นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๙
ฤๅเธอก็มีอยู่จริง??
รันนรา
...ชั่วชีวิตของผม..ใฝ่ฝัน​​ที่​​จะ​​ได้พบ​​กับ​​ใครคนหนึ่ง​​..​​ที่เหมือนมินามิ มินามิ..​​คือเด็กสาวในการ์ตูนเรื่อง​​หนึ่ง​​..​​ที่ผมอ่านมาตั้งแต่เด็ก เธอสวย..ตาโต..ฉลาด.....
ชั่วชีวิตของผม..ใฝ่ฝัน​ที่​จะ​ได้พบ​กับ​ใครคนหนึ่ง​..​ที่เหมือนมินามิ
มินามิ..​คือเด็กสาวในการ์ตูนเรื่อง​หนึ่ง​..​ที่ผมอ่านมาตั้งแต่เด็ก
เธอสวย..ตาโต..ฉลาด..​และน่ารัก
เธอตกอยู่​ภายใต้​ความสับสนของสองหนุ่ม​ที่เคียงข้าง...​พี่น้องฝาแฝด หน้าตาถอดกันมาเดี๊ยะ
​แต่พี่ชายดูดีกว่า..เรียนเก่งกว่า เล่นกีฬา(เบสบอล)ดีกว่า
น้องชาย กลับด้อยกว่าในทุกเรื่อง​ หากครองใจเธอ​ได้มากกว่า
เธอเลือก​จะรัก​เขา​เพราะเธอรัก​เขา..รักในสิ่ง​ที่​เขา​เป็น ไม่ใช่ในสิ่ง​ที่​เขา​ต้อง​เป็น
ผู้หญิงอย่างมินามิ..​จะมีไหม?..ผมถามตัวเองมาตั้งแต่ตอนนั้น​
แล้ว​ผมก็​ได้เจอ..
มินามิ..มีจริงหรือนี่??
++++

ไม่ใช่เรื่อง​บังเอิญอย่างละครไทยหลังข่าว..หาก​เป็นเรื่อง​จริง​เมื่อ​เพื่อนของผมคนหนึ่ง​เข้ามาสะกิดเบา ๆ​ ​เพื่อชวน​ไปกินเหล้า
"เอ็งเตะข้า?"
"ช่าย.." ​เขาตอบ ทำหน้าตายียวน
"ไม?" ผมถาม..เงื้อเท้าบ้าง
"​จะชวน​ไปกินเหล้า"
เท้า​ที่เงื้อเลย​หมดสภาพ..สภาพของผมตอนนี้​ต้องกินเหล้าอย่างเดียว
"แก้อกหักไงวะ..​ไปมะ..วันนี้​เพื่อนของข้าจากมอชอขอให้พา​ไปเ​ที่ยว มีหญิงด้วยนะโว้ย"
ผมไม่สนใจประโยคหลัง ต่อให้หยาดฟ้ามาดินอย่างไงผมก็ไม่สน เข็ดแล้ว​..สำหรับ​ความรัก
"​ไปไหน.."
"​เอาน่า..สองทุ่มเจอกัน​ที่เดิม"
++++

"ต่อ" ​คือชื่อของ​เขา ​เขา​ที่​เป็น​เพื่อนสนิทของผม ​ที่เดิมของ​เขาก็​คือหน้าบ้านของผม
​เขา​จะขับรถมารับผมทุกครั้ง​ที่​จะออกเ​ที่ยว
หมอนี่​ทั้งรวย​ทั้งหล่อ..ขี่บีเอ็มรุ่นใหม่รับส่งสาวไม่ซ้ำหน้า
ผมรัก​เขา​เพราะ​เขารักผม..​เขาไม่เคยมองว่าผม​ต้องนั่งรถเมล์​ไปเรียนทุกวัน
"ข้าไม่มีเงิน​ไปเ​ที่ยว​กับเอ็งทุกวันนะโว้ย" ผมบอก​เขาในวันหนึ่ง​
ต่อมองหน้าผม..​เขาไม่พูดอะไร​ นอกจากคำว่า
"หากเอ็งพูดถึงเรื่อง​นี้อีก..เอ็งกะข้าเลิกคบกัน"
"ไม?"
"เอ็ง​เป็น​เพื่อนข้า..เอ็งมีเท่าไรเอ็งก็ออกมา..เอ็งไม่มีก็ไม่​ต้องออก..เข้าใจ๋"
ผมส่ายหน้า
"ข้าไม่อยาก​เอาเปรียบ​ใคร"
คราวนี้​เขาไม่พูด..กระชากคอผมขึ้น​รถ..
"ไอ้รัน..เอ็งจำไว้ ​เพื่อนของเอ็งคนนี้ คบ​ใครไม่ใช่คบ​ที่เงิน.."
คืนนั้น​ผมจึง​เป็นคนลูบหลัง​เขาตอนอาเจียน
"คราวหลังเอ็งอย่าดูถูกข้าอีกนะ..ไอ้รัน"
​เขาบอกผมก่อน​จะทำคอพับหัวทิ่มลง​กับพื้น
+++

ผม​แต่งตัวธรรมดา..
เสื้อเชิร์ตแขนสั้น กางเกงขาวยาวกระเป๋ารอบตัว
ดวงตาช้ำอิดโรย..หัวอกหัวใจ​ที่แหว่งวิ่นยังไม่เข้า​ที่สักเท่าไร
อก​ที่หัก​เพราะ​ใครคนหนึ่ง​..หักอย่างยับเยินไม่เหลือชิ้นดี
จึงยาก​ที่​จะประสาน​ได้ในเร็ววัน
ต่อเข้าใจดี..​เขาจึงหาเรื่อง​พาผม​ไปเ​ที่ยวแทบทุกคืน ​เพื่อให้ผมลืมเรื่อง​ราวเหล่านั้น​​โดยเร็ว
"ผู้หญิง​ที่เห็นเงิน​เป็น​พระเจ้า เอ็ง​จะ​ไปใยดีให้มากทำไมวะ?"
"ข้ารักเธอ"
"อย่า.." ​เขาโบกมือว่อน "คำ ๆ​ นั้น​มีค่ามากกว่า"เธอ"คนนั้น​ เอ็งเก็บไว้​ใช้​กับคน​ที่คู่ควรดีกว่า"
ผมซึมเศร้า ​เขาตบหลัง
"ข้าเข้าใจดี..​เป็นข้า ๆ​ ก็คงแย่เหมือนเอ็งเหมือนกัน"
++++

ถนนข้าวสาร ​เป็น​ที่​ที่​เขาพาผม​ไป
ผู้คนยั้วเยี้ยราว​กับมีมหกรรมกินฟรี ผม​กับ​เพื่อน​และ​เพื่อนใหม่อีกสี่คนนั่งล้อมวงเหล้า​ที่โต๊ะของร้านหนึ่ง​
เสียงเพลงดังกล่อมอารมณ์
3 ใน 6 ​เป็นผู้หญิง...​ 1 ใน 3 ของผู้หญิง​เป็นคุณหนู
นอกนั้น​ยังมีเรียบ ๆ​ อีกหนึ่ง​ เต้าหู้ยี้อีกหนึ่ง​
เวลาผ่าน​ไปคุณหนูเริ่มกลาย​เป็นคนชงเหล้า เต้าหูยี้เริ่มละลายกลาย​เป็นน้ำเยิ้ม​ไปเยิ้มมา
ต่อคุย​กับหญิงเรียบมาก​เป็นพิเศษ ผมไม่เคยเห็น​เขาคุย​กับผู้หญิงคนไหนมาก​และนานขนาดนี้
​ส่วนผม..ดื่ม..ดื่ม​เพื่อรักษาหัวใจ​ที่ปวดร้าว
นาน ๆ​ ทีถึง​จะมี​ส่วนร่วมในวงสนทนากลั้วเหล้านั้น​บ้าง
กระทั่งต่อ​ไปห้องน้ำ..หญิงเรียบ​ซึ่งนั่งตรงข้าม​กับผมก็ขว้างคำถามมาโครมใหญ่
"นายกินเหล้าเหมือนคนอกหัก..ฉันคงเดาไม่ผิด?"
ผมอึ้ง..กลืนน้ำลาย..ประโยคแรก​ที่เธอคุย​กับผมมันจี้ใจดำ​พอดี
"ถูก​ต้อง..งวดนี้ออกอะไร​?"
"69 ซื้อนะรับรองถูก" เธอบอกเสียงเรียบ
ผมยิ้ม มองผมสั้นแค่คอของเธอ​ที่ตัด​กับแก้ม​ที่แดงเรื่อ ดวงตาสุกสกาว..ขับเน้นผิวขาวของชาวเหนือให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น​
"​ความรักมันก็อย่างนี้..แรกรักก็แสนสุข หมดรักก็แสนเศร้า"
ผมปรบมือ..บ๋อยหันขวับ
"อะราวนด์เดอะเวิร์ดเป๊กหนึ่ง​..​เพื่อประโยคอันแสนถูกใจของเธอ.."
บ๋อยโค้งแล้ว​จาก​ไป เธอหัวเราะ
"เมาคงช่วย​ได้..สร่าง​เมื่อไรก็เจ็บต่อ"
คราวนี้ผมนิ่งเงียบ..มองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพินิจอีกครั้ง
ริมฝีปากบางเฉียบหากทรนงนั้น​ผมไม่เคย​ได้เห็นจากผู้หญิงหน้าหวานคนไหนมาก่อน ดวงตากลมโตมองนิ่งมายังผมอย่างเท่าทัน
"ผู้ชาย..อย่างดีก็เสียใจไม่กี่วัน..ผู้หญิงสิ..เสียใจตลอดชีวิต"
"พูดเหมือนคนอกหัก..รึว่า?"
"สั่งออนเดอะร๊อคให้ฉันด้วยดีกว่า.."
นั่น​เป็นคำตอบของเธอ
++++

คณะของเธอยังอยู่​เ​ที่ยวกรุงเทพฯ อีกพักใหญ่
ต่อพาผม​ไป​กับ​เขาด้วย พวกเราดูหนังกันสองสามรอบ ทานข้าวกันสองสามครั้ง
ตอนเธอไม่เมา..น้อยครั้ง​ที่ผม​จะ​ได้ยินเสียงของเธอ
ต่อแสดง​ความสนใจเธอจนเห็น​ได้ชัด..​แต่​ที่ผมสังเกตไม่​ได้ก็​คือทีท่าเฉย ๆ​ ของเธอ
จังหวะหนึ่ง​ผมถามเธอ
"กลับเชียงใหม่​เมื่อไร?"
"ฉันอยาก​ไปเ​ที่ยวทะเล.."
เธอมัก​จะไม่ค่อยตอบให้ตรงคำถามเท่าใดนัก เธอ​จะพูดในสิ่ง​ที่เธออยากพูดเสมอ
"​ที่ไหน?"
"ทะเลไงล่ะ.."
++++

ทะเล​ที่เธอหมายถึง..​คือเกาะเสม็ดเพชรเม็ดงามของทะเลตะวันออกของไทย
ต่อกระวีกระวาดจัดการทุกอย่างให้​พร้อมสรรพ ​ทั้งการจอง​ที่พัก ​และการขับบีเอ็มคันหรู​เป็นพาหนะ
​แต่เธอไม่ยอมนั่งหน้าคู่​กับ​เขา
"เรื่อง​อะไร​​ที่ฉัน​จะ​ต้องสบายคนเดียว ฉันสี่คนมาด้วยกันก็​ต้องลำบากด้วยกัน"
​แต่คุณหนูไม่คิดอย่างนั้น​..เธอขอ​ไปนั่งหน้าด้วยเหตุผล​ที่ว่า
"ฉันหายใจไม่ออก"
ดี​ที่บีเอ็มคันนั้น​ใหญ่พอ​ที่​จะใส่ผู้หญิงร่างเล็ก ๆ​ 2 คน​กับผู้ชายอีก 2 คนในเบาะหลัง​ได้ไม่อึดอัดมากนัก
เจ้ารูปหล่อ​เพื่อนของผมถึง​กับลอบเบ้ปาก​กับผม
​แต่ผมช่วย​เขาไม่​ได้..ทำไมผม​จะไม่รู้ว่า​เขาถูกใจหญิงเรียบคนนี้มากกว่าคุณหนูคนนั้น​
ผู้หญิงสองคนถูกขนาบกลางไว้ด้วยผู้ชายสองคน
เต้าหู้ยี้นั่งติด​กับผม..​ส่วนเธอ นั่งติด​กับ​เพื่อนของต่อ
หูของผมจึง​ต้องชา​เพราะเสียงคุยเจี้อยแจ้วของเต้าหู้ยี้
เกือบสามชั่วโมง​ที่เธอคุยไม่หยุด..ไม่เหมือน​กับหญิงเรียบ..นาน ๆ​ ทีถึง​จะมีเสียงขึ้น​มาหากถูกถาม
จมูกโด่งขนตางาม​และริมฝีปากบางเชิดนั้น​จึง​เป็นสิ่ง​ที่ผม​ได้เห็นตลอดระยะการเดินทาง
ผมลง​ความเห็นว่าเธอเหมือนนางเอกการ์ตูนญี่ปุ่น..เธอเหมือนมินามิ..
มินามิ​ที่มักไม่ค่อยพูด..หากสื่อสารด้วยดวงตา
ผมจับหางตาเธอ​ได้บ่อยครั้ง..บ่อยครั้งจนผมรู้สึกเสียดาย​ที่ผมไม่เหลือหัวใจไว้ให้​ใครอีกแล้ว​..
ผู้หญิง..​ความรัก..
​ความรัก..ผู้หญิง..
เหมือนก้อนเมฆ​ที่พลิ้วผ่านเปลี่ยนรูป​ได้เสมอ
ผู้หญิง​ที่บูชาเงิน​เป็น​พระเจ้า...​มากกว่า​ความรัก
พอกันที..
+++++

โขดหิน​และหาดทราย​เป็น​ที่​ที่เรา​ทั้งหก​ใช้เวลา​ส่วนใหญ่​ไป​กับมัน
บางคนเล่นน้ำ บางคนเดินย่ำริมหาด บางคนนั่งรับลมใต้ร่มไม้..
​ส่วนผม..เมา
​แต่เธอ..หญิงเรียบคนนั้น​..เลือกโขดหิน​เป็น​ที่นั่งเหม่อมอง​ไปยังท้องทะเลอันกว้างใหญ่
ผมไม่รู้ว่าเธอคิดอะไร​..ผมไม่อยากรู้..
ในหัวของผมกลับ​เป็นภา​พอดีตอันหวานชื่น ​กับคน​ที่เคยบอกคำว่า "รัก" ให้กัน​และกันมาตลอดเวลา
กระทั่ง​ต่อมาทรุดตัวลงข้าง ๆ​ ผมถึง​ได้รู้สึกตัว
​เขาคงสลัดคุณหนูทิ้ง​ได้ชั่วคราว
​เขาถอนใจ..
"​เป็นไร?" ผมถาม
"เอ็ง​จะเชื่อข้าไหม? ​ถ้าข้า​จะบอกเอ็งว่า..ข้าชอบเธอว่ะ"
"​ใคร?"
​เขาพยักหน้า​ไปทางเธอ
ผมหัวเราะ
"ไม่บอกข้าก็รู้..ว่า​แต่.."
ผมมองหน้า​เขา
"ทำไม?" ผมถาม
​เขานิ่ง​ไปนิด..ก่อน​จะเอ่ยเสียงจริงจังออกมา
"เธอแปลกดี..เธอไม่สนใจข้าเลย​..ผู้หญิงอย่างนี้แหละ​​ที่ข้าชอบ​และรอมานานแล้ว​.."
ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ชายหนุ่มร่างสูง..รูปหล่อ..ร่ำรวย..​จะมีผู้หญิงสักกี่คน​ที่ไม่สนใจ
ผิด​กับผม..ธรรมดา..ค่อน​ไปทางจน
​จะมีสักกี่คน​ที่เห็นใจ
​แม้​แต่คน​ที่เคยบอกว่ารัก..ยังเลือก​ที่​จะทิ้ง​ไป..​เมื่อมีชายคนอื่น​ที่เหมาะสมกว่าเข้ามาแทน
"แล้ว​?"
"ข้ายังไม่มีโอกาสเลย​ว่ะ.."
"ตอนนี้ไง..เข้า​ไปจีบเลย​สิวะ"
ผมยุส่ง
"เฮ่ย.." ​เขาส่งเสียง..หน้าแดง "คนนี้ข้าคิดว่าข้า​เอาจริงโว้ย..​จะใจร้อนไม่​ได้..เดี๋ยวเสียของ.."
เราสองคนหัวเราะให้แก่กัน
มันคงดังเกิน​ไป..จนทำให้เธอหันมา..
สีหน้าของเธอเรียบเฉย..หากแววตา​ที่เธอมองผม..กลับทำให้ผมใจหาย
มัน..มัน..บาดลึก​ไปถึงขั้วใจ
++++

ผมเห็นต่อเดินเข้า​ไปคุย​กับเธออยู่​พักหนึ่ง​..
ขณะกระดกเบียร์ในมือ..ผมกลับนึกเห็นภาพของผม​กับแฟนเก่านั่งคุยกันหนุงหนิงเข้ามาแทน
ยามรักทุกอย่างก็หวานชื่น..จริงอย่าง​ที่เธอว่า..ผมยังจำรสสัมผัส​ที่เรา​ได้จับมือกันชมทะเล​ได้อยู่​เลย​
​แต่ตอนนี้มีผมอยู่​คนเดียว..ยามหมดรักก็ขื่นขม..เหมือนเบียร์​ที่ผมดื่มในเวลานี้​ที่​ทั้งขื่น​ทั้งฝาด​เพราะหมด​ความเย็น​ไปนานแล้ว​..
​ความรัก​กับรสเบียร์ บางครั้งผมก็ว่ามันมีอะไร​คล้าย ๆ​ กันอยู่​
เปิดใหม่เย็นเจี๊ยบ..ฟองฟอด..เอร็ดอร่อยเหลือเกิน..
ทิ้งไว้จืดจางฟองหาย..แตะ​เมื่อไรก็​ทั้งเหม็น​ทั้งขื่นแทบบ้วนทิ้ง
ดี​ที่เบียร์​สามารถเปลี่ยนขวดใหม่ ​แต่​ความรัก..ยากเหลือเกิน​ที่​จะเริ่มต้น​ได้ใหม่อีกครั้ง
ผมมองต่อ​และเธอด้วยสายตา​ที่พร่าเลือน
หง่ะ..อยู่​ ๆ​ ทำไมถึงร้องไห้ออกมา​ได้
เรานี่แย่จริง
+++++

ฝนพรำ..หลังจากตั้งเค้ามา​ได้ไม่นาน
บ่ายมากแล้ว​..ผมยังเลือก​ที่​จะนั่งอยู่​​ที่เดิม
ใต้ต้นอะไร​ก็ไม่รู้ ใบใหญ่..ร่มรื่น
กองขวดเบียร์ระเกะระกะอยู่​รอบตัว..​เพื่อน ๆ​ ​ทั้งหมดลง​ไปเล่นน้ำ
สาว ๆ​ ​ทั้งสามคน ดูสดใสแช่มชื่น ​ทั้งจากการนุ่งสั้น​และจากการเปียกปอน
ไม่เว้น​แม้​แต่เต้าหู้ยี้..วันนี้เธอก็ดูสดใสกว่า​ที่เคย
ผู้หญิง​กับธรรมชาติ..มัก​จะ​เป็นของคู่กัน
เสน่ห์อยู่​​ที่ธรรมชาติ..สิ่ง​ที่​เป็นธรรมชาติมัก​จะมีเสน่ห์
ยิ่งมีเบียร์กระตุ้น เสน่ห์ของผู้หญิงเลย​มาก​เป็นธรรมดา
เอิ๊กซ์
+++++++++

ท่านั่งชันเข่าข้างหนึ่ง​ รองรับข้อศอก​และท่อนแขน​ซึ่งรองรับศีรษะของผม​ที่มุบต่ำอยู่​อีกที คง​เป็นท่า​ที่ไม่ค่อยน่าดูเท่าไร
เธอถึง​ต้องมาทำเสียงขึ้น​จมูก..เท้าสะเอว..เสื้อผ้าเปียกโชก จ้องมองผมด้วยสายตาเหยียดหยาม
เอ๊ะ..หรือไม่ใช่..หรือเธอจ้องผมด้วยสายตาของ​ความเห็นใจมากกว่า?
ไม่รู้สิ..ช่างมันเหอะ..
"เสียใจนาน​ไปหรือเปล่า?"
"ไรนะ?"
"นายเสียใจนาน​ไปหรือเปล่า? ทำอย่างนี้แล้ว​เธอ​จะกลับมาเรอะ?"
ผมกระดกเบียร์จืดชืดนั้น​ขึ้น​ซด เธอคง​เป็นอีกคน​ที่​ต้องการ​จะปลอบผมเหมือน​กับทุกคน
​ใครเลย​​จะรู้ ร้อยแปดเหตุผล​ที่พวก​เขายกขึ้น​มาให้ผมทำใจ มันพ่ายแพ้เหตุผลของผม​ที่มีอยู่​เพียงอย่างเดียว
ผมเสียใจ​เพราะผมรักเธอ
ผมรักเธอไงล่ะ..
คุณไม่​สามารถทำให้ผมไม่รักเธอ​ได้หรอก
"ขอบใจ​ที่​เป็นห่วง..เราสบายดี.."
ผมตอบเธอ..หัน​ไปอีกทาง หูแว่วเสียงหัวเราะของเธอ
"ขอเบียร์กินมั่ง​ได้ไหม?"
ผมไม่ตอบ..ยื่นเบียร์ในมือให้​โดยไม่มองหน้า
"มันไม่เย็นแล้ว​..​จะกิน​ได้เหรอ?"
เธอเงียบหลังจากรับเบียร์ขวดนั้น​​ไป แป๊บเดียวเธอก็ยื่นมันใส่มือผมอีกครั้ง
มันเบาหยอง..เกือบครึ่งทีเดียว​ที่เธอซดเข้า​ไปในคราวเดียว
"มีอีกไหม?"
ผมไม่ตอบ..คราวนี้หันมามองเธออย่างเต็มตา
"เธอก็อกหักเหมือนกันไม่ใช่หรือ?"
เธอทรุดกายลงนั่งเคียงข้างผม..ยกเข่า​ทั้งสองขึ้น​กอด..วางคางโค้งมนนั้น​ลงบนเข่าคู่นั้น​เพียงแผ่วเบา
ปอยผมสะบัดตามแรงลม..หญิงเรียบคนนี้​กำลังเข้าสู่ธรรมชาติ
ธรรมชาติอันมีเสน่ห์อย่างลึกล้ำ
"ไม่คุยเรื่อง​นี้​ได้ไหม?"
เสียงของเธอแผ่วเบา..ดวงตางามระยับแสงสะท้อนจากท้องทะเล
"งั้น​จะคุยเรื่อง​อะไร​?"
"ไม่​ต้องคุยก็​ได้..แค่นั่งเงียบ ๆ​ ก็พอ"
ผมเงียบเสียง นึกอยากถามว่าแล้ว​ทำไมเธอ​ต้องมานั่งเงียบ ๆ​ ตรงนี้ด้วย
"หรือนายไม่อยากให้เรานั่งตรงนี้?"
"เปล่า..​จะนั่งตรงไหนก็นั่งเถอะ..​ใคร​จะว่า​ได้"
"บอกก่อนนะ..ฉันแค่ไม่อยาก​จะคุย​กับ​ใครเท่านั้น​ในตอนนี้..ฉันจึงเลือก​ที่​จะมานั่งตรงนี้ ​เพราะฉันเชื่อว่าคงไม่มี​ใครอยาก​จะเข้ามากวนนาย"
"งั้นตามสบาย.."
ผมหัน​ไปเปิดเบียร์อีกขวด..มันอยู่​ในกระป๋องน้ำแข็ง​ที่เหลือ​แต่น้ำ​ไปแล้ว​
ยื่นให้เธอเงียบ ๆ​ แล้ว​เปิดอีกขวดสำหรับตัวเอง
ยกขึ้น​ดื่ม..ทอดสายตามองทะเล..ดื่มด่ำธรรมชาติตรงหน้า
ปล่อยให้เวลาเดินทางของมันต่อ​ไป..
นานเท่าใดไม่รู้​ได้..ไม่มี​เพื่อนคนไหนเข้ามากวนใจเราสองคนจริง ๆ​
กระทั่ง..ผม​ต้องพูดออกมา
"ทะเลสวยจริง ๆ​"
"​ถ้า​จะชวนฉันคุย ไม่จำ​เป็น​ต้อง​ไปอ้างทะเล มีอะไร​ก็คุยมา"
ผมหัวเราะ ผู้หญิงคนนี้แปลกดี
"สวย ๆ​ อย่างเธอ..ไม่น่า​จะอกหัก​ได้"
"​ใครว่า..ฉันหักอกตัวเองตั่งหาก"
"จริงอ้ะ..ไม?"
"อยากรู้จริง?"
"ไม่อยากรู้ก็​ได้"
"นายล่ะ..เท่า​ที่ดูอยู่​นี่ก็ไม่ถึง​กับน่าเกลียดอะไร​ ทำไมผู้หญิง​เขาถึงไม่​เอา?"
คำถามนี้จี้จุดถึงใจจริง ๆ​
"จนเกิน​ไป..​เป็นเหตุผล​ที่เธอให้​กับเรา"
เธอนิ่งงัน..หน้าสวยสลดลงเล็กน้อย
"​เป็นเหตุผลเดียว​กับ​ที่ฉันให้​กับ​เขา..​เขาจนเกิน​ไป"
ถึงคราวผมอึ้งบ้าง..ผู้หญิงคนนี้ทิ้งผู้ชายคนหนึ่ง​​ที่รักเธอ​ไปด้วยเหตุผลเดียว​กับแฟนของผมรึนี่?
คนใจร้ายใจดำเยี่ยงนี้..มีอยู่​ในโลกนี้กี่คนกันแน่??
ผมลุกขึ้น​ยืนทันที..มองหา​ที่นั่งแห่งใหม่​ที่ไกลจากเธอ
"ไม่แปลกหรอก​ที่นาย​จะรังเกียจฉัน..​แต่นาย​จะหนี​ความจริง​ไป​ได้สักกี่น้ำ?"
ผมไม่ตอบ..เดินหิ้วกระติกแช่เบียร์นั้น​ห่างออกมา
คนไม่มีหัวใจ..มีประโยชน์อะไร​​จะ​ไปคุยด้วย
​จะหนี​ไป​ได้สักกี่น้ำ?..​แม้ไม่มีน้ำผมก็​จะแถกเหงือกหนี​ไปให้​ได้ก็แล้ว​กัน
ไม่เกี่ยว​กับเธอ!!
+++++

จากนั้น​ผมก็เลิกสนใจเธออีก..
ผม​เป็นอะไร​?..ผมตอบไม่​ได้
ผมแค่รู้ว่าเธอ​เป็นคนไม่มีหัวใจ..เหมือน​กับแฟนเก่าของผม เพียงเท่านี้ผมก็รู้แล้ว​ว่าผมไม่ควร​จะสนใจเธออีกต่อ​ไป
การ​ไปเ​ที่ยวเสม็ดครั้งนั้น​จึงไม่มีอะไร​ประทับใจผม..มาก​ไปกว่า​ได้เปลี่ยนบรรยากาศการกินเบียร์
หลังจากกลับมาครั้งนั้น​..พวกของเธอยังคงอยู่​กรุงเทพฯ อีกไม่นาน..​ต่อมาบอกผมว่าพวกเธอ​จะกลับในอีกสองวันข้างหน้า
"เอ็งว่าข้าควร​ไปส่งไหม?"
ต่อถาม..ผมตอบส่ง ๆ​
"ว่างก็​ไปดิ"
​เขามองผมอย่างแปลกใจ
"เอ็งไม่ว่าง?"
"ไม? ​จะให้ข้า​ไปส่งด้วยเรอะ..ไม่ดีกว่ามั้ง" ผมหลบหลีก จริง ๆ​ แล้ว​ผมไม่รู้สึกอะไร​หรอกสำหรับการ​ไปส่งหรือไม่​ไปส่งพวกเธอ ก็แค่​ไปยืน​ที่ท่ารถไฟ..โบกไม้โบกมือกันเท่านั้น​ ไม่เห็นมีอะไร​มาก​ไปกว่านี้
"ก็..ยัยนี​เขาอุตส่าห์รู้สึกดี ๆ​ ​กับเอ็ง เอ็งก็ไม่ควร​จะแล้งน้ำใจถึงขนาดนี้?"
ผมงง..
"​ใครวะ? ยัยนี?"
ต่อหัวเราะ มองผมด้วยสายตาเท่าทัน
"คน​ที่นายเรียกว่าเต้าหูยี้ไง ​ที่เสม็ดวันนั้น​นายเล่นซะหล่อนชอบนายหัวปักหัวปำ"
ผมใจหาย..อะไร​กัน? ผม​ไปเล่นอะไร​​กับเธอ?
​เมื่อต่อเห็นสีหน้าของผมมันก็หยุดยิ้มทันที..มองผมด้วยสายตาค้นหาอีกครั้ง
"เฮ้ย..นี่เอ็งไม่รู้ตัวจริง ๆ​ หรือวะ?"
ผม​ได้​แต่ส่ายหน้า..
++++++
คืนนั้น​บนเกาะเสม็ด ผมรู้​แต่เพียงว่าผมเมามาก..
ผมนั่งอยู่​บนโขดหิน..ลมพัดเย็นสบาย เสียงคลื่นสาดซัดใส่โขดหิน​เป็นระยะ
เบียร์​ที่ซื้อตุน​เอาไว้..มันมากพอ​ที่​จะทำให้ผมเมา
ต่อเดินมาเรียกให้ผมกินข้าว..ผมตอบว่าอะไร​ผมจำไม่​ได้
​เพื่อนอีกสองสามคนยังคงมาเรียก..​แต่ผมก็คง​จะปฏิเสธ​ไป..ทำให้​เขาไม่เข้ามายุ่ง​กับผมอีก
จำ​ได้​แต่เพียงว่า "เธอ" คนนั้น​..มายืนมองผม..
เราคงคุยกันบ้าง..​แต่คุยว่าอะไร​? ผมจำไม่​ได้จริง ๆ​
คง​ต้องถามขวดเบียร์​ที่กองระเกะระกะอยู่​รอบตัว..​ถ้ามันตอบ​ได้มันคงตอบ..
หลังจากนั้น​..ผมจำอะไร​ไม่​ได้อีกเลย​..
+++

"เรากินข้าวกันเสร็จแล้ว​ล่ะ..ข้าเห็นยัยนีถือจานข้าว​ที่พวกเราตักไว้เผื่อเอ็งเดินหาย​ไป..เกือบชั่วโมงมั้ง​ที่หล่อนถึง​ได้กลับมา.."
ต่อเล่าให้ผมฟัง..ผมขยี้หัวตัวเอง ทำไมใน​ความทรงจำถึงไม่มียัยนีอยู่​ในหัวเลย​
"หล่อนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่..พวกเราแซวอย่างไรก็ไม่ยอมปริปาก..ทำหน้าแดงอยู่​นั่นแล้ว​..ว่า​แต่เอ็ง​ไปทำอย่างไรเข้าล่ะ?"
ผมยังคงส่ายหน้า
"จริง ๆ​ ข้าไม่น่าถาม เอ็งเมาจริง ๆ​ นอนฟุบอยู่​ตรงนั้น​จนข้า​ต้อง​ไปอุ้มเข้านอน..เอ็งยังละเมอเรียกชื่อแฟนเก่าของเอ็งออกมาเลย​..รู้ตัวรึเปล่า?"
"เหรอ..ข้าไม่รู้ตัวจริง ๆ​"
"ปลงซะบ้างเถิดวะ ใน​เมื่อผู้หญิง​เขาคิด​จะ​ไป อะไร​ก็ห้ามไม่​ได้หรอก..​ความรักแท้ไม่มีในโลกหรอก..มันมีแค่ในนิยาย.."
ประโยค​ที่​เพื่อนของผมพูดออกมา..ทำให้ผมนึกอะไร​​ได้บางอย่าง
ดูเหมือน​จะมี​ใครคนหนึ่ง​​ที่พูดอย่างนี้..
​ใครกัน??
++++

เช้า​วันรุ่งขึ้น​​ซึ่ง​เป็นวันเดินทางกลับ
นี..ยัยเต้าหู้ยี้คนนั้น​..เดินตามผมจนผมแปลกใจเล็กน้อย
หล่อนช่วยเก็บขวดเบียร์​ที่ผมทิ้งไว้​เมื่อคืน..ช่วยหิ้วกระเป๋าเดินทาง..ยัง​จะช่วยวิ่ง​ไปซื้อเบียร์ให้ผม​โดย​ที่ผมไม่​ได้ร้องขอ
เธอยังพูดคุยอยู่​ข้างกาย..​และ​เมื่อผมยิ่งมองดวงตาของเธอ​ที่ยิบหยีประสาคนเชื้อสายจีนยิ่งไม่เข้าใจ
มันสื่อ​ความหมายมากมาย​จนผมแปลไม่ออก
เธอคงเห็นสีหน้าของผม..เธอจึงพูดออกมา..
"บางที..รักแท้ก็อาจ​จะตกอยู่​บนพื้นทราย​ที่เราเห็นอยู่​มากมาย​ก็​ได้..อยู่​​ที่ว่าเรา​จะเห็นมัน​และครอบครองมัน​ได้หรือเปล่า..ให้เวลา​กับมันหน่อย​นะคะ​.."
เธอพูดด้วยสีหน้า​และแววตาจริงจัง
นอกจากดวงตาชั้นเดียวอัน​เป็น​ที่มาของคำว่า "เต้าหู้ยี้"แล้ว​..นีก็​เป็นผู้หญิง​ที่ไม่​ได้ขี้เหร่อะไร​นัก
หน้าผากกว้าง..คิ้วบางหากยาวเกือบจรดใบหู..ริมฝีปากแดง..แก้มแดงระเรื่อ​เป็นนิจ..มีรอยสิวให้เห็นอยู่​บ้าง..หากรอยยิ้มเผยฟันขาวสะอาดเรียง​เป็นระเบียบ..
หล่อนผอม​ไปนิด..ดูซูบ​ไปด้วยซ้ำสำหรับเด็กสาววัยนี้..
ผมยังงงไม่หาย​กับประโยคนั้น​ของนี..มองตามด้านหลังของเด็กสาววัยกำดัด​ไปด้วยหัวใจ​ที่งุนงง
ไรหว่า?..รักแท้บนพื้นทราย?..
หล่อน​กำลังพูดถึงอะไร​กัน??
+++++

ผม​เป็นเด็กต่างจังหวัด..​เมื่อมหาฯลัยปิดเทอมหากไม่กลับบ้านก็​ต้องนอนอยู่​​ที่หอพักเฉย ๆ​
เย็นวันนั้น​ก็เช่นกัน..จำ​ได้ว่า​เป็นวันศุกร์ ขณะนอนดูทีวี.ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น​
เปล่านะ..ไม่ใช่มือถือ..โทรศัพท์​ที่ผมมีปัญญาซื้อเครื่อง​แต่ไม่มีปัญญาเติมเงินนั้น​ หากมัน​เป็นโทรศัพท์ของหอพัก
ขมวดคิ้วเล็กน้อย..ไอ้ต่อ​เพื่อนของผมก็เพิ่งวางหู​ไป​เมื่อบ่ายนี้เองนี่นา..​ใครโทรฯมากัน?
"โหล.."
"...​."
"อาโหลค้าบ...​"
"ค่ะ​.."
เสียง​ที่ตอบมาแผ่วจางพิกล คล้ายผู้พูดไม่ค่อยมั่นใจ..ผมยิ่งงงหนักขึ้น​..
​ใครหว่า?
"ครับ​..ผมรันครับ​"
"เอ่อ..นีเองค่ะ​.."
"นี.." หัวใจของผมกระตุกวูบ..เธอรู้เบอร์หอพักผม​ได้อยางไร?
"​คือว่า.."
"ครับ​?"
"​คือว่า..วันอาทิตย์นี้พวกนี​จะกลับกันแล้ว​..นีก็เลย​.."
ผมกลั้นใจฟังประโยคต่อ​ไป..​พร้อม​กับคำถามมากมาย​​ที่เกิดขึ้น​ในหัว
นีโทรฯ หาผม..รึว่าคืนนั้น​​ที่เสม็ดมันเกิดอะไร​ขึ้น​จริง ๆ​ ?
"คืนนี้รันว่างรึเปล่าคะ​..นีแค่อยาก​ไปนั่งฟังเพลง.."
"เอ่อ.." ผมยังพูดไม่ออก..
"แค่​ไปทานข้าวฟังเพลงเท่านั้น​ค่ะ​..​แต่​ถ้ารันไม่ว่างก็ไม่​เป็นไร.."
"ว่างสิครับ​.." ผมรีบพูดออก​ไป ใช่ว่า​จะมีวัตถุประสงค์อื่น ผมแค่อยากรู้ว่าคืนนั้น​ผมพูดหรือทำอะไร​​ไป​กับเธอมากกว่า
"​ที่ไหนดีครับ​?"
เสียงหัวเราะดัง​ที่ปลายสาย..มันดูสดชื่นขึ้น​กว่าประโยคแรกมากมาย​
"นี​ต้อง​เป็นคนถามรันสิคะ​..อย่าลืมนะคะ​ว่านี​เป็นแขก..​ส่วนรัน​เป็นเจ้าของบ้าน นี​จะรู้​ได้อย่างไรว่า​จะ​ไปทานข้าว​ที่ไหน​ที่บรรยากาศดี ๆ​"
"นั่นสิ.." ผมหัวเราะตาม​ไปด้วย..อีกใจหนึ่ง​ก็สำรวจเงินคงเหลือในกระเป๋า
สถาน​ที่​ที่เลือกขึ้น​อยู่​​กับจำนวนเงิน​ที่มี..
"งั้น​ที่นี่ดีกว่าครับ​.."
"​ได้เลย​ค่ะ​.."
+++++

ร้านอาหารริมน้ำ..แม่น้ำเจ้า​พระยา​ที่เทเวศน์
​เป็นร้านธรรมดา​ที่ปลูกล้ำเข้า​ไปในน้ำไม่กี่เมตร..หากวิวทิวทัศน์​และบรรยากาศก็ไม่ผิดอะไร​​กับร้านหรู ๆ​
ลมพัดตึง..เปิดเพลงฟังสบาย..
สลับการนักร้องกีตาร์เดี่ยว​ที่มาร้องเพลงโฟล์คซองให้ฟัง
นีชอบมากมาย​..เสียงคุยเจื้อยแจ้ว..
วันนี้เธอสวย​เป็นพิเศษ..ผิดขาวผุดผาดถูกเน้นด้วยเสื้อสีอิฐ​และกระโปรงสีครีม
ผ้าพอง ๆ​ ฟู ๆ​ ยับ ๆ​ แปลกตาดีเหมือนกัน
"อ๋อ..​เป็นผ้าฝ้ายทอมือค่ะ​..นี่มาจากร้านแฮนด์เมคขนาดแท้​ที่เชียงใหม่เลย​นะคะ​.."
"มิน่า..ดูสวยแปลก ๆ​ ดีนะครับ​"
เธอยิ้มรับคำชมนั้น​..ตาพราวระยับดำขลับ..
เสียดาย​ที่นาน ๆ​ ​จะ​ได้เห็นที..​คือตาเธอหยี​ไปสักนิดหนึ่ง​น่ะครับ​
ผม​เป็นคน​ที่ชอบมองผู้หญิง​ที่ดวงตา..เลย​รู้สึกขัด ๆ​ เล็กน้อย​ที่มองลูกตาของ​ใครไม่ค่อยเห็นอย่างนี้
"มองอะไร​คะ​?"
ผมยิ้ม..เสเปลี่ยนเรื่อง​
"ทานอะไร​ดีครับ​..วันนี้ขอให้เจ้าบ้าน​เป็นเจ้ามือนะครับ​"
นีหรือนีรนุชส่ายหน้าจนผมสั้นปรกคอนั้น​แผ่กระจาย
"ไม่อาวค่ะ​..นี​เป็นคนชวนรันออกมา..ดังนั้น​นี​ต้องเลี้ยงสิคะ​"
ผมก็ส่ายหน้าหัวแทบหลุด
"ไม่​ได้ครับ​..ขอให้ผม.."
"โอเคค่ะ​..นีเข้าใจดี.." เธอรีบขัดขึ้น​..
"ขอให้รันทำหน้า​ที่สุภาพบุรุษให้ครบถ้วนใช่ไหมคะ​?"
"ถูก​ต้องครับ​.."
"งั้นขอนี​เป็นคนเลือกอาหารนะคะ​?"
"​ได้เลย​ครับ​.."
+++++

อาหาร​ที่นีสั่ง ​เป็นอาหารพื้น ๆ​ ​และมีจำนวนเพียงแค่สามอย่าง
ผมค่อนข้างมั่นใจ..เธอเองก็คงรู้ว่าผมมีเงินไม่มากเท่าใดนัก
หรือว่าคืนนั้น​..ผม​ได้เล่าเรื่อง​ของผมให้เธอฟังจนหมดแล้ว​??
"เครื่องดื่มล่ะคะ​..รัน​จะดื่มเบียร์หรือเหล้าดีคะ​?"
"เบียร์ครับ​"
"ให้นีเลี้ยงนะคะ​..นีจ่ายค่าเบียร์​ส่วนรันจ่ายค่าอาหาร โอเค๊?"
เธอไม่รอให้ผมตอบ..เธอหัน​ไปสั่งเบียร์ขวดเขียวราคาแพงให้ผม
"คนทานเบียร์​จะไม่ค่อยเลือกยี่ห้อจริงไหมคะ​?"
ผมยิ้มเจื่อน ๆ​ ​แต่ก็ยาก​จะปฏิเสธน้ำใจของเธอ​ได้..
​ทั้ง ๆ​ ​ที่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ๆ​ ประสาวัวสันหลังหว่ะ..​ที่ไม่รู้ว่าตัวเอง​ไปเปิดเผย​ความในใจ​และ​ความลับอะไร​ของตนเองไว้บ้าง
"จริง ๆ​ แล้ว​นีทานเบียร์ยี่ห้อนี้​ได้อย่างเดียวค่ะ​..มันไม่ขมดี.."
เธอบอก​พร้อม​กับยิ้มยิงฟัน
ผมรู้ว่าเธอ​ต้องการทำให้ผมสบายใจต่างหาก
++++

เวลาพาให้เบียร์พร่อง​ไปเรื่อย..ผมเอง​เมื่อเครื่องติดแล้ว​มัก​จะหยุดไม่​ได้
​เมื่อ​ความเมามาเยือน..​ความทรงจำบางอย่าง(ตอนเมา)ก็กลับคืนมา
ยิ่งเธอถามประโยคนี้มา..ยิ่งทำให้ผมจำ​ได้
"รันดีขึ้น​แล้ว​ใช่ไหมคะ​?.."
ผมจำ​ได้ว่าเธอเคยถามเรื่อง​แฟนเก่าของผม ผมเคยตอบเธอว่าอย่างไรนะ?
อ้อ..ตอบเธอว่า​ถ้าสงสารผมล่ะก้อ..อย่าพูดถึงเรื่อง​นี้อีก
"ก็คงอย่างนั้น​ครับ​"
"ดีจัง..งั้นชีวิต​ที่เหลือของรัน..ก็.."
เธอทำหน้าแดงแทนคำพูด..แดงยิ่งเสียกว่าตอนกินเบียร์
อาการหน้าแดงนั้น​ทำให้ผมนึกขึ้น​​ได้..
ผมเคยบอก​กับเธอตอนนั้น​..บอก​ไปด้วย​ความเมาแท้ ๆ​
"ผมอยากให้ชีวิต​ที่เหลือของผม..​เป็นของ​ใครคนหนึ่ง​​ที่จิตใจดีเหมือน..เหมือนนีจริง ๆ​"
​และยังจำ​ได้อีกว่า..เธอถามย้ำกลับมา
"จริงหรือคะ​?"
"จริงครับ​..คนอย่างผมพูด​และทำอย่าง​ที่พูดเสมอ.."
ผมเอนหลังพิงผนักเก้าอี้อย่างแรง​โดยไม่รู้ตัว
+++++

ด้วยคำพูดนี้กระมัง ทำให้นีถึง​ได้กล้า​ที่​จะชวนผมออกมาทานข้าว?
​ความทรงจำพร่างพรูมาแทบตั้งตัวไม่ติด..ผมจำ​ได้ว่าคืนนั้น​..คืน​ที่หาดทราย​เป็นเต็ม​ไปด้วยหลุมเล็ก ๆ​ ของหยาดน้ำฝน​ที่เพิ่งเหือดแห้ง​ไป
แสงไฟจาง ๆ​ จาก​ที่พักทำให้ผมเห็นเงาของ​ใครคนหนึ่ง​มายืนอยู่​​ที่ด้านหลัง
"ข้ายังไม่หิว.."
จำ​ได้ว่าผมบอก​ไปอย่างนั้น​..คิดว่าคง​เป็นไอ้ต่อ​ที่มาเรียกผม​ไปทานข้าว
"​ทั้งวันแล้ว​นะคะ​..​ที่คุณรันไม่​ได้ทานอะไร​เลย​.."
​เป็นเสียงของผู้หญิง ผมรีบหัน​ไปมอง..อ้อ..ยัยเต้าหู้ยี้คนนั้น​นั่นเอง
"ตั้งแต่มาแล้ว​..นีเห็น​แต่คุณทาน​แต่เบียร์..น่า​จะมีอะไร​มารองท้องสักหน่อย​.."
ผมตะกุกตะกักขอโทษ..เธอยิ้มรับ
"ทานอะไร​สักหน่อย​นะคะ​"
มัน​เป็นคนพูด​ที่ผมยาก​จะปฏิเสธ..เธอถึง​กับมาสังเกตว่าผมไม่​ได้กินอะไร​เลย​นอกจากเบียร์
"ขอบคุณครับ​​ที่​เป็นห่วง..ว่า​แต่อย่าเรียกผมว่าคุณเลย​..เรียกรันเฉย ๆ​ ก็พอ"
เธอเดินมาข้างกายผม..ทรุดนั่ง ยื่นจานข้าว​ที่โปะ​กับมาจนพูนให้
ผมรับมาแล้ว​วางไว้..เราสองต่างนั่งเงียบ
"นีไม่รู้ว่า​ความเจ็บปวดของหัวใจมัน​เป็นอย่างไร​ถ้าเกิด​ความผิดหวังขึ้น​..​แต่​ถ้านีเลือก​ได้..นีเลือก​จะเจ็บให้เร็ว​ที่สุด..​ใช้เวลาให้น้อย​ที่สุด..​เพื่อว่าเวลา​ที่เหลือของเรา​จะ​ได้ทำ​แต่สิ่ง​ที่ดี ๆ​ ให้​กับชีวิต.."
เธอทำลาย​ความเงียบขึ้น​..ผมนิ่งฟัง..คิดในใจว่าเธอคง​เป็นอีกคนหนึ่ง​​ที่พยายามมาปลอบผมให้คลายเศร้าจากการอกหัก
"​ถ้านีเดาไม่ผิด..คุณ..ง่า..รัน..คงมีปัญหาเรื่อง​คนรักใช่ไหม?"
"เธอทิ้งผม​ไปแล้ว​.."ผมตอบ​โดยไม่ลังเล
"ก็ไม่เห็น​จะแปลกอะไร​..​เมื่อ​ความรักของคนสองคนไม่เท่ากัน..คน​ที่รักมากกว่าก็​จะ​ต้องถูกทิ้ง​เป็นธรรมดา.."
ผมเงียบ..​กำลังแปล​ความหมายจากประโยค​ที่เธอพูด
"นีไม่เคยมี​ความรัก..​ทั้งไม่เคยรัก​ใคร​และไม่เคยถูก​ใครรัก..นีเลย​ไม่เข้าใจว่า​ความรักมัน​เป็นอย่างไง..​และยิ่งไม่เข้าใจใหญ่เลย​ว่า​ความเจ็บปวดจาก​ความรักมัน​เป็นอย่างไร?"
"เจ็บปวดแทบตาย.." ผมบอกเธอ
"นีอยากมีโอกาสอยางนั้น​บ้าง..น่าภูมิใจนะคะ​..​ที่คน ๆ​ หนึ่ง​​ได้มีโอกาสรัก​ใครสักคนหนึ่ง​ ​แม้รักนั้น​​จะไม่สมหวัง..ก็ยัง​ได้รัก ยัง​ได้คิดถึง ยัง​ได้เจ็บปวดจาก​ความรัก.."
เบียร์ในมือของผมถูกวางลง​กับพื้นทราย..ผมชักสนใจเธอเข้าแล้ว​..
"นีอยาก​จะรัก​ใครสักคน..​แม้​ใครคนนั้น​​จะไม่รักนีตอบ..ขอเพียงให้นี​ได้รัก..​ได้ทำให้คน​ที่นีรักมี​ความสุข.."
"​แม้​เขา​จะ​ไปรักคนอื่นน่ะเหรอ?"
"ค่ะ​..นี​จะถือว่าสิ่ง​ที่​เขาเลือกนั้น​​เป็น​ความสุข​ที่​เขา​ต้องการแล้ว​..นีก็​จะยินดี​กับ​เขาด้วย.."
​แม้​จะเมาผมก็รู้ว่าคำพูดเหล่านั้น​ไร้การเสแสร้ง..ผมมองเธออย่างเต็มตาอีกครั้ง
"​แม้ผู้ชายคนนั้น​​จะจน..ไม่มีปัญญาขับรถ​ไปรับ​ไปส่งคุณ..ไม่มีปัญหาพาคุณ​ไปเ​ที่ยวหรือ​ไปทานอาหาร​ที่ร้านแพง ๆ​ ไม่มีปัญญา​จะซื้อข้าวของเครื่อง​ใช้ราคาแพง ๆ​ ให้คุณน่ะหรือ?"
"ค่ะ​..นี​จะรัก​เขาตรง​ที่​เขา​เป็น​เขา..ไม่ใช่รัก​เขาในสิ่ง​ที่​เขา​ต้อง​เป็น.."
ผมถึง​กับอึ้ง..ไม่น่าเชื่อว่า​จะมีผู้หญิงประเภทนี้อยู่​ในโลกใบนี้จริง ๆ​
"คุณ.."
"เรียกว่านีเฉย ๆ​ สิคะ​"
ผมเรียบเรียงประโยค​ที่​ต้องการ​จะพูดอีกครั้ง
"ผมอยากให้ชีวิต​ที่เหลือของผม..​เป็นของ​ใครคนหนึ่ง​​ที่จิตใจดีเหมือน..เหมือนนีจริง ๆ​"
"จริงเหรอคะ​.."
"คนอย่างผมพูด​และทำอย่าง​ที่พูดเสมอ.."
ดวงตาชั้นเดียวของเธอเบิกกว้าง..ไม่ใช่จากการตกใจ ไม่ใช่จากการแปลกใจ
หากจาก​ความยินดี..
"นีก็อยาก​จะให้​เป็นอย่างนั้น​จริง ๆ​ ค่ะ​
++++++

หง่ะ..
กลาย​เป็นเรื่อง​ยาวซะแหล่ว
หวังว่า​เพื่อน ๆ​ คงไม่เบื่อ​จะตามอ่านนะครับ​
ผม​จะรีบมาเขียนต่อแล้ว​แปะให้​เพื่อน ๆ​ อ่านเร็ว ๆ​ ครับ​
ขอบคุณครับ​ผม

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1420 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง ฤๅเธอก็มีอยู่จริง??
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๖๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-7195 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 25 มี.ค. 2549, 19.36 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-7200 ], [83.180.66.251]
เมื่อวันที่ : 27 มี.ค. 2549, 01.53 น.

อ้าว ทำท่า​จะกลาย​เป็นเรื่อง​ยาวซะแล้ว​ (เอ็คโคคุณรันนราค่ะ​)
​จะรออ่านตอนต่อ​ไป ​ถ้ามีเวลาเข้ามาโพสต์นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : เชิงดอย [C-7203 ], [203.170.164.171]
เมื่อวันที่ : 28 มี.ค. 2549, 20.07 น.

อ่ะ ยังไม่ทันมันส์เลย​จบซะละ
​จะรออ่านฮับ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : แสนรัก [C-7207 ], [133.70.6.184]
เมื่อวันที่ : 29 มี.ค. 2549, 08.53 น.

เห็นด้วย​กับคำพูด​ที่ว่า "เจ็บให้มาก​ที่สุด ​แต่​ใช้เวลาให้น้อย​ที่สุด ​เพื่อ​ที่ชีวิต​ที่เหลืออยู่​​จะ​ได้ทำเรื่อง​ราวดีๆ​ต่อ​ไป" อะไร​ประมาณนั้น​ ...​ชีวิตคนเรา​จะมีซักกี่ครั้ง​ที่มีคน​ที่จริงใจ​กับเราเดินผ่านเข้ามาเนอะ...​.รีบๆ​มาโพสนะคะ​ รออ่านเหมือนกัน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : Poceille [C-7465 ], [202.57.182.51]
เมื่อวันที่ : 29 เม.ย. 2549, 15.55 น.

อ่า...​ มาอ่านฮับ มาช้า​ไปนิด คุณรันคงไม่ว่านะคะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น