นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๘
เมื่อความเหงามาเยือน..
รันนรา
...ผมนั่งอยู่​​หน้าคอมพ์ฯ..คลิกอ่านโน่นนี่​​ไปเรื่อย เปิดโทรทัศน์ดูด้วย.. ปรากฎว่าเกิด​​ความรู้สึกเหงาขึ้น​​มา​​ได้อย่างไรไม่รู้..แปลกใจตัวเองชะมัด...
ผมนั่งอยู่​หน้าคอมพ์ฯ..คลิกอ่านโน่นนี่​ไปเรื่อย เปิดโทรทัศน์ดูด้วย..
ปรากฎว่าเกิด​ความรู้สึกเหงาขึ้น​มา​ได้อย่างไรไม่รู้..แปลกใจตัวเอง
ชะมัด

​ทั้ง ๆ​ เรื่อง​ในเวปนี้ก็อ่าน​ได้สนุก โทรทัศน์ถึง​แม้​จะมี​แต่โฆษณา​และ
เกมส์โชว์เสียงแสบหูก็ใช่ว่า​จะไม่สนุก แล้ว​ผมเหงา​ได้อย่างไร?

​เพื่อนร่วมงานกลับบ้านกันหมดแล้ว​ ​เขาคงมี​ใครรออยู่​​ที่นั่น ​ทั้ง​ความ
อบอุ่น ​ทั้ง​ความคุ้นเคย

​แต่ผมกลับไม่มี มี​แต่ห้องเปล่า ๆ​ โทรทัศน์เครื่องหนึ่ง​ เตียงหลัง
หนึ่ง​ ห้องน้ำห้องหนึ่ง​ วิทยุอีกเครื่องหนึ่ง​

​และ​ความ "รก" อีกหนึ่ง​ ​ที่รออยู่​

ผมเลย​ยังไม่กลับ ​จะออก​ไปทานเหล้าทานเบียร์​กับ​เพื่อน ๆ​ ​เมื่อคืนนี้ก็
​ไปมาแล้ว​ วันนี้​จะ​ไปอีกก็ออก​จะ "เสเพล" ​ไปหน่อย​แล้ว​ อย่าดีกว่า

นั่นคง​เป็นสาเหตุ​ที่ทำให้ผมเหงา

มีงานเขียนรอให้เขียนต่ออยู่​สองสามเรื่อง​ ​แต่อารมณ์มันไม่​ไปซะ
แล้ว​ ดีนะนี่​ที่งานเขียนพวกนี้​จะเขียน​เมื่อไหร่ก็​ได้ ไม่มี​ใครบังคับ ไม่
เหมือนเขียนนิยายหรือบท​ความส่งนิตยสาร นั่นบังคับอย่างแรง แรง
ชนิด​ที่เขียนฝืดอย่างไรก็​ต้องเขียน

การ​ที่ไ้ด้เขียนอะไร​​ที่อยาก​จะเขียน ถือ​เป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง​
​ซึ่งผมมัก​จะอาศัยวิธีการนี้ ผ่อนคลายอารมณ์ คลาย​ความเหงา ​และ
คลาย​ความโศกเศร้าลง​ไป​ได้บ้าง

​แต่แปลก​ที่วันนี้..มันไม่​เป็นเ่ช่นนั้น​ ผมยังคงเหงา ยังคงเศร้า ยังคงไร้
อารมณ์​ที่​จะทำอะไร​ นอกจาก​จะนั่งพิมพ์สิ่ง​ที่คุณ ๆ​ ​กำลังอ่านอยู่​นี่

หลาย ๆ​ ท่านคงรู้สึกเหมือนผม ​ถ้าสาเหตุ​ที่ทำให้เหงานั้น​ มันไม่ใช่
แค่การ​ต้องอยู่​คนเดียว ​แต่มันมีอะไร​ลึกกว่านั้น​

มันไม่ใช่แค่ไม่มี​ใครรออยู่​​ที่บ้าน มันมีอะไร​มากกว่านั้น​

​แต่มันยาก​ที่​จะอธิบายให้กระจ่างแจ้ง​ได้ ไม่ใช่ว่าไม่อยาก​จะอธิบาย
​แต่มันอธิบายไม่ถูก ไม่รู้​จะถ่ายทอดออกมา​ได้อย่างไร

++++++++++

ออฟฟิศ​ที่ผมทำงานอยู่​ อยู่​ใกล้​กับคอนโดฯ หรือบางคนก็เรียก
อพาร์ตเมนท์ บางคนก็เรียกแฟลต ​ซึ่งปล่อยให้เช่า มี​ความสูง 5 ชั้น
ชั้นละประมาณ 10 ห้อง มีคนมาเช่าอยู่​เต็มทุกห้อง

ใต้ถุนแฟลตนั้น​(ผมเรียกแฟลต​เพราะพิมพ์ง่ายดี) มีร้านขายของชำ
เล็ก ๆ​ เจ้าของ​เป็นเจ้าของเดียว​กับแฟลต จ้างเด็กดูแลร้านไว้คนหนึ่ง​
​เพื่อขาย​และเก็บเงินให้

เ็ป็นเด็กผู้หญิง อายุประมาณ 16-17 ปี ตัดผมสั้นเหมือนผู้ชาย หุ่น
ผอมเพรียว หน้าตาไม่สวยจัด ​แต่จัดว่าน่ารัก​ได้

ผิวคร้าม..แก้มใส ตาคม​แต่ไม่กว้าง คิ้วบางเฉียงขึ้น​คล้าย​จะมีเชื้อจีน

เธอมัก​จะไม่ยิ้ม ไม่พูด ไม่สบตา ขายของ​ไปวัน ๆ​

ร้านนี้ผมอาศัย​เป็น​ที่จับจ่ายซื้อของจำ​เป็นประจำวัน อย่างน้อยใน​แต่ละวัน
ผม​จะ​ต้องเข้า​ไปซื้ออะไร​สักอย่าง

​ความคุ้นเคยกลับไม่เคยมี เธอไม่เคยมองหน้าผม ​และผมก็ไม่คิดว่าผม
​จะมองหน้าเธอ​เพื่อ​ความหมายอื่นใด ​และก็ไม่​ได้​ต้องการให้เธอมองผม

ผมรู้​แต่เพียงว่าเธอชื่อ "สา" ​และรับเรื่อง​ราวของเธออีกบ้างจากการ
บอกเล่าของคนงานบ้าง พนักงานในบริษัทผมบ้าง ​ซึ่งก็​ได้เช่าอาศัย
อยู่​ในแฟลตนั้น​ ​เอามาูพูดมาคุยเล่าสู่กันฟัง หรือพูดง่าย ๆ​ ว่านินทา
นั่นเอง

เธอมีหนุ่มวินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่ง​ ติดอกติดใจใน​ความเงียบของเธอ
เข้ามาติดพันชนิดเช้า​ถึงเย็นถึง

ผมเคยสังเกตอยู่​บ้างเหมือนกัน ก็เห็น​เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาธรรมดา
ตัวดำตามประสาคนกรำแดดลม ตอนกลางวันมัก​จะขับรถเข้ามาซื้อ
ของ ​และนั่งเล่นอยู่​ตรงม้านั่งหน้าแฟลตใกล้​กับร้าน ​ได้เวลาก็ออก​ไป
ทำงานต่อ ตกเย็นก็เข้ามาอีก

​ความพยายามนั้น​ส่งผล ​แต่​เป็นผล​ที่​ใครก็ไม่คาดคิด

​เมื่อถูกตื๊อบ่อยครั้งเข้า ​จะตื๊อด้วยวิธีไหนไม่ปรากฎ สาวน้อยคนนั้น​ ถึง
กลับ​ต้องเท้าสะเอวด่ากราดเสียงดัง​ไปทั่ว ในวันหนึ่ง​​ที่เธอเหลืออดเ้ข้า

หนุ่มวินผู้น่าสงสารคนนั้น​ หายตัว​ไปด้วย​ความอับอาย

คน​ที่พูดถึงเธอ สรุปด้วย​ความเห็นของตนเองว่าเธอ​เป็นทอม ไอ้ผู้ชาย
คนนั้น​ตาเซ่อเหลือเกิน กลับมาจีบทอมซะ​ได้..แล้ว​ก็พากันหัวเราะ

ผมก็พลอยหัวเราะ​ไป​กับพวก​เขาด้วย

+++++

​แต่เรื่อง​มันไม่จบแค่นั้น​ หลัง ๆ​ มานับจากเกิดเหตุการณ์นั้น​ มีสิ่งผิด
สังเกตเกิดขึ้น​

เธอขี่จักรยานผ่านหน้าโรงงานของผมบ่อยครั้ง มองเข้ามาบ่อย ๆ​
​เพื่อ​จะหา​ใครสักคน

หากผมดูงานอยู่​ในบริเวณโรงงาน ในจังหวะ​ที่เธอขี่จักรยานผ่าน ผม
ก็​ได้สบตา​กับเธอบ้าง

เธอรีบหลบตา สีหน้าไม่เปลี่ยน ​แต่กริยาท่าขี่จักรยานเปลี่ยน

สะดุดเล็กน้อยจนผมสัมผัส​ได้

​เมื่อผม​ไปซื้อของ ​ที่เคยเย็นชากลับเปลี่ยน​เป็นยิ้มเยือน ​แม้ตา​จะไม่ยอม
สบ ​แต่รอยยิ้มใสปรากฎขึ้น​ให้เห็นบ่อย ๆ​

ตอนนั้น​ผมไม่​ได้คิดอะไร​ ​เพราะ​เป็น​ไปไม่​ได้อยู่​แล้ว​ เลย​คิด​ไปไม่ถึง

จน​เมื่อเดือน​ที่แล้ว​นี่เอง สิ่ง​ที่ทำให้ผมตกใจ ก็เกิดขึ้น​ต่อหน้าต่อตา

หนุ่มวินมอเตอร์ไซค์คนนั้น​ กลับมาอีกครั้ง คราวนี้เมามาอย่างเห็น​ได้
ชัด เดินเอียง พูดอ้อแอ้..​และคง​ได้ตัดสินใจแล้ว​ว่าวันนั้น​​จะมาพูด
ตกลงกันให้แตกหัก

​จะ​เป็นวันไหนก็ไม่​ได้ ดันมา​เป็นวัน​ที่ผม​กำลังเดินเข้า​ไปซื้อเบียร์

เธอ​และ​เขา​กำลังทะเลาะกันอยู่​ ฝ่ายหญิงไม่สนใจใยดี ฝ่ายชายก็อยาก
​จะให้สม​ความปรารถนา

ถกเถียงกันเสียงดัง มีผู้เห็นเหตุการณ์ยืนดูอยู่​ห่าง ๆ​ หลายคน ​แม้​แต่
ผมเองก็ยืนดูอยู่​​เพราะ​ต้องการทราบผลลงเอยว่า​จะออกมาในรูปแบบใด

มีการฉุดกระชากลากถูเกิดขึ้น​ แรงหญิงหรือ​จะสู้แรงชาย ผมเลย​เข้าห้าม

แค่นั้น​แหละ​ ​เป็นเรื่อง​

ฝ่ายชายร้องอ๋อ..ขึ้น​มาทันที แล้ว​พูดเสียงดังว่า "ไอ้นี่ใช่ไหม ​ที่แกหลง
รักมัน..ฝัน​ไปเถอะ..มันคงมาสนใจแกหรอกนะ..ไม่เจียมตัวซะ
บ้าง.."

ผมหน้าชา..อะไร​หว่านี่..มาเกี่ยวอะไร​​กับผมเข้าล่ะเนี่ย

เธอคนนั้น​หันมามองผมด้วยสีหน้า​ทั้งโกรธ​ทั้งอาย แล้ว​ก็วิ่งหนีขึ้น​บันได​ไป
ปล่อยให้ผมเผชิญหน้าอยู่​​กับหนุ่มวินผู้มีใจรักภักดีหนักแน่น ​ซึ่งผมก็
ทำ​ได้เพียงอธิบายให้​เขารู้ว่าเกิดการเข้าใจผิด

​เขาทำหน้าย่นชนิดเท้าของผมแทบกระดิก​เพราะถูกกวน ก่อน​จะ
กระโดดคร่อมมอเตอร์ไซค์คู่ชีพของ​เขาจาก​ไป

วันนั้น​เบียร์ก็ไม่​ได้กิน แถมยังมีเรื่อง​มาให้ค้างคาใจอีกต่างหาก

+++++

จึง​เป็นเรื่อง​​ที่​ต้องทำกันให้กระจ่าง ให้รู้ดำรู้แดง เคลียร์กัน​ไปต่อหน้า
ต่อตาให้รู้เรื่อง​กัน​ไปเลย​ ผมจึงหาโอกาสคุย​กับเธอ​ได้ในวันหนึ่ง​

สิ่ง​ที่​ได้จากการเคลียร์นั้น​ กลับ​เป็นภูเขา​ทั้งลูก ​และมหาสมุทร
แอตแลนติก​ทั้งผืน

​เป็น​ความหนักใจเหมือนภูเขาทับยอดอก​และหยาดน้ำตา​ที่สาดเข้าหา
ผมราว​กับคลื่นทะเลกระทบโขดหิน

เธอรู้ดีว่าผมไม่สนใจใยดีเธอ เธอรู้ดีว่าเธอไม่ควรรักผม ​แต่เธอห้ามใจไม่​ได้

มัน​เป็นเรื่อง​แปลกมาก ผมไม่​ได้ทำอะไร​เลย​ ​และเธอก็ไม่​ได้ทำอะไร​
เลย​ เรื่อง​อย่างนี้มันเกิดขึ้น​​ได้อย่างไร

ผมไม่เชื่อ ​และเชื่อว่าคุณผู้อ่านก็ไม่เชื่อ

​แต่เธอบอก​กับผมอย่างนั้น​ ​เป็นการบอกอย่างกล้าหาญ กล้าชนิด​ที่ผม
​ซึ่ง​เป็นผู้ชายยังไม่คิดว่า​จะกล้าบอกรัก​ใคร​ได้อย่างนั้น​

ผมปฏิเสธด้วย​ความนุ่มนวล​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้ ​ซึ่งเธอก็ตอบรับด้วยน้ำตา

คนอย่างผมไม่​พร้อม​จะมี​ใครอีกแล้ว​ เพียงพอแล้ว​สำหรับเรื่อง​ของ​ความรัก

ไม่ควรมี​ใครมาเสียน้ำตาให้​กับผมอีกแล้ว​ ผมก็ไม่ควร​จะ​ต้องเสียน้ำตาให้​กับ
​ความรักอีกแล้ว​

ผมเลวเกินกว่า​ที่คำอันสูงค่าคำนั้น​..​จะมากรายใกล้​ได้อีกแล้ว​

หากเพียงเริ่มต้นของ​ความรู้สึกรัก ขอ​ได้โปรดหักใจเสียเถิด ยังไม่
สายเกิน​ไป​ที่​จะเปลี่ยนใจ

ร้องไห้ในวันนี้ทีเดียว​ไปเลย​ ดีกว่า​จะ​ต้องมาร้องไห้ให้​กับผมอีก
หลาย ๆ​ ครั้งตลอดชีวิต

เธอวิ่งขึ้น​บันได​ไป..น้ำตาหยาดหยด​เป็นสาย..ต่อหน้าผม

+++++++

จากวันนั้น​ เธอก็หาย​ไปจากร้านค้านั้น​ คืนห้องเช่า ​และหายเงียบ​ไป
​โดยไม่มี​ใครรู้ว่าเธอ​ไปอยู่​เสีย​ที่ไหน

ผมไม่รู้ว่าเธอหยุดร้องไห้หรือยัง ​ถ้ายัง ก็ขอให้​เป็นการร้องครั้งสุดท้าย..

​และขอให้เธอ​ได้พบ​ใครคนใหม่ ​ที่ดีต่อเธอ​ได้มากกว่าผม

ขอให้​เป็นเช่นนั้น​ทีเถอะ..

+++++

​เมื่อสองวันมานี่เอง เจ้าของร้านขายของชำ ​ซึ่ง​เป็นเจ้าของเดียว​กับ
แฟลตหลังนั้น​ ก็เข้ามาคุย​กับผมในเย็นวันหนึ่ง​หลังเลิกงาน

​เขา​เป็นคน​ที่ผมคุ้นเคยด้วย ​เพราะ​ได้พูดคุยกันบ่อย ๆ​ ​เขาเรียกผม
ว่า "ผู้จัดการ" ตามตำแหน่งงาน​ที่ผมทำอยู่​อย่างเคยปาก

"ผู้จัดการรู้เรื่อง​ของ"สา" หรือยังครับ​?"

"แม่​เขาส่งข่าวมาจากร้อยเอ็ด ให้​ไปช่วยดูแลลูกสาวของ​เขาให้หน่อย​
ถูกขังอยู่​ลาดยาว.."

"เธอติดยา ถูกจับ​ได้จากคาเฟ่แถวสุทธิสาร ยังไม่มีเงิน​ไปประกันตัว"

"น่าเสียดาย เด็กแท้ ๆ​ ใจแตก​ไปเสีย​ได้.."

"ผู้จัดการว่าง ก็ควร​จะ​ไปเยี่ยมเธอบ้างนะครับ​"

+++++++++

นั่นคง​เป็นสาเหตุหนึ่ง​ในหลาย ๆ​ สาเหตุ​ที่ทำให้ผมเหงาในวันนี้

วัน​ที่ผมยังไม่กลับบ้าน นั่งอยู่​ในออฟฟิศของโรงงาน ใกล้​กับแฟลต
​ที่เกิดเรื่อง​ราวต่าง ๆ​ ​ที่ผม​ได้เล่ามา

ผมทำอะไร​ผิด​ไปหรือเปล่า ​ใครคงตอบแทนผม​ได้บ้าง

ผมควร​ไปเยี่ยมเธอหรือไม่ ​ใครช่วยบอกผมที

ผมเหงา เศร้า..​และลงโทษตัวเองอย่างไรดีถึง​จะสาสม

++++++++++++++

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1122 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง เมื่อความเหงามาเยือน..
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๗๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5536 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 09 ส.ค. 2548, 17.42 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : sirin [C-7205 ], [62.129.164.110]
เมื่อวันที่ : 28 มี.ค. 2549, 22.59 น.

คุณไม่ผิดหรอก ​แต่​ถ้ามีเวลา ​ไปเยี่ยมเค้าบ้างก็ดีนะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : blackapple [C-7616 ], [203.153.137.163]
เมื่อวันที่ : 13 พ.ค. 2549, 08.15 น.

​เป็นเรื่อง​จริงหรือเปล่าเนี่ย
​ถ้า​เป็นเรื่อง​จริงก็ขอให้คุณ​ไปเยี่ยม​เขาบ้าง
ให้​กำลังใจให้​เขา กลับออกมาเป้นคยดีของสังคม
เปิดใจยอมรับ​กับสิ่ง​ที่​จะเกิดขึ้น​ อย่าขังตัวเองอยู่​เลย​
​ความรัก​เป็นสิ่งสวยงาม ​แม้บางครั้ง​ต้องจบลงด้วย​ความ
เศร้า ​แต่ก้ยังดีกว่าไม่มีคนรัก ​และไม่เคยรัก​ใคร

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น