นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๘
สิงห์น้อย..(4)
รันนรา
...รถสองแถวประจำหมู่บ้านคันนั้น​​ จอดเอี๊ยดลงตรงหน้า แม่คนใหม่ของผมพาผมขึ้น​​รถ คนแถวนั้น​​(ป่านนี้ยังไม่รู้ว่าแถวไหนเลย​​ครับ​​)​​เขามีน้ำใจครับ​​...
รถสองแถวประจำหมู่บ้านคันนั้น​ จอดเอี๊ยดลงตรงหน้า
แม่คนใหม่ของผมพาผมขึ้น​รถ

คนแถวนั้น​(ป่านนี้ยังไม่รู้ว่าแถวไหนเลย​ครับ​)​เขามีน้ำใจครับ​
เห็นแม่ลูกอ่อนหอบลูกขึ้น​รถ​เขาก็ลุกให้นั่ง
ไม่เห็นมี​ใครแกล้งหลับ หรือแกล้งมองออก​ไปนอกหน้าต่าง

ผมทำตาแป๋วน้ำลายเยิ้มมองคนโน้นทีคนนั้น​ที
​แต่ละคน​เป็นชาวบ้านชาวนาชาวสวน​ทั้งนั้น​
หลายคน​เมื่อเห็นผมมอง ก็ยิ้มให้ บ้างก็ชี้ชวนกันให้หันมามองผม
เสียดาย​ที่คิ้วของผมผมยังหาเส้นเอ็น​ที่​จะบังคับมันไม่เจอ
(แค่บังคับมือไม้ยังทำไม่ค่อย​ได้เลย​ครับ​)
ไม่งั้นผม​จะยักคิ้วให้พวก​เขาแล้ว​

บางคน​ที่ทำหน้าตาหยอกเย้า ผมกลัว​เขา​จะเสียน้ำใจ
ก็ทำ​เป็นหัวเราะเอิ๊กอ๊าก​ไปยังงั้นเอง
ยิ่งผมหัวเราะ ผมยิ่ง​เป็นจุดสนใจของคนบนรถสองแถวนั้น​
ทุกคนคงเห็นผมอ้วนจ้ำม่ำ (ก็ดูดนมทุกวันนี่นา) ผิวขาวจั๊ว
​และหัวร่อร่า​แม้​กับคนแปลกหน้า บางคนถึง​กับเอื้อมมือมาจับแก้ม
บางคนก็ขออุ้ม แม่ใหม่ผมงี้ยิ้มหน้าบานเชียว

"กี่เดือนแล้ว​ล่ะนี่.."
"​จะสามเดือนแล้ว​ค่ะ​.."
"ผู้หญิงรึผู้ชายจ๊ะ​"
"ผู้ชายค่ะ​.."
"รูปหล่อด้วยล่ะ.." อันนี้ผมพูดเอง ​แต่เสียงออกมา​เป็น "แอ๊ะ อือ"
"พามาหาหมอล่ะสิท่า.."
"มาดูหนังม้างงงงงง...​"
แล้ว​หล่อนก็หันมาทางผม..ทำท่าพยักพะเยิด
"จ๋า..ว่าไงจ๊ะ​..จ๊ะ​ จ๊ะ​..อ๊ะ..หัวเราะใหญ่เลย​.."
"ไม่ว่าหรอกจ้ะ​..น้ามีแฟนอ๊ะยัง.." ผมหัวเราะ​ไปด้วยพูด​ไปด้วย
"แหม..อยาก​จะมีอย่างงี้ซักคน.."
"​จะมี​ได้ไง้..ยิ้มทีเห็นฟันขาวแหงอย่างเดียว..อย่างอื่นดำหมดยังงี้.."
"ไอ้ผัวฉัน​ที่บ้าน..มันไม่​ได้ฟาม..​แต่งงานมาตั้งห้าหกปี ยังไม่มีลูกซักคน"

แล้ว​น้าคนนั้น​ก็คุยเรื่อง​นั้น​​ไปอีกยืดยาว
จนผมขี้เกียจฟัง
ผมหัน​ไปมอง​ใครคนหนึ่ง​ ​เขา​เป็นคน ๆ​ เดียว​ที่นั่งเงียบไม่สนใจผม
ดวงตา​ที่ซ่อนอยู่​ในแว่นตาสีดำนั้น​ ทำให้ผมไม่รู้ว่า​เขามองอะไร​
บนตักของ​เขามีเป้ทหารใส่ของจนโป่งวางอยู่​
​เขาใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงสีทึบ ๆ​
หน้าตาหมอนี่เหมือนโจรมาก..

ในขณะ​ที่รถวิ่งจากตัวอำเภอ​เพื่อ​จะเข้าหมู่บ้าน
บนระยะทาง​เป็นสิบ ๆ​ กิโลนั้น​
ผมสังเกต​ได้ว่า​จะมีการจอดส่งหรือจอดรับผู้​โดยสาร​ระหว่างทางน้อยมาก
ป้ายรถ​เขาคงไม่เยอะเหมือนในกรุงเทพฯ
ขณะ​ที่ผม​กำลังคิดถึงบ้าน​ที่กรุงเทพฯ ผมก็หลับ
อาการหลับของเด็กทารกนี่..​เป็นอะไร​​ที่เอ๊าท์ ออฟ คอนโทรล จริง ๆ​ ครับ​
นึก​จะง่วงก็หลับผลอย​ไปซะแล้ว​..

เรื่อง​หิวก็อีกอย่าง หิวบ่อยมาก
อ้าว..หิวจริง ๆ​ นะครับ​ ไม่ใช่ว่าผม​จะอยากดูดนมบ่อย ๆ​ ซะ​ที่ไหน
โธ่..เชื่อหน่อย​น่า...​ผมหิวบ่อยจริงจิ๊งงงง
แผล๊บ..
...​..

มาสะดุ้งตื่นอีกทีตอน​ได้ยินเสียงตวาดดังลั่น
"หยุด..นี่​คือการปล้น"
แล้ว​ตามด้วยเสียงหวีดร้อง ​และเสียงตะโกนขู่กำชับจากชายคนนั้น​
ชายคน​ที่ผมเห็นว่าเหมือนโจรนั่นแหละ​
​เขาตวาดให้ทุกคนเงียบ อยู่​เฉย ๆ​
ในมือ​เขามีปืน อีกมือหนึ่ง​​เขาถือระเบิดน้อยหน่า
​เมื่อไม่มี​ใครเชื่อ​เขา ​เขาก็เหนี่ยวไกเปรี้ยง
กระสุนวิ่งทะลุหลังคา​เป็นรู เสียงหวีดร้องขวัญผวาดังขึ้น​จากเหล่าผู้หญิง แล้ว​เงียบกริบ
ผมนั่งจ้องตาแป๋ว
อะฮ้า..สนุกจังเลย​

****

รถจอดทันที​ที่​ได้ยินเสียงปืน คนขับรถโก่ยแน่บ​ไปทันที​ที่รู้ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​

ในรถสองแถวประจำหมู่บ้านคันนั้น​มีผู้​โดยสารอยู่​ประมาณ 17-18 คน
แบ่ง​เป็นหญิงประมาณสิบกว่าคน นอกนั้น​​เป็นชาย ​และก็​เป็นเด็ก
​ส่วนผม​เป็นทารก ไม่นับ
ทุกคนล้วง​เอาเงิน​ที่มี สร้อยแหวน​ที่มี ของมีค่า​ที่มียื่นให้เจ้าหมอนั่น
แม่ของผม​ต้องปลดสร้อยคอ กำไลทอง ​และเงินในกระเป๋าให้​กับมัน
ผมตีราคาแล้ว​ก็หลายพันอยู่​
เสียดายชะมัด..น่า​เอาไว้ซื้อเบียร์..
พูดถึงเบียร์แล้ว​ผมน้ำลายไหลยืดหนักขึ้น​
หลายคน​ที่เห็นคงแปลกใจ​ที่ผม​เป็นเด็กเล็ก ๆ​ แท้ ๆ​ ทำไมไม่ตกใจเสียงปืน
กลับนั่งน้ำลายหกอยู่​บนตักแม่ แล้ว​ทำตาแป๋ว​ไปมา

ผมมอง​ไป​ที่เป้ทหารของเจ้าหมอนั่น ​ซึ่งบัดนี้มันถูกวางกองอยู่​​กับพื้นรถ
ในนั้น​ผมเห็นระเบิดอีกลูกหนึ่ง​ โผล่เฉพาะ​ส่วนก้นออกมา
แสดงว่า​ที่ผมเห็นตุง ๆ​ ในตอนแรก ก็​เพราะ​เขาใส่อาวุธมาจนเต็มเป้นั่นเอง

มาปล้นคนแค่ไม่กี่คน ทำไม​ต้องพกระเบิดราว​กับ​จะมาทำสงคราม
นี่ไม่ใช่การปล้นธรรมดาซะแล้ว​
คิด​ได้แค่นั้น​..ผมก็หลับ
คร่อก..
...​.

ใน​ความงวงเงีย​เพราะ​ความง่วงนั้น​ น้ำลายของผมยังไหลไม่หยุด
​ได้ยินเจ้าโจรไล่ทุกคนลงจากรถ แล้ว​​เขาก็ลงด้วย
จากนั้น​​เขาก็ขึ้น​​ไป​ที่รถอีกครั้ง ​เพราะ​เขาลืมเป้ แล้ว​ก็ลงมาอีกครั้ง
มีผู้​โดยสารหลายคน วิ่งหนีเข้าป่าข้างทาง​ไป
มีอีกไม่กี่คน​ที่ยังไม่หนี ​เพราะวิ่งไม่ไหว
มี​แต่คนแก่ ๆ​ แล้ว​ก็แม่ลูกอ่อน อย่างแม่ใหม่ของผม
​เขาเดินมา​ที่หน้ารถ ชะโงกดูกุญแจรถ แล้ว​ก็ยิ้มออกมา
คนขับกลัวจนวิ่งหนีป่าราบ ​โดยทิ้งกุญแจรถ​เอาไว้
​เขาเปิดประตู ขึ้น​นั่งประจำ​ที่ มองมายังพวกผม แล้ว​บอกด้วยเสียงเบา ๆ​ ลั่นทุ่งว่า
"จำไว้นะโว้ย ​ใครแจ้งตำรวจ รับรองว่าตายยกครัว!"
​แต่ก่อน​จะออกรถ ​เขาก็เปลี่ยนใจ เปิดประตูรถออกมา เดินตรงมา​ที่ผม​กับแม่
แล้ว​​เขาก็กระชากผมออกจากอ้อมกอดของแม่
"ขอยืมเด็กคนนี้หน่อย​..​ถ้าฉันปลอดภัยดี ​เขาก็​จะปลอดภัย.."
แม่ผมร้องไห้โฮ..วิ่งไล่ตามขอร้องสุดชีวิต
"อย่า​เอาลูกฉัน​ไป.."
​เขาไม่สนใจ สะบัดแม่ของผมจนล้มลง​ไปกลางถนน
​เขาขึ้น​รถแล้ว​ขับออก​ไปทันที
ผมโบกมือหยอย ๆ​ บอกแม่ว่าไม่​ต้องห่วง
แล้ว​ผม​จะรีบกลับมา...​
ในใจก็คิดว่า..
"เสร็จฉันแน่ ไอ้โจรเอ๊ย..รู้หรือเปล่าว่าฉัน ​เป็นนายร้อยตำรวจปลอมตัวมา..อะฮ้า.."
เสียงหัวเราะของผมคงดัง​ไป เจ้าหมอนั่นหันมามองหน้าผม​ที่วางอยู่​บนเบาะข้างตัว​เขา
"หน้า​เป็นจริงเด็กคนนี้..ไม่ร้องสักแอะ แถมยังหัวเราะเอิ๊กอ๊าก..
ไม่​ต้องกลัวนะไอ้หนู..ฉันคิดอะไร​บางอย่าง​ได้แล้ว​.."

ผมหยุดหัวเราะ มองหน้า​เขา..
แล้ว​ร้อง "อือ...​"
​พร้อมกันปล่อยฉี่อุ่น ๆ​ ออกมา
...​...​...​..

ฉี่ของผม​ที่ว่าอุ่น ๆ​ นั้น​
พุ่งปริ๊ดเข้าสู่ใบหน้าด้านข้างของ​เขา​พอดี
เรื่อง​นี้ผมชำนาญมาก่อน​ที่​จะเกิด​เป็นเด็กซะอีก
จริง ๆ​ แล้ว​ผมเล็ง​ที่รูหู ​แต่แรงส่งของ..เอ่อ..ของ..ผม​จะเรียกว่าอะไร​ดีล่ะ?
​แต่แรงส่งของ..จิ๊บจี๋..เอ๊ะ..ไม่​ได้ อันนี้​เขาไว้เรียกของเด็กผู้หญิง
แล้ว​ผม​จะเรียกว่าอะไร​ดีหว่า???
เรียกว่า..หูด้งก็แล้ว​กัน
​แต่แรงส่งของเจ้าหูด้งของผมมัน​ได้แค่แก้มของ​เขาเท่านั้น​
​แต่ถึงกระนั้น​​เขาก็ร้องเจี๊ยก เบรคจนรถแทบปัด หันมามองผมตาขวาง
ผมหัวเราะเอิ๊กอ๊าก..​เขา​ใช้แขนเสื้อเช็ดหน้า เลียปากแผล็บ
"ดีไม่เข้าปาก..เจ้าเด็กบ้านี่"
​เขาพารถกระโจนออก​ไป เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา​ไปตามทาง ทาง​ที่​ไปไหนไม่รู้
ถนนเริ่มขรุขระขึ้น​เรื่อย ๆ​ ผมนอนตัวสั่นโยน​ไปโยนมา บางครั้งกระเด้งขึ้น​​ทั้งตัวแทบหล่นจาก​ที่นั่ง
"เฮ้ย..เบาหน่อย​ว้อย.." ผมพยายามบอก​เขา

แล้ว​​เขาก็เบรครถ อุ้มผมขึ้น​ใส่บ่า คว้าสิ่งของของ​เขาวิ่งเข้า​ไปในบ้านหลังหนึ่ง​
บ้านหลังนั้น​อยู่​ในป่า!!
​เป็นบ้าน​ที่เหมือนกระต๊อบ ​เป็นกระต๊อบ​ที่โย้เย้เจียน​จะพังแหล่อยู่​แล้ว​
ในบ้านมีหญิงสาวคนหนึ่ง​ เธออยู่​ในชุดชาวบ้านธรรมดา ใส่เสื้อคอกระเช้า​ ใส่ผ้าถุงสีตุ่น ๆ​
เสื้อคอกระเช้า​​ที่คอของเสื้อคล้ายกระเช้า​จริง ๆ​
​คือย้วยลงมาจนผม​ต้องกลืนน้ำลายเอื๊อก
แล้ว​ผมก็ร้องโฮ..
ผมหิวนมมมมมมมมม
...​...​...​

เจ้าโจรร้ายรีบส่งผมให้​กับสาวน้อยคนนั้น​
เธอคงมีอายุไม่มาก อย่างน้อยก็น่า​จะน้อยกว่าผม(ก่อน​จะ​เป็นเด็กเนี่ย)ไม่ต่ำกว่าสิบปี
​คือเธอน่า​จะมีอายุสิบแปดสิบเก้าปีเท่านั้น​
เธอรับผมเข้า​ไปในอ้อมกอด ดวงตาแสดง​ความยินดีอย่างล้นเหลือ
"ลูกแม่..ลูกแม่กลับมาแล้ว​.."
เจ้าโจรคนนั้น​ บัดนี้แปรสภาพจากโจรโฉดมา​เป็นพ่อบ้านชาวป่า​ไปในทันที
"ลูกของเราไม่​ได้ตายหรอก..โรงพยาบาล​เขาเข้าใจผิดน่ะ พอข้า​ไปถึง​เขาก็อุ้มลูกมาให้.."
"เหรอ..โอ..ลูกแม่.." เธอร่ำร้องเวียนจูบเวียนหอมผมอยู่​นั่นแล้ว​
​แม้ผม​จะร้องว่าหิวนม ๆ​ ๆ​ อยู่​ตลอดเวลา
"ข้า​ไปก่อนล่ะ ข้ายืมรถ​เขามา ​จะรีบ​เอา​ไปคืน​เขา เอ็งอยู่​ดี ๆ​ ล่ะ..
อยู่​​แต่ในบ้านนะ ไม่งั้น​เขา​จะมา​เอาลูกของเรากลับ​ไป.."
สิ้นเสียงของ​เขา เธอคนนั้น​รีบพาผมวิ่งเข้าบ้านในทันที
ปากก็พร่ำร้องด้วยถ้อยคำ​ที่แปลก ๆ​
"ไม่ ไม่ ลูกของข้านะ อย่ามา​เอา​ไปนะ ลูกของข้า..ฯลฯ"

​เมื่อหลุดเข้ามาในบ้าน..กลิ่นเหม็นบางอย่างก็โชยเข้าจมูกผมจนแทบสำลัก
มัน​เป็นกลิ่นเหม็นเน่า..เน่าจนกลาย​เป็นกลิ่นสาบสาง อบอวล​ไปทั่ว
แสงแดดรอดมาทางรูของใบฝาก ​ที่ถักหยาบ ๆ​ กั้น​เป็นฝา​และ​เป็นหลังคา
เข้ามาพอให้เห็นว่าในบ้าน​เป็นอย่างไร

ผมเงียบกริบ..นี่ไม่ควร​จะ​เป็นบ้าน​ที่มีคนอยู่​
ควร​จะ​เป็นบ้านร้างเสียมากกว่า

ร่องรอย​ที่มีอยู่​ ไม่ว่า​จะ​เป็นเสื่อ​ที่ปูอยู่​บนแคร่
​เป็นคราบสกปรกกระดำกระด่าง
มุ้ง​ที่หูหลุดลงมากองอยู่​​กับพื้น
หมอนสีดำใบเดียวนั้น​ไม่น่า​จะ​เป็นหมอนต่อ​ไปอีกแล้ว​
มันควร​จะถูกเรียกว่าก้อนขยะ
​ทั้งปวงนั้น​ไม่น่า​จะถูกเรียกว่า​เป็น​ที่นอน

มอง​ไป​ที่สุดฝาของบ้าน เตาไฟ​ที่ถูกผ่านการ​ใช้มานักต่อนัก
จนไม่อยู่​ในสภาพเดิมของมัน
จานชามเต็ม​ไปด้วยเศษอาหาร
บ้างก็ส่งกลิ่นเหม็นบ้างก็แห้งเกรอะกรัง

ผมไม่กล้ามอง​ไป​ที่​ส่วน​ที่​เป็นห้องน้ำ ผมกลัวอ้วก
้อ้อ.เด็กทารก​เขา​ต้องเรียกว่าอ๊อกซินะ..
ผมกลัวอ๊อก

แล้ว​ผมก็สรุป​ได้ว่า บ้านหลังนี้​เป็นบ้านของคนบ้า
หรือไม่ก็มีสติไม่สมประกอบมากกว่า​เป็นบ้านของคนปกติ
ไอ้เจ้าโจรร้ายมันมาปล่อยผมไว้​กับหญิงบ้านี่เอง..
มิน่า..ไอ้ผมก็มัว​แต่สนใจ​แต่นมเท่านั้น​ ไม่สนใจกลิ่นตัวของเจ้าหล่อน
หญิงคน​ที่กอดผม มีกลิ่นตัว​ที่เหม็นเหลือร้าย เหมือนไม่​ได้อาบน้ำมานานนับเดือน
ตายแหล่ว..ผม​จะทำอย่างไรดี???
ผมไม่เข้าใจว่าอะไร​ทำให้เจ้าโจรร้ายคนนั้น​ พาผมมาให้สาวน้อยจิตผิดปกติคนนี้
เรื่อง​มัน​เป็นอย่างไรกันแน่???

ก่อน​ที่​จะคิดอย่างไร​ได้ออก ปากของผมก็ถูกนมอัดเข้ามาเสียแล้ว​
น้ำนมไหลออกมาอย่างรวดเร็ว เหมือนถูกกักเก็บคั่งค้างอยู่​นาน จนผมแทบสำลัก
ตะแรกผมไม่กล้ากลืน ด้วยรู้สึกผะอืดผะอม
​แต่รสชาติของน้ำนมนั้น​ไม่มีอะไร​ผิดแปลก​ไปจากน้ำนมจากแม่ใหม่ของผมเลย​
ยิ่งเห็นสายตาเอื้ออาทรของผู้​เป็นแม่​ซึ่ง​กำลังมองผมเหมือนลูกของเธอคนนั้น​ด้วยแล้ว​
ทำให้ผมตัดสินใจกลืนน้ำนมนั้น​
​และ​เมื่อกลืน​ไปแล้ว​ สัจธรรมอย่างหนึ่ง​ก็เกิดขึ้น​ในใจของผมทันที
ขึ้น​ชื่อว่าน้ำนมจากผู้​เป็นแม่แล้ว​..​จะอย่างไรก็กลั่นออกมาจาก​ความรัก
​ความรัก​ที่ยิ่งใหญ่กว่า​ความรักใดในโลก
ผมจึง​ทั้งดูด​ทั้งกลืนอย่างเต็มคำ
*****

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1038 Article's Rate 7 votes
ชื่อเรื่อง สิงห์น้อย..(4)
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๐๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5164 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 20 มิ.ย. 2548, 22.26 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : คนไกลบ้าน [C-5166 ], [211.76.97.246]
เมื่อวันที่ : 21 มิ.ย. 2548, 09.33 น.

โห...​​เอาคำหูด้งกะจิ๊บจี๋เนี่ยมาจากไหน ไม่เคย​ได้ยินเลย​ค่ะ​ ​แต่เปรียบ​ได้น่ารักมากเลย​ขอบอก

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Raident [C-5175 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : 21 มิ.ย. 2548, 16.10 น.

ดีครับ​
ช่วงนี้ไม่ว่างอ่านเลย​ ...​แวะมาทักทายเฉยๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Poceille [C-5204 ], [202.5.84.46]
เมื่อวันที่ : 25 มิ.ย. 2548, 13.11 น.

ฮ่าฮ่า...​ ชอบมุก "ร้อยตำรวจเอกปลอมตัว" มากฮับ ปลอม​ได้เนียนมาก ไอ้สิงห์น้อย


งานนี้ชะตาพลิกแล้ว​พลิกอีก (ชาติ​ที่แล้ว​ทำบุญด้วยอะไร​เนี่ย? ชาตินี้​จะไม่​ได้ทำเหมือน กลัวฮับ...​ )​ ​ต้องติดตามต่อ​ไปแล้ว​ค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น