นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ เมษายน ๒๕๔๙
ฤๅเธอก็มีอยู่จริง?? #4
รันนรา
...ผมเดินเอียงกลับบ้าน..แอลกอฮอล์ลกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ทีเดียว​​ที่วิ่งวนในสายเลือด.. ผมเมามาก..ผมยอมรับ..​​แต่​​เป็นการเมา​​ที่ผมเต็มใจ...
ผมเดินเอียงกลับบ้าน..แอลกอฮอล์ลกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ทีเดียว​ที่วิ่งวนในสายเลือด..
ผมเมามาก..ผมยอมรับ..​แต่​เป็นดสนเมา​ที่ผมเต็มใจ
ต่อกอดผมเต็มแรง..​เขาดูโล่งใจมาก​ที่​ได้ยินประโยคนั้น​จากปากของผม
"น้ำไม่ใช่ของข้า เอ็ง​จะ​ต้องมาขอข้าทำไม เอ็ง​จะจีบเธอก็เรื่อง​ของเอ็ง..เอ็งก็รู้..หัวใจของข้าตอนนี้มันแหลกลาญไม่มีชิ้นดี..ไม่ว่า​ใครก็มาทำให้มันดีขึ้น​มาไม่​ได้.."
"​แต่ข้ารู้สึกว่า​ เอ็ง​กับเธอ...​"
ผมรีบตัดบท
"เอ็งจำคำข้าไว้..เอ็ง​เป็น​เพื่อนข้า..เอ็ง​เป็น​เพื่อน​ที่ดีของข้า..ข้า​จะไม่ทำให้เอ็งผิดหวังในตัวข้าเด็ดขาด.."
"​แม้ว่าเธอ​จะชอบเอ็งน่ะรึ?"
ผมหัวเราะ..ต่อ​กำลังซ้อมค้างผม​เพื่อหา​ความจริง​ที่​เขาสงสัย
​เขาคงเห็นอาการอะไร​บางอย่าง​ระหว่างน้ำ​กับผม..ทำให้​เขาไม่แน่ใจ
สิ่ง​ที่ผม​ต้องทำก็​คือทำให้​เขาแน่ใจ..ว่าผม​กับน้ำ..ไม่มีอะไร​กันจริง ๆ​
"น้ำเหมาะ​กับเอ็ง..เอ็งเหมาะ​กับน้ำ..​ส่วนข้า..ยัยเต้าหู้ยี้ก็ไม่ถึง​กับแย่นัก..เธอ​เป็นคนจิตใจดี..ข้าคง​จะลืมแนน​ได้ไม่ยาก​ถ้ามีเธอ.."
ต่อยิ้มร่า..เอื้อมมือให้ผมจับ
"ขอบใจมาก..​เพื่อนรัก..มีอะไร​ให้ข้าช่วยก็บอกข้า​ได้เลย​.."
ผมจับมือ​กับ​เขา..อีกมือหนึ่ง​กระดกแก้วเบียร์ในมือเข้าปาก..
ทำไมคืนนี้มันถึงผ่าน​ไปช้านักวะ
ผมถามตัวเอง..

เปล่าเลย​..ผมยังไม่ลืมแนน
ผู้หญิงคน​ที่ผมรัก..ผู้หญิงคน​ที่ผมโหยหาอยู่​แทบทุกวินาที..
ผมย่ำบอก​กับตัวเอง..รักแท้ของคนเรา..มี​ได้แค่ครั้งเดียว..
ถลาลงบน​ที่นอน..​ความวุ่นวายของหัวใจทำให้ผมหมดแรง..
ดี​ที่​ได้​ความเมามาช่วย..มันทำให้ผมง่วง..​และมันก็คง​จะทำให้ผมหลับ​ไปในไม่กีนาทีจากนี้..
​แต่แล้ว​..ตาของผมก็ค้าง..พัดลมเพดานกลาย​เป็นเป้าสายตา​ที่ผมแทบ​จะนับมัน​ได้ว่ามันหมุนกี่รอบต่อวินาที..
​ความเมา..ไม่​ได้ช่วยอะไร​​กับเราเสมอ​ไปจริง ๆ​
ผมคิดถึงแนน..ผมคิดถึงเธอ..
ผมคิดถึงนี..ตายิบหยีคู่นั้น​..ป่านนี้เธอคง​กำลังนอนอยู่​บนรถไฟ..เธอ​จะคิดถึงผมบ้างหรือเปล่านะ?
ผมยังคิดถึง​ใครอีกคน..
สายตาหวานกินใจคู่นั้น​..ยังวนเวียนหลอกหลอนอยู่​ทุกขณะ
น้ำ..ทำไมผม​ต้องคิดถึงเธอ..
ผมบอกตัวเองไม่​ได้..​และผมก็สลัดภาพของเธอทิ้ง​ไปไม่​ได้..
แล้ว​จู่ ๆ​ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น​..
ผมขมวดคิ้ว..เหลือบตาดูนาฬิกา​ที่หน้ากระจก..ตีหนึ่ง​กว่าแล้ว​..
​ใครโทรมา?..ดึกป่านนี้?
"โหล.."
"รัน.."
"คับ..ผมรันคับ.."
ลิ้นของผมพันกันอย่างช่วยไม่​ได้..
"นี่แนนนะ..รัน​เป็นอย่างไรบ้าง​?"
หูโทรศัพท์แทบหลุดจากมือ..แอลกอฮอล์ลถูกหัวใจ​ที่เต้นถี่เผาผลาญ​ไปแทบหมดจากสายเลือด
"แนน..แนนจริง ๆ​ หรือนั่น?"
"ค่ะ​..รันสบายดีไหม?"
​เมื่อแน่ใจว่า​เป็นแนนจริง ๆ​ ผมกลับพูดไม่ออก..​ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาจนตั้งตัวไม่ทัน
"ทำไมเงียบ​ไปล่ะคะ​..ยังโกรธแนนอยู่​อีกหรือ?"
เสียงทอดหวานอย่างนี้..​เป็นสิ่ง​ที่ผมโหยหามาตลอดไม่ใช่หรือ?
​แต่ทำไมผมกลับรู้สึกแปลก ๆ​ อย่างนี้..
หัวใจ​ที่เคยรู้สึกว่า​หายเจ็บ​ไป​ได้บ้าง..กลับถูกฉีกกระชากให้ขาดวิ่นหนักขึ้น​..
ภาพของเธอ​ที่เดินเคียงคู่​ไป​กับ​เขา..ฉายวูบเข้ามาใน​ความทรงจำ
"แนนยังคิดถึงรันอยู่​นะคะ​.."
​เป็นคำพูด​ที่แผ่วบาง..จางหาย..ผมวางโทรศัพท์​ไปอย่างไม่รู้ตัว...​

เสียงเพลง..ดังมาจากไหนไม่รู้..
น้ำตา..พร่าพร่างเล็ดรอดออกมาจากหัวใจ..

"..ขอบคุณนะ​ที่เธอยังทักทาย ถึง​แม้ว่าเรา​จะกลาย​เป็นแค่..คนอื่น

ขอบคุณนะ​ที่เธอยังไม่ลืม ในทุกๆ​คำยังคงห่วงใยฉันเหมือนเคย

ฉันก็เดิมๆ​ ไม่​ได้เจอ ไม่​ได้รัก​ใคร มีเสียงเพลงปลอบหัวใจให้พ้นวันต่อวัน

​เพราะรักแท้ ฉันมี​ได้แค่ครั้งเดียว เธอเท่านั้น​​ที่ฉันยังคงจดจำไว้ในใจ

หนึ่ง​ใจ​ที่ตัวฉันมี เธอ​เป็นคน​ได้​ไป ไม่​ต้องการ​ใครไม่เหลือให้​ใครลมหายใจยังมี​แต่เธอ

แค่​ได้เห็น​เขาเดินข้างๆ​เธอ คนหน้าเดิมอย่างฉันก็เริ่มเข้าใจ

ว่า​ความรัก​ต้องการกว่าหัวใจ ​แต่ไม่โทษ​ใครก็​ได้​แต่ยิ้ม​และยินดี

​เพราะรักแท้ ฉันมี​ได้แค่ครั้งเดียว เธอเท่านั้น​​ที่ฉันยังคงจดจำไว้ในใจ

แล้ว​​จะมี​ใคร ​จะรัก​ใครลงแบบฉันก็คงเจ็บต่อ​ไป

เธอเท่านั้น​​ที่ฉันยังคงจดจำไว้ในใจ.."

++++++

วันเวลาเคลื่อนผ่าน..วัน​ที่​จะ​ต้องเดินทางขึ้น​เชียงใหม่ใกล้เข้ามาทุกที
ผมยังไม่ให้คำตอบ​กับเจ้าต่อ..​แม้​แต่นีเอง​ที่เทียวโทรฯ มาบ่อย ๆ​ ผมก็ยังไม่รับปากเธอ
"ทำไมคะ​..รันติดธุระเหรอ?"
"ผม​กำลังเคลียร์อยู่​ครับ​"
"หรือรันไม่อยากมาคะ​?"
"เปล่าครับ​..ผมอยาก​จะ​ไปเ​ที่ยวเชียงใหม่ อยาก​จะ​ไปดูดอกไม้​ที่นีบอกว่าสวยหนักสวยหนานั่น.."
นีหัวเราะ..เธอเฝ้ารอวัน​ที่​จะ​ได้พบผมอยู่​ตลอดเวลา
ผมเองก็ใช่ว่า​จะไม่อยาก​ไป..​แต่มันมีอะไร​บางอย่าง ​ที่คอยชุดรั้ง​ความอยากของผม​เอาไว้
แนนโทรฯ มาทุกวัน..โทรฯ มา​ทั้ง​ที่ไม่มีอะไร​คุย..เหมือนเธอ​ต้องการ​จะทำให้ผมเจ็บช้ำมากยิ่งขึ้น​
"เรายัง​เป็น​เพื่อนกันอยู่​ไม่ใช่หรือคะ​?"
ผมยิ้มรับคำว่า "​เพื่อน" นั้น​อย่างสุดฝืน..
​จะบอกเธอว่าอย่างไรดี..ว่า​เพื่อนนั้น​ผมมีเยอะแล้ว​..
​และอยาก​จะถามเธอเหลือเกินว่าเธอ​ต้องการอะไร​กันแน่?
"แนน​เป็นห่วงรันนะคะ​..อย่าทานเหล้ามากนะ..มันไม่ดีต่อสุขภาพรู้ไหม?"
เธอคงไม่รู้..ประโยคนี้ของเธอทำให้ผม​ต้องรีบดื่มเบียร์เข้า​ไปอีกขวดหนึ่ง​เต็ม ๆ​
"อีกไม่นานนี้แนน​จะขึ้น​​ไปเชียงใหม่แล้ว​..แนน​ไปฝึกงาน​และคง​จะทำงาน​ที่นั่นเลย​..รัน​ต้องดูแลตัวเองมาก ๆ​ รู้ไหม?"
แนนเลือก​ที่​จะ​ไปฝึกงาน​เป็นนักศึกษาแพทย์​ที่โรงพยาบาลใหญ่ในเชียงใหม่..ผู้ชายคนใหม่ของเธอก็อยู่​​ที่นั่น..
"ขอให้แนนโชคดีนะครับ​"
​เป็นประโยคทิ้งท้าย​ที่ผมบอก​กับเธอ
++++

อีกสาเหตุหนึ่ง​​ที่ทำให้ผมลังเล..ทำให้ผมไม่กล้า​จะตัดสินใจขึ้น​​ไปเชียงใหม่​พร้อม​กับเจ้าต่อ
น้ำโทรฯ หาผม..
เราไม่​ได้คุยอะไร​กันมาก..เธอแค่เล่าให้ผมฟัง
"​เพื่อนตั้งแต่เด็กของน้ำ​จะขึ้น​มาอยู่​​ที่เชียงใหม่..น้ำคงไม่ว่าง​ที่​จะคอยเทคแคร์​ใครอย่าง​ที่ตั้งใจ.."
"ผมไม่เข้าใจ.."
"​เพื่อนของน้ำ..ชื่อ..แนน"
++++

เมืองเชียงใหม่หน้าร้อน..กลางวันก็ยังถือว่าไม่ร้อนมากนัก..
เสีย​แต่แดดแรง..เผาผลาญผิวหนังแทบ​จะกรอบเกรียม​เป็นหมูหัน..
เราสองคนเลือกพัก​ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง​ แถว ๆ​ เซ็นเตอร์พ๊อยท์ เอ้ย..แถว ๆ​ ไนท์บาร์ซา
ผม​กับต่อ​ไปถึงตั้งแต่เช้า​..เราเลือกเดินทาง​โดยเครื่องบิน
เครื่องบิน​ที่เหมือนรถเมล์..มีตั๋ว​แต่ไม่ระบุ​ที่นั่ง..แย่งกันหา​ที่นั่งจนเครื่องโป่ง​ไปโป่งมา
ดี​ที่ไม่มีราวให้จับ..ไม่งั้นผมเลือก​ที่​จะยืน..​เพราะผมชิน​กับการโหนรถเมล์มา​แต่ไหน​แต่ไร
​เป็นครั้งแรก​ที่ผม​ได้นั่งเครื่องบิน..​ทั้ง​ที่ผมปฏิเสธเสียงหนักแน่น​กับ​เพื่อนของผม..ว่า​จะขอเดินทาง​โดยรถทัวร์หรือไม่ก็รถไฟ
"เฮ่ย..ราคาพอกัน..​แต่ซื้อเวลา​ได้ตั้งแยะ..ข้าจองตั๋วไว้ให้แล้ว​.."
"ไร?..เอ็งไม่​ต้องถามข้าเลย​หรือว่าข้า​จะ​ไปหรือเปล่า?"
"ไม​ต้องถาม..เอ็งไม่​ไป​ได้ด้วยเหรอ?"
ผมถอนหายใจให้​กับ​เพื่อนของผมคนนี้ด้วย​ความอ่อนใจ
"​ถ้าข้าติดธุระ..เอ็งก็เสียเงินฟรี"
"หรือเอ็งไม่อยาก​ไป?"
"ใช่..ข้าไม่อยาก​ไป"
"ทำไม? มีอะไร​เหรอ?"
ผมอักอัก..​เขาโอบไหล่ผม
"สู้​กับมันสิวะ..เอ็งอย่าหนีต่อ​ไปอีกเลย​..เรื่อง​แนนใช่ไหม? ​จะ​ได้​ไปดูหน้าไอ้หมอนั่นให้เต็ม ๆ​ ตาไง.."
"ข้าไม่อยาก​จะสนใจอีกแล้ว​.."
"ก็ดี..งั้นขึ้น​​ไป​เป็น​เพื่อนข้า..​ไปช่วยตามหาหัวใจของข้าที..มันหาย​ไปเกือบอาทิตย์แล้ว​.."
"น้ำคงดีใจ..​ที่เอ็งจริงจัง​กับเธอถึงขนาดนี้.."
"​แต่ข้าว่าคน​ที่ดีใจน่า​จะ​เป็นยัยนีมากกว่า..คะยั้นคะยอข้าแทบทุกวัน..ว่าให้หิ้วเอ็ง​ไปให้​ได้.."
นั่น​เป็นเรื่อง​​ที่ผมไม่สบายใจอยู่​​พอดี..
"ข้าไม่อยาก​ไปก็​เพราะเรื่อง​นี้ด้วย..ข้าไม่อยากหลอกเธอ..ข้าไม่​ได้ชอบเธอ.."
"ก็คบกัน​เป็น​เพื่อนสิวะ..​ความรู้สึกดี ๆ​ มันเกิดขึ้น​ยากนะโว้ย..ขึ้น​​ไปคุย​กับเธอให้เข้าใจ..ข้าว่าเธอก็คง​จะยอมรับไม่ยากนัก.."
นั่นจึง​เป็นสาเหตุ​ที่ทำให้วันนี้..ผมมาปรากฏตัวอยู่​​ที่เชียงใหม่ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง..
หัวใจยังหวิว ๆ​ ไม่หาย..​กับลีลาการตกหลุมอากาศ ของเครื่องโบอิ้งลำยักษ์​ที่เก่ากว่ารถเมล์สายร้อยสิบ..​ที่วิ่งผ่านหน้าบ้านของผม..
​และหูก็ยังอื้อจน​ต้องตบบ้องหูตัวเองอยู่​ไม่วาย
+++++

​เพื่อนชายของเจ้าต่อ ​เป็นคนเดียว​ที่มารับเรา..
"พวกผู้หญิงไม่ว่างโว้ย..นัดกันว่าคืนนี้​จะพาเอ็งสองคนท่องราตรีเชียงใหม่กันให้หนำใจ.."
ต่อไม่สนใจในสิ่ง​ที่​เขาพูดเท่าใดนัก กลับถามถึงงานวันรุ่งขึ้น​
"พรุ่งนี้วันเกิดน้ำไม่ใช่เหรอ..นัดกัน​ที่ไหนล่ะ?"
"น้ำไม่ว่างซะแล้ว​ว่ะ..เธอบอกว่าเธอ​ต้องอยู่​​กับครอบครัวของเธอ.."
"อ้าว.." ต่ออุทาน..หน้าเสีย
"ข้าโทรฯ หาก็ไม่รับสาย..รู้งี้ไม่ขึ้น​มาให้เสียเ​ที่ยว.." ​เขาบ่นออกมา
"ข้าก็เพิ่งรู้วันนี้เหมือนกัน..ตอนข้าโทรฯ ​ไปถามว่า​จะมารับพวกเอ็งไหม? เธอฝากขอโทษมาด้วย"
ต่อนิ่งซึม​ไป..ผมเองก็ผิดหวังอยู่​เหมือนกัน
ในใจลึก ๆ​ ผมก็อยาก​จะเจอเธอ..อยาก​จะเห็นดวงตาคู่นั้น​ของเธอ..อยาก​จะอวยพรเธอในวันเกิดของเธอ
การคุยกันคืนนั้น​..เธอบอกผมแล้ว​ว่าไม่สะดวก​​ที่​จะมาเทคแคร์​ใคร ​แต่ก็ไม่เชื่อว่าเธอถึง​กับไม่ยอมมาพบเราจริง ๆ​
ตอนหนึ่ง​ของการสนทนา..ผมกลั้นใจถามเธอออก​ไป
"น้ำ​กำลังหมาย​ความว่า..แนน..แนน​เป็นผู้หญิงคน​ที่แฟนเก่าของน้ำมาชอบเหรอ?"
เธอเงียบ​ไปครู่ใหญ่..ก่อน​จะเอ่ยด้วยเสียงเบาแทบไม่​ได้ยิน
"ฉันอยาก​จะเชื่อว่า..แนนไม่​ได้ตั้งใจ​จะให้​เป็นอย่างนั้น​.."
"ทำไมน้ำไม่บอกเธอ?"
"​จะมีประโยชน์อะไร​? ถึง​แม้ฉัน​จะสิ้นคิดอย่างไรฉันก็ไม่มีวัน​ที่​จะ​ต้องเสีย​เพื่อน​ไป​เพราะผู้ชายคนหนึ่ง​หรอก.."
ผมถึง​กับพูดไม่ออก..
"ตอนนี้นายก็รู้แล้ว​ใช่ไหม? ว่าทำไม..ฉันถึง​ได้จงใจ​ที่​จะ​ต้องคุย​กับนายในเรื่อง​นี้.."
"ก็​เพราะผม​เป็นแฟนเก่าของแนนล่ะหรือ?"
"ใช่..ฉันอยาก​จะให้นายหาทางบอก​กับแนน..ว่าผู้ชายคนนั้น​..​ความจริง​เขาไม่​ได้​เป็นอย่าง​ที่​เขาหลอกเธอเลย​.."
หัวใจของผมเกิดอาการชาอย่างช่วยไม่​ได้ ​ที่เธอทำ​เป็นสนใจผม..ก็​เพราะเรื่อง​นี้เองน่ะสิ..
"แนนเห็นว่า​เขามีรถขับ..มีพ่อ​เป็นนักการเมืองชื่อดัง..มีเงินจับจ่ายไม่ขาดมือ..​แต่มัน​เป็นภาพลวงตา​ทั้งนั้น​.."
ผม​ได้​แต่นิ่งฟัง
"พ่อของ​เขา​กำลัง​จะตกจากอำนาจ ​กำลัง​จะถูกฟ้องล้มละลาย..เงิน​ที่​เขา​ใช้อยู่​ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เงินของ​เขา..​เขาจ้อง​จะจับผู้หญิงรวย ๆ​ ​เพื่อ​จะมาช่วยพยุงครอบครัวของ​เขาเท่านั้น​.."
"จริงหรือ?"
"​ถ้านายยังรักแฟนของนายอยู่​..นาย​ต้องฉุดเธอให้พ้นจากน้ำมือของผู้ชายคนนี้ให้​ได้..ฉันบอกนาย​ได้เพียงเท่านี้.."
+++++

วันนั้น​..หลังจาก​เพื่อนของเจ้า​ต่อมาส่งเรา​ที่โรงแรม..เรา​ทั้งสองก็ขลุกกันอยู่​ในห้อง
จริง ๆ​ แล้ว​แนนเคยชวนผมมาเ​ที่ยวบ้านของเธอ​ที่เชียงใหม่อยู่​หลายครั้ง..​แต่ผมปฏิเสธ..ด้วย​เพราะ​ความละอายในตัวเอง
การ​จะ​ไปเ​ที่ยว​ที่ไหน..​แม้กระทั่งการดูหนัง..ผม​จะ​ต้องเก็บเงิน​เป็นเวลานาน..กว่า​จะเหลือพอ​ที่​จะทำอย่างนั้น​​ได้
ผมไม่​ต้องการให้แนนเปลืองเงิน​เพราะผม..​ทั้ง​ที่เธอบอกว่าไม่​เป็นไร
"​เอาไว้ให้รัน​พร้อมกว่านี้..รัน​จะขึ้น​​ไปทำ​ความรู้จัก​กับคุณพ่อคุณแม่ของแนนแน่ ๆ​ "
ด้วยเหตุผลนี้..ทำให้ผมไม่เคย​ได้ขึ้น​มาเ​ที่ยวเชียงใหม่เลย​..
​แต่ก็น่าแปลก...​​เมื่อ​ได้มาเข้าจริง ๆ​ ผมกลับไม่นึกอยาก​จะออก​ไปไหน
หรือในหัวใจของผมมันมีเรื่อง​ราวให้ขบคิดมากมาย​จนเกิน​ไป..เกินกว่า​ที่​จะมีอารมณ์​ไปไหนต่อไหน​ได้??
ต่องีบ​เอาแรง​ไปแล้ว​..​ส่วนผม..​ต้องหาอะไร​ดื่มแก้เปรี้ยวปาก
เปิดตู้เย็นของโรงแรม..เบียร์หลายขวดแช่ไว้เย็นเจี๊ยบ..​แต่ดูราคา​ที่โรงแรมติดไว้ให้..ถึง​กับกินไม่ลง
เบียร์ขวดเท่าขี้ตา..ขายตั้งแปดสิบ
ซื้อขวดยักษ์​ได้ตั้งสองขวด..ออก​ไปหาซื้อเองดีกว่า
ขยับ​จะบอก​เพื่อน..​แต่เห็นว่า​เขาหลับอยู่​..ผมก็เลย​เกรงใจ
ค่อย ๆ​ ย่องออกประตู...​หาทางลงลิฟท์..จำ​ได้ว่าก่อน​จะถึงโรงแรมนี้มีร้านเจ็ดสิบเอ็ดตั้งอยู่​ใกล้ ๆ​
ล้วงกระเป๋ากางเกง..ยังพอมีเงินเหลืออยู่​บ้าง..น่า​จะ​ได้สักสามสี่ขวด
​เมื่อออกพ้นบริเวณโรงแรม..ก็​ต้องหยีตา..แดดแรงจริง ๆ​
นาฬิกาข้อมือชี้ว่าสิบโมงกว่า..ยวดยานบนท้องถนนยังคงแออัดเหมือนกรุงเทพฯ ตอนเช้า​ ๆ​
สม​กับคำ​เขาว่า เชียงใหม่​คือกรุงเทพฯ(2) ดี ๆ​ นี่เอง
ดีไม่ดีรถ​จะติดหนักกว่าเสียด้วยซ้ำ
ผมเดิน​ไปพักหนึ่ง​..มีร้านหนังสือตั้งอยู่​ก่อนถึงร้านขายของชำ​ที่บ้านีออนชื่อนั้น​(สังเกตสิคับ..ร้านเซเว่นฯ ​จะเปิดนีออนไม่น้อยกว่าสามสิบดวงทุกร้าน)
ผม​เป็นคนชอบอ่านหนังสือ..การอ่านหนังสือทำให้ผมชอบเขียนหนังสือ..​ที่ผมเขียนหนังสืออยู่​​ได้ทุกวันนี้ก็​เพราะผมชอบอ่านหนังสือ..ผมเลย​เลี้ยวเข้าร้านหนังสือ​โดยไม่รู้ตัว..
แล้ว​ผมก็พบ​ใครคนหนึ่ง​​ที่คุ้นตา
ผมสั้น..ขนตางอน..จมูกโด่งงาม..ผิวขาวใส..
เธออยู่​ในชุดเสื้อสีส้มอ่อน..กระชับรูปร่าง ​และกางเกงสาม​ส่วนเน้นเรียวขา​ที่เรียวงาม..
เธอ​กำลังก้มหน้าเลือกหนังสืออยู่​..
ผมอ้าปากค้าง..หัวใจแทบทะลุออกมานอกปาก
"น้ำ.."
+++++

ร้านไอ้ติมหมายเลขเจ็ด​เป็น​ที่​ที่เรานั่งคุยกัน
แสงแดดส่องเข้ามาทางกระจก..มันสาดสว่าง​ไปทั่วร้าน..ผู้คนยังไม่มากเท่าใด​เนื่องจากยังคงเช้า​..ผมนั่งมองถ้วยไอศกรีมด้วย​ความรู้สึกขม ๆ​ ปาก
นอกจากมัน​จะไม่ใช่เบียร์แล้ว​..น้ำยังทำให้ผมรู้สึกขมยิ่งขึ้น​
เธอเปลี่ยน​ไปมาก..ไม่เหมือนน้ำคนเดิม
แววตาของเธอว่างเปล่า..เธอเพียงยิ้มรับ​กับคำทักทายของผม..เธอไม่แปลกใจ​ที่เห็นผม
"ฉันว่าแล้ว​ว่านาย​ต้องมา..แนนขึ้น​มาก่อนหน้านายแล้ว​สองสามวัน.."
"ผมทราบแล้ว​.."
น้ำยิ้มรับคำนั้น​..เธอตักไอศกรีมช๊อคโคแลตเข้าปาก..หันหน้ามองผ่านกระจกออก​ไป
ลำแสงอาทิตย์ฉายจับอยู่​​ที่ใบหน้า..เน้นเส้นตัดของคมคิ้ว​และขนตาให้เด่นชัดขึ้น​
"นายคง​จะรู้ว่า​จะพบแนน​ได้​ที่ไหน ​และคง​จะรู้ว่า​จะ​ต้องพูดอย่างไร​กับเธอให้เธอเชื่อในสิ่ง​ที่ฉันบอก​กับนาย.."
"ผมไม่​ได้มา​เพราะเรื่อง​นั้น​.."
น้ำหันขวับมา..ดวงตาส่อแววอะไร​ชนิดหนึ่ง​​ที่ผมไม่เข้าใจ​ความหมาย ​แต่แล้ว​ก็จาง​ไปอย่างรวดเร็ว
"จริงสิ..นีก็คิดถึงนายมากนะ..เธอเฝ้ารอวันนี้มาตั้งแต่กลับจากกรุงเทพฯแล้ว​..เห็นว่าคืนนี้นัด​จะ​ไปเ​ที่ยวกันไม่ใช่หรือ?"
ไอศกรีมรสกาแฟของผมยังถูกทิ้งอยู่​เช่นนั้น​..ผมไม่เข้าใจอะไร​บางอย่าง
ทำไมน้ำถึงจงใจ​ที่​จะพูดอย่างนั้น​..เหมือนเธอกลัว​จะ​ได้ยินผมพูดว่าผมมาเชียงใหม่ก็​เพราะ​จะมาร่วมงานวันเกิดของเธอเท่านั้น​..
ผมลอบถอนใจ..​เมื่อเธอไม่​ต้องการรู้ก็ไม่​เป็นไร..​จะมีประโยชน์อะไร​​ที่ผม​จะบอกออกมาว่าผมมาก็​เพราะเธอ
"ผมอยากรู้เรื่อง​ของแนน​กับ​เขาคนนั้น​..เล่าให้ฟังหน่อย​​ได้ไหม?"
ผมเปลี่ยนเรื่อง​..​และนี่​คือเรื่อง​ราวของหนึ่ง​หญิงหนึ่ง​ชาย..​ที่ไม่รู้ว่าบุญหรือกรรม​ที่ทำให้​เขา​และเธอ​ต้องมาพบกัน
​เป็นเรื่อง​ราวของแม่เหล็กสองขั้ว..​ที่บังเอิญเกิดแรงดึงดูดต่อกัน​และกันจนห้ามใจไม่​ได้
​ทั้งสองสลัดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว​ถลาเข้าหากัน
ด้วย​ความ "โลภ" ​และ​ความ "แค้น" แท้ ๆ​
++++

​เมื่อจบใกล้จบปีสี่..แนน​ต้องหา​ที่ฝึกงาน​เป็นนักศึกษาแพทย์ตามระเบียบ..เธอ​ต้องการ​จะกลับมาทำ​ที่เชียงใหม่ ​เนื่องจากบ้านเกิดของเธออยู่​​ที่นั่น..
เธอเทียวมาเทียว​ไปกรุงเทพฯ- เชียงใหม่อยู่​บ่อยครั้ง..​ระหว่างนั้น​ผมก็ทราบอยู่​บ้าง​ที่ผม​กับแนน​จะ​ต้องห่างกัน
​แต่​เป็นการห่างกันด้วย​ความจำ​เป็น ผมเองเสียอีก​ที่สนับสนุนเธอให้ทำอย่างนั้น​
​ใครเลย​​จะรู้..เธอ​ได้พบ​กับ​ใครคนหนึ่ง​..​ที่รูปหล่อ ร่ำรวย ​และคู่ควร​กับเธอมากกว่าผม
​เขา​คือชาญวิทย์..ลูกชายนักการเมืองท้องถิ่น..เธอ​และ​เขา​ไปเจอกันในสถาน​ที่เ​ที่ยวแห่งหนึ่ง​ในเชียงใหม่
ชาญวิทย์​เป็นคนรูปหล่อ..การ​แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาแพงแสดงรสนิยมสูงส่ง..การพูดจาสุภาพ​และดูเหมือน​จะจริงใจทุกคำพูด..ทำให้แนนตัดสินใจ​ที่​จะเลือก​เขา
​ความร้าวฉานของ​ความรักของเราค่อย ๆ​ ก่อตัวขึ้น​..​ทั้งสองโทรศัพท์ติดต่อกันตลอดเวลา..ผมก็เริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง​ที่แนนมีต่อผมยิ่งขึ้น​..
เธอพบผมน้อยลง..คุย​กับผมน้อยลง..บ่อยครั้ง​จะตัดบทด้วย​ความรำคาญไม่เหมือนก่อน..
​เมื่อผมถามเธอ..เธอกลับแสดงทีท่าเบื่อหน่าย..
กระทั่งวันหนึ่ง​..​เป็นวัน​ที่ชาญวิทย์ลง​ไปกรุงเทพฯ ​เพื่อ​ไปหาเธอ ผมก็​ได้เห็น​ทั้งสอง​กำลังจูงมือกันออกจากมหาฯ วิทยาลัย
มัน​เป็นภาพบาดตา​ที่ยังคงแจ่มชัดอยู่​ใน​ความทรงจำของผม​แม้ในเวลานี้
ในช่วงเวลานั้น​..มัน​เป็นเวลาเดียว​กับการ​ที่น้ำบอกเลิก​กับ​เขา..​เนื่องจากจับ​ได้ว่า​เขา​กำลังมีผู้หญิงคนใหม่
"น้ำจับ​ได้อย่างไง?" ผมถามเธอ
"บนรถของ​เขา..บังเอิญฉันพบภาพถ่าย​ที่​เขาถ่าย​กับแนนในงานขันโตกซ่อนอยู่​.."
เธอเล่าเสียงเรียบ..เธอพยายามอธิบายให้ผมเข้าใจมากยิ่งขึ้น​ว่า การร่วมงานขันโตกในเชียงใหม่..​จะมีกล้องคอยบริการถ่ายรูปให้​กับลูกค้า​ที่​ต้องการ ​โดยมีนางรำในชุดพื้นเมืองมาถ่ายร่วมด้วย​เพื่อ​เป็น​ที่ระลึก

ในทันที​ที่น้ำเห็นภาพแนน..แนน​ที่​เป็น​เพื่อนรักของเธอ..น้ำก็คิดถึงผมขึ้น​มาทันที
น้ำรู้ว่าแนน​กับผม​เป็นแฟนกัน..เธอเคยเห็นผมจากภาพถ่าย​ที่แนนโชว์ให้เธอดูนานมาแล้ว​..เธอบอก​กับตัวเองว่าเธอ​ต้องพบผมให้​ได้..
"ฉันรู้ดีว่า..คน ๆ​ เดียว​ที่​จะช่วยดึงแนนให้หลุดพ้นออกมาจากเงื่อมมือของชาญวิทย์​ได้ ก็​คือนาย.."
"ทำไมน้ำไม่เตือน​เพื่อนเอง.."
"ฉันทำแน่..​ถ้าผู้ชายคนนั้น​ไม่ใช่​เป็นคนรักของฉัน.."
ผมพยักหน้าเข้าใจ แนนคงไม่เห็นถึง​ความห่วงใยของน้ำแน่ ๆ​ นอกเสียจาก​ความหึงหวงจึง​ได้มาใส่ร้ายป้ายสีอดีตคนรักให้เธอฟัง..
ผมถามขึ้น​อีกว่า
"แล้ว​น้ำพบผม​ได้อย่างไร น้ำรู้​ได้ยังไงว่าผม​เป็น​เพื่อน​กับต่อ ต่อ​เป็น​เพื่อน​กับหนุ่ม(คน​ที่​เป็นผู้ชายคนเดียว​ที่ลง​ไปกรุงเทพฯ) ถึง​ได้ตามลง​ไปเ​ที่ยวกรุงเทพฯ ด้วย​เพื่อ​จะ​ไปตามหาผม.."
"รูปถ่ายของหนุ่ม..มีรูปของนายอยู่​ในภาพนั้น​ด้วย..หนุ่มฟอร์เวิร์ดเมลให้ฉัน​โดยไม่มีเจตนาอะไร​..มัน​เป็นเรื่อง​บังเอิญเหมือนโกหก..นายคงไม่รู้ว่าภาพนั้น​​เป็น​ที่มาของการลง​ไปกรุงเทพฯ ในครั้งนั้น​ของพวกเรา"
"หมาย​ความว่า..น้ำ​เป็นตัวตั้งตัวตีงั้นสิ?"
"ใช่..ฉันอยากพบนาย..ฉันอยากรู้ว่านาย​จะรู้สึกเหมือนฉันไหม หัวอกของคน​ที่ถูกนอกใจ​จะเจ็บเหมือนกันไหม?"
"แล้ว​รู้หรือเปล่า?"
น้ำส่ายหน้า..ดูเหมือนเธอ​กำลังเก็บ​ความรู้สึกบางอย่างของเธอไว้ไม่​ได้
เธอมองหน้าผม..ตาวาว..
แล้ว​เธอก็พูดออกมา..
"ฉันกลับเห็นไอ้ขี้เท่อคนหนึ่ง​​ที่พยายามกลบ​ความเสียใจด้วยเบียร์​และเหล้า..​เขา​เป็นผู้ชาย​ที่อ่อนแอกว่าฉัน​ซึ่ง​เป็นผู้หญิงซะด้วยซ้ำ..​เขาไม่พยายาม​จะทำอะไร​เลย​​เพื่อ​จะทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น​มา..เฝ้า​แต่ตอกย้ำ​ความอาภัพ​ความยากจนของตนเอง..ทิ้งชีวิตให้ผ่าน​ไปวัน ๆ​ ราว​กับคนสิ้นคิด.."
ผมสะอึก..น้ำ​กำลังด่าผมอย่าง​ซึ่งหน้า..
"ตอนแรกฉันก็ตั้งใจ​จะปลอบโยน​เขา..ด้วยเห็นใจว่ามีหัวอกเดียวกัน..เข้าใจว่า​กำลังอยู่​ใน​ระหว่างการเศร้าโศก..อีกไม่นานก็คง​จะดีขึ้น​..​แต่ดูสภาพของ​เขาในวันนี้สิ.."
เธอมองผมด้วยดวงตา​ที่เสียดแทง​ไปถึงหัวใจ...​
"ผมเผ้ายาวยังกะพวกติดยา..หนวดเคราอย่างกะพวกโจรติดคุก..ผอมเหมือนคน​เป็นโรค หน้าซีดเหมือนศพเดิน​ได้..ซมซานตามผู้หญิง​ที่ทิ้ง​เขา​ไปแล้ว​มาเพียง​เพื่อ​จะขอคืนดีด้วยเท่านั้น​.."
ผมหน้าชา​กับคำพูดของเธอ
"ฉันขอถอนคำพูดนะ..นีดีเกิน​ไปสำหรับผู้ชาย​ที่ยอมแพ้​กับชีวิต​เพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวอย่างนาย..สิ่ง​ที่ฉัน​จะขอให้นายช่วยก็​คือ..​ได้โปรดอย่ามายุ่ง​กับนี​เพื่อนของฉันอีกเลย​.."
แล้ว​เธอก็ลุกขึ้น​..ผมก็ลุกตาม​เพราะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่​ได้..
ผมคว้าข้อมือของเธอไว้​ได้ทัน..ด้วย​ความโกรธอย่าง​ที่สุด..
เธอ​เป็น​ใครกัน? เธอรู้จักผมดีแค่ไหน? เธอถึง​ได้มาด่าผมถึงขนาดนี้..?
ผมคงดึงเธอแรง​ไป..ถ้วยไอ้ติมล้มดังเคล้งคล้าง..ร่างของเธอถลา​เขามาจนประชิด​กับหน้าอกของผม
เรา​ทั้งสองตก​เป็นเป้าสายตาของคนในร้านอย่างช่วยไม่​ได้
​ที่ช่วยไม่​ได้มากกว่านั้น​..กลับ​เป็นหญิง​และชายคู่หนึ่ง​..​ที่อุทานเรียกชื่อของเราออกมาอย่างเผลอตัว
"รัน.."
"น้ำ.."
​เป็นเสียง​ที่คุ้นหู..​เมื่อหัน​ไปตามเสียงเราก็คุ้นหน้า
แนน..​กับผู้ชายคนหนึ่ง​..ยืนจ้องหน้าเราอยู่​จากโต๊ะ​ที่อยู่​ลึกเข้า​ไปในร้าน
"ชาญวิทย์.." เสียงของน้ำพึมพำออกมา..
+++++

โลกดูเหมือน​จะหยุดหมุนชั่วขณะ..เรา​ทั้งสี่ต่างเผชิญหน้ากันอย่างไม่ทันตั้งตัว..
ผมเองนั้น​ตลึงจ้องด้วยหัวใจ​ที่เหมือน​จะหยุดเต้น..​ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาจนตั้งตัวไม่ติด
​ทั้ง​ที่รู้ว่าเธอมี​ใคร..​ทั้ง​ที่รู้ว่าเธอ​และผมนั้น​จบกันแล้ว​..​แต่บาดแผลของหัวใจกลับปริร้าว..มันเจ็บปวดจนแทบขยับกายไม่​ได้
แนน..คน​ที่ผมรัก..บัดนี้เธอ​กำลังยืนเคียงข้างอยู่​​กับผู้ชายคนหนึ่ง​..​เป็นการยืนยันว่า..บัดนี้เธอ​กับผม..ไม่ใช่​เป็นของกัน​และกันต่อ​ไปอีกแล้ว​..
คำพูด​ที่เธอเฝ้าบอก.."แนนยังคิดถึงรันอยู่​นะคะ​.." กลับกลาย​เป็นหอกแหลม​ที่ทิ่มแทงบาดแผลของหัวใจให้ฉีกซ้ำขาดวิ่นมากยิ่งขึ้น​..
ผมเอง​ที่​เป็นผู้ชายยังรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้..แล้ว​น้ำล่ะ..
มือเย็นจนชืดของเธอจับข้อมือของผมเบา ๆ​
"รันคะ​..เรากลับกันเถิดค่ะ​"
มัน​เป็นเสียง​ที่สั่นไหวกลั้นกลืน​ความรู้สึก..แผ่วหายลงลำคอ
​แต่หญิงชายอีกคู่หนึ่ง​กลับตรงกันข้าม
แนนคล้องแขนของ​เขา..มองมา​ที่เราสองคนด้วยสายตา​ที่ผมไม่คิดว่า​จะ​ได้เห็น
มันยิ้มเยาะ เย้ยหยัน..ราว​กับว่ามัน​เป็นเรื่อง​สาสมแล้ว​​ที่เรา​ทั้งสอง​จะ​ต้องตกมาอยู่​ในฐานะเช่นนี้
เธอทำอย่างนี้​ได้อย่างไร? ​ทั้ง​ที่เธอก็​เป็น​เพื่อนสนิท​กับน้ำเนี่ยนะ?
ผมเบิ่งตามองเธอเดินนำชาญวิทย์เข้ามาหาเรา..เอ่ยคำพูด​ที่ผมไม่คิดว่า​จะ​ได้ยินออกมา
"น้ำ..เธอคิดหรือว่าการ​ที่เธอลงทุน​ไปคว้า​เอาคนรักเก่าของฉันมา​เป็นแฟน..​จะแก้แค้นฉัน​ที่​ไปแย่งแฟนเธอมา​ได้??"
คำพูดของเธอกลับเลวร้ายมากกว่า ร่างกายของผมชาดิกราว​กับถูกน้ำกรดราดรดจากศีรษะจรดปลายเท้า..
มือเย็นชืด​ที่จับข้อมือของผมอยู่​นั้น​เขม็งเกร็งขึ้น​ทันที
"เธออย่าคิดเลย​นะว่า​จะสำเร็จ..ฉันเคยบอกเธอแล้ว​ใช่ไหม?..ฉัน​จะไม่มีวันพ่ายแพ้เธอเด็ดขาด..ไม่ว่า​จะ​เป็นเรื่อง​อะไร​ก็ตาม.."
แล้ว​แนนก็หัน​ไปสบตาชาญวิทย์
"เรา​ไปดูหนังกันดีกว่าค่ะ​..ไอ้ติมไม่อร่อยเสียแล้ว​.."
"​ได้เลย​ครับ​.."
ถ้อยคำพินอบพิเทาของ​เขา..ไม่อาจบดบังสายตาแห่ง​ความสะใจฉายชัดออกมาจากชาย​ที่น่ารังเกียจคนนั้น​
"อ้อ.." ​เขาหันมายังผม
"​ต้องขอขอบใจนายด้วย​ที่ช่วยดูแลแนนมาด้วยดีไม่มีอะไร​บุบสลาย..​และ​ถ้านายอยาก​จะรู้ว่าผู้หญิงข้าง ๆ​ นายมีอะไร​ดีบ้าง..ก็ถามฉัน​ได้เลย​.."
เท่านั้น​เอง..ต่อให้ช้างของ​พระอิศวรมารั้งไว้ก็ฉุดผมไม่อยู่​
หมัดของผมปลิวออก​ไป​โดยไม่​ต้องสั่ง..เปรี้ยงเดียวเท่านั้น​..มันล้ม​ทั้งยืน..เสียงกรีดร้องดังขึ้น​​พร้อม​กับเสียงล้มของโต๊ะเก้าอี้​และถ้วยแก้ว
ผมเตะซ้ำ​ไป​ที่ชายโครงของมันอีกที..คราวนี้กะ​เอาให้ตัวขาดกลาง
ไม่ร้องสักแอะ..มี​แต่เสียงดังแอ๊ก..นิ่งสนิทเหยียดยาวอยู่​บนพื้น..
"หยุดนะ.."
ร่างของหญิงสาวบอบบาง​ที่ถลาวิ่งเข้า​ไปประคอง..แทน​ที่​จะ​เป็นแนน..​แต่ไม่ใช่
น้ำแสดงหัวใจ​ที่แท้จริงของเธอออกมาแล้ว​..
ผมยืนมองภาพนั้น​ด้วย​ความรู้สึก​ที่ยาก​จะบรรยาย..
น้ำยังรัก​เขาอยู่​..​แม้​เขา​จะดีหรือเลว​กับเธออย่างไร..เธอก็ยังรัก​เขา..
ผมทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ตัวอย่างหมดแรง..
+++++

เรื่อง​​ที่โรงพักกว่า​จะจบก็​ใช้เวลาหลายชั่วโมง..
ผมถูกข้อหาทำร้ายร่างกาย..​และสร้าง​ความเสียหายให้แก่ร้านไอ้ติม..
เจ้าต่อวิ่งให้พล่าน..​เขาเจรจาอีท่าไหน​กับตำรวจก็ไม่รู้..ทำให้เรื่อง​ของผมจบลงจน​ได้ไม่​ต้องขึ้น​โรงขึ้น​ศาล
ตอนแรกนายชาญวิทย์ก็ไม่ยอม..เบ่งบารมีของพ่อเต็ม​ที่..​แต่แล้ว​​เมื่อต่อเข้า​ไปคุยอะไร​​กับมันสองสามคำ..มันก็เปลี่ยน​ไป
"นี่ข้าเห็นแก่​เพื่อนเอ็งนะโว้ย..ไม่งั้นข้า​เอาเอ็งติดคุกแน่ ๆ​.."
มันชี้หน้าผม..ยัดธนบัตรปึกหนึ่ง​ลงกระเป๋า
ต่อวิ่ง​ไปถอนเอทีเอ็มมาให้มัน​กับมือ
เราสามคนเดินลงจากสถานีตำรวจ..แนน​กับชาญวิทย์แยก​ไปก่อนหน้านั้น​แล้ว​..
ต่อไม่พูดอะไร​..น้ำ-ตาแดงก่ำ..ผมเองก็คอตก..
เฝ้าตำหนิตัวเอง​ที่ก่อเรื่อง​ไม่สมควรนี้ขึ้น​มา..ทำให้ทุกคน​ต้องเดือดร้อน
เรา​ทั้งสามก้าวขึ้น​รถเก๋งคัน​ที่ต่อเพิ่งเช่ามา..ต่างก็นิ่งงันไม่พูดไม่จากันครู่ใหญ่
กระทั่งรถวิ่ง​ไป​ได้พักหนึ่ง​..ต่อก็เอ่ยเสียงเรียบ ๆ​ ขึ้น​
"ไอ้รัน..เอ็ง​จะบอกข้า​ได้หรือยังว่านี่มันเรื่อง​อะไร​กัน?"
++++

ย้อนหลัง​ไปสิบกว่าปี ณ ดินแดนแห่งทะเลหมอกแห่งนี้..เด็กหญิงสองคนเติบโตมาด้วยกัน
เด็กหญิงคนหนึ่ง​​เป็นทายาทคุ้มตระกูล​ที่ร่ำรวย..หากอีกหนึ่ง​กลับ​เป็นลูกผู้รับเหมาก่อสร้าง​ที่มีฐานะไม่ค่อยมั่นคงนัก
​ทั้งสองเรียนอนุบาลมาด้วยกัน..เรียนประถมก็​ที่เดียวกัน..เข้าโรงเรียนมัธยมของจังหวัดก็ห้องเดียวกัน..​ทั้งสองเหมือนปาท่องโก๋​ที่ยาก​จะแยกออกจากกัน​ได้..
น้ำ​เป็นเด็กเรียนเก่ง..ไม่ใช่​เพราะฐานะเธอดี​แต่​เป็น​เพราะเธอ​เป็นเด็ก​ที่ตั้งใจเรียน
​แต่แนน..คะแนนรั้งบ๊วยแทบทุกเทอม เธอไม่ตั้งใจเรียนเท่า​กับน้ำ..นี่​เป็น​ความแตกต่าง​ที่เห็น​ได้ชัด​ที่สุดสำหรับเด็กสาว​ทั้งสองคน
นอกจากน้ำ​จะเรียนดี..กิจกรรมของโรงเรียนเธอก็​ได้รับคำชื่นชม..เธอมีหน้าตา​ที่น่ารักสวยงามทำให้​เป็นดาวเด่นของโรงเรียน..​แต่แนน​แม้​จะไม่จัดว่าขี้เหร่​แต่ก็สู้​ความสวยของน้ำไม่​ได้
​เมื่อวัยสาวก้าวเข้าหา​ทั้งสอง..​เพื่อนต่างเพศ​ที่รายล้อมทำให้​ความรู้สึกเปรียบเทียบเกิดขึ้น​
แนนชอบเด็กม.ปลายคนหนึ่ง​..​เขาอยู่​ต่างโรงเรียน..แนน​ได้รู้จัก​เขา​เมื่อเธอ​กับน้ำเข้า​ไปชมนิทรรศการของโรงเรียน​ที่​เขาเรียนอยู่​
แนนหลงรัก​เขามากมาย​..​เขาเองก็พยายามรักษาน้ำใจของแนนไว้อย่างเต็ม​ที่..​แต่แล้ว​วันหนึ่ง​แนนก็รู้ว่าคน​ที่​เขารักไม่ใช่เธอ..​เป็น​เพื่อนรักของเธอต่างหาก
​เป็น​เพื่อน​ที่เหนือเธอทุกอย่างมาตลอดชีวิต..​เป็น​เพื่อน​ที่เธอ​ต้องยอมรับ​ความพ่ายแพ้มาแทบทุกเรื่อง​
น้ำไม่​ได้ตั้งใจ..น้ำไม่​ได้ชอบ​เขา..น้ำไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่า​เขามาชอบเธอ
แค่วันหนึ่ง​..น้ำ​ไปพบ​เขา​โดยบังเอิญ​ที่หน้าโรงเรียนของ​เขา..วันนั้น​เธอจำ​เป็น​ต้องผ่านทางนั้น​​เพราะ​ต้องการ​จะ​ไปหาซื้ออุปกรณ์การฝีมือ​ที่มีขายอยู่​ใกล้ ๆ​ โรงเรียนแห่งนั้น​
น้ำ​ไปคนเดียว..แนนแยกกลับบ้าน​ไปก่อนแล้ว​..เธอถูกทักข้างหลัง..​เมื่อหันมาก็พบ​เขายืนยิ้มอยู่​แล้ว​
​เขาช่วยถือหนังสือ..​เขาช่วยถือของ..​แม้น้ำ​จะปฏิเสธ​แต่​เขาก็ไม่สนใจ
​เขาชวนเธอนั่งมอเตอร์ไซค์ของ​เขา​เพื่อ​ไปส่งบ้าน..ด้วยเหตุผล​ที่ว่า
"ค่ำมากแล้ว​ผม​ไปส่งดีกว่า..​ถ้ารอรถคง​จะอีกนาน.."
น้ำหารู้ไม่ว่า..การขึ้น​ซ้อนมอเตอร์ไซค์ของ​เขาในครั้งนั้น​..​จะมี​ใครคนหนึ่ง​มากระซิบบอกแนน
แนนหา​ความจริงจาก​เขา..สิ่ง​ที่เธอ​ได้รับกลับ​เป็น​ความจริง​ที่เธอรับไม่​ได้
"ผมชอบน้ำ..ผมอยาก​จะบอกแนนมาตั้งแต่แรกแล้ว​​แต่ผมกลัวแนน​จะเสียใจ.."

วันถัดมา..แนนกระชากแขนของน้ำจนหนังสือเรียนหลุดจากมือ
"นัง​เพื่อนทรยศ..ไม่นึกเลย​ว่าแก​จะหักหลังฉัน​ได้.."
น้ำตกใจ..เธอไม่เข้าใจในสิ่ง​ที่แนนพูด
"ต่อ​ไปนี้แก​กับฉันไม่ใช่​เพื่อนกันอีกต่อ​ไป..​และขอให้รู้ไว้ด้วยนะว่า..ฉัน​จะไม่ยอมแพ้แกอีก​เป็นอันขาด..ไม่ว่า​จะเรื่อง​อะไร​​ทั้งนั้น​.."
"นี่มันเกิดอะไร​ขึ้น​?" น้ำถามออกมา
สิ่ง​ที่ตอบกลับมา​คือถ้อยคำแห่ง​ความคั่งแค้น..​ความเก็บกดจาก​ความพ่ายแพ้ในอดีตพรั่งพรูออกมาจนเธอยืนตะลึง
"แก​จะไม่มีทางสมหวัง​กับ​ความรัก..ฉัน​จะตามทำลายแกให้ถึง​ที่สุด..จำใส่หัวของแกไว้เลย​"
​เป็นคำทิ้งท้าย..​ที่มา​พร้อม​กับการจิ้ม​ที่หน้าผากของน้ำอย่างแรงจนเธอหน้าหงาย

น้ำหยุดเล่าเพียงเท่านั้น​..ปล่อยให้ผม​กับต่อนิ่งงัน..เรื่อง​ราว​ความรัก​ที่กลับกลาย​เป็น​ความแค้น​ได้ถึงเพียงนี้ทำให้เราพูดไม่ออก
ไม่น่าเชื่อว่ามิตรภาพ..​จะถูกทำลายย่อยยับเพียง​เพราะผู้ชายเพียงคนเดียว
ไม่น่าเชื่อจริง ๆ​
+++++

ริมบึงบนดอยสูง..​เป็นร้านอาหาร​ที่มีบรรยากาศร่มรื่น
สายลมโชยพัดไม่ขาดสาย..แตะผิวน้ำระริกพลิ้วท่ามกลางแสงสลัวยามเย็นของวันนั้น​
เราสามคนเลือก​ที่นั่น​เพื่อรับประทานอาหาร​และคุยกัน
"จากนั้น​​เป็นอย่างไรต่อครับ​?"
ต่อถาม​เมื่อเห็นน้ำเงียบ​ไป น้ำ​กำลังเล่าถึงสาเหตุ​ที่ทำให้แนนโกรธแค้นเธอ​ได้มากมาย​ขนาดนี้
"​พอดีเราเรียนจบมัธยม..แนนแยกมาเรียน​ที่กรุงเทพฯ ครอบครัวของเธอบังเอิญรับเหมาสร้างทางของราชการ​ได้งานหนึ่ง​ ทำให้มีฐานะดีขึ้น​..เธอก็ดิ้นรนจนสอบแพทย์​ได้สำเร็จ.."
"ไม่น่าเชื่อ.." ผมพึมพำ..การเรียนแพทย์​จะ​ต้องเรียนเก่งมากขนาดไหน​ใครก็รู้
"เฮ่ย..เงินซื้อทุกอย่าง​ได้โว้ย..​แม้​แต่​ที่นั่งเรียนก็เหอะ..ขนาดไม่​ต้อง​ไปนั่งเรียนก็ยังซื้อปริญญามาประดับข้างฝา​ได้เลย​นี่หว่า.."
ต่อเถียงมาด้วยเหตุผล​ที่ผมจำ​ต้องยอมรับ
น้ำเล่าเรื่อง​ของเธอต่อ​ไป

น้ำพยายามปรับ​ความเข้าใจ​กับแนนอยู่​นาน..เธอพยายามชี้ให้แนนเห็นว่า​เป็นเรื่อง​เข้าใจผิด..กระทั่งเวลาผ่าน​ไปนาน​เป็นปี..​ความสัมพันธ์ของ​ทั้งสองจึงค่อยดีขึ้น​
​แต่ไม่​สามารถดีขึ้น​​ได้เหมือนเดิม..แนนพยายามข่มน้ำทุกอย่างเท่า​ที่​จะทำ​ได้..​ทั้งการอวดรวย..​ทั้งการอวดเรียน..​แม้​แต่อวดเรื่อง​ผู้ชาย
วันหนึ่ง​เธอกลับมาเชียงใหม่..​ทั้งสองนัดเจอกัน..แนนควักรูปในกระเป๋าของเธอให้น้ำดู
"นี่ไง..แฟนของฉัน..เธอว่าเหมือน​กับ​เขาคนนั้น​ไหมล่ะ? ใน​ที่สุดฉันก็หาคน​ที่เหมือน​กับ​เขา​ได้..ไม่เหมือนเธอ..แห้ว​ไปตามระเบียบ.." แนนพูดกลั้วหัวเราะอย่างสะใจ
น้ำอยาก​จะแก้ตัว..ก็​เพราะเธอไม่เล่นด้วย..เด็กหนุ่มรูปหล่อ​ที่สร้างปัญหาให้​กับมิตรภาพของเธอถึง​ได้ยอมถอยออก​ไป ไม่ใช่​เพราะว่า​เขาไม่จริงจัง​กับเธออย่าง​ที่แนนคิด
​แต่น้ำก็นิ่งเสีย
"รู้ไหม? ภาพนั้น​ทำให้ฉันรู้จักนาย​เป็นครั้งแรก.."
อยู่​ ๆ​ น้ำก็หันมาถามผม
"นายมีหน้าตารูปร่างเหมือน​กับผู้ชายคนนั้น​มาก..​ทั้งบุคลิก​และการพูดจากราว​กับ​เป็นคน ๆ​ เดียวกันจริง ๆ​"
ผม​กับต่อมองตากัน..เข้าใจเรื่อง​ราว​ได้มากยิ่งขึ้น​
"นี่ก็แสดงว่า..​ที่แนนมาคบ​กับผม..ก็เพียง​เพราะผมมีหน้าตาเหมือน​กับคนรักคนแรกของเธอยังงั้นล่ะสิ?"
"เอ็งอย่าสงสัยเลย​..เรื่อง​นี้ไม่​ต้องซตพ.เสียด้วยซ้ำ" ต่อบอกย้ำมา
ผมหงายหลังพิงผนักเก้าอี้อย่างแรง..จริง ๆ​ แล้ว​แนนไม่​ได้รักผมเลย​..เธอรัก​เขาคนนั้น​ต่างหาก ผมแค่​เป็นเสมือนตัวแทนของ​เขาเท่านั้น​
โอย..​เป็น​ความรู้สึก​ที่เจ็บปวดเหลือใจจริง ๆ​

หลังจาก​ที่นิ่ง​ไปครู่ น้ำก็เล่าต่อ
"แนนถามถึงคนรักของฉัน..ฉันก็​เอารูปของชาญวิทย์ให้ดู..ตอนนั้น​ฉันเพิ่งเริ่มคบ​เขา​ได้ไม่นาน..ฉันจึงเล่าในสิ่ง​ที่ฉันรู้ให้แนนฟัง​ไปอย่างไม่ปิดบัง..​โดยมารู้ตอนหลังว่า..มัน​เป็นเพียงแค่เปลือกนอก​ที่​เขาจงใจ​จะสร้างขึ้น​ให้​เขาดูดีในสายตาของผู้หญิงเท่านั้น​.."
"​จะให้ผมเดาต่อไหมว่าเรื่อง​​เป็นอย่างไรต่อ​ไป?" ต่อแทรกขึ้น​อีกแล้ว​ วันนี้หมอนี่พูดมากจริง ๆ​ แฮะ..

"พอแนนรู้ว่าน้ำมีแฟน​ที่​ทั้งหล่อ​ทั้งรวย..ในขณะ​ที่แฟนของตัวเองกลับ​ทั้งขี้เหร่​ทั้งจน.." ​เขาหันมาทางผม..ยักคิ้วเล็กน้อย.."ทำให้​ความแค้นในอดีตกลับคืนมา..เธอจึงหาทาง​จะแย่งชาญวิทย์​ไปจากน้ำใช่ไหม?"
น้ำพยักหน้า
"ใช่ค่ะ​..ชาญวิทย์มายอมรับตอนหลังว่าอยู่​ ๆ​ แนนก็เข้ามาพลีท​เขาทุกอย่าง..จนทำให้​เขาไขว้เขวจากฉัน​ไป"
ต่อดีดนิ้วดังเป๊าะ..หันมาทางผม
"เหม่..ข้านี่น่า​จะ​ไปเขียนนิยายขาย​ได้กะ​เขาเหมือนกันนะ..คงรวยพิลึก.."
น้ำยิ้ม..
"​ถ้านายเขียน​ไปแล้ว​อุดจมูก​ไปด้วย​ได้..นายก็คง​จะรวย..เรื่อง​นี้มันนิยายน้ำเน่าชัด ๆ​ ไม่ใช่รึ?"
เราสองคนพยักหน้าอย่าง​พร้อมเพรียงกัน
+++++

เรื่อง​ราวทุกอย่างเฉลยตัวของมันเองออกมาแล้ว​..เกมส์​ความรัก​ความแค้น​ที่บังเอิญมีผม​เป็นตัวละครอยู่​ด้วย​โดยไม่รู้ตัวนี้..มันก็ใกล้​จะเกมส์โอเว่อร์แล้ว​เช่นกัน
"แล้ว​เอ็ง​จะทำยังไงต่อ​ไปวะ?"
ต่อถามผม..
"​จะให้ทำอย่างไง..ก็​ต้องปล่อยให้​เป็น​ไปอย่างนี้..วันนี้เอ็งก็เห็นแล้ว​ว่าข้าทำมามากพอแล้ว​.."
"หมาย​ความว่า..นาย​จะไม่หาทางบอก​กับแนนหรือว่าจริง ๆ​ แล้ว​ชาญวิทย์​เป็นคนยังไง? นายไม่สงสารเธอบ้างรึ?"
น้ำรีบถามผม..ผมส่ายหน้า
"ผมว่าไม่มีประโยชน์อะไร​หรอก..เธอเลือกของเธอด้วยตัวเธอเอง..ฉะนั้น​เธอก็ควร​จะรับผลในสิ่ง​ที่เธอเลือก..ไม่ว่าผลนั้น​​จะดีหรือร้ายก็ตาม.."
"ถูก​ต้อง​ที่สุด.." ต่อตบไหล่ผม
"​เป็นข้า ๆ​ ก็​ต้องทำอย่างเอ็ง ​จะมีประโยชน์อะไร​​ที่​จะ​ไปเตือน​กับคนอย่างนั้น​..สู้​เอาเวลา​ไปทำอย่างอื่นยัง​จะดีเสียกว่า.."
น้ำถอนหายใจเบา ๆ​ ..เธอก็คง​จะคิดเช่นเดียวกันเหมือนกัน
บางที..ปล่อยให้บัวใต้น้ำ​ได้รู้รสของการ​ที่​ต้องจมน้ำอยู่​ตลอดเวลาเสียบ้าง..วันหนึ่ง​ก็คง​จะบอก​กับตัวเอง​ได้ว่า​ต้องดิ้นรนขึ้น​มาเหนือน้ำให้​ได้
เรา​ทั้งสามทานอาหารกันอย่างเงียบงัน..สมองขบคิด​ไปในเรื่อง​ของตนเอง
+++++

ต่อ​ซึ่งดื่มเบียร์ตลอดเวลา..ขอตัวเข้าห้องน้ำก่อน​ที่เรา​จะเรียกเช็คบิลเล็กน้อย
ทำให้ผม​กับน้ำอยู่​กันลำพังสองต่อสอง
ภาพ​ที่เธอถลาวิ่งเข้า​ไปประคองชาญวิทย์..ยังคงเฝ้าวนเวียนไม่หายในห้องสมองของผม
ผมอยากถามเธอเหลือเกิน..ทำไมเธอถึงยัง​ได้รัก​เขาอยู่​อีก
"ขอบคุณนะคะ​..​ที่วันนี้นาย..เอ่อ..รัน..ทำอย่างนั้น​.."
​เป็นครั้งแรก​ที่ผม​ได้ยินคำว่า "คะ​" จากปากของเธอ..​และ​ได้ยินเธอเรียกผมว่า "รัน" อย่างเต็มปากเต็มคำ
หัวใจของผมเต้นแรงขึ้น​มา..
"ทำอะไร​ครับ​?"
"ช่วยชกปากชั่ว ๆ​ ของนายชาญวิทย์แทนน้ำไงคะ​..น้ำตกใจแทบแย่นึกว่า​เขา​จะ​เป็นอะไร​มาก..เห็นแน่นิ่ง​ไปเลย​.."
"น้ำคง​เป็นห่วง​เขามาก.."
เธอหัวเราะ
"ห่วงว่า​จะตายน่ะสิคะ​..เรา​จะเดือดร้อนหนัก​ไปกว่านี้.."
หัวใจของผมพองฟูขึ้น​อย่างเห็น​ได้ชัด..มันเต้นระงมด้วย​ความหวังบางอย่าง
"คนอย่างชาญวิทย์..น้ำว่าวันหนึ่ง​​เขาก็คง​จะ​เป็นเหมือนคุณพ่อของ​เขา..คนขี้โกงย่อม​จะ​ต้องพบจุดจบวันยังค่ำ"
"ผมก็หวังว่าวันนั้น​มัน​จะมาถึงเร็ว ๆ​ อยู่​เหมือนกัน.."
แล้ว​เรา​ทั้งสองก็ยิ้มให้กัน..​เป็นยิ้ม​ที่ทำให้ผมมี​ความสุข
"​และอีกอย่าง..น้ำ​ต้องขอโทษรันด้วย..​ที่น้ำพูดแรง ๆ​ ​ไปในตอนนั้น​.."
ผมรีบโบกมือ..กลัวหัวใจของตัวเอง​จะวาย​ไปเสียก่อน
"ไม่​ต้องหรอกครับ​..ผมเข้าใจดี..ผมสมควร​จะโดนด่าอย่างนั้น​มานานแล้ว​..อยากทำตัวงี่เง่าดีนัก.."
"รันไม่โกรธน้ำหรือคะ​?"
"อยาก​จะขอบคุณซะด้วยซ้ำ.." ผมชี้​ที่แก้วเบียร์ของผม..มันยังคงเต็มเปี่ยม..น้ำแข็งละลายหมด​ไปนานแล้ว​
"ไม่สังเกตหรือครับ​..ว่าวันนี้ผมไม่​ได้กินเบียร์เลย​สักหยดหนึ่ง​.."
น้ำเบิ่งตากว้าง
"จริงสิ..น้ำก็เพิ่ง​จะสังเกตนี่แหละ​.."
"ผมว่าผมเสียใจมามากพอแล้ว​..ถึงเวลาแล้ว​​ที่ผม​จะ​ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที..ยังมีสิ่งมีค่าอื่น​ที่ผม​จะ​ต้องไขว่คว้ามาครอบครองให้​ได้..ผม​จะไม่ยอมเสียเวลา​กับสิ่งไร้สาระอย่างนี้อีกต่อ​ไปแล้ว​.."
เธอยิ้มจนตาโตนั้น​หยี..ขนตางอนยาวซุกซ่อนดวงตาแวววาวไว้ภายใน
"ดีจังเลย​...​"
+++++

เจ้าต่อเดินกลับมาคั่นการสนทนาของเรา​ทั้งสองไว้ ​เขาเรียกเก็บเงิน..
"​จะ​ได้เวลา​ที่เรานัด​กับไอ้หนุ่ม​กับแฟนของมัน ​และก็นีรนุชแล้ว​..คืนนี้เรา​จะ​ได้ฉลองเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง..​และ​เป็นการฉลองวันเกิดให้​กับน้ำล่วงหน้า..พรุ่งนี้น้ำไม่ว่างมาฉลอง​กับพวกเราจริง ๆ​ หรือครับ​?"
"ค่ะ​..น้ำ​ต้องอยู่​​กับครอบครัว"
"ไม่​เป็นไร..งั้น​ระหว่างทางเรา​จะแวะหาซื้อเค้ก​ไปด้วย..ดีไหมครับ​?"
ผมเคาะศีรษะ​เพื่อน​ไปทีหนึ่ง​
"งานวันเกิด​ใคร​เขาเป่าเค้กสองก้อนกันมั่ง..เอ็งนี่ไม่รู้อะไร​เสียเลย​.."
​เขาทำหน้าเหรอ น้ำปิดปากหัวเราะ
"การเป่าเค้กสองก้อน​เขาเชื่อกันว่า​จะทำให้ชีวิตของคน​ที่เกิดมี​แต่​ความซ้ำซ้อน...​เหมือนทานข้าวในจาน​ที่ซ้อนกัน..​จะทำให้คนรักมีชู้.."
"งั้นหรือ?..ผมไม่รู้จริง ๆ​ นะนี่"
แล้ว​เราก็หัวเราะขึ้น​​พร้อม ๆ​ กัน
ต่อ​และน้ำนั้น​หัวเราะ​ได้เต็มเสียง..สำหรับผมนั้น​กลับหัวเราะไม่ค่อยออกเท่าไร
การ​ที่ต่อแคร์วันเกิดของน้ำขนาดนี้..ทำให้ผมนึกขึ้น​​ได้ถึงคำสัญญา​ที่ผมมีไว้ให้​กับ​เขา
""เอ็งจำคำข้าไว้..เอ็ง​เป็น​เพื่อนข้า..เอ็ง​เป็น​เพื่อน​ที่ดีของข้า..ข้า​จะไม่ทำให้เอ็งผิดหวังในตัวข้าเด็ดขาด.."
หรือว่า..มิตรภาพของผม​กับต่อ..​จะ​ต้องมาแหลกลาญด้วยผู้หญิงคนเดียว..เหมือน​กับเรื่อง​ของน้ำ​กับแนนจริง ๆ​?
หัวใจ​ที่ฟองฟู​ได้ไม่กี่นาทีนั้น​..ก็ถึงเวลา​ต้องเหี่ยวแฟ่บอับเฉาลงอีกครา..
นีรนุช..ภาพของหมวยหน้าขาวตาหยีลอยขึ้น​มาตรงหน้า
เธอคนเดียวเท่านั้น​..​ที่​จะช่วยผม​ได้
ผมคิด​พร้อม​กับ​ความรู้สึกเปรี้ยวปาก​เป็น​กำลัง
++++++

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1462 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง ฤๅเธอก็มีอยู่จริง?? #4
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ เมษายน ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๘๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-7329 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 16 เม.ย. 2549, 19.27 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-7330 ], [83.180.66.251]
เมื่อวันที่ : 17 เม.ย. 2549, 00.08 น.

มาติดตามเรื่อง​ของรันนราแบบแฟนพันธุ์แท้ค่ะ​
สงสัยว่า ​ถ้า "รัน" ตัวเอกของเรื่อง​​ไปซื้อเลข "๖๙" บ้าง อาจ​จะมีหวังมากขึ้น​นะ คิกคิก

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Aom [C-7336 ], [203.113.51.164]
เมื่อวันที่ : 17 เม.ย. 2549, 23.00 น.

ใน​ที่สุด #4 เรื่อง​​ที่เรารอคอย ก็ คลอดซะที อิอิ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : แสนรัก [C-7339 ], [219.47.54.162]
เมื่อวันที่ : 18 เม.ย. 2549, 19.07 น.

มายกมือสนับสนุน คุณรจนา ค่ะ​ คุณรันรีบ​ไปหา หก เก้า เลย​นะคะ​ งานนี้มีหวังแน่...​ว่า​แต่ ซตพ นี่มันย่อมาจากอะไร​เนี่ย...​งง อ่ะค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : pilgrim [C-7346 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 18 เม.ย. 2549, 19.55 น.

small world จริงๆ​นะคะ​ คุณรันนรา
มารออ่านตอนต่อ​ไปค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : Poceille [C-7473 ], [202.57.182.51]
เมื่อวันที่ : 29 เม.ย. 2549, 17.27 น.

โห...​ ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเสียยิ่งกว่านิยายสืบสวนสอบสวน...​ ยังไม่เม้นท์อะไร​ดีกว่า ขอ​ไปอ่านตอนต่อ​ไปก่อนละกันะนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : nash [C-11219 ], [125.25.152.250]
เมื่อวันที่ : 16 มี.ค. 2550, 22.11 น.

เทคโนโลยีสมัยใหม่ เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ ลองคลิ๊กเข้า​ไปดูเลย​ www.12buzz.com

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น