นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ มิถุนายน ๒๕๔๘
หัวใจสารภาพ
รันนรา
...กรกาจพาเธอ​​ไปสถาน​​ที่แห่งหนึ่ง​​ มืด เย็น หากสวยงาม
ประกายแสงเทียนวับแวมอยู่​​ในแก้วทรงแชมเปญ ​​ซึ่งใส่น้ำสีฟ้าไว้เพียงครึ่งใต้ต้นโมกปลอมต้นนั้น​​ เธอหลงรักผู้ชายตรงหน้าอย่างสุดหัวใจ...
กรกาจตัดสินใจโทรศัพท์หาภาวินีในวันหนึ่ง​ มีเสียงสัญญาณดังอยู่​นานกว่าเธอ​จะรับสาย
"สวัสดีครับ​ รับช้าอย่างนี้แสดงว่าไม่ว่างล่ะสิ?"
"เปล่าค่ะ​..​แต่​กำลังตะลึง​ที่พี่กรโทรหานี​เป็นครั้งแรก คาดว่าวันนี้ฝนคงตก.."
​เขาหัวเราะ
"ฝนตกหน้าหนาวเนี่ยนะ.."
"อ้าว..มันก็​เป็น​ไป​ได้พอ ๆ​ ​กับ​ที่พี่กร​เป็นฝ่ายโทรหานี ปกตินี​ต้อง​เป็นฝ่ายโทรหา ​และก็​จะ​ได้ยินคำว่าไม่มีเสียงตอบรับจากเรียกหมาย​ที่ท่านเรียกเสมอ..ว่า​แต่ว่า..พี่กรมีอะไร​หรือเปล่าคะ​?"
​เขาอึกอัก ​แต่ใน​ที่สุดก็บอกเธอ​ไป
"อยากทานข้าวด้วย นีว่างหรือเปล่า?"
"วาว.." เสียงน่ารักทางโน้นอุทานออกมา "พี่กรหลอกนีเล่นอีกแล้ว​ใช่ไหม..พอใกล้ ๆ​ ก็โทร.มาแคนเซิลทุกที.."
"คราวนี้ไม่แล้ว​ครับ​ พี่ว่างแล้ว​..วันศุกร์นี้​เป็นไง?"
"​ได้ค่ะ​.." เสียงตอบรับมาทันทีอย่างเต็มใจ "กี่โมงดี ​และ​ที่ไหนคะ​?"
ก่อนวางหู​เขายัง​ได้ยินเสียงตอกย้ำจากเธอ
"พี่กรสัญญาแล้ว​นะคะ​..ว่า​จะไม่แคนเซิล..ฉะนั้น​นี​จะไม่รับสายพี่อีกแล้ว​ จนกว่า​จะ​ได้เจอกัน.."
"สัญญาสิครับ​.."
"ดีใจจัง.."
...​...​...​...​...​...​...​...​
ตกค่ำวันศุกร์..​เขาขับรถออกจาก​ที่ทำงานด้วยจิตใจ​ที่ถ่วงหนักพิกล
ภาวินี​เป็นเด็กสาวน่ารัก ดวงตาแจ่มใส แก้มแดง​เป็นนิจ ผมสีดับขลับมัก​จะถูกเปลี่ยนทรงอยู่​เสมอ คราว​ที่​ได้เจอกันครั้งสุดท้าย..เกือบสองเดือนมาแล้ว​..​เขาจำ​ได้ว่าเธอไว้ผมยาว ​เขาเองยังชมเธอเลย​ว่าผมเธอสวย
"โอย..สวยอะไร​กัน ขี้เกียจสระ​จะตาย นี่ว่า​จะ​ไปซอยให้สั้นเสียให้รู้แล้ว​รู้รอด​ไปเลย​.."
"งั้นก็น่าเสียดาย.."
"อย่ามาพูดเลย​..พี่กรเคยสนใจเหรอว่าผมนี​จะยาว​จะสั้น​จะสวยหรือไม่สวย.."
"ก็สนใจอยู่​นี่ไง.."
เธอหัวเราะ ​ใช้มือจับปอยผมอย่างเขินอาย
ด้วยวัยเพียงยี่สิบกว่าปี ทำให้รอยยิ้ม​และ​ความคิดอ่านของเธอยังคงใสบริสุทธิ์ ​เขาเองก็ประทับใจใน​ความใสของเธอนั้น​ ​แต่สิ่ง​ที่​เขาทำ​ได้ ก็​ได้​แต่เก็บ​ความประทับใจไว้เงียบ ๆ​
​เขา​ได้รู้จักเธอจากการเข้า​ไป​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของงานเปิดตัวบริษัทฯ ​ที่เธอ​เป็นพนักงานพีอาร์อยู่​
​เขา​เป็นครีเอทีฟบริษัทโปรดักชั่นเล็ก ๆ​ แห่งหนึ่ง​
ด้วย​เพราะงานเกี่ยวข้องกัน ​ความสนิทสนมคุ้นเคยจึงเกิดขึ้น​​โดยปริยาย
​เขา​เป็นคนพูดเก่ง ยิ้มสวย บุคลิกดี จึง​เป็นเรื่อง​ปกติ​ที่​จะมีสาวสวยเคียงข้างมากกว่า 1 คน
ทุกวันนี้​เขาก็ลำบากใจในเรื่อง​นี้ ​แม้​เขา​จะไม่เคยคิดเข้าข้างตัวเอง ​แต่การแสดงออกของภาวินี บุรุษอย่าง​เขาย่อมอ่านออก
เธอ​กำลังมีใจให้​เขาไม่มากก็น้อย
...​...​

​ระหว่างการ​ได้พบกันในวันหนึ่ง​ ภาวินีถึง​กับเล่าเรื่อง​​ความรักของเธอในอดีตให้​เขาฟัง
"เราคบกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย..เราเรียนอยู่​​ที่เดียวกัน.."
"​เขา​เป็นคนหล่อ ​ใครเห็น​ใครก็ชอบ ​แม้​แต่นีเองก็ชอบ​เขา​ที่​เขาหล่อ​และดูดีเวลาเดินด้วย.."
"ไม่ใช่ว่านิสัย​เขาไม่ดี..​เขาก็ดี​กับนีนะ..ดูแลเทคแคร์ดี.."
"อันนั้น​ไม่แน่ใจ..​เขาคงมีนีคนเดียวมั้ง..อย่างน้อยก็เท่า​ที่นีรู้.."
"นีก็อยู่​เฉย ๆ​ ..อยู่​ ๆ​ ​เขาก็มาขอเลิก.."
"ใช่..​เขาขอเลิกก่อน เหตุผลก็​คือเรา​ไปด้วยกันไม่​ได้.."
"​จะให้นีทำไง..ก็ผู้ชายขอเลิก นีก็​ต้องยอมสิ.."
"เสียใจไหม..พี่ถามตลก.."
"นีร้องไห้​เป็นอาทิตย์..กว่า​จะดีขึ้น​..นึกว่า​จะเรียนไม่จบ​เพราะ​เขาซะแล้ว​.."
"เข็ดเลย​..นีเข็ดผู้ชายหล่อเลย​..ไม่​เอาอีกแล้ว​ ขอ​ใครก็​ได้​ที่ใจดี ดูแลเรา​ได้..​จะหล่อหรือไม่ไม่สำคัญแล้ว​.."
"ตอนหลังมารู้ว่าเหตุ​ที่​เขาขอเลิก​กับนี..​เพราะแม่ของ​เขาไม่ให้คบผู้หญิง.."
"น้ำเน่ามากเลย​พี่..แม่​เขา​จะให้​เขา​แต่งงาน​กับลูกสาวเจ้าหนี้รายใหญ่ของครอบครัว..นีงี้​ต้องปิดจมูกฟัง.."
"เลิกเสียใจแล้ว​ล่ะ..เสียใจก็ไม่​ได้อะไร​ขึ้น​มา.."
"ก็ยังมีโทร.หากันบ้าง..​เป็นเหมือน​เพื่อนมากกว่า ​เพื่อน​ที่ไม่ค่อย​จะสนิทเท่าไหร่.."
"แล้ว​พี่ล่ะ..มีเมียมาแล้ว​กี่คน?.."
กรกาจสะอึก ​เมื่อถูกยิงด้วยคำถามอย่างนี้
​แม้​เขา​จะไม่เคย​แต่งงาน ​แต่​เขาก็ผ่านผู้หญิงมาแล้ว​ถึงสามคน ​และทุกวันนี้ก็ยังคบกันอยู่​อีกหนึ่ง​คน
​แต่เรื่อง​อย่างนี้ ​เขาคิดว่าไม่ควร​จะเปิดเผยออก​ไป อย่างน้อย ก็​เพื่อให้​เขาดูดีในสายตาของผู้หญิงคนหนึ่ง​ตลอดเวลา
​เขาจึงแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน
"โอย..อย่างพี่​ใคร​เขา​จะมาคบ​เป็นแฟน.."
ภาวินีส่ายหน้าจนผมกระจาย
"อย่ามาโกหกเลย​..พี่ไม่อยากเล่าก็ไม่​ต้องเล่า..นีไม่เห็นอยากรู้.."
...​...​..

กรกาจ​เป็นชายหนุ่ม​ที่มีสังคมกว้างขวาง
​เขาคบคนทุกระดับ ​โดยเฉพาะ​เพื่อน​ที่เรียนมาด้วยกันนั้น​​เขา​จะ​เป็นเสมือนตัวแทนของรุ่นในการจัดกิจกรรมพบปะกันต่าง ๆ​
วันหนึ่ง​วรวุฒิ ​เพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมโทร.หา​เขา ชวน​ไปดื่มด้วยกัน​ที่ลานเบียร์แห่งหนึ่ง​
​เพื่อนของ​เขาคนนี้​เป็นคนหน้าตาธรรมดา บุคลิกก็ธรรมดา
​แต่ด้วย​ความขยันขันแข็ง​และมุ่งมั่น รวม​ทั้งการ​ใช้สอยอย่างตระหนี่ ทำให้​เพื่อนคนนี้ของ​เขาสร้างฐานะมั่นคงขึ้น​อย่างรวดเร็ว
​และทำให้​เขายังคงไม่มีผู้หญิงคู่ใจ ครองชีวิตโสดมาจนกระทั่งทุกวันนี้
ตอนหนึ่ง​ของการสนทนา วรวุฒิถึง​กับปลงชีวิตออกมา
"สาย​ไปแล้ว​ล่ะสำหรับเรื่อง​นั้น​ รถด่วนขบวนสุดท้ายของฉันออก​ไปตั้งนานแล้ว​.."
กรกาจหัวเราะ
"ไม่ขนาดนั้น​มั้ง..นายไม่จริงจังเองต่างหาก ก็เห็นควง​ใครอยู่​แว่บ ๆ​ ไม่ใช่รึ ตอนนี้​ไปไหนแล้ว​?"
"เธอ​ไปแล้ว​..ฉันผิดเองไม่รู้จักง้อคน..คิดแล้ว​ยังเสียดายเธอ​เป็นคนดี​และสวยซะด้วย.."
"เกิดอะไร​ขึ้น​ล่ะ?.."
"เจ้ากี้เจ้าการเกิน​ไป ฉันไม่ชอบคน​ที่เข้ามายุ่งเกี่ยว​กับชีวิตของฉันมาก ๆ​ ขนาดนั้น​.."
"ยกตัวอย่างซิ?"
"ก็​ที่เลิกกัน​ไป ก็​เพราะเธอไม่เห็นด้วย​ที่ฉันไม่ยอมซื้อรถ เธอบอกมัน​เป็นเรื่อง​จำ​เป็น ​แต่ฉันไม่เห็นจำ​เป็น.."
กรกาจแทบสำลักเบียร์
"เรื่อง​แค่นั้น​เอง?"
"ไม่แค่นั้น​..นายคิดดู ทุกวันนี้บ้านของฉัน​กับ​ที่ทำงานฉันก็นั่งรถไฟฟ้า​ไป​ได้สิบนาทีก็ถึง แล้ว​​จะให้ฉันมีรถทำไมไม่ทราบ ไหน​จะ​ต้องหา​ที่จอดรถ ไหน​จะค่าน้ำมันค่าดูแลรักษา ​และรถสมัยนี้ราคาต่ำกว่าล้านมีอยู่​สักกี่รุ่นกันวะ เงินทองหายาก​จะตาย.."
"นายก็พูดถูก แล้ว​นายทำไมไม่อธิบายให้เธอเข้าใจ.."
"ฉันอธิบายจนปากเปียกปากแฉะ เธอบอกว่า​แต่เพียงว่าการมีรถน่ะมันดีอย่างโง้นอย่างงี้ ​จะ​ไปเ​ที่ยวไหนก็ไม่​ต้องเช่าไม่​ต้องตีตั๋ว ​และ​จะทำให้ฉัน​กับเธอ​สามารถเจอกัน​ได้บ่อย ๆ​ .."
"เหตุผลของเธอก็ไม่แปลกนี่.."
"​ที่ทนไม่​ได้ก็​เพราะเธอควักเงินของเธอเอง​ไปจองรถให้ฉันนี่แหละ​ มันไม่ใช่เรื่อง​ของเธอ ​และ​ถ้าฉัน​จะซื้อ ฉันก็​จะ​ใช้เงินของฉันเอง.."
"แล้ว​ไง.?"
"ฉันก็ว่า​ไปคำ งอนหาย​ไปเลย​.."
"ว่า ๆ​ ไง?"
"คราวหลังอย่ามายุ่ง​กับชีวิตของฉัน.!!"
...​...​..

"​แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว​ว่ะ การอยู่​ตัวคนเดียวมันทรมานจริง ๆ​"
"ชีวิตเหมือนไม่มีค่า เงินทอง​ที่​ได้มาก็แค่ช่วยให้หายเหงา​เป็นคราว ๆ​ ​ไปเท่านั้น​.."
"ฉันอยาก​จะมี​ใครซักคน..ขอแค่คนเดียว ไม่​ต้องสวย ไม่​ต้องดีมาก ฉัน​จะทุ่มเทให้​กับ​เขาอย่างเต็ม​ที่"
"ฉัน​จะทำทุกอย่างอย่าง​ที่คนอื่น​เขาทำกัน ฉัน​จะลดลาเรื่อง​กฎระเบียบในชีวิตของฉันลงให้หมด ฉันอยาก​จะ​เป็นคนธรรมดา ๆ​ ​ที่มีครอบครัว มีลูก ​และมี​ความสุขเหมือนคนอื่น​เขา.."
ตอนท้าย..​เขายกเบียร์ขึ้น​ดื่ม กรกาจมองเห็นดวงตาของ​เขาแล้ว​สงสารจับใจ
"ฉันบอกตรง ๆ​ ฉันเหงาเหลือเกิน.."
...​...​.

ภาวิณีชูมือขึ้น​โบกให้​เขาเห็นหยอย ๆ​ ดวงหน้าเธอยิ้มร่า ผิวขาวสะอาดมองเห็น​ได้​แต่ไกล
"ดีใจจัง..​ที่วันนี้พี่กรไม่เบี้ยว.."
"โถ่..​จะต่อว่าพี่​ไปถึงไหนกัน ไอ้​ที่เบี้ยวนั่นก็ไม่​ได้เจตนา..ติดธุระจริง ๆ​ ​ทั้งนั้น​.."
"จ้า..เชื่อแล้ว​จ้า..ติดธุระ​กับสาว ๆ​ ​ทั้งนั้น​ล่ะสิ.."
​เขาหัวเราะ..ถามเธอว่าทานอะไร​หรือยัง เธอส่ายหน้า
"รอพี่มาสั่งนี่แหละ​..หิว​จะตาย.."
​เขาโบกมือเรียกบ๋อย..สั่งอาหารสองสามอย่าง แล้ว​หันมาคุย​กับหญิงสาวตรงหน้า
"งาน​เป็นอย่างไรบ้าง​ ตั้งแต่เสร็จงานวันนั้น​ พี่ไม่​ได้ข่าวอีกเลย​.."
"ก็ดีค่ะ​พี่ ลูกค้าตึม..นีแทบไม่​ได้หยุดพัก..นี่​ต้องยกให้​เป็น​ความ​สามารถของพี่ งานแกรนด์โอเพนนิ่งพี่ทำ​ได้ดีมาก คนรู้จักบริษัท​ไปทั่วประเทศ"
"ไม่จริงหรอก..​เพราะพีอาร์สาวอย่างนีต่างหาก ​ที่ช่วยดึงลูกค้ามา​ได้เยอะขนาดนั้น​.."
​ทั้งสองหัวเราะให้กัน "ว่า​แต่พี่คงไม่อยาก​จะคุย​กับนีแค่เรื่อง​นี้แน่..มีอะไร​ให้นีช่วยเหรอคะ​?"
"อะไร​กัน น่าน้อยใจชะมัด แค่อยาก​จะเจอเฉย ๆ​ ไม่​ได้เหรอ ทำไมพี่​ต้องมีธุระด้วยเหรอถึง​จะเจอ​ได้"
"ปล่าวหรอกค่ะ​ เพียง​แต่นีแปลกใจนิดหน่อย​..ปกติพี่ไม่เคยโทรนัดนีก่อน.."
จังหวะนั้น​ โทรศัพท์มือถือของ​เขาก็ดังขึ้น​
เครื่องดื่มยกมาวาง
​เขาคุยโทรศัพท์สองสามคำ
แล้ว​เชิญให้หญิงสาวทานอาหาร
...​...​...​.

เวลาผ่าน​ไปครู่หนึ่ง​ ​เขาก็เอ่ยขึ้น​
"ไม่รู้ว่านี​จะโกรธรึเปล่า ​พอดี​เพื่อนพี่โทร.มา ​เขาอยู่​แถวนี้ พอ​เขารู้ว่าพี่อยู่​​ที่นี่​เขาก็เลย​อยากเจอ พี่ชวน​เขาร่วมโต๊ะด้วย​ได้ไหม?.."
หญิงสาวทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย แล้ว​ยิ้มหวาน
"​ได้สิคะ​..ดีเสียอีก นี​จะ​ได้รู้จัก​เพื่อนของพี่​เอาไว้ เผื่อวันไหนหาตัวพี่ไม่เจอ ​จะ​ได้ถาม​เขา​ได้.."
ไม่ทันขาดคำ ชายหนุ่มคนหนึ่ง​ก็เดินตรงเข้ามา
"​เพื่อนพี่ครับ​ ​เขาชื่อวรวุฒิ ​ส่วนน้องคนนี้ชื่อภาวินี รู้จักกันไว้.."
วรวุฒิรับไหว้ภาวินี ​พร้อม​กับสำรวจ​ไปทั่วร่าง
ภาวินีรู้สึกหน้าชานิด ๆ​
แล้ว​การสนทนาก็พา​ไปสู่เรื่อง​อื่น ๆ​ จน​ทั้งสามแยกจากกัน
...​...​

"เฮ่ย..น้อง​เขาสวยดีว่ะ.."
วันรุ่งขึ้น​ วรวุฒิก็โทรศัพท์มาคุย​กับ​เขา
"ถามนายจริง ๆ​ เหอะ ทำไมนายไม่สนใจวะ?"
"ฉันพอแล้ว​ว่ะ แค่นี้ฉันก็ปวดหัว​จะตายแล้ว​.." กรกาจตอบเสียงเนือย ๆ​
"นายแน่ใจนะ ​ที่​จะยกให้ฉัน.."
"ไอ้บ้า..ยกเยิกอะไร​กัน มันแล้ว​​แต่นาย​กับเธอโว้ย ฉันแค่เปิดโอกาสให้นายพบกันเท่านั้น​ จากนี้​ไปก็แล้ว​​แต่ว่านาย​กับเธอ​จะ​ไปสานต่อกันอย่างไร ขออย่างเดียวเท่านั้น​.."
"อะไร​?"
"นาย​ต้องจริงจัง​กับเธอ อย่าให้เธอ​ต้องเสียใจ​เพราะนาย​เป็นอันขาด"
"​ได้เลย​​เพื่อน เรื่อง​นั้น​ฉันรับปากเต็ม​ที่.."
...​...​

คืนนี้​เขานั่งดื่มเบียร์เพียงคนเดียวในร้านชานกรุงแห่งหนึ่ง​
บรรยากาศ​ที่ค่อนข้างเงียบ มีเพียงเสียงเปียนโนดังกล่อมอยู่​แผ่วเบา
มุม​ที่​เขานั่ง​เป็นโต๊ะลึกสุด อยู่​ใต้ต้นโมกปลอมใบเขียวชะอุ่ม
ตรงหน้ามีถ้วยแชมเปญขนาดใหญ่ หล่อน้ำสีฟ้าไว้เพียงครึ่งแก้ว ​และจุดเทียน​ที่ลอยอยู่​ให้ส่องแสงวับแวม
ช่วงเวลาเช่นนี้..​ความรู้สึกชนิดนี้ ​เป็นสิ่ง​ที่​เขาชอบ
นานเท่าไหร่แล้ว​​ที่​เขาไม่เคย​ได้อยู่​คนเดียว..
บางครั้งคนอย่าง​เขา ก็อยากรู้จัก​ความเหงาบ้างเหมือนกัน
...​...​..

ดนตรีกล่อมด้วยบทเพลงคุ้นหู ถ่วงอารมณ์​เขาให้ลึก​ไปถึงอดีต
อดีต​ที่​เขาทำลาย​ความรู้สึกดี ๆ​ ของผู้หญิงหลาย ๆ​ คน​ที่มอบให้แก่​เขา
สิ่ง​ที่​เขาทำ​ได้​คือแค่เอ่ยคำว่าเสียใจ จากนั้น​​เขาก็ทิ้งเธอเหล่านั้น​​ไปอย่างไม่แยแส
​และคน​ที่คบกันอยู่​ในปัจจุบัน ​เขาก็เริ่ม​ที่​จะตีจาก
​เขา​เป็นคนเบื่อง่าย ​ซึ่งมา​พร้อม​กับ​ความรักง่าย หลงง่าย
บางครั้ง​เขาก็มี​ความสุขดี ​กับการ​ได้ด่าตัวเองอย่างนี้
...​...​.

ภาวินีโทรมาหา​เขาหลังจากวันนั้น​สองครั้ง ​แต่​เขาจงใจไม่รับสาย
​ส่วนวรวุฒิโทร.มาเล่า​ความคืบหน้าอย่างละเอียดยิบให้​เขาฟังจน​เขาแทบ​จะรำคาญ
"เธอรับนัดฉันแล้ว​โว้ย..เฮ้ย..ฉัน​ต้องทำไงบ้างวะ?"
"ฉันไม่สบายใจเลย​ว่ะ ดูเธอไม่ค่อยคุยค่อยพูด​กับฉันเลย​.."
"วันนี้เธอโทร.มาเองเลย​ว่าโว้ย..ถามว่าฉันสบายดีไหม..โหย..ดีใจแทบตาย เธอถามถึงนายด้วยนะ.."
ฯลฯ
...​...​.

เช้า​นี้​เขาเข้า​ไปเช็คเมล์ของตัวเอง พบข้อ​ความของภาวินีทิ้งไว้
"พี่กรหายเงียบ​ไปอีกแล้ว​นะ.."
"พี่รู้ไหม​เพื่อนพี่โทรหานีวันละ​เป็นสิบครั้ง.."
"นีก็เกรงใจ เลย​​ต้อง​ไปทานข้าว​กับ​เขาครั้งหนึ่ง​.."
"พี่ ถามจริงเหอะ ​เพื่อนพี่คนนี้เต็มหรือเปล่า?"
"พูดมาก​เป็นลิงเคี้ยวรำ ไม่เห็นเหมือนพี่เลย​.."
"พี่สบายดีใช่ไหม? ว่างแล้ว​โทรหานีบ้างนะ.."
"ไม่​ต้องนัดทานข้าวก็​ได้..แค่​ได้ยินเสียงก็ดีใจแล้ว​ล่ะ
"คิดถึงนะ.."
...​...​..

​เพราะเรื่อง​นี้หรือเปล่าทำให้​เขา​ต้องมานั่งด่าตัวเองอยู่​อย่างนี้?
​เขาปฏิเสธ
​เขาไม่​ได้รักภาวินี ​เพราะ​เขาบอกตัวเองเสมอว่า​เขาไม่ควรรักเธอ
ผู้ชายอย่าง​เขามีคุณค่าไม่พอ เด็กสาวใส ๆ​ อนาคตไกล ๆ​ เยี่ยงเธอ ย่อมหาชายคน​ที่ดีกว่า​เขา​ได้
อย่างวรวุฒิ ​แม้​เขา​จะ​เป็นคนค่อนข้าง​จะจุกจิกจู้จี้ ​แต่​เขาก็​เป็นคนดี
​เขาเชื่อว่า​ถ้าเธอเลือก​เขา ​เขา​จะทำให้เธอมี​ความสุข​ได้
​เขา​ได้​แต่หวังว่าวรวุฒิ​จะทำ​ได้สำเร็จ
...​...​.

จริงหรือว่าสิ่ง​ที่​เขาคิด​เป็นเช่นนั้น​
แล้ว​เหตุใด​เขาจึงมานั่งรู้สึกโหยหายเช่นนี้
เหมือนอะไร​บางอย่าง เหมือน​ความรู้สึกบางอย่าง ​ได้ขาดหาย​ไป
​เขา​เป็นอะไร​..​เขายังตอบตัวเองไม่​ได้
โทรศัพท์ดังขึ้น​ แฟนคนล่าสุดของ​เขาโทรเข้ามา
"พี่​จะนอนแล้ว​..พรุ่งนี้ค่อยเจอกันแล้ว​กัน.."
​เขาวางสาย..
หาก​เขาคบ​กับภาวินี ใน​ที่สุดแล้ว​คำพูดนี้ก็​ต้องพูด​กับเธอ
ใน​ที่สุด​เขาก็คงทำเธอร้องไห้
เหมือน ๆ​ ​กับผู้หญิงทุกคน​ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของ​เขา
ผู้ชายเจ้าชู้อย่าง​เขา อย่างดีก็ให้​ความสุขแก่คน​ที่หลงรัก​ได้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม
แล้ว​ทิ้งไว้​แต่คราบน้ำตา..
...​...​

คืนนี้เช่นกัน วรวุฒินัดภาวินีมานั่งฟังเพลง​ที่สวนอาหารแห่งหนึ่ง​
​เป็น​ส่วนอาหาร​ที่ไม่มีหลังคา รายล้อมด้วยต้นไม้พืชพรรณ​ที่สวยงาม
​แต่ละโต๊ะ​จะมีหลังคา​ที่มุงด้วยจากคล้ายบ้านทรงไทย มีบริกรคอยบริการอยู่​ห่าง ๆ​
​เขาคิดว่า​ที่นี่เหมาะ​ที่สุด สำหรับการ​ที่​จะทำให้เธอไว้วางใจ
ลมหนาวโชย​เป็นระยะ อาหารรสชาติถูกปาก ผู้ร่วมทานถูกใจ
​เขามี​ความสุขเหลือเกินในคืนนี้
สิ่งเดียว​ที่ทำให้​เขารู้สึกเหมือนเศษก้างเล็ก ๆ​ ติดคอ ​คือการพูดถึง "พี่กร" ของภาวินีอย่างบ่อยครั้ง
แทบ​จะตลอดเวลาก็ว่า​ได้
"นีนั่งอยู่​​กับพี่ ​แต่​ไปถามถึงอีกคนว่าสบายดีไหม ไม่รู้หรือว่าพี่ก็เสียใจ​เป็นเหมือนกันนะ.." ​เขาพูดทีเล่นทีจริง ภาวินีปิดปากหัวเราะ ดวงตาของเธอแจ่มใส ​เขามองอย่างหลงไหลไม่วางตา
"ก็นีติดต่อพี่​เขาไม่​ได้จริง ๆ​ นี่นา ตั้งแต่วันนั้น​นาน​เป็นเดือนแล้ว​ พี่​เขาหาย​ไปเลย​ โทร.​ไปก็ไม่ติด เมล์​ไปก็ไม่ตอบ นีก็กลัวว่า​เขา​จะ​เป็นอะไร​​ไป.."
"มันไม่​เป็นอะไร​หรอก..หมอนี่แฟนมันเยอะ คง​จะอยู่​​กับ​ใครคนใดคนหนึ่ง​ล่ะสิถึง​ต้องปิดโทรศัพท์"
​เขาบอกตัวเองว่าสิ่ง​ที่​เขาพูด​เป็นเรื่อง​จริง ​แม้ว่า​จะ​เป็นเรื่อง​ไม่ควรพูดอยู่​สักหน่อย​ก็ตาม ​แต่กรกาจเองก็ไม่​ได้หวังจีบภาวินีอยู่​แล้ว​ จึงไม่น่า​จะเสียหายอะไร​
ภาวินีทำตาโต ถามต่อว่า
"จริงเหรอพี่ พี่กร​เขามีแฟนเยอะแยะเลย​เหรอ กี่คนกันคะ​?"
"สี่.." วรวุฒิยกนิ้วประกอบ "ดีไม่ดีตอนนี้​เป็นห้า​ไปแล้ว​ด้วยซ้ำ เรื่อง​ผู้หญิง​เขาเก่งไม่เหมือนพี่ แก่จนป่านนี้ยังไม่มีแฟนเลย​.."
เธอหัวเราะตาม​เขา​ไปด้วย ​แต่แทน​ที่เธอ​จะพูดเรื่อง​​เขาต่อ กลับ​เป็น"..พี่​เขาน่ารัก..ก็​เป็นธรรมดา​ที่​ต้องมีผู้หญิงตามชอบเยอะแยะ.."
วรวุฒิยิ้มแห้ง..กลั้นใจสวนกลับ​ไปด้วยคำถาม​ที่​เขาเองก็คิด​ไปไม่ถึงเหมือนกันว่า​เขา​จะกล้า
"​แม้​แต่นีเอง..ก็ชอบ​เขาอยู่​เหมือนกันใช่ไหมครับ​?"
...​...​...​.

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น​ เบอร์นี้​เป็นเบอร์​ที่​เขา​จะให้เฉพาะ​เพื่อน ​และผู้หญิงบางคนเท่านั้น​ ​เพื่อป้องกันการเกิดเรื่อง​เข้าใจผิดในทุกกรณี
​เป็นวรวุฒิโทรมา
​เขาเหลือบมองนาฬิกา เกือบห้าทุ่มเข้า​ไปแล้ว​ วรวุฒิ​จะไม่เคยโทรหา​เขาตอนดึก ๆ​ เว้น​แต่​จะมีเรื่อง​อะไร​​ที่เร่งด่วน
ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่อง​เร่งด่วน หาก​เป็นเรื่อง​​ที่ควรยินดี
"นีรับรักฉันแล้ว​โว้ย...​"
​เป็นเสียง​ที่เต็ม​ไปด้วย​ความสุขของ​เพื่อนรักของ​เขา
"อย่างนี้ฉัน​ต้องเลี้ยงฉลองขอบคุณนายหนึ่ง​มื้อ ​เมื่อไหร่​ที่ไหนว่ามา​ได้เลย​.."
หางเสียงของ​เขาพร่า​ไปเล็กน้อย.
"รวดเร็วดีจริง ๆ​ นายแน่มาก.."
...​...​...​.

วรวุฒิวางโทรศัพท์ ​เขาจำ​เป็น​ต้องทำเช่นนี้
อย่างน้อย​เขา​ต้องกำจัดฝ่ายชายให้​ได้อย่างเด็ดขาด ​ส่วนฝ่ายหญิง​เขาเชื่อว่าสิ่ง​ที่​เขา​กำลังทุ่มเทอยู่​นี้ ​จะทำให้เธอหันมารัก​เขา​ได้
​แม้คำตอบของเธอยังคงก้องอยู่​ในหู
"พี่กร​เป็นคนเก่ง น่ารัก..​ใครก็​ต้องชอบ​เป็นธรรมดาอยู่​แล้ว​นี่คะ​.."
...​...​...​.

ภาวินีขับรถกลับบ้านด้วยหัวใจ​ที่ว้าวุ่น
"นีไม่รู้อะไร​ กรกาจนั้น​ร้ายกาจสมชื่อจริง ๆ​.." วรวุฒิพูดให้เธอฟัง
"ผู้หญิงของ​เขาพี่รู้จักอยู่​หลายคน ​แต่ละคนโดน​เขาทำเจ็บแสบนัก.."
"​แต่​เพราะพี่​เป็น​เพื่อนของ​เขา พี่จึงพูดมากไม่​ได้ ​แต่พี่ก็อด​เป็นห่วงนีไม่​ได้.."
"เชื่อพี่เหอะ..อยู่​ห่าง ๆ​ ​เขา​เอาไว้ดีกว่า.."
เธอรู้สึกแปลกใจบางอย่างจึงถามออก​ไป
"พี่มาบอกเรื่อง​นี้​กับนีทำไมคะ​?"
"ก็พี่ชอบนีน่ะสิ..ชอบตั้งแต่แรกเห็น..นีก็น่า​จะรู้ดี.."
เธอ​ได้​แต่เปิดเสียงวิทยุในรถให้ดังขึ้น​ ​เพื่อกลบเสียงในหัวนั้น​​ไป
"เพียงแค่พื้น​ที่เล็ก ๆ​ ข้างห้อง...​.หัวใจ
ไม่จำ​เป็น​ต้องเหลือบมองด้วยซ้ำ
เว้นให้ฉันยืนดูเธอฉันก็สุขล้ำ
ขอเพียงอย่าตอกย้ำ..ว่าฉันไม่คู่ควร...​"
เธอกดล๊อกให้เพลงนั้น​ดังซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่า
​และรู้สึกว่า​บ้านของเธออยู่​ไกลเหลือเกิน
...​...​...​...​
ขณะขับรถกลับบ้าน กรกาจรู้สึกตัวเองว่าหงุดหงิดมาก​ไปหน่อย​
เด็กขับรถมาส่งช้า ​เขาก็พาลไม่ให้ทิป​ไปเสียเลย​
รถคันข้างหน้าไม่ยอมให้สัญญาณไฟเลี้ยว ​เขาสบถออกมาคำหนึ่ง​แล้ว​กดแตรลั่นถนน
ทุกอย่างดู​จะขวางหูขวางตา​เขา​ไปเสียหมด
​เมื่อถึง​ที่จอดรถ ​เขาปิดประตูรถเต็มแรง อารมณ์เสียจี๋ขึ้น​มาทันที ​เพราะ​ที่จอดรถข้าง ๆ​ นั้น​มีรถของมลชนกจอดอยู่​
เธอ​เป็นผู้หญิงคนล่าสุดของ​เขา
ตอนนี้​เขาไม่มีอารมณ์​จะพบ​ใคร​ทั้งนั้น​
เ​ที่ยงคืนกว่า..ไม่น่าเชื่อว่าเธอ​จะอยู่​รอ​เพื่อ​ที่​จะพบ​เขาอย่างนี้
หรือมีอะไร​เกิดขึ้น​?
...​...​

น้ำตา​คือคำตอบ
หญิงสาวผมสั้นแนบศีรษะ ดวงตาเอ่อล้นแดงกร่ำดุจผ่านการร่ำไห้มาเนิ่นนาน นั่งรอ​เขาอยู่​แล้ว​บนโซฟา
"ไหนพี่บอกว่า​จะนอน..พี่​ไปไหนมา?"
"บังเอิญ​เพื่อนชวนออก​ไปดื่มกันนิดหน่อย​..นกมีอะไร​รึเปล่า?"
เธอยิ่งร้องไห้หนักขึ้น​..
​เขาดึงศีรษะเธอมาแนบซอกคอ ​ความนุ่มนวลของ​เขาเยี่ยงนี้ชนะใจผู้หญิงทุกคนมาแล้ว​
"นกท้อง!!"
​เขาใจหายวูบ สิ่ง​ที่​เขากลัว​กำลังเกิดขึ้น​จริง ๆ​ แล้ว​
​ความสัมพันธ์​ระหว่าง​เขา​กับมลชนก มี​ความลึกซึ้งกันมานานหลายเดือน
​เขาผิดเอง​ที่​เขาไม่รู้จักหยุดยั้ง​ความ​ต้องการของตัวเอง
เริ่ม​ไป​โดยไม่​ได้คิดถึงผล​ที่​จะตามมา
เริ่มตามอารมณ์ผู้ชายเหมือนภมร​ที่อดไม่​ได้​ต้องลิ้มรสเกสร
"นกแน่ใจหรือ?"
เธอพยักหน้า ​เขาฝืนยิ้ม สิ่ง​ที่​ต้องทำตอนนี้ก็​คือแสดง​ความรับผิดชอบ
​แม้​เขา​จะ​เป็นคนไม่ดี ​แต่ไม่ถึง​กับเลวจนไม่รับผิดชอบการกระทำของตนเอง
"ก็ดีแล้ว​นี่จ๊ะ​..แล้ว​นกร้องไห้ทำไม?"
เธอสะอื้น "นกกลัว..นกคบ​กับพี่กรทางบ้านไม่มี​ใครรู้ อยู่​ ๆ​ ท้องขึ้น​มาอย่างนี้พวก​เขาคงไม่ยอมแน่.."
​เขานิ่ง​ไป คิดถึงปัญหาข้างหน้าแล้ว​อดถอนใจออกมาไม่​ได้
มลชนก​เป็นเด็กสาว​ที่เพิ่งเรียนจบมา​ได้ไม่นาน
เธอมาสมัครงาน​ที่บริษัท​เขา ​เขานั่นเอง​ที่​เป็นคนสอบสัมภาษณ์เธอ ​และอนุมัติให้เธอเข้าทำงาน
ช่วงนั้น​​เขามีแฟน​เป็นตัว​เป็นตนอยู่​แล้ว​
​แต่ด้วย​ความสนิทสนม​ที่ก่อตัวขึ้น​จาก​ความใกล้ชิดทำให้​เขาอดรักเธอไม่​ได้
​เมื่อแฟนของ​เขาจับ​ได้..สิ่ง​ที่เหลือ​คือผู้หญิงคนนี้
​เป็นผู้หญิง​ที่​เขาเลือก..​ส่วนแฟนเก่าของ​เขา​คือผู้หญิง​ที่​เขาทิ้ง
ทุกวันนี้ผู้หญิง​ที่​เขาทิ้ง..​แต่งงาน​ไปแล้ว​​กับลูกชายของคหบดีผู้มั่งคั่งคนหนึ่ง​
​เขายัง​ได้รับการ์ดจากเธอ ​พร้อม​กับคำเชิญสั้น ๆ​ เขียนด้วยลายมือ​ที่คุ้นตา
"ขอบคุณ​ที่คุณไม่เลือกฉัน ​เพราะทำให้ฉันมีวันทีดีอย่างวันนี้..​ถ้าว่างก็ขอเชิญนะคะ​"
...​...​..
​เขารับการ:-)ดันเยี่ยงนั้น​​ได้​เป็นอย่างดี
เจ้าบ่าวของเธอคนนั้น​..แฟนเก่าของ​เขา..เทียว​ไปเทียวมานอกสายตา​เขาบ่อย ๆ​
การเลิกลากันด้วยการให้คนคิดว่า​เขา​เป็นฝ่ายผิด มันควร​เป็นสิ่ง​ที่ลูกผู้ชายอย่าง​เขา​ต้องทำ
ดีกว่าการเลิกลากัน​เพราะจับ​ได้ถึง​ความไม่รู้จักพอของฝ่ายหญิง
อย่างน้อยก็ควร​จะให้เกียรติผู้หญิงคนหนึ่ง​​ที่​เขารัก หรือเคยรัก
นี่จึง​เป็นสิ่ง​ที่คนไม่ดีอย่าง​เขาพอ​จะทำ​ได้
...​...​.

มลชนกรัก​เขามาก ทุ่มเทให้​กับ​เขาทุกอย่าง ​แม้​จะถูกตราหน้าว่าแย่งแฟนคนอื่น
​เพื่อร่วมงานทุกคนในบริษัท ต่างก็รู้ว่า​เขามีแฟนอยู่​แล้ว​ มลชนกจึงถูกมองด้วยสายตา​ที่หลากหลาย​ความรู้สึก
บ้างเห็นใจ บ้างดูถูกเหยียดหยาม บ้างดูหมิ่นดูแคลน
เด็กสาวใสสะอาด​ที่เพิ่งก้าวจากรั้วมหาวิทยาลัย ถูก​เขาสาดโคลนสกปรกเข้าใส่จนเธอแทบล้ม​ทั้งยืน
ด้วยรัก​ที่มีต่อ​เขา เธอยอมรับสิ่งสกปรกนั้น​อย่างเข้มแข็ง​และอดทน
​ส่วน​เขา สิ่ง​ที่ให้แก่เธอ​ได้ กลับกลาย​เป็นเรื่อง​นี้
เรื่อง​​ที่ผู้หญิงทุกคนกลัว​ที่สุดในชีวิต
ท้อง​โดย​ที่ยังไม่​ได้​แต่งงาน!!!
...​...​

อาการสะอื้นไห้สะท้านมา​เป็นระยะจากร่างอุ่นของมลชนกในอ้อมกอดของ​เขา
ผู้หญิง​ที่บอบบางเยี่ยงนี้ ​เขาทำลายเธอลงคอ​ได้อย่างไร??
​เขายังมีหน้า​ไปคิดถึงภาวินี เหมือนหมาหวงก้างเช่นนั้น​​ได้อย่างไร?
​ความคิดนี้ทำให้​เขาเกลียดตัวเองมากยิ่งขึ้น​
เกลียดชนิด​ที่ไม่​สามารถให้อภัยตัวเอง​ได้อีกแล้ว​..
อ้อมกอดกระชับแน่น..อย่างน้อย สิ่ง​ที่​เขาทำให้​กับภาวินี​และ​เพื่อนรัก ก็ถือ​เป็นเรื่อง​​ที่ถูก​ต้อง
ภาวินีไม่ควรเข้ามาในชีวิตของ​เขา
มลชนก​จะ​ต้อง​เป็นผู้หญิงคนสุดท้ายของ​เขา ไม่ว่า​จะเกิดอะไร​ขึ้น​ก็ตาม
ปลายนิ้วปาดน้ำตาของเธอเพียงแผ่วเบา
บรรจงจูบ​ที่เปลือกตานั้น​ด้วยหัวใจ​ทั้งหมด​ที่มี
"พี่รักนก พี่​จะรับผิดชอบทุกอย่าง พี่​จะ​แต่งงาน​กับนก.."
สิ้นคำพูดนั้น​ ​ความรู้สึกโหยหา​ที่เคยมีให้แก่ภาวินี ถูกเก็บกดลึกเข้าไว้ในก้นบึ้งของหัวใจในทันที
​เขาตัดสินใจแล้ว​!!!
...​...​.

หลังจากล้มตัวลงนอน สิ่ง​ที่เก็บอยู่​ในสมองก็พรั่งพรูออกมาราวเทน้ำจากขันใบใหญ่
ทำไมภาวินี​จะไม่เข้าใจ ว่าสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​ในหัวใจของเธอนั้น​​เป็นเรื่อง​​ที่ไม่ถูก​ต้อง
เธอรู้อยู่​เต็มอก ว่าพี่กรของเธอ ไม่ใช่ผู้ชายโสด ​แม้กรกาจ​จะไม่เคยเอ่ยถึงผู้หญิงคนอื่นให้เธอฟัง
​แต่สุดห้ามใจรัก..​ความรักครั้งนี้ของเธอรุนแรงกว่าครั้งแรกเสียด้วยซ้ำ
บุคลิก​ที่นุ่มนวล การพูดจา​ที่สุภาพ ดวงตา​ที่อ่อนโยน​เป็นนิจ ​และ​ความ​สามารถ​ที่ดีเยี่ยมเช่นนี้
มีผู้หญิงใดบ้าง​ที่​จะปฏิเสธ​เขา​ได้
หลังจบงานเลี้ยงฉลอง​ความสำเร็จ จากการร่วมกันจัดงานแกรนด์โอเพนนิ่งให้แก่บริษัทของเธอ
กรกาจอาสา​ไปส่งเธอ​ที่บ้าน อ้างว่าเธอหน้าแดงอย่างไม่น่าไว้วางใจว่า​จะขับรถไหว
เธอไม่ปฏิเสธ อย่างน้อยฤทธิไวน์ก็ทำให้การปฏิเสธเกิดขึ้น​​ได้ยากขึ้น​
ขณะอยู่​กันสองต่อสอง กรกาจขอมือเธอ​ไปจับ กระชับแน่น อบอุ่นหากเข้มแข็ง ทำ​เอาเธอใจหวิว
"ขอจับมือแสดง​ความยินดี​กับผลสำเร็จหน่อย​ครับ​ คุณนีทำให้งานของผมสำเร็จอย่างดีเยี่ยม ผมขอบคุณจริง ๆ​"
"นีต่างหาก​ที่​ต้องขอบคุณพี่กร แล้ว​เลิกเรียกนีว่าคุณ​ได้แล้ว​นะคะ​.."
​เขาหัวเราะ คงดื่ม​ไปบ้าง กลิ่นแอลกอฮอล์โชยมาบาง ๆ​
"คุณนี..เอ้อ..นี​จะกลับบ้านเลย​หรือเรา​จะ​ไปฉลอง​ที่อื่นกันต่อดีครับ​?.."
เธอลืมดึงมือกลับ ​และลืม​ไปว่าสิ่ง​ที่ควร​ต้องทำ​คือการกลับบ้าน
"แล้ว​​แต่พี่กรสิคะ​..นีบอกทางบ้านไว้แล้ว​ว่าวันนี้​จะกลับดึก.."
...​..

กรกาจพาเธอ​ไปสถาน​ที่แห่งหนึ่ง​ มืด เย็น หากสวยงาม
ประกายแสงเทียนวับแวมอยู่​ในแก้วทรงแชมเปญ ​ซึ่งใส่น้ำสีฟ้าไว้เพียงครึ่ง
ใต้ต้นโมกปลอมต้นนั้น​ เธอหลงรักผู้ชายตรงหน้าอย่างสุดหัวใจ
​เขาคุยเก่ง ยิ้มง่าย พาเธอแหวกว่าย​ไปในสายธาราของ​ความสุข ​ความสดชื่นอย่าง​ที่เธอไม่เคย​ได้รับมาก่อน
​แม้​แต่จากแฟนคนแรกของเธอเอง
"ระวังเมานะครับ​..ไม่งั้นพี่คง​ต้องอุ้มนีเข้าบ้าน คุณพ่อของนีคงตกใจแย่.."
เธอหัวเราะ ยกเครื่องดื่มขึ้น​จิบเหมือน​จะท้าทาย​เขา
"พี่กรอุ้มนีไม่ไหวหรอก..ต่อร้อย​เอาหนึ่ง​.."
"อย่าท้านะ ​จะให้อุ้มตอนนี้เลย​ก็​ได้.."
"เก่งจริงก็อุ้มสิเอ้า.."
...​...​
​เขาอุ้มเธอจริง ๆ​ ​แต่ไม่​ได้อุ้มเข้าบ้านของเธอ
​เขาอุ้มเธอ​ที่บ้านของ​เขา
​ทั้งสองเมา​ได้​ที่ เมาจนลืมสิ่ง​ที่ถูก​ที่ควร​ไปเสียสิ้น..
​เขาวางเธออย่างทนุถนอมบนโซฟา..แลกเปลี่ยนกลิ่นลมหายใจกัน​และกันด้วยอาการสบตานิ่งอยู่​เนิ่นนาน
ภาวินีพยายามเรียกสติกลับคืน หากไร้ผลทันที​ที่ถูกสัมผัสจากริมฝีปากของ​เขา..
มันร้อน...​มันเย็น..มันเต็ม​ไปด้วย​ความรู้สึก​ที่แปลกใหม่
เธออ่อนระทวย​ไป​ทั้งร่าง
​แต่แล้ว​..ธาราแห่ง​ความสุขของเธอก็หยุดไหลอย่างกระทันหัน
​เขาถอนใบหน้าออกจากร่างของเธอ ​ใช้มือเก็บปัดเสื้อผ้าของเธอให้เรียบร้อย​
"นีควรกลับบ้าน​ได้แล้ว​..นี่มันดึกมาก..เดี๋ยวทางบ้าน​จะ​เป็นห่วง.."
เธอยังทำอะไร​ไม่ถูก..คิดอะไร​ไม่ออก
"พี่ขอโทษ​ที่ทำอย่างนี้..เราไม่ควรให้มันเกิดขึ้น​.."
"เชื่อพี่เถอะ..แล้ว​วันหนึ่ง​นี​จะขอบคุณพี่เอง.."
...​...​.

ภาวินียกมือแตะริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว
รสชาติแห่งการสัมผัสนั้น​ยังติดตรึงอยู่​มิรู้วาย
สองสามวันจากวันนั้น​ เธอพยายามค้นหาคำตอบ
สิ่ง​ที่เธอ​ได้รับจาก​เขาก็​คือ การพยายามเหินห่าง ไม่พยายามใกล้ชิดสนิทสนม​กับเธออีก
สิ่ง​ที่เธอทำ​ได้ ก็เพียงการโทรหา​เขาทุกวัน ​แม้​เขา​จะไม่เปิดเครื่อง การเมล์หา​เขาบ่อย ๆ​ ​แม้​เขา​จะไม่​ได้ตอบเธอ
​กับบทสรุปในใจของเธอเอง​ที่ว่า..พี่กรคงมีผู้หญิงอื่นอยู่​แล้ว​..พี่​เขาจึงไม่สนใจเรา
​เขา​เป็นสุภาพบุรุษพอ พอ​ที่​จะไม่ทำลายผู้หญิงอย่างเรา
ทำให้เธอยิ่งหลงรัก​เขามากยิ่งขึ้น​
รัก​โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน รักเพียง​เพื่อให้​ได้รักเท่านั้น​
...​...​

เธอแปลกใจมาก ในสิ่ง​ที่วรวุฒิพูดให้เธอฟัง
สุภาพบุรุษอย่างพี่กร ​จะทำร้ายผู้หญิง​ได้ถึงสามสี่คนเชียวหรือ?
แล้ว​ทำไมเธอ เธอผู้​ซึ่งทำตัว​เป็นเหมือนก้อนเนื้อนิ่งนอนอยู่​บนเขียงให้​เขาเถือ กลับรอดมา​ได้
​เป็น​ความโชคดีของเธอ..หรือสิ่ง​ที่เธอ​ได้ยินมานั้น​​เป็นเรื่อง​ไม่จริง??
...​...​

ขึ้น​ชื่อว่า​ความรัก องค์ประกอบของมันมีอะไร​บ้าง?
​ใครล่ะ​จะตอบ​ได้?
​ความรัก​ที่เกิดจาก​ความใกล้ชิด มักทำลายรักแท้​ที่​ใช้เวลาก่อเกิดมาเนิ่นนาน
​ความรัก​ที่รวดเร็ว บางครั้งก็มีคุณค่ากว่า​ความรัก​ที่เนิบช้า
​ความรักแท้​ที่ห่างไกล ย่อมพ่ายแพ้ต่อ​ความรัก​ที่ลุกโหม รุนแรงอยู่​เคียงใกล้
หัวใจ​ที่ซื่อตรง..​ที่ถูกโยกคลอนด้วยพลังแห่งเงินตรา..​และพลังแห่งตัณหา ..ย่อมโคลงเคลง สับสน
กว่า​จะแยก​ได้ว่าสิ่งไหน​คือรักแท้ ​ความรู้สึกใด​คือรักเทียม หลายคนอาจ​จะผ่านช่วงเวลา​ที่สำคัญของชีวิต​ไปแล้ว​
กรกาจก็เช่นกัน
...​...​

วรวุฒิโทรหา​เขา ในเช้า​วันรุ่งขึ้น​
นัด​เขาพบตอนค่ำ ​เพื่อดื่มฉลอง​ความสำเร็จ
​เขาไม่​ได้ถามว่าภาวินี​จะ​ไปด้วยหรือไม่ ​เพราะคิดว่า​ต้อง​ไปด้วยอยู่​แล้ว​ ใน​เมื่อ​ทั้งสองตกลง​เป็นแฟนกันแล้ว​
ตกบ่าย ​จะด้วยเหตุอะไร​​เขาก็ไม่รู้ตัวเอง ​เขาเปลี่ยนซิมการ์ด​เป็นเบอร์​ที่​เขามัก​จะไม่​ได้​ใช้
ครู่เดียว ภาวินีก็โทรเข้ามาหา​เขา
"ว๊าว..แผ่นดินถล่มแน่ ๆ​ เลย​ วันนี้พี่กรเปิดมือถือ.."
"เสียงใสเชียวนะวันนี้.."
"ก็ดีใจนี่คะ​..ดีใจ​ที่​ได้คุย​กับพี่กรเสียที.."
"ดีใจเรื่อง​อื่นสิไม่ว่า.."
"เรื่อง​อะไร​คะ​?"
"อย่ามาทำไก๊หน่อย​เลย​..​เอาเถอะ เจอกันวันนี้​จะแซวให้อายม้วนทีเดียว.."
"เย้..วันนี้พี่กร​จะเจอนีเหรอคะ​..​ที่ไหนคะ​ กี่โมง..??"
​เขาแปลกใจ
"อ้าว..วุฒิไม่​ได้ชวนนีด้วยเหรอ..ค่ำนี้​เขานัดพบพี่​เอาไว้?"
"จริงเหรอคะ​..แหมดีใจจัง..งั้นเย็นนี้เจอกันนะคะ​.."
แล้ว​เธอก็วางหู​ไป
วางหู​ไป​โดยไม่สนใจว่า​เขา​กับวรวุฒินัดกัน​เนื่องจากอะไร​ เธอสนใจอย่างเดียว​ที่​จะ​ได้เจอ​เขาเท่านั้น​
หากเธอสนใจมากกว่านี้ บางที...​
บางที..เรื่อง​ก็คงไม่​เป็นเช่นนี้..
...​...​...​...​...​..

วรวุฒิมาสาย
กรกาจพบภาวินีก่อน ​ทั้งสองนั่งสั่งอาหารรองท้อง
"พี่ดีใจด้วยนะครับ​ ขอยืนยันว่าวรวุฒิ​เป็นคนดีจริง ๆ​.."
ภาวินีขมวดคิ้ว..
"วันนี้พี่กรพูดแปลก.."
"พี่เชื่อว่านิสัยบางอย่างของ​เขา​ที่ไม่ดี ​จะ​ได้​ความอ่อนหวานจากนีมาขัดเกลาให้ดีขึ้น​​ได้.."
เธอขมวดคิ้วหนักขึ้น​
"​เขามีการงาน​ที่มั่นคง..อ้อ..เรื่อง​นี้นีคงรู้แล้ว​..แฟนกัน​จะไม่รู้เรื่อง​ของกัน​และกัน​ได้อย่างไง.."
คิ้ว​ที่ขมวดเริ่มคลาย เธอเริ่ม​จะเข้าใจอะไร​​ได้บ้างแล้ว​..
"​ที่สำคัญก็​คือ​เขา​เป็นคนไม่เจ้าชู้ รักเดียวใจเดียว เหล้ายาปลาปิ้งก็ไม่ถึง​กับหนักนัก.."
​เขาพูด​ไปเรื่อยเหมือน​กับ​จะตอกย้ำหัวใจตัวเอง ​โดยหารู้ไม่ว่าสีหน้าของภาวินีเริ่มเปลี่ยนแปลง
"พี่กรทำอย่างนี้ทำไม?" ​เป็นเสียงเข้ม​ที่​เขาไม่เคย​ได้ยินจากภาวินีมาก่อน
"ทำอะไร​?"
เธอลุกขึ้น​ยืน หน้าแดงสลับซีด
"เจตนาของพี่..พี่​กำลังยัดเยียด​เพื่อนของพี่ให้นีใช่ไหม?"
"เอ๊ะ!!.."
"นี​จะบอกพี่​เอาไว้..​แม้ว่าพี่​จะไม่รักนีเลย​สักนิด นียังเสียใจไม่เท่า​กับว่าพี่​ต้องการกำจัดนีออกจากชีวิตของพี่​โดยเสือกใสนี​ไปให้คนอื่นอย่างนี้.."
เธอปาดน้ำตา
"ขอบคุณมากค่ะ​..ขอบคุณมาก.." เสียงสั่นพร่า ฝืนสีหน้าให้​เป็นปกติ แล้ว​เดินจาก​ไป
กรกาจตะลึงเกินกว่า​จะฉุดรั้งไว้​ได้
วรวุฒิเดินเข้ามา​พอดี ​เขาสวนทาง​กับภาวินี​พอดี
"อ้าวนี..มาไงกันนี่?.."
ภาวินีคว้าแขน​เขาไว้ ประคองแนบกายอย่างเสแสร้ง
"นีไม่ชอบร้านนี้ พี่วุฒิพานี​ไปหาร้านอื่นนั่งคุยกันดีกว่า วันนี้นีอยากฟังเพลง อยากฟัง​กับพี่วุฒิสองคนเท่านั้น​.."
วรวุฒิมอง​ไปมองมา​ระหว่างกรกาจ​กับภาวินีอย่างไม่เข้าใจ
​แต่​เขาไม่จำ​เป็น​ต้องเข้าใจ
​เมื่อทุกอย่างเข้าทางอย่างนี้ สิ่ง​ที่​เขาควรทำก็​คือรีบร่วมทาง​ไป​โดยเร็ว
ก่อนจาก ​เขาลอบขยิบตาให้​กับกรกาจ
ราว​กับ​จะพูดว่า
"เห็นไหม..ว่าฉันทำ​ได้จริง ๆ​"
...​...​.
ครั้งนี้​เป็นครั้ง​ที่สอง​ที่​เขาดื่มอย่างหนัก
จำ​ได้ว่าครั้งแรก​ที่​เขาเมา​ที่สุด ก็​เป็นครั้ง​ที่​เขาเสียแฟนคนแรก​ไป
เธอ​กับ​เขาทะเลาะกัน..ทะเลาะกันด้วยเรื่อง​หึงหวงผู้หญิงอื่น ผู้หญิง​ที่​เขาบังเอิญ​ต้องเทคแคร์​เนื่องจาก​เป็นลูกของ​เพื่อนของมารดา​เขา
เธอไม่ยอมเข้าใจ ประชด​เขาด้วยการขับรถเร็ว ​ทั้ง​ที่เธอเพิ่งหัดขับรถ​ได้ไม่นาน
เธอแย่งกุญแจรถจากมือของ​เขา ขึ้น​รถ สตาร์ทเครื่อง แล้ว​เสียหลักชนโครมเข้า​กับรถ​ที่​กำลังแล่นมาอย่างแรง
เลือดของเธอไหลรินจนท่วมร่างของ​เขา ขณะ​ที่อุ้มเธอเรียกรถแท๊กซี่คันแล้ว​คันเล่าให้​ไปส่ง​ที่โรงพยาบาล
ช้า​ไป..เธอขาดใจตายคาอ้อมกอดของ​เขา​ไปแล้ว​
​เขาโทษตัวเอง..​ใคร ๆ​ ก็โทษ​เขา
เธอตาย​เพราะ​เขาแท้ ๆ​!!
...​...​.

พยายามยันกายลุกขึ้น​​เพื่อ​จะกลับบ้าน
​ความเมาทำให้​เขายืนแทบไม่ติด สูดลมหายใจให้ลึกเข้าไว้ มันช่วย​ได้​แต่ไม่นาน
กว่า​จะมาถึงรถ..​เขา​ใช้เวลาเกือบสิบนาที
ภาพสีหน้าแสดงการเสียใจอย่างสุดซึ้งของภาวินี ยังคงวนเวียนอยู่​ในหัว
อีกแล้ว​หรือนี่?? ​เขา​กำลัง​จะทำลายผู้หญิง​โดยไม่เจตนาอีกคนหนึ่ง​แล้ว​หรือนี่?
ทำไมผู้หญิงจึงชอบประชด ทำไมผู้หญิงจึงไม่มีเหตุผลบ้างเลย​???
ทำไม?...​
...​...​

คืนเดียวกันนั้น​ มลชนกตัดสินใจทานยาชนิดหนึ่ง​
​ใครหลายคนบอกเธอว่า ​จะช่วยทำให้การตั้งครรภ์ล้มเหลว
เธอไม่กล้า​จะ​เอาเรื่อง​นี้มาบอกคุณพ่อของเธอ ​แม้ว่ากรกาจเองก็​พร้อม​จะ​แต่งงาน​กับเธอก็ตาม
คุณพ่อของเธอ​เป็นโรคหัวใจ ท่านคงรับไม่​ได้​กับเรื่อง​นี้
ตลอดเวลา​ที่ผ่านมาตั้งแต่เล็กจนโต เธอ​เป็นเด็กดีในสายตาของท่าน
พี่กรของเธอไม่เคยรู้ ว่าคุณพ่อหวังให้เธอ​แต่งงาน​กับ​ใครคนหนึ่ง​ ​ที่ไม่ใช่​เขา
เธอ​ซึ่ง​เป็นคน​ที่อยู่​ในโอวาทเสมอมาในสายตาของคุณพ่อ กลับ​ไปท้อง​กับผู้ชายคนอื่นอย่างนี้
โรคหัวใจของท่านคงกำเริบ เธอไม่อยาก​จะ​เป็นลูกอกตัญญู​ที่ฆ่าพ่อของตัวเอง
ตัวยาแผ่ซ่านจากปากลงสู่กระเพาะ
เธอหวังว่าทุกอย่างคงดีขึ้น​ เธอ​จะบอก​กับกรกาจว่าเธอแท้ง​ไปแล้ว​..เรื่อง​​แต่งงานนั้น​ไว้ว่ากันทีหลัง
พี่กรคงโล่งใจ เธอก็รู้ว่าพี่กรกลุ้มใจในเรื่อง​นี้ ​เพราะ​เอาเข้าจริง ๆ​ ​เขาก็ไม่​พร้อมเท่าไหร่นัก
​เขายังมีคุณแม่​ที่เจ็บออดแอดให้ดูแล บ้าน​ที่ให้พี่น้องอยู่​นั้น​​เขาก็​ต้องผ่อนส่ง
ทุกวันนี้ก็ทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ แทบ​จะไม่มีเวลา​ได้พบเธออยู่​แล้ว​
พี่กรคงดีใจ คง​จะกอดเธออีก คง​จะจูบ​ที่เปลือกตาเธออีก
แล้ว​คง​จะกระซิบ​กับเธอว่า "พี่รักนก​ที่สุดในโลกเลย​" ​กับเธออีกครั้ง
เธอยิ้มอย่างมีสุขขณะ​ที่รู้สึกร้อนแปลก ๆ​ ​ที่ท้อง
ผิวหนังเริ่มมีอาการคัน
ปากหนักขึ้น​ หนังตาหนักขึ้น​
เธออาเจียนออกมาครั้งแล้ว​ครั้งเล่า ลำคอเริ่มตีบจากการแพ้ยา
หน้าเธอเขียวคล้ำ ดิ้นสุดแรง​เป็นครั้งสุดท้าย
แล้ว​เธอก็หลับ​ไป​โดยไม่มีโอกาสตื่นขึ้น​มาอีกเลย​
...​...​

ภาวินีก็เมา
เธอเมาทำไมเธอเท่านั้น​​ที่​จะให้คำตอบ​ได้
​แต่วรวุฒิไม่เมา
​เขาเมาไม่​ได้ ​เพราะ​เขารอเวลา
วันนี้แหละ​​จะ​เป็นวัน​ที่​เขา​จะประสบ​ความสำเร็จในชีวิตอย่างครบถ้วน
ชีวิตของ​เขาเกิดมาในครอบครัว​ที่ยากจน
เตี่ย​เป็นพ่อค้าเขียงหมู แม่​เป็นชาวจีน​ที่พ่อส่งเงิน​ไปให้​เป็นค่าเดินทางมาอยู่​ด้วยกัน
​เขามีพี่น้องห้าคน ​เขา​เป็นคนกลาง
คนกลาง​ที่​ต้องรับอารมณ์ของคน​ทั้งบ้านมาตั้งแต่เล็กจนโต
​เขา​ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 ​เพื่อเตรียมเขียงหมู ​และขนหมูจากรถ​ที่มาส่งมาไว้​ที่ร้าน
ตกเย็น​ต้องช่วยเตี่ยขายหมู ไม่เคยมีโอกาส​ได้​ไปวิ่งเล่น
เงินราย​ได้จากการขาย แทบ​จะไม่พอเยียวยาคน​ทั้งบ้าน
ของเล่นดี ๆ​ ไม่เคย​ได้ผ่านมือ แรงกดอันนี้ทำให้​เขาทะเยอทะยาน​ที่​จะสร้างตัวเองให้ร่ำรวย
​เพื่อน​ที่​เขาคบมีนับคน​ได้ จริง ๆ​ แล้ว​ควรพูดให้ถูก​ต้องว่า​เขามี​เพื่อนมาคบด้วยไม่กี่คน
​เพราะ​เขา​เป็นคนตระหนี่ บางครั้งถึง​กับไร้น้ำใจ ​และชีวิตก็เต็ม​ไปด้วยระเบียบแบบแผนจนน่ารำคาญ
เช้า​ทำงาน กลางวันทางข้าว เย็นกลับบ้าน ​จะชวน​ไปไหนด้วย​ต้องนัดล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่ง​อาทิตย์
​เขาก็เหมือนผู้ชายคนอื่น ​ที่​ต้องหลงรักผู้หญิงเข้าสักวัน
​แต่​ความรักของ​เขาควบคุม​ได้ หากหญิงใด​ที่​เขาสนใจมีทีท่าไม่ส่งเสริมชีวิตของ​เขาให้ดีขึ้น​ ​เขาก็สั่งให้ตัวเองหยุดรัก​ได้
มีไม่กี่คน​ที่​สามารถทำ​ได้อย่าง​เขา
มีไม่กี่คน​ที่ใจดำ​ได้อย่าง​เขา
...​...​

รสรัก​ที่​ได้จากผู้หญิง ชายอย่าง​เขาผ่านมานักต่อนัก
ด้วยเงิน​ที่บันดาล​ได้ทุกอย่าง วรวุฒิซื้อ​ความสุขชนิดนี้ให้​กับตัวเองอยู่​เสมอ ​แม้ไม่บ่อยนักก็ตาม
หญิงสาว​ที่นอนอยู่​ตรงหน้า..เธอเมา..พร่ำบ่นฟูมฟายช่วยเหลือตัวเองไม่​ได้อย่างนี้..​เขาไม่เคยผ่านมาก่อน
มันทำให้​เขาตื่นเต้น ตื่นเต้นแทบ​จะทนไม่ไหว
ผิวขาวเนียนใส เรือนร่างอวบอิ่มสมบูรณ์ บริสุทธิ์ผุดผ่อง
ผิวกายของเธออุ่นจนเกือบร้อน..กระตุ้นต่อม​ความ​ต้องการของ​เขาให้โชยระอุจนแทบ​จะเผาไหม้เสื้อผ้าของ​เขาให้ลุกโชน
เหงื่อแตกซึมออกมาทุกขุมขน ​แม้​จะอยู่​ภายใต้การทำงานของเครื่องปรับอากาศ ในห้องของโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง​
​เขาปลดเปลื้องเสื้อผ้า...​.
ก่อน​จะลงมือ ​เขายังมีเวลาถามตัวเองอีกว่าหลังจากนี้​ไปอะไร​​จะเกิดขึ้น​บ้าง
"ค่อยว่ากันอีกทีแล้ว​กัน"
นั่น​เป็นคำตอบ​ที่​ได้
...​...​.

แขกเหรื่อมากมาย​นั่งอยู่​ยังเบื้องล่าง สายตาทุกคู่มุ่งมาทาง​เขา
ในมือถือแก้วเครื่องดื่ม ชุดสูทของ​เขาดูดีมากในเวลานี้ ​แม้หน้าตา​และทีท่า​จะแสดงอาการเมาออกมาให้เห็นอยู่​บ้าง
บุคลิก​ที่งามสง่าบัดนี้ถูกกลืนด้วยหัวไหล่​ที่ห่องุ้ม ใบหน้า​ที่อิดโรย ดวงตา​ที่ลึกไร้ประกาย
​เขา​กำลังอวยพรให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว
"ผมในฐานะ​เพื่อนรักของเจ้าบ่าว..คุณวรวุฒิ ​และในฐานะคน​ที่เคยร่วมงานมา​กับเจ้าสาว..คุณภาวินี รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง ​ที่​ได้รับเกียรติให้ขึ้น​มากล่าวอวยพรให้บ่าวสาวในวันนี้.."
"ผมขอให้​ความรักของ​ทั้งสอง จงหนักแน่นมั่นคงดั่งขุน​เขา ถือไม่เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง.."
"​และขอให้ชีวิตของ​เขา​ทั้งสองไม่เหมือนชีวิตของผม..เอ้า..ไชโย.."
​จะมีสายตาคู่ใดเล่า ​ที่สังเกตเห็นหยาดน้ำตาของเจ้าสาวในเวลาอย่างนี้???
...​...​

กลางดึกคืนหนึ่ง​ของฤดูหนาว
อากาศถ่วงต่ำ ฟ้าสว่างด้วยดวงดาวระยิบยับ
ร่างหนึ่ง​ในชุดบางเบาไม่สนใจลมหนาว​ที่โชยกัดแทรกซึมเข้ามาทุกขณะ
​เขายกแก้วในมือขึ้น​ดื่มอีกครั้ง
ดวงตาลึกโหลหลับพริ้ม ลิ้มรสอันโอชะนั้น​เข้า​ไป​เพื่อชะล้าง​ความทรงจำ​ที่โหดร้าย
มือหมดแรงถือแก้ว..ปล่อยมันตกลงบนพื้นจนแตกกระจาย
ลมหายใจแผ่วจาง..
​ความทรงจำกระจ่างแจ่มเพียงชั่ววูบ
แล้ว​ดับวับ​ไป​พร้อม​กับลมหายเฮือกสุดท้าย
...​...​

รูปสองสามรูปปลิว​ไป​กับลมหนาว
​เป็นภาพผู้หญิง​ที่ด้านหลังบรรจงเขียนคำสารภาพจากหัวใจของชายคนหนึ่ง​
"ผมรักคุณ"
​และมีชื่อของผู้เขียนลงท้าย
"กรกาจ"
...​...​..


-จบ-

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1028 Article's Rate 9 votes
ชื่อเรื่อง หัวใจสารภาพ
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๖๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5084 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 16 มิ.ย. 2548, 08.52 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : เบลล์ [C-5087 ], [202.44.135.34]
เมื่อวันที่ : 16 มิ.ย. 2548, 17.04 น.

​เป็น​กำลังใจให้เหมือนเดิมนะคะ​พี่รัน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Raident [C-5098 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : 17 มิ.ย. 2548, 16.50 น.

หนุกดีครับ​ ​เอาอีกๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : รันนรา [C-5163 ], [61.91.135.219]
เมื่อวันที่ : 20 มิ.ย. 2548, 22.16 น.

ขอทักทายน้องเบลล์​และคุณไรเด้นท์​ที่นี่อีกครั้งครับ​
ขอบคุณครับ​​ที่ติดตาม

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : LuF [C-5967 ], [222.153.93.27]
เมื่อวันที่ : 03 ต.ค. 2548, 13.09 น.

​แต่งอีกๆ​ ซาหนุกงับ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : blackapple [C-7496 ], [203.153.137.152]
เมื่อวันที่ : 30 เม.ย. 2549, 19.40 น.

คุณรันค่ะ​ ทำไมเรื่อง​นี้จบแบบเศร้าจัง

​แต่ก็สนุกอีกตามเคยค่ะ​

​ความรัก ไม่จำ​เป็น​ต้อง​เป็นแฟนกัน

​เป็น​เพื่อน​ที่ดีต่อกันก้​ได้

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : สัมผัสรักในใจเรา [C-7597 ], [58.9.16.3]
เมื่อวันที่ : 10 พ.ค. 2549, 16.31 น.

อืม...​ ยิ่งเศร้าหมองเท่าไร ชีวิต down เท่านั้น​ นะคะ​

ทุกอย่าง​เป็น​ไปตามกฎธรรมดาของมัน .. อิอิ

แบบว่า ซึ้งค่ะ​

...​. ยิ่ง​ที่​ได้รู้จัก (อีกครั้ง) นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น