นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #32
pilgrim
...แล้ว​ก็มาถึงวันสุดท้ายในดินแดนบ้านเกิดเมืองนอน...​.. วันนี้ ...​.. น้องสาวฉัน​ได้จอง​ที่นั่งบนเรืออาหาร​ที่ล่อง​ระหว่างแม่น้ำป่าสัก​และแม่น้ำเจ้า​พระยา...

ตอน : ซุ้มป่าสักริเวอร์ครูส กับวันเดินทางกลับ

แล้ว​ก็มาถึงวันสุดท้ายในดินแดนบ้านเกิดเมืองนอน...​..

วันนี้ ...​.. น้องสาวฉัน​ได้จอง​ที่นั่งบนเรืออาหาร​ที่ล่อง​ระหว่างแม่น้ำป่าสัก​และแม่น้ำเจ้า​พระยาไว้ให้ ​โดยบอกน้องๆ​ทุกคนรวม​ทั้งครอบครัว เท่า​ที่​จะมา​ได้ให้มาลงเรือกินข้าวกลางวันกัน

ช่วงเช้า​ก่อนลงเรือ พี่เต๋า​เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง​ ​ที่รู้จักมักคุ้นกัน ให้ลูกชายขับรถจากปากเกร็ดแวะมาหาฉันถึงบ้านด้วย​ความคิดถึง

พี่เต๋า​เป็นคนทำงานให้​กับสหภาพแรงงานต้นสังกัดของเธออย่างจริงจังมาก เธอ​เป็นคนมีอุดมการณ์อย่าง​ที่ฉันอดนับถือน้ำใจเธอไม่​ได้

เราเริ่มต้นรู้จักกัน​เพราะกิจกรรมสหภาพแรงงาน ตลอดเวลา​ที่รู้จักกัน พี่เต๋ามี​แต่​ความมุ่งมั่น​และ​พร้อม​ที่​จะพัฒนาตัวเองเสมอ เธอ​เป็นสาวเปรี้ยวแกมเฮ้ว ขณะ​ที่ฉัน​เป็นสาวเชย​แต่เฮ้ว

เรามาสนิทกัน​ได้ ​เพราะคุยกันถูกคอ​และเธอ​เป็นคนจริงใจ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่ปากอย่างใจอย่าง ไม่เสแสร้งทำตัว​เป็นผู้มีอุดมการณ์ ​แต่แอบแสวงหาผลประโยชน์​ส่วนตัว

เรื่อง​ขำๆ​ของพี่เต๋า ​คือ ครั้งหนึ่ง​ เรา​ได้รับเชิญจากสหภาพแรงงานหญิง​ที่ญี่ปุ่นให้​ไปฝึกอบรม​ที่โตเกียว
​ที่โรงแรม​ที่เราพัก มีเครื่องทำน้ำแข็งหลอดตรงทางเดินหน้าห้องให้ด้วย เหมาะ​กับพี่เต๋า​ที่ชมชอบเครื่องดื่มมึนเมามาก
​ที่โรงแรม​จะมีเสื้อคลุมยูคาตะให้สวมทุกคน พี่เต๋าก็จัดแจงสวมชุดยูคาตะ แล้ว​เดินออก​ไป​เอาน้ำแข็งหน้าห้อง เสร็จแล้ว​เธอก็กลับมาเล่าว่า
"เฮ้ย ตะกี้พี่เจอฝรั่งคนนึงตรงเครื่องทำน้ำแข็งว่ะ พอพี่เซย์เฮลโหล​กับมัน มันทำหน้าเลิ่กลั่ก แล้ว​รีบเดินหนี​ไปเลย​ สงสัย​จะนึกว่าพี่​เป็นผีญี่ปุ่นนะ"
พวกเราเลย​ฮากันใหญ่ ว่าผีพี่เต๋ามีฤทธิ์ไล่ฝรั่งกระเจิง

บ้านพี่เต๋าอยู่​ไม่ไกลจาก​ที่พักของฉันนัก บางที ​เมื่อพี่เต๋ามาประชุม​ที่ทำงานฉัน เราก็​จะกลับบ้าน​พร้อมกัน แล้ว​พี่เต๋า​จะแวะ​ที่ปากซอยหน้าบ้านฉัน นั่งกินข้าวต้มกัน ของโปรดของพี่เต๋า​คือ กั้งดอง ไส้หมูพะโล้ ​และต้มจับฉ่าย

พี่เต๋า​จะกินเบียร์แกล้มข้าวต้มด้วย เธอมี​ความ​สามารถในทางกินเหล้า กินเบียร์มาก ​เพราะงานในหน้า​ที่ ​ต้องออกสนามร่วม​กับ​เพื่อนร่วมงานชายอยู่​เสมอ เธอจบอุเทนถวายมา นิสัย​ส่วนตัวจึงห้าว​และเฮ้วไม่ใช่ย่อย ​ส่วนฉันกิน​แต่​กับ แฮ่ๆ​ๆ​ (ก็มีฉายาผู้กิน​กับนิ)

​แต่สองปีให้หลังมานี้ สุขภาพพี่เต๋าเสื่อมโทรมลง ถึง​กับน็อคกลางอากาศ​ระหว่างกินเบียร์ ​ต้องเข้าโรงพยาบาล ฉัน​ได้​แต่ฟังข่าวอยู่​ทางนี้ ด้วย​ความ​เป็นห่วง นับ​แต่นั้น​ พี่เต๋าก็เพลาๆ​เรื่อง​สุรายาเมา​ไป ​เพราะกลัวตาย

ฉันเลย​ชวนพี่เต๋า​กับลูกชาย​ที่โต​เป็นหนุ่มให้มาลงเรือด้วยกัน

เลสลีย์อยากซื้อกระโปรงดำให้เข้าชุด​กับเสื้อปัก​ที่ซื้อมาจากมาบุญครอง พี่เต๋าอุตส่าห์ขับรถพา​ไปดู​ที่ตลาดนัด ​โดยมีน้องสาวฉันนำทาง​ไป

น้องสาวคนนี้มีลูกชายสองคน​คือ น้องกอ ​กับ น้องกาย

คลิกดูภาพขยาย



น้องกอคนชอบไอ้มดแดง สูงยาวเข่าดี ตอนนี้ สูงกว่าฉันเสียอีก

น้องสาวเล่าว่า น้องกอมนุษย์สัมพันธ์ดีเยี่ยม พวก​เขาย้ายบ้าน​ไปอยู่​ใกล้ค่ายทหาร น้องกอก็รู้จักทหารเกณฑ์แทบ​จะทุกคนในกองนั้น​

ตอนเด็กๆ​ น้องกอไม่ค่อยกลัว​ใคร ฉันเคยพาน้องกอ​ไป​ที่ทำงาน เจอเจ้าม้า น้องผู้ชายใน​ที่ทำงานคนหนึ่ง​ ​ซึ่งขึ้น​ชื่อลือชาเรื่อง​แหย่เด็กจนร้องไห้

​แต่พอมาแหย่น้องกอ น้องกอตบหน้าเพียะเข้าให้เลย​ จนเจ้าม้าไม่กล้าเล่นด้วยอีก

​ส่วนน้องกายนั้น​ ตอนเล็กๆ​หวงยาย แบบยายข้า​ใครอย่าแตะ ​แต่ตอนนี้ โตขึ้น​มา​เป็นเด็กอ้วน ทุกคนบอกว่าน้องกายกินเก่งเหมือนฉัน (อีกแล้ว​) จนแม่น้องกาย​ต้องคอยปรามๆ​ ไม่อยากให้ลูกอ้วนมาก​ไปกว่านี้

​เมื่อเจอกัน น้องกายพูด​กับฉัน ทำ​เอาฉันตื้นตัน หลานบอกว่า
"ป้าพิลจำ​ได้หรือเปล่า ​แต่ก่อนเราเคยเล่นเกมเศรษฐีกันนะ เดี๋ยวกาย​จะ​เอาเกมมาเล่น​กับป้าพิลนะ"

น้องกายหมายถึงเกม Monopoly ​ที่เรา​จะ​ได้รับแจกเงิน​และโฉนด​ที่ดิน การเล่นก็​คือทอดลูกเต๋า​ไป แล้ว​​ถ้าเรา​ไปตกตรงไหน เราก็มีสิทธิ์ซื้อ​ที่ดินตรงนั้น​

​แต่ก่อน ฉันมัก​จะเล่น​กับน้องกอ​และน้องกายประจำ ​แต่เดี๋ยวนี้ น้องกอไม่เล่นแล้ว​ ​เพราะเริ่ม​เป็นหนุ่ม ขณะ​ที่น้องกายยังเด็กกว่า ​และยังชอบเล่นเกมแบบเด็กๆ​อยู่​

แล้ว​น้องกายก็หอบ​เอากล่องเกมมาเล่น​กับฉัน ทำให้ฉันหลงรักหลานคนนี้จับใจ ​ที่​เขายังไม่ลืมฉัน ​และยังจำวันเก่าๆ​ของเรา​ได้อยู่​

​เมื่อ​ได้เวลา พวกเราก็หอบลูกจูงหลาน​และคนชรา​ไปลงเรือกัน เรือลำ​ที่เราลงใหญ่มาก เราจองไว้ 15 ​ที่ ​เพราะ​ทั้งเด็ก​และผู้ใหญ่เยอะแยะ​ไปหมด

พี่เต๋าบอกว่า ไอ้พิล แกก็ญาติเยอะเหมือนกันนิ (นี่ขนาดยังมาไม่ครบเด้อ ขาดบ้านน้องเต้น​ไปครัวนึง ​เพราะติดงานกัน)

น้องสาวบอกว่า ลง​ไปกินมื้อเ​ที่ยงดีกว่า ​จะ​ได้ชมทิวทัศน์สองฝั่ง​ได้ด้วย ​ถ้า​ไปมื้อเย็น​จะมองไม่เห็นอะไร​ ​ได้​แต่กินอย่างเดียว

ภายในเรือ มีคาราโอเกะให้ร้องเล่นด้วย พวกเราประเดิมรายการด้วยการส่งแม่​ไปร้อง อิๆ​ๆ​ ส่งคนแก่​ไปก่อน​เพื่อแก้เขิน

จากนั้น​ น้องชาย​และน้องสะใภ้ของฉัน คน​ที่อยากร้องตัวจริงก็ส่งฉัน​กับเลสลีย์ขึ้น​​ไปร้อง

พอบอกให้เลสลีย์เลือกเพลง เธอก็ถามว่า เพลง Climb every mountain ในเรื่อง​ The Sound of Music มีไหม ฉันก็​ได้​แต่มึน แล้ว​ก็นึกในใจ โธ่ ​เพื่อนจ๋า คนไทย​เขาไม่ร้องคาราโอเกะกัน​เป็นเพลงคลาสสิค แบบ​ต้องปีนบันไดขึ้น​​ไปร้องหรอก

​เมื่อเห็นท่า​จะตกลงกันไม่​ได้ ใน​ที่สุด นักดนตรีก็เลือกเพลงให้เราร้องสองเพลง​คือ You've got a freind ​และ All I have to do is dream อิๆ​ๆ​ๆ​ ก็ทู่ซี้ร้องจนจบลง​ไป​ได้

คลิกดูภาพขยาย




เลสลีย์ประทับใจการล่องเรือมาก เธออยากล่องฉันก็พามาล่องแล้ว​ ​และถือ​เป็นโอกาสอันดีในการรวมญาติด้วย
เลสลีย์บอกว่าเรือลำนี้ ตกแต่งหรูนะ เหมือนงานเลี้ยง​แต่งงานเลย​ ​เพราะผ้าปูโต๊ะ ผ้าคลุมทุกอย่าง​เป็นสีขาวหมด
พอลงเรือ ฉันเลย​ถือโอกาสเดินเวียนถ่ายรูป​ไปรอบๆ​โต๊ะ​กับบรรดาญาติๆ​ ให้เหมือนงาน​แต่งงานซะเลย​ อะแฮ่ม

คลิกดูภาพขยาย




คลิกดูภาพขยาย



เรือ​ที่เราล่อง​ไป ผ่านบ้านริมน้ำ ​ที่ยังมีร่องรอยน้ำท่วม ผ่านวัดสำคัญๆ​หลายแห่ง

ตรงถึงจุดของวัดพนัญเชิง ​ที่แม่น้ำเจ้า​พระยา​และแม่น้ำป่าสักมาพบกัน จนเกิด​เป็นกระแสน้ำเชี่ยวไหลวน แม่เคยเล่าว่า ​แต่ก่อนน่ากลัวมาก ​เพราะผู้คนยัง​ใช้เรือพาย จึงมัก​จะมีคนตาย​ที่คุ้งน้ำตรงนี้แทบทุกปี
​แต่สมัยนี้ ​เมื่อเดินทาง​โดยเรือยนต์ ก็​เอาชนะกระแสน้ำวนเชี่ยวนั้น​​ได้

ณ วังน้ำแห่งนี้เอง ​ที่เกิด​เป็นตำนานรักอันแสนเศร้าของเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ​ที่ยังมีศาลเจ้าแม่ สถิตอยู่​ในวัดจนปัจจุบันนี้ เศร้าอย่างไร ขอเชิญ​ไปชมดู​ได้นะคะ​ หลายๆ​ท่านคงทราบดีแล้ว​

​ความมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง​ของอยุธยา ​คือ ตัวเมือง​จะ​เป็นเกาะ​ที่โอบล้อมด้วยแม่น้ำถึง 4 สาย ​คือ แม่น้ำเจ้า​พระยา ป่าสัก ลพบุรี​และแม่น้ำน้อย
ในสมัยโบราณ​เมื่อครั้ง​เป็นเมืองหลวง ​จะมีชาวต่างชาติเข้ามาอยู่​อาศัย มากมาย​หลายชุมชน เช่น

ชุมชนบ้านโปรตุเกส ​ที่อยู่​ไม่ไกลจากบ้านญวณ ​ซึ่งจัด​เป็นชุมชนชาวคริสต์มา​แต่โบราณ

ปัจจุบัน​ที่บ้านโปรตุเกสยังมีร่องรอยซากโบสถ์ สุสาน​และโึครงกระดูกหลงเหลืออยู่​
บ้านฮอลันดา บ้านญี่ปุ่น​ที่อยู่​ไม่ไกลจากวัดพนัญเชิงนัก ​และอยู่​กันคนละฟากแม่น้ำ​กับบ้านโปรตุเกส
บ้านลุมพลี​และเพนียด ​ซึ่ง​เป็นชุมชนไทยมุสลิมเก่าแก่ของอยุธยา
ด้งนั้น​ ศิลปะวัฒนธรรมของหลายเชื้อชาติ จึงอยู่​กระจัดกระจายรายรอบเกาะเมือง


คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย



เรือล่องผ่านโบสถ์คริสต์ของชุมชนชาวญวณ ​และวัดพุทไธยสวรรค์ วัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่ง​ จนมาถึงวัดไชยวัฒนาราม​เป็นอันสุดทาง จากนั้น​ ก็ล่องกลับให้เรา​ไปขึ้น​​ที่ท่าน้ำของร้านอาหารดังเดิม

​เมื่อ​ได้เวลาเดินทางประมาณสี่ทุ่ม น้องเขยก็​เอารถตู้บรรทุกพวกเรา​ไปส่ง​ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

​ไปถึงสนามบินคนแน่นมาก ฉัน​กับเลสลีย์รีบ​ไปเข้าแถวเช็คอิน จากนั้น​จึงมาร่ำลาพวก​ที่บ้าน ​พร้อมบอกให้​เขากลับ ​เพราะมันดึกมาก เดี๋ยวน้องเขย​ที่​เป็นคนขับ​จะง่วงนอน ทุกคนก็คง​จะง่วงนอนเต็ม​ที่ ​เพราะตอนนั้น​มันราวๆ​หกทุ่ม ตีหนึ่ง​แล้ว​

​เมื่อ​ได้พบ​เพื่อนๆ​ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง​ที่รัก ใจฉันก็อยู่​​ที่เมืองไทยเสียแล้ว​ ไม่อยาก​จะกลับมาอังกฤษอีก

ขณะเดียวกัน ​เมื่อมาถึงอังกฤษ ​ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน ฉันก็รู้สึกดีใจ​ที่​ได้เห็น​ความงดงามของท้องทุ่งชนบทของอังกฤษอีกครั้ง ​กับอากาศ​ที่เย็นสบาย ​และใบไม้​ที่เปลี่ยนสีสัน เหลืองแดง อร่ามตา ​เป็นสีสัน​ที่ตราตรึงอยู่​ในใจฉันเช่นกัน

​แต่​ความคิดถึงบ้านก็มีไม่ย่อหย่อน​ไปจากกัน สิ่งหนึ่ง​​ที่ฉันรู้สึกวูบขึ้น​มา ​คือ คนเรา​จะอยู่​​ที่ไหนก็​ได้ ​ถ้า​ที่นั้น​มีคน​ที่เรารัก​และรักเรา

สำหรับตัวฉันเองก็คง​เป็นเช่นนั้น​ ​แต่ชีวิตฉัน มี​ความผูกพันเพียงแค่พ่อแม่ ป้า น้องๆ​​และหลานๆ​อัน​เป็น​ที่รักเท่านั้น​ ​เพราะพวก​เขารักฉัน​โดยแท้จริงอย่างไม่มีเงื่อนไข ​แม้​แต่​ความรักจากหลานอย่างน้องกาย​ที่ฉันสัมผัสไดว่า​เขาคิดถึงฉัน

ฉันเฝ้า​แต่ถามตัวเองว่า ​เมื่อไหร่หนอ การเดินทางของฉัน​จะสิ้นสุดลงเสียที ​เพื่อฉัน​จะ​ได้กลับ​ไปหาครอบครัวอัน​เป็น​ที่รักยิ่ง​และ​เพื่อนๆ​ทุกคน​ที่คอยห่วงหาอาทร มีน้ำใจให้ฉันเสมอมา

หมายเหตุส่งท้าย: ​เมื่อมาถึงวันนี้ ฉันกลับคืนสู่แดนมาตุภูมิ บ้านเกิดเมืองนอนเรียบร้อย​แล้ว​ ด้วย​ความสุขใจ​เป็นอย่างยิ่ง Home is where the heart is.

But I have the beautiful memory of friendship in my heart. เหลือไว้เพียง​ความทรงจำ​ที่งดงาม​กับ​เพื่อนๆ​​และผู้​ที่ปรารถนาต่อฉันในดินแดนเมืองเกาะอันไกลโพ้น

คนดีมีอยู่​ทุกหนทุกแห่ง ​และไม่เคยมี​ความแตกต่างใดๆ​มา​เป็นอาณาเขตกางกั้น ​ถ้าเราเปิดใจเข้าหากัน พิสูจน์ตัวตน​ที่แท้จริงของกัน​และกัน ​และยอมรับกัน​และกัน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2471 Article's Rate 169 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน ซุ้มป่าสักริเวอร์ครูส กับวันเดินทางกลับ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๔๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-13008 ], [125.25.222.251]
เมื่อวันที่ : ๒๓ ต.ค. ๒๕๕๐, ๑๐.๒๕ น.

เรือหรูมากจริงๆ​​ ​​แต่คง​​ได้ชมวิวสองฝั่งแม่น้ำกันเพลินเลย​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงปิง [C-13016 ], [58.10.216.133]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ต.ค. ๒๕๕๐, ๐๐.๐๓ น.

ยังไม่เคยล่องเรือเส้นทางนี้มาก่อน เคยล่องเรือขึ้น​​​​ไปสุดแค่บางปะอิน​​เมื่อนานหลายปีมาแล้ว​​ อ่านแล้ว​​ให้นึกอยากลอง​​ไปเ​​ที่ยวบ้าง ​​และชอบใจข้อ​​ความสุดท้ายมาก​​ที่ว่า
"คนดีมีอยู่​​ทุกหนแห่ง ​​และไม่เคยมี​​ความแตกต่างใดๆ​​มา​​เป็นอาณาเขตกางกั้น ​​ถ้าเราเปิดใจเข้าหากัน พิสูจน์ตัวตน​​ที่แท้จริงของกัน​​และกัน ​​และยอมรับกัน​​และกัน"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-13031 ], [203.185.68.195]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ต.ค. ๒๕๕๐, ๐๘.๑๐ น.

ขอบคุณค่ะ​​ พี่แอ๊ด ​​และลุงปิง​​ที่กรุณามาติดตามอ่านค่ะ​​

อยุธยามี​​ที่น่าเ​​ที่ยวเยอะค่ะ​​ อย่าง​​พระราชวังบางปะอิน​​ที่ลุงปิงว่า ตอนนี้ก็ตกแต่งประดับประดา สวยงาม​​เป็นระเบียบค่ะ​​

นอกจากนั้น​​ ยังมี​​พระราชวังโบราณในอุทยานประวัติศาสตร์ วัดเก่าแก่

เสาร์อาทิตย์ นักท่องเ​​ที่ยวคับคั่งทุกวัน รถราติดเลย​​ค่ะ​​ ​​เพราะผู้คนต่างพากัน​​ไปไหว้​​พระเก้าวัด ​​ซึ่ง​​เป็น​​ที่นิยมกันมาก

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Rotjana Geneva [C-13066 ], [83.189.167.68]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ต.ค. ๒๕๕๐, ๐๓.๔๑ น.

แวะเข้ามาส่งเสียงค่ะ​​ ​​ที่จริงอ่าน​​ไปแล้ว​​ ​​แต่ตอนนั้น​​พิมพ์ไทยไม่​​ได้...​​.

เ​​ที่ยว​​กับพิลกริม สนุก อบอุ่น ​​ได้บรรยากาศครอบครัว​​และมิตรสนิทจริง ๆ​​ ค่ะ​​...​​..

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น