นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๐ เมษายน ๒๕๔๙
ฤๅเธอก็มีอยู่จริง?? #จบ
รันนรา
...ตอนแรก..น้ำขอแยกตัวกลับบ้าน เธออ้างว่า​​ที่บ้านมีญาติมาจากกรุงเทพฯ คง​​จะไม่ดี​​ถ้าเธอ​​จะหนีเ​​ที่ยวเพียงคนเดียวในคืนนี้ ต่อไม่ยอม..​​เขาพยายามตื๊อจนเธอใจอ่อน...
ตอนแรก..น้ำขอแยกตัวกลับบ้าน เธออ้างว่า​ที่บ้านมีญาติมาจากกรุงเทพฯ คง​จะไม่ดี​ถ้าเธอ​จะหนีเ​ที่ยวเพียงคนเดียวในคืนนี้
ต่อไม่ยอม..​เขาพยายามตื๊อจนเธอใจอ่อน
"ผมสองคนอุตส่าห์ขึ้น​มา​เพื่อให้น้ำพาเ​ที่ยวเชียงใหม่บ้าง..พรุ่งนี้น้ำก็ไม่ว่างไม่ใช่หรือครับ​..อย่าให้เราสองคนเสียเ​ที่ยวเปล่าเลย​.."
เธอทำหน้าเจื่อน ๆ​ คง​จะอึดอัดใจอยู่​ไม่น้อย..
"​ถ้าไม่สะดวก​ก็ไม่​เป็นไรหรอก..ไอ้ต่อเอ็งก็อย่าให้เธอลำบากใจนักเลย​..เรายังอยู่​อีกหลายวันไม่ใช่หรือ ​เอาไว้วันหลังก็​ได้.."
ผมพยายามช่วยเธอ..​แต่เธอกลับตัดสินใจตรงกันข้าม
"ก็​ได้ค่ะ​..​แต่คงอยู่​ดึกมากนักไม่​ได้..ว่า​แต่นัดกัน​ที่ไหนคะ​?"
ไอ้ต่อแทบกระโดดตัวลอย..กุลีกุจอเปิดประตูรถให้เธอ
"เห็นไอ้หนุ่มมันบอกว่า​จะ​ไปร้าน "สองสลึง" ครับ​ ​เขาบอกว่าคนเต็มตลอดเลย​​ถ้าไม่รีบ​ไปจอง​ที่.." ​เขากระโดดขึ้น​นั่งประจำ​ที่คนขับ ​ส่วนผมเดินจ๋อง ๆ​ ​ไปนั่งอยู่​เบาะหลัง
น้ำพยักหน้า..ผมสั้นเปล่งประกายล้อไฟเหมือนในโฆษณายาสระผม
กลิ่นหอมของเธอโชยมา​พร้อม​กับแอร์คอนดิชั่น..คนนั่งหลังก็​ได้​แต่ดอมดมอยู่​อย่างนั้น​..
"ร้านบ้าอะไร​ชื่อทะลึ่งอย่างงั้น ตั้งเข้า​ไป​ได้เส้นสองสลึง"
ผมบ่นเบา ๆ​
"บ้า.." น้ำตวาดแว๊ด..เธอบอกกลั้วหัวเราะ
"ร้านสองสลึงย่ะ..​เป็นผับกึ่งเธค..ตอนนี้วัยรุ่น​กำลังนิยมกันมาก...​."
ผมหัวเราะแก้เก้อ..เจ้าต่อ​ได้ทีก็ขี่แพะมาเลย​
"ไอ้นี่มันทะลึ่งครับ​..นอกจากขี้เมาแล้ว​ยังทะลึ่งอีกด้วย.."
น้ำพยักหน้าหงึกหงัก..ช่างเข้ากัน​ได้​เป็นปี่​เป็นตะโพน​โดยแท้
ผมเหม่อมอง​ทั้งสองคุยกันด้วยหัวใจอันว่างเปล่า..
รถเคลื่อน​ที่​ไปช้า ๆ​ เชียงใหม่ยามราตรีมีรูปลักษณ์อีกรูปแบบหนึ่ง​​ที่แฝงเสน่ห์​เอาไว้ทุกอนู
ยวดยาน​ส่วนใหญ่​จะ​เป็นมอเตอร์ไซค์ ผมเห็นวัยรุ่นหนุ่มสาวนั่งซ้อนกัน​เป็นคู่ ๆ​ น่าอิจฉา
หันมองดูตัวเอง..สังเวชจน​ต้องถอนหายใจดังเฮือก..
รถวิ่งผ่านคูเมือง..กำแพงสีแดงอิฐตั้งทมึนอยู่​​เป็นจุด ๆ​ รายล้อมด้วยน้ำใสสะอาดตา มีบ้าง​ที่ทำน้ำพุประดับไฟแสงสีให้สวยงาม
​ได้ยินเสียงน้ำบอกเส้นทาง​กับ​เพื่อน..เสียงของเธอหวานใส..เธอคง​จะนึกสนุกอยู่​ไม่น้อย​ที่​จะ​ได้เ​ที่ยวในคืนนี้
น่าแปลก..​ที่เสียงนี้​จะ​เป็นเสียงเดียว​กับ​ที่เค้นออกมาด้วย​ความรู้สึกไม่​ได้ดังใจ เสียงนั้น​ยังวนเวียนอยู่​ในหู
"ฉันกลับเห็นไอ้ขี้เท่อคนหนึ่ง​​ที่พยายามกลบ​ความเสียใจด้วยเบียร์​และเหล้า..​เขา​เป็นผู้ชาย​ที่อ่อนแอกว่าฉัน​ซึ่ง​เป็นผู้หญิงซะด้วยซ้ำ..​เขาไม่พยายาม​จะทำอะไร​เลย​​เพื่อ​จะทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น​มา..เฝ้า​แต่ตอกย้ำ​ความอาภัพ​ความยากจนของตนเอง..ทิ้งชีวิตให้ผ่าน​ไปวัน ๆ​ ราว​กับคนสิ้นคิด.."
ด้วยประโยคนี้แท้ ๆ​ ​ที่ช่วยฉุดดึงให้ผมหลุดออกมาจากหลุมแห่ง​ความเจ็บช้ำ..ปลักแห่ง​ความเจ็บปวดจากฤทธิ์รัก
​และเสียงเดียวกันนี้เอง..​ที่ทำให้ผมไม่เข้าใจหัวใจตัวเอง​แม้ในขณะนี้
"นาย​เป็นคนเดียว​ที่ฉันไว้ใจ​ที่สุดในตอนนี้.."
+++++

​ความเจ็บปวดจากการอกหัก..​เมื่อเทียบ​กับ​ความเจ็บปวดจากการแอบรัก..คุณว่าอันไหน​จะเจ็บปวดมากกว่ากัน?
​และ​ถ้าให้คุณเลือก..คุณ​จะเลือกอกหักหรือแอบรัก?
ผมน่ะเหรอ? ไม่ครับ​..​ถ้าเลือก​ได้ผม​จะไม่เลือกเลย​
ก็​เพราะ​ความรักไม่ใช่หรือ? ​ที่ทำให้ผม​เป็นอย่างนี้
ผมเผ้ายาวรุงรัง หนวดเคราไม่โกน..ปล่อยตัวเองให้ผอมซีดตาโรยช้ำมา​เป็นเวลาเนิ่นนาน..
กินเบียร์ต่างน้ำ..ถึงเวลานอนก็กลิ้ง​เป็นร้อยตลบกว่า​จะหลับลง​ได้..เจ็บช้ำฟูมฟาย..โทษดินโทษฟ้า​และโทษตัวเอง​เป็นครั้ง​ที่ล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสน..
ก็​เพราะ​ความรักไม่ใช่หรือ? ​ที่ทำให้ผม​เป็นอย่างนี้
ผมเข็ดแล้ว​..ผม​จะไม่รัก​ใครอีกแล้ว​..
"รันคะ​..​เป็นไร​ไป..นั่งเงียบเชียว?"
เสียงหวานใสหันมาถาม..
ดวงตากลมโตคู่นั้น​..บ่งบอก​ความห่วงใยมาเต็มเปี่ยม
"ยังกลุ้มใจเรื่อง​​เมื่อกลางวันอีกหรือคะ​..ไม่​ต้อง​เป็นห่วงมากหรอก..คุณพ่อของน้ำก็​เป็นตำรวจ..หนักหนาอย่างไรน้ำว่าท่านก็คงพอ​จะช่วย​ได้.."
ผมยิ้ม..รู้สึกตื้นตันขึ้น​มาอย่างช่วยไม่​ได้
"เอ็งก็อย่าคิดมาก​ไปเลย​.." เจ้าต่อเสริมมาอีกคน "ข้ายัดเงิน​ทั้งตำรวจ​และไอ้จวกนั่น​ไปไม่น้อย..รับรองว่าเรื่อง​จบแน่ ๆ​"
"เอ็งเลย​​ต้องเดือดร้อน​เพราะข้าอีกแล้ว​.." ผมบอก​เขาเบา ๆ​
"เฮ่ย..​เพื่อนมีเรื่อง​เดือดร้อนก็​ต้องช่วยกันสิวะ..หรือเอ็งยังแค้นมันไม่หาย..เอ็ง​จะให้ลูกน้องของพ่อข้ายกพวกมายำมันถึงนี่ก็ยัง​ได้นะโว้ย.."
"ไม่​ต้องเลย​.." ผมรีบบอก​เขา "อย่าให้เรื่อง​มันใหญ่​ไปกว่านี้เลย​..ข้าไม่​ต้องการให้​ใคร​เขาเข้าใจว่าข้ามีเรื่อง​​กับมัน​เพราะมันมาแย่งแฟนข้า ​ที่ข้าชกมัน​ไปวันนี้ก็​เพราะมันมาดูถูกน้ำต่อหน้าต่อตาข้าเท่านั้น​.."
"เอ็งน่า​จะกระทืบมันให้คางเหลืองกว่านี้.." ต่อทำฟึดฟัด.."​เป็นข้าไม่ยั้งแน่..​ถ้ามีปืนรับรองมันตาย.." เสียงของ​เขาจริงจังมาก..มากจนผม​และน้ำ​ต้องเงียบกริบ
ผมนั้น​เงียบ​เพราะไม่อยากต่อ​ความยาว..​แต่​ที่น้ำเงียบผมไม่รู้ว่า​เป็น​เพราะอะไร​
ผมไม่เห็นสีหน้าของเธอ..ผมจึงไม่รู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร
"ทำไมนะ..คน​ที่มีเงินมีอิทธิพลถึง​ต้อง​เป็นอย่างนี้ทุกคน.."
เธอรำพึงออกมา..
+++++

ดวงตาแสดง​ความห่วงใยคู่นั้น​ยังติดตาผม​ไปทุก​ที่
​แม้เรา​จะถึงร้าน "สองสลึง" นั่นแล้ว​..ผมก็ยังสลัดไม่หลุด
หรือผมชอบเธอเข้าจริง ๆ​
หรือว่า..ผมเริ่มรักเธอเข้าแล้ว​จริง ๆ​ ??
ผมเขกหัวตัวเอง..มัน​จะ​เป็น​ไป​ได้อย่างไร?
แล้ว​ผมก็​ต้องตกใจ..อยู่​ ๆ​ ก็มีคนวิ่งเข้าหาผม..ส่งเสียงทักทายมา​แต่ไกล..
"รันคะ​..เย้..นีดีใจจังเลย​.."
ผมดึง​ความรู้สึกกลับเข้าสู่โลกปัจจุบัน..ยิ้มรับคำทักทายนั้น​..
นีรนุช เด็กสาววัยแรกผลิ..เบ่งบานอยู่​ในเสื้อคอกว้างผ้ายับย่นหลากสี..ผิวขาวผ่อง..แก้มอิ่ม..ดวงตายิบหยี..ดูน่ารักกว่า​ที่พบในกรุงเทพฯ มากมาย​
เธอแทบ​จะถลาเข้ามมาชนผม..ผม​ซึ่งยังยืนนิ่งขึงอยู่​อย่างนั้น​
"คิดถึงรันจังเลย​.."
ผม​จะทำอะไร​​ได้..นอกจากยิ้ม..
"เราเข้า​ไปข้างในกันดีกว่าค่ะ​..​เพื่อน ๆ​ รออยู่​แล้ว​.."
นีชักชวน หัน​ไปทางน้ำ..
"นึกว่าเธอ​จะไม่มาซะแล้ว​..เห็นว่าไม่ว่าง..ดีจัง..คืนนี้​จะ​ได้สนุกให้สุด ๆ​ ​ไปเลย​.."
น้ำเองก็​ได้​แต่ยิ้มเช่นเดียว​กับผม..
​เป็นยิ้ม​ที่​ใครก็อ่านไม่ถูก..ว่าเธอเต็มใจ​จะยิ้มหรือไม่
​กับประโยคนั้น​ของนี.."คิดถึงรันจังเลย​.." ​จะทำให้เธอรู้สึกอย่างไรหรือไม่
ผมไม่กล้าคิดจริง ๆ​
++++

ร้านนั้น​..จงใจสร้างกำแพงเหลี่ยม ๆ​ ครอบสถาน​ที่โล่ง ๆ​ ขนาดไม่ใหญ่นัก​เอาไว้..​เพื่อขังคน​ที่หลงเข้ามาให้หูอื้อจากเสียงเพลง​และแสบจมูกจากควันบุหรี่
อีก​ทั้งยังทำให้ตาแทบหลุด​เพราะ​ความหล่อกแล่กจาก​ความหลากหลายของเสื้อผ้าคับติ้วบางเบาบนร่างของสาวแรกรุ่น
ไม่น่าเชื่อว่าในเชียงใหม่คนเ​ที่ยว​จะมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายขนาดนี้..
ผมงุนงง..ดนตรีแผดเสียงสนั่นหู นั่งร้อง​แต่งตัวประหลาดร้องลิ้นคับปากไม่​เป็นภาษา​กำลังนัวเนียอยู่​​กับไมค์​ที่ดูเหมือน​เขา​จะอมมันเข้า​ไปแล้ว​คายออกมาอยู่​อย่างนั้น​
ผู้ชม​ที่บ้างนั่งบ้างยืนต่างก็ทำหัวหงึกงัก​ไปตามจังหวะเพลงราว​กับ​กำลังเล่นหนังโฆษณา "คาราบาวแดงเอ็กซ์"
ผงกหัวยังก๊ะกิ้งก่า​กำลัง​ได้ทอง..
นีฉุดผมเดินฝ่าฝูงคนเข้า​ไปจนถึง​ที่นั่ง..ตรงนั้น​มีหนุ่ม​และคุณหนูรออยู่​แล้ว​..
​เขา​ทั้งสอง​กำลังผงกหัวอยู่​​พอดี..
เรา​ต้องตะโกนโหวกเหวกคุยกัน..คงมีผมคนเดียวล่ะมั้ง​ที่ไม่​ได้ผงกหัว​ไปคุย​ไป
ผม​กำลังหาเบียร์เย็น ๆ​ ดื่ม..
​แต่พอทรุกกายลงนั่ง..นีก็ยื่นแก้วมาให้
"นี่ค่ะ​..นีชงเหล้ารอไว้ให้แล้ว​..รับรองว่าอร่อย"
"ขอบคุณครับ​"
"ว้า..ทำไม​ต้องขอบคุณด้วยล่ะคะ​..เรา​เป็น​เพื่อนกันนี่นา..ไม่เห็น​ต้องทำห่างเหินอย่างงี้เลย​.."
"ก็.."
"ชนแก้วกันดีกว่า..ขอต้อนรับสู่เชียงใหม่ ดินแดนแห่งอารยะธรรมล้านนา..​และสาวสวย​ที่รวยน้ำใจ.."
ผมชนแก้ว​กับเธอ
"นีคิดถึงรันจริง ๆ​ นะ" เธอกระซิบ ก่อน​จะยกแก้วในมือขึ้น​จิบ
ผมกระดกซดหมดแก้ว
"รันล่ะคะ​?"
"แฮ่...​" ผมปล่อยลมหายใจ​พร้อม​กับเช็ดปาก
"อร่อยจริง ๆ​ ด้วยครับ​.."
นีทำหน้าเง้างอน..

ด้านของน้ำ..เจ้าต่อก็ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านเลย​..
​เขาคุย​กับเธอตลอดเวลา..มันคง​เป็นเรื่อง​​ที่ทำให้เธอมี​ความสุขอยู่​ไม่น้อย สังเกตจากการหัวเราะ​และคุยโต้ตอบ
เรานั่งอยู่​ตรงข้ามกัน​พอดี..
ทุกกริยาของเธอ..​และก็คง​จะ​เป็นของผมด้วย ต่างก็ตกอยู่​ในสายตาของกัน​และกัน
ผมลอบมองเธอด้วยหัวใจ​ที่สั่นไหว..นานครั้งเรา​จะสบตากัน​โดยบังเอิญแล้ว​ก็ม้วนสายตาจากกัน​ไป
​ความในใจของเรา​จะตรงกันหรือเปล่า? ผมถามตัวเอง
​แต่ภาพ​ที่น้ำยอมอ้าปากรับขนม​ที่ต่อยื่นจ่อ​ที่ปากให้..ทำให้ผมไม่อยาก​ได้คำตอบ
​เขา​และเธอเหมาะสมกันดีแล้ว​..อย่าทำให้อะไร​มันยุ่งยาก​ไปกว่านี้อีกเลย​..
หากคิด​จะเริ่มรัก..หักใจเสียในตอนนี้เลย​ดีกว่า..ดีกว่า​ที่​จะ​ต้องมาเสียใจในภายหน้า
หนทาง​ที่มีปากเหวรออยู่​..ปรากฏขึ้น​มาให้เห็นชัด ๆ​ ประสบการณ์จากการคบ​กับแนนก็บอกอยู่​ทนโท่
ดาวควรคู่ฟ้า..ดอกฟ้าควร​จะคู่​กับคบสูง​ที่เท่าเทียม
ดอกดินอย่างเรา..อย่างดีก็​ได้​แต่เงยหน้ามอง..
เราควรหันมาดูแล..คน​ที่มีน้ำใจแก่เราให้ดี​ที่สุด​จะดีกว่า
นีถึง​กับตกใจ..​ที่อยู่​ ๆ​ ผมก็หยิบฮานามิป้อนให้เธอจนถึงปาก
"อ้ำครับ​.."
เธอมองหน้าผมด้วยรอยยิ้ม
"รันน่ารัก​ที่สุดเลย​.."

นีรนุชอ้าปากรับฮานามิชิ้นนั้น​​ไปด้วยดวงตา​ที่หวานเยิ้ม..มีการหยอกล้อมาจากหนุ่ม​และแฟนของ​เขา..​จะหยอกล้อว่าอะไร​ผมหูอื้อ​ไปเสียแล้ว​..
เหตุ​ที่ผมหูอื้อ..​เป็น​เพราะแขนข้างหนึ่ง​ของนี..คล้องเข้ามา​ที่แขนของผมอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว..
ผมนั่งตัวแข็ง..ปรับหัวจิตหัวใจ​ที่เต้นไม่​เป็นส่ำนั้น​อย่างยากเย็น..ไม่น่าเชื่อว่าการสนิทสนมของสองเรา​จะรวดเร็ว​ได้ปานนี้..
นีรนุช​กำลังหัน​ไปหัวเราะ​กับ​เพื่อนอยู่​..สายตาคมปราดของ​ใครคนหนึ่ง​ก็ตวัดมาเฉือนหัวใจ..
​และดูเหมือน​จะกลัวน้อยหน้า..เจ้าต่อ​เพื่อนของผมก็จับมือของน้ำ​ไป​ที่จานฮานามิ..ให้เธอหยิบขึ้น​มาชิ้นหนึ่ง​
"ป้อนผมบ้างสิครับ​.."
ว่าแล้ว​​เขาก็อ้าปาก น้ำไม่ปฏิเสธ..เธอยิ้มอย่างอ่อนหวาน บรรจงป้อนให้​เขา​พร้อม​กับมองตา..ดูเหมือนเจตนา​จะป้อนช้า ๆ​ ให้ผมเห็นเสียด้วยซ้ำ
ท่ามกลาง​ความมืดสลัวอาบแสงสีวับวาว..มันไม่เหมือน​กับ​ที่ผม​และเธอนั่งกันอยู่​เพียงสองคนยาม​ที่เรา​ได้​ไปเ​ที่ยว​กับสองต่อสองคืนนั้น​..
หากกลาย​เป็นว่า..เรา​ทั้งสองพยายาม​จะแสดงอะไร​ออกมาซักอย่างหนึ่ง​..​ที่ผม​และเธอ..คง​จะหาคำตอบไม่​ได้ว่าทำไมถึง​ต้องทำอย่างนั้น​..

แอบเก็บ​เอาไว้...​.บอก​ใครไม่​ได้​ทั้งนั้น​ ​ทั้งๆ​ ​ที่ฉัน รักเธอ รักเธอกว่า​ใคร

ใจเอย ยิ่งห้ามเท่าไหร่ ยิ่งฝัน​ไปไกล ไม่ยอมเชื่อฟัง สักที

เธอมีเจ้าของ ก็มองเห็นอยู่​เสมอ แล้ว​ใยยังเผลอ คิดถึง เธอมากอย่างนี้

ช้ำไหม หัวใจตัวดี กอดหมอนทุกที มีเพียงน้ำตาปลอบใจ

เหม่อผวา เอื้อมคว้าเพียงเงา เธอรู้รึเปล่า ว่าฉันรักเธอแค่ไหน

ปลายทาง ตอนจบของหัวใจ ​จะ​เป็นอย่างไร เจ็บแค่ไหน ไม่รู้เลย​

​จะจบอย่างไร เจ็บแค่ไหน ก็ยังรักเธอ

ฮึมม์...​..
++++++

เพลงจบลง​ไปแล้ว​..เสียงฮืมม์อันแผ่วพลิ้วกลับไม่เลือนหาย..
ไหล่ข้างหนึ่ง​ของนีอิงชิด​กับไหล่ของผม ศีรษะแทบ​จะหนุนอยู่​บนหัวไหล่..เธอฮัมม์เพลงนั้น​ต่อเหมือน​จะอิน​กับบทเพลง
แล้ว​เธอก็กระซิบแผ่วเบาข้าง ๆ​ หู
"รันคะ​..รันเคยแอบรัก​ใครไหม?"
"ผมแอบรัก​เขา​ไปทั่วล่ะครับ​.."
"ไม่ใช่สิ..​เป็น​ความรักจริง ๆ​ รัก​ที่​เขาไม่รู้ตัว..​ได้​แต่เฝ้ามอง​เขาเฝ้าคิดถึง​เขาทุกวินาที.."
ผมไม่ตอบเธอในทันที..กลิ่นหอมจากเรือนผมของเธอโชยมารวยริน..
หอม..​แต่หอม​ไปอีกแบบ ไม่เหมือน​กับกลิ่นหอมของน้ำ..
น้ำ..คน​ที่นั่งอยู่​ตรงหน้า..คน​ที่ผมบอก​กับตัวเองไม่​ได้ว่า..ผม​กำลังรู้สึก​กับเธออยู่​อย่างไร
ในบรรยากาศอบอวลด้วยเสียงเพลงซึ้งช้ากินใจ..ผมเห็นเพียงดวงตาส่องประกายวาวราว​กับดวงดาวส่องประกายวับจับขอบฟ้า
เหม่อผวา เอื้อมคว้าเพียงเงา..เธอรู้หรือเปล่า..ว่าฉันรักเธอแค่ไหน..

"เคยสิครับ​..ผมรู้ดีว่า​ความรู้สึกนั้น​​เป็นอย่างไร"
"​เป็นอย่างไรคะ​?" เธอช้อนตามองตาผม..แก้มขาวเปล่งปลั่งลอยอยู่​ตรงหน้า...​
ผมรีบคว้าแก้วตรงขึ้น​ดื่ม..วันนี้ทำไมผมถึงเมาง่ายขนาดี้??
​ทั้ง​ที่ผมบอก​กับตัวเองไว้แล้ว​ว่า..ผม​จะไม่เมา..ผม​จะไม่​เป็นไอ้ขี้เมาต่อ​ไปอีกแล้ว​
​แต่วันนี้..มันสุด​จะห้ามใจจริง ๆ​
ขอโทษนะน้ำ..ผมขอเมาอีกสักวัน..เมาให้สม​กับ​ความว้าวุ่นของหัวใจ
"เจ็บสิครับ​..เจ็บแทบตาย..​แต่มันก็แปลกนะครับ​..มัน​เป็น​ความเจ็บปวดบน​ความสุขใจ..ผม​จะมี​ความสุขทุกครั้ง​ที่​ได้คิดถึง​ใครคนนั้น​..​แม้​จะ​ต้องทรมาน​ที่ไม่รู้​จะทำอะไร​ให้ดี​ไปกว่านั้น​ก็ตาม.."
ปลายทาง ตอนจบของหัวใจ ​จะ​เป็นอย่างไร เจ็บแค่ไหน ไม่รู้เลย​
​จะจบอย่างไร เจ็บแค่ไหน ก็ยังรักเธอ

"รันพูด​ได้ตรงใจนี​ที่สุด..นีคิดถึง​เขา..นับตั้งแต่วันแรก​ที่​ได้พบ​เขา..นีก็รู้ตัวเองว่ารัก​เขาสุดหัวใจ..นีเก็บ​เขามาเฝ้าคิดถึง..รอวันเวลา​ที่​จะ​ได้พบ​เขา..​ทั้ง​ที่นีไม่รู้เลย​ว่า ​เขา​จะรู้สึก​กับนีเหมือน​ที่นีรู้สึก​กับ​เขาหรือเปล่า.."
"​เขาคนนั้น​​เป็นคน​ที่โชคดี​ที่สุด..​ถ้า​เขารู้​เขาอาจ​จะดีใจก็​ได้..ทำไมนีไม่บอก​เขา​ไปล่ะครับว่า​นีรู้สึกอย่างไร.."
เธอมองตาผมอีกครั้ง..คราวนี้จ้องอย่างจริงจังจนผมใจหาย
"รันคะ​..นี.."
ผมไม่รอฟังให้จบ..​พอดีเจ้าต่อลุกขึ้น​
"ไอ้ต่อ...​เอ็ง​จะ​ไปไหน?"
ผมหันขวับ​ไปตะโกนถาม​เพื่อน โชคดีเหลือเกินแล้ว​​ที่​เขาลุกขึ้น​ในจังหวะนั้น​..
ผมกลัว..ผมกลัวคำต่อ​ไปของนีเหลือเกิน
ผมไม่​ได้ชอบนี..ผมไม่​ได้​ต้องการ​จะหลอกเธอ
เธอ​จะชอบผมหรือไม่..ต่อให้โง่อย่างไร​ใครก็ดูออก
ผมไม่​สามารถ​จะห้ามหัวใจของเธอ​ได้..​แต่ผม​สามารถ​จะห้ามสถานการณ์​ได้
ผมลุกขึ้น​บ้าง
"งั้นข้า​ไปด้วย..ขอตัวเดี๋ยวนะครับ​" ประโยคท้ายผมหันมาบอกนี..ผู้​กำลังกล้ำกลืนคำบางคำลงคอ
+++++

"ทำไมเอ็งทำหน้ายังงั้นวะ?"
เจ้าต่อถาม​เมื่อเราสองคนอยู่​ในห้องน้ำ
ผมยกมือลูบหน้า..มองตัวเองในกระจก..หนุ่มร่างสูงผมยาวหนวดเครารุงรัง​กำลังจ้องมองตัวเองอยู่​
"ข้าไม่สบายใจเลย​ว่ะ"
"เรื่อง​?"
"นี..เธอคงชอบข้าจริง ๆ​"
"แหงล่ะ..กระแซะกันออกขนาดนั้น​.."
"ข้าไม่​ได้ตั้งใจ.."
"ทำไมวะ..นีก็น่ารักดีนี่หว่า..ก็น่า​จะลองคบกันดู"
ผมส่ายหน้า..
"ไม่ดีหรอก..ข้าไม่อยากหลอกเธอ.."
"เอ็งก็คิดมาก​ไป​ได้..​จะจริงจัง​กับอะไร​มากมาย​..ตอนรักกันก็คบกัน..เลิกรักก็เลิกคบ..ไม่เห็นมีอะไร​ยาก"
"ข้าไม่คิดอย่างนั้น​..เรื่อง​ของ​ความรัก..เรื่อง​ของหัวใจ..ข้าไม่เคยคิดว่ามัน​เป็นเรื่อง​ล้อเล่น.."
"งั้นก็บอกเธอ​ไปเลย​..ว่าอย่ามาชอบเอ็ง..เธอ​จะ​ได้รีบหักใจซะ.."
"ก็คง​ต้อง​เป็นอย่างงั้น..แล้ว​เอ็งล่ะ.."
ผมย้อนถาม..ต่อทำสีหน้าไม่สู้ดีเหมือนกัน
"หรือเอ็ง​จะทำอย่าง​ที่เอ็งบอกข้า รักก็รักด้วย เลิกรักก็เลิกกัน..เอ็งไม่​ได้คิดจริงจัง​กับน้ำจริง ๆ​?"
"เปล่า..ข้าจริงจัง​กับเธอ..​แต่ข้ารู้สึกอะไร​บางอย่าง"
"อะไร​?"
"ไม่รู้สิ..ข้าบอกไม่ถูก..ดูเหมือนเธอ​จะไม่​ได้​เอาหัวใจมาด้วย.."
"ข้าไม่เข้าใจ"
ต่อมองผมด้วยดวงตา​ที่ผิดแผก​ไป
"หรือไม่หัวใจของเธอก็อยู่​​กับ​ใครบางคน..​ที่ไม่ใช่ข้า"
ผมนิ่งงัน..รู้สึกร้อนผ่าวขึ้น​มา​ที่ใบหน้าเสียเฉย ๆ​
ต่อเปลี่ยนสีหน้า​พร้อม​กับหัวเราะเบา ๆ​ ยกมือขึ้น​โอบไหล่ผม
"คืนนี้..ข้า​จะ​ต้องหาคำตอบให้​ได้..ว่าหัวใจของเธออยู่​​ที่​ใคร.."
สิ้นคำพูดของ​เขา..เราสองคนก็​ต้องยืนตลึง
ชายฉกรรจ์สี่ห้าคนมายืนรายล้อมเรา​เอาไว้ตั้งแต่​เมื่อไรเราไม่รู้ตัว
​แต่ละคนหน้าเรียบเฉย..ดวงตาแข็งกร้าว..​ทั้งหมด​แต่งตัวด้วยชุดซาฟารีสีเทา​และสีกรมท่า..
"ไอ้น้อง..พี่ขอคุยอะไร​ด้วยหน่อย​.."
​ใครคนหนึ่ง​บอกเรา
"นี่มันอะไร​กัน?"
ต่อถาม..​เขาเองก็หน้าถอดสี​ไปเช่นเดียวกัน
"ไม่มีอะไร​มาก..แค่มีคน​เขาสั่งให้พวกพี่มาสั่งสอนอะไร​น้องบ้างเล็กน้อย..​จะออก​ไปดี ๆ​ หรือ​จะให้หามออก​ไป?"
มันผู้นั้น​ไว้หนวดหรอมแหรมเหนือริมฝีปาก..ดวงตาสีเหล็กบ่งบอก​ความโหดร้าย..มองปราดเดียวผมก็ดูออกว่าพวกนี้มันมืออาชีพ
อาชีพอุ้มคน..อาชีพฆ่าคน
ต่อ​กับผมมองหน้ากัน..​แต่ยังไม่ทันกระดิกตัว...​แผ่นหลังของผม​และต่อก็ถูกดุนด้วยอะไร​อย่างหนึ่ง​
"หรือ​จะถูกหมกส้วมในตอนนี้?.."
++++++

ในหมู่ผู้คนมากมาย​​ที่​กำลังกระโดดโหยง ๆ​ ราว​กับติดสปริง​ที่เท้าสนุก​กับบทเพลง ผมสองคนถูก"กุม" ตัวออกมา​โดยไม่​สามารถ​จะขัดขืน​ได้
ผมเองนั้น​ใจเต้นตูมตาม..พยายามเดาให้ออกว่าเจ้าคนพวกนี้มัน​เป็น​ใคร
ต่อ​และผม​เป็นคนกรุงเทพฯ ไม่น่า​จะ​เป็นศัตรู​กับ​ใครนอกเสียจากไอ้หมอนั่น ไอ้ชาญวิทย์ ​ที่​เมื่อกลางวันผมชกลง​ไปเสียหมอบกระแต
หรือว่า..เรื่อง​​ที่ต่อบอกว่า "จบ" ลง​ไปแล้ว​แน่ ๆ​ แท้​ที่จริงมันยังไม่จบ
ชาญวิทย์ยังคงเจ็บแค้นผม..​ที่มาเหยียบศักดิ์ศรีของมันจนถึงถิ่น
ไอ้เรื่อง​ถูกชกปากคงไม่เท่าไร ​แต่เรื่อง​​ที่มาแย่ง "ผู้หญิง" ของมันนี่สิ..มัน​เป็นเรื่อง​ใหญ่เกินกว่า​จะจบลงง่าย ๆ​
คนพวกนี้คง​เป็นคนของพ่อของมัน..พ่อผู้มีอิทธิพล..พ่อ​ที่คงมีนิสัยคล้าย ๆ​ ​กับลูก
อันธพาลขนานแท้​และดั้งเดิมนั่นเอง
++++

เราถูกพา​ไปยังด้านหลังของร้านนั้น​..มัน​เป็นลานจอดรถ​ที่อยู่​ในซอย..ในซอยมีลานกว้างรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่รกครึ้ม
​ใครคนหนึ่ง​รอพวกผมอยู่​แล้ว​
​เป็นไอ้ชาญวิทย์จริง ๆ​
"เฮ้ย..นี่มันอะไร​กัน?"
ต่อถามคำถามเดิม​ไปอีกครั้ง..ชาญวิทย์ทำสีหน้ายียวนปากคาบบุหรี่พ่นควันปุ๋ย หลังพิงรถเก๋งคันหนึ่ง​
"แล้ว​มืงคิดว่ามัน​คืออะไร​?"
​เขาย้อนถาม..
ผม​ใช้ท่อนแขนปัดให้ต่อถอยออก​ไป
"เรื่อง​นี้ไม่เกี่ยว​กับ​เขา..ปล่อย​เขา​ไปดีกว่า"
ผมบอกเสียงเรียบ ต่อไม่ควร​จะมาเดือดร้อน​เพราะการกระทำของผม
ไอ้ชาญวิทย์หัวเราะ มันก้าวมาประจันหน้าผม..
"เอ็ง​ต้องการอะไร​กันแน่?"
ผมถามมัน..มันไม่ตอบ..
ไม่ทันทีผม​จะ​ได้ตั้งตัว แก้มขวาของผมก็ถูกหมัดของมันจนหน้าสะบัด
เจ็บปวดถึงใจ..เสียงวิ้ง ๆ​ ดังก้องในหัว
ลิ้นปี่รับ​กับเท้า​ที่เหวี่ยงมาเต็มแรง..จุกจนตัวงอ ก่อน​จะหน้าหงายด้วยการเสยด้วยหมัดลุ่น ๆ​
ผมล้ม​ทั้งยืน..รอบตัวมืดมิด​ไปชั่วขณะ
ยอดอกถูกเหยียบด้วยเท้าของมัน..เสียงคำรามสอดแทรกเข้ามาใน​ความมึนงงนั้น​
"ซ่านักหรือมืง มืงคิดว่ามืง​เป็น​ใคร..กล้ามาหยามกูจนถึง​ที่นี่.."
มันกระทืบซ้ำ ผมสะดุ้งจนตัวลอย
"จำไว้..​ถ้ามืงยุ่ง​กับน้ำแฟนของกู..มืง​จะโดนหนักกว่านี้.."
มันเตะเข้าให้​ที่ตรงสีข้างของผม..เจ็บซี่โครง​ที่ดูเหมือน​จะหัก​ไปในทันที
สติสัมปะชัญญะของผมรางเลือนเต็มที
​แต่หูยัง​ได้ยินเสียงสั่งการของมัน
"จัดการไอ้นั่นซะด้วย..​เอาให้หยอดน้ำข้าวต้มก็พอไม่​ต้องให้ถึงตาย..มัน​จะ​ได้รู้ซะบ้างว่ามัน​กำลัง​จะเล่น​กับ​ใคร..อ้อ..ในกระเป๋าของมันมีเอทีเอ็มอยู่​ด้วย..ก่อนมัน​จะสลบถามมันให้​ได้ด้วยว่ารหัสอะไร​ กูว่ากด​ได้​เป็นแสนว่ะ..แม่..งงงโคตรรวย.."
จากนั้น​ก็​ได้ยินเสียงตุ้บตั้บตามมา
​ความเจ็บปวดจุกเสียดกระจาย​ไปทั่วตัว..​แต่ผม​เป็นห่วง​เพื่อนมากกว่า
พยายามสุด​กำลัง​ที่​จะดึงสติกลับมาให้​ได้..​แต่ยากเหลือเกิน
ในสายตา​ที่ริบหรี่ ผมเห็นต่อถูกโยนบกกระแทกพื้นดังอั้ก หน้าตา​เขายับเยิน..
​เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้น​ พยายามชกซ้ายป่ายขวา..​แต่ห้ารุมหนึ่ง​ก็ส่ง​เขาลงสู่พื้นอีกครั้ง
​เขาล้มลงใกล้ผม..​เขา​กำลัง​จะถูกกระทืบซ้ำ
ผมรวบรวม​กำลัง​ทั้งหมด​ที่มี..เตะ​ไป​ที่ขาของไอ้คน​ที่​กำลังเงื้อเท้า มันล้มครืน
คน​ที่เหลือพอเห็นดังนั้น​..ก็ประเคนหมัดเท้าใส่ผมอย่างไม่ยั้ง
ยัง..ผมยังไม่ตาย..เด็กบ้านนอกอย่างผมอึดแค่ไหน​ใครไม่ลองคงไม่รู้
ตั้งแต่เด็กมาแล้ว​..​ที่ผมชอบชกมวย ลีลาชั้นเชิงพอ​จะ​เป็นอยู่​บ้างจากการลักจำมาจากค่ายมวยใกล้บ้าน
​ความเจ็บปวดทำให้ฮึดสู้..ผมหลบหมัด​และเท้า​ได้หลายหมัด​แต่ก็ยังไม่วายโดนเข้าจัง ๆ​ อีกครั้งหนึ่ง​
​แต่ก่อนหน้านั้น​..ผมก็ส่งพวกมันลง​ไปก้นจำเบ้า​ได้หลายคน
พวกมันคนหนึ่ง​พอเจ็บขึ้น​มา..​ความโกรธทำให้มันลืมตัว
มีดวาววับถูกชักออกมา..มันจ้วงแทง​ที่ท้องของผมเต็มแรง
ไม่โดน..ผมฉากหลบ​ได้ กระนั้น​ก็รียกเลือดให้ไหลออกมา​เป็นทางยาว
ผมสวนด้วยหมัดจนมันหน้าหงาย..
หมาหมู่​ที่มีมีดครบทุกตัวก็ยืนล้อมผม​เป็นวงกลม
ผมเช็ดเลือด​ที่ปาก..เสียวแปล๊บ​ที่ซี่โครง..ขาสั่นดิกด้วย​ความเจ็บปวด
​พร้อม​กับนึกปลงในใจ..
"ก็แค่ตายล่ะวะ.."
+++++

ต่อลุกขึ้น​​ได้ตอนไหนไม่รู้ ​เขากระโดดถีบเจ้าคนหนึ่ง​ออกจากวง​ไป
เราสองคนหันหลังชนกัน..เลือดเปรอะเปื้อน​ไป​ทั้งใบหน้า
"สู้ตายโว้ย ไอ้รัน"
ผมเตะสวน​ไป​ที่ข้อมือของไอ้คนหนึ่ง​​ที่เหวี่ยงมีดเข้ามา มีดของมันหลุดกระเด็น​ไป ​พร้อม​กับสืบเท้างัดรองเท้าเบอร์แปดครึ่งอีกข้างหนึ่ง​เสยเข้าให้​ที่ปลายคาง
พล๊อก..
หลับ​ไปเลย​..พลิกตัวเองด้วยท่าจรเข้ฟาดหาง..เหวี่ยงส้นเท้าอีกข้างกระแทกเข้าให้​ที่หน้าของไอ้คนหนึ่ง​​ที่ยืนอยู่​ข้าง ๆ​ มันพลิกกลับ​ทั้งตัว..ลง​ไปนอนนิ่งคลุกฝุ่นอยู่​อย่างนั้น​
ต่อเองก็มีฝีมือพอ​ใช้..​เขา​ได้เลือด​ที่หัวไหล่​แต่จัดการอีกคนหนึ่ง​ลง​ไปสลบลง​กับพื้น​ได้
คราวนี้ก็เหลือตัวต่อตัว..
ผมตั้งการ์ด..เหลือบมองไอ้ตัวแสบ..
มันยังคงดูดบุหรี่ควันคลุ้ง..เสื้อผ้ายังคงเรียบกริบ ผมเผ้ายังคงไม่กระดิกสักเส้น
"มืง​จะ​เป็นคนสุดท้าย..​ที่​จะสลบคาตี..นกู"
ผมคำรามในใจ
+++

ไอ้คน​ที่เผชิญ​กับผม..มันไม่เหมือน​กับไอ้สามคน​ที่ล้มลง​ไป​กับพื้น
ผมแทบหายใจไม่ทัน..ในการหลีกหลบคมมีดของมัน
ต่อเองก็คง​กำลังแย่..บาดแผลเพิ่มขึ้น​หลายแห่ง..​แต่คง​จะไม่ฉกรรจ์นัก​เพราะเห็น​เขายังมีแรง​ที่​จะสู้อยู่​​ได้
​แต่แล้ว​จังหวะหนึ่ง​..​เขาก็พลาด
​เป็นจังหวะเดียว​กับ​ที่ผม​กำลังดีดเท้าขวา​เพื่อ​จะเตะตัดขาของคู่ต่อสู้..​เขาเซมากระแทกผมจนผมเสียหลัก
ผมเซ​ไปข้างหน้า..ล้มเข้าหาปลายแหลมของมีด​ที่สวนแทงเข้ามา..
สุด​จะรั้งร่างกายตัวเอง..ผมคงพบ​กับจุดจบของชีวิตแล้ว​
​แต่แล้ว​..ร่างเล็ก ๆ​ ของ​ใครคนหนึ่ง​ก็วูบเข้ามาดักหน้า
เธอมา​พร้อม​กับกลิ่นหอมจากเรือนผม​ที่หอมอยู่​ในหัวใจของผมตลอดมา..
เธอเข้ามารับปลายมีดด้ามนั้น​..เธอไม่หวีดร้อง..เธอแค่พูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง
"อย่าทำ​เขา.."
แล้ว​เธอก็ค่อย ๆ​ ทรุดลง​ไป..ต่อหน้าต่อตาผม​ที่ยืนอยู่​เบื้องหลังของเธอ
"ชาญวิทย์..เธออย่าทำ​เขา..เห็นแก่น้ำเถิดนะ..อย่าทำ​เขาเลย​.."
เธอล้มลงในอ้อมกอดของผม
ผม​ที่ตกใจสุดขีด..หัวใจหวีดร้อง..โลกหยุดหมุน..
"น้ำ!!"
+++++

โลกยังคงงดงาม..ตราบเท่า​ที่ยังคงมี​ความรัก​ที่จริงใจหลงเหลืออยู่​ในโลกนี้..
หยาดน้ำค้างพร่างพรม..​ความหนาวเย็นกระทบ​กับไอร้อนก่อละอองหมอกให้ปกคลุม​ไปทั่ว
หมู่มวลไม้ยืนอาบแสงจันทร์ ก่อ​เป็นเงาบ้างเล็กบ้างใหญ่สลับกัน​ไป​โดยมีฉากดอยทมึนสูงอยู่​เบื้องหลังอันงดงาม
ดวงจันทร์กลมใหญ่ฉายแสงเหลืองใส..เปล่งประกายทรงกลดกระจ่างฟ้า..
ผมเงยหน้ามองจันทร์..บังคับน้ำตาไม่ให้หยาดไหล..
​แต่​ใครเลย​​จะห้าม​ได้..ห้ามไม่ให้จันทร์สดใสยังง่ายกว่า
น้ำอุ่น ๆ​ ไหลผ่านร่องแก้ม..หยดลงจากปายคาง..ราวหยาดน้ำค้าง​ที่พร่างพรม
น้ำ..ผมรักคุณ







++++++++++++

"หลังจากกลับขึ้น​มาเชียงใหม่ นี​กับน้ำ​ได้คุยกันถึงเรื่อง​ของรัน.."
นีเล่าด้วยน้ำตานองหน้า..เธอ​และ​เพื่อนทุกคนอยู่​​พร้อมหน้ากัน​ที่โรงพยาบาล​ที่ใกล้​ที่สุดจากสถาน​ที่เกิดเหตุ
ทุกคนวิตกกังวล ทุกคนคาดไม่ถึงว่าเรื่อง​ราว​จะเลวร้าย​ได้ถึงเพียงนี้
ทุกคน​เป็นห่วงน้ำ..เธอ​กำลังเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน..มีดถูกปักอยู่​​ที่หน้าท้อง..ยังคงคาด้าม​เอาไว้จนเราพาเธอมาถึงโรงพยาบาล
เธอสิ้นสติ​ไปแล้ว​..เลือดซึมออกจากมุมปาก..
"เธอถามว่านีรู้สึกอย่างไร​กับรัน..นีบอกว่านีชอบรัน..มัน​เป็นรักครั้งแรกของนี.."
ผมนั่งก้มหน้า​ใช้ศอก​ทั้งสองยันหัวเข่า​เอาไว้..กล้ำกลืน​ความรู้สึกอย่างเต็ม​ที่
"น้ำยินดี​กับนี..เธอบอกว่าเธอแน่ใจว่ารัน​เป็นคนดี..เธอเล่าว่าเธอ​ได้แอบ​ไปเ​ที่ยว​กับรัน..รัน​เป็นสุภาพบุรุษ​ที่ไว้ใจ​ได้จริง ๆ​"
ผมนึกถึงภาพตอน​ที่เธอสะดุดพื้นต่างระดับจนเสียหลัก..เธอ​กำลังเมา..เธอบอกผมว่าเธอไว้ใจผม..
หรือเธอ​กำลังลองใจผม??
"น้ำปฏิเสธ​ที่​จะให้พวกเราจัดงานวันเกิดให้​กับเธอ..จริง ๆ​ แล้ว​เธอมีเหตุผลมากกว่า​ที่​จะ​ต้องอยู่​​กับครอบครัวของเธอ..รันรู้ไหม? ​เป็น​เพราะอะไร​?"
นีจับต้นแขนของผม..ออกแรงบีบเบา ๆ​ ​เพื่อเก็บ​ความรู้สึก เธอสะอื้นไห้
"น้ำบอกว่า..อย่าให้รันพบน้ำอีกเลย​..รัน​จะ​ได้มีนีเพียงคนเดียว.."
แล้ว​เธอก็ปล่อยโฮออกมา..
++++

​พระจันทร์คล้อยต่ำลงตามเวลา​ที่เคลื่อน​ไปข้างหน้า
อีกไม่นานแล้ว​สินะ..กำมะหยี่​ที่คลี่ปกฟ้า​จะคลายออกเผยให้เห็นสีฟ้าอันแจ่มใสของวันใหม่
ทุกชีวิต​จะเริ่มต้นอีกครั้ง..นกกา​จะโผผินออกจากรวงรัง..ผู้คน​จะดำเนินชีวิตของตนต่อ​ไป
มีเพียง​แต่น้ำ..น้ำ..เธอ​จะ​ได้มีโอกาสพบ​กับแสงตะวันอีกครั้งหรือไม่
​ใครเลย​​จะตอบ​ได้??
++++

ภาพ​ความทรงจำพร่างพรูออกจากหัวใจของผม..มันแจ่มชัด..มันเต็ม​ไปด้วย​ความรู้สึกในทุกภาพ​ที่เคลื่อนไหว
หญิงเรียบ..มา​พร้อม​กับดวงตาคู่โต..ใสแหนวดุจดวงดาว..คิ้วเรียวหวานจรดจอนหู..แก้มขาวใส..ปากพริ้มเพรา..ผมดำขลับสั้นแคคอ..ราว​กับตัวการ์ตูนญี่ปุ่น​ที่ผมหลงไหลในวัยเด็ก
เธอเหมือนมินามิ..ในเรื่อง​ทัช..เหมือน​แม้กระ​ทั้งคอระหงรับช่วงไหล่​ที่กลมกลึง..ทรวดทรงรูปร่างแรกสาวบานสะพรั่ง..รอยยิ้ม​ที่อ่อนหวาน..คำพูด​ที่ไร้คำลงท้าย..มี​แต่"นาย" ​และ "ฉัน"
ประโยคแรก​ที่เธอทักทาย..
"นายกินเหล้าเหมือนคนอกหัก..ฉันคงเดาไม่ผิด?"
เธอ​จะเดาผิด​ได้อย่างไร? ก็เธอรู้อยู่​แล้ว​ว่าผม​เป็น​ใคร ​เป็นแฟนของ​เพื่อนของเธอ..​เพื่อนของเธอ​ที่แย่งแฟนเธอ​ไปนั่นเอง

บางประโยค​ที่คลุมเคลือ บางประโยคเพียง​เพื่อลองใจ..เธอถึง​กับ​ไปดักรอพบผม​ที่หอพักฯ เพียง​เพราะแคร์​ความรู้สึกผมเท่านั้น​
"​เมื่อคืน​ที่ฉัน​ไปหานาย..ก็​เพราะรู้สึกว่า​มีอะไร​​ที่ไม่เคลียร์​ระหว่างเราบางอย่าง.."

​และคำกระซิบเบาบางหากฝังอยู่​ในใจ
"​ความรักเริ่มต้นใหม่​ได้เสมอ.."
"ฉันอยากพานายเ​ที่ยวเชียงใหม่บ้าง..รักษาตัวเองให้ดี ๆ​ นะ"
หรือ​แม้​แต่ถ้อยคำอันเผ็ดร้อน..​เพื่อฉุดกระชากให้ผมหลุดพ้นจากหลุมอันงมงาย
"ฉันกลับเห็นไอ้ขี้เท่อคนหนึ่ง​​ที่พยายามกลบ​ความเสียใจด้วยเบียร์​และเหล้า..​เขา​เป็นผู้ชาย​ที่อ่อนแอกว่าฉัน​ซึ่ง​เป็นผู้หญิงซะด้วยซ้ำ..​เขาไม่พยายาม​จะทำอะไร​เลย​​เพื่อ​จะทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น​มา..เฝ้า​แต่ตอกย้ำ​ความอาภัพ​ความยากจนของตนเอง..ทิ้งชีวิตให้ผ่าน​ไปวัน ๆ​ ราว​กับคนสิ้นคิด.."

น้ำตาของผมยังคงไม่สิ้นสาย..มันหลากออกมาราว​กับทำนบพัง
"อย่าทำ​เขาเลย​..เห็นแก่น้ำเถอะนะ..อย่าทำ​เขาเลย​.."
​เป็นประโยคสุดท้ายของเธอ​ที่ผม​ได้ยินในวันนี้
​ได้ยินขณะเธอ​กำลัง​จะสิ้นสติ​ไป..จากฤทธิบาดแผล​ที่เกิดจาการนำตัวเองเข้ามารับคมมีดแทนผม
น้ำ..เธออย่า​เป็นอะไร​นะ..
เธออย่าทิ้งเรา​ไปนะ!!
++++

ก้อนสะอื้นไล่เรียงกันมา​เป็นลูก ๆ​ จนตัวผมสั่นสะท้าน..
มัน​เป็น​ความเศร้าโศก​ที่ไม่เคยเกิดขึ้น​​กับผมมาก่อนเลย​ ​แม้​จะเทียบ​กับ​ความสูญเสียแนน​ไปในครั้งนั้น​..
เรื่อง​แนนนั้น​​เป็นเพียงอาการของคน "อกหัก" ​ซึ่ง​จะเจ็บช้ำอย่างไรก็คง​จะ​ใช้เวลาเยียวยา​ได้
หากครั้งนี้..​ถ้าน้ำ​เป็นอะไร​​ไปจริง ๆ​ ผมก็บอก​กับตัวเองไม่​ได้เหมือนกันว่า..ผม​จะรู้สึกอย่างไร
รู้​แต่เพียงว่า...​ผม​พร้อม​จะ​ใช้ชีวิตอันไร้ค่าของผม..แลกชีวิตของเธอให้กลับคืนมา..
ผม​พร้อม​จะตาย​เพื่อเธอ..
ผมรักเธอ..
+++++

นีเล่าให้ฟังว่า..​เมื่อผม​กับต่อขอตัว​ไปเข้าห้องน้ำ..นีเอง​และ​เพื่อน ๆ​ ไม่​ได้สังหรณ์ใจว่า​จะเกิดอะไร​​ที่เลวร้ายขึ้น​..
​แต่​เมื่อหญิงสาวคนหนึ่ง​ก้าวเข้ามา..ทุกคนก็​ต้องตกใจ
น้ำรู้จักเธอผู้นั้น​..น้ำเรียกผู้หญิงคนนั้น​ว่า"แนน"
"ฉันว่า..เธอควร​จะออก​ไปข้างนอก..เธอคนเดียวเท่านั้น​​ที่​จะช่วย​เขา​ได้.."
น้ำตกใจ..ไม่เข้าใจในสิ่ง​ที่แนนพูด
"ชาญวิทย์ตั้งใจ​จะซ้อม​เขาคืนนี้..ฉันห้ามแล้ว​​เขาก็ไม่ฟัง..เธอรัก​เขาไม่ใช่หรือ? ออก​ไปช่วย​เขาสิ.."
น้ำหน้าซีด..เธอตระหนกอย่างเห็น​ได้ชัด
"​ที่ไหน?"
"ลานจอดรถ"
เพียงเท่านั้น​..น้ำก็วิ่งออก​ไปทันที
ทิ้งให้นี​และ​เพื่อน ๆ​ ยืนตะลึงอยู่​พักใหญ่ กว่า​จะรู้ตัว​และตามออก​ไป
​เป็นการตามออก​ไป​ที่ช้าเกินการณ์
น้ำทรุดตัวลงในอ้อมกอดของผมแล้ว​..มีดปักคาอยู่​​ที่ท้อง..
ขณะ​ที่เจ้าตัวร้ายทุกตัว​กำลังวิ่งหนีกัน​ไปคนละทาง
"ตอนแรก​ที่​ได้ยิน..นีก็นึกว่าผู้หญิงคน​ที่ชื่อแนนคนนั้น​​จะหมายถึงต่อ​เพื่อนของรัน..​แต่​เมื่อนี​ได้เห็นภาพนั้น​..นีก็รู้ว่าน้ำก็รักรัน..รักรันมากเสียกว่านีซะด้วยซ้ำ..​แม้​แต่ชีวิตของตัวเอง..เธอยังสละให้​ได้เลย​.."
​เป็นคำรำพึงแผ่วเคล้าสะอื้นของนี

++++

ไหล่​ที่สะท้านไหวอยู่​นั้น​..ถูกแตะเพียงแผ่วเบา..นีมาสะกิดผมให้รู้ตัว
"รันออกมานั่งอยู่​​ที่นี่เอง..หมอออกมาจากห้องฉุกเฉินแล้ว​ค่ะ​.."
ผมรีบเงยหน้า ปาดน้ำตา​โดยเร็ว ใจภาวนาขอให้น้ำพ้นขีดอันตราย..
ขณะนั้น​ผม​และนี​กำลังอยู่​ตรงหน้าสวนหย่อมของโรงพยาบาลแห่งนั้น​
"น้ำ​เป็นอย่างไรบ้าง​?"
คำถามนี้หลุดออกมาแทบไม่​เป็นภาษา..​แต่​เมื่อผมเห็นสีหน้าของนี..ชีวิตก็แทบออกจากร่าง
นีส่ายหน้า..น้ำตาอาบแก้ม..
"หมอบอกว่าไตของน้ำ​ที่เหลืออยู่​ข้างเดียว..เสียหายมาก..หากมันไม่ทำงานเหมือนเดิม​ได้..ก็หมดหวัง.."
"ไต..ทำไมน้ำถึงมีไตข้างเดียว?"
"รันคงยังไม่รู้..น้ำ​ต้องตัดไตออกข้างหนึ่ง​ตั้งแต่เกิด​เนื่องจากติดเชื่อขณะคลอด..เธอโตขึ้น​มาด้วยไตเพียงข้างเดียว.."
ผมใจหาย..ไม่น่าเชื่อเลย​จริง ๆ​
"แล้ว​หมอบอกหรือเปล่าว่า​ต้องทำอย่างไง?"
​พร้อม​กับถาม..ผมเขย่าแขนของเธออย่างลืมตัว..
นีรนุชตัวสั่นสะท้าน..ตาแดงก่ำ..เธอมองผมเหมือนมองหัวใจของตัวเอง​กำลังหลุดจากขั้ว..
​เป็นสายตา​ที่ทำให้ผมรู้สึกตัว..
ผม​กำลังทำร้ายผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​แล้ว​..เธอคงรู้แล้ว​ว่าผมก็รักนีเหมือนกัน
"หมอ​กำลังติดต่อหาไต​ไปทุกโรงพยาบาล หากมีคนบริจาค​และเข้ากัน​ได้​กับร่างกายของน้ำ..ชีวิตของน้ำก็พอ​จะมีหวัง.."
เธอพูดเสียงเศร้า..
"งั้นผมเอง..ผม​จะยอมให้​ใช้ไตของผมเอง.."
นีส่ายหน้า..
"ไม่ใช่ว่า​จะ​เอาไตของ​ใคร​ไปเปลี่ยนให้ก็​ได้..​เพราะทุกคน​จะมีไตเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น​..หมอบอกว่า​จะ​ต้อง​เอามาจากศพ​ที่เพิ่งเสียชีวิต..​และ​ต้อง​เป็นศพ​ที่ญาติหรือเจ้าตัวยินยอม​ที่​จะบริจาคด้วย.."
ผมทิ้งแขนอย่างหมดเรี่ยวแรง
"รันคะ​..นีก็​พร้อมนะคะ​..นีก็​พร้อม​จะทำอย่างน้ำ..หรือ​จะ​เอาชีวิตของนี​ไปแลก​กับน้ำ​เพื่อให้รันไม่​ต้องเสียใจขนาดนี้..นีก็​จะยอมค่ะ​.."
น้ำตาทะลักพรั่งพรูออกมาหลังสิ้นเสียงนั้น​..
++++++

ต่อ​เป็น​ความหวังเดียว​ที่ผม​จะให้​เขาช่วยเหลือ
ต่อ​เป็นลูกเศรษฐี ​เขา​ได้แสดงให้ผมเห็นหลายครั้งแล้ว​ว่าเงิน​ที่​เขามีนั้น​ซื้อ​ได้ทุก ๆ​ อย่าง
ตั้งแต่เกิดเรื่อง​..ผมเห็น​เขา​ได้รับบาดเจ็บอยู่​เหมือนกัน..​แต่คงไม่มากนัก..​เพราะ​เขาเองนี่แหละ​​ที่ช่วยกันหามร่างอันสิ้นสติของน้ำขึ้น​รถมา​พร้อม​กับผม
​แต่ด้วย​เพราะ​ความ​เป็นห่วงน้ำ..ทำให้ผมลืม​เขา​ไปเสียสนิท
"แล้ว​ต่อล่ะ..​เป็นอย่างไรบ้าง​?"
ผมถามนี..เธอส่ายหน้า..
"ยังไม่รู้เลย​ค่ะ​..หมอพา​เขาแยก​ไปอีกห้องหนึ่ง​..​แต่คงไม่​เป็นอะไร​มากมังคะ​..เห็น​เขายังเดิน​ได้​เมื่อมาถึงโรงพยาบาล.."
"​เขาทำแผลเสร็จแล้ว​หรือ?"
"นีไม่เห็น​เขาเลย​ค่ะ​.."
​ความสังหรณ์ใจวูบเข้ามาใน​ความรู้สึกของผม
มันทำให้ผมกระโจนพรวดออกจากจุดนั้น​..วิ่งตรง​ไปยังตึกฉุกเฉินนั้น​ทันที
++++

ภาพ​ที่เห็นก็​คือผมเห็นหนุ่มร้องไห้..
แฟนสาวของ​เขาก็ก้มหน้า​กับฝ่ามือ..ปล่อยเสียงร้องออกมา..
ผมตัวชา..นี่มันอะไร​กัน??
หนุ่มมองผม..ดวงตาของ​เขาแสดง​ความสูญเสีย
"รัน..ต่อไม่รอดแล้ว​.."
"เฮ้ย.."
"จริง ๆ​ หมอบอกว่า​เขาถูกแทง​ที่กลางหลัง..แผลลึกมาก..เลือกตกใน..​เขา​กำลัง​จะจากเรา​ไปในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี่แล้ว​.."
"เฮ้ย...​"
ผมอุทาน​ได้เพียงคำเดียว...​.หัวใจดูเหมือน​จะหยุดเต้น..​ความมืดสนิทเข้ามาปกคลุมสติสัมปชัญญะชั่วขณะ
"​เป็น​ไปไม่​ได้"
ร่างของผมเซ​ไปเกาะพนักเก้าอี้..เรี่ยวแรงปราศนาการ​ไปสิ้น..โผเข้าหาห้องตรงหน้า..
"​เขารอ​ที่​จะพบนายอยู่​..เหลือเวลาไม่มากแล้ว​.."
หนุ่มเข้าประคองผม..บอกเสียงแหบแห้งแทบไม่​ได้ยิน
+++++

ภาพของ​ใครคนหนึ่ง​​ที่นอนอยู่​บนเตียง..ทำให้ผมแทบไม่เชื่อสายตา
เด็กหนุ่มผู้รุ่มรวย​ทั้งเสน่ห์​และน้ำใจ..ดวงตาแจ่มใสอยู่​เนืองนิจคนนั้น​..บัดนี้นอนหายใจรวยรินพริ้มตาอยู่​บนเตียงในสภาพ​ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่​ได้..
ผมโซเซเข้าหา​เขา..
"ไอ้ต่อ..เอ็งอย่าทำบ้า ๆ​ อย่างนี้.." ผมพูดเสียงสั่น..
"ลืมตาขึ้น​มาเลย​..ไม่งั้นเอ็งโดนเตะแน่.."
น้ำตาทะลักออกมา​พร้อม​กับเสียงพูดของผม..
ขาของผมสิ้นเรี่ยวแรง​ไปจริง ๆ​ แล้ว​..เข่ากระแทกโครมลง​กับพื้น..​เมื่อเห็น​เขาไม่มีปฏิกริยาโต้ตอบ..
"ไอ้ต่อ..ลุกขึ้น​มานะ..ไอ้บ้า..เอ็งอย่าทิ้งข้า​ไปนะ..ไอ้ต่อ.."
ผมตะโกนเสียงแหบแห้ง..เขย่าร่างของ​เขาอย่างบ้าคลั่ง..
หนุ่มน้ำตาอาบหน้า..นางพยาบาลปาดน้ำตาแล้ว​เดินหลีก​ไป
"ไอ้ต่อ..ไหนเอ็งบอกว่าเอ็งรักข้า..ไหนเอ็งบอกว่าเอ็งกะข้า​จะ​เป็น​เพื่อนกันตลอด​ไป..ไอ้โกหก.."
ผมปล่อยโฮ..ฟุบหน้าลงบน​ที่นอนข้างร่างของ​เขา
++++++

ผมร้องไห้..ผมร้องไห้..
ผมร้องไห้..
ผมร้อง..ร้องจนแทบไม่หายใจ..
ต่อ​เพื่อนรัก..เอ็ง​ต้องไม่ตาย
ตลอดชีวิตของข้า..สิ่งเดียว​ที่ข้าภูมิใจ​ที่สุดในชีวิต ก็​คือ​ได้​เป็น​เพื่อน​กับเอ็ง..
ไม่ว่าข้า​จะต่ำต้อยอย่างไร ไม่ว่าข้า​จะถูกดูถูกเหยียดหยามอย่างไร มีเอ็งเพียงเท่านั้น​..​ที่ไม่เคยมองข้าน้อย​ไปกว่าคำว่า​เพื่อนเลย​
เอ็งมีน้ำใจให้ข้าไม่มีวันจบสิ้น เสียเงินเสียทองให้​กับข้าอย่างไม่เสียดมเสียดาย..ไม่เคยสักครั้ง​ที่​จะทำให้ข้าเสียใจเ​พระเอ็ง
เอ็งรู้ไหม? ข้าบอก​กับตัวเองเสมอ..​เมื่อข้าเรียนจบ..​เมื่อข้า​ได้ทำงาน..ข้า​จะหาเงินให้​ได้มาก ๆ​ ​เพื่อข้า​จะ​ได้ตอบแทนเอ็ง​ได้บ้าง..
ไม่นะ..​เพื่อนรัก..ไม่นะ..อย่าเพิ่งทิ้งกัน​ไปอย่างนี้..


"หมอมีข่าวดีมาบอก.."
เสียงทุ้มขรึมดังขึ้น​ท่ามกลางเศร้าโศกของผม
"กรุ๊ปเลือดของน้องคนนี้..​พอดีตรงเข้ากัน​ได้​กับน้องผู้หญิงคน​ที่​ต้องผ่าตัดเปลี่ยนไต..​ถ้า​เขายอม..หรือญาติของ​เขายอม..หมอเชื่อว่าเรา​จะรักษาชีวิตคนหนึ่ง​ไว้​ได้.."
สิ้นเสียงของหมอ..ผมก็หลุดจากการเหนี่ยวรั้ง
"ไม่!!"
ผมตะโกนก้องเสียงดังลั่นห้อง
"ต่อ​ต้องไม่ตาย..​จะ​ต้องไม่มี​ใครตาย​ทั้งนั้น​..หมอรีบ​ไปเลย​..​ถ้าหมอรักษาไม่​ได้ก็​ไปหาหมอ​ที่เก่ง​ที่สุดในโลกนี้มารักษา​เขา..​ไป๊!!"
ผมเสียงหลง..ผมไม่ยอมเด็ดขาด..​เพื่อนของผม​จะตายไม่​ได้
หมอหน้าเสีย..มองหน้าพวกเราเลิ่กลั่ก
หนุ่มเข้ามาปรามผม​ที่​กำลังอาละวาดอย่างขาดสติ
"นายฟังหมอก่อนสิ..เราว่านี่​คือทางเลือกทางเดียวเท่านั้น​​ที่เรา​จะทำ​ได้.."
ผมปัดมือของ​เขา..
"ไอ้บ้า.." ผมเงื้อมือ..ผม​จะชก​เขา..
"นี่มัน​เพื่อนเอ็งนะ..เอ็ง​จะยอมให้​เพื่อนเอ็งตาย​ไปเรอะ.."
หนุ่มถอยออก​ไปบ้าง..ผมคงน่ากลัวเกิน​ไป
"รัน.."
เสียงแหบเบาดังขึ้น​มาขณะ​ที่ทุกคนยังยืนนิ่งอย่างทำอไรไม่ถูก
​เป็นเสียงของ​เขา..​เป็นเสียงของต่อ!!
ริมฝีปากแห้งผาก..ดวงตาริบหรี่..หน้าซีดเผือด..
ผมผวาเข้า​ไปหา​เขาทันที..ดีใจจนเนื้อเต้น
"เห็นไหม? ต่อฟื้นแล้ว​..​เขาไม่​เป็นอะไร​มาก..รักษาไม่นาน​เขาก็​จะหาย.." ผมบอก​กับทุกคนด้วยลิ้นระรัว
ต่อส่ายหน้า..
"ไม่มีประโยชน์หรอก​เพื่อน.."
ผมขบฟัน..หัวใจตกวูบอีกครั้ง
"ข้าบอกเอ็งแล้ว​..คืนนี้ข้า​จะ​ต้องรู้ให้​ได้ว่าหัวใจของน้ำอยู่​​ที่​ใคร..ใน​ที่สุดข้าก็รู้.."
"ไม่เลย​.เปล่าเลย​..น้ำรักเอ็ง เธอบอก​กับข้าเองว่าเธอรักเอ็ง..เธอไม่​ได้รักข้าเลย​.."
ต่อฝืนหัวเราะ..พยายามยกมือขึ้น​มา..ผมคว้ามาจับ​เอาไว้
"เอ็งอย่าโกหกข้าเลย​..ไอ้​เพื่อนรัก..เอ็งต่างหาก​ที่​เป็นคน​ที่น้ำเลือก..เอ็งเชื่อข้ารึยังล่ะว่า..​ความรัก..ไม่เกี่ยว​กับเงินทอง ไม่เกี่ยว​กับฐานะ ขอเพียงให้​ได้รักเท่านั้น​จริง ๆ​"
ผมพูดอะไร​ไม่ออก..ผมเถียง​เขาไม่​ได้
"คุณหมอครับ​..ผมยอมให้​ใช้อวัยวะทุกชิ้นในร่างของผม..​เพื่อช่วยชีวิตของน้ำ..หมอมา​เอา​ไป​ได้เลย​ครับ​.."
สิ้นเสียงนั้น​..ทุกคนต่างร้องไห้โฮ..
​แม้​แต่หมอเองยังน้ำตาซึม
"น้อง​เป็นลูกผู้ชาย..​ที่หมอขอยกย่องอย่างสุดหัวใจ.."
หมอบอก​กับ​เขา..แล้ว​รีบหันกายจาก​ไป
ผมยังพูดไม่​ได้..ก้อนสะอื้นมาจุกอยู่​​ที่คอ..​ได้​แต่ส่ายหน้า​ไปมาอยู่​อย่างนั้น​
ประโยคสุดท้าย​ที่​เขาทิ้งไว้ให้ผม
"ไอ้รัน..เอ็ง​ต้องรักน้ำให้มาก..อย่าทำให้เธอเสียใจ​เป็นอันขาด..​เพราะในร่างกายของน้ำมีข้าอยู่​ด้วย..เอ็ง​จะสัญญา​กับข้า​ได้ไหม?.."
หากน้ำตา​เป็นสายเลือด​ได้..เลือดคงไหลออกจากดวงตาของผม​เป็นสาย..
"ต่อ..ข้าสัญญา..ข้า​จะดี​กับน้ำให้สม​กับ​ความรัก​ที่ข้ามีต่อเอ็ง ​และให้สม​กับ​ความรัก​ที่เอ็งมีต่อเธอ..ข้าสัญญา"
​เขายิ้ม..ยิ้มที้ง​ที่หลับตา..
มือของ​เขาไร้แรงเหนี่ยวรั้ง..มันค่อย ๆ​ คลายตัวคาอุ้งมือของผม
"ไอ้ต่อ.."
ผมตะโกนเสียงแหบแห้ง..แล้ว​ก็ร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจสุดซึ้ง..
+++++

​ความรัก..​เป็นนามธรรม​ที่ยาก​จะจับ​ต้อง​ได้
มันก่อเกิดขึ้น​มาจากสิ่ง​ที่ไร้ตัวตน..มันสร้างตัวเองของมันขึ้น​มาเอง​โดย​ที่เราไม่​สามารถ​จะเหนี่ยวรั้ง​ได้
มันไม่เคยกลัวอะไร​ มันไม่เคยกลัว​ใคร หากมัน​ต้องการ​จะรัก..อะไร​ก็ห้ามมันไม่​ได้
​และ​เมื่อมัน​ได้เติบโตจนเต็ม​ที่แล้ว​..ต่อให้ขอบฟ้ามาป้อง ขุน​เขามาบัง ขวากหนามมาขวางอยู่​ตรงหน้า มันก็​จะสั่งให้เราฝ่าฟัน​ไป​เพื่อมัน
ต่อให้เรายกข้ออ้างร้อยแปดพันประการ ​ทั้งฐานันดร​ที่แตกต่าง ​ทั้ง​ความเหมาะสม​ทั้งหลาย​ทั้งปวง​ที่หา​ได้..เราก็ห้ามมันไม่​ได้
นั่น​คืออานุภาพแห่งรัก..อานุภาพ​ที่จรรโลงโลกมาจากอดีตจบปัจจุบัน
++++

ปล่องควันปล่อยควันสีขาวพวยพุ่งขึ้น​ฟ้า
เสียงประทุของพลุดังปัง ๆ​ ต่อ​เนื่อง
เสียง​พระสวด..เสียงสะอื้นจากญาติพี่น้อง​และมิตรสหาย
ผมเหม่อมองควันสายนั้น​..
ยิ้มให้​กับมัน..
"ไอ้ต่อ..น้ำฝากมาบอกเอ็ง..เธอ​กำลัง​จะออกจากโรงพยาบาล​ได้เร็ว ๆ​ นี้แล้ว​..เธอฝากมาบอกว่า..ขอบคุณ..ขอบคุณใน​ความรัก​ที่เอ็งมีให้เธอ.."
น้ำตาของผมเหือดแห้ง​ไปแล้ว​..
"เอ็งรู้ไหม? โรคเลือดจางของเธอก็พลอยหาย​ไปด้วยก็​เพราะไตของเอ็ง..เธอแข็งแรงขึ้น​มาก..เธอสวยขึ้น​มาก..สวยจนข้าแอบหอมแก้มเธอ​ไปทีหนึ่ง​เลย​ว่ะ.."
ผมหน้าแดง..บอก​กับ​เพื่อนในใจต่อ​ไป
"ข้าบอก​กับเธอว่าในทันทีทีข้าเรียนจบ..ข้า​จะขึ้น​​ไปอยู่​เชียงใหม่ใกล้ ๆ​ เธอ ​ไปหางานทำ​ที่นั่น..ข้า​จะสร้างชีวิตของข้า​ที่นั่นใกล้ ๆ​ เธอ ข้า​จะพิสูจน์ให้​ได้ว่า..ข้าเหมาะ​ที่​จะร่วมชีวิต​กับเธอ.."
ควันยังลอยอ้อยอิ่ง..ม้วนตัว​เป็นรูปร่าง​ที่คล้ายใบหน้าคน
ต่อ​กำลังยิ้มให้ผม
"เอ็งคลายใจ​ได้เลย​..​ไปสู่สุขคติ​ได้เลย​..ข้า​จะรัก​และดูแลน้ำด้วยชีวิตของข้า..ตราบใด​ที่ข้ายังหายใจอยู่​..น้ำ​จะไม่มีวันร้องไห้​เพราะข้าเด็ดขาด.."
ผมยิ้มให้​กับกลุ่มควันสายนั้น​..
"​และ​ถ้าเอ็งว่าง..เอ็งช่วย​ไปเยี่ยมไอ้ชาญวิทย์​กับพวกของมันด้วยนะโว้ย..​ไปหลอกแม่..งให้หัวโกร๋น​ไปเลย​..เห็นพ่อของน้ำบอกว่ามัน​ต้องติดคุกตลอดชีวิตทีเดียว.."
++++

"ยืนยิ้มอะไร​อยู่​ตรงนี้คะ​?"
นีรนุชส่งเสียงมา..เธอเข้ามายืนใกล้ ๆ​ ผมตั้งแต่​เมื่อไรผมก็ไม่รู้
"เปล่าครับ​.." ผมรีบบอก
"เปล่าอะไร​กัน..เห็นยืนยิ้มอยู่​​ได้.."
ในชุดดำนั้น​ช่วยขับเน้น​ความขาวเนียนของผิวเธอให้ชัดเจนยิ่งขึ้น​..ดวงตาของเธอยังคง​เป็นเส้นตรงอยู่​เหมือนเดิม
"นี​ต้องกลับเชียงใหม่แล้ว​นะคะ​..รันมีอะไร​​จะฝากถึงน้ำไหม?"
ผมยังไม่ตอบ..มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยหัวใจอันผ่องแผ้ว..
หญิงคนนี้..​สามารถแปรเปลี่ยน​ความรักให้กลับกลาย​เป็นมิตรภาพ​ได้อย่างน่าทึ่ง..
ผมยื่นมือให้​กับเธอ..
"นำ​ความรักของผม​ไปฝากน้ำด้วย..นี​เป็นผู้หญิงคนเดียว​ที่ผมเชื่อว่า​จะดูแล​ความรักของรัน​ได้ดี​ที่สุด..จนกว่า​จะถึงมือของคน​ที่รันรัก.."
เธอยิ้มแป้น
"ขอบคุณ​ที่ให้เกียรติอันสูงส่งนี้นะคะ​.."
เธอยังคงกุมมือผม..
"นีไม่เคยเสียใจเลย​​ที่รักรัน..เรา​จะ​เป็น​เพื่อนกันตลอด​ไป.."
ผมยิ้ม..
"เช่นกันครับ​"
เราสองมองหน้ากัน..มิตรภาพเบ่งบาน​โดยมีกลุ่มควันจากเ​ถ้ากระดูกของต่อ​เป็นพยานอยู่​เบื้องหลัง
สายลมโชยเย็นมาอย่างปุบปับ..ไล่พัด​ความร้อนระอุในเดือนแห่งฤดูร้อนนี้ให้คลายลงจนเราสองคนรู้สึก​ได้
เหมือน​กับ​เป็นอ้อมกอดของ​เพื่อนรัก..​ที่โอบกอดสองเราไว้อย่างแน่นกระชับ..ตราบนานเท่านาน...​
+++++
++++
+++
++
+


++++++++++++++++จบคับ+++++++++++++++++

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1467 Article's Rate 10 votes
ชื่อเรื่อง ฤๅเธอก็มีอยู่จริง?? #จบ
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๐๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-7350 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 20 เม.ย. 2549, 00.19 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-7351 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 20 เม.ย. 2549, 05.28 น.

อ่านแล้ว​เศร้าตาม​ไปด้วยค่ะ​ คุณรันนรา พี่พิลเผลอน้ำตาไหลออกมาด้วย แฮ่

คุณรันนราถ่ายทอด​ความรู้สึกของตัวละคร​ได้ดีค่ะ​

มีคอมเมนต์นิดเดียว​คือ การสะกดคำ​และการเขียนให้ถูก​ต้องตามพจนานุกรมค่ะ​ อยากให้มีพจนานุกรมไว้ใกล้ตัว คอยเช็คคำนะคะ​
พวกอักษรกลาง เช่น ฟ ว ร ย ค น ไม่​ใช้ไม้ตรีสะกดค่ะ​ เช่น คะ​ แว้ด ฟะ นะ ยะ ครับ​
​ถ้าถูก​ต้องหมดทุกอย่าง ​จะเปอร์เฟ็กต์เลย​ค่ะ​

​จะรออ่านเรื่อง​ต่อๆ​​ไปนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-7352 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 20 เม.ย. 2549, 05.31 น.

ขอโทษที บอกผิดค่ะ​ ตัวอักษร​ที่ยกมาใช่แล้ว​ ​แต่ตัวอักษรพวกนั้น​​เป็นอักษรต่ำค่ะ​ ไม่ใช่อักษรกลาง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Aom [C-7353 ], [203.151.33.220]
เมื่อวันที่ : 20 เม.ย. 2549, 09.43 น.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : แสนรัก [C-7354 ], [219.184.210.83]
เมื่อวันที่ : 20 เม.ย. 2549, 11.33 น.

เศร้าจังค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : Poceille [C-7475 ], [202.57.182.51]
เมื่อวันที่ : 29 เม.ย. 2549, 18.17 น.

อืม...​ อืม...​ อืม...​


กะ​จะเม้นท์รวบยอดตอนสุดท้าย ​แต่แล้ว​ก็เขียนอะไร​ไม่ออกค่ะ​ ก็เรื่อง​มันเศร้า...​

อืม...​...​ ให้ดอกไม้อีกรอบละกันค่ะ​


...​


หลังจากสงบสติอารมณ์​ได้แล้ว​ ก็พอ​จะมี​ความเห็นนิด ๆ​ หน่อย​ ๆ​ สำหรับเรื่อง​นี้นะคะ​ อย่างแรก​ต้องขอชมว่าคุณรันมีเทคนิคในการ​ใช้บทบรรยาย​ที่ง่าย กระชับ ​แต่สื่อถึงอารมณ์ของตัวละคร​ได้ชัดเจน ​ความสั้น​และกระชับตรงจุดของคำบรรยายทำให้อารมณ์ของคนอ่านไม่ค้างเติ่ง อันนี้โพชอบมาก ๆ​ ค่ะ​

...​ช่ายเลย​ ตรงใจฉันเลย​
ไม่มีมาก​ไป ไม่มีน้อย​ไป ถูกใจทุกอย่าง...​

อย่าง​ที่สอง คุณรันเขียนเรื่อง​นี้​โดย​ใช้ตัวละครหลัก​เป็นผู้เล่า ​ซึ่งเข้ากัน​ได้ดี​กับพล็อต​ที่คุณรันวางไว้ คนอ่านไม่​สามารถเดาเรื่อง​​ได้ว่า​จะเกิดอะไร​ขึ้น​ ดังนั้น​​ความสะเทือนใจจากเหตุการณ์​ที่พลิกผันจึงมีอิทธิพลมากขึ้น​​เป็นทวีคูณ (ท่านพี่พิลถึง​กับหลั่งน้ำตา) อันนี้​ต้องขอยกนิ้วให้คุณรันเลย​ค่ะ​ เยี่ยมมาก ๆ​

อย่าง​ที่สาม...​ เหอเหอ ชมมา 2 ข้อแล้ว​ ข้อนี้ขอแสดง​ความเห็นแย้งบ้างนะคะ​ โพทราบดีว่าการแย้งในเรื่อง​พล็อต​เป็นสิ่ง​ที่ไม่สมควรเท่าไหร่นัก​เพราะพล็อต​คือผลงานการคิด​และพัฒนาของนักเขียน ​แต่​พอดีว่าโพอ่านแล้ว​มันสะดุด...​ สะดุดตรง​ที่ว่า "อะไร​มัน​จะพอเหมาะพอเจาะขนาดนี้?" ​และจุดนี้เองทำให้​ความสะเทือนใจของเรื่อง​มันไม่ปีนขึ้น​สู่จุดสูงสุด...​

เอ...​ หรือว่าโพ​เป็นพวกซาดิสม์กันหว่า???

อาจ​จะ​เป็น​ไป​ได้ค่ะ​ ​เพราะโพเคยอ่านนิยายแนวชีวิตรันทด​ที่คนเขียนทำร้ายตัวเอกของเรื่อง​อย่างรุนแรง แบบว่าไม่​ต้องให้ผุดให้เกิดเลย​ ​ซึ่ง​เป็นแนวการเขียน​ที่แปลกใหม่ดี ​เพราะทั่ว​ไปแล้ว​นักเขียนมัก​จะชอบตัวละครหลักของเรื่อง​​และมัก​จะไม่กล้า "ทรมาน" ตัวละครหลักจนบอบช้ำเกิน​ไป เลย​ทำให้อารมณ์ของคนอ่านพลอยขึ้น​ไม่สุดตาม​ไปด้วย...​

เรื่อง​นี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ​ คุณรันทำให้คนอ่านตกตะลึง​กับสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​​และสะเทือนใจ​กับการบาดเจ็บของน้ำ ในขณะเดียวกันก็สงสารคุณรัน​ที่เพิ่ง​จะตอบใจตัวเอง​ได้ว่ารู้สึกอย่างไร​กับหญิงสาวในเวลา​ที่ดูท่าว่า​จะสายเกิน​ไป แถมคุณรันยังเพิ่มเรื่อง​การบาดเจ็บสาหัสของต่อ​ซึ่ง​เป็นตัวละคร​ที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง​เข้ามาทำให้คนอ่านยิ่งเจ็บปวดหนักขึ้น​​ไปอีก (โพเองยังน้ำตาซึมเลย​) กลัวใจเหลือเกินว่าคุณรัน​จะ​ต้องเสียคน​ที่รัก​ไป​พร้อมกัน​ทั้งคู่ ​แต่แล้ว​เรื่อง​ไตก็โผล่ขึ้น​มา ​และการตายของต่อก็กลาย​เป็นตัวแก้ปัญหา​ทั้งหมด...​ ตรงจุดนี้ล่ะค่ะ​​คือจุดสะดุดของโพ

ณ จุด​ที่คุณหมอประกาศว่า​สามารถเปลี่ยนถ่ายไตของต่อให้​กับน้ำ​ได้ อารมณ์ของเรื่อง​ก็เปลี่ยน​ไปในทันที บางคนอาจ​จะรู้สึก"โล่งใจ"ว่าอย่างน้อยต่อก็ไม่​ได้ตายฟรี ​และคุณรันก็ไม่​ต้องเสียคน​ที่รัก​ไป​ทั้งสองคน ​แต่สำหรับโพแล้ว​มันไม่ใช่แฮะ...​ มันอธิบายไม่ถูกอะค่ะว่า​โพรู้สึกอย่างไร ​แต่มันเหมือน "ไม่สุด" อารมณ์มันค้างอยู่​แค่นั้น​ มันเหมือน...​ กลาย​เป็นอวกาศ​ไปเสียเฉย ๆ​ เคว้งคว้าง ว่างเปล่า...​

คุณรันงงไหมคะ​เนี่ย? โพเขียนเอง ยังงงเองเลย​ค่ะ​

​แต่​โดยสรุปแล้ว​ โพชอบเรื่อง​นี้นะคะ​ เพียง​แต่ไม่ประทับใจตอนจบเท่าไหร่ (คุณรันคงไม่โกรธนะคะ​​ที่พูดตรง ๆ​ แบบนี้)


...​




ขอบคุณคุณรัน​ที่เขียนเรื่อง​ดี ๆ​ มาลงในนิตยสารให้พวกเรา​ได้อ่านกันนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : นายรักเร่ [C-7693 ], [58.8.192.80]
เมื่อวันที่ : 22 พ.ค. 2549, 19.33 น.

อ่านจบแล้ว​ ฝีมือยังแจ๋วเหมือนเดิมนะครับ​คุณรัน

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น