นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๔ พฤษภาคม ๒๕๔๙
หนูสิงห์ ภาค 2/8
รันนรา
...กว่าคนร้าย​​จะพากันกุมตัวฝ้ายจาก​​ไป..เจ้าปีเตอร์ก็ขึ้น​​มานอนระเน้อยู่​​บนหัวของผมแล้ว​​.. ผมปัดออกมันจากหัวด้วยอาการขนลุกขยะแขยงเหลือ​​ที่​​จะกล่าว...
กว่าคนร้าย​จะพากันกุมตัวฝ้ายจาก​ไป..เจ้าปีเตอร์ก็ขึ้น​มานอนระเน้อยู่​บนหัวของผมแล้ว​..
ผมปัดออกมันจากหัวด้วยอาการขนลุกขยะแขยงเหลือ​ที่​จะกล่าว
พักหอบหายใจน้ำลายไหลยืด​เพื่อรวบรวมสติ..แล้ว​ก็รีบคลานปรู๊ดออกมาจากตรงนั้น​..​เมื่อคิดขึ้น​มา​ได้ว่าอาจ​จะมีไอ้ปีเตอร์หรือไอ้ไมเคิลอีกตัวหนึ่ง​อยู่​ก็​ได้
จากนั้น​ก็นิ่งคิด..ฝ้ายคงถูกจับตัว​ไปในห้องใต้ดินนั้น​อีกคนหนึ่ง​แล้ว​
​ที่​ต้อง​ใช้คำว่าอีกคนหนึ่ง​..ก็​เพราะเท่า​ที่ผมรู้ก็มีอยู่​แล้ว​สองคน​ที่หาย​ไปในนั้น​
หนึ่ง​​คือเจ้าแว่น..ผู้​ที่ช่วยชีวิตของฝ้าย​เอาไว้ สอง​คือ "​เขา" คน​ที่ฝ้ายเอ่ยถึง
รวมฝ้ายด้วยก็​เป็นสาม..ผม​จะทำอย่างไรให้ตัวเองเข้า​ไปอยู่​ในนั้น​​เป็นคน​ที่สี่​แต่​เป็นคนเดียว​ที่ไม่ถูกจับกุม?
ผมคลานต้วมเตี้ยมหาช่องทาง..เสียดาย​ที่ผมมัว​แต่​ไปรบอยู่​​กับเจ้าปีเตอร์เลย​ไม่รู้ว่าพวกมันพาฝ้ายเดินเข้า​ไปตรงไหนของบ้านหลังนั้น​ ตรงนั้น​อาจ​จะ​เป็นทางเข้าทางเดียว​ที่มีอยู่​ก็​ได้
​แต่ผมไม่ละ​ความพยายาม..เคลื่อน​ที่​ไปช้า ๆ​ ​เพราะเจ็บหัวเข่า..หันซ้ายหันขวา​ไปเรื่อย
โชคดี​ที่ผม​ได้​ความมืด​และ​ความตัวเล็กของผม​เป็นเกราะกำบังอำพรางตัว ทำให้ผมไม่ถูก​ใครพบเห็น..ผมจึงมีเวลาสำรวจ​ไปทั่ว ๆ​ ขณะคลาน​เพื่อหาช่องทางเข้า​ไป..
ยิ่งสำรวจยิ่งอัศจรรย์ใจ..บ้านหลังนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ​
ด้านหน้าเราอาจ​จะเห็นว่าเหมือนบ้านหรือคฤหาสน์ทั่ว ๆ​ ​ไป ​ที่ปิดไฟมืดแสดงว่าคนในบ้านเข้านอนกันอย่างสงบ
​แต่​เมื่อมาดู​ที่ด้านหลัง..​จะพบกำแพงกั้นบริเวณสูงกว่าปกติ ก่ออิฐถือปูนราว​กับกำแพงคุก..จากด้านหน้า​ที่ไม่มีผู้คนอยู่​เลย​..​แต่ด้านหลังนี้กลับมีการรักษา​ความปลอดภัยอย่างหนาแน่น..เหล่าชายฉกรรจ์นับสิบในชุดรัดกุมกระจาย​กำลังตามจุดต่าง ๆ​ เห็น​ได้​แต่ไกล
ลานกว้าง​ที่ปูลาดด้วยซีเมนต์ผิวเรียบนั้น​ผมอยาก​จะเดาว่ามัน​เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์เหลือเกิน..​แต่มันเหลือเชื่อเกิน​ไป..คอปเตอร์​ที่ไหน​จะบินขึ้น​บินลงกัน​ได้ง่าย ๆ​ อย่างนั้น​..
ขณะ​ที่ผมนั่งซุ่ม​เพื่อหาช่องทาง(​โดยหันซ้ายหันขวาระวังจอนห์นี่-อีกชื่อหนึ่ง​ของแมลงสาปคับ-​ไปด้วย)​เพื่อ​จะเข้า​ไปในบ้านให้​ได้..สิ่ง​ที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น​
กำแพงปูน​ที่สูงเกือบสามเมตรนั้น​อยู่​ ๆ​ มันก็แยกตัวออกจากกัน..มันเคลื่อนไหวอย่างเงียบกริบ​โดย​ที่ผมไม่​ได้ยินการทำงานของมันเลย​..
แล้ว​ผมก็เห็นรถยนต์คันหนึ่ง​วิ่งเข้ามา..
มัน​เป็นรถกระบะ..ยี่ห้อยอดฮิต..มองไกล ๆ​ หน้าตาเหมือนหนูหริ่งคันหนึ่ง​..บรรทุกลังไม้ทับซ้อนกันจนเพียบแปร้ วิ่งเข้ามาจอดชิด​กับริมตึก ​ที่ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่ามันมีประตูบานเหล็กบานใหญ่อยู่​ตรงนั้น​ด้วย..
พวกมัน​กำลัง​จะขนอะไร​กัน?..ในลังไม้นั้น​มีอะไร​? แทบไม่​ต้องคิดผมก็พอ​จะเดา​ได้..​จะ​เป็นอะไร​เล่า​ถ้าไม่ใช่อาวุธสงคราม ไม่ก็ยาเสพติด..หรือ​ถ้า​จะให้คลาสสิคหน่อย​ก็​ต้อง​ส่วนประกอบของระเบิดนิวเคลียร์ เหมือน​กับในหนัง​ที่เรา​ได้ดูบ่อย ๆ​ นั่นเอง
เรื่อง​นี้ยิ่งนานยิ่งเหมือนหนังไทยเข้า​ไปทุกทีแฮะ..
ผมนั่งแปะอยู่​ใต้ต้นปาล์มในมุมมืดต้นหนึ่ง​ ถอนหายใจด้วย​ความรู้สึกเซ็ง ๆ​ ยกสองมือกอดอก​ไปด้วย..
นี่คง​เป็นทางเข้าอีกทางหนึ่ง​..​ที่ผมหาก​ต้องการ​จะเข้า​ไปก็​ต้อง​ใช้ช่องทางนี้แหละ​..นั่งรออีกสักหน่อย​ก็คง​จะมีโอกาสขึ้น​มาเอง..
ผมนั่งมองพวกมันช่วยกันขนลังไม้ขนาดสองฟุตยาวสองฟุตครึ่งนั้น​ลงจากรถ..พวกมันกองสุมลังเหล่านั้น​ไว้ตรงลานกว้าง​ที่ผมคิดว่าเหมือนลานจานคอปเตอร์นั้น​..
จากนั้น​รถคันนั้น​ก็วิ่งออก​ไปทางเดียว​กับ​ที่มันเข้ามา..
ประตูกำแพงค่อย ๆ​ ปิดสนิทอีกครั้ง..​แต่ประตูเหล็กยังไม่มีวี่แววว่า​จะเปิด..
พวกยามสิบกว่าคนนั้น​ก็ไม่เห็นมีผู้หนึ่ง​ผู้ใดมาสนใจ..ผมชัก​จะเริ่มไม่เข้าใจพวกมันขึ้น​มาบ้าง
​จะยก​ทั้งทีทำไมไม่ยกเข้า​ไปในบ้านเสียเลย​..มากอง​เอาไว้ทำไม?..หรือ​จะ​ต้องมีอีกพวกหนึ่ง​ออกมาขนลังเหล่านี้เข้า​ไป? ทำไม​ต้องทำให้มันยุ่งยากขนาดนั้น​?
ผมเริ่มออกคลาน(แหะ..เคย​ได้ยินไหมคับคำนี้..ก็ผม​ใช้คำว่าเริ่มออกเดินไม่​ได้นี่นา..) เลาะ​ไปตามเงามืดช้า ๆ​
ถึงอย่างไรลังพวกนี้​จะ​ต้องถูกนำเข้า​ไปในตัวบ้านแน่ ๆ​ ​ถ้าผมพาตัวเองให้​ไปอยู่​ในลังนั้น​​ได้..ผมก็​จะเข้า​ไป​ได้
​แต่เรื่อง​นี้ไม่ใช่การ์ตูน..ผม​จะ​ไป​ที่ลัง​ได้ยังไง?..ผม​จะเปิดลัง​ได้ยังไง?
แล้ว​ผมก็พบคำตอบ..
ไม่นานจากนั้น​..กำแพงทึบนั้น​ก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง..
ผมฉวยจังหวะนั้น​คลานปรู๊ด​ไป​ที่กองลัง​ซึ่งอยู่​ห่างจาก​ที่ผมซ่อนตัวอยู่​ไม่ไกลนัก..​เพราะผมรู้ว่าสายตาทุกคู่​จะ​ต้องจับ​ไป​ที่รถอีกคันหนึ่ง​​ที่​กำลังวิ่งเข้ามา
ผม​จะ​ต้องเข้า​ไปข้างใน​พร้อม​กับลังเหล่านั้น​ให้​ได้..​ส่วน​จะเข้า​ไปในลัง​ได้อย่างไงค่อยว่ากันอีกที
มัน​เป็นการเสี่ยงอีกแค่ครั้งเดียวในนับสิบครั้ง​ที่ผมเสี่ยงมาตลอด​ทั้งวันของวันนี้..มัน​จะแปลกอะไร​นักหนา?
ถึงอย่างไรต่อให้เจ้าพวกนั้น​​เป็นโจรระดับไหน ใจร้ายไส้ระกำอย่างไร มันก็คงไม่ถึง​กับ​จะฆ่าเด็กตัวเล็ก ๆ​ อย่างผมหรอก..
อย่างดีก็จับโยนเข้า​ไปขังไว้ในห้องน้ำ..ไม่ก็​เอาเชือกล่ามไว้​กับต้นไม้ต้นไหนสักต้นหนึ่ง​แค่นั้น​
ผมนั่งหอบแฮ่ก ๆ​ อยู่​ข้าง ๆ​ ลังใบหนึ่ง​จน​ได้..
****

รถคันนั้น​เข้ามาจอด​ที่เดียว​กับคันแรก..มันขนลังไม้มาเช่นกัน
จำนวนเท่าใดผมไม่รู้​ได้..​เพราะผมมีโอกาสโผล่​ไปมองแค่แว่บเดียวเท่านั้น​..
ขณะหมอบนิ่งอยู่​..พวกมันก็ขนลังเหล่านั้น​มากองกันไว้ ไม่มี​ใครมาสนใจว่ามีเด็กเล็ก ๆ​ น่ารักน่าชังอยู่​ข้าง ๆ​ ลังเหล่านั้น​หรือไม่ พวกมันรีบร้อนขนกันเหมือนแข่ง​กับเวลา..​และแล้ว​ก็ขับรถออก​ไป
ทีนี้ก็เหลือเพียงว่า ผม​จะ​ต้องเข้า​ไปในลังให้​ได้..​เพื่อ​จะให้พวกมันขนผมเข้า​ไป​พร้อม​กับลังพวกนั้น​
แหะ..ผมไม่มีปัญญาจริง ๆ​
ผมนั่งเกาพุงตัวเอง..มอง​ที่ลังเหล่านั้น​..มันผนึกด้วยตะปู คาดด้วยสายรัดโลหะ..ทุกลังปิดสนิทแน่น..ต่อให้ผม​เป็นไอ้ปีเตอร์ตัวเล็ก​ที่สุด..ผมก็ชื่อว่าไม่​สามารถ​จะเข้า​ไป​ได้
ทำ​ได้อย่างเดียวก็​คือรอให้พวกมันมาเห็น..แล้ว​​จะจัดการผมอย่างไรก็ว่ากัน​ไป
ยังไม่มี​ความเคลื่อนไหวใด ๆ​ จากพวกมัน..ผมจึงว่างพอ​ที่​จะนั่งพิงลังนั้น​รอ​ไปเรื่อย..​เมื่อไม่รู้​จะทำอะไร​ก็เลย​จับขอบผ้าอ้อมสำเร็จรูปของตัวเองแง้มดู​ความ​เป็น​ไปข้างในนั้น​เล็กน้อย
​และก็​ต้องหน้าเบ้..กลิ่น​ที่โชยออกมาสุดทนจริง ๆ​
ดี​ที่บาง​ส่วนมันแข็ง​ไปแล้ว​..ไอ้​ส่วน​ที่เคยเปียกก็เปียกทับเปียกซ้อนจนบวมฉึ่ง..ในใจก็นึกชื่นชมการซึมซับแบบไม่ไหลย้อนกลับของมัน..
​พร้อม ๆ​ ​กับเข้าใจถึงวันสบาย ๆ​ ของสาว ๆ​ ​ได้ขึ้น​มาบ้าง
มันคงบวม ๆ​ หนัก ๆ​ ยังงี้นี่เอง..
ฮี่ฮี่ฮี่...​(ทะลึ่งจัง -*-')

ทันใดนั้น​..อยู่​ ๆ​ แผ่นดินก็ไหวเยือก
ผมตกใจจนหัวใจตก​ไปอยู่​​ที่ผ้าอ้อม..แผ่นดิน​ที่ผมนั่งมันค่อย ๆ​ ทรุดตัวลงจากระดับพื้น..มีเสียงครางครืด ๆ​ ไม่ดังนักเกิดขึ้น​มาด้วย..
มัน​ใช้วิธีนี้ส่งของเข้า​ไปเองรึนี่??
พอรู้ว่าอะไร​​เป็นอะไร​..ผมก็อ้าปากหัวเราะแบบไม่มีเสียง..
สำมะเร็จจน​ได้..
ฮ่าฮ่าฮ่า...​
++++

​ใคร​จะ​ไปคิดล่ะว่า..​จะมีลิฟท์ซ่อนอยู่​ตรงพื้นซีเมนต์​ที่ลานกว้างคล้ายลานจอดคอปเตอร์นั้น​
พวกมัน​ใช้วิธีการลำเลียงของเข้า​ไป​โดยวิธีนี้?..ของในลังเหล่านั้น​​เป็นอะไร​?
ทำไมถึง​ต้องทำให้ยุ่งยากขนาดนี้ด้วย?
มัน​เป็นปัญหา​ที่เกิดขึ้น​ในหัวของผมขณะ​ที่ผม​และกองลังเหล่านั้น​ลดระดับต่ำลง​ไปเรื่อย ๆ​
ผมขยับตัวซุกเข้า​ไปในช่องวาง​ระหว่างกล่อง..ผม​ต้องหลบให้พ้นจากสายตาของพวกมัน..​ซึ่ง​จะรอผมอยู่​กี่คนข้างล่างนั้น​ก็ไม่รู้
ในเวลาไม่นานนัก..การเคลื่อนไหวของลิฟท์นั้น​ก็สิ้นสุดลง..ผมมาอยู่​ระดับเดียว​กับพื้น​ที่ห้องใต้ดินแล้ว​
มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น​จาก​ใครหลาย ๆ​ คน มีเสียงตะโกนสั่งการให้ขนย้ายลังเหล่านั้น​​ไปในอีก​ที่หนึ่ง​..
ผมยื่นหน้าพ้นขอบลังขึ้น​มาดูสถานการณ์..แสงไฟสีแดงมองเห็นแว่บ ๆ​ ​แต่ไกล มีแสงนีออนเปิดอยู่​ในบางจุด..กระนั้น​พื้น​ที่​ส่วนใหญ่ก็ยังมืดสลัว
ผมออกคลานอย่างรวดเร็ว..สภาพเดียว​กับเจ้าโรเบิร์ต(อีกชื่อหนึ่ง​ของปีเตอร์คับ) ​คือมีเท้ามีมือกี่ข้างก็ซอยยิก ๆ​
ทันเวลา​พอดี..ลัง​ที่ผมอาศัยหลบซ่อนอยู่​มันถูกยกขึ้น​ด้วย​ใครคนหนึ่ง​..มันมองไม่เห็นผม​ซึ่งหลบอยู่​​กับเสาเหล็กทรงกลมต้นหนึ่ง​
ผมยังไม่กล้าเคลื่อนไหวมากกว่านั้น​ มองสำรวจสถาน​ที่​เพื่อประเมินสถานการณ์ตาม​ที่​ได้ถูกฝึกฝนมาจากชาติ​ที่แล้ว​
สภาพของมันไม่คล้ายห้องเก็บของใต้ดินทั่ว​ไป..ในพื้น​ที่​ที่ผมคำนวน​ความกว้างไม่ถูกนั้น​..ถูกกั้นไว้ด้วยห้องลูกกรงคล้ายห้องขัง..หากในนั้น​​เป็นชั้นเหล็ก​เพื่อวางอาวุธหลายชนิด​เอาไว้..
มัน​เป็นคลังสรรพวุธดี ๆ​ นี่เอง
อีกด้านหนึ่ง​​เป็นห้องกระจก..​เป็นกระจกสีขุ่นหรือกระจกฝ้า..ภายในนั้น​เปิดไฟสว่าง​แต่ผมเห็นเพียงเงาของคนสามสี่คนในนั้น​วูบไหว​ไปมา..มีเสียงพูดคุยดังออกมาเบา ๆ​ จำใจ​ความไม่​ได้..
ลึกเข้า​ไปใน​ที่สุด..​ความตะคุ่มมืดทำให้ผมไม่เห็นว่าภายในนั้น​​เป็นอะไร​..พวก​ที่ขนลังเหล่านั้น​เดินยกลังหายเข้า​ไปในบริเวณนั้น​..ผมคาดว่าน่า​จะ​เป็นห้องเก็บของ​ที่สำคัญอีกห้องหนึ่ง​..
ผมเอง..นั่งหลบเสาเหล็กอยู่​ตรง​ส่วนปลายของพื้น​ที่..เงยหน้าขึ้น​มองยังเห็นท้องฟ้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเท่า​กับพื้น​ที่ทรุดตัวลงมา..​และ​เมื่อลังไม้ลังสุดท้ายถูกยกออก​ไป..พื้นนั้น​ก็ค่อย ๆ​ ยกสูงขึ้น​​เพื่อ​ไปกลาย​เป็นพื้นซีเมนต์ข้างบนเหมือนเดิม
นี่ผม​กำลังถ่ายหนังเรื่อง​เจมส์บอนด์ภาค 18 อยู่​รึนี่??
จังหวะ​ที่เงยหน้านั้น​..ผมก็เห็นแผ่นเหล็กแบนยาวยื่นออกมาจาก​ที่ใด​ที่หนึ่ง​..ผม​ต้องขยี้ตาตัวเอง​เพื่อให้แน่ใจในสิ่ง​ที่เห็น..
เอ..ทำไมมันคล้ายใบพัดเฮลิคอปเตอร์?
ลอง​ใช้มือสัมผัสเสาเหล็กทรงกลม​ที่ผมหลบซ่อนอยู่​..มันรับน้ำหนักอะไร​ไว้?
แหงะ..​เป็นขาเฮลิคอปเตอร์จริง ๆ​
ผมมาหลบอยู่​ใต้ท้องของคอปเตอร์..รุ่นใหม่ล่าสุด​ซึ่ง​แม้​แต่กองทัพไทยก็ยังไม่เคยมี​ใช้
​ที่นี่มัน​ที่ไหนกันแน่?..
มัน​คืออะไร​กันแน่?
ผมตื่นตระหนกจนทำอะไร​ไม่ถูก​ไปชั่วขณะ!!
+++++

ขณะ​ที่หัวใจเต้นตึ้ก ๆ​ ด้วย​ความตื่นเต้น..ผมก็รีบกวาดสายตาสำรวจรอบตัว
พอลังใบสุดท้ายถูกยกออก​ไปแล้ว​..บริเวณนั้น​ก็ไร้ผู้คน..ดูเหมือนพวกมัน​จะเดินหายกัน​ไปใน​ส่วน​ที่ลึก​ที่สุดของห้องใต้ดินนั้น​​ไปแล้ว​..
ถึงกระนั้น​ผมก็ยัง​ต้อง ๆ​ ค่อย ๆ​ ขยับตัว..​และอาศัยเงามืด​เป็นฉากอำพราง..​เพราะไม่รู้ว่า​จะมีกล้องติดตั้งไว้​ที่ไหนอีกหรือเปล่า
เป้าหมายของผม​คือห้องกระจกห้องนั้น​..ผมอยากรู้ว่าคนในนั้น​คุยอะไร​กัน..หนึ่ง​ในสี่ห้าคน​ที่ผมเห็นเงาเคลื่อนไหว​ไปมานั้น​..มีฝ้ายอยู่​ด้วยหรือไม่
ใจหนึ่ง​นั้น​ผมก็ยังคิดอยู่​ว่าเธอคง​จะ​เอาตัวรอด​ได้..​แต่อีกใจหนึ่ง​ก็อด​เป็นห่วงไม่​ได้..การ​ที่เธอล่วงล้ำเข้ามาในรังแห่ง​ความลับของมันในครั้งนี้..มันคงไม่ปล่อยเธอออก​ไปง่าย ๆ​ แน่
อีกคนหนึ่ง​​ที่ผมอดห่วงไม่​ได้..เจ้าแว่นคนนั้น​..​เขาอุตส่าห์ช่วยชีวิตของฝ้ายไว้..​แม้​เขา​จะมี​ส่วนในการปล้น(ก็เงิน​ที่ปล้นมาอยู่​​ที่​เขานี่นา..)​แต่ผมก็ยังรู้สึกว่า​​เขาไม่น่า​จะ​เป็นโจรหรือผู้ก่อการร้าย​โดยอาชีพ
ท่าทางใสซื่อ..แววตา​ที่มองฝ้ายขณะเธอสลบไม่​ได้สติเต็ม​ไปด้วย​ความห่วงใยจากใจจริง..แค่นี้ผมก็มีเหตุผลพอ​ที่​จะไว้ชีวิต​เขาแล้ว​..
อะ..ลืม​ไป..ผมไม่ใช่สายลับนักฆ่าแล้ว​นี่นา..
-*-
++++++

ใน​ที่สุดผมก็มาหลบอยู่​ตรงเงามืดของกองสัมภาระ​ที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าใบอย่างหนาสีเขียว
มันอยู่​ใกล้​กับห้องกระจกจนพอ​ที่ผม​จะจับใจ​ความ​ที่พวกข้างในห้องคุยกัน​ได้
หูของผมกระดิกดุ๊กดิ๊ก​เพื่อรับสัญญานเสียง
"ผมไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนั้น​.." น้ำเสียงของ​เขาแสดงอาการร้อนรนเต็ม​ที่
จำ​ได้ว่า​เป็นเสียงเจ้าแว่น
มีเสียงหัวเราะจากคนสองคน..คนหนึ่ง​ห้าวต่ำ อีกคนหนึ่ง​แหลมสูงคล้ายเสียงหัวเราะของผู้หญิง
"ถึง​จะแก้ตัว​ไปก็ไม่มีประโยชน์..ข้อตกลงของเรามีอันล้มเลิก.."
"เดี๋ยว.." เจ้าแว่นแตกตื่น
"​จะล้มเลิกไม่​ได้เด็ดขาด..พวกผมทำตาม​ที่พวกคุณ​ต้องการทุกอย่างแล้ว​..เงินพวกคุณก็​ได้​ไปแล้ว​..พวกคุณ​จะยกเลิกสัญญา​ได้ยังไง?"
"แกเล่นไม่ซื่อ​กับพวกฉัน..แกพานังสายลับคนนั้น​มาด้วย.."
"​จะให้ผมบอกอีกกี่ครั้ง ว่าผมไม่เคยรู้จักหล่อนเลย​...​"
"แกรู้ไหม? ว่านังคนนี้​กับคู่รักของมันสร้าง​ความเสียหายให้​กับองค์กรของเราขนาดไหน? กว่าเรา​จะจับมัน​ได้เรา​ต้องสูญเสียเงินทองกอง​กำลัง​ไปมากมาย​..แกกลับ​ไปช่วยมันหนี..แล้ว​แกยังพามันมา​ที่นี่..​เพื่อให้มันเห็น​ความลับของพวกเรา..​จะบอกอะไร​ให้..เท่า​ที่แกยังมีลมหายใจอยู่​นี่..ก็นับว่าพวกฉันเมตตาแกมากพอแล้ว​.."
น่าแปลก​ที่เสียงโต้ตอบ​กับเจ้าแว่น ​เป็นเสียงผู้หญิง..ดูเหมือนหล่อน​จะ​เป็นเจ้านายของเจ้าของเสียงหัวเราะต่ำ ๆ​ คนนั้น​
"แกกลับ​ไปบอก​กับพวกของแก​ได้..ว่าต่อ​ไปนี้ทุกอย่าง​จะเลวร้ายมากยิ่งขึ้น​..ในฐานะะ​ที่พวกแกทำผิดสัญญา.."
"หมาย​ความว่า.."
"ใช่..​ไป​ได้แล้ว​.."
++++
สิ้นคำนั้น​..ดูเหมือนเจ้าแว่น​จะถูกผลักไสไล่ส่งให้ออกมาจากห้องนั้น​ด้วย​ใครคนหนึ่ง​..
มัน​กำลังคุมตัวของ​เขาออกมาจากห้อง..​เป็นบุรุษเล่นกล้ามหัวล้านเลี่ยนสะท้อนแสงว๊าบแวบ
เหมือนตัวโกงในหนังไม่มีผิด
เจ้าแว่นหน้าซีด..เหงื่อท่วมใบหน้า..​เขาพยายามตะโกนขอ​ความเห็นใจจากหญิงชายภายในห้องอีกหลายครั้ง..​แต่ไม่สำเร็จ..เจ้าตัวโตคนนั้น​ผลัก​เขาทีเดียวก็เซหลุน ๆ​ ​ไป
​เขาถูกดุนหาย​ไปใน​ความมืด..ใน​ส่วน​ที่ลึก​ที่สุดของห้องนั่นเอง
ปล่อยให้ผมนั่งเกาหัวด้วย​ความงุนงุง..
​แต่ผมยังไม่มีเวลาขบคิด..หญิงชายภายในห้องปรึกษากันเบา ๆ​
หูของผมกระดิกเต็ม​ที่
(แหะ..บรรยายเหมือนผม​เป็นลูกหมาเลย​แฮะ)
"แล้ว​​จะ​เอายังไง​กับมัน​ทั้งสองคน?"
ฝ่ายชาย​เป็นคนถาม..​เขา​กำลังหมายถึง​ใคร?
"รีดทุกอย่างเท่า​ที่มันรู้ออกมาให้หมด..จากนั้น​ก็เก็บซะ"
"​ทั้งสองเลย​รึ?"
"ใช่.." ​เป็นการลงเสียงหนัก ๆ​ คล้ายไม่พอใจของผู้หญิงคนนั้น​ แล้ว​ก็ถามเสียงสูง "ทำไม? ​จะเก็บนังผู้หญิงคนนั้น​ไว้สินะ.."
"เปล่า..ผมแค่เห็นว่าน่า​จะเก็บคนใดคนหนึ่ง​ไว้ก่อน..เผื่อเหตุการณ์มันไม่​เป็นอย่าง​ที่เราคิดอย่างน้อยเราก็​จะมีตัวประกันไว้คนหนึ่ง​..มันน่า​จะมีประโยชน์ต่อเรา.."
"นึกรึว่าฉันรู้ไม่ทัน.." ​เป็นเสียงกึ่งเย้ยหยัน..เหมือนสำเนียงของเมียหลวงจับ​ได้ว่าสามี​กำลัง​จะมีเมียน้อย..
"ฉันบอกว่าให้ฆ่ามันให้หมด..​และ​ต้องคืนนี้ด้วย..เข้าใจ๊?"
ฝ่ายชายยังไม่รับคำในทันที..ดูเหมือน​เขา​จะมีเหตุผลกว่า
"ไอ้ผู้ชายน่ะเราจับมันมา​ได้นานแล้ว​..ต่อให้มาถึงวันนี้มันก็คง​จะไม่ยอมพูดเหมือนเคย..เรา​จะฆ่ามันวันนี้เสียก็​ได้..​แต่ผู้หญิง..ผมว่าเรา​ต้องทรมานหล่อนดูสักพัก..กว่าหล่อน​จะยอมเปิดเผย​ความลับออกมา.."
"ไม่..ทำตาม​ที่ฉันสั่ง..ไม่งั้นฉัน​จะ​เป็นคนลงมือเอง.."
​เป็นเสียงเหี้ยมเกรียม​ที่สุดเท่า​ที่ผมเคย​ได้ยินจากผู้หญิงมา
หล่อน​จะ​เป็น​ใครก็ตาม..หล่อนน่ากลัวจริง ๆ​

เสียดาย​ที่ผมไม่มีเวลา​ที่​จะรออยู่​จนเห็นหน้าหล่อน​และ​เขาคู่นั้น​..
ตอนนี้ผมแน่ใจแล้ว​ว่าชาย​และหญิง​ที่​ทั้งสองคุยกันนั้น​​คือ​ใคร
คนหนึ่ง​นั้น​​ต้อง​เป็นฝ้าย ​ส่วนอีกคนหนึ่ง​นั้น​​ต้อง​เป็น "​เขา" คนนั้น​​ที่ฝ้ายเคยพูดถึง
หากผม​จะช่วยชีวิตของ​ทั้งสองให้​ได้ ผมก็​ต้องมีผู้ช่วย
ผู้ช่วยในเวลานี้ผม​จะหา​ได้​ที่ไหน?..ไม่มีทาง
เจ้าแว่น​เป็นทางเลือกคนสุดท้าย..ผม​จะทำทุกวิถีทาง​ที่​จะให้​เขาอยู่​ช่วยฝ้ายให้​ได้..
สมองแล่นปริ๊ด..​พร้อม​กับขา​ที่คลานปรู๊ด​ไปยัง​ส่วนลึกของห้องใต้ดินนั้น​ทันที..
ผมเชื่อว่าไม่มีเด็กคนไหนคลาน​ได้เร็วเท่าผมอีกแล้ว​..
ก็ขาของผมมีเทอร์โบ..ติดอินเตอร์คูเล่อร์ชนิดไม่ไหลย้อนกลับซะด้วยนี่นา..
อิอิ...​
+++++

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1529 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง หนูสิงห์ ภาค 2/8
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๔ พฤษภาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๐๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-7550 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 04 พ.ค. 2549, 16.47 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : blackapple [C-7559 ], [203.121.170.163]
เมื่อวันที่ : 05 พ.ค. 2549, 08.06 น.

​กำลังสนุกอยู่​เลย​

เขียนตอนใหม่เร็ว ๆ​ นะค่ะ​

รออ่านอยู่​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-7585 ], [83.180.66.251]
เมื่อวันที่ : 09 พ.ค. 2549, 03.13 น.

เข้ามาลุ้น​กับหนูสิงห์ด้วยจ้า

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : สัมผัสรักในใจเรา [C-7599 ], [58.9.16.3]
เมื่อวันที่ : 10 พ.ค. 2549, 19.18 น.

สนุกดีค่ะ​ อ่านรวดเดียว จากภาคแรก..จนถึงภาคล่าสุด

...​...​...​สำนวนโวหาร มนันยา ​คือ มันสส์สส จริงๆ​

...​...​...​...​...​...​รอตามค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น