นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ มกราคม ๒๕๕๓
พ่อมือใหม่หัดเล่านิทาน #7
มะขวิด
...ภายในวิหารทิพย์อันตระการด้วยของประดับอัน​เป็นทิพย์ ทิพยสถาน​ที่มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ประทับอยู่​ ขณะนี้​พระองค์​กำลังประทับนิ่งอยู่​บนมหาบัลลังก์ทิพย์ขนาบข้าง​โดย...

ตอน : ดาวลูกไก่ (ลับสุดยอด)

ภายในวิหารทิพย์อันตระการด้วยของประดับอัน​เป็นทิพย์ ทิพยสถาน​ที่มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ประทับอยู่​ ขณะนี้​พระองค์​กำลังประทับนิ่งอยู่​บนมหาบัลลังก์ทิพย์ขนาบข้าง​โดยหมอพรทิพย์ ​และบี น้ำทิพย์ ​ที่บนโต๊ะเบื้องหน้า​พระองค์มี​พระสุธารสทิพย์ ผลไม้แห้งทิพย์ ​และขนมปังกรอบทิพย์ จับกลุ่มยืนสงบนิ่งส่งกลิ่นทิพย์หอมกรุ่น ด้านหนึ่ง​ของบัลลังก์ทิพย์มีเทวดาหนุ่มน้อยถือถาดเครื่องทิพย์​ทั้งหลายอย่างพินอบพิเทา ทุกสิ่ง​เป็น​ไป​เพื่อให้​ได้ "ทิป"

มหาเทพกวาด​พระเนตรมองมา​ที่เทวด๋อย (เทวดาผู้​เป็นบ๋อย--ผู้เขียน) ก่อนตรัสเบา ๆ​ ว่า "หากท่านยังรอ​จะ​เอาทิป เรา​จะถีบ" นั่นแหละ​ เทวด๋อยจึงจาก​ไปอย่างสงบ​และเศร้าสร้อย

เบื้องล่างของมหาบัลลังก์ทิพย์​เป็น​ที่ประชุมของบรรดาเทวดา​และนางฟ้า​ที่​ได้รับการ​แต่งตั้ง​เพื่อพิจารณาคดีพิเศษคดีหนึ่ง​ คดี​ที่ทำให้มหาบัลลังก์ทิพย์ของ​พระองค์​ต้องร้อนยิ่งกว่าลาวาภูเขาไฟ

ไม่ใช่คดีเด็กน้อยตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น จนกระแสข่าวยิ่งนับวันยิ่ง​ไปกันใหญ่
ไม่ใช่คดีราชรถเมล์​ที่เสนอให้เช่าจากเง็กเซียนฮ่องเต้
​และ ไม่ใช่คดีเทวดาฝรั่งผู้อัตนิวิบาตกรรมด้วยวิธี auto erotic กึ๋ย ๆ​

คดี​ที่ทำให้บัลลังก์มหาเทพลุก​เป็นไฟ​ได้มัก​จะ​เป็นเรื่อง​ของสัตว์โลกผู้ทำ​ความดีตามหลักศีลธรรม​แต่ไม่​ได้รับผลแห่งกรรมดีนั้น​ เรื่อง​นี้ก็เห็น​จะ​เป็นเช่นนั้น​

"เอ้า ​เมื่อครบองค์ประชุมแล้ว​ เรา​จะเริ่มพิจารณาเรื่อง​นี้กัน ท่านกา-นกโปรดสรุปเรื่อง​ราวอย่างย่อ ๆ​ ก่อน​ที่การพิจารณา​จะเริ่มขึ้น​" ​พระสุรเสียงนิ่ม ๆ​ ​แต่เด็ดขาดของท่านมหาเทพทำให้​ที่ประชุม​ที่​กำลังจ้อกแจ้กจอแจกลับสู่​ความเงียบ​และเคร่งขรึม
ท่านกา-นก อดีตผู้รายงาน​และวิเคราะห์ข่าวอารมณ์ดีจากรายการ ข่าวเขี้ยว เคี้ยวข่าวให้เทวด๋อยนำเอกสารแจกให้คณะ​ที่ประชุมก่อนเริ่มรายงาน

"เรื่อง​ร้อน ๆ​ นี้เริ่มจากตายายชาวบ้านป่าคู่หนึ่ง​​ได้เลี้ยงไก่ไว้หนึ่ง​ตัว แม่ไก่ตัวนี้มีลูกเล็ก ๆ​ อยู่​ฝูงหนึ่ง​ ตายายเลี้ยงดูครอบครัวแม่ไก่อย่างดี มีเศษอาหารให้​ได้อิ่มท้องไก่กันเสมอ จนวันหนึ่ง​มี​พระธุดงค์ผ่านมา​และแวะพักปักกลด​ที่ป่าใกล้ ๆ​ ​กับบ้านของตา​กับยาย ตา​กับยายอยากทำบุญถวายภัตตาหารแด่​พระธุดงค์​แต่ไม่มีปัญญาหาอาหารดี ๆ​ ให้​พระ ปรึกษากันอยู่​อย่างเคร่งเครียดจน​ทั้งคู่เห็นแม่ไก่เดินผ่านมาจึงตกลงใจแกงไก่ถวาย​พระ แม่ไก่​ได้ยินดังนั้น​ก็ใจหาย อยาก​จะหนีด้วย​ความกลัวตาย​และห่วงลูก ​แต่ยังมี​ความกตัญญูต่อตายาย​ที่ยึดปีกขาของหล่อนไว้ไม่ให้หนี​ไปไหน สุดท้ายหล่อนตัดสินใจบอกเรื่อง​นี้​กับลูก ๆ​ ของหล่อน ว่าหล่อน​กำลัง​จะ​ต้องตาย หล่อนบอกลูกว่าไม่​ต้องเสียใจ​และให้ลูก ๆ​ มี​ความสามัคคีกลมเกลียวกัน วัน​ต่อมาตายายก็ฆ่าแม่ไก่​และนำ​ไปต้ม ลูกไก่​ที่โศกเศร้า​ทั้งฝูงก็กระโดดกองไฟตายตามแม่​ไป...​"

"เศร้านัก...​" นางฟ้าองค์หนึ่ง​ทอดถอนลมหายใจ นางฟ้าองค์นี้รูปงาม​ความรู้สูง​และมีหน้าตาละม้าย​กับนักการเมืองผู้​เป็นนางเอกคลิปวีดีโอ​ที่​เป็นข่าวเบลอ ๆ​ บนหน้าหนังสือพิมพ์ ​แต่คลิป​ที่ชัดเจนโจ่งแจ้งโจ๋งครึ่มปลิวว่อน​ไป​ทั้งไซเบอร์สเปซ

"มีเศร้ากว่านี้อีก" กา-นกเกทับ แล้ว​เล่าต่อ "จากนั้น​ตา​กับยายก็แกงไก่​ทั้งครอบครัว​ไปถวาย​พระอย่างเศร้าสร้อย ​และเล่าให้​พระฟัง ​พระเลย​สรรเสริญ​ความกตัญญูของ​ทั้งแม่ไก่​และ​ความรักแม่ของลูกไก่​เป็นบทสวด​ที่​ได้ยินถึงสวรรค์"

"สาธุ!" มหาเทพกล่าวสดุดีแก่ไก่​ทั้งครอบครัว "ก็ไม่มีอะไร​ซับซ้อนนี่ ทำดีย่อม​ได้รับการสรรเสริญ แล้ว​ไยบัลลังก์ของเราจึงร้อนนัก​กับเรื่อง​ไก่พวกนี้"

"เรียนท่านมหาเทพ ปัญหาไม่​ได้อยู่​​ที่แม่ไก่ผู้​ที่​ได้รับพรให้​ไปจุติในวิมานแห่งปักษาสวรรค์ ตอนนี้​กำลังบำเพ็ญเพียร​เพื่อบรรลุธรรมขั้นสูงของเหล่าปักษาเทวะ ​แต่อยู่​​ที่บรรดาลูกไก่ฝูงนั้น​ต่างหาก​พระเจ้าข้า ​แม้​จะโดดกองไฟตายตามแม่ ​แต่พวกมันก็​ได้ชื่อว่าฆ่าตัวตาย ​ซึ่งมีโทษ​ต้องตกนรก เคราะห์ยังดี​ที่คำสรรเสริญของ​พระธุดงค์​ได้ช่วยลดโทษของพวกมัน จากตกนรกเหลือแค่​เป็นสัมภเวสีล่องลอยอยู่​ในโลกมนุษย์" กา-นก ไขกุญแจปริศนาให้​กับมหาเทพ "​และพวกมันก็สนุกสนานร่าเริงกันเหลือเกินจนชาวบ้าน​ต้องอพยพทิ้งถิ่นฐานบ้านช่อง​เพราะหวาดกลัวสิ่ง​ที่พวก​เขาเรียกว่า ผีลูกไก่เตะตะกร้อ" กล่าวจบกา-นกก็กดรีโมททิพย์ ​เพื่อนำเสนอ​คลิปวิดีโอ​ที่​ได้บันทึกมา

ภาพบนจอ​เป็นกลุ่มชาวบ้านยืนหน้ากระดานเรียงหนึ่ง​ คุณป้ารูปร่างเจ้าเนื้อ ท่าทางปากจัด​และเจ้ากี้เจ้าการ​กำลังพูดใส่ไมโครโฟน​ไปโบกมือ​ไป "โหย!! น่ากลัวมากค่า บางทีก็เตะตะกร้อวง บางทีก็เตะตะกร้อลอดห่วง บาง​ที่ก็เล่นเซปักตะกร้อ หนวกหูกัน​ไปทั่ว ​แต่นั่นไม่เท่า​ความจริง​ที่ว่า พวกมัน​เป็นผีค่า พวกเราเดือดร้อนมาก วอนผู้มีหน้า​ที่รับผิดชอบช่วยมาแก้ไข เจ้าป่าเจ้า​เขา เทวาอารักษ์ ช่วยพวกเราด้วยเถิด...​...​เพี้ยง"

ภาพถูกหยุด จอถูกเก็บ บรรยากาศการประชุมเคร่งเคียดขึ้น​อีกครั้ง

"ว่ายังไงล่ะท่านอัยการ" มหาเทพถามเทพกรรมการอีกองค์​ที่มาจากกระทรวงยุติธรรมแห่งจักรวาล

"​เพื่อให้เกิด​ความยุติธรรมสูงสุด ​พระองค์ในฐานะประธานกรรมการคดีพิเศษควร​ได้สอบถาม​เอาจากเหล่าลูกเจี๊ยบนั้น​ด้วย​พระองค์เอง​พระเจ้าข้า"

"ดี งั้นเบิกตัวผีลูกเจี๊ยบฝูงนั้น​มาซิ" มหาเทพออกคำสั่ง ​ได้ดังใจนึกจริง ๆ​ ชั่วเวลาเพียงแค่แมลงวันกระพือปีก 1 ครั้ง เหล่าผีลูกไก่ก็มายืนออกันอยู่​ท่ามกลางเหล่ากรรมการ​ที่ล้อมรอบพวกมัน​เอาไว้

"​เอาล่ะพวกเจ้า​จะว่าไงเรื่อง​​ที่ชาวบ้านร้องเรียนมา ​เป็นเด็กดีแล้ว​ทำไม​ต้องรังควานชาวบ้านเยี่ยงนั้น​" มหาเทพกวาด​พระเนตรมองทีละตน ๆ​ จนครบฝูง "ทีนี้​ใคร​จะ​เป็นผีไก่พูด"

"เรียนท่านมหาเทพ เรื่อง​จริง ๆ​ หา​ได้​เป็นเช่น​ที่​เขากล่าวขานกันไม่ เราไม่​ได้ตั้งใจกระโดดเข้ากองไฟตายตามแม่ของเราหรอก ​แต่มันมีเหตุผลสนับสนุน หากท่าน​จะรับฟัง" เจ้าเจี๊ยบตัวหนึ่ง​ ท่าทาง​เป็นพี่ใหญ่ ก้าวออกมานอกฝูง ค้อมคำนับนิ่งอย่างรอคอยโอกาส

"ว่ามาสิ เรา​จะรับฟังเรื่อง​ของเจ้าหากมันไม่ปะปนด้วยคำลวง"

"เรื่อง​​ที่​พระองค์​ได้รับฟังมาก็ถูก​ส่วนหนึ่ง​ ​แต่ไม่ใช่​ทั้งหมด จริงตรง​ที่แม่ของพวกเรายอมตาย​เพื่อแทนคุณตายาย ​แต่ก่อนตายแม่ก็​ได้บอกให้พวกเราอยู่​​เพื่อทำงานตอบแทนบุญคุณตายายเช่นกัน" เจ้าเจี๊ยบใหญ่เล่าซื่อ ๆ​ "อีกอย่าง​คือ พวกเราเองก็สำนึกบุญคุณตายายอยู่​ไม่ใช่น้อย เราจึงไม่คิดฆ่าตัวตายกันหรอก ตายายดี​กับเรามาก​ทั้งเรื่อง​อาหาร ​ที่อยู่​ ยารักษาโรค ดูนี่สิ.." เจ้าเจี๊ยบยื่นลูกตะกร้อรูปร่างแปลก ๆ​ ให้คณะกรรมการดู "นี่​คือตะกร้อ​ที่ตายายสานให้พวกเราเล่น ท่านว่า เรา​เป็นไก่ ตะกร้อจึงควรมีปีกด้วย ​และพวกท่านก็คลั่งไคล้นิยายฝรั่ง แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ไม่น้อย จึ่งติดปีกให้ลูกตะกร้อดูคล้ายลูกสนิช ในเรื่อง​ดังกล่าวแล"

"พวกเราชอบมาก ​และเล่นมันด้วยกันตลอด มันทำให้เรารัก​และสามัคคีกัน ​และแม่ก็ชอบดูพวกเราเล่นตะกร้อกัน วัน​ที่แม่ยอมตาย​เพื่อ​เป็นอาหาร​พระ เราเลย​เล่นมัน​เพื่อให้แม่ดู​เป็นครั้งสุดท้าย​และ​เป็นการส่งวิญญาณแม่สู่ปักษาสวรรค์" ดวงตาเจ้าเจี๊ยบใหญ่ส่งประกายแห่ง​ความสุข​เมื่อ​ได้รำลึกถึง​ความหลัง​ที่งดงาม "แม่บอกพวกเราว่า ​ความตาย​เป็นเรื่อง​​ที่​ต้องเกิด ​แต่การตายให้​เป็นประโยชน์นั้น​ ยากนัก​ที่​จะเกิด สำหรับแม่ แม่​ได้ผ่านเป้าหมายสูงสุดของการ​เป็นสิ่งมีชีวิต ​คือการสืบเผ่าพันธุ์แล้ว​ การตายจึง​เป็นเรื่อง​เล็กน้อย ​แต่พวกเรายังเด็ก ยัง​ต้องอยู่​​เพื่อสร้างประโยชน์ต่อ​ไป ​และ​ไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุดก่อน​จะคิดถึง​ความตาย"

"แล้ว​ไฉนพวกเจ้าจึงกระโดดกองไฟตายซะล่ะ" เทวดาท่านหนึ่ง​ถามคำถามประเด็นเด็ด

เจ้าเจี๊ยบใหญ่ก้มหน้ามองปุยเมฆ ถอนหายใจอย่างแรง ก่อนเฉลย "​เป็น​เพราะกระผมเองแหละ​ ขณะ​กำลังโชว์ตะกร้อวงหน้าศพแม่นั้น​ กระผมแปลูกง่าย ๆ​ พลาด ลูกแฉลบเท้าพุ่ง​ไปทางกองไฟ พวกเราตกใจมาเลย​วิ่งตามเก็บลูกตะกร้อกัน แล้ว​ก็เบรกไม่ทัน พุ่งเข้าใส่กองไฟหมด​ทั้งฝูง ตายหมดเลย​...​แย่จัง" เจ้าเจี๊ยบก้มหน้าอย่างอาย ๆ​ ​เอามือลูบหัวป้อย ๆ​ เลียนแบบตัวละครเกาหลี

เสียงฮือฮาดังมาจาก​ที่ประชุม​พร้อมการวิจารณ์เซ็งแซ่

"งั้นคน​ที่สมควรถูกตำหนิ​ที่สุดก็​คือ ตา​กับยาย ​เพราะเล่า​ความเท็จจนทำให้​พระสวดสรรเสริญสิ่ง​ที่​เป็น​ความเท็จ" เทพกรรมการอีกองค์หนึ่ง​เสนอ​ความเห็น

"​ได้โปรดเถิดท่าน อย่า​ได้ตำหนิพวก​เขาเลย​ ​เขา​เป็นแค่มนุษย์ ไม่เข้าใจ​ความ​เป็นปักษาของพวกเราหรอก ​เขาเห็นสิ่ง​ที่​เป็น​ไป​และตัดสินมันด้วยกรอบ​ความคิดของพวก​เขาเท่านั้น​ ไม่มี​ความเท็จในเรื่อง​นี้ ​และเรายินดี​ที่​จะ​เป็นผีเร่ร่อนอย่างนี้ ดีกว่าตกนรก​เป็นไหน ๆ​" เจ้าเจี๊ยบใหญ่กล่าว ​พร้อมการพยักหน้าสนับสนุนจากน้อง ๆ​ ​ทั้งฝูง

"ดีใจนะ​ที่​ได้รู้ว่าพวกท่านไม่ใช่ตัวร้าย" ปักษาเทวะผู้​ที่​เป็นหนึ่ง​ในคณะกรรมการกล่าวขึ้น​ดัง ๆ​ ​เพื่อหยุดเสียงวิจารณ์​ที่น่ารำคาญ "​แต่เรา​จะทำยังไงดี​กับปัญหาของชาวบ้าน ​เมื่อพวกเจี๊ยบนี่ไม่​ได้ผิดอะไร​ แค่ชอบเล่นตะกร้อเท่านั้น​ ​และชาวบ้านก็ไม่ควรเดือดร้อนจากพวก​เขาด้วย" ใช่ ๆ​ ช่วยกันคิดสิ ดีกว่ามัว​แต่นั่งวิจารณ์การทำงาน ​ความเห็นจากมะขวิดเอง

"เรามีไอเดียแล้ว​ ​เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน พวกเจ้าก็ไม่​ต้อง​เป็นผีเร่ร่อน ​แต่เจ้าถูกตัดสินไม่ให้​ได้​เป็นเทวะในปักษาสวรรค์ เราจึงให้พรพวกเจ้าล่ะ เจ้าเจี๊ยบ​ทั้งหลาย" สิ้น​พระสุรเสียงของมหาเทพก็เกิดเสียงแซ่ซ้องสาธุการ เหล่าลูกเจี๊ยบคุกเข่าลง​กับพื้นเมฆ​เพื่อรับพรอันประเสริฐจากองค์มหาเทพ

"ให้สม​กับ​ความกตัญญู​ทั้งต่อแม่ของพวกเจ้า​และต่อตายายคู่นั้น​ บวก​กับ​ความกล้าในการพูด​ความจริง​โดยไม่​เอา​ความดีใส่ตัว ​และ​ความซื่อสัตย์ของพวกเจ้า ให้พวกเจ้า​ไปเกิด​เป็นดวงดาว ชื่อกลุ่มดาวลูกไก่ ​เพื่อให้​ความดีเหล่านี้​เป็นอุทาหรณ์แก่ทุกโลกทุกภพ ​เมื่อ​ได้เห็นกลุ่มพวกเจ้าสว่างพร่าวพราวอยู่​บนฟ้า...​ "


ยังไม่จบ...​...​.

​ที่ประชุมยังมีเสียงเซ็งแซ่หลังจากเหล่าผีลูกไก่​ไปเกิด​เป็นดวงดาวหมดแล้ว​ ​เพราะหลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง​ของคดีนี้ยังตกอยู่​บนพื้นมหาวิหารทิพย์ของท่านมหาเทพ ไม่มี​ใครกล้าแตะมันเลย​ด้วยกลัว​จะมีเศษของ​ความซวยติดมาจากเหตุการณ์ลูกไก่ถูกเผา​เพราะคิด​จะคว้ามันคืนจากกองไฟ ร้อนถึงมหาเทพ​ต้องจัดการอีกคำรบ

"ยุ่งจริงเชียวกรรมการชุดนี้...​.​เอา ๆ​ เจ้าตะกร้อติดปีกเอ๋ย เจ้า​เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์นี้ หากไม่มีเจ้าในวันนั้น​ก็ไม่มีดาวลูกไก่ในวันนี้ เราจึงให้พรเจ้าบ้าง ให้เจ้า​ไปเกิด​เป็นดาวอยู่​บนฟ้าให้สม​กับ​ที่เจ้า​เป็นตะกร้อติดปีก...​" เสียงแซ่ซ้องสาธุการดังมาอีกคำรบ ​เมื่อเงียบลงแล้ว​มหาเทพจึงกล่าวสรุป

"ให้เจ้า​ไปเกิด​เป็น...​ดาว...​เทียม...​.!!!!"

THE END

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2977 Article's Rate 49 votes
ชื่อเรื่อง พ่อมือใหม่หัดเล่านิทาน --Series
ชื่อตอน ดาวลูกไก่ (ลับสุดยอด) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง มะขวิด
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ มกราคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๗๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : คนผ่านมา [C-15860 ], [203.156.136.99]
เมื่อวันที่ : ๐๙ มิ.ย. ๒๕๕๒, ๐๙.๓๘ น.

5555++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-15863 ], [193.134.192.254]
เมื่อวันที่ : ๐๙ มิ.ย. ๒๕๕๒, ๑๘.๓๒ น.

คิก คิก คุณพ่อมือใหม่เล่านิทานร่วมสมัย​​ได้เยี่ยมมาก

พี่รจมอบ ให้หมดศาลาฯเลย​​ เดี๋ยวดอกใหม่ขึ้น​​มาค่อย​​เอา​​ไปแจกคนอื่นนะ

เรื่อง​​ดาวลูกไก่นี้ พี่รจ​​ได้ฟังมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กคิดแล้ว​​ก็เศร้า สงสารแม่ไก่ สงสารตายายอยากทำบุญ สงสารลูกไก่

พอโตขึ้น​​มาหน่อย​​​​ได้ศึกษาธรรมะ ก็สงสัย ​​เพราะปกติ หาก​​พระรู้ว่า โยมฆ่าสัตว์​​เพื่อมาทำอาหารถวาย ​​พระท่าน​​จะฉันไม่​​ได้ ​​จะถือว่าผิดวินัย ​​แต่เดา​​เอาว่า ท่านคงฉันเสร็จแล้ว​​ ตายายจึงบอก แบบว่า แล้ว​​ก็แล้ว​​​​ไป

​​ส่วนเรื่อง​​ลูกไก่ฆ่าตัวตาย​​ต้องตกนรก ไม่แน่ใจว่า สัตว์เดรัจฉานเข้าข่ายเหมือนมนุษย์เราหรือเปล่าในเรื่อง​​นี้ ​​เพราะสัตว์ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ทำตามสัญชาติญาณ

ดูสิ พี่รจอ่านนิทาน ​​แต่​​เอา​​ไปวิเคราะห์​​เป็นตุ​​เป็นตะ เครียดเปล่า ๆ​​

ถือว่าคุยกันเล่นนะ มะขวิด

พี่ชอบเรื่อง​​ของมะขวิด ​​เพราะใน​​ความขัน ๆ​​ คัน ๆ​​ นั้น​​มีคติสอนใจแทรกไว้อย่างแนบเนียน หากหนังสือนิทานสมัยนี้​​จะ​​เป็นเช่นนี้ เด็ก ๆ​​ ของเราก็คง​​จะรู้คิด​​และรู้ทันโลกอีกมากมาย​​

ด้วยมิตรไมตรีเหมือนเช่นเคยจ้า

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น