นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๕ กันยายน ๒๕๔๘
บทความว่าด้วยความเชื่อ
ตะวันฉายที่ปลายฝัน
...พฤติกรรม​​ความเชื่อของมนุษย์...
บท​ความว่าด้วย​ความเชื่อ



คืนวันเสาร์ผมนั่งจมอยู่​หน้าจอคอมพิวเตอร์มาเกือบสามชั่วโมง เคาะแป้นพิมพ์​ไปมาแล้ว​ก็กดปุ่ม Delete อยู่​อย่างนั้น​จนหน้าจอว่างเปล่า ไม่มีอักษรเหลืออยู่​สักตัวเดียว จริง ๆ​ แล้ว​ผมตั้งใจ​จะเขียนเรื่อง​สั้นสักเรื่อง​ ​แต่ดูเหมือนว่าใจ​กับสมองมันคงไม่อยากทำงานร่วมกัน สมองมันไม่ยอมคิดอะไร​เลย​ ​ทั้ง​ที่พล็อตก็วางไว้อย่างลงตัว มันกลับ​ไปสนใจคิด​แต่เรื่อง​​ที่เพิ่งผ่านพ้นมา​เมื่อตอนกลางวัน มันคิด​ไปถึงหน้าของหมอดู​ที่ผมเห็นอยู่​ในสวนสาธารณะ ปกติแล้ว​ผมก็ไม่เคยเข้า​ไปในสวนแห่งนั้น​สักเท่าไหร่ ​แต่วันนี้มันรู้สึกเบื่อ ๆ​ ก็เลย​อยากลองเดินเล่นแถวนั้น​ เผื่อเห็นอะไร​แปลกใหม่บ้าง ผมเห็น​เขานั่งดูดวงอยู่​ ก็เลย​อยากดูบ้าง

​แม้​จะ​เป็นการดูครั้งแรก ​เขาพูด​ได้น่าฟังทีเดียว​แต่ก็ยังกำกวมอยู่​มาก เริ่มจากการทายนิสัย​ส่วนตัวของผม ​ซึ่งอันนี้ก็​ต้องยอมรับว่าค่อนข้าง​จะตรงอยู่​สักหน่อย​ ​เขาบอกว่าผม​เป็นคนไม่ค่อยพูด คิด ๆ​ ดูแล้ว​มันก็ค่อนข้าง​จะแม่นอยู่​เหมือนกัน ผมเริ่มสนุกอยากให้​เขาดูต่อ ผมชอบคำพูดของ​เขาก็ตรง​ที่บอกว่า ช่วงนี้​จะมีโชคลาภอยู่​เรื่อย ๆ​ การงาน การเงินคล่อง ผมอมยิ้มด้วย​ความอิ่มเอิบใจ ​แต่ไม่ค่อยชอบก็ตรง​ที่บอกว่า ​แม้ว่าตัวเอง​จะมีโชคลาภ ​แต่คนรอบข้าง​กำลังมีเคราะห์ ผมรู้สึกตกใจทันที ​เขาบอกว่าภรรยา​และลูกของผม​กำลังมีเคราะห์ ผมเองก็จำไม่​ได้ว่า ดวงดวงใดแผ่รัศมีบัดบังดวงใดบ้าง มันพันกันวุ่น​ไปหมด ​และยังบอกอีกว่าผม​กำลังมีเรื่อง​ไม่สบายใจ อาจ​จะ​เป็น​เพราะผมไม่​ได้นอนมาหลายคืน ใบหน้าจึงดูหมอง​ไป ​ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่คนแรก​ที่ทักผม ​เพื่อน​ที่ทำงานก็ทักผมมาก่อนหน้านี้แล้ว​ ผมก็เลย​ให้ค่าดูดวง​ไปสิบบาท​ กะว่าอีกสิบบาท​​จะ​เอา​ไปให้​เพื่อน​ที่ทำงาน ขนาด​เขาไม่​ได้​เป็นหมอดูยังดูแม่นซะขนาดนี้

ผมเดินออกมาอย่างคนใจลอย แล้ว​กลับบ้าน​โดยลืมบอกหมอดู​ไปว่า ผมยังไม่​ได้​แต่งงาน!



เรื่อง​ราว​เมื่อตอนกลางวันทำให้ผม​ได้ขบคิดอะไร​หลาย ๆ​ อย่างเกี่ยว​กับพฤติกรรม​ความเชื่อของมนุษย์ หมอดู​กับคนไทยอยู่​คู่กันมานาน สิ่ง​ที่น่าทึ่งก็​คือ หมอดู​เขา​สามารถพยากรณ์อะไร​ล่วงหน้า​ได้ขนาดนั้น​เลย​หรือ พวก​เขา​เป็นคนหรือเปล่า แล้ว​​ถ้าพวก​เขาดูไม่แม่นแล้ว​​จะยังมีคนมาให้พวก​เขาดูอยู่​อีกหรือ ​แต่ในสภาพสังคมทุกวันนี้หมอดูก็ยัง​เป็น​ที่ปรึกษา​ได้​กับ​ใครหลาย ๆ​ คน หลายคนยังเชื่ออย่างสนิทใจ เชื่อ​โดยไม่​ต้องมีเหตุผล หมดเงิน​ไป​กับการแก้เคล็ด สะเดาะเคราะห์มากมาย​

หมอดู​ที่ผมเห็น​เมื่อตอนกลางวัน ผมไม่​ได้บอกว่า​เขาโกหก หรือหลอกลวง เพียง​แต่ผมดูไม่ออกว่า​เขาต่างจากนักจิตวิทยาตรงไหน ใช่..พวก​เขาก็​คือนักจิตวิทยาดี ๆ​ นี่เอง ​เขา​สามารถพูดโน้มน้าวคุณ​ได้อย่างสบาย ​เขา​จะพูดกำกวมไว้ก่อน แล้ว​ค่อยสังเกตสีหน้า ท่าทาง จนกระทั่งจี้เข้า​ไปถึงจุด บางครั้ง​ถ้าคุณมีเรื่อง​ไม่สบายใจ​เป็นทุนอยู่​แล้ว​ ​เขาก็​จะยิ่งพูดตอกย้ำให้คุณถึง​กับหลั่งน้ำตา​ได้เลย​ ​และนั่นก็​คือ​ความ​สามารถขั้นพื้นฐานของพวก​เขา​ที่​ต้องมี

​แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันก็อยู่​​ที่ตัวเราเองด้วยเช่นกัน คน​ที่เชื่อเรื่อง​การดูดวงก็​คือ คน​ที่​พร้อม​จะเชื่อแล้ว​เท่านั้น​ ขนาดแค่พูดกำกวมไว้ คน​ที่​พร้อม​จะเชื่อก็ยังอุตส่าห์โยงเรื่อง​มาเข้า​กับชีวิตของตนเอง​ได้อย่างลงตัว แล้ว​ก็พร่ำบอก​กับตัวเองในใจว่า ‘หมอดูคนนี้แม่นจริง ๆ​’

เรื่อง​ยอดฮิต​ที่ดูกันก็หนีไม่พ้นเรื่อง​​ความรัก, การหาคู่, ถามเรื่อง​คู่แท้​แต่ชาติปางก่อน, บุพเพสันนิวาส (soul mate) , ​แต่นั่นก็​เป็น​ความเชื่อของบุคคล ​ซึ่งก็ลงตัวกัน​ทั้งสองฝ่าย หมอดู​ได้เงิน คนดู​ได้​ความสบายใจ ​ถ้าเราเชื่อ​โดยมีเหตุผลมารองรับ ไม่ใช่เชื่อ​เพราะ​ความงมงาย

​ถ้าพูดถึง​ความงมงาย อะไร​​คืองมงายอะไร​​คือไม่งมงาย ผมก็ไม่แน่ใจว่าสิ่ง​ที่ผมเห็นมัน​คือ​ความงมงายหรือไม่ หลายเดือนก่อนผมมีโอกาส​ไปเยี่ยม​เพื่อน​ที่ต่างจังหวัด ​เป็นจังหวัดเล็ก ๆ​ ทางภาคอีสาน ​และ​ได้มีโอกาสเห็นตัว​เป็น ๆ​ ของผู้วิเศษ​ที่นั่น ผมทึ่งมาก​เมื่อเห็นการเสกตะกรุดออกมาจากมืออันว่างเปล่า ​เพราะก่อนหน้า​ที่​จะเสก​เขา​ได้แบให้ผู้คนดูก่อนแล้ว​ ​เขาแบมืออันว่างเปล่าให้ดู แล้ว​ก็พนมมือทำพิธี จากนั้น​ไม่นานตะกรุดสีขาวลักษณะเหมือนเขี้ยวของสัตว์ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยก็มาอยู่​ในกำมือของ​เขา ผมรู้สึกทึ่งมาก มัน​เป็นอะไร​​ที่เหลือเชื่อ ​และคิดว่ามันน่า​จะ​เป็นของวิเศษด้วย ​และแน่นอนราคาของมันค่อนข้าง​จะสูง มีการประมูลกันถึงขึ้น​หลักหมื่นเลย​ทีเดียว​เพื่อ​จะ​ได้ครอบครองของวิเศษนั้น​

เรื่อง​ทำนองนี้ยังคงมีให้เห็นอยู่​เรื่อย ๆ​ ไม่​ได้หาย​ไปไหน ผู้วิเศษยังคงหากิน​ได้อย่างแนบเนียน หลายคนดูด้วย​ความทึ่ง มันดูเหลือเชื่อ น่าอัศจรรย์ใจ มันจึงทำให้เราคล้อยตาม​ได้ง่าย ​แต่​ถ้าเราถอยออกมาสักหน่อย​ ทบทวนมันด้วย​ความ​เป็นกลาง ก็​จะรู้ว่ามัน​เป็นเรื่อง​​ที่น่าตลกเหลือเกิน สิ่ง​ที่เห็นอยู่​ตอนนี้มันต่างอะไร​​กับการเปิดหมวกของนักมายากล​ที่มีนกพิราบตัวเบ้อเร่ออยู่​ข้างใน ​ทั้ง​ที่ตอนแรก​เขาก็เปิดหมวกให้ดูแล้ว​ว่ามันก็ไม่มีอะไร​ เช่นเดียว​กับผู้วิเศษ​ที่ทำให้ดู มัน​เป็นสิ่ง​ที่เรามองข้าม ​เป็น trick เล็ก ๆ​ ​ที่​ใช้อยู่​เกลื่อนในการแสดงมายากล ​แม้​แต่คน​ที่มีการศึกษาสูง ๆ​ ก็ยังตกหลุมพรางของนักมายากล​ได้อย่างง่ายดาย ​เพราะคิดว่าตนเอง​สามารถจับผิด​ได้ ​แต่นักมายากล หรือผู้วิเศษเหล่านั้น​มัก​จะเหนือกว่าหนึ่ง​ขั้นเสมอ ​แต่สิ่ง​ที่น่าหัวร่อก็​คือ มนุษย์ดูมายากลด้วย​ความสนุก​เพราะคิดว่ามัน​เป็นแค่การแหกตา ​แต่​ถ้าผู้วิเศษทำแหกตาบ้าง กลับมองมัน​เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ​เป็นสิ่ง​ที่น่ากราบไหว้ บูชา เสียเงินเสียทองมากมาย​​เพื่อแลก​กับของวิเศษจอมปลอมนั้น​มาครอบครอง

โชคดีเหลือเกิน​ที่วันนั้น​ผมมีตังค์ไม่พอ



เวลาล่วงเลย​มาเกือบตีสามแล้ว​ ผมยังคงนั่งอยู่​​ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เช่นเดิม มี​ความรู้สึกว่า​ห้องนี้มันวังเวงกว่าทุก ๆ​ คืน เงียบเชียบจนรู้สึกว่า​โลก​ทั้งโลกมีผมอยู่​เพียงคนเดียว ​กับคอมพิวเตอร์​เพื่อนคู่ใจเก่า ๆ​ เครื่องนี้ แมวสีดำตัวหนึ่ง​​กำลังเมียงมองผมอยู่​นอกหน้าต่าง ตาของมันดูน่ากลัวพิกล ยังดี​ที่มีกระจกกันผม​กับแมวตัวนั้น​ไว้ ผมเคย​ได้ยินว่าแมวดำ​เป็นตัวแห่ง​ความซวย ​ความโชคร้าย เท็จจริงอย่างไรผมเองก็ไม่รู้ ​แต่เคย​ได้ยินขำขันเรื่อง​หนึ่ง​ ​และจำไม่​ได้จริง ๆ​ ว่า​ที่ไหน ​เป็นประโยคของคนสองคนพูดกัน

ชายคนหนึ่ง​ถาม

"มีคนบอกว่า​ถ้าแมวดำเดินตามหลังแล้ว​​จะซวยจริงไหม? ​เมื่อวานมันเดินตามหลังผม"

ชายอีกคนตอบ "มันอยู่​​ที่ว่า​เมื่อวานคุณ​เป็นคนหรือ​เป็นหนู"

ผมไม่รู้​จะขำดีไม่ดี ​แต่ก็พอใจ​กับคำตอบนี้เหลือเกิน ​และก็​ได้​แต่ภาวนาให้ชายคน​ที่ถามอย่า​เป็นหนูเลย​ ไม่อย่างงั้นคงซวย!

แมวดำนอกหน้าต่าง เดินหาย​ไป​กับ​ความมืดแล้ว​ สายลมพัดลอดช่องหน้าต่าง​ที่แง้มไว้นิดหนึ่ง​พอให้ผ้าม่าน​ที่รวบอยู่​พริ้วไหว ​แต่ก็ยังรู้สึกถึง​ความเย็นเยือกในยามค่ำคืน ตอนนี้ผมไม่ยัก​จะกลัว​ความซวยแล้ว​ ​แต่บรรยากาศเช่นนี้ วังเวงอย่างนี้ ผมกลัวผีมากกว่า

ผี!..แค่ฟังชื่อผมก็ขนลุกแล้ว​ คงไม่​ต้องถึง​กับเห็นตัวจริงก็พอ​จะนึกภาพออก มันคงหน้าตาหน้าเกลียด เนื้อบริเวณใบหน้าเน่าเฟะ ดวงตาสีเลือดปูดโปน ผมยาวสยาย (​ถ้า​เป็นผีผู้หญิง​จะน่ากลัวมาก) เวลา​ไปไหนมาไหน เสียงหมาหอนรับต่อกัน​เป็นทอด ๆ​ แค่นี้คงพอ​จะนึกภาพออก ​แต่อย่าให้ผมนึกภาพเลย​น่ากลัว​จะตาย

ตอน​เป็นเด็กผมไม่กล้าดูหนังผี ​เพราะกลัวผีมาก​ทั้ง​ที่ไม่เคยเห็นผีจริง ๆ​ พอโตมาสักหน่อย​ก็ยังกลัว แล้ว​ก็เทียวถามคนโน้นคนนี้ว่า เคยเห็นผีบ้างไหม? คำตอบ​ส่วนใหญ่เหมือน ๆ​ กัน​คือ ไม่เคย ​ส่วนคน​ที่ไม่ตอบ ​ความหมายก็ไม่​ได้แตกต่างกัน ​เพราะพวก​เขาส่ายหน้าแทน

แล้ว​ตกลงผีมันมีจริงหรือเปล่า? ​เป็นคำถาม​ที่แสนคลาสสิกเหลือเกิน ถามง่าย​แต่ตอบยาก ตอน​เป็นเด็กแทบ​จะตอบออกมา​โดยไม่​ต้องคิดว่า "มีแน่นอน ชัวร์พันเปอร์เซ็นต์!" ​เพราะเคยเห็นในหนังบ่อย ๆ​ (​แต่เวลาดู​ต้องปิดตา) พอโตขึ้น​มาหน่อย​ การตอบว่า "มีแน่นอน" คง​จะไม่ถูก​ต้องซะทีเดียว คง​ต้องคิดใหม่เปลี่ยนมุมมองตัวเองใหม่ วิเคราะห์หาเหตุผลมาลบล้างกันใหม่ สมัยตอน​เป็นเด็กพูด​ได้เต็มปากว่า หนัง! ทำให้ผมกลัวผีในตอนนั้น​ พอโตขึ้น​ก็พูด​ได้เต็มปากอีกว่า หนัง!.(สือ) ทำให้ผม​ต้องเปลี่ยนมุมมอง ถึง​แม้​จะพิสูจน์อะไร​ไม่​ได้มากเกี่ยว​กับเรื่อง​นี้ก็ตาม

เคยมีคำถามว่า ​เมื่อก่อนโลกยังไม่​ได้เชื่อมต่อกัน คน​แต่ละชนเผ่ามีผีมาก่อนนานแล้ว​ จีนมีผีดิบดูเลือด ฝรั่งก็มีแวมไพร์มาหลายร้อยปี คนไทยก็มีผีปอบ ผีกระสือ กระหัง ​และอีกสารพัดผี มีมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ครั้น​จะบอกว่าคง​จะมี​ใครสักคนกระมัง นึกสนุกอุปโลกเรื่อง​พวกนี้ขึ้น​มา​เพื่อ​จะหลอกให้คนกลัวเล่น ๆ​ แล้ว​ไอ้มนุษย์จอมหลอกลวงคนนั้น​ก็คงไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาแน่ มันคง​จะมีปีกเหมือนนก ​เพราะโลก​เมื่อหลายพันปีก่อน ยังไม่มีเครื่องบิน​จะบิน​ไปทวีปนั้น​ทวีปนี้เหมือนปัจจุบัน ​จะ​ไป​ที่จีน​เพื่อโกหกเกี่ยว​กับผีดิบ ​ไปแถบฝรั่ง​เพื่อโกหกเรื่อง​แวมไพร์ แล้ว​ยังแวะมาไทย​เพื่อ​จะหลอกยายมี ยายมา ไอ้จุก ว่าผีกระสือเฮี้ยนอย่างงั้นอย่างงี้ (​และ​ต้องยอมรับอีกข้อว่า คน​ที่มาหลอกนั้น​ช่างสรรหาตัวละคร​ได้ลงตัวเสียจริง)

​ซึ่ง​ถ้ามองใน​ความ​เป็นจริงมัน​เป็น​ไปไม่​ได้เลย​​ที่​ใครคนหนึ่ง​​จะอุปโลกมันขึ้น​มา​เพื่อหลอกลวงผู้คน​ทั้งโลก หมายถึงว่าผีมีอยู่​ทุกชนเผ่า​โดยมิ​ได้นัดแนะกัน ​เป็นอันสรุปว่า​เมื่อไม่มี​ใครอุปโลกเรื่อง​นี้ขึ้น​มา นั่นก็เท่า​กับชี้ให้เห็นว่าผีในโลกนี้ย่อมมีจริงอย่างแน่นอน!

แนวคิดอีกข้อหนึ่ง​​ที่ขัดแย้ง​กับคำถามนี้ ​และฟังพอมีเหตุผลอยู่​บ้าง นั่นก็​คือ จากแนวคิดข้างต้นมัน​เป็นการมองพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวของมนุษย์ ​ต้องมองหลาย ๆ​ กรณีมาประกอบกัน แล้ว​เรา​จะเห็นว่ามนุษย์ก็ทำสิ่ง​ที่คล้าย ๆ​ กันจนแทบไม่น่าเชื่อ

-มนุษย์ในอัฟริกา​เมื่อหลายพันปีก่อนวาดรูปต่าง ๆ​ ไว้ตามผนังถ้ำ เช่นเดียว​กับมนุษย์แถบเอเชียก็วาดไว้ด้วยเช่นเดียวกัน

-ทารก​ที่เกิดมาทำไมร้องเรียกแม่​ได้เสียงใกล้เคียงกันทุกชนเผ่า

-ทำไมมนุษย์ต่างเผ่าสมัยก่อน​ใช้เครื่องนุ่งห่มคล้าย ๆ​ กัน

-การบูชาผีสางเทวดา

-​ความเชื่อในสิ่ง​ที่อยู่​เหนือธรรมชาติ

​และอีกหลาย ๆ​ อย่าง​ที่ไม่​ได้หยิบยก ​ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้น​​พร้อมกัน​โดยมิ​ได้นัดแนะเช่นเดียวกัน ​และนี่ก็ชี้ให้เห็นอีกว่า มันไม่ใช่เรื่อง​แปลกอะไร​เลย​ ​ที่นาย A. จากซีกโลกหนึ่ง​ ​กับ นาย ก. ​ที่อยู่​อีกซีกโลกหนึ่ง​ ​จะเกิดกลัวผีขึ้น​มา​พร้อม ๆ​ กัน นั่นก็​เพราะมันเกิดจากสัญชาติญาณ​โดยธรรมชาติของมนุษย์

นั่นก็​คือ ​ความกลัว!

อย่างไรก็ตามนั่นก็ไม่​ได้แปลว่าผีมีจริง หรือไม่มีจริง ​ทั้งหมดนี้​เป็นเพียงแนวคิด ไม่ใช่บทสรุป ​เพราะยังไม่มี​ใครพิสูจน์​ได้ ​แม้กระทั่งกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ​แต่สักวันหนึ่ง​สิ่งเหล่านี้​จะพิสูจน์​ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างแน่นอน

​เมื่อสัปดาห์ก่อนผม​ไปร่วมงานศพ​เพื่อน​ซึ่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ​เพื่อนคนนี้​เป็น​ที่รักของ​เพื่อน ๆ​ ในกลุ่ม หลังจาก​ที่​เขาเสียชีวิต​ไป​ได้สามวัน ก็มี​ใครคนหนึ่ง​ฝันเห็น​เขา ​และด้วย​ความรัก​เพื่อนพ้องมาก ขนาดตาย​ไปแล้ว​ยังอุตส่าห์มาเข้าฝันให้หวยเด็ด​กับพวกเรา ​เขาให้มาตรง ๆ​ สามตัวไม่​ต้องสลับซ้ายขวาหรือตีลังกาให้ยุ่งยาก คงกลัวว่า​เพื่อนอาจ​จะแปรผิดเพี้ยน​ไปจาก​ที่​เขาให้ไว้ ​เขาจึงชูเลขบนกระดานสีขาวเหมือน​กับพริตตี้ชูป้ายในสนามรถแข่ง

​ความมีน้ำใจของ​เพื่อนในครั้งนี้​เป็น​ที่ซาบซึ้งในหมู่​เพื่อนพ้องยิ่งนัก ​และก็​ได้เผื่อแผ่​ไปถึง​เพื่อนทุกคนด้วย ​แม้กระทั่งผม ​ทั้ง​ที่รู้ว่าผมไม่ค่อยอยากเสี่ยงในเรื่อง​ทำนองนี้เท่าไหร่นัก ​เพราะมัน​เป็น​ความเสี่ยง​ที่เสี่ยงจริง ๆ​ ​คือเสี่ยงเสีย มากกว่าเสี่ยง​ได้ ​แต่​เพื่อ​ความไม่ประมาท ​และ​จะ​ได้ไม่ดู​เป็นการเสียน้ำใจของ​เพื่อนผู้ล่วงลับ ขนาดตายแล้ว​ยังอุตส่าห์​เป็นห่วง​เพื่อนฝูง ก็เลย​ซื้อไว้ในราคาข้าวมันไก่ช่วงน้ำมันแพงรวมกันประมาณสี่จาน จำ​ได้ว่าวันนั้น​ทุกคนหอบ​ความหวังกลับบ้านกันทุกคน ผมเองก็ไม่ต่างจากพวก​เขา เพียง​แต่หอบ​เอามาแค่นิดเดียว

เรื่อง​คนตายแล้ว​​เป็นวิญญาณ (​ถ้ามีจริง) มาใบ้หวยนี้ ผมเคย​ได้ยินมาตั้งแต่จำ​ความ​ได้ มันอยู่​คู่​กับคนไทยมาหลายชั่วคน บางทีก็เคยนึกขำ (ใน​ความโง่ของตัวเอง) ​ถ้าเกิดว่าคนตายแล้ว​​สามารถรู้ล่วงหน้าว่าหวยงวดหน้า​จะออกอะไร​ ป่านนี้บ้านเมืองก็คงไม่มี​ใครทำมาหากินกันแน่ คง​จะนอนรอวันหวยออกอย่างเดียว ถามว่า​แต่ละคน​ใครบ้าง​ที่ไม่เคยมีญาติเสียชีวิต อาจ​จะ​เป็นพ่อ ​เป็นแม่ พี่น้อง หรือ​เพื่อนฝูง (เหมือนในกรณีของผม) ​ถ้าพวก​เขา​สามารถรับรู้​ได้ ​ใครบ้าง​จะไม่มาบอกญาติของตน ​ใครบ้างไม่อยากเห็นลูกหลานของตนร่ำรวย ​ใครบ้างอยากทนเห็นลูกหลานอดอยาก ​เพื่อนผมก็เช่นเดียวกันใน​เมื่อ​เขารู้ว่าหวยงวดนี้​จะออกอะไร​ เรื่อง​อะไร​​เขา​จะอุบไว้คนเดียว ​เขาก็เลย​มาเข้าฝันแล้ว​บอกหวย​กับพวกเรา

วัน​ที่ 16 ​ที่ผ่านมาพวกเราถูกผี​เพื่อน หลอก ตอนบ่ายแก่ ๆ​ มันยิ่งทำให้ผมเริ่มกลับมากลัวผีเหมือนเดิมอีกครั้ง บรื้อออ..





****************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1193 Article's Rate 12 votes
ชื่อเรื่อง บทความว่าด้วยความเชื่อ
ผู้แต่ง ตะวันฉายที่ปลายฝัน
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๗๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5916 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 25 ก.ย. 2548, 02.26 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : อนันตรา [C-5943 ], [203.146.41.120]
เมื่อวันที่ : 29 ก.ย. 2548, 11.09 น.

อิอิ..ผีก็ไม่เคยเห็นตัว​เป็น ๆ​ หรอกค่ะ​..

​แต่เรื่อง​ฝันเห็นคน​ที่ล่วงลับ​ไปแล้ว​มาบอกหวย...​ดิฉันนี่แหล่ะค่ะ​เจอมา​กับตัวเลย​ คุณยายของดิฉันเอง ​และ​ที่น่าแปลก​ไปกว่านั้น​ถูกด้วยสิ ตรงเป๊ะเลย​ด้วย แกบอกเลขท้าย2ตัว...​​จะว่า​ไปตอนแกยังมีชีวิตแกชอบเล่นหวยมาก ​และแกยังเคยสัญญา​กับดิฉันด้วยว่า ​ถ้าแกตาย​ไปนะ แก​จะมาบอกรางวัล​ที่หนึ่ง​ให้รวยกัน​ไปเลย​...​​แต่ใน​ความ​เป็นจริงแกมาบอก​ได้แค่เลขท้ายสองตัวเท่านั้น​...​​แต่ก็ยังดีค่ะ​​ที่แกรักษาสัญญา...​ :-)

ยังไม่พอนะคะ​ แกยังเ​ที่ยว​ไปให้หวย​กับคนแถวละแวกหมู่บ้านอีก ดิฉันเลย​​ได้อานิสงฆ์จากแก​ไปด้วย เริ่มจากคุณป้าร้านเสริมสวย ดิฉันเลย​​ได้ทำผมไม่​ต้องเสียเงินเลย​ คุณน้าร้าน​กับข้าว ดิฉันก็​ได้​กับข้าวฟรี​ไปทานหลายถุง

ไม่เชื่อก็​ต้องเชื่อค่ะ​ เรื่อง​แบบนี้​ต้องเจอ​กับตัวถึง​จะรู้นะคะ​...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ตะวันฉายฯ [C-5946 ], [58.10.83.111]
เมื่อวันที่ : 30 ก.ย. 2548, 06.07 น.

โชคดีจังเลย​นะครับ​
ผมเองก็ไม่เคยเลย​สักครั้ง
...​ทุกสิ่งทุกอย่าง​เป็นเพียงแนวคิดครับ​ ไม่ใช่ข้อสรุป

​เพราะไม่มี​ใครพิสูจน์อะไร​​ได้
นานาจิตตังครับ​

ขอบคุณนะครับ​​ที่เข้ามาแสดง​ความคิดเห็น แชร์ประสบการณ์
ผมชอบศึกษาพฤติกรรม​ความเชื่อของมนุษย์ ​เพราะมันมีอะไร​อีกเยอะ​ที่เรายังไม่รู้

ขอบคุณนะครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Poceille [C-5977 ], [161.200.255.161]
เมื่อวันที่ : 04 ต.ค. 2548, 16.51 น.

มาตามอ่านค่ะ​


ชอบ​ที่คุณตะวันฉายฯวิเคราะห์เรื่อง​​ความเชื่อของคน เคยแปลกใจเหมือนกันค่ะว่า​ ทำไมมนุษย์หลากหลายเผ่าพันธุ์ในโลกจึงมี​ความเชื่อคล้าย ๆ​ กัน​ได้ มันเหมือน​กับว่า​ที่จริงแล้ว​เรามีอะไร​​ที่เหมือนกันอยู่​ ​ความเชื่อมันอาจ​จะเกิดจากพันธุกรรม ​แต่หาก​เป็นเช่นนั้น​จริง มนุษย์​กับสัตว์ก็น่า​จะมีแนวคิดคล้าย ๆ​ กัน​เพราะพันธุกรรมของเราก็ไม่​ได้ต่างกันมาก หมา​จะกลัวผีไหม? ลิง​จะเชื่อหมอดูไหม? น่าสนใจนะคะ​...​


ในฐานะ​ที่เคยทำตัว​เป็นแม่หมอดูไพ่ให้​เพื่อนฝูงอยู่​ระยะหนึ่ง​ ช่วงนั้น​รู้สึกมี​ความสุขมาก ไม่ใช่​เพราะว่าดูแม่นนะคะ​ ​แต่​เพราะ​ได้รู้ปัญหาของ​เพื่อน​และ​ได้มีโอกาสช่วยอะไร​นิด ๆ​ หน่อย​ ๆ​ อย่างน้อยก็เหมือน​จะทำให้​เขาสบายใจขึ้น​ รู้อยู่​แก่ใจว่าตัวเองไม่​ได้พูดปด ก็พูด​ไปตามหน้าไพ่ เพียง​แต่หน้าไพ่​แต่ละหน้ามี​ความหมายหลายอย่าง ขึ้น​อยู่​ว่าแม่หมอพ่อหมอ​จะแปล(แปร)ออกมาอย่างไรมากกว่าค่ะ​

ในชีวิตเคย​ไปรับบริการดูหมออยู่​หนเดียวค่ะ​ ยายหมอบอกว่าเนื้อคู่อยู่​ใกล้ ๆ​ ​แต่จนบัดนี้ ผ่านมานับสิบปี เก๊าะยังเหลียวหาไม่เจอสักกะทีเลย​ค่ะ​ แฮ่...​


​เอาดอกไม้มาฝากค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ตะวันฉายฯ [C-6005 ], [58.10.83.97]
เมื่อวันที่ : 07 ต.ค. 2548, 07.42 น.

คำถามดีครับ​

...​​ความกลัว​เป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง​ของสัตว์บนโลกใบนี้ หมา แมว ลิง ก็มี​ความกลัวเหมือนกันครับ​

..เพียง​แต่ว่ามนุษย์เรา ชัก​จะกลัวตายกันเกินเหตุ ก็เลย​พยายามหาสิ่ง​ที่พอ​จะคุ้มครองป้องกันภัยแก่พวก​เขา ​ถ้านอกเหนือจากเทคโนโลยี​ที่คิดค้นขึ้น​ ก็เห็น​จะ​เป็นสิ่ง​ที่อยู่​เหนือธรรมชาตินี่แหละ​ครับ​

...​หมากลัวผีไหม? ลิงเชื่อเรื่อง​หมอดูหรือไม่ อันนี้ผมเองก็ไม่รู้เหมือน​กับครับ​

...​​เอา​เป็นว่าลองมาคิดเล่น ๆ​ กันดู ​ถ้าเกิดหมากลัวผีขึ้น​มาจริง ๆ​ (ผีใน​ที่นี้หมายถึง หมา​ที่ตาย​ไปแล้ว​ ไม่ใช่กลัวผี​ที่เกิดจากมนุษย์) ​ความกลัวของมันครั้งนี้ทำ​เอามันหวาดผวาอยู่​ไม่น้อย ​แต่ด้วยสมองอันน้อยนิด ​และไม่ค่อย​จะซับซ้อนเหมือน​กับมนุษย์ มันไม่รู้เลย​ว่าใบหนาด​ที่อยู่​ใกล้ ๆ​ นั้น​กันผี​ได้ ถัด​ไปอีกสักหน่อย​มีกระเทียมอยู่​ในครัวเจ้าของบ้านของมันก็กันผี​ได้ ​ความโง่เขลาของมันก็ทำให้มันกลัวอยู่​อย่างนั้น​ตลอด​ไป

...​หรือบางทีมันก็คง​กำลังนั่งหัวเราะพวกมนุษย์อยู่​ก็​เป็น​ได้ แปลกดี​เขาใบไม้มา​เป็นเครื่องรางของขลัง ไว้ป้องกันตัว

...​คิด​ไปคิดมา ตกลงคนหรือหมากันแน่​ที่ฉลาด อืม..ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

เฮ้อ..พิมพ์มาซะยาวเลย​
ขอบคุณนะครับ​​ที่เข้ามาอ่าน​และแชร์ประสบการณ์กัน

​แต่ชื่อคุ้น ๆ​ นะ หรือผมคิดมาก​ไปเอง..

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น