นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๘
วันนี้เป็นวันอะไรหนอ???
รันนรา
...วันนี้​​เป็นวันอะไร​​หนอ ไงถึง​​ได้รู้สึกเหงา ๆ​​ เฉา ๆ​​ ชอบกล ยิ่ง​​เมื่อคิดถึงเรื่อง​​ราวบางเรื่อง​​ขึ้น​​มา ก็​​ต้องหา​​ที่ระบายให้คลาย​​ความเฉาลง​​ไปบ้าง ไม่งั้นอัดอั้นแย่...​​...
วันนี้​เป็นวันอะไร​หนอ
ไงถึง​ได้รู้สึกเหงา ๆ​ เฉา ๆ​ ชอบกล
ยิ่ง​เมื่อคิดถึงเรื่อง​ราวบางเรื่อง​ขึ้น​มา
ก็​ต้องหา​ที่ระบายให้คลาย​ความเฉาลง​ไปบ้าง
ไม่งั้นอัดอั้นตันใจแย่
​แต่​เมื่อคุณ ๆ​ อ่านแล้ว​..ก็อย่าเฉาตามนะครับ​
​เพราะยิ่งเฉา..​เขาว่ามันยิ่งเปลืองโซดา
เช้า​ท้องอืดผมไม่รู้ด้วยนา..
...​...​...​...​

เช้า​วันนั้น​เธอโทรฯ มาบอกว่า วันนี้​เป็นวันสุดท้าย​ที่เธอ​จะรอคำตอบจากผม
​ถ้าเลย​วันนี้​ไปแล้ว​..ก็สายเกิน​ไปสำหรับเรา
แล้ว​เธอก็วางหู..ปล่อยให้ผมถือหูค้างไว้อย่างนั้น​
เหตุ​ที่​ต้องถือหูค้าง ​เพราะผมนึกไม่ออกว่าเธอรอคำตอบอะไร​จากผม??
คำตอบอะไร​? เธอถามผมว่าอะไร​? แล้ว​ถามผมไว้​เมื่อไหร่?
ไรหว่า??
...​...​...​

ยัยคนนี้​เป็น​เพื่อนผมมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก
เราเรียนชั้นประถมมาด้วยกัน ​เมื่อต่างคนต่างเรียนต่อมัธยม ผมก็ย้ายบ้าน เราเลย​ไม่​ได้เจอกันนัก
มี​แต่ติดต่อกันบ้าง ไม่ทางจดหมายก็ทางโทรศัพท์
​เมื่อเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย กิจกรรมของสังคมของ​แต่ละคนยิ่งทำให้เรา​ต้องไกลห่างกันยิ่งขึ้น​
แล้ว​นี่อะไร​?
อยู่​มาวันนี้ วัน​ที่เราต่างก็มีงานทำกันมาไม่นานหลังเรียนจบ เธอกลับมาบอกผมว่าเธอ​จะไม่รอคำตอบจากผมแล้ว​
เอ...​คำตอบอะไร​ฟะ?
...​...​...​

ยัยมุก​เป็นเด็กผู้หญิงหน้าตางั้น ๆ​ คนหนึ่ง​
ไม่มีอะไร​โดดเด่น เรียนก็ไม่เก่ง สวยก็ไม่สวย
ติด​จะขี้โรคซะด้วยซ้ำ
จำ​ได้ว่าตอน​เป็นเด็กเธอไว้ผมม้า
เห็นฟันหลอลึกเข้า​ไปจนถึงลิ้น
ผมเอง​ที่​เป็น​เพื่อนสนิทของเธอ(​ที่​เป็นผู้ชาย)ยังอดเรียกเธอไม่​ได้
"ยัยม้าฟันหลอ"
...​...​...​..

ขณะ​ที่ผม​ใช้สมองครุ่นคิด นิสัย​ที่แก้ไม่หายก็​คือผม​ต้องทำอะไร​อย่างหนึ่ง​​ไปด้วย
ไม่แคะ​ฟัน ก็แยงหู ไม่ก็หวีผม หรือไม่ก็​ต้องเข้าห้องน้ำ
ผมทำทุกอย่าง​ที่ว่ามาตั้งแต่เช้า​ นับ​แต่เธอโทร.มา
​แต่ผมก็ยังคิดไม่ออก
...​...​..

​ระหว่างเรียนมัธยม เธอเคยเขียนจดหมายมาคุย​กับผมหลายฉบับ​อยู่​เหมือนกัน
แรก ๆ​ ผมก็เขียนตอบเธอดี ​แต่หลัง ๆ​ ก็เลือน ๆ​ ​ไปเหมือนกันว่าตอบบ้างหรือเปล่า
คราวตอนเธอเอ็นท์ฯ เข้ามหาวิทยาลัย​ได้ เธอก็โทรศัพท์มาขอบคุณผม
ด้วยถ้อยคำประมาณว่า
"​ไปหาอะไร​กินกันเหอะ.."
...​...​...​.

เรานั่งกินไอ้ติมกันแถว ๆ​ บางซื่อ
ร้านไอ้ติม​เป็นบ้าน​ที่ทำ​เป็นร้าน ​ที่นั่งทานอยู่​ใต้ต้นไม้ร่มเย็นดีพิลึก
เธอบอกเธอขอเลี้ยงมื้อนี้ ผมมองหน้าเธออย่างแปลกใจ
​ที่แปลกใจไม่ใช่เรื่อง​ขอเลี้ยง ​แต่แปลกใจในสายตาของตัวเอง
ยัยม้าฟันหลอคน​ที่อยู่​ตรงหน้า ทำไมทำหน้าตาแปลก ๆ​ ​ไป??
หน้ายาว ๆ​ ​ที่เคย​เป็น กลับโค้งมน​เป็นรูปไข่
ตาหยี ๆ​ ขนตาสั้น ๆ​ กลับกลมโตใสแจ๋ว
ปาก​ที่เดี๋ยวเบะ ๆ​ ​เมื่อตอนเด็ก ๆ​ ตอนนั้น​กลับคุยฉอด ๆ​
ลูกเป็ดขี้เหร่กลาย​เป็นหงส์เสียแล้ว​หรือนี่??
...​...​..

แล้ว​ผมก็จำไม่​ได้ว่าผม​ได้คุยอะไร​ไว้​กับเธอเรื่อง​อะไร​
คงแค่แสดง​ความยินดี ​และยืนยันว่าผมไม่​ได้เกี่ยวอะไร​ด้วย​กับการเอ็นท์​ได้หรือไม่​ได้ของเธอเลย​
ไม่เห็น​ต้องขอบคุณ
อ้อ..นึกออกแล้ว​ เธอบอกผมว่า
"ก็เธอทำให้ฉันอารมณ์ดีทุกครั้ง ​ที่ฉัน​ได้คุยหรือ​ได้คิดถึงเธอไงล่ะ.."
​ซึ่งผมก็ตอบเธอ​ไปด้วยเสียงหัวเราะดังลั่นร้าน
"นี่เธอเห็นฉัน​เป็นตัวตลก​ไปแล้ว​เรอะ?"
...​...​.

​ความสัมพันธ์​ระหว่างเธอ​กับผมไม่มีอะไร​มาก​ไปกว่าคำว่า​เพื่อน​ที่ติด​จะห่าม ๆ​ ซะด้วยซ้ำ
ผมนั้น​แทบ​จะไม่​ได้คิดเลย​ว่าเธอ​เป็นผู้หญิง ยกเว้นตอน​ที่​กำลังคิดถึงนิทานเรื่อง​ลูกเป็ดขี้เหร่นั่น
​ส่วนเธอก็ไม่น่า​จะคิดว่าผม​เป็นผู้ชาย ก็เห็นเธอไม่เคยระวังตัวอะไร​เลย​​เมื่ออยู่​​กับผม
บางทีก็คว้าแขนวิ่งข้ามถนน
บางทีก็กอดคอเดินคุยกัน
บางทีก็กำหมัดซัดต้นแขนผม​โดยไม่มีสาเหตุนอกจากคำตอบ​ที่ว่าหมันเขี้ยว
บางครั้งถึง​กับท้าวสะเอวด่าผมเสียด้วยซ้ำ
มี​แต่​เพื่อนสนิทเท่านั้น​​ที่​จะทำอย่างนั้น​​ได้
คน​ที่​เป็นแฟนกัน​เขาไม่ทำอย่างนั้น​กันหรอก
ฉะนั้น​ผมจึงสรุป​ได้ว่า เธอ​กับผมไม่ใช่แฟนกันแน่นอน
...​...​..

แล้ว​ผมก็เดิน​ไป​ที่ตู้เย็น
เปิดมันออก มองเข้า​ไป​เพื่อหาอะไร​ใส่ท้อง
อะฮ้า..มี​แต่น้ำเปล่าเต็มตู้
​ที่ช่องทำน้ำแข็ง..มี​แต่น้ำแข็ง​ที่เกาะแน่น
ด้านหนึ่ง​ของมันมีกล่องไอศครีมวางอยู่​
เกล็ดน้ำแข็งเกาะเต็ม เนื้อไอ้ติมในนั้น​คงฟ่ามไม่เหมือนเนื้อเดิม
​แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไร​กิน
ผมแกะมันออกมาจากการติดแน่นจนแทบ​จะ​เป็นเนื้อเดียว​กับตู้เย็น
ในใจก็พยายามนึกว่าผม​เอามันมาแช่ไว้ตั้งแต่​เมื่อไหร่
สามสี่วัน​ที่ผ่านมา? หรือสามสี่เดือน​ที่ผ่านมา???
เอ๊ะ..หรือสามสี่ปี​ที่ผ่านมา???
...​...​...​

กว่า​จะแกะมันออกมาจากตู้เย็น​ได้ก็เล่น​เอาเหงื่อตก
​เมื่อเปิดออกดูเนื้อไอศครีมสีม่วงนั้น​ยังคงแข็งอยู่​
​แต่​เป็นการแข็งเหมือนน้ำแข็งใสมากกว่าเหมือนไอ้ติม
ผมจำ​ได้ว่ายัยมุกชอบกินไอ้ติมสีม่วง
เธอบอกมันเปรี้ยวดี
เวลาเธอตักไอ้ติมใส่ปาก เธอ​จะทำหน้าเหยเกหนังตาสั่นระริกด้วย​ความเปรี้ยว
​เมื่อผมลองดูบ้าง ผมแทบบ้วนทิ้ง
​เพราะผม​เป็นคนไม่ชอบรสเปรี้ยว
"แปลกนะ เราสองคนนี่ชอบอะไร​ไม่เหมือนกันสักอย่าง.."
"ใช่.." ผมเห็นด้วย
"​แต่เราก็คบกันมา​ได้ ตั้งแต่เด็กมาจนกระทั่งตอนนี้.."
"ใช่"
"เธอว่า​เพราะอะไร​?"
"ใช่..เอ้ย..ไม่รู้เหมือนกัน"
"​แต่ฉันรู้นะ.."
ผมมองตาเธอ​เป็นการถาม ขณะตักไอ้ติมรสช๊อกโกแล๊ตเข้าปาก
"​เพราะเรา​เป็นเนื้อคู่กันไง"
จังหวะนั้น​ผม​กำลังเสียวฟัน​ที่ผุอยู่​​พอดี มันมัก​จะโดนอะไร​เย็น ๆ​ ไม่​ได้
ผมเลย​ลืมนึก​ไปว่า​ความหมายของคำว่าเนื้อคู่นั้น​มันกินลึก​ไปถึงไหนต่อไหน
"อูย.." ผมอุทานออกมา
เธอถอนใจเหมือน​กับ​จะระอาอะไร​ผมบางอย่าง
ระอาอะไร​??
...​...​...​.

"ฉันไม่รู้เหมือนกันว่า​เมื่อเรียนในมหาลัยแล้ว​ ชีวิตของเรา​จะเปลี่ยน​ไปแค่ไหน?"
"คงสนุกดี.." ผมตอบ
"เธอคง​จะเจอ​เพื่อนใหม่มากมาย​ มีผู้หญิงสวย ๆ​ มาให้เลือกคบมากมาย​.."
"ก็คงเหมือนเธอ.."
"ใช่..ฉันเองก็คง​จะเจอ​ใคร ๆ​ อีกเยอะ..ฉันจึงไม่รู้ว่าเรื่อง​ของเรา​จะเปลี่ยน​ไปแค่ไหน.."
"ก็คงเปลี่ยน​ไป.."
"​แต่ฉันไม่อยากเปลี่ยน.." เธอพูดออกมาอย่างหนักแน่น หากเบาจนผมแทบไม่​ได้ยิน
"​ถ้ามันเปลี่ยนแล้ว​ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น​..ก็ไม่น่า​จะมีปัญหาอะไร​.."
"ก็ฉันไม่อยากเปลี่ยน.."
ผมมองหน้าเธอด้วย​ความแปลกใจ เธอ​กำลังมองผมอยู่​ตาแป๋ว
"ฉันขอสัญญา​ได้ไหม?.." ใน​ที่สุดเธอก็พูดออกมา
"ว่าเธอ​จะไม่เปลี่ยนแปลง?"
ผมนิ่ง..สายตา​กำลังมองแมลงวันตัวหนึ่ง​ มันตัวเล็กนิดเดียวบินไม่ค่อยเร็วนัก
"หรือ​ถ้า​จะเปลี่ยนแปลง.."
ผมค่อย ๆ​ หยิบสมุดบาง ๆ​ ขึ้น​มา ม้วน​เป็นอาวุธ
"เธอ​จะ​ต้องบอกฉันก่อน.."
แล้ว​ก็ซัดเพี้ยะลง​ไปจนมันแบนแต๊ดแต๋ติดโต๊ะ
"เย้.."
"ตาบ้า.." เธอกรี๊ดลั่น
...​...​...​...​...​..

ไอศครีมกล่องนั้น​ทำให้ผมมีอะไร​รองท้อง
มันมีสีม่วง ​แต่ไม่เปรี้ยว
มัน​เป็นรสองุ่น ​ที่หวานเจี๊ยบติดลิ้น
มัน​เป็นของ​ที่ยัยมุกซื้อให้มา
นานแล้ว​ล่ะ..นาน​เป็นเดือนเชียว
...​...​

วันนั้น​เรา​ไปทานสุกี้เอ็มเคด้วยกัน
​เป็นวันเกิดของผม ​แต่​เป็นการเลี้ยงของเธอ
ก็ผมนอนอยู่​​ที่บ้านดี ๆ​ เธอก็โทร.มาแฮปปี้เบิร์ดเดย์
แล้ว​เธอก็ลากให้ผมออกมาทานข้าว​กับเธอซะดี ๆ​
ผมบอกเธอว่าผมบ่อจี๊ ก็มันยังปลายเดือนอยู่​นี่นา
เธอบอกว่าไม่​เป็นไร เธอพอมี ​และเธอขอเลี้ยงเอง
ผมนั้น​ไม่​ได้คิดอะไร​ ก็​จะคิดทำไมใน​เมื่อ​ได้กินฟรี
ก็เลย​มานั่งอยู่​ตรงข้าม​กับเธอ ​โดยมีหม้อสุกี้ส่งควันคลุ้งกั้นอยู่​ตรงหน้า
"เธออายุเท่าไหร่แล้ว​นะ ปีนี้?"
"สิบหก" ผมตอบเร็วกว่า​ที่คิด
เธอหัวเราะ..
"จำ​ได้ว่าเธอแก่กว่าฉันไม่กี่เดือน ฉะนั้น​เธอก็​ต้องมีอายุเท่าฉัน ​คือยี่สิบสองพอดิบ​พอดี.."
"แล้ว​ไง?"
"เราสองคนเรียนจบแล้ว​ ​และก็มีงานทำแล้ว​.."
"ถ..ถ...​ถูก​ต้องแร้วคร้าบบบบบบบบบ.." ผมพยายามเลียนแบบพิธีกรแฟนพันธุ์แท้
เธอหัวเราะ
"เรา​เป็นผู้ใหญ่แล้ว​.."
ผมพยักหน้า พยายามเดาว่าเธอ​กำลัง​จะบอกอะไร​​กับผม ​แต่บังเอิญพนักงานเสิร์ฟมาเสิร์ฟของ​ที่สั่ง​พอดี
ลูกชิ้นเอ็มเค​เป็นอาหาร​ที่ผมชอบ​ที่สุด ผมก็เลย​ลืม​ไปว่าเธอ​กำลัง​จะบอกอะไร​ผมอยู่​หรือเปล่า
เธอนิ่ง​ไปครู่หนึ่ง​ เหมือน​กับ​จะรอให้ผมพูดอะไร​ ​แต่ผมมัวสนใจอยู่​​กับการลวกลูกชิ้น
เธอถอนใจ แล้ว​พูดขึ้น​ว่า
"มีผู้ชายมาตามจีบฉันอยู่​คนหนึ่ง​.."
ผมหูผึ่ง ​เป็นเรื่อง​ใหม่จริง ๆ​ สำหรับเรา
"โอ้..จริงรึ?" ผมอุทาน
"จริงสิ.."
"แล้ว​ไง.."
"​เขาก็​เป็นคนดี ​แต่ฉันยังไม่ชอบ​เขา.."
"อ้าว..ไมเหรอ?"
เธอมองหน้าผมนิ่ง..เหมือนสงสัยใสในคำถามนั้น​ของผม
ผมเบิกตา..​เพื่อย้ำคำถาม
เธอยังนิ่ง..
แล้ว​ก็หลบตา..คลี่ยิ้ม..ส่ายหัว
"เปล่า..ไม่มีอะไร​"
...​...​...​...​..

​เมื่ออาหาร​ที่สั่งมาถูกจัดการเรียบวุธ ขณะ​ที่ผมตักซุปในหม้อซดอยู่​นั้น​ เธอก็พูดขึ้น​ว่า
"ไม่แน่นะ ฉันอาจ​จะรับรัก​เขาก็​ได้.."
"​ใคร?" ผมยังซดน้ำซุปต่อ
"เธอสนใจด้วยเหรอ?"
"อ้าว..แหล่วกัน"
"​เขา​เป็นคนดี ​และฉันก็รู้ว่า​เขารักฉันจริง ๆ​"
"ยินดีด้วย.."
"​เขาเคยขอฉัน​แต่งงานด้วยนะ"
"หมอนี่หน้ามืดจริง ๆ​ แฮะ.."
เธอเอื้อมมือทำท่า​จะตบผม เราหัวเราะให้แก่กัน
น่าแปลกว่าเสียงหัวเราะของเธอแปร่ง​ไป
น่าแปลกว่าเสียงหัวเราะของผมก็แปร่ง​ไป
น่าแปลกจริง ๆ​
...​...​...​...​

ก่อนกลับกันวันหนึ่ง​เราพากันเดินในซุปเปอร์มาร์เก็ต
เธอซื้อไอครีมกล่องนี้ให้ผม..​เป็นของขวัญวันเกิด
เธอบอกว่า ไอ้ติมสีม่วงนี้รสองุ่น ไม่ใช่รสมะนาว
มันหวาน ไม่ใช่เปรี้ยว
ฉะนั้น​อย่ามองว่าอะไร​​ที่เคยว่าเปรี้ยว ​จะหวานไม่​ได้
ไม่เชื่อ​ไปลองกินดู
จากวันนั้น​ถึงวันนี้
เดือนกว่า ๆ​ แล้ว​ล่ะครับ​ ​ที่ผมเพิ่ง​จะมีโอกาส​ได้กินไอ้ติมกล่องนี้
มันหวานจริง ๆ​
...​...​

ผม​เป็นผู้ชายคนหนึ่ง​​ที่ไม่เคยมี​ใครบอกว่ารูปหล่อ
ฐานะก็ปานกลาง ไม่​ต้องดิ้นรนขวนขวายอะไร​มากมาย​
ปกติ​เป็นคนสุภาพ นิ่ง ๆ​ ซะ​ส่วนใหญ่ หากไม่อยู่​​กับ​เพื่อนฝูง​ที่สนิทสนมจริง ๆ​ ผม​จะไม่ค่อยพูดค่อยคุยกะ​ใคร​เขา
ก็มีบ้างนะครับ​ ​ที่มีสาวหน้าตาดีมาชอบ ​แต่ผมก็เฉย ๆ​
เคยถามตัวเองอยู่​เหมือนกันว่า เอ็ง​เป็นเกย์หรือเปล่าฟะ?
​แต่​เมื่อเข้าใกล้ผู้ชายทีไร..ผมก็ไม่เคยรู้สึกอะไร​ซะที
ก็เลย​ยังตอบตัวเองไม่​ได้ว่าทำไมถึงยังไม่มีแฟน
...​...​...​.
ผม​แต่งตัวออกจากบ้าน ขณะนั้น​​เป็นเวลาประมาณห้าโมงเย็น
สถาน​ที่​ที่​ไปก็​คือสถาน​ที่​ที่ผม​กับยัยมุก เคยมาทานสุกี้ด้วยกันนั่นเอง
สายตามองเวลา​ที่ข้อมือ ยังไม่หมดวันนี้ วัน​ที่เธอบอกว่า​เป็นวันสุดท้าย
ผมอยาก​จะเดินเล่น ดูอะไร​​ไปเรื่อย ​เพื่อ​จะขบคิดให้​ได้ว่า เธอ​ต้องการคำตอบอะไร​จากผม
แล้ว​ผมก็เจอเข้าจน​ได้
...​...​.

ในร้านแบล๊คแคนยอน ผมเห็นเธอ​กับ​ใครคนหนึ่ง​นั่งอยู่​
​เขา​เป็นหนุ่มรูปหล่อ ยิ้มสวย ​แต่งตัวดี ​กำลังคุย​กับเธออย่างไม่หยุดปาก
ผมหา​ที่หลบให้​กับตัวเอง..มอง​ไปยังทีท่า​ที่สนิทสนม​ระหว่างหนุ่มสาวคู่นั้น​..
ด้วย​ความรู้สึก​ที่แปลกประหลาดอย่าง​ที่ผมไม่เคย​เป็นมาก่อน..
...​...​.

หรือนี่​คือผู้ชายคน​ที่มุกเคยบอกผม??
​เป็นคน​ที่​เขามาจีบเธอ..​และขอ​แต่งงาน​กับเธอ??
หรือวันนี้..​เป็นวัน​ที่เธอ​จะ​ต้องให้คำตอบ​กับ​เขาแล้ว​..??
วันนี้..จึง​เป็นวันสุดท้ายของผม??
ผมชักเข้าใจอะไร​ขึ้น​มาบ้างแล้ว​!!!
...​...​...​...​..

​ความรู้สึกของผมตอนนั้น​..เหมือนตัวเอง​กำลังยืนอยู่​​ที่สูง
แล้ว​มองลง​ไปยัง​ที่ต่ำ
อาการวูบจากท้องน้อยวิ่งจี๋​ไปยังต้นคอ
แล้ว​ย้อนมาตามแผงหลังลง​ไปถึงตาตุ่ม
มัน​เป็น​ความรู้สึกของการสูญเสีย!!
...​...​...​..

วันนี้ยังไม่หมดเวลาสักหน่อย​
ผมโวยวาย​กับตัวเอง​เมื่อถึงบ้านแล้ว​ล้มตัวบน​ที่นอน
เพิ่ง​จะทุ่มเดียวเอง ทำไมวันหนึ่ง​ของยัยมุกถึง​ได้สั้นนัก??
ไม่​ได้ ​ต้องถามให้รู้ดำรู้แดง..ว่ามัน​เป็นจริงอย่าง​ที่ผมเข้าใจหรือเปล่า?
ถลาเข้า​ไป​ที่โทรศัพท์
กด redial ทีเดียวก็​ได้ยินสัญญาน
ก็เครื่องนี้ไม่เคยโทรฯ หา​ใคร
นอกจากโทรฯ หาเธอ
...​...​...​..

เสียงสัญญานดังประมาณสามครั้งครึ่ง
เธอรับ
"ฮัลโหล..ว่าไง??"
ผมวางหู...​
นั่นดิ..ว่าไง?
...​...​...​

​ที่นอน​ที่​แม้​จะไม่เคยเรียบสนิทเกินห้านาที ​แต่คราวนี้มันยับยุ่งเหยิงแทบดูไม่​ได้
หมอน​ไปทาง ผ้าปู​ไปทาง
โทรทัศน์ถูกเปิดเสียงลั่น
วิทยุเปิดเสียงแข่ง
หูซ้ายผมฟังโทรทัศน์
หูขวาฟังวิทยุ
สายตามองหน้าคอมพ์​ที่เปิดภาพบางอย่างอยู่​
​เป็นภาพ​ที่มุก​กับผม​ไปเ​ที่ยวด้วยกัน
...​...​...​..

โหย...​เจ็บปวดมาก
เพลงบางเพลง ภาพบางภาพ ทำให้ผมเจ็บปวดมาก
​ความสูญเสีย​เป็นอย่างนี้เองหรือ??
ทำไมผมไม่รู้มาก่อนเลย​
ว่าผมรู้สึกอย่างไรต่อมุก ยัยมุกหน้าม้าฟันหลอคนนั้น​
...​...​..

ผมคลิก​ไป​ที่เมล์ของผม
ผมไม่​ได้เปิดเข้ามานานหนักหนา
ปรากฎว่ามันเต็ม
นอกเสียจากมีเมล์ของ​เพื่อนสองสามคนแล้ว​
​ส่วน​ที่เหลือ​เป็นของเธอ​ทั้งหมด
เธอ!
...​...​..

​และนี่​คือข้อ​ความบาง​ส่วน
​ที่ผมอยาก​จะให้คุณ​ได้อ่าน
...​...​...​

ฉบับ​​ที่ 1
จริง ๆ​ แล้ว​ฉันอยากโทร.หาเธอนะ
​แต่ฉันกลัวเธอเบื่อซะก่อน
เลย​​ใช้วิธีเมล์หาดีกว่า
ไม่มีอะไร​มากหรอก
แค่อยากบอกว่า
คิดถึง
...​...​.

ฉบับ​​ที่ 2
วันนี้ฉัน​ได้รับการแนะนำให้รู้จัก​กับผู้ชายคนหนึ่ง​
​เขา​เป็น​เพื่อน​กับลูกเจ้านายของฉัน
ขอบอก หล่อมากกกกกกกกก
​เขาชื่อสุธน ชื่อเชยดี
ไม่รู้​เขา​ได้เบอร์ของฉัน​ได้ยังไง
​เมื่อตะกี้โทรฯ มาคุย
บอกว่าอยาก​จะชวน​ไปทานข้าว
แหวะ..เชยกว่าชื่อซ้าอีก
เธอไม่​ต้องกลัวนะ ฉันไม่รับนัด​เขาง่าย ๆ​ หรอก
...​...​..


ฉบับ​​ที่ 3
ดีจังเลย​..
อย่าเพิ่งงง ​ที่ฉันว่าดีจังเลย​ก็​เพราะวันนี้ฉัน​ได้มีโอกาส​ได้ดูหนัง​กับเธอไงล่ะ
หนังสนุกดีเนาะ?
​แต่ไม่เห็นเธอสนใจหนังเท่าไหร่เลย​ มัว​แต่กินข้าวโพดคั่วอยู่​นั่นแล้ว​
นี่ ถามจริง เธอเคยคิดอะไร​​ที่มากกว่าสิ่ง​ที่เธอเห็นหรือเธอทำอยู่​ตรงหน้ามั่งไหม?
ฉันรู้ ถึง​แม้ฉัน​จะถาม​ไป เธอก็ไม่ตอบมาหรอก
ฉันว่านะ วันไหนเธอตอบเมล์ฉัน ต่อให้วันนั้น​มีเครื่องบินวิ่งชนตึกเวิล์ดเทรดอีกครั้ง
ฉันยัง​จะแปลกใจน้อยกว่า..
เฮ้อ...​
อ้อ..ลืม อีตาสุธนนี่ขี้ตื๊อชะมัด
โทรฯ หาฉันวันละสามรอบ ดักเจอฉันทุกเ​ที่ยงวัน
สงสัยหมอนี่​จะ​เอาจริงแฮะ
แล้ว​เธอว่าไง??
...​...​..

ฉบับ​​ที่ 4
วันนี้ฉันเหงา ฉันล้าอย่างไรพิกล
นั่งมองดาวบนฟ้าก็แล้ว​ มองจันทร์ก็แล้ว​
ก็ไม่เห็นหายเหงา
เธอ​เป็นไงบ้าง?
คงสบายดีเหมือนเคยนะ
รู้ไหม ฉันมีเรื่อง​ไม่สบายใจบางอย่าง
บางที ฉันอาจ​จะ​ต้องตัดสินใจอะไร​ซะแล้ว​
ทุกวันนี้ ฉันภาวนาตลอดเวลา ว่าอย่าให้ถึงวันนั้น​
วัน​ที่ฉัน​ต้องเลือก​ระหว่างอะไร​บางอย่าง ​กับหัวใจของตัวเอง
อย่าให้ถึงวันนั้น​เลย​..
...​...​.

ฉบับ​​ที่ 5
ฉันบอกอะไร​เธอ​ไปบ้างหรือยังนะ??
คงไม่​ได้บอก ​เพราะเธอไม่เห็นสนใจ​จะถามอะไร​ฉันเลย​
ไม่​เป็นไรหรอก ฉันไม่​ได้ต่อว่าอะไร​เธอ เพียง​แต่น้อยใจเฉย ๆ​
ดูเธอไม่ยินดียินร้ายอะไร​​กับฉันเลย​
​แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ​ที่มันทำให้ฉันยังวาดวิมาน​ความฝันอยู่​​ได้
มันทำให้ฉันมี​ความสุข ​แม้​จะชั่วครั้งชั่วคราวก็ตาม
ฉันแค่หวังว่า เรา​จะมีกัน​และกันตลอด​ไป
แค่นั้น​เอง
...​...​...​

ฉบับ​​ที่ 6
​เขาเพิ่งกลับ​ไป​เมื่อกี้นี้เอง
​จะ​ใครซะอีก อีตาสุธนนั่นแหละ​
​เขาบุกถึงบ้านฉันเลย​นะ
คุณแม่ถึง​กับตกใจ ​แต่ดูท่านก็น่า​จะชอบ​เขานะ
​เขาสุภาพดี หน้าตาก็ดี พูดจา​เป็นผู้หลักผู้ใหญ่
นี่เธอรู้ไหม คุณแม่ถามฉันว่าแล้ว​ฉัน​เอาเธอ​ไปเก็บไว้​ที่ไหน
เธอ​จะให้ฉันตอบว่าอะไร​ดี??
...​...​...​...​

ฉบับ​​ที่ 7
ฉันขอถามอะไร​เธออย่างหนึ่ง​นะ
เธอ​ต้องตอบฉันให้​ได้ ไม่ว่า​จะเกิดอะไร​ขึ้น​
ฉันขอถามเธอว่า เธอคิดอย่างไร​กับฉัน
ตอบฉันให้​ได้ให้เร็ว​ที่สุด
เวลาของฉันเหลือน้อยลงทุกที
นะ..ตอบฉันนะ
...​...​..

ฉบับ​​ที่ 8
แหม..วันนี้ ฉันเหนื่อยชะมัดเลย​เธอเอ๋ย..
ก็ฉัน​ต้อง​ไปโรงพยาบาลตั้งแต่เช้า​ กลับมาก็เกือบเย็นแล้ว​ยัง​จะ​ต้องมานั่งปลอบใจคุณแม่ของฉันอีก
ฉันไม่​ได้​เป็นอะไร​สักหน่อย​ คุณแม่ก็ฟูมฟาย​ไป​ได้
เวลาฉันเหลืออีกตั้งเยอะ เหลือพอ​ที่​จะทำอะไร​ดี ๆ​ อีกตั้งหลายอย่าง
จริงไหมเธอ??
...​...​...​...​.

ฉบับ​​ที่ 9
วันนี้วันเกิดเธอ
เธอนี่แย่ชะมัดเลย​รู้ไหม วันเกิดของตัวเองยังลืม​ได้
นี่​ถ้าฉันไม่โทร​ไปปลุก เธอคงไม่ลุกจาก​ที่นอน
จริง ๆ​ ฉันอยาก​จะอวยพรเธอนะ ​แต่พอเธออยู่​ด้วยฉันก็อวยพรไม่ออก
เหมือน​กับอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ​ที่ฉันอยาก​จะบอกเธอ อยาก​จะถามเธอ ​แต่ฉันก็ทำไม่​ได้
​เอาล่ะ ตั้งใจให้ดีนะ พนมมือด้วยก็ยิ่งดี
ฉันขอให้เธอมี​แต่​ความสุข สมหวังใน​ความรัก ประสบ​ความสำเร็จในหน้า​ที่การงาน
​และ​ที่สำคัญ ขอให้เธอมีสุขภาพ​ที่แข็งแรง
โรคภัยไข้เจ็บใด ๆ​ อย่า​ได้มาใกล้
เพี้ยง...​สาธุ
...​...​...​...​.
อ้อ..ไอ้ติม​ที่ซื้อให้อย่าลืมกินล่ะ มันไม่เปรี้ยวหรอก ฉันยืนยัน
​และอีกอย่าง ​ที่ฉันถามเธอไว้ ว่าเธอรู้สึก​กับฉันอย่างไร? ​เมื่อไหร่เธอ​จะให้คำตอบ??
ฮึ?
...​.

ฉบับ​สุดท้าย
​เป็นฉบับ​​ที่มาถึงผม​เมื่อไม่กี่วันมานี่เอง
เธอคงคิดว่าผมคง​จะเปิดอ่าน พอเช้า​วันนั้น​เธอจึงโทรฯ มาย้ำอีกครั้ง
ว่าวันนี้​เป็นวันสุดท้าย ​ที่เธอ​จะรอคำตอบจากผม
​เพราะเธอไม่มีเวลาแล้ว​
...​...​..

"..​แม้เธอ​จะมีคำตอบให้ฉันว่าอย่างไร
​แต่ขอให้เธอรู้ไว้ว่า
ฉันปรารถนาดีต่อเธอเสมอ
ตลอด​ไป...​"

นั่น​คือประโยคสุดท้าย..ของเมล์ฉบับ​นั้น​
ผมหัน​ไปคว้าโทรศัพท์ขึ้น​มา
กดเบอร์​ที่บ้านเธอ ผม​ต้องการ​จะคุย​กับคุณแม่ของเธอ
ผม​จะ​ต้องรู้ให้​ได้ว่า เรื่อง​มัน​เป็นอย่างไรกันแน่???
...​..

มีเสียงรับจากปลายสาย
คุณแม่ของเธอพูด​กับผมด้วยน้ำเสียงผิดแปลก​ไป
ท่านไม่เชื่อว่าผมไม่รู้เรื่อง​มาก่อนเลย​
จนผม​ต้องยืนยัน​กับท่านอีกครั้ง ท่านจึง​ได้เล่า​ความจริง​ทั้งหมดให้ผมฟัง
...​...​...​..
พรุ่งนี้..มุก​ต้องเข้าโรงพยาบาล​เพื่อผ่าตัด
​แม้เนื้องอกในสมอง​จะไม่ใช่มะเร็งร้าย..​แต่​ถ้าทิ้งไว้..ก็มี​แต่ตาย​กับตาย
หมอบอกว่า การเสี่ยงมีอยู่​บ้าง..​แต่​ถ้าไม่เสี่ยง..ก็นับรอวันสุดท้ายของชีวิต
​และ​ถ้า​จะเสี่ยง..ก็​ต้องรีบทำให้เร็ว​ที่สุด..ก่อนมัน​จะเติบโตขึ้น​มากกว่านี้
เธอ​พร้อม​จะเสี่ยง..เธออยากรู้คำตอบว่าชีวิตของเธอ​จะอยู่​หรือ​จะ​ไป
...​...​...​

มุกบอก​กับคุณแม่ของเธอว่า เธอ​ต้องการเคลียร์ทุกอย่าง ไม่ให้ชีวิตของเธอติดค้าง​ใคร
​ทั้งสุธน ​เพื่อนชาย​ที่พยายามจีบเธอ เธอก็​จะบอกปฏิเสธ​ความรักของ​เขา​เพื่อไม่ให้​เขามาเสียเวลา​กับเธอ
​แต่คน​ที่เธอเคลียร์​ได้ยาก​ที่สุด ก็​คือผม
เธอบอก​กับคุณแม่ของเธอว่า เธอรักผม
​แต่เธอไม่รู้ว่าผมคิดอย่างไร​กับเธอ
เธอไม่อยากให้ผมรักเธอ
เธอไม่อยากให้ผม​ต้องเสียใจหากเธอ​เป็นอะไร​​ไป
เธอ​ต้องการให้แน่ใจว่าผมไม่​ได้รู้สึกอะไร​​กับเธอจริง ๆ​
นั่น​จะทำให้เธอสบายใจมากยิ่งขึ้น​..​เมื่อเข้ารับการผ่าตัด
ผมเอง​ที่ไม่ยอมเคลียร์​กับเธอ
ผมเอง​ที่ไม่เคยให้คำตอบ​กับเธอเลย​..!!!

ผมวางโทรศัพท์ด้วยวิธีปล่อยให้หลุดมือ​ไปเฉย ๆ​
ตะลึงอยู่​เพียงครู่..ยกหูโทรฯ ขึ้น​มาอีกที..คราวนี้โทรฯเข้ามือถือของเธอ
"อาโหล..​เป็นไรของเธอ?"
เสียงเธอยังคงแจ่มใส..
"โทรฯ มาแล้ว​ก็วาง..คงว่างมากสิท่า.."
ผมกล้ำกลืนอะไร​บางอย่างลงคอ
ผมเพิ่งรู้ตัวเองก็วันนี้..ว่าผมรักเธอเหลือเกิน..
มารู้ตัวก็ต่อ​เมื่อ..ทุกอย่าง​กำลัง​จะสาย​ไป
"อ้าว..​เป็นไร​ไปอีกล่ะ..โทรฯ มาก็ไม่พูด..อาโหลๆ​ๆ​"
"มุก.."
"จ้า..ว่าไงจ๊ะ​..นึกว่าสายหลุด​ไปซะแล้ว​.."
"ตอนนี้เธออยู่​ไหน?"
"ก็..​กำลัง​จะกลับบ้าน.."
"อย่าเพิ่ง​ได้ไหม..รอเราก่อน.."
มุกเงียบ​ไป..คงจับผิดสังเกตจากเสียงของผม​ได้
"​เป็นไรล่ะนั่น..ทุกทีไม่เห็น​จะถามไม่เห็น​จะอยากเจอ.."
ผมขยี้ดวงตา..เวลาทุกนาทีมีค่าเกินกว่า​จะพิรี้พิไร
"รอเราอยู่​​ที่นั่นนะ.."
ผมวางหู​โดยปล่อยโทรศัพท์ให้หลุดมืออีกครั้ง..
ผม​จะไม่ยอมเสียเวลา​ไป​เพื่ออะไร​อีกแล้ว​..นอกจากเธอ

หมู่บ้าน​ที่มุกอยู่​..​และ​ที่ผมเคยอยู่​มาตอนเด็ก ๆ​ มีสระน้ำ​และสวนสาธารณะอยู่​แห่งหนึ่ง​
มันอยู่​ติด​กับสนามฟุตบอล สนามเด็กเล่น ​และสวนสาธารณะ
บรรยากาศรอบตัวเงียบเหงา..ไม่มีเด็กหรือ​ใครอื่นมา​ใช้
ในสระน้ำมีกอบัว..ผักตบ..ลอยกระทบแสงจันทร์..ท่ามกลางสายลม​ที่โชยอ่อน
ริมสระน้ำมีต้นเฟื่องฟ้า..ดอกชมพูของมันร่วงหล่นเต็มพื้นดิน​และพื้นน้ำ
มุกนั่งอยู่​​ที่นั่น..ม้าหินอ่อน..ใกล้ต้นเฟื่องฟ้า..
ผมลงจากแท๊กซี่..​เมื่อเห็นเธออยู่​​ที่นั่น..กลับก้าวขาแทบไม่ออก
เธอยิ้มมาให้​แต่ไกล..ดวงตาแจ่มใส..รอยยิ้มเปิดเผย..ผมดำขลับปลิวไสว..ไรผมระ​ที่หน้าผาก​และต้นคอ
คน​ที่ผมรัก..รักอย่างไม่รู้ตัว..รอผมอยู่​แล้ว​..
คน​ที่ผมไม่เคยเห็นคุณค่า..ไม่เคยเห็นถึง​ความดีของเธอ​ที่มีต่อผมมาตลอด..รอผมอยู่​แล้ว​..
รออยู่​บนเวลา​ที่เริ่มนับถอยหลัง..
มันเริ่มลดน้อยลง​ไป..ตามวินาที​ที่เคลื่อนผ่าน
...​...​..

ผมก้าวหาเธออย่างเนิบช้า..
ควบคุมตัวเองเต็ม​ที่..
เธอบอกเองไม่ใช่หรือ..ก่อนเธอ​จะผ่าตัด..เธอไม่อยาก​จะมีพันธะ​กับ​ใคร
เธอไม่อยากให้ผมหรือ​ใครมารักเธอ..​เพื่อ​ความสบายใจของเธอเอง
​แต่แรก​ที่ผมคิด​จะโผเข้าหา ดึงเข้ามากอดให้สมรัก..​และ​จะพร่ำคำรักให้ฟัง​เป็นแสนครั้ง..
ผมจึงทำไม่​ได้..ผมไม่​ต้องการให้คำว่ารักของผม ทำให้เธอไม่สบายใจ
ยกมือขยี้ตา..ฝืนยิ้ม..ทำทุกอย่างให้ปกติ
"มองไกล ๆ​ นึกว่าแม่นาค.."
"บ้า..แม่นาคผมยาวกว่านี่ย่ะ.." เธอเถียงทันที..ขยับ​ที่นั่งให้ผมทรุดนั่งลงข้าง ๆ​
"แล้ว​สวยกว่านี้ด้วย.."
"เออ..ฉันไม่สวยมั่งก็แล้ว​​ไป.."
ผมทำหน้าล้อเลียน..​แม้ตา​จะพร่าด้วยน้ำตา​ไปบ้าง..
"มีอะไร​เหรอ?..ถึงให้ฉันรออยู่​​ที่นี่"
เธอถาม..มุกยังอยู่​ในชุดเดิม​ที่ผม​ไปพบตอนทานข้าว​กับผู้ชายคนนั้น​
"ตอบมาก่อนดีกว่า..​ไปไหนมา..​และทำไมถึงมานั่งเล่นอยู่​​ที่นี่..ก่อนเรา​จะโทรฯ มา.."
มุกเอียงคอ..พองแก้ม..​เป็นนิสัย​ที่ติดมาตั้งแต่เธอยังเด็ก นั่นแสดงว่าเธอ​กำลังคิดว่า​จะตอบอย่างไรดี?
"ก็..​ไปทานข้าว​กับ​เพื่อน..ยังไม่อยากกลับบ้าน..นั่งคิดอะไร​เล่นคนเดียวดีกว่า.."
"​เพื่อนหรือแฟน?" ผมถามออก​ไปอย่างเผลอตัว
มุกยิ้ม
"​เมื่อก่อนน่ะคงใช่ ​แต่เดี๋ยวนี้ฉันบอกเลิก​ไปแล้ว​.."
"อ้าว..ทำไมละ?"
"ฉันไม่​ได้รัก​เขา.."
คำตอบนั่นทำให้ผมพูดอะไร​ไม่ออก..เธอบอกเลิก​กับนายสุธนตรง​กับ​ที่คุณแม่ของเธอเล่าให้ฟังจริง ๆ​
"ถามทำไมเหรอ..?"
ผมส่ายหน้า..
"ก็แค่ถามดู.."
...​...​...​...​
เราสองนิ่งงันกัน​ไป..
ผมมองรอบบริเวณ จำ​ได้ว่าตอนเด็ก ๆ​ .. เราชวนกันมานั่งเล่นแถว ๆ​ นี้
ยังจำ​ได้อีกว่า..​เมื่อก่อนยังมีสะพานเล็ก ๆ​ ยื่น​ไปในน้ำ..เราสองคนนั่งห้อยขาคุยกัน
เราคุยถึงการเล่นขายของ..​ที่มีผม​เป็นพ่อ..มีเธอ​เป็นแม่..มี​เพื่อน ๆ​ อีกสองสามคน​เป็นลูก
"โตขึ้น​เรา​จะ​ได้​เป็นอย่างนั้น​จริง ๆ​ เหรือเปล่า?" อยู่​ ๆ​ มุกก็ถามขึ้น​
ผมส่ายหน้า
"ไม่หรอก..เธอ​เป็นคนชอบกินอะไร​เปรี้ยว ๆ​.."
"เปรี้ยวแล้ว​ไม่ดียังไง?" เธอถาม
"เปรี้ยวไม่ดี..กินแล้ว​ขนลุก"
มุกหัวเราะ..
"​แต่เราชอบหวาน ๆ​ มากกว่า.."
"หวานไม่ดี..กินแล้ว​​เป็นเบาหวาน"
"งั้นเธอก็​ต้อง​เป็นเบาเปรี้ยวน่ะดิ.."
เราสองหัวเราะให้แก่กัน..
...​...​...​...​.

ภาพ​ความทรงจำในวัยเด็ก..พรั่งพรูเข้ามาอย่างตั้งตัวไม่ติด
ไอศรีมสีม่วงกล่องนั้น​..ยิ่งทำให้ผมตาพร่า..
"ไอ้ติมกล่องนี้..มันหวาน ไม่เปรี้ยว ฉะนั้น​อย่ามองว่าอะไร​​ที่เคยว่าเปรี้ยว ​จะหวานไม่​ได้"
คำพูดของเธอยังก้องติดหู..
สมองมึนงง..ปวดหน่วง​ที่ต้นคอ..
คง​เป็น​เพราะ​ต้องกลั้นน้ำตา
"ทำไมเงียบ​ไป?" มุกถาม
"เปล่า..​กำลังรวบรวมคำตอบ.​กับคำถาม​ที่เธอเมล์มาถามไงล่ะ.."
มุกยิ้ม.."นึกว่าเธอไม่คิด​จะตอบซะอีก.."
"เราเพิ่งอ่านเมล์"
"จริงอ้ะ..มิน่า..เห็นเงียบ​ไป.."
"ทำไมเธอ​ต้องถามเรายังงั้น..ว่าเราคิดอย่างไง​กับเธอ.."
มุกนิ่งบ้าง..นี่​เป็นคำถาม​ที่ผมอยากรู้ นอกเหนือจาก​ที่เธออธิบาย​กับคุณแม่ของเธอไว้แล้ว​..ว่าอยากให้แน่ใจว่าผมไม่​ได้รู้สึกอย่างไร​กับเธอ
ผมอยาก​จะ​ได้ยินจากปากของเธออีกครั้ง
"น่าอายใช่ไหม?.." เธอก้มหน้า..ผมบาง​ส่วนปรกแก้ม..เผยคางมนให้เห็นรำไร
"ไม่หรอก..เราแค่อยากรู้ว่า..ทำไมเธอถึงถามอย่างนั้น​...​"
เธอยังนิ่งต่ออีกครู่..แล้ว​ก็เหมือน​จะตัดสินใจ..เงยหน้าขึ้น​..หันมามองผมด้วยสายตา​ที่พราวแสง
​เป็นดวงตา​ที่​กำลังรื้นน้ำตา
"ก็ฉันอยากรู้..ตลอดเวลา​ที่เรามีกัน​และกัน..เธอคิดอย่างไร​กับฉันแน่.."
"​ถ้าฉันบอกว่าฉันรักเธอล่ะ.?"
เธอส่ายหน้า
"เธออย่าโกหกตัวเองเลย​..​เป็น​ไปไม่​ได้หรอก..เธอน่ะหรือ​จะมารักคนอย่างฉัน"
"ทำไมคิดอย่างนั้น​.?"
"ก็เธอไม่เคยมีทีท่าสักนิด..เธอมองฉันแค่​เพื่อนคนหนึ่ง​เท่านั้น​.."
ผมนิ่ง..เห็นจริง​ไป​กับเธอด้วย..
ตลอดเวลา..ผมไม่เคยรู้ตัวเลย​ว่าผมรักผู้หญิงคนนี้..
เธอคล้าย​ส่วนประกอบในชีวิตประจำวันของผม..เหมือนนาฬิกาปลุก..ตู้เย็น..ทีวี..รถเมล์..
​ที่ไม่มีค่าอะไร​มาก​ไปกว่า​ต้องเจอะเจอ​เป็นประจำ
"แล้ว​​ถ้าเราบอกว่า..เราไม่รู้สึกอย่างไร​กับเธอล่ะ?" ผมถาม
"นั่นแหละ​..ขอฉัน​ได้ยินคำนี้..ฉัน​จะ​ได้ทำอะไร​ ๆ​ ​ได้อย่างสบายใจ.."
"พูดเหมือน​กับว่าไม่อยากให้เรารู้สึกอะไร​​กับเธอ"
มุกพยักหน้า..ยกมือปัดปอยผม..ผมแอบเห็นเธอปาดน้ำตา
"ใช่..ฉันรู้ตัวเองดี..ว่าฉันไม่ควร​จะ​ได้​ความรู้สึก​ที่เหนือกว่าคำว่า​เพื่อน ​ที่เธอให้ฉันมา​โดยตลอด.."
"ทำไม?"
"ยังมีคน​ที่ดีกว่าฉันอยู่​จนล้นโลก..อย่ามาเสียเวลา​กับฉันเลย​"
"แสดงว่าเธอไม่เคยรู้สึกอะไร​​กับเราเลย​งั้นสิ.."
มุกพยักหน้า..น้ำตากระเซ็นออกมากระทบแสงคล้ายดาวตกจากฟากฟ้า
"ใช่..ฉันเห็นเธอ​เป็นแค่​เพื่อนสนิทเท่านั้น​.."
"แล้ว​ทำไม​ต้องร้องไห้?"
มุกรีบเช็ดน้ำตา..
"เปล่าซะหน่อย​.."
ผมยิ้ม..อยาก​จะปล่อยน้ำตามาแข่ง​กับเธอนัก
​แต่ผมทำไม่​ได้
สิ่งเดียว​ที่ผม​จะทำ​ได้ในตอนนี้ ​คือ​ต้องให้​กำลังใจเธอ
ต่อสู้​กับเงื้อมมือมัจจุราช ​ที่​แม้​แต่หมอก็ยังยืนยันไม่​ได้ว่า​จะชนะ
"เธอมีอะไร​ปิดบังเราหรือเปล่า?"
​เป็นคำถาม​ที่ทำให้มุกยกมือขึ้น​ปิดหน้า..ปล่อยสะอื้นจนตัวโยน..
สายลม​ที่เคยพัดแผ่วเบา..บัดนี้นิ่งสนิท
ราว​กับทุกอย่าง​จะหยุด​เพื่อรับรู้ในเรื่อง​ของเรา
​แม้​แต่เสียงฟ้า​ที่คำรามมา​แต่ไกล..
"คุณแม่ของเธอบอกเราหมดแล้ว​.."
ประโยคนั้น​ ทำให้เธอรีบส่ายหน้า
"อย่า​ไปเชื่อคุณแม่..ฉันไม่​ได้​เป็นอะไร​.."
"มุก.." ผมเรียกสติของเธอให้กลับคืนมา ด้วยเสียง​ที่จริงจัง
"​เพื่อนคน​ที่เธอ​กำลังโกหกอยู่​นี่..ไม่มีค่าอะไร​เลย​หรือ?"
"เปล่านะ..เปล่า.."
"ทำไม​ต้องปิดบังเรา..เธอไม่เคยบอกเรามาก่อนเลย​ว่าเธอ​เป็นเนื้องอกในสมอง"
เธอยังคงสะอื้นไห้
"เราไม่คิดว่ามัน​จะ​เป็นมากขนาดนี้.."
"​ถ้าเธอปรึกษาเราตั้งแต่มัน​เป็นแรก ๆ​ บางทีพ่อของเราอาจ​จะช่วย​ได้..ท่านรู้จัก​กับหมอเก่ง ๆ​ ตั้งหลายคน.."
"ฉันไม่อยากรบกวน.."
"เธอไม่เคยเห็นฉัน​เป็น​เพื่อนเลย​ต่างหาก.."
ผมพูดอย่างน้อยใจ..
มุกยิ่งร้องไห้
"เธอเห็นเรา​เป็นมากกว่า​เพื่อน เธอบอก​กับแม่ของเธอว่าเธอรักเรา..​ถ้าเธอรักเราแล้ว​เธอทำอย่างนี้เราก็ไม่​ต้องการ​ความรักพรรค์นั้น​.."
หางเสียงผมเริ่มพร่าบ้างแล้ว​..มันเกิน​จะทนจนเกิน​ไป
​ความพยายาม​ที่​จะปิดบัง​ความรู้สึก​ที่มีต่อเธอก็หมดลงในวินาทีนั้น​
"​และ​ความคิดบ้า ๆ​ ​ที่ว่า..เธอ​จะเคลียร์ทุกอย่างไม่ให้​ใครมามีพันธะอะไร​​กับเธอ..​จะทำให้เธอเข้ารับการรักษา​ได้อย่างสบายใจนั้น​..เราขอถามหน่อย​..เธอ​ไป​เอา​ความคิดนี้มาจากไหน??"
มุกไม่ตอบ..ก้มหน้าร้องไห้..
"มี​แต่คน​เขาอยาก​ได้​ความรัก..​ความรู้สึกดี ๆ​ ​ไป​เป็น​กำลังใจ​ที่​จะต่อสู้​เพื่อ​เอาชีวิตรอด..​แต่เธอกลับตรงกันข้าม..เราอยากรู้นัก..ว่าเธอคิดอย่างนั้น​​ได้อย่างไร.."
น้ำตาของผมไหลลงมาแล้ว​..
ไหลลงมา​พร้อม​กับหยาดฝน​ที่โปรยปราย..
"ฉันแค่ไม่อยากให้​ใคร​ต้องเสียใจ​เพราะฉัน.."
"ตลก..เธอคิดว่าเรา​จะนอนตีพุงสบาย​เมื่อเธอไม่อยู่​ยังงั้นรึ? เธอคิดว่าเรา​จะไม่รู้สึกอะไร​เลย​ยังงั้นรึ?..เธอคิด​ได้ไง"
"ก็​เพราะฉันรักเธอไงล่ะ..ฉันรักเธอจนไม่อยากให้เธอ​ต้องมาเสียใจ ​ต้องมาร้องไห้​เพราะฉันไงล่ะ.."
มุกระบายออกมาด้วยเสียงปนสะอื้น..น้ำตาอาบหน้า ตางามแดงก่ำ
ผมหัวเราะ..เธอ​กำลังดูถูก​ความรู้สึกของคนอื่นอย่างร้ายแรง
"ใน​เมื่อเธอเองก็ยังอยาก​จะทำ​เพื่อให้คน​ที่เธอรักมี​ความสุข แล้ว​คน​ที่รักเธอล่ะ..เธอไม่คิดว่า​เขาอยาก​จะทำอย่างนั้น​บ้างหรือ?"
มุกมองหน้าผม..เหมือนเธอไม่เชื่อหูตัวเอง
"มุก..เรารักเธอนะ..​และ​จะไม่ยอมให้อะไร​มาพรากให้เธอ​ไปจากเรา​ได้.."
ฝนเทลงมาหนักขึ้น​..ขณะ​ที่เราสองมองหน้ากัน..
หยาดน้ำตา​และน้ำฝน..ไหลรินจนเปียกปอน
"เธอ​ต้องสู้นะ..สัญญาสิ..ไม่ว่า​จะเกิดอะไร​ขึ้น​..เธอ​จะ​ต้องสู้..สู้​เพื่อ​จะ​ได้กลับมาหาเรา..มุก..เธอสัญญานะ.." ผมสะอื้น..ดึงเธอเข้ามาสวมกอดไว้แนบใจ
"มุกสัญญา​กับเรานะ.."
...​...​...​

วันนี้​เป็นวันอะไร​หนอ?
ทำไมอยู่​ ๆ​ ผมถึงอยาก​จะร้องไห้ขึ้น​มา
ผู้ชายก็ร้องไห้​เป็นนะ..​และขอโทษ..​เมื่อร้องขึ้น​แล้ว​ก็หยุดยาก
ฉะนั้น​ผม​จะยังไม่ปล่อยน้ำตาออกมาหรอก..ให้มันตกย้อนกลับเข้า​ไปในหัวใจ..
หัวใจ​ที่แห้งผาก..​จะ​ได้แช่มชื่นขึ้น​บ้าง..
รอยระแหงแตกบิ่น..​จะ​ได้สมานขึ้น​ชั่วคราว
สูบฉีดให้มีแรง​ที่​จะหายใจต่อ​ไป
​แม้​จะหายใจ​ได้อีกไม่นาน..ก็ไม่​เป็นไร
...​...​...​..

มุกทำตามสัญญา..
​แม้ว่าหมอสุด​จะรั้งเธอไว้​ได้อีกต่อ​ไปแล้ว​ ​แต่เธอก็ไม่ยอม​ไป..
เธอรอจนกระทั่งผมเข้า​ไปกุมมือเธอ
มือ​ที่อบอุ่น..นุ่มนิ่ม..
ผมกำไว้แนบแน่น บนศีรษะพันผ้าขาว..ขนตางอนหลับพริ้ม..หยาดน้ำใสไหลจากหางตาผ่านขมับสู่ปลอกหมอน
"มุก..เราอยู่​นี่นะ.."
เธอไม่มีปฏิกริยาใด นอกเสียจากน้ำตา​ที่ไหลรินยิ่งขึ้น​ ปากซีดอยู่​ภายใต้หน้ากาก..ดูเหมือนเธอ​จะพยายาม​จะพูดอะไร​
"มุกเจ็บไหม..มุกเหนื่อยไหม.."
เสียงของผมทำให้คุณแม่ของเธอสะอื้นไห้
"มุก..เรารู้นะ..มุกรอเรา..​เป็น​เพราะเราทำให้มุกไม่ยอมแพ้..​เป็น​เพราะ​ความรักของเราทำให้มุกยังสู้อยู่​จนถึงตอนนี้.."
น้ำตาของผมไหลรดมือเธอ..ผมเกลือกใบหน้า​กับมือของเธอ
"เรารู้..มุกรักเรามาก..​แม้เรา​จะเพิ่งมารู้..​แต่ก็ไม่สายเกิน​ไปใช่ไหมล่ะ..เรายัง​ได้มีโอกาสบอกรัก​กับมุก..เรายัง​ได้มีโอกาสโอบกอดมุกไว้แนบอก.."
"เราอยาก​จะบอกมุกนะ..​ความรักของเรายิ่งใหญ่มาก..ผู้ใหญ่ของเรา​ทั้งสองฝ่ายต่างนับถือใน​ความรักของเรา..มุกภูมิใจไหมล่ะ.."
"เราภูมิใจนะ..เราภูมิใจ​ที่สุด..ตั้งแต่เด็กมาแล้ว​..เราภูมิใจเสมอ​ที่มีมุกอยู่​เคียงข้างเราตลอดเวลา.."
"จริงสิ..อีกเรื่อง​​ที่เรอยาก​จะบอก..เราลองกินไอ้ติมนั้น​แล้ว​..มันหวานจริง ๆ​ ด้วย..ไม่น่าเชื่อว่าไอ้ติมสีม่วง..​จะมีรสหวานก็​ได้..มุกพูดถูกจริง ๆ​"
"เดี๋ยวนี้..เรา​เป็นคนชอบกินเปรี้ยวแล้ว​นะ..เหมือนมุกไงล่ะ.."
สิ้นคำนั้น​..ผม​ต้องฟุบหน้า..ลง​กับมือของเธออีกครั้ง..ก้อนสะอื้นทำให้ผมพูดไม่ออก
กล้ำกลืนอย่างเต็ม​ที่..กว่า​จะเงยหน้าขึ้น​มา​ได้อีกครั้ง..
"มุกจ๋า..มุกเหนื่อยใช่ไหม..​พอดีไหมจ๊ะ​..อย่าสู้ต่อ​ไปอีกเลย​..ร่างกายของมุกไม่ไหวอีกต่อ​ไปแล้ว​.."
"มุกยอมเถอะ..ปล่อย​ไปเถอะ..​ไปสู่สุขคติ ​ไปสู่สิ่ง​ที่ดีกว่า.."
"นะ..มุกยอมเถิดนะ..เราสัญญา..เรา​จะตามหามุกให้เจอ..เรา​จะ​ได้​ไปอยู่​ด้วยกัน..ในวัน​ที่เรา​จะ​ต้องตามมุก​ไป.."
"มุก​เอา​ความรักของเรา​ไปด้วยนะ..​ความรัก​ที่ยิ่งใหญ่ของเรา.."
สิ้นคำ..เสียงตี๊ดยาวก็ดังขึ้น​จากเครื่องวัดหัวใจ
ผมทรุดร่างอย่างหมดแรงลงในวินาทีนั้น​..
...​...​...​.

วันนี้​เป็นวันอะไร​หนอ??
ทำไมน้ำตาของผมถึงไหลออกมา​ได้
มัน​เป็นวันอะไร​กัน????

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1037 Article's Rate 15 votes
ชื่อเรื่อง วันนี้เป็นวันอะไรหนอ???
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๓๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๖๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Raident [C-5177 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : 21 มิ.ย. 2548, 17.23 น.

เรื่อง​ บทภาพยนตร์ฉบับ​กิ๊วกิ้ว เขียนจบยังครับ​​เอามาให้อ่านหน่อย​ครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Poceille [C-5210 ], [202.5.84.46]
เมื่อวันที่ : 25 มิ.ย. 2548, 13.57 น.

​กำลังร้องไห้อย่างเงียบ ๆ​ ให้​กับ​ความรัก​ที่​แม้ไม่​ได้ครองคู่กัน ​แต่ก็​ได้ทันเห็นหัวใจของกัน​และกัน...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : คุณวุฒิ [C-5703 ], [203.146.196.34]
เมื่อวันที่ : 30 ส.ค. 2548, 14.29 น.

บอก​ได้คำเดียวว่า.."กระชากใจครับ​"...​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Pond [C-7119 ], [58.147.29.147]
เมื่อวันที่ : 04 มี.ค. 2549, 22.50 น.

อ่านแล้ว​ร้องไห้เลย​อ่ะ น่าสงสาร​พระเอก​กับนางเอกจัง ตอนอ่านมิน...​สาวข้างบ้านก็ร้องตอนน้องแมน...​​ไป...​ ทีนึงแล้ว​ ​จะชมว่าคนเขียน​แต่งเก่งหรือ​จะว่าคนเขียน​ที่ทำให้คนอ่านร้องไห้ดีน้อ...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : blackapple [C-7500 ], [203.153.137.152]
เมื่อวันที่ : 30 เม.ย. 2549, 21.49 น.

เรื่อง​นี้จบแบบเศร้าจัง

อ่านแล้ว​น้ำตาซึมเลย​

คุณรันเขียนเก่งมาก ๆ​

​เป็น​กำลังใจให้นะค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : สัมผัสรักในใจเรา [C-7601 ], [58.9.16.3]
เมื่อวันที่ : 10 พ.ค. 2549, 19.48 น.

อืม...​ เธอ​ไปแล้ว​ ​และ...​..​เขา​กำลังตาม​ไป

...​...​..นึกถึงนิทาน หญิง ทอผ้า ..​ที่​กำลังเฝ้าคอย ชายหนุ่ม ณ ​ที่ใด​ที่หนึ่ง​ใน..
จักรวาล

มีเพียงคำสัญญา

สัญญาว่า ..เรา​จะเคียงคู่นิรันดร์กัน


ปล. ดูแล "ใจ" เรา ให้ดีๆ​ แล้ว​ปล่อยคลื่นแห่ง​ความสุขีๆ​ ​ไปให้ ​เขา แล้ว​เราสอง​จะครองสุขีๆ​ด้วยกัน

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น