นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๖ สิงหาคม ๒๕๔๘
ผีเสื้อเริงระบำกับใบไม้ร่วง
รไมยา
......​​การเล่นดนตรีของฉัน​​เป็นการเล่นด้วยใจ ไม่มีตัวโน้ตใดๆ​​ กำ​​กับ เหมือน​​ที่ฉัน​​เป็นผู้เขียนบทชีวิตเอง ผ่านกาลเวลาเริ่มต้นแล้ว​​ดำเนินต่อ​​ไปตามครรลองของมัน สักวันสิ่ง​​ที่​​เป็นอยู่​​นี้ก็​​จะหยุดนิ่ง ไร้การเคลื่อนไหวใดๆ​​...​​...​​...
ไม่รู้ว่าเสียงสูงต่ำ​ที่สิ้นสุดลง​จะเรียกว่าเพลงหรือไม่ ​แต่ฉันก็เห็น​ความพยายามนั้น​นานหลายนาทีก่อน​ที่เจ้าของกีตาร์คลาสสิก​จะวางมือแล้ว​เดินลับ​ไป

สายตาฉันจ้องมองเครื่องดนตรีชนิดนั้น​​ที่เหมือนท้าทายอยู่​ในที เอื้อมมือ​ไปคว้า ลูบคลำ​ความใหม่ของมันก่อน​จะพรมนิ้วลง​ไปบนเส้นสาย​โดยไม่ใส่ใจระดับเสียงใดๆ​ มัน​เป็นบทเพลง​ที่มิ​ได้เกิดจากคีตกวี ​และไร้ตัวโน้ตกำ​กับ​ทว่ากังวานเสียง​ที่ทำลาย​ความเงียบอยู่​นั้น​กลับตรึง​ความรู้สึกของผู้เฝ้ามองอยู่​เบื้องหลัง

"เพลงอะไร​คะ​นั่น"
เด็กสาวหย่อนกายลงนั่งตรงหน้า​และมองเรียวนิ้ว​ที่ดีดสายกีตาร์อย่างสนใจ
"บทเพลงไม่มีชื่อ​และเล่น​ได้ครั้งเดียว"
ฉันยิ้มแล้ว​นิ้วหยุดการเคลื่อนไหว ส่งกีตาร์คืนให้เจ้าของ
"น่า​จะเล่นต่อ ​เพราะออกค่ะ​"
"​เป็น​เพราะใจเธอรื่นรมย์น่ะสิ ก็เลย​เปิดรับอะไร​​ได้ง่าย ​เอาเลย​ ซ้อมต่อ​ไปนะคนดี ดึง​ความรู้สึกนั้น​ออกมาจากใจเธอ"

ฉันขยับตัว​ไปหยุดยืนอยู่​ริมหน้าต่าง ปรายตามองสาวน้อย​ที่จ้องตัวโน้ตไม่กระพริบตา ท่าทางนิ่งอยู่​ราว​กับ​จะรวบรวมสมาธิ จากนั้น​ก็ค่อยๆ​ พรมปลายนิ้วลงแตะเส้นสายอย่างระมัดระวัง สีหน้าเธอรู้ถึง​ความผิดเพี้ยนของกังวานเสียง​ที่เกิดขึ้น​ ​ความวิตกกังวลปรากฏอีกครั้ง เสียงขาดลงแล้ว​เริ่มต้นใหม่ สีหน้าพลอยยุ่งยากใจ

ฉันอดยิ้มไม่​ได้ ดีใจหนักหนา​ที่เดินพ้นออกมาจากกรอบบังคับเหล่านั้น​​ได้ ฉันล่วงรู้ถึงอิสระอันไร้ขอบเขต การเล่นดนตรีของฉัน​เป็นการเล่นด้วยใจ ไม่มีตัวโน้ตใดๆ​ กำ​กับ เหมือน​ที่ฉัน​เป็นผู้เขียนบทชีวิตเอง ผ่านกาลเวลาเริ่มต้นแล้ว​ดำเนินต่อ​ไปตามครรลองของมัน สักวันสิ่ง​ที่​เป็นอยู่​นี้ก็​จะหยุดนิ่ง ไร้การเคลื่อนไหวใดๆ​ ไม่​ต้องเร่งรัด เรียกร้อง หากวันหนึ่ง​วันนั้น​รออยู่​แล้ว​

ฉันเบนสายตา​ไปนอกหน้าต่างขณะยืนรอ​เพื่อน​ที่​จะพาฉัน​ไปยังสถาบันการแพทย์แห่งนั้น​
ภาพในวันฤดูร้อนเดิมๆ​ ปรากฏขึ้น​
แสงแดดเจิดจ้าส่องกระทบสรรพสิ่งอย่างเท่าเทียม การยืนอยู่​ใต้ร่มเงาทำให้ผิวซีดขาวไม่​ได้สัมผัสเปลวแดดเริงแรงนั้น​

ภาพชีวิตข้างนอกนั่น ไม้บอบบางหลายต้นย่อกายลงอย่างอ่อนล้า ​ทว่าดอกไม้กลีบบางในกระถางยังเผยอกลีบสดใส เช่นเดียว​กับทานตะวัน​ที่หัน​ไปเผชิญหน้าเจ้าแห่งท้องฟ้าอย่างไม่ครั่นคร้าม
อย่าถามว่าทำไม ไม่มีคำตอบ...​ธรรมชาติ​ได้จัดสรรสรรพสิ่งมาอย่างดีแล้ว​ ...​.
ฉันคงเช่นกัน ​แม้กายเริ่มคลอนแคลน ​แต่ยังรู้สึกว่า​จิตวิญญาณไม่​ได้ชำรุดตาม ดังนั้น​ฉันไม่มีวันเอ่ยปากถาม​ใครหรอกว่า...​ทำไม​ต้อง​เป็นฉัน

เสียงแตรรถดังแทรกผ่านเสียงดนตรีทำให้ฉันเคลื่อนกาย​ไปจาก​ที่
"พี่​ไปก่อนนะ เพลง" ฉันร้องบอกสาวน้อย​ซึ่งพยักหน้ารับทราบ​พร้อมโบกมือลาก่อนเธอ​จะหัน​ไปใส่ใจเส้นสายตรงหน้า ฉันอดยิ้มไม่​ได้​กับภาษากาย​ที่เธอแสดงออก เธอ​จะไหวมือสักกี่ครั้งหนอในการลาจากกันชั่วนิรันดร์

เวลาผ่าน​ไปสองชั่วโมง ฉัน​ได้รับคำตอบเดิมๆ​ จากผู้เยียวยาร่างกายฉัน นึกขอบคุณ​ความห่วงหาอาทรนั้น​ ถ้อยคำ​ที่ให้​กำลังใจ​เป็นวิตะมินเสริมให้ฉันยืนหยัดอยู่​​ได้ด้วยใจ​ที่เข้มแข็ง​โดยไม่ใส่ใจกาลเวลา​ที่เหลือ

"​ไปไหนต่อดีล่ะ"​เพื่อนมักเอ่ยปากชวนเสมอ การ​ได้​ไปโน่นมานี่ในยามนี้ ทำให้ฉันมองเห็นตัวตนเล็กลงกว่าเดิม
"​ไปแวะคุย​กับพัดดีไหม อยาก​ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ตามทุ่งนา"
เพียงเอ่ยปาก ​เพื่อนรักของฉันก็ออกรถมุ่งหน้า​ไปนครนายกทันที

รถวิ่ง​ไปตามพื้นผิวขรุขระ ไม่ช้าก็สงบนิ่งอยู่​ใกล้แนวกระถินสูง เรา​ต้องลงเดิน​เพื่อลัดเลาะแนวไม้​ไปยังบ้านหลังนั้น​ ครั้ง​ที่ผ่านมาจำ​ได้ว่ามีน้ำเจิ่งนองเต็ม​ไปหมด ​ต้อง​ใช้เรือพายข้าม​ไปถึงบ้าน หากวันนี้พื้นดินแห้งสนิท บาง​ส่วนแตกแยกให้เห็นร่องรอย​ความแล้งของฤดูกาล

"น่าผิดหวังเสียจริง​ที่พัดไม่อยู่​" ​เพื่อนฉันบ่นพึม
ฉันยิ้ม อีกไม่นาน​ความผิดหวังใดๆ​ ​จะไม่ปรากฏให้ฉันรู้สึกอีกแล้ว​

"งั้นเรา​ไปเดินเล่นดีกว่า ​ไป​ที่ตรงนั้น​ไง มีบึงน้ำใส มีต้นหว้าสูง มีชิงช้าไม้ให้เรานั่งเล่น"
ฉัน​กับ​เพื่อนย่ำรอยเท้า​ไปตามคันนา สัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติของท้องทุ่ง
"ฉัน​จะเก็บภาพเธอไว้ให้เต็มผนังห้อง​แม้ว่าในใจฉัน​จะมีเนื้อ​ที่มากมาย​"
คำพูดนั้น​จับใจฉันเสียจริง ฉันหัวเราะแล้ว​ยิ้มชื่นในอิริยาบถต่างๆ​ ให้​เพื่อน​ได้บันทึกภาพเก็บไว้ดู

เราพากัน​ไปหยุด​ที่ใต้ต้นหว้าสูงใหญ่ ฉันยืนมองอยู่​​เป็นนาน นึกถึงกิ่งแข็งแรง​ที่ขึ้น​​ไปป่ายปีน​เมื่อครั้งมา​ที่นี่ใหม่ๆ​ ​ความสนุกสนาน​และรสชาติเฝื่อนของผลหว้ายังติดตรึงอยู่​ใน​ความทรงจำ
​แม้ว่าครั้งนี้​จะไม่มีผลหว้าให้เห็น​แต่ฉันไม่เคยลืมผลเล็กๆ​ สีดำ​เป็นมัน​ที่จับพราวทั่วกิ่งก้าน ไม่มีภาพใดจางหาย​ไปจากชีวิตฉัน...​ไม่มีเลย​

ฉันนั่งเอนกายพิงต้นหว้ามองดู​เพื่อนสนุก​กับการโยนตัวบนชิงช้าไม้ ปากก็ส่งเสียงขับเพลงโปรดของเธอ ​โดยมีฉันคลอตามในบางช่วง ครั้นบทเพลงของเราหยุดลง ฝูงกาก็เริ่มบรรเลงบทเพลงของตัวเองบ้าง มันไม่สนด้วยซ้ำว่า​ใคร​จะเอ่ยชมหรือด่าทอ​กับเสียง​ที่แผดจ้าผ่านลำคอนั้น​

ภาพของนก​กับบทเพลงเสรีนั่นทำให้ฉันนึกถึง​ใครบางคน
"​เพื่อนคนหนึ่ง​ของฉัน​เขาอยากมีผืนดินสักห้าหมื่นไร่"ฉันเริ่มเล่าถึงคน​ที่รู้จัก
"​ใครหรือ ฉันรู้จักไหม"
ฉันส่ายหน้า "​เขา​เป็น​เพื่อน​ที่ดี ​เพื่อน​ที่ไม่มีอะไร​​เป็นของตัวเองเลย​​แต่​เขาฝัน​จะมี​ที่ถึงห้าหมื่นไร่ ​เขาบอกว่าคนเรามีสิทธิ์​จะฝัน​ได้ ฉันถาม​เขาว่ามี​ไปทำไมตั้งมากมาย​ ​เขาบอกว่า​เพื่อสรรพสัตว์ในโลกนี้ ใน​ที่ของ​เขา​จะปลูกป่าด้วยต้นไม้ทุกชนิด ไม่ซ้ำกัน​เพื่อดิน​จะ​ได้ไม่เสื่อมโทรม ​เขา​จะขุดสระคูคลองหนองบึง​เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ กบ เขียด คางคก อึ่งอ่าง​และสารพัดสัตว์​จะ​ได้มี​ที่อาศัย แล้ว​​ที่กว้างๆ​ อย่างนี้ ฝูงนก​จะ​ได้บินผ่านโฉบ​ไปมาอย่างอิสระ​และไม่ชนกันตกลงมาตาย ​แต่เธอเชื่อไหม ป่านนี้​เขายังไม่มีบ้านสักหลัง​เป็นของตัวเองเลย​นะ ​เขาคิดถึงคนอื่นก่อนคิดถึงตัวเอง ​เขาว่า​จะกันผืนป่าไว้​เพื่อสัตว์พวกนั้น​"

"​ความคิด​เขาแปลกดีนี่ ​เป็นนักอนุรักษ์หรือไง" ​เพื่อนฉันหัวเราะ ฉันเองก็เคยหัวเราะมาก่อน นึกขัน​ความคิดประหลาดของ​เขา​ทว่าตอนนี้ฉันไม่คิดเช่นนั้น​เลย​ ฉันรู้ว่า​เขาขังตัวอยู่​ในป่าคอนกรีตมานานวัน ใจ​เขาโหยหาบ้านเกิดเมืองนอนในชนบทอันห่างไกล ผืนดิน​ที่เคย​เป็นของ​เขาถูกคนอื่นเข้าแย่งชิง​และครอบครอง​ไปแล้ว​ ​เขาไม่เหลืออะไร​เลย​ ดังนั้น​​เขาจึงฝันเช่นนั้น​เสมอ...​ฉันเข้าใจ คนเรามีสิทธิ์​จะฝันกัน​ได้

"มีคนใจดีผู้มั่งคั่งเคยเสนอ​ที่ให้​เขาสัก 300 ไร่ ​เพื่อให้​เขาทำในสิ่ง​ที่อยากทำ ​เขาว่าไงรู้มั้ย ​เขาปฏิเสธ"
"ทำไมล่ะ"
"​เขาว่าไม่​เอา ​ที่แคบเกิน​ไป ไม่เหมาะ​กับปีกเสรีของนกเหล่านั้น​...​ฉันรู้ แท้จริงแล้ว​​เขาอยากสร้างด้วยตัวเองมากกว่า​จะแบมือรับจาก​ใคร" ฉันหยุดหัวเราะเบาๆ​ นึกถึง​เขาคนนั้น​ "​เขาน่ารัก ซื่อดี ฉันรู้ว่า​เขาชอบฉัน ​แต่​เขาไม่ใช่ผู้ชายในรสนิยมของฉัน เหตุผลเดียว​คือ​เขาเชย...​​แต่เวลานี้ฉันว่า​เขาเรียบง่ายในแบบฉบับ​ของ​เขา ​ถ้าฉันรัก​เขาขึ้น​มา มันก็​จะ​เป็น​ส่วนผสม​ที่ไม่ลงตัวจริงไหม"

"แล้ว​เธอคิด​จะ​ไปพบ​เขาไหม"
"พบสิ ฉันคิดว่าฉันมีเวลาพอในการ​ไปพบ​เขาอีกครั้ง"
"มีผู้ชายใน​ความทรงจำของเธอกี่คนนะ​ที่เธออยากพบ"
"ห้าคน"ฉันตอบออก​ไปอย่างไม่ลังเล
"​พอดี​กับนิ้วมือเลย​นะ อยากรู้ว่า​เขาคนนี้ถูกจัดอันดับให้​เป็นนิ้วไหนของเธอ"
ฉันยกนิ้วโป้งให้​เพื่อนดูแทนคำตอบแล้ว​ทำท่าประกอบด้วยการ​เอานิ้ว​ที่เหลือโค้งเข้าหา แน่ละนิ้วโป้งย่อมมี​ความสำคัญเสมอ ​จะหยิบจับอะไร​ก็​ต้องมีนิ้วโป้ง​เป็นหลักมิใช่หรือ
"​เขาคง​เป็นคนแรก​ที่เธออยากพบละสิ"
"ไม่ ​เขาน่า​จะ​เป็นคนสุดท้าย​ที่ฉันอยากพบ"ฉันหัวเราะ "​เขาชอบเปรียบตัวเอง​เป็นลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยวของฉัน ​เพราะฉันมักนึกถึง​เขา​เป็นคนสุดท้ายเสมอ ​ที่สำคัญ​เขา​เป็น​ที่ปรึกษา​ที่ดี​และให้ข้อคิด​ได้ดี​ที่สุด"

"​ใครอีก​ที่เธออยากพบ"
"อยากรู้หรือ" ฉันอมยิ้ม ปากก็เล่าต่อ "คนนี้เราพบกัน​โดยบังเอิญ ​เขาดู​เป็นคน​ที่ค่อนข้างจริงจัง​กับชีวิต​และไม่เหมือน​ใคร​แต่สิ่งหนึ่ง​​ที่ฉันค้นพบ ​เขามีบางสิ่งคล้ายฉัน​และ​เขาพยายามซุกซ่อนไว้"
"อะไร​หรือ"
"อารมณ์ศิลปินไง ฉัน​และ​เขาเหมือนกันตรง​ที่​เป็นผู้ขาดทุนทางอารมณ์ หวั่นไหว​ได้ง่าย​กับทุกสิ่ง ​แม้เพียงพลิ้วน้ำ หยดฝน หรือ​แม้​แต่ตัวหนังสืองดงามแฝง​ความคิดอันลึกซึ้ง ​แต่​เขาปฏิเสธเสมอมา เพียง​เพราะ​เขาอยากแตกต่างจากคน​ทั้งโลกหรือ​แม้​แต่ฉัน ​แต่ฉันก็ชอบ​เขานะ พบ​เขาไม่เท่าไหร่เลย​ ​เขาเข้ามานั่งอยู่​กลางใจฉัน​ได้ไงไม่รู้แล้ว​ฉันก็เอ่ยปากอำลา​เขา"

"ฟังน้ำเสียงก็รู้ว่าเธอชอบ​เขามากขนาดไหน ทำไมจึงบอกลา​เขาล่ะ"
"ฉันกลัวว่าวันต่อ​ไป ฉัน​จะรัก​เขาจนถอนใจจากไม่​ได้น่ะสิ"
"​ความอ่อนไหวไม่เคยจางเลย​นะเนี่ย...​.แล้ว​​เขาว่าไง"
"​เขาไม่พูดอะไร​สักคำ เราจากกันด้วย​ความไม่เข้าใจ ​แต่ครั้งนี้ฉันไม่ลืมหรอก ฉันเตรียมคำพูดไว้ให้​เขาแล้ว​"
"เธอ​จะบอกลา​เขาชั่วนิรันดร์ใช่มั้ย"
"ไม่ ฉัน​จะบอกว่าฉันชอบ​เขา​และ​จะคง​ความรู้สึกนั้น​ไว้ ไม่สนใจด้วยว่า​เขา​จะมี​ความรู้สึกนั้น​ให้ฉันไหม" ฉันหัวเราะ นึกถึงวัน​ที่​จะ​ได้เผชิญหน้า​กับคน​ที่อยู่​ในใจฉันคนนี้ คน​ที่ชอบเก็บงำ​ความรู้สึกของตนไม่ให้​ใครรับรู้ ​เขาว่ามันไร้รสนิยม​ที่​จะเผยออก​ไปอย่างไร้ศิลปะเช่นนั้น​ ​แต่ฉัน​จะขอทำในสิ่ง​ที่​เขาว่านั่น!
"ชักอยากเห็น​เขาแล้ว​สิ...​"
"​ถ้าโชคดีนะ ​ต้อง​ได้เห็น​เขาแน่"

"คนต่อ​ไปล่ะ" ​เพื่อนฉันมีดวงตา​เป็นประกาย อยากฟังในสิ่ง​ที่ฉันเล่า​เป็นครั้งสุดท้าย
"ผู้ชายคนนี้​เขา​เป็นคนดี ​เป็น​เพื่อนร่วมงาน​ที่ดี เรามักมาถึง​ที่ทำงาน​แต่เช้า​ตรู่ ​และแทน​ที่​จะส่งยิ้มกันอยู่​อย่างนั้น​ วันหนึ่ง​​เขาแวะทักถาม ฉันรีบให้คำตอบ ​เพื่อ​เขา​จะ​ได้มีประโยคต่อ​ไปถามฉันอีก คำสนทนาของเราจึงเกิดขึ้น​ทุกวัน ไม่มี​ใครรู้ว่าฉันรู้สึกอย่างไร ​แต่แววตาฉันปิดไม่มิดหรอก ​เขาเองก็เช่นกัน...​ เรามี​ความรู้สึก​ที่ดีให้แก่กัน ก็แค่นี้เอง เราไม่​ได้​ต้องการอะไร​มาก​ไปกว่านี้ ​แต่วันเวลาของเราก็จบลง​เพราะฉัน​ได้งานใหม่​และ​เขาสนับสนุนให้ฉันก้าว​ไปสู่อนาคต​ที่ดีกว่านั้น​ เราพูดโทรศัพท์กันปีละครั้ง ก่อนวันสิ้นปี​จะผ่านพ้น​ไป ​และฉันคิดว่า ฉัน​จะพบ​เพื่อพูดคุย​กับ​เขา​เป็นครั้งสุดท้าย​ซึ่งมันอาจไม่ใช่วันสิ้นปีก็​เป็น​ได้"
ฉันนึกถึงผู้ชาย​ที่ดูสูงวัยคนนั้น​ ​เขามี​ส่วน​ที่ละม้ายพ่อของฉัน ฉันรู้​เขา​เป็นพ่อ​ที่ดี บางครั้งฉันนึกอยาก​เป็นลูกสาว​เพื่อ​จะ​ได้ไออุ่นจากอ้อมกอดของ​เขา

"เงียบ​ไปทำไมล่ะ เล่าต่อสิ" เธอคะยั้นคะยอ
"​เขาคนนี้​ได้ชื่อว่า​เป็นคนแรกในใจฉัน แล้ว​​เขาก็ทิ้งรอยร้าวเล็กๆ​ ไว้ให้ ​เขารู้ว่าฉันรัก​เขา ​แต่พลัง​ที่ฉันมีไม่อาจต้านแรงผลักดันในใจ​เขา​ที่อยากกอดผู้หญิง​ทั้งโลก"
"เจ้าชู้ละสิ"
"คงงั้นมั้ง ​เขากอดผู้หญิง​ได้​ทั้ง​ที่ไม่รัก ​เขา​เป็นอย่างนั้น​ จิต​เขาลื่นไหล​ไปมา วันนี้อาจพอใจ​กับผู้หญิงคนนี้ พรุ่งนี้​ความรู้สึกของ​เขาก็​จะเปลี่ยน​ไปอีก จิต​เขาไม่เคยนิ่ง​ได้เลย​ ​แต่รู้มั้ย ข่าวคราว​ที่ฉัน​ได้รับ ​เขาละทิ้งพฤติกรรม​ที่ซ้ำซาก​และวนเวียนนั้น​ ก้าวเข้า​ไปอยู่​ใต้ร่มเงาศาสนาอันสงบเย็น นั่น​คือทางเลือกของ​เขา ฉันคงมีโอกาสพาเธอ​ไปกราบลาท่านสักวัน...​"

"ทีนี้ก็ถึงคนสุดท้ายแล้ว​"
"คนสุดท้าย ใช่...​​เขา​เป็นคน​ที่ฉันไม่เคยรู้สึกอยาก​จะรักเลย​ ​แต่หลายวัน​ที่ผ่านมาฉันเห็น​แต่ภาพ​เขา เห็น​ความรู้สึกดีๆ​ ​ที่มีให้​ทั้ง​ที่​เขา​ได้รับ​ความเย็นชาจากฉันตลอดมา ฉันทำ​ไป​ได้ไงไม่รู้"

ฉันหยุดพูด มองดู ใบไม้สีน้ำตาล​ที่ร่วงพรูลงสู่พื้น ใบแล้ว​ใบเล่า
ครั้นมองขึ้น​​ไปตามกิ่งก้าน พบใบไม้สีเหลืองอยู่​ประปรายท่ามกลาง​ความเขียวขจีนั้น​ ไม่ช้าไม่นาน มันก็​จะสละตัวเองดุจเดียวกัน นี่แหละ​วงจรของธรรมชาติ ​เป็น​ความงามของชีวิต
เหมือนดักแด้ตัวนั้น​​ที่เฝ้ารอวันเวลาเหมาะสมก่อน​จะขยับตัวดิ้นรนออกมาสู่โลกภายนอกด้วยปีกอันงดงามแล้ว​บิน​ไปสู่โลกเสรีของมัน

นั่นไง ผีเสื้อตัวนั้น​ขยับปีกช้าๆ​ โฉบลง​ไป​ที่กลางดวงดอกไม้ ลิ้มรสน้ำหวานจนอิ่มเอมใจแล้ว​ขยับปีกเล็กๆ​ วน​ไปมาอย่างร่าเริงใจ

วันนี้ของฉัน ไม่ต่างจากใบไม้สีเหลือง ไม่ช้าไม่นานก็คงปลิดปลิวจากกิ่งก้านร่วงลงสู่พื้น
​และผีเสื้อนั่นทำให้ฉันไม่อาจนิ่งอยู่​​ได้

"​ไปเถอะ ฉันอยาก​ไปพบคน​ที่ฉันหลีกหนีตลอดมา ​เขาควร​เป็นคนแรก​ที่ฉัน​ได้พบก่อน​ใครๆ​"
​เขาคงดีใจไม่น้อยเลย​หากรู้ว่าฉันมา ​และคง​จะโอบกอดฉันด้วยวงแขนอุ่น​ที่เคยมี...​

ฉันเห็นภาพนั้น​ เห็นบรรยากาศในการต้อนรับฉัน นั่นไงโต๊ะอาหารเล็กๆ​ มุมห้อง มีเทียนสวยประดับประดา​กับอาหารมื้อค่ำ​ที่ทำ​เพื่อฉัน

​เขา​จะนั่งลงตรงหน้า ส่งแววตาด้วยหัวใจรัก​ที่ขังไว้นานวัน ฉันรู้ ​เขาเฝ้ารอ​และปรารถนา​จะมีวันนี้วัน​ที่ฉันปราศจากฝุ่นผงในหัวใจ...​

​ใครบางคนกล่าวไว้
"We may give without loving,
but we cannot love without giving."

ฉันจึงมา​ที่นี่ หวัง​จะเห็น​ความมีชีวิตชีวาของ​เขาเหมือนเช่นผีเสื้อปีกบางตัวนั้น​​ที่เริงร่าหลังลิ้มรสน้ำหวานจากดวงดอกไม้
ขอให้ฉัน​ได้มีเวลาอยู่​​กับคน​ที่รักฉันในค่ำคืนอันยาวนานนี้เถิดนะ...​

​เพื่อนผู้แสนดีขับรถ​ไปส่งฉัน​ที่คอนโดมิเนียมแห่งนั้น​
"ฉัน​จะมารับเธอนะ โทร.บอกฉัน​เมื่อเธอ​พร้อม​จะกลับล่ะ"
ฉันพยักหน้า ส่งสายตามองรถ​ที่แล่นจาก​ไป จากนั้น​เดินตรง​ไป​ที่ลิฟต์
ไม่นานร่างฉันก็ปรากฏ​ที่หน้าห้อง ระทึกใจยาม​เมื่อประตูบานนั้น​เปิดออก เหมือนดอกไม้สยายกลีบรับแสงตะวันอุ่น ​ความสุขฉายรออยู่​ตรงหน้าแล้ว​...​
"​ต้องการพบ​ใครคะ​"
"เอ้อ ขอโทษค่ะ​ ฉัน...​ฉันจำห้องผิด"

ในม่านดวงตาฉัน...​ผีเสื้อตัวนั้น​ยังคงเริงระบำมิเว้นวาย!

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1118 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง ผีเสื้อเริงระบำกับใบไม้ร่วง
ผู้แต่ง รไมยา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๖ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๖๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5498 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 06 ส.ค. 2548, 14.58 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น