นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๘ เมษายน ๒๕๔๙
มุมมืดในที่แจ้ง
เมฆาธาร
...ขอสักครั้ง​​ที่ผม​​จะอุทิศบท​​ความบางบท​​เพื่อ​​เป็นเฉกเช่นตะเกียงเจ้าพายุน้อย ๆ​​ เปล่งแสงริบหรี่ในคืนเดือนมืด​​ที่หมอกลงจัดเช่นนี้...
ขอสักครั้ง​ที่ผม​จะอุทิศบท​ความบางบท
​เพื่อ​เป็นเฉกเช่นตะเกียงเจ้าพายุน้อย ๆ​
เปล่งแสงริบหรี่ในคืนเดือนมืด​ที่หมอกลงจัดเช่นนี้

ผมเขียนเรื่อง​ราวออกแนวหลุดโลก​ไปหลายเรื่อง​
บางประเด็นก็ชวนขำ บางประเด็นก็แป๊ก
หลายเรื่อง​ก็สร้าง​ความงุนงงว่าตกลงจริงหรือลวง
จนบางทีพอเขียนเรื่อง​จริงเข้าก็ไม่มี​ใครเชื่อ
ฮิ ๆ​ ๆ​ ช่างน่าสมน้ำหน้า​และสะใจ จริง ๆ​
เอ้า เพิ่มสมเพชให้อีกอัน

ผมเพลิดเพลินเหลือฤดี​กับการใส่สีตีข่าว
สร้างเรื่อง​จริงผสมเท็จในการนำเสนอ​รายวัน
หาใช่อื่นใดไม่ ในชีวิตจริง หากเราพูดไม่จริง
ก็เข้าข่าย มุสาวาท ​ซึ่ง​เป็นการล่วงศีล
​แต่ในโลกแห่งวรรณกรรมหา​เป็นเช่นนั้น​ไม่
​โดยเฉพาะขยะวรรณกรรมของผม
ผม​สามารถสร้างเรื่อง​ราวบ้าบอคอแตก​ได้อย่างอิสระ
ราว​กับนกน้อย​ที่บินทะลุ​ไปในอวกาศ​ได้

หนทางดื่มด่ำสุนทรียภาพชีวิตของคนโลก ๆ​ อย่างผม
ทำ​ได้​โดยการสวมแว่นหลากสีเพ่งมองภาพชีวิต​ที่ผ่าน​ไป
ประหนึ่ง​แผ่นฟิล์ม​ที่ไม่อาจกำหนดยาวสั้น​ได้
หลายครั้ง ผมรัก​ที่​จะอยู่​ในฐานะผู้ชมเท่านั้น​

คน​ส่วนหนึ่ง​ในโลกใบนี้
ไม่นิยมชมชอบการยุ่งเรื่อง​ชาวบ้าน
ผมก็อยู่​ในกลุ่มก๊วนนั้น​ด้วยเช่นกัน
​แต่บางครั้งการไม่ยุ่งก็ไม่​ได้แปลว่าห้ามมุง

บริเวณหน้ารถเข็นขายชายสี่หมี่เกี๊ยว
ชายไว้เคราสักลายพร้อย​ทั้งตัว
​กำลังลงมือตบตีสาววัยรุ่นผอมแห้งแรงน้อยคนหนึ่ง​
หากเทียบด้วยสรีระตลอดจนพละ​กำลังแล้ว​
​ทั้งคู่ไม่ใช่คู่ต่อยตี​ที่สมน้ำสมเนื้อกันเลย​​แม้​แต่นิดเดียว

นี่มันปัญหา​ความรุนแรง​และการลิดรอนเสรีภาพทางเพศหรือเปล่า?
จู่ ๆ​ มโนธรรม​ใครบางคนใน​ที่นั้น​ก็​ได้เกิดขึ้น​
​เขา​คือ​ใครมาจากไหนไม่มี​ใครทราบ​ได้
รู้เพียงว่า​เขาตรงเข้า​ไปห้ามให้​ทั้งคู่หยุดวิวาทกัน

"มึง​ไปไกล ๆ​ ตีนเลย​ เดี๋ยว​จะโดนอีกคน
ผัวเมีย​เขาทะเลาะกัน มันหนัก​ส่วนไหนของมึง"

​จะด้วยเสียหน้าหรือโกรธไม่ทราบ​ได้
พลเมืองดีปริศนาคนนั้น​ก็ถอยฉากแล้ว​จาก​ไป

นาฏกรรมบนลานกว้างในเย็นวันนั้น​
ผ่านสายตานับร้อยคู่ จากผู้ชมข้างถนน
​และรถสองแถว​ที่สัญจรผ่าน​ไปมา
ต่อ​เมื่อเห็นท่าไม่ดี กลุ่มสมาคมคนช่างมุง
​ที่กลัวลูกหลง ก็กระเตงอุ้มลูกเล็กเด็กแดงของตัว
ผละจาก​ไปทีละคนสองคน จนเริ่มบางตา

ผมยังคงจับตาดูเหตุการณ์อยู่​ห่าง ๆ​
ไอ้เสือสักลายมันขี่มอเตอร์ไซด์​ไปไกลแล้ว​
ทิ้งเด็กสาวสะรุ่นร้องไห้โฮในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอน
ตัวเต็ม​ไปด้วยเลือด ​โดยเฉพาะช่วงบริเวณปาก​และลำคอ
ถึงตอนนี้แม่ค้าชายสี่เริ่ม​จะขอมีบทบาท​บ้าง
ป้าแกเข้า​ไปประคองร่างสั่นเทานั้น​ขึ้น​มา
​และพบว่าท้องเด็กสาวถูกมีดแทงค่อนข้างลึก

ถึง​จะไม่​ได้อยู่​ใกล้​ที่เกิดเหตุ
​แต่ก็ไม่ไกลเกิน​ได้ยินเสียงสะอื้นไห้​เป็นช่วง ๆ​
ประมาณว่ามันไม่ใช่ผัวหนูอะไร​ทำนองนี้
อีกไม่นาน ตำรวจคงมาถึง​ที่เกิดเหตุ
แล้ว​คนเจ็บก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลละแวกนั้น​
ชาวบ้านก็​จะพูดถึงเรื่อง​นี้กันอยู่​พักหนึ่ง​
เรื่อง​​ทั้งหมดนี้พอ​จะเดา​ได้ ไม่น่าตื่นเต้นอะไร​นัก
ผมจึงไม่ใส่ใจติดตามต่อ

ถัดจากนั้น​อีก 2 วัน
ผม​ได้ฟังถึง​ที่มา​ที่​ไปอันชวนให้สลดใจจากปากแม่ค้าชายสี่
​ที่จริงแล้ว​ วัยรุ่นสาวคนนั้น​​กับมนุษย์เครายอดนักสัก
ไม่​ได้​เป็นผัวเมียกัน ไม่ใช่ญาติพี่น้องหรือ​เพื่อน
​และไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ

ชายฉกรรจ์​ที่อ้างตัว​เป็นสามี
​ที่แท้แล้ว​ก็พวกโจรสิบแปดมงกุฎลักทอง
มันทุบตีหญิงสาวจนพูดไม่ออก
แถมกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาช่วย
ด้วยการอ้างว่าอย่ายุ่งเรื่อง​ผัวเมียทะเลาะกัน
แล้ว​มันก็​เอาสร้อยคอทองคำของเด็กสาว​ไป

คืนนี้ผมยังหลับไม่ลง ​ได้​แต่นอนคิดเรื่อง​
ภัยมืดใน​ที่โล่งแจ้งของเด็กสาวคนนั้น​
ผมปิดเครื่องปรับอากาศ แล้ว​เปิดหน้าต่าง
รับลมเย็นๆ​จากด้านนอกของห้องนอน

หมอกเริ่มจางลงแล้ว​ ลม​ที่แรงก็ทำท่าเหมือน​จะสงบ
แสงวูบวาบของหิ่งห้อย 3 - 4 ตัวแลดูนวลตาดีเหลือเกิน
จนผมอดทึกทัก​เอาเองไม่​ได้ว่า
นี่​คือของขวัญในคืนเดือนมืด​ที่ธรรมชาติมอบให้ผม

ขอสักครั้ง​ที่ผม​จะอุทิศบท​ความบางบท
​เพื่อ​เป็นเฉกเช่นตะเกียงเจ้าพายุน้อย ๆ​
เปล่งแสงริบหรี่ในคืนเดือนมืด​ที่หมอกลงจัดของ​ใครอีกหลาย ๆ​ คน

http://damrongheha.bloggang.com

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1503 Article's Rate 12 votes
ชื่อเรื่อง มุมมืดในที่แจ้ง
ผู้แต่ง เมฆาธาร
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๓๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๘ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ใบตอง [C-7440 ], [203.144.213.3]
เมื่อวันที่ : 28 เม.ย. 2549, 08.34 น.

การบรรยายเรื่อง​ ทำให้เห็นภาพ ​และจูงใจคนอ่านให้คล้อยตาม
มองเห็นแง่มุม​ที่สะท้อนปัญหา​ที่เกิดขึ้น​...​..
คำพูดติดปาก​ที่ว่า " เรื่อง​ผัว-เมีย อย่า​ไปยุ่ง"...​...​

บางทีสิ่ง​ที่เห็น...​. อาจ​จะไม่ใช่​ความจริงก็​ได้​ใคร​จะรู้...​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ด้วงน้อย คอยรัก [C-7445 ], [203.130.159.6]
เมื่อวันที่ : 28 เม.ย. 2549, 14.31 น.

อ่านแล้ว​รู้สึกเศร้าใจออย่างไรก็มิรู้ เหมือน​กับว่าคนในสังคมไทยนั้น​มิ​ได้อยู่​กัน​เป็นสังคม อันใด​ที่มิ​ได้เกี่ยวข้อง​กับประโยชน์ตัวมิอยากข้องเกี่ยว หาก​จะมีปฎิสัมพันธ์กันนั้น​ก็​เป็นเพียงปฏิสัมพันธ์กันในเรื่อง​ของผลประโยชน์ หรือไม่ก็​เป็นเพียงปฏิสัมพันธ์แบบทุติยภูมิอันแห้งแล้ง​ที่มีไว้​เพื่อการดำรงชีวิตในสังคม

ขอแสดง​ความชื่อชมต่อผู้​แต่ง​ที่ทำให้คน​ที่อ่านเกิดสะกิดใจใน​ความ​เป็น​ไปของสังคมยุคทุนนิยมสามานย์

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-7454 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 29 เม.ย. 2549, 01.13 น.

สวัสดีค่ะ​คุณเมฆาธาร

มาตามคำขอค่ะ​ อิๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​
เรื่อง​นี้ ​จะว่า​ไปแล้ว​ เขียน​ได้ดีนะคะ​ ​สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายของผู้เขียน(รึเปล่า) ​คือ ทำให้คนอ่านรู้สึกสะเทือนใจ​ไปด้วย พี่พิลอ่านแล้ว​ ก็สะเทือนใจค่ะ​ สงสารเด็กสาวคนนั้น​ ​และเศร้าใจ​ไป​กับสังคมไทย ในชีวิตจริง อย่างน้อย ​ถ้า​ใคร โทร.​ไปแจ้งตำรวจมาระงับเหตุเสียหน่อย​ก็น่า​จะ​ได้นะคะ​ ไม่น่า​จะยืนมุงดูกันเฉยๆ​เหมือนดูละครเร่อย่างนั้น​เลย​ ​เอาละค่ะ​ นั่น​เป็นเรื่อง​ของ​ความจริงในเรื่อง​​แต่งนะคะ​

ว่าด้วยลีลาการนำเสนอ​ คุณเมฆาธารมีลีลาการนำเสนอ​​ที่ดูเท่ ​คือ ตอนแรก คนอ่านไม่รู้ว่า​จะมาไม้ไหน ก่อน​จะนำเข้าสู่เรื่อง​ ​ที่ผู้อ่านอ่านจบแล้ว​ ก็ยังไม่รู้ว่า​เป็นเรื่อง​​แต่งหรือเรื่อง​จริง ​คือ ในชีวิตจริงมันก็มีเกิดขึ้น​ ​แต่ขณะเดียวกัน อาจ​จะ​เป็นแง่มุม​ที่ผู้เขียน นำ​ความจริงมาเขียนให้​เป็นเรื่อง​​แต่ง
พี่พิลชอบการเปรียบเทียบ ในหลายๆ​ตอนค่ะ​ เช่น

...​.ทำ​ได้​โดยการสวมแว่นหลากสีเพ่งมองภาพชีวิต​ที่ผ่าน​ไป
ประหนึ่ง​แผ่นฟิล์ม​ที่ไม่อาจกำหนดยาวสั้น​ได้...​

...​..​เพื่อ​เป็นเฉกเช่นตะเกียงเจ้าพายุน้อย ๆ​
เปล่งแสงริบหรี่ในคืนเดือนมืด​ที่หมอกลงจัดของ​ใครอีกหลาย ๆ​ คน...​.

​และ​ที่สำคัญ คุณเมฆาธาร เล่น​กับคำว่า "มืด" ​และ "สว่าง" หรือ "แสง" ​และ "แจ้ง" ​ได้ดีค่ะ​ ทำให้เรื่อง​ดูมี​ความหมาย​และมีวรรณศิลป์ในการสื่อ​ความมากขึ้น​


​โดยรวมเรียกว่าดีค่ะ​ ​ที่มีเขียนผิดหนึ่ง​คำ ​คือ คำว่า ริดรอน ​ต้องเขียนว่า ลิดรอนค่ะ​
​จะรออ่านเรื่อง​ต่อ​ไปนะคะ​ (แนวไหนก็อ่าน​ได้ค่ะ​ ​แม้​จะเสียดสี ตลกเฮฮา หรือรักหวานจ๋อย ลอง​ไปอ่านบทบรรณาธิการ​ที่พี่พิลเขียนดูนะคะ​ ​ที่บอกว่า คนอยากเขียน ควรลองฝึกเขียนหลายๆ​แบบ ​เพื่อหาแบบ​ที่เหมาะ​กับตัวเอง)

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นายเบียร์ [C-7460 ], [58.136.102.142]
เมื่อวันที่ : 29 เม.ย. 2549, 09.44 น.

หวังว่าไม่ใช่เรื่อง​จริงนะครับ​ ​แต่ถึงจริงผมก็ไม่สงสัยในวิธีกระบวนการคิดของคนเมือง...​

จริงๆ​ตามกฎหมายก็ระบุว่าการ​ใช้​ความรุนแรงต่อเพศแม่ การอ้างว่าผัวกระทำต่อเย​เป็นสิ่งยอมรับไม่​ได้

ขอให้อย่ามีเหตุการณ์เช่นนี้อีกเลย​ครับ​

ขอบคุณ​ที่เข้า​ไปอ่านบอลคผมนะครับ​ ขอเชิญอีกบ่อยๆ​ครับ​

http://nostradabeer.bloggang.com

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ดำรงเฮฮา [C-7487 ], [58.9.55.63]
เมื่อวันที่ : 30 เม.ย. 2549, 00.21 น.

ขอบ​พระคุณทุก ๆ​ ​ความเห็นนะครับ​
ด้วงน้อยคอยรัก ยังคมเหมือนเคย
พี่พิลกริม อาจารย์ผู้น่ารักเสมอ
คุณใบตอง ​เพื่อนออนไลน์จุ๋มจิ๋ม​แต่เจ๋งจริง
​และยังคงเปิดรับ​ความเห็นเรื่อย ๆ​ นะครับ​
​เพื่อการปรับปรุงแก้ไข​ที่น่า​จะดีขึ้น​ต่อ ๆ​ ​ไป
กระผม เมฆาธาร น้อมรับด้วยใจครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : อี๊เซ็งกู [C-7495 ], [58.136.169.130]
เมื่อวันที่ : 30 เม.ย. 2549, 13.09 น.

อัน​ที่จริงมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น​บ่อย หลายรูปแบบมาก เท่า​ที่จำ​ได้ไม่น้อยกว่า 5 กระมัง
1. น้อง​ที่ทำงานด้วยกันเจอ​กับตัวเอง ​คือ เจอผู้ชายคนหนึ่ง​ ​กำลังตบตีหญิงสาวบนรถเมล์ พอผู้หญิงด่ากลับ​โดย​ใช้สรรพนามตามสัญชาตญาณว่า "ไอ้สัตว์" ชายคนนั้น​ก็ยิ่งตบแรงขึ้น​​ไปอีก พอคน​จะเข้ามาช่วย "ไอ้สัตว์"ตัวนั้น​ก็ตะโกนว่า "เรื่อง​ของผัวเมียโว้ย อย่าเสือกกกก...​" เท่านั้น​แหละ​ทุกคนก็หยุดไม่มี​ใครช่วย หลังจากนั้น​อีกประมาณ 2 ป้าย ชาย"สัตว์"ตัวนั้น​ (เอ้ย)คนนั้น​ ก็ลง​ไป หญิงสาวยืนร้องไห้ จนยายคนหนึ่ง​ถามว่า ผัวเมียนะค่อย ๆ​ พูดกันก็​ได้ หญิงสาวนั้น​จึงบอกว่า หนูไม่รู้จัก​เขามาก่อน ​เขามาทำลวนลามหนู หนูก็เลย​ด่าว่ามัน มันก็ตบตี แล้ว​ก็พูดอย่างงั้น --เธอพูด​ทั้งน้ำตา ...​..สรุปว่า ...​ผู้ชาย​ที่ทำเลว​กับผู้หญิง​จะ​ได้รับการนิรโทษกรรมด้วยการอ้างตัวว่า​เป็น "สามี"งั้นหรือ??????
2. ภัย​ที่เกิด​กับผู้หญิง—มีอยูว่า เธอขับรถกะบะ(เปิดท้าย) เข้า​ไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง​ ​เพื่อ​ไปซื้อของ ​เมื่อเธอเสร็จธุระจากการจับจ่ายแล้ว​ ก็กลับมา​ที่รถ ​และ​เอาของขึ้น​รถ ปรากฎว่าเธอเห็นถุงพลาสติกสีขาวใบหนึ่ง​​เอาเชือกมัดปากถุงไว้ ประหนึ่ง​เซนต้า​จะมาให้ของขวัญ ต่อ​เมื่อเธอเปิดออกดู ก็มีควันลอยพุ่งออกมาจกถุง จากนั้น​เธอก็หมดสติ​ไป ...​.เธอตืนขึ้น​มาอีกทีในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง​ ​พร้อม​กับเรือนร่าง​ที่เปลือยเปล่า ​ทั้งรถ ...​​ทั้งเงิน ​และสิ่งของมีค่าต่าง ๆ​ ​ได้หาย​ไปหมดแล้ว​ เหลือไว้เพียงตราบาปในหัวใจจากถุงพลาสติกใบนั้น​ ...​.เรื่อง​นี้มิ​ได้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์แน่นอน ​เพราะว่าเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอ​จะหาคนร้าย​ได้อย่างไรหรือ คนร้ายมีหน้าตาอย่างไร มันมากันกี่คน มันทำอะไร​ ​และ​จะเสียหายมากกว่านั้น​หากแจ้ง​ความ...​...​...​...​.นี่​คือเรื่อง​จริงผ่านเน็ต (​เพื่อนคนหนึ่ง​เล่า ต่อ ๆ​ กันมา)
3. ​ความใจดีของหญิงสาวทำให้ชีวิตบัดซบ!!!!!
เรื่อง​นี้ก็​เป็นเรื่อง​จริงอีกเหมือนกัน มีเจ้าทุกข์แน่นอน ​แต่คงไม่​ได้​เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ ​เขาเขียนตือนกัน เรื่อง​มีอยู่​ว่า น้องสาวของผู้เขียน เธอ​ได้เจอเด็กประมาณ 5-6 ขวบยืนร้องไห้ บอกว่าหลงทางกลับบ้านไม่ถูก ​และบอกให้เธอช่วยพา​เขากลับบ้าน ​โดยยื่นกระดาษ​ที่เขียน​ที่อยู่​บ้านให้ ด้วย​ความใจดี​และมีเมตตา เธอจึงพาเด็กคนนั้น​​ไปส่ง​ที่บ้านตาม​ที่อยู่​ดังกล่าว ทันใดนั้น​ ​เมื่อเธอกดกริ่งบ้าน ​พร้อม​กับถามว่า มี​ใครอยู่​หรือเปล่า ก็มีคนจู่โจมเข้ามาทางด้านหลัง ​พร้อมด้วยยาสลบโปะเข้า​ไป​ที่จมูกเธอหมดสติ​ไป ​เมื่อตื่นขึ้น​มาอีกที เธอก็ถูกขืนใจ​และทิ้งไว้ในบ้านร้างแห่งหนึ่ง​...​..​เขาจึงเตือนกันมาว่า หากมีเด็กบอกว่าให้พา​ไปส่งบ้าน ให้นำตัวส่งสถานีตำรวจ อย่า​ไปตาม​ที่อยู่​​ที่​เขาแจ้งให้ ...​.คนเขียนนั้น​เล่า​และด่าด้วยอาการเคียดแค้นมาก ...​..ไม่แน่ใจว่าเรื่อง​นี้มาจากเว็บของดำรงเฮฮาหรือเปล่า ​ถ้าใช่ ก็ถือว่าหน้าแตกก็แล้ว​กันนะ หรือมองในแง่ดีก็​คือการเตือนภัยแก่หญิงสาว​ทั้งหลาย...​...​...​
มีอีกหลายเรื่อง​ ไว้​จะเขียนมาเล่า​เพื่อแบ่งปันข่าวสารกันนะคะ​...​...​ขอบคุณ​ที่มี​ส่วนรวมในงานประพันธ์ของคุณ...​...​.ดำ...​...​รง..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : ดำรงเฮฮา [C-7512 ], [58.9.57.54]
เมื่อวันที่ : 02 พ.ค. 2549, 04.21 น.

^
^
^
...​...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : คนผ่านมา [C-7573 ], [203.188.29.190]
เมื่อวันที่ : 06 พ.ค. 2549, 20.45 น.

​ถ้า​จะ​เอาดีทางด้านงานเขียน บอกนามปากกามาล่วงหน้าด้วย ​เพื่อ​ที่​จะ​ได้ติดตามผลงาน ​และขออนุโมทนา​กับการ​ไปปฏิบัติธรรม สาธุ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น