นิตยสารรายสะดวก  Forward Articles  ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
จงอธิบายว่าท่านจะใช้บารอมิเตอร์วัดความสูงของตึกระฟ้าได้อย่างไร?
ไร้ตัวตน
..."​​เอาเชือกยาวๆ​​ ผูก​​กับบารอมิเตอร์แล้ว​​หย่อนลงมาจากยอดตึก แล้ว​​ก็​​เอา​​ความยาวเชือกบวก​​ความสูงบารอมิเตอร์ก็​​จะ​​ได้​​ความสูงของตึก"...
"...​ โจทย์ข้อหนึ่ง​ในข้อสอบวิชาฟิสิกส์ ของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนมีดังนึ้

จงอธิบายว่าท่าน​จะ​ใช้ บารอมิเตอร์วัด​ความสูงของตึกระฟ้า​ได้อย่างไร

รู้จักกันนะครับว่า​บาร์รอมิเตอร์ นี่ก็​คือเครื่องมือวัด​ความกดอากาศนั่นเอง

(อธิบายเพิ่มเติมก็คง​ต้องบอกว่า อากาศนั้น​มันมีน้ำหนักหรือมีแรงกดนั่นเอง ​และแรงกดของอากาศนั้น​​เมื่อ อยู่​ในระดับ​ความสูง​ที่เปลี่ยน​ไป ​ความกดอากาศก็เปลี่ยน​ไปด้วย)

นักศึกษาคนหนึ่ง​เขียนคำตอบลง​ไปว่า

"​เอาเชือกยาวๆ​ ผูก​กับบารอมิเตอร์แล้ว​หย่อนลงมาจากยอดตึก แล้ว​ก็​เอา​ความยาวเชือกบวก​ความสูงบารอมิเตอร์ก็​จะ​ได้​ความสูงของ ตึก"

ฟังดู​เป็นอย่างไรครับ​คำตอบนี้ ผมฟังครั้งแรกผมยังอมยิ้มเลย​ครับ​ ​แต่อาจารย์​ที่ตรวจข้อสอบไม่นึกขันอย่างผมด้วย อาจารย์ตัดสินให้นักศึกษาคนนั้น​สอบตก

นักศึกษาผู้นั้น​ยืนยันต่อ อาจารย์​ที่ปรึกษาว่า คำตอบของ​เขาควร​จะถูก​ต้องอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง​และคำตอบของ​เขาก็​สามารถพิสูจน์​ได้ทางวิทยาศาสตร์

ทางมหาวิทยาลัยจึงตั้งกรรมการชุด หนึ่ง​มาตัดสินเรื่อง​นี้ ​และใน​ที่สุดคณะกรรมการก็มี​ความเห็นตรงกันว่าคำตอบนั้น​ถูก​ต้องอย่างแน่นอน ​แต่​เป็นคำตอบ​ที่ไม่แสดงถึง​ความรู้​ความ​สามารถทางฟิสิกส์

ดังนั้น​ ​เพื่อ​เป็นการแก้ข้อขัดแย้ง​ที่เกิดขึ้น​ ทางคณะกรรมการจึงให้เรียกนักศึกษาคนนั้น​มา แล้ว​ให้สอบข้อสอบข้อนั้น​อีกครั้งหนึ่ง​ต่อหน้า​โดยให้เวลาเพียง 6 นาที เท่า​กับเวลาในการสอบข้อสอบเดิม​เพื่อหาคำตอบ​ที่แสดงให้เห็นถึง​ความรู้ทางด้านฟิสิกส์

หลังจากผ่าน​ไป 3 นาที นักศึกษาคนนั้น​ก็ยังนั่งนิ่งอยู่​ กรรมการจึงเตือนว่าเวลาผ่าน​ไปครึ่งหนึ่ง​แล้ว​​จะไม่ตอบหรืออย่างไร

นักศึกษาหัวรั้นจึงตอบว่า ​เขามีคำตอบมากมาย​​ที่เกี่ยว​กับฟิสิกส์ ​แต่ไม่​สามารถตัดสินใจ​ได้ว่า​จะ​ใช้คำตอบไหนดี​และ​เมื่อ​ได้รับคำเตือนอีกครั้ง นักศึกษาจึงเขียนคำตอบลง​ไปดังนี้

" ให้​เอาบารอมิเตอร์ขึ้น​​ไปบนดาดฟ้าตึก ​และทิ้งลงมาจับเวลาจนถึงพื้น, ​ความสูงของตึกหา​ได้จากสูตร H=0.5g*t ​กำลัง 2

หรือ​ถ้าแดดแรงพอ ให้วัด​ความสูง บารอมิเตอร์แล้ว​ก็วางบารอมิเตอร์ให้ตั้งฉากพื้น แล้ว​วัด​ความยาวของเงาบารอ มอเตอร์ จากนั้น​ก็วัด​ความยาวของเงาตึก แล้ว​คิดด้วยตรีโกณมิติก็​จะ​ได้​ความ สูงของตึก​โดยไม่​ต้องขึ้น​​ไปบนตึกด้วยซ้ำ

หรือ​ถ้าเกิดอยาก​ใช้​ความ​สามารถด้าน วิทยาศาสตร์มากกว่านี้ ก็​เอาเชือกเส้นสั้นๆ​ มาผูกกะบารอมิเตอร์แล้ว​แกว่ง เหมือนลูกตุ้ม ตอนแรกก็แกว่งระดับพื้นดิน แล้ว​ก็​ไปแกว่งอีกทีบนดาดฟ้า ​ความสูงของตึก​จะหา​ได้จาก ​ความแตกต่างของคาบการแกว่ง ​เนื่องจาก​ความแตกต่างของ แรงดึดดูดจากจุดศูนย์กลางของมวล คำนวณจาก T = 2 พาย ​กำลัง 2 ราก​ที่ 2 ของ l/g

​ถ้าตึกมีบันไดหนีไฟก็ง่ายๆ​ ก็เดินขึ้น​​ไป​เอาบารอมิเตอร์ทาบแล้ว​ก็ทำเครื่องหมาย​ไปเรื่อยๆ​ จนถึงยอดตึกนับไว้คูณ ด้วย​ความสูงของบารอมิเตอร์ก็​ได้​ความสูงตึก

​แต่​ถ้าคุณ​เป็นคน​ที่น่าเบื่อ​และยึดถือ ตามแบบแผนจำเจซ้ำซาก คุณก็​เอาบารอมิเตอร์วัด​ความดันอากาศ​ที่พื้น​และ​ที่ยอดตึก คำนวณ​ความแตกต่างของ​ความดันก็​จะ​ได้​ความสูง

​ส่วนวิธีสุดท้ายง่าย​และตรง​ไปตรงมาก็​คือ​ไปเคาะประตูห้องภารโรง แล้ว​บอกว่าอยาก​ได้ บารอมิเตอร์สวยๆ​ใหม่เอี่ยมสักอันไหม ช่วยบอก​ความสูงของตึกให้ผมทีแล้ว​ผม​จะยก ให้ !!!.

นักศึกษาคนนั้น​​คือ นีล โบร์ ผู้​ได้รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีค.ศ.1922 ^^(1996) ...​"

หลายคน​ที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจ​จะบอก​เป็นเสียงเดียวกันว่า เจ้านี่มันตอบ​ได้กวนอวัยวะเบื้องต่ำ ​และบางทีหากคุณ​เป็นหนึ่ง​ในอาจารย์​ที่ตรวจข้อสอบคง​จะให้ตกอย่างไม่​ต้องสงสัย

​ส่วนอีกหลายคนเช่นฉันกลับทึ่ง​กับคำตอบ​และ​ถ้าฉัน​เป็นอาจารย์ แทน​ที่ฉัน​จะโกรธ​เป็นฟืน​เป็นไฟ​กับคำตอบเหล่านี้ แล้ว​ให้​เขาสอบตก ฉันคง​จะเรียก​เขามาทำข้อสอบอีกครั้ง แล้ว​ฉัน​จะเขียนข้อสอบเดิมขึ้น​มาใหม่ ​เพื่อวัดผล​เขาอีกครั้ง

ฉันจำ​ได้คร่าวๆ​​กับหนังเรื่อง​ Phenomenon ​ที่มี John Travolta แสดงนำว่ามีอยู่​ฉากหนึ่ง​​ที่​เขาถูกนำตัว​ไปสอบสวนเกี่ยว​กับ​ความ​สามารถของ​เขา ในฉากนั้น​เรา​จะเห็นถึง​ความแตกต่างของ อัจฉริยะ ​กับคนปรกติในคำถาม​ที่ตอบโต้กัน

หรืออย่างในคำถามด้านบนก็ตาม เรามาดูคำถามนี้อีกครั้ง

"จงอธิบายว่าท่าน​จะ​ใช้ บารอมิเตอร์วัด​ความสูงของตึกระฟ้า​ได้อย่างไร"

สำหรับนักศึกษาวิชาฟิสิก​ที่​กำลังสอบ พวก​เขาคง​จะเข้าใจว่าคำถามนี้​ต้องการให้นำ​เอาการวัด​ความกดอากาศของบารอนมิเตอร์มา​ใช้คำนวนหา​ความสูงของตึกอย่างไม่​ต้องสงสัย

​แต่​ความคิดแบบนั้น​ กลับ​เป็นการปิดกั้น​ความคิดอื่นๆ​​ที่​จะ​ใช้สำหรับหาคำตอบด้วยเช่นกัน!!!

ในการดำเนินชีวิตประจำวันเราอาจ​จะ​ต้องเจอ​กับเหตุการณ์​ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น​อยู่​เสมอ การ​ที่เรารู้จักนำสิ่งรอบข้างมา​ใช้สำหรับแก้ปัญหาก็​เป็นสิ่ง​ที่หลายคนอาจ​จะลืมนึกถึง ​เมื่อเราถูกสอนให้จำกัด​ความคิดอยู่​ในกรอบมันจึงกลาย​เป็นการทำลายจินตรนาการทาง​ความคิด​ที่น่าเสียดายยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น ไม่จำ​เป็นว่าช้อน​ต้อง​เอาไว้ตักข้าวเสมอ​ไป ไม่จำ​เป็น​ที่ไขควงเท่านั้น​​ที่​จะไขน๊อต​ได้

การแก้ปัญหา​ที่ดี จึงควร​จะมองปัญหา​ทั้งหมดว่าอะไร​​คือปัญหา เรามีอะไร​​ที่​สามารถ​ใช้​ได้บ้าง แล้ว​สิ่ง​ที่มีนั้น​​จะ​เอามาแก้ปัญหา​ได้อย่างไร แล้ว​สุดท้ายวิธีไหนจึง​จะ​เป็นวิธี​ที่ดี​ที่สุด ​เมื่อเราเห็นหมดทุกข้อตามนี้ เราก็​จะแก้ปัญหาต่างๆ​​ได้​โดยง่าย​และถูก​ต้อง​ได้

ดังนี้แล้ว​ คำถามในตอนต้นการ​จะ​ไปปรับให้นักศึกษาท่านนี้ตกจึงเกิดจากทิฐิของอาจารย์ล้วนๆ​ ​ทั้งๆ​​ที่ปัญหา​ที่แท้จริงนั้น​เกิดมาจากคำถาม​ที่มีช่องโหว่​และไม่รัดกุมเพียงพอต่างหาก

(** เนื้อเรื่อง​จาก...​ไหนไม่รู้เหมือนกัน ​พอดีมีคนโพสให้อ่านเห็นแล้ว​น่าสนใจดีเลย​นำมาเล่าสู่กันฟัง)

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2247 Article's Rate 7 votes
ชื่อเรื่อง จงอธิบายว่าท่านจะใช้บารอมิเตอร์วัดความสูงของตึกระฟ้าได้อย่างไร?
ผู้แต่ง ไร้ตัวตน
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เก็บความคิดมาฝาก
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๒๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-11016 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 27 ก.พ. 2550, 17.55 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Miew [C-11018 ], [203.188.60.177]
เมื่อวันที่ : 27 ก.พ. 2550, 20.44 น.

อิอิ เราเคยอ่านบาง​ส่วนอะ

น่าทึ่งจริงๆ​เน๊าะ

​ถ้าเรา​ได้เศษเสี้ยวสมองของนักวิทยาศาสตร์คนนี้ก็คงดีอ่านะ

ยังไงก็​ต้องสู้ต่อ​ไป​เพื่อ​ความฝันของตัวเอง

เอ๊ะ อะไร​เนี่ย คอมเม้น​ไปกลาย​เป็นเรื่อง​ตัวเองเฉยเลย​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ลุงเปี๊ยก [C-11021 ], [203.146.63.182]
เมื่อวันที่ : 28 ก.พ. 2550, 06.31 น.

​ถ้า นีล โบร์ ​เป็นนักศึกษาไทยอาจ​จะไม่​ได้รางวัลโนเบลครับ​ ​เพราะคงเรียนไม่จบแน่ ๆ​

มีบัญฑิตไทยจำนวนมาก​ที่เรียน​เพื่อให้สอบ​ได้ ​และการสำเร็จการศึกษา​คือเป้าหมาย พวก​เขามิ​ได้ถูกสอนให้เรียน​เพื่อ​ความรู้ ระบบการวัดผลด้วยการสอบอย่างเดียว ทำให้เป้าหมายของการเรียนเพี้ยน​ไปจากการแสวงหา​ความรู้ใส่ตัว

ขอบคุณบท​ความนี้​ที่ทำให้ฉุกคิด ​และมองกลับ​ไปถึงสาระสำคัญของการพัฒนาตน ​ซึ่งนั่น​คือเป้าหมาย​ที่แท้จริงของการศึกษา

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ไร้ตัวตน [C-11023 ], [58.10.84.137]
เมื่อวันที่ : 28 ก.พ. 2550, 08.16 น.

ขอสรุปบท​ความของตัวเองอีกครั้ง ในบท​ความ​ที่ฉัน​ได้โพสไว้นั้น​ ฉันมองเห็นปัญหาอยู่​ 3 อย่างแยก​เป็นข้อๆ​ดังนี้

1. โจทย์​ที่ไม่ถูก​ต้อง ​และนำมาสู่ปัญหาของเรื่อง​

สำหรับนักคอมพิวเตอร์​ที่เคยเขียนโปรแกรมคงเข้าใจเรื่อง​นี้​ได้ไม่ยาก หากเปรียบว่าข้อสอบ​คือโปรแกรม ​และข้อสอบ​ที่มีช่องโหว่​คือบัก​ที่เกิดขึ้น​ การ​ที่โปรแกรมเกิดบัก ​จะโทษบัก ก็ไม่ถูก​ต้องแก้บัก​คือแก้ไขโจทย์ให้รัดกุมไม่ให้เกิดปัญหาถึง​จะถูก​ต้อง ดังสุภาษิตไทย​ที่ว่า คนดีชอบแก้ไข คน...​ อะไร​นะชอบแก้ตัว นั่นเอง

2. ​ความคิด​ที่ออกนอกกรอบ

หลายคนอาจ​จะเคยอ่านบท​ความนี้มาจากหลาย​ที่ บางทีก็อาจ​จะใส่ชื่อผู้​ที่​เป็นเจ้าของเรื่อง​แตกต่างกัน​ไป ​แต่ไม่ว่า​จะ​เป็น​ใครนั่น​คือคน​ที่​ได้รางวัลโนเบล​ทั้งสึ้น ผู้​ที่​ได้รางวัลโนเบลเหล่านี้ย่อมมี​ความคิดออกนอกกรอบ​เป็นหลักใหญ่ไม่เช่นนั้น​​จะไม่​สามารถคิดอะไร​ใหม่ๆ​​ได้

ขอเปรียบเทียบ​กับการพิสูจน์ทฤษฎีบทต่างๆ​ในวิชาคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนในโรงเรียนทั่วๆ​​ไป การพิสูจน์ทฤษฎีบท ​คือการทำโจทย์เลข​เพื่อพิสูจน์ว่า ทฤษฎี​ที่มีนั้น​ถูก​ต้อง ดังนั้น​ทุกคนจึงพยายามทำให้ทฤษฎี​ที่ทดสอบอยู่​นั้น​​เป็นจริง ​แต่สำหรับคนอัจฉริยะ​เขา​จะมองกลับกัน ​เขา​จะพิสูจน์ว่าทฤษฎีนั้น​​จะไม่​เป็นจริง​ได้อย่างไรบ้าง​ ทำไมทฤษฎีนั้น​ถึง​เป็นจริง แล้ว​หากไม่​เป็นจริง​จะไม่​เป็นจริงในเงื่อนไขใด หากพบเงื่อนไขนั้น​ ​จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร​โดยไม่จำ​เป็น​ต้องสนใจทฤษฎีเดิม

​จะเห็น​ได้ว่า​ความคิดแบบนี้แทบไม่เคยมีสอนในห้องเรียนเลย​ ​เพราะทุกคนเชื่อว่าอย่างไรเสียทฤษฎีบท​และกฏต่างๆ​ถูก​ต้อง ​และเรา​ต้องทำตามเท่านั้น​นั่นเอง

3. ปัญหาการศึกษา

จากในข้อ 2.​และจากบท​ความ อาจารย์ผู้สอนมักกำหนดกรอบในการสอนให้​กับนักเรียน ​และบังคับให้นักเรียนทำ​ไปตามกรอบ​ที่สอน​โดยเชื่อว่ากรอบนั้น​ถูก​ต้องเสมอ หากมีผู้ใดคิดออกนอกกรอบ นั่น​คือสิ่งผิดในทันที สิ่งนี้​ส่วนหนึ่ง​​เป็นเหมือนทิฐิของผู้สอนเอง ​เมื่อนักเรียนพบ​กับอาจารย์​และการสอนเช่นนี้ ก็เท่า​กับ​เป็นการปิดกั้น​ความคิดต่อยอดต่างๆ​ออก​ไปอย่างสิ้นเชิง ​ที่แย่กว่านั้น​เด็กอัจฉริยะ​ที่มี​ความคิดเหนือกว่า​จะถูกปฏิเสธ​ความคิดเหล่านั้น​ ทำให้เราเสีย​ความคิดดีๆ​ในการพัตนา​ไปอีกมาก ​และกลาย​เป็นย่ำอยู่​​กับ​ที่ในกรอบ​ความคิดเดิมๆ​ตลอด​ไป

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : aa [C-13167 ], [125.24.3.236]
เมื่อวันที่ : 05 พ.ย. 2550, 18.32 น.

ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ​
​แต่อยากรู้เรื่อง​ บารอมิเตอร์ อ่ะค่ะ​
web page

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ta [C-17997 ], [110.164.110.207]
เมื่อวันที่ : 29 ธ.ค. 2553, 16.16 น.

ขอวิธีในการเพิ่มลูกเล่นในนีโรด้วย​ได้มั๊ยครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : ta [C-17998 ], [110.164.110.207]
เมื่อวันที่ : 29 ธ.ค. 2553, 16.16 น.

ขอวิธีในการเพิ่มลูกเล่นในนีโรด้วย​ได้มั๊ยครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น