ในหลอดนั้น​มัน​คืออะไร​?" เจ้าแว่นถาม
"สารควบคุมสเตมเซลล์.." นิเวศน์เหงื่อแตกพลั่กด้วย​ความเจ็บปวดจากบาดแผล​ที่ฝ่ามือ
"เจนจิรา​ต้องทุ่มเทแทบทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตสังเคราะห์มันขึ้น​มา..หากไม่มีมันแล้ว​..การทดลองของหล่อนก็ถือว่าสูญเปล่า.."
"ฉันไม่เข้าใจ..ช่วยอธิบายให้มากกว่านี้ซิ.."
เจ้าแว่นบอก​พร้อม​กับขยับปืนในมือให้เห็นว่า​เขา​กำลัง​เอาจริง

การ​จะควมคุมให้ทารก​ที่​ได้จากการทดลองเพาะสเตมเซลล์ให้กลาย​เป็นสเปิร์มนั้น​..จำ​ต้องอาศัย "สารควบคุมดีเอ็นเอ" ​ที่สกัดมาจาก "ไข่" ของเด็กสาวอายุไม่เกินสิบห้าปีจำนวนมาก..ฉีดเข้า​ไปในร่างกายของเด็กเหล่านั้น​..​เมื่อมีอายุครบหนึ่ง​ขวบบริบูรณ์ การ"กลายพันธุ์" ​จะไม่เกิดขึ้น​
มิเช่นนั้น​แล้ว​..ทารก​ที่​กำลังเติบโตเหล่านั้น​..ก็​จะ​เป็นตัวของตัวเองจนไม่​สามารถ​จะควบคุมให้อยู่​ในอาณัติ​ได้
​เมื่อควบคุมไม่​ได้..การผลิตมนุษย์เครื่องจักรสังหาร..ก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
​ที่สำคัญกว่านั้น​..ใช่ว่าไข่ทุกใบ​จะ​สามารถสกัด​เป็นสารควบคุม​ได้..มัน​จะ​ต้อง​เป็นไข่​ที่เพิ่งก่อตัวขึ้น​ในรังไข่..​จะ​ต้องอยู่​ในระยะเวลา​และอุณหภูมิ​ที่เหมาะสมเท่านั้น​
หล่อน​ใช้ให้นิเวศน์คร่าเด็กสาวเหล่านั้น​มา..​เพื่อตัดรังไข่​ไปสกัด​เป็นสารควบคุมดังกล่าว..เด็กสาวจำนวนนับสิบชีวิต​ต้องสิ้นชีวิต​ไปเพียง​เพื่อ​ได้ "สารควบคุมดีเอ็นเอ." จำนวนไม่กี่ซีซี.เท่า​ที่เห็นในหลอดทดลองนั้น​
เจนจิราเก็บหลอดนั้น​ไว้ใน​ที่​ที่​เป็น​ความลับ​ที่สุด..​แต่​เมื่อถึงเวลา​ที่​จะ​ต้องหนี เธอกลับนำมัน​ไปเก็บไว้​กับผ้ากันเปื้อนของหนูสิงห์​ที่เธอ​ใช้ผ้าเช็ดหน้าของเธอเองทำขึ้น​
เธอเล่าให้​เขาฟังว่า เธอ​ได้บอกหนูสิงห์ถึง​ความสำคัญของมัน..เธอเชื่อมั่นในตัวของหนูสิงห์เต็มเปี่ยม..หลังจาก​ที่หนูสิงห์นำเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น​ลงจอด​ได้
หล่อนเชื่อว่าหนูสิงห์​จะอยู่​ภายใต้การควบคุมของหล่อนอย่างไม่มีทางผิดพลาด​ไป​ได้..หล่อน​จะฉีดสารควบคุมนั้น​ให้​กับ​เขาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
​แต่​เมื่อเวลาหล่อนเผลอ..หนูสิงห์กลับเล็ดลอดมาช่วยพวกผม..​พร้อม​กับทำลายสารควบคุม​ซึ่งบรรจุอยู่​ในหลอดทดลองนั้น​​ไปเสียเฉย ๆ​
​เมื่อขาดสารควบคุม สิ่ง​ที่หล่อน​ได้ทุ่มเท​ไป​ทั้งชีวิตก็นับว่าสูญเปล่า..เด็ก​ที่หล่อนเพาะไว้ก็​จะเติบโตขึ้น​อย่างอิสระไม่ตกอยู่​ใน​ความควบคุมของหล่อนอีกต่อ​ไป
นั่นจึง​เป็นเหตุให้หล่อนคุ้มคลั่งจนเสียสติ..กลาย​เป็นหญิงบ้า​ที่ถูกควบคุมตัวไว้ในโรงพยาบาลประสาทในเวลา​ต่อมา..
++++

เราสองผละออกจากกันอีกครั้ง..ต่างหัน​ไปมองร่าง ๆ​ เล็ก ๆ​ สองร่าง​กำลังเล่นของเล่นกันอยู่​บนสนามหญ้าอันนุ่มนิ่ม​ที่อยู่​ไม่ห่าง​ไปไกลนัก

ลูกสาวของฝ้าย-น้องน้ำตาล-​คือสาวน้อยแก้มยุ้ยถอดพิมพ์มาจากแม่แทบทุกระเบียดนิ้ว
ในทัน​ที่​ที่​เขา​ได้เห็นเธอ..หนูสิงห์ตะลึงจ้องอยู่​เกือบนาที..ปล่อยน้ำลายให้ไหลยืด​โดยไม่รู้ตัว...​
​เขาค่อย ๆ​ ​ใช้มือสัมผัสแก้มของสาวน้อย..แล้ว​ค่อย ๆ​ ​เอามาดม แล้ว​ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากราว​กับลิง​ได้พบของถูกใจ
บัดนี้​เขา​กำลังจ้องสาวน้อยดวงดวงตาราว​กับผู้ใหญ่..มือข้างหนึ่ง​​กำลังยื่นดอกไม้เล็ก ๆ​ ​ที่หาเด็ด​ได้จากบริเวณนั้น​ให้​กับเธอ
เด็กหญิงรุ่นราวคราวเดียว​กับ​เขายิ้มแก้มปริ..รับดอกไม้นั้น​มาแล้ว​แกว่งเล่นตามประสาเด็ก..หากหนูสิงห์กลับทำอะไร​มากกว่านั้น​..
​เขายกก้นจนกระดกขึ้น​ ยื่นปากอันแฉะ​ไปด้วยน้ำลายนั้น​​ไปชนแก้มของน้ำตาลต่อหน้าต่อตาของผม​และฝ้าย
เรา​ทั้งสองอ้าปากค้าง หันมามองกันด้วย​ความรู้สึกยาก​จะบรรยาย
"ฝ้ายว่า..เราสองคนคงไม่​ต้องทำอะไร​สำหรับเรื่อง​นี้แล้ว​กระมัง..ท่าทางหนูสิงห์​จะเก่งไม่แพ้พี่ติ๊กแน่ ๆ​ เลย​ ​โดยเฉพาะเรื่อง​ผู้หญิง.."
ผมหัวเราะเสียงก้อง..มองหนูสิงห์​กำลัง​ใช้มือไล้ไรผมของน้ำตาลอัน​เป็นกริยาแสดง​ความรักเดียวกัน​กับผมด้วยหัวใจ​ที่เปี่ยมสุข
สุข​เพราะมีเลือดเนื้อเชื้อไขของผม..ทำในสิ่ง​ที่ผมทำไม่​ได้แทนให้แล้ว​..
ผมไม่​สามารถ​จะครองคู่​กับฝ้าย​ได้..​แต่​เขา..บัดนี้หอมแก้มลูกสาวของฝ้ายให้ผมเห็น​ได้​จะ ๆ​
ต่อ​ไปอีกไม่นาน..​เมื่อ​ทั้งสองเติบโตขึ้น​..ผมก็ชื่อว่า​เขา​จะทำอะไร​​ที่ผมอยาก​จะทำ​กับฝ้าย​ได้อย่างแน่นอน
เช่น..จับมือกัน..​เป็นต้น
ฮี่ฮี่ฮี่...​

​เมื่อ​เขารู้ว่าผม​ทั้งสอง​กำลังมองอยู่​ แทน​ที่​จะอายหนูสิงห์กลับอ้าปากหัวเราะ​ไปด้วย ​พร้อม​กับยกนิ้วหัวแม่มือให้​กับผม
ให้ตายเถอะ..​เขาถึง​กับขยิบตาข้างเดียวให้​กับผมซะด้วยรึนี่??
ไอ้หนูสิงห์เอ๋ย..เอ็งน่าอิจฉาจนเกิน​ไปแล้ว​ -*-
ผมแอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ ท่ามกลางเสียงหัวเราะใส ๆ​ ของฝ้าย..
ฝ้าย​ที่หลุดมือของผมลอยขึ้น​ฟ้า..ถูกสายลมของคนอื่นหอบ​ไปจนลับตา..
จากนั้น​ไม่นาน..ฝ้ายก็พาน้องน้ำตาลบินกลับ​ไปหาสามีของเธอ​ที่ญี่ปุ่น..​โดยสัญญา​กับผมว่า อีกสามปีข้างหน้า..เธอ​จะพาลูกของเธอมาเรียนหนังสือ​พร้อม​กับหนูสิงห์ในประเทศไทย
...​...​...​
...​.
..
.

นับจากนั้น​ถัด​ไปไม่กี่เดือน ​ความสงบก็เกิดขึ้น​ในพื้น​ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย
ดุลมาน..​ได้นำผู้ร่วมขบวนการก่อการร้ายเข้ามอบตัว​กับทางการนับร้อยคน..​เขา​เป็นผู้​ที่มีบทบาท​สำคัญยิ่งต่อการสานทอ​ความสัมพันธ์​ระหว่างทางการ​กับชาวบ้านให้​เป็นน้ำหนึ่ง​ใจเดียวกัน​เมื่อครั้งเก่าก่อนมา
ในวัน​ที่ผมเห็น​เขาในโทรทัศน์..ดวงตาของ​เขายังคมวับเงาปลาบอยู่​เช่นเดิม..ชายหนุ่มคนนี้แสดง​ความ​เป็นผู้นำ​ที่โด่นเด่นจนสังคมรู้สึก​ได้..ผมเชื่อว่าในอนาคต​ที่​จะมาถึงในไม่ช้านี้..​เขาคง​จะลงเล่นการเมือง ชักนำ​ความเจริญ​และการพัฒนาเข้าสู่บ้านเกิดเมืองนอนของ​เขา​ได้อย่างแน่นอน
​ส่วนผม..หนูสิงห์ยังไต่อยู่​บนตัว..พยายามเอื้อมมือคว้ากระป๋องเบียร์ในมือผมให้​ได้..​เขาร้องเสียงดังอ้อแอ้​ไปด้วยด้วย​ความขัดใจ
"เอ็งยังเด็กอยู่​ ยังกินไม่​ได้ เข้าใจ๋" ผมพยายามบอก​เขา
​เขาหน้าคว่ำ นั่งนิ่ง..ปากเชิด..แล้ว​ก็เรอออกมา..
"เอิ๊กซ์.."
กลิ่นเบียร์โชยเข้าจมูกผม​จะผงะ
"เฮ้ย..เอ็งแอบกิน​ไปตั้งแต่​เมื่อไรล่ะนี่??"
​เขาหัวเราะเอิ๊กอ๊าก..​พร้อม​กับล้มตัวลงนอนบนพุงของผม..แล้ว​ก็หลับ​ไปในวินาทีนั้น​..
ทิ้งให้ผมนั่งจิบเบียร์อยู่​​แต่เพียงผู้เดียว..
ผมยกเบียร์ขึ้น​จิบอีกครั้ง..เหม่อมองโทรทัศน์​ที่ผม​กำลังเปิดหนังย้อนยุคเรื่อง​ "ซามูไรพ่อลูกอ่อน" ด้วย​ความรู้สึกเห็นใจ​พระเอกของเรื่อง​อย่างแรง..
แล้ว​ก็​ต้องยืดคอ..ปล่อยลมออกจากกระเพาะเสียงดังลั่น
"เอิ๊กซซซซซซ์"
หนูสิงห์สะดุ้งนิดหน่อย​..อมยิ้ม..ทำปากกระดุกกระดิกเล็กน้อยแล้ว​นิ่งสงบ
ผมลูบศีรษะ​เขาเบา ๆ​
"พ่อสัญญา.." ผมบอก​เขา..มองกระป๋องเบียร์ในมืออีกข้างหนึ่ง​​ไปด้วย
"​เมื่อสิงห์บนกระป๋อง​เอาขาลง​เมื่อไร ​เมื่อนั้น​พ่อ​จะเลิกดื่มเบียร์อย่างเด็ดขาด..พ่อสัญญาจริง ๆ​"
...​...​..
...​..
...​
..
.

+++++จบ+++++++++

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1576 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง หนูสิงห์ ภาค จบได้แล้ว..(เย้!!)
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๐๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-7738 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 26 พ.ค. 2549, 19.17 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : blackapple [C-7761 ], [203.153.137.132]
เมื่อวันที่ : 28 พ.ค. 2549, 10.23 น.

Sanook mak ka!!!

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : รจนา แฟนหนูสิงห์ [C-7841 ], [83.180.244.146]
เมื่อวันที่ : 03 มิ.ย. 2549, 01.57 น.

เอิ๊กซซซ์ จบแล้ว​หรือ

จบ​ได้น่ารักสม​กับ​เป็นหนูสิงห์เลย​ อ่านแล้ว​ทำให้อยากมีลูกน่ารักแสนรู้อย่างหนูสิงห์สักคน คิกคิก

คุณรันฯผูกเรื่อง​​ได้สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนยิ่งกว่าเจมส์บอนด์บวกอินเดียนน่าโจนส์เสียอีก

เดี๋ยว​จะตาม​ไปอ่านน้องเนเน้ค่ะ​ ชื่อน่ารักจัง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : สัมผัสรักในใจเรา [C-8530 ], [58.9.15.33]
เมื่อวันที่ : 21 ก.ค. 2549, 19.14 น.

เย้.. ตามอ่านจนจบแล้ว​

คุณรันฯ เขียนมันส์จริง ๆ​

ตอนจบนี่ สรุปรวบยอดเลย​.. ถึงว่าซิค่ะ​ เด็กอะไร​ทำไมเหมือนผู้ใหญ่จัง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : + disordered + [C-8618 ], [125.25.49.169]
เมื่อวันที่ : 28 ก.ค. 2549, 23.28 น.

ตามมาอ่านจนจบแล้ว​ค่า ^^

สนุกมากๆ​เลย​ ดีใจจัง​ที่​ได้อ่าน >.<

+++

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น