นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๓ ตุลาคม ๒๕๔๙
...ความเอยความรัก...
อักษราภัค
...​​ความเอย​​ความรัก...​​.เริ่มสลักปักใจ​​เมื่อใดหนา...​​.รัก​​คือ​​ความหอมหวานซ่านอุรา...​​.หรือรักพา​​ความช้ำระกำใจ...​​.
ขอเชิญท่านสัมผัส​​กับ​​ความรัก...​​​​ที่หยิบยื่นให้​​ทั้ง​​ความทุกข์​​และ​​ความสุขแก่หัวใจดวงน้อยของเธอ...​​....
แม่น้ำสายนั้น​โอบล้อมบ้านเรือน​ที่เห็นเล็กจิ๋วราว​กับบ้านตุ๊กตา ลำน้ำสีเงินทอดยาว​ไปไกล หล่อเลี้ยงพืชพรรณธัญหาร ​และสรรพสิ่งมีชีวิต​ทั้งมวล สายน้ำไหลเชี่ยวกราก...​..คดโค้ง...​ลับหาย​ไป​กับแมกไม้เขียวชอุ่ม เรือขุดทรายท่องน้ำ​ไปเอื่อยๆ​ มีแพไม้ไผ่​ซึ่งบรรทุกสิ่งของ​และผู้คนรั้งท้าย

ลมบนภูเขาพัดโชยผ่านเย็นฉ่ำ หอบ​เอา​ความชุ่มชื้น​และละอองฝนมาบางเบา ...​.หญิงสาวคนหนึ่ง​ ยืนนิ่งราว​กับรูปสลัก เธอยืนกอดอกมองลง​ไปเบื้องล่าง...​.ปล่อยผมยาวสยาย ปลิวสะบัด​ไป​กับสายลมอย่างไม่ใส่ใจ ...​.ดวงหน้าของเธอแลดูงดงาม นัยน์ตาคมหวาน ซุกซ่อนรอยหม่นหมองไว้เบื้องหลัง จมูกโด่งสวยรับ​กับริมฝีปากอิ่มเต็มสีชมพูระเรื่อตามธรรมชาติ ใบหน้าขาวเนียน ผุดผาด ชวนมอง

เกือบสิบปีแล้ว​สินะ ​ที่เธอไม่เคยย่างกรายมา​ที่นี่เลย​ ...​.วันเวลาผ่าน​ไปราวติดปีก หลายสิ่งหลายอย่างแปลกเปลี่ยน​ไปจาก​ความทรงจำ ตึกรามบ้านช่องผุดขึ้น​มาราว​กับดอกเห็ด ชีวิต​ที่ดูสงบ เรียบง่าย เริ่มมี​ความสับสน วุ่นวาย ...​สังคมเมืองแผ่อิทธิพลเข้ามาอย่าง​ที่เธอเองก็คิดไว้ว่า...​.สักวัน​จะ​ต้อง​เป็นแบบนี้

"จอมขวัญ...​"

เสียงห้าวทุ้มเรียกเบาๆ​ ​แต่ก็ทำให้หญิงสาวถึง​กับสะดุ้ง เธอเบือนหน้ามาหาเจ้าของเสียง ร่างสูง ผิวคล้ำ ใบหน้าคมคาย แบบลูกน้ำเค็มแลดูคมสัน สะดุดตา ​เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยน

"พวกเรา​กำลัง​จะกลับแล้ว​นะขวัญ ฝนใกล้ตกเต็มทีแล้ว​ ​ไปกันเถอะครับ​"

จอมขวัญพยักหน้า เดินเคียงร่างสูง​เพื่อ​ไปขึ้น​รถบัส​ที่จอดอยู่​ไม่ไกล เธอทราบว่า​เขา...​ยังคงมองร่างของเธออย่างไม่วางตา ...​​แต่ในขณะนี้ จอมขวัญไม่มีแก่ใจ​จะรับไมตรีจาก​ใครเลย​

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า อกหัก ดีกว่ารักไม่​เป็น ...​จอมขวัญคิดว่า คน​ที่พูด​ได้แบบนี้คงไม่เคยอกหักจริง หรือรัก​ใครอย่างจริงจังมากกว่า ...​อกหัก​จะดีกว่ารักไม่​เป็น​ได้อย่างไร? ...​เธอพบมา​กับตัวเองแล้ว​ ...​มันช่างเจ็บปวด รวดร้าว ​และทุกข์ ทรมาน เหลือ​ที่​จะกล่าว ...​สู้ไม่รู้จัก​ความรักเสียเลย​​จะดีกว่า ...​.หัวใจดวงน้อย คงไม่​ต้องบอบช้ำเจียนตาย เหมือน​ที่​เป็นอยู่​ในขณะนี้

"ขวัญ" เสียงชายหนุ่มทำลาย​ความเงียบ ​และภวังค์อันลุ่มลึกของหญิงสาว เสียงระฆังดังกังวานแทรกสายลมโชยเอื่อย เศษใบไม้ลอยขึ้น​มาจากพื้นตามแรงลม ก่อน​จะตก​ต้องยังพื้นปูอิฐเก่าๆ​อีกครั้ง ...​ระเนระนาด...​เหมือนชีวิตของเธอเอง...​

"ขวัญผอม​ไปผิดตาเลย​นะ ดูแลตัวเองบ้าง"

หญิงสาวมองสบตา​เขา พบ​กับ​ความเอื้ออาทร ...​ห่วงใย เต็มปรี่อยู่​ในแววตาคู่นั้น​...​

"ขอบคุณค่ะ​พี่นนท์ ขวัญไม่​เป็นอะไร​หรอกค่ะ​"

พูดจบหญิงสาวก็ฝืนยิ้มให้​กับอานนท์อย่างจืดชืด เธอมองสบสายตาค้นคว้าของ​เขา​ได้เพียงแวบเดียว ก่อน​จะหลบตาลงมอง​ที่พื้น ชายหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อย แล้ว​ถอนใจเบาๆ​

ภาพ​ที่​เขาเห็นตรงหน้า ​เป็นภาพของหญิงสาวในวัยสดชื่น ​ความงดงามปรากฏแก่สายตาอย่างเด่นชัด ​ทว่าแฝงไว้ด้วย​ความเศร้าหมองอย่างน่าใจหาย ...​.สวยปนเศร้า...​

​เขามองใบหน้าของเธออย่างกังขา...​.ถามตัวเองว่า...​แค่คน​ที่เคยรัก​ไป​แต่งงาน​กับคนอื่น...​​จะทำให้สภาพจิตใจ​และร่างกายทรุดโทรม​ได้เพียงนี้เชียวหรือ?...​...​ไยเธอจึงทำราว​กับว่า โลกใบนี้ถล่มทลาย​ไปเสียแล้ว​ ​ความรื่นรมย์ถูกลบ​ไปจากหัวใจของเธอแล้ว​หรืออย่างไร? ผู้ชายดีๆ​ยังมีอีกตั้งมากมาย​ ...​เธอ​จะฝังใจอยู่​​กับอดีตทำไมให้เสียเวลาเปล่าๆ​...​..อานนท์ไม่เข้าใจผู้หญิงเลย​จริงๆ​ ...​เธอควร​จะดีใจมากกว่า ​ที่ไม่​ต้อง​แต่งงาน​กับผู้ชายใจคอโลเลแบบนี้ ...​.อย่างไรก็ตาม ​เมื่อ​เขามองหน้าของเธอคราใด ​ความสงสารก็แผ่ซ่านขึ้น​มาจับจิตจับใจครานั้น​

"ขวัญ...​ผม​เป็นห่วง"

ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงอ่อนโยน จนเกือบเหมือนถ้อยคำเว้าวอนอยู่​ในที จอมขวัญหน้าเรื่อขึ้น​มาเล็กน้อย ก่อน​จะจางหาย​ไปอย่างรวดเร็ว

"เรารีบ​ไปกันเถอะค่ะ​พี่นนท์ ทุกคน​กำลังรอเราอยู่​นะคะ​"

อาการรีบร้อนทำให้จอมขวัญสะดุดกิ่งไม้​ที่ยื่นล้ำขวางทางเดิน ร่างของหญิงสาวเซถลา ​และก่อน​ที่​จะล้มลง​ไป​ที่พื้น...​.อ้อมแขนแข็งแรงของชายหนุ่มก็มารองรับไว้​ได้อย่างทันท่วงที จอมขวัญแทบ​จะกลั้นหายใจ ​เมื่อร่างของเธอตกอยู่​ในวงแขนแข็งแรง ​และอบอุ่น...​กระชับชิด...​​เขามองเธอนิ่งงัน ลมหายใจร้อนๆ​เป่ารดใบหน้าของหญิงสาวอย่างถนัดถนี่ จอมขวัญตัวสั่น งันงก เบือนหน้าหนี​เป็นพัลวัน

"อย่าค่ะ​พี่นนท์"

เธอดิ้นรน​และขัดขืน ดวงตาฉายแววตื่นตระหนก อานนท์ถอนใจ ​เขาพยักหน้าน้อยๆ​อย่างเข้าใจ ก่อน​จะปล่อยร่างของเธอให้​เป็นอิสระ บอก​กับตัวเองว่า...​ใจของเธอไม่​พร้อม ไม่มีประโยชน์อะไร​​ที่​เขา​จะ​ใช้​กำลังบังคับ ...​.แสลงใจ​เมื่อเห็นเธอกลัวลนลาน ราว​กับว่า​เขา​เป็นยักษ์มาร อานนท์ถอนใจอีกครั้ง ก่อน​จะเดินช้าๆ​ตามร่างงามระหง​ที่เดินแกมวิ่งนำหน้า​ไปอย่างไม่เหลียวหลัง



สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียงฟ้าร้องครืนๆ​ ลมพัดครวญครางราว​กับบ้าคลั่ง จอมขวัญเบียดตัวแทรกเข้า​ไปยืนใต้ชายคาป้ายรถเมล์ ผู้คนยืนเบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น ​ความร้อน​และอับชื้น ทำให้หญิงสาวรู้สึกวิงเวียนศรีษะ ละอองฝนเย็นฉ่ำ​ที่สาดมา​ต้องร่างกาย ไม่ทำให้​ความร้อนในเรือนกายลดลงเลย​ ริมฝีปากของเธอแห้งผาก ลำคอร้อนผ่าว หนังตาหนักอึ้ง ศรีษะร้าวระบมราว​กับมีค้อนมาตอกตีซ้ำแล้ว​ซ้ำอีก ...​.จวนเจียน​ที่ร่าง​จะฟุบลง​ไป​กับพื้น เธอ​ได้ยินเสียงโหวกเหวก ร้องบอกให้ช่วยเหลือคน​เป็นลม ...​​และ...​เธอเห็นดวงหน้าของ​ใครคนหนึ่ง​ลอยเด่น...​แจ่มชัด ก่อน​ที่ม่านตา​จะปิดลง...​

"พี่นนท์...​."

เสียงของเธอแผ่วเบา ริมฝีปากขมุบขมิบ ...​แล้ว​โลก​ทั้งใบก็มืดมิด​ไป​กับตา...​

จอมขวัญเห็นตัวเอง​กำลังแหวกว่ายอยู่​ในสายน้ำอันเชี่ยวกราก ฟ้าแลบแปลบปลาบ เสียงลมคำรามกึกก้อง ...​.ในวังวนของ​ความมืดมิด ​และโดดเดี่ยว เธอลอยคออยู่​ในน้ำเพียงลำพัง ​ความหวาดกลัว ​และเสียขวัญรุมเร้าจับขั้วหัวใจ ...​เนิ่นนาน...​ราวชั่วกัปชั่วกัลป์

ภาพชายหนุ่ม​ซึ่งเจนตาเจนใจ ปรากฏขึ้น​มาให้เห็น ใบหน้านั้น​มองตอบมา ราว​จะยิ้มเยาะ เย้ยหยัน ช่างเสียดแทงใจเสียจริงๆ​ ...​หญิงสาวสวยคนหนึ่ง​ยืนเคียงข้างเจ้าบ่าวส่งยิ้มสดชื่นอย่างมี​ความสุข จอมขวัญมองภาพนั้น​ด้วย​ความขมขื่น ร้าวรานใจ บัดนี้...​ภาพนั้น​กลาย​เป็นอดีต ​ที่ตอกย้ำ​ความทรงจำของเธออย่างไม่มีวันลืมเลือน...​.

จอมขวัญปรือตาขึ้น​อย่างยากเย็น เธอเห็นร่างๆ​หนึ่ง​ลางเลือน...​​และทวี​ความแจ่มชัดขึ้น​เรื่อยๆ​ ...​..พี่นนท์...​เธอร้องเรียกอยู่​ในใจ ​เขาหันมามอง แววตาคมเข้มลุกวาบขึ้น​มาอย่างยินดี ​เขาก้าวเข้ามาหาร่างของเธอ​ที่นอนอยู่​บนเตียง ...​ดวงหน้าของจอมขวัญขาวซีดปานกระดาษ เส้นผมสลวยสีดำสนิท แผ่กระจาย​ไปบนหมอนสีขาวสะอ้าน ​เขากุมมือ​ที่อ่อนปวกเปียกของเธอ​เอาไว้อย่างมั่นคง ถ่ายทอด​ความอบอุ่นให้​กับหัวใจดวงน้อย ...​ปล่อยใจ​ไป​กับ​ความรู้สึกดื่มด่ำ​ที่แฝงเร้นเข้ามาอย่างเงียบเชียบ หญิงสาวเห็น​ความห่วงใย ลึกล้ำ ฉายชัดอยู่​ในดวงตาของ​เขา

"น้ำ...​.ขอน้ำค่ะ​"

หญิงสาวร้องขอน้ำเสียงแผ่วระโหย อานนท์รีบกุลีกุจอ รินน้ำใส่แก้ว แล้ว​ประคองร่างของเธอ​เอาไว้ในอ้อมแขน จ่อแก้วน้ำ​ไป​ที่ริมฝีปากของหญิงสาว อากัปกิริยานั้น​​เป็น​ไปอย่างละมุนละไม ใน​ความรู้สึกของจอมขวัญ เธอดื่มน้ำอย่าง​ที่คิดว่าหิวกระหาย ​และร้อนรน ​ที่สุดในชีวิต หาก​แต่ภาพ​ที่ปรากฏอยู่​ในสายตาของชายหนุ่ม ​คือร่าง​ที่หมดเรี่ยวแรง ​แม้​แต่​จะดื่มน้ำก็​เป็น​ไปอย่างยากลำบาก

"ขวัญ​เป็นอะไร​คะ​?"

เธอถามเสียงเบาหวิว ร่างกายราว​จะล่องลอย​ได้ปานอากาศธาตุ ชายหนุ่มบีบมือของเธอแน่นขึ้น​อีกนิด ก่อน​จะตอบว่า

"ขวัญ​เป็นไข้หวัดใหญ่ครับ​ ผมว่าอยู่​โรงพยาบาลแบบนี้ก็ดีแล้ว​ ​จะ​ได้พักผ่อนมากๆ​ ขวัญกลับ​ไป​ที่หอพักก็ไม่มี​ใครดูแล อยู่​​ที่นี่ผมยังมาเฝ้า​ได้ อย่ากังวล​ไปเลย​ครับ​"

​เขายิ้มให้​เมื่อเห็นสีหน้าซีดเซียว หม่นเศร้า ของหญิงสาว

"พี่นนท์ช่วยบอกน้องเล็ก ให้มาอยู่​​เป็น​เพื่อนขวัญดีกว่านะคะ​"

อานนท์หุบยิ้ม ​แต่เสียง​ที่ตอบกลับมายังคงอ่อนโยน ปลอบประโลม

"น้องเล็กใกล้สอบแล้ว​ ให้แกอ่านหนังสือ​ไปเถอะ ผมมาดูแลขวัญก็ไม่​ได้ลำบากอะไร​ อย่าดื้อสิจ๊ะ​ คนดี...​"

ตอนท้ายน้ำเสียงของชายหนุ่มนุ่มนวล อ่อนหวาน ...​ซึมซาบเข้า​ไปใน​ความรู้สึกของหญิงสาว อย่าง​ที่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันก่อกำแพงขวางกั้น​เอาไว้​ได้ทัน

จอมขวัญเบือนหน้าหนี​ไปอีกด้านหนึ่ง​ ​ที่ไม่​ต้องพบ​กับสายตาของชายหนุ่ม น้ำตาไหลจากหางตาซึมลงมาเปียกหมอน หญิงสาวกลั้นสะอื้น ​ทว่าไหล่เล็ก บอบบาง​ที่สั่นสะท้านเล็กน้อย ก็ทำให้ชายหนุ่มทราบว่าเธอแอบร้องไห้เงียบๆ​

​เขาเอื้อมมือมาโอบไหล่บอบบาง ​ความรู้สึกอยาก​จะปกป้อง คุ้มครอง ​และปัดเป่า​ความทุกข์​ทั้งมวลให้​กับหญิงสาวพลุ่งขึ้น​มาอย่างรุนแรง

อันว่า​ความรักนั้น​ ไม่เลือกเกิด​กับ​ใคร ไม่เลือกวัน เวลา ​และสถาน​ที่ เวลาของกามเทพ ไม่​สามารถกำหนด​ได้ว่า ​เมื่อใดจึง​จะแผลงศรรักอาบน้ำผึ้งลงมาปักอกมนุษย์เล็กๆ​ ให้​ได้สัมผัส​กับคำว่ารักอย่างแท้จริง...​ อาจ​เป็นวินาทีนี้...​นาทีนี้...​ชั่วโมงนี้...​หรือวันไหนๆ​...​.ไม่มี​ใคร​สามารถหยั่งรู้​ได้เลย​...​.

...​​ความรักมีอานุภาพ​ที่แสนยิ่งใหญ่ ทรงพลังเกินกว่าอำนาจใดๆ​​ทั้งสิ้น ในขณะเดียวกันก็ นุ่มนวล หอมหวาน ​สามารถบันดาลให้หัวใจ​ที่กร้าวแกร่งอ่อนปวกเปียกราวขี้ผึ้งถูกไฟลน​ได้อย่างง่ายดาย หาก​ใคร​ได้พานพบรักแล้ว​ไซร้ ย่อมไม่อยากสูญเสียรักนั้น​​ไป...​จึงควรหมั่นดูแล​และถนอม​ความรัก​ที่มีอยู่​ให้ยาวนาน​ที่สุด...​.ก่อน​ที่​จะสายเกิน​ไป...​

จอมขวัญรู้สึกง่วงงุนอย่างประหลาด เธอหลับตาลงช้าๆ​ ​และหลับ​ไปเกือบ​จะทันที ...​เวลา​จะผ่าน​ไปนานเท่าใดเธอไม่อาจรู้​ได้ ร่างกายของเธอเบาโหวง เคว้งคว้าง บางครั้งรู้สึกหนาวสะท้าน เยือกเย็น บางครั้งร้อนรุ่ม ทุรนทุราย ...​​แต่​เมื่อใด​ที่เธอลืมตาตื่น สติสัมปชัญญะ​ที่มีอยู่​เพียงน้อยนิด บอก​กับเธอว่า...​.เธอเห็น​เขา...​ผู้ชายชื่ออานนท์...​.อยู่​ด้วยเสมอ...​. หญิงสาวผล็อยหลับ​ไปอีกครั้ง คราวนี้ร่างกายของเธอผ่อนคลาย ​เป็นสุข คล้าย​กับมีเสียงขับกล่อมจากดนตรี​ที่อยู่​บนขอบฟ้า...​ไกลโพ้น ไพเราะ​และจับใจยิ่งนัก...​..เธอฝันดี...​รอยยิ้มละไมปรากฏอยู่​บนใบหน้าเปี่ยมสุข...​



จอมขวัญก้าวออกมาจากลิฟต์อย่างเร่งรีบ เธอปิดประตูแล้ว​ล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา ในยามนี้มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น​​ที่ยังอยู่​ในออฟฟิศแห่งนี้ งาน​ที่รุมเร้าอย่างมากมาย​ทำให้เธอเพลิน​กับการทำงานจนลืมเวลา ก่อนกลับบ้านหัวหน้า เดินมาทักทาย​และบอกให้เธอรีบกลับ ห้ามไม่ให้ทำงานหักโหม หลังจาก​ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล​ได้เพียงวันเดียว หญิงสาวไม่คิดว่าตัวเองขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา งาน​ที่กองสุมอย่างมากมาย​ใน​ระหว่าง​ที่เธอลาป่วยยังสะสางไม่เสร็จ จอมขวัญมี​ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ในอัน​ที่​จะจัดการ​กับเอกสารต่างๆ​ให้ลุล่วง​ไปตามกระบวนการการทำงานขององค์กรแห่งนี้

​ความมืดเริ่มเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ จอมขวัญเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น​ ไฟบนท้องถนนสีเหลืองนวลกระจ่าง รถราบนถนนวิ่งกันขวักไขว่ จอมขวัญตาลาย เธอเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าก็ตอนนี้เอง สมอง​ที่คร่ำเคร่ง​กับการทำงานมา​ทั้งวันส่งสัญญาณเตือน เธอรู้สึกมึนงง​และหนักศรีษะ นัยน์ตาพร่าพราย แสงไฟ​ที่เห็นสว่างอยู่​​เมื่อครู่ หม่นมัวลงในพริบตา หญิงสาวยกมือขึ้น​กุมศรีษะ เธอข่มใจหลับตานิ่งๆ​ชั่วครู่ ...​..​และ​เมื่อลืมตาขึ้น​ใหม่ เธอก็​ต้องกระพริบตาด้วย​ความประหลาดใจ ​เมื่อพบว่า ร่างสูงของ​ใครคนหนึ่ง​ยืนอยู่​เบื้องหน้า ภายใต้เงามืดนั้น​เธอไม่​สามารถเห็นสีหน้า ​และแววตาของ​เขา​ได้ชัดเจน ​แต่เธอก็จำ​ได้ดีว่า​เขา​คือ​ใคร...​

"พี่นนท์" หญิงสาวร้องเรียกปานเสียงกระซิบ "ก็ไหนบอกว่า​จะ​ไปต่างจังหวัด?"

ชายหนุ่มไม่ตอบ เคลื่อนกายเข้ามาหาร่างของเธอ ประคองไว้อย่างทะนุถนอม ​เขาพูดเสียงนุ่ม ​แต่ฟังเด็ดขาดอยู่​ในทีว่า

"ขวัญ​ไป​กับผมก่อน เรื่อง​อื่นไว้พูดกันทีหลัง"

ร่างของหญิงสาวแทบ​จะถูกอุ้ม ​ไปขึ้น​รถเก๋งงามหรูคันหนึ่ง​ ​ซึ่งจอดอยู่​ริมถนน...​

จอมขวัญเอนกายลงพิงเบาะรถอย่างหมดแรง ชายหนุ่มหันมามองก่อน​จะเอื้อมมือ​ไปหยิบเสื้อสูทมาคลุมให้เธอ แววตาของ​เขาสื่อ​ความหมายแทนคำพูด​ได้​เป็นอย่างดี จอมขวัญหลับตา...​น้ำตาไหลออกมาหยาดแก้มอย่างไม่ทันรู้ตัว ชายหนุ่ม​ใช้ผ้าเช็ดหน้าบรรจงซับให้อย่างอ่อนโยน เธอมองหน้า​เขา รับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเสียเอง ก่อน​จะกล่าวขอบคุณ​เขาด้วยเสียงสั่นสะท้าน

"ผม​จะพา​ไปทานข้าวก่อน ขวัญยังไหวอยู่​มั้ยครับ​?"

หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบ ​เขาจึงออกรถ​ไปอย่างช้าๆ​ ภายนอกรถแลดูมืดสนิท ท้องฟ้า​เป็นสีหมึกเข้ม ไฟตามทางส่องแสงสว่างไสว อานนท์ขับรถมุ่งตรง​ไปสู่ถนนออกนอกเมือง รถแล่น​ไปด้วย​ความเร็วไม่สูงนัก จอมขวัญผ่อนลมหายใจยาวๆ​ สมองเริ่มผ่อนคลาย...​.เธอลำดับเหตุการณ์ย้อนหลังในอดีตอย่างไตร่ตรอง

นานเท่าไหร่แล้ว​​ที่เธอปล่อยให้​ความทุกข์เกาะกินหัวใจอยู่​อย่างนี้ เธอบอกตัวเองว่า...​.นับตั้งแต่​เขาคนนั้น​ ​แต่งงาน​ไป​กับบุตรสาวนักการเมืองผู้หนึ่ง​ ...​.เกือบปีแล้ว​สินะ ​ความรักของเธอปิดฉาก​ไปแล้ว​...​.เธอควรยอมรับ​ความจริง...​. ​ความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ​ที่เคยมีโบยบิน​ไปจากเธอเท่า​กับระยะเวลา​ที่​เขาจาก​ไป ...​.เธอทำเหมือนคนไม่มี​ความคิด...​​ความรักหรือ​ความหลงกันแน่​ที่ทำให้เธองมงายอย่างน่าสงสาร จมปลักอยู่​​กับ​ความทุกข์ ทรมาน มา​เป็นแรมปี...​...​สมควรแก่เวลาแล้ว​มิใช่หรือ ​ที่จอมขวัญ​จะ​ต้องลุกขึ้น​มาเสียที ปัด​ความทุกข์โศกให้พ้น​ไปจากจิตใจ ​และรับ​เอา​ความสดชื่น รื่นรมย์เข้ามาสู่ชีวิตเสียบ้าง...​.

เธอหัน​ไปมองคน​ที่นั่งเคียงข้าง ...​.สายตาสบกันอย่างรุนแรง ...​เสมือนมีแรงดึงดูดใจอะไร​บางอย่างรุมเร้าจนไม่อาจถอนสายตา​ไปจาก​เขา​ได้ ชายหนุ่มเอื้อมมือซ้ายมากุมมือเธอไว้อย่างมั่นคง ​ความอบอุ่นแผ่ซ่าน​ไปทั่ว​ทั้งหัวใจ...​..

​พอดี​กับรถแล่นมาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง​ ชายหนุ่มนำรถเข้า​ไปจอดยังลานจอดรถ ​เขาก้าวลงมาก่อน ​และเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธออย่างว่องไว ทันที​ที่เท้าสัมผัสพื้น จอมขวัญก็พบว่าลำแขนแข็งแรงของ​เขาโอบรัด​ไปรอบร่างของเธอ อย่างอบอุ่น อ่อนโยน...​สัมผัสนั้น​เธอทราบดีว่ามิใช่​เป็นการกระทำ​ที่ฉวยโอกาส...​​แต่มี​ความหมายลึกซึ้งแฝง​ความนัยอยู่​เต็มเปี่ยม

หญิงสาวก้มหน้าลงอย่างเอียงอาย ใบหน้าร้อนผ่าว อานนท์ยิ้มเล็กน้อยก่อนกระซิบเบาๆ​ว่า

"ขวัญอยากรู้ใช่ไหม ว่าทำไมผมจึงยังไม่​ไปต่างจังหวัด?"

จอมขวัญส่ายหน้า ริมฝีปากขมุบขมิบ เหมือน​จะบอกว่าไม่​ต้องการคำตอบอีกแล้ว​ ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ​ ยื่นหน้า​ไปกระซิบใกล้ๆ​ จน​ได้กลิ่นแก้มหอมกรุ่น

"ผมมาตามหาหัวใจของผมก่อนไงเล่าครับ​ จอมขวัญคนดี"

เธอเงยหน้าขึ้น​สบสายตา​กับ​เขา พบ​ความรัก ​และ​ความจริงใจล้นปรี่อยู่​ในแววตาคู่นั้น​ หญิงสาววางมืออีกข้างลงบนแขนของ​เขาเบาๆ​ เธอ​พร้อมแล้ว​​ที่​จะให้​เขา​เป็นผู้นำพา​ความรัก​ไปทั่วทุกหน ทุกแห่ง ประตูใจเปิดรอ​เขาอยู่​...​.. ​และราว​กับว่า​ความรู้สึกนั้น​​จะ​สามารถสื่อถึงกัน​ได้ พลังแห่งรักนำชายหนุ่มก้าวล้ำเข้า​ไปสู่ห้องใจ​ที่เปิดต้อนรับอย่างไม่ลังเล มี​ความรัก ​ความผูกพัน ช่วยประสานหัวใจสองดวงให้รวม​เป็นหนึ่ง​เดียว...​

ท้องฟ้าในค่ำคืนนี้ ช่างสวยงามกว่าทุกคืนวัน​ที่ผ่านมา สายลมโชยแผ่วพัดพากลิ่นไอรักหอมกรุ่น อบอวล​ไปทั่ว บรรยากาศรอบกายราว​จะโปรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด เสียงเพลงรักเริ่มดังกังวาน...​แว่วหวานอยู่​ในหัวใจของคน​ทั้งสอง...​ตราบนานเท่านาน

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1901 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง ...ความเอยความรัก...
ผู้แต่ง อักษราภัค
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๓ ตุลาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๓๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-9305 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 03 ต.ค. 2549, 00.02 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น