นิ ต ย ส า ร ร า ย ส ะ ด ว ก

Articles

รางวัลซีไรท์ (S.E.A. WRITE AWARD)
ตอนศักดิ์สิริ มีสมสืบ
จันทน์กะพ้อ

ชื่อจริงคือ กิตติศักดิ์ มีสมสืบ เกิดวันศุกร์ 23 สิงหาคม 2500 ที่ชัยนาท ใช้ชีวิตในวัยเด็ก เรียนชั้นประถม มัธยมตอนต้นที่อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ เพราะเมื่อ พ.ศ.2510 บิดาไปเปิดโรงเรียนเอกชนที่นั่น ชื่อ โรงเรียนนิมิตรศึกษา

พ.ศ. 2515-2520 ศึกษาศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่างจนจบชั้นประโยควิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) วิชาเอกจิตรกรรมสากล

พ.ศ. 2516-2520 ได้ศึกษาศิลปะวรรณกรรมและปรัชญาจาก จ่าง แซ่ตั้ง ผู้ซึ่งเป็นกวีคนสำคัญของประเทศ

พ.ศ. 2521 เข้ารับราชการครูสังกัดกรมสามัญศึกษา

พ.ศ. 2525 จบคุรุศาสตร์บัณฑิต เอกศิลป-ศึกษา จากวิทยาลัยครูพระนคร กรุงเทพฯ


ประวัติการทำงาน

เมื่อ พ.ศ. 2521 เข้ารับราชการเป็นครู สอนศิลปศึกษาที่ โรงเรียน ชุมแสงชนูทิศ อ. ชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ใช้เวลาว่าง วาดรูป เขียนบทกวี และเล่นดนตรี

ภาพเขียนของศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผลงานส่วนหนึ่งจากนิทรรศการจิตรกรรม " กวีและแม่ " 2542
สีอะคริลิค บนกระดาษ


เขาเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก เพราะที่บ้านมีห้องสมุดอยู่ที่บ้าน ช่วงที่ไปเรียนเพาะช่าง มีโอกาสไปพักที่บ้านของ จ่าง แซ่ตั้ง ซึ่งเป็นนักเขียนและนักวาดรูปผู้มีชื่อเสียง จึงได้เรียนรู้และถูกปลุกเร้าให้สนใจการวาดรูปและเขียนบทกวีอย่างจริงจัง ได้เริ่มเขียนบทกวีที่มีลักษณะประยุกต์เฉพาะตัว หลายรูปแบบผสมผสานกัน และได้รับอิทธิพลจากการเขียนบทกวีของจ่าง แซ่ตั้ง มากพอสมควร

เมื่อเขียนบทกวีสะสมไว้มาก จ่าง แซ่ตั้ง จึงได้แนะนำให้รวมพิมพ์เผยแพร่ โดยใช้นามปากกาว่า ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ

ผลงานที่ตีพิมพ์แล้ว

-2526 ตุ๊กตารอยทราย (บทกวี)
-2528 คนสอยดาว (บทกวี)
-2531 มือนั้นสีขาว (บทกวี) ได้รับรางวัลซีไรต์ในปี 2535


เนื่องจากเขาเป็นคนชอบร้องเพลงและเล่นดนตรี เคยแต่งเพลงให้วง มาชารี ของพิบูลศักดิ์ ละครพล และได้ทดลองทำเทปเพลงโดยแต่งเอง ร้องเอง เกือบทั้งหมด ชื่อ เกี่ยวก้อย

-2535 เกี่ยวก้อย (ผลงานเพลง)
-2538 แสดงงานจิตรกรรมชุด ทัศนียภาพที่เปลี่ยนไป ที่บางกอกแกลลอรี่ กรุงเทพฯ
-2538 ตะตั้งเทิ้งตั้ง (รวมเรื่องสั้น)
-2541 ก็พอใจอยากจะรักให้หนักหนา (บทกวี)

สรุปแล้ว ศักดิ์ศิริ มีสมสืบทำงานศิลปะทั้ง 3 สาขา คือวรรณกรรม จิตรกรรม และคีตศิลป์ ใบแบบฉบับของตนเอง ซึ่งเขาเล่าว่าทั้ง 3 อย่าง มี " หัวใจ " อันเดียวกัน นั่นคือนำเสนอเรื่องความดีและความงาม

ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ ณ กระท่อมเดี่ยวก้อยริมแม่น้ำยม อำเภอชุมแสง นครสวรรค์ เขียนหนังสือ เขียนรูป แต่งเพลง นอนเปล และกวาดใบไม้


เขาได้รับรางวัลซีไรต์ , รางวัลพระพิฆเนศวร์ , รางวัลปราศราหุล , และล่าสุดคือรางวัลศิลปาธร สาขาวรรณศิลป์ ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย(สศร.) เงินรางวัล 1 แสนบาทที่ได้ เขาบอกว่าอย่างแรกที่จะทำคือเอาไปซื้อ " สี " มาวาดรูป เพราะปัจจุบันใช้สีผสมอาหาร(ซองละ 3-5 บาท)อยู่


มือนั้นสีขาว รวมบทกวีนิพนธ์ไทยสมัยใหม่ที่มีลักษณะสร้างสรรค์ทั้งความคิดและวิธีการนำเสนอ มุ่งแสดงอุดมคติอันเชิดชู คุณค่า ความบริสุทธิ์ และความมีน้ำใจของมนุษย์ กวีถ่ายทอดความคิดเป็นรูปธรรมที่เข้าใจง่าย ผ่านบุคคลและเหตุการณ์สมมุติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงและสังคมจริง แสดงความแตกต่างระหว่างสภาวะอันบริสุทธ ิ์ไม่เสแสร้งของเด็ก กับสภาวะของผู้ใหญ่ที่ถูกครอบงำด้วยกรอบสังคม ในแต่ละบทกวีได้เสนอแง่ความคิดอย่าง ประณีตหลายนัย ตีความ ได้กว้างขวางลึกซึ้งด้วยกลการประพันธ์ที่เฉียบคม การประพันธ์ลักษณะ ของฉันทลักษณ์มีรูปแบบเป็นธรรมชาติสอด คล้องกับเนื้อหา คำที่ใช้เป็นคำง่ายๆ เรียงร้อยอย่างมีลีลาจังหวะ สร้างลำนำอันทรงพลัง ให้จินตนาการภาพชัด สื่อความคิดของกวีกระทบอารมณ์และเร้าความคิดผู้อ่าน เป็นการจรรโลงความหวังให้เห็นว่าโลกอาจสงบงดงามได้ด้วยน้ำใจอันบริสุทธิ์ของมนุษย์ด้วยกันเอง

ศักดิ์ศิริออกตัวว่าเขาเป็นคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือมาก แต่เล่มหนึ่งที่เขาชอบคือ สิทธารถะ ของ เฮอร์มานน์ เฮสเส มันสอดคล้องกับวัยหนุ่มของเขา คือวัยแสวงหา

อีกเล่มหนึ่งคือ บทกวีของปรัชญาชีวิต คาลิล ยิบราน เขากล่าวว่า บางบททำให้เราเข้าใจชีวิตได้แจ่มชัดขึ้น ลึกซึ้งมากขึ้น ละเอียดอ่อนมากขึ้น เช่นบท

‘ เมื่อความรักเรียกร้องเธอจงตามมันไป แม้ว่าทางจะขรุขระและชันเพียงไร เมื่อปีกของมันโอบอุ้มกาย เธอจงยอมทน ไม่ว่าหนามแหลมที่ซ่อนอยู่ในปีกนั้นจะเสียดแทงเธอ '

เขาพูดถึงเรื่องความรัก ความรักที่มีพลังแต่ต้องถูกทดสอบด้วยความเจ็บปวดเสมอ กว่าที่มันจะให้รสที่หอมหวาน เหมือนข้าวสาลี ถูกเอามาแกะเปลือกออก บดและร่อน จนเป็นแป้ง ถูกทุบตี กระแทกกระทั้น กว่าจะออกมาเป็นขนมปัง มันทดสอบเรา ทำให้เราเข้าใจความรักมากขึ้น เปลี่ยนชีวิตโดยทำให้เราลึกซึ้งกับความรักที่เรามีอยู่ เห็นว่ามันคืออะไร ทำให้มันเจริญงอกงามขึ้นได้ มันหยั่งรากลงไปในจิตใจเราได้ ถ้าเราไม่เข้าใจมันเราอาจจะถอนมันทิ้งในวันหนึ่งก็ได้ ถ้าเราเข้าใจและเห็นคุณค่าของมันเราก็จะรักษามันไว้ บทกวีบทนั้นทำให้เราเห็นเรื่องนี้


http://www.thai-writer.com/

http://www.jitdrathanee.com/

ศักดิ์ศิริ

ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ100 นักประพันธ์ไทย ผศ. ประทีป เหมือนนิล

-- ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ --

-==-==-==-==-